อ่านละครออนไลน์ คนละโลกออนไลน์ ตอนที่ 9

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคนละโลกออนไลน์ ตอนที่ 9

คนละโลก
คนละโลก

คนละโลก ตอนที่ 9

ตำรวจวิ่งมารายงานชัชชัยที่กำลังเคลียร์สถานที่เกิดเหตุว่ารถคันที่เขาให้ติดตามคลาดกันตรงสี่แยก อีกทั้งทะเบียนรถคันนั้นก็เป็นทะเบียนปลอม เขาหัวเสียมากที่ตัวใหญ่ของแก๊งรอดไปได้ แต่อย่างน้อยเราก็ยังจับคนร้ายและยึดของกลางไว้ได้บางส่วน

“คืนนี้คงต้องสอบปากคำกันหนักหน่อย ง้างปากพวกมันให้ได้ว่านายใหญ่ของพวกมันคือใคร”…

ด้านโทรุกับเคนอิจิรีบพาทิเบตที่เลือดไหลชุ่มบริเวณสีข้างไปให้หมอเถื่อนของแก๊งให้ทำบาดแผล

ผ่านไปเป็นชั่วโมง หมอก็ยังไม่ออกจากห้องตรวจ เคนอิจิเริ่มนั่งไม่ติด

“ทำไมนานจังคุณทิเบตจะเป็นอะไรรึเปล่า นี่ถ้าคุณทิเบตให้ฉันยิงไอ้สารวัตรนั่นคุณทิเบตก็คงไม่ถูกยิง”

โทรุครุ่นคิดอยู่อึดใจ ก่อนจะหลบมุมโทร.แจ้งซาซูเกะว่าการส่งสินค้าล้มเหลว ตำรวจได้ของกลางไปบางส่วนและจับคนของเราไปสามคน ส่วนทิเบตได้รับบาดเจ็บ

“แกจัดการไอ้พวกที่ถูกตำรวจจับ อย่าให้พวกมันปริปากพูดได้อีก ส่วนทิเบต ฉันจัดการเอง” ซาซูเกะวางสายสีหน้าไม่ค่อยพอใจ

 

ทิเบตรู้สึกตัวตื่นขึ้นเช้าวันถัดมาในบ้านของหมอเถื่อน เห็นซาซูเกะนั่งอยู่ข้างเตียง รีบลงไปคุกเข่าขอโทษที่ทำงานพลาด ขอโอกาสเขาแก้ตัวใหม่อีกครั้ง ซาซูเกะปฏิเสธทันทีว่าไม่ต้อง บาดเจ็บแบบนี้จะไปทำอะไรได้ ส่วนเรื่องงานใครๆก็พลาดได้ แต่ที่ตนไม่เข้าใจ ทำไมเขาถึงไม่ให้ยิงตำรวจที่วิ่งไล่

“ตำรวจนายนั้นเป็นคนที่น้องสาวผมมีใจให้ครับ”

ซาซูเกะไม่สนใจ ในเมื่อตำรวจนั่นจะนำความ เดือดร้อนมาให้เรา ก็ต้องกำจัดให้สิ้นซาก หากปล่อยไว้แล้วมันแว้งมากัดเรา ทิเบตจะรับผิดชอบไหวหรือ เขาโค้งหัวแทบโขกพื้นขอโทษท่านด้วย ซาซูเกะไม่รับคำขอโทษ แต่ถ้าต้องการให้ตนอภัยให้ เขาต้องจัดการตำรวจนั่นอย่าให้มาเป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงใจของตน พูดจบซาซูเกะลุกออกไป เพื่อความมั่นใจว่าทิเบตจะจัดการชัชชัยตามคำสั่ง ซาซูเกะให้โทรุคอยช่วยเขาอีกแรงหนึ่ง…

ชัชชัยสอบปากคำสมุนของทิเบตสามคนที่ถูกจับได้ตั้งแต่เมื่อคืนยันเช้าแต่ไม่มีใครยอมเปิดปากพูด เขาไม่ยอมแพ้ง่ายๆ สั่งการให้จ่าเวรเอาพวกนี้ไปขังไว้ก่อน แล้วค่อยเอาตัวมาสอบสวนอีกครั้ง

เหตุการณ์ไม่เป็นอย่างที่ชัชชัยหวังไว้ โทรุส่งมือสังหารแฝงตัวเป็นผู้ต้องหาเข้ามาอยู่ในห้องขังเดียวกับสมุนของทิเบต แล้วจัดการฆ่าปิดปากพวกนั้น ก่อนจะใช้มีดแทงท้องตัวเองตายตาม ระหว่างเจ้าหน้าที่กำลังชันสูตรศพทั้งสี่อยู่ ชัชชัยสังเกตเห็นสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ที่ใบมีด หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้…

ในขณะที่ตำรวจต้องสูญเสียพยานปากสำคัญ

นิลปัทม์รู้เรื่องที่ลลิสามาเป็นเลขาฯหน้าห้องของทิเบตก็ไม่พอใจ เข้าไปด่าฉอดๆ จากนั้นสองสาวเปิดศึกตบตีกันอุตลุด คงชายเข้ามาห้ามปรามกลับถูกลูกหลงจนมึนไปหมด ในเมื่อห้ามไม่ฟัง เขาแกล้งตะโกนว่าตำรวจมา สองสาวตกใจตาเหลือก วิ่งหนีไปคนละทิศทาง

คงชายพาหน้าตาบวมปูดไปให้คุกกี้ช่วยทำแผลให้ กลับโดนด่าซ้ำว่าแส่ไม่เข้าเรื่องถึงต้องมาเจ็บตัวแบบนี้ ระหว่างนั้นระเบียบวิ่งหน้าตื่นเข้ามายื่นหนังสือพิมพ์ให้ดู

“เจอศพพนักงานโรงแรมของเราที่บึงน้ำที่เดิม เห็นบอกว่าตายมาเป็นเดือนแล้ว”…

หลังเลิกงานชัชชัยแวะไปหาบุษย์ที่บ้าน เอารูปถ่ายสัญลักษณ์บนใบมีดในมือถือให้เธอดู พร้อมกับเล่าว่ามีดเล่มนี้ปักอยู่กลางท้องผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกส่งมาเก็บแก๊งค้ายาที่เขาจับได้เมื่อคืน หลังจากฆ่าปิดปากพวกแก๊งค้ายาสำเร็จ ชายคนนั้นก็ฆ่าตัวตาย นี่คงจะเป็นกฎของแก๊งมาเฟีย ทิเบตเห็นทั้งคู่นั่งคุยกันอยู่ รีบหลบมุมแอบฟัง ชัชชัยเล่าเพิ่มเติมให้บุษย์ฟังอีกว่า การเข้าแก๊งมาเฟียก็เหมือนมอบชีวิตให้ไปด้วย

“จะอยู่หรือจะตายไม่ใช่เราที่เป็นคนเลือก ถ้าอยากมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายก็ต้องทำตามคำสั่ง ถึงแม้สิ่งที่ทำจะเป็นเรื่องที่ต่ำช้าเลวทราม แต่ถ้าขัดคำสั่งก็จะหมดลมหายใจทันที”

ทิเบตสะท้อนใจ ชีวิตของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากที่ชัชชัยพูด ทันใดนั้นน้องเสือวิ่งมาเกาะขา ร้องถามว่าลุงเบตเล่นซ่อนหาอยู่หรือ ชัชชัยกับบุษย์ได้ยินเสียงเด็กน้อย

หันขวับมาดู ทิเบตจำต้องออกจากที่ซ่อน จูงมือน้องเสือเข้ามาด้วย ทำเป็นทักทายชัชชัยกลบเกลื่อน นายตำรวจหนุ่มนึกขึ้นได้ว่าเขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้ ขอให้ทิเบตช่วยแปลตัวอักษรที่อยู่บนใบมีดในรูปให้ตนที ทิเบตรับมือถือของชัชชัยมาดูถึงกับชะงักเพราะมันแปลว่าพยัคฆ์ขาว ชื่อแก๊งของซาซูเกะ แกล้งทำเป็นเห็นไม่ชัด จะขอขยายรูปดู แต่กลับกดปุ่มลบทิ้ง

“เฮ้ย…ผมดันไปกดลบ แย่แล้ว”

“ไม่เป็นไร มือถือผมพอถ่ายรูป มันจะเก็บไว้ในดร็อปบอกซ์ เดี๋ยวผมกลับไปดูก็ได้ แล้วจะส่งรูปมาให้คุณ”

ทิเบตถึงกับหน้าเจื่อน แต่พยายามปรับให้เป็นปกติ บุษย์สังเกตเห็นสีแดงซึมออกมาจากเสื้อของพี่ชาย ร้องทักนั่นเลือดหรือเปล่า ทิเบตก้มมองเสื้อตัวเองก็ตกใจ รีบปฏิเสธว่าไม่ใช่ คงจะเลอะสีอะไรมาแล้วขอตัวไปพักผ่อน ทันทีที่เข้าห้อง เขารีบล็อกกลอนสีหน้าเคร่งเครียด คิดไม่ตกว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องชัชชัย…

ค่ำวันเดียวกัน นิลปัทม์เก็บเรื่องขุ่นข้องหมองใจที่ลลิสาคิดจะชุบมือเปิบเอาผู้ชายของตนเองไป นิลสีหลงดีใจคิดว่าลูกสาวอ่อยเหยื่อทิเบตสำเร็จ ที่ไหนได้ขาอ่อนของเขานิลปัทม์ยังไม่เคยได้เห็น ด่าลูกลั่นทำไมถึงไร้ฝีมือแบบนี้ เธอแก้ตัวว่าวันๆแทบจะไม่ได้เจอเขาเลย ยิ่งช่วงนี้ยิ่งหายตัวไปเลย

“เอ่อ จริงสิ แม่รู้หรือยังว่าคุณทิเบตถือหุ้นใหญ่ในศักการะแล้ว นั่นเท่ากับว่าคนที่เป็นเจ้าของโรงแรม ศักการะคือคุณทิเบต ไม่ใช่คุณย่าอีกต่อไป”…

นิลสีทั้งตกใจทั้งโกรธ ทันทีที่เจอหน้าศรีวิศาลก็ต่อว่าที่ปิดบังเรื่องนี้ ในเมื่อศักการะไม่ได้เป็นเจ้าของโรงแรมอีกต่อไปก็เท่ากับเขาไม่เหลืออะไรเลยนอกจากบ้านหลังนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นเธอก็ไม่อยากจะแต่งงานกับเขาอีกแล้ว

ศรีวิศาลไม่พอใจที่เธอคิดจะถีบหัวทิ้งพอเห็นเขาไม่มีสมบัติอะไร เขายอมไม่ได้ ลากเธอขึ้นไปที่ห้องของเขา ลงมือตบตีอย่างไม่ปรานี นิลสีตัดพ้อไหนสัญญาจะไม่ทำร้ายเธออีก

“อย่ามาโทษผม ถ้าคุณไม่คิดจะทิ้งผมไป ผมก็ไม่ทำร้ายคุณ…ยังคิดจะตีตัวออกห่างผมอีกไหม”

“ไม่แล้ว ฉันไม่กล้าแล้ว อย่าทำฉันเลย” นิลสียกมือไหว้ปลกๆน้ำตานองหน้า

 

ชัชชัยอินกับคดีพนักงานโรงแรมศักการะที่ลักษณะการตายเหมือนกันสองศพ เอามาเป็นหัวข้อสนทนาระหว่างกินมื้อกลางวันกับบุษย์จนเธอต้องขอร้องให้หยุดเล่า รอให้เธอกินข้าวเสร็จก่อน

“ผมขอโทษครับ มันเคยชิน ผมจะไม่พูดแล้ว” ชัชชัยไม่พูดเปล่าทำท่ารูดซิปปากประกอบคำพูดด้วย

ทั้งคู่ไม่ทันสังเกตเห็นว่าเคนอิจิแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งของร้านอาหาร ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.รายงานทิเบตว่าตอนนี้ชัชชัยกำลังกินอาหารอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เขาทำงานลำบาก แต่ถ้ามีโอกาสเหมาะเมื่อไหร่ เขาจะลงมือทันที ทิเบตวางสายแล้วนึกเอะใจขึ้นมา ร้องถามแม่ว่าบุษย์อยู่บ้านหรือเปล่า พอรู้ว่าเธอไปกินข้าวกับชัชชัย เขาถึงกับหน้าตื่นรีบวิ่งไปขึ้นรถ ขับออกไปอย่างเร่งรีบ…

ทางด้านบุษย์กำลังจะเดินมาขึ้นรถกับชัชชัย นึกขึ้นได้ว่าลืมมือถือไว้บนโต๊ะอาหาร บอกให้เขารอตรงนี้ก่อน แล้ววิ่งปรู๊ดกลับไปที่ร้านอาหาร

พนักงานในร้านอาหารกำลังเก็บโต๊ะอยู่เห็นมือถือของบุษย์ที่ลืมทิ้งไว้มีสายเรียกเข้า เบอร์โชว์หน้าจอปรากฏชื่อทิเบต เธอกดปิดเครื่องแล้วเก็บมือถือใส่กระเป๋า

เป็นจังหวะเดียวกับบุษย์เดินเข้ามาถามหามือถือของตัวเอง เธอบอกให้รอสักครู่ เดี๋ยวจะไปถามให้ แล้วเดินหายไปทางหลังร้าน

ทิเบตใจคอไม่ดีที่ติดต่อน้องสาวไม่ได้ เหลือบเห็นวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างนึกแผนบางอย่างขึ้นมาได้ รีบลงจากรถขอเช่ามอเตอร์ไซค์คันหนึ่ง แล้วหยิบหมวกกันน็อกมาสวมก่อนจะเร่งเครื่องจากไปอย่างรวดเร็ว

ชัชชัยเห็นบุษย์หายไปนาน ขยับจะไปตาม เคนอิจิเดินสวนมาตามทางแกล้งเดินเบียดเขา ก่อนจะเร่งฝีเท้าจากไป ชัชชัยรู้สึกเจ็บแปลบบริเวณหน้าอก

ก้มดูพบว่ามีเลือดออกเต็มไปหมด รู้ทันทีว่าผู้ชายคนเมื่อครู่นี้ลอบทำร้าย ชักปืนยิง เคนอิจิไหวตัวทันโดดหลบ แล้วชักปืนยิงโต้ตอบ นายตำรวจหนุ่มเห็นบุษย์ออกจากร้านอาหารตะโกนบอกให้หลบเข้าไปข้างในก่อน เธอเป็นห่วงเขาจึงรีๆรอๆไม่ยอมไป ชัชชัยยิงต่อสู้กับคนร้ายจนกระสุนหมด เคนอิจิสบช่องปรี่เข้าหา บุษย์เห็นท่าไม่ดี คว้าไม้ใกล้มือวิ่งเข้าไปฟาดเคนอิจิไม่ยั้ง

ทิเบตซึ่งสวมหมวกกันน็อกบึ่งมอเตอร์ไซค์มาจอดเทียบ สั่งให้บุษย์กับชัชชัยขึ้นรถ แล้วขับออกไปราวกับแข่งกับพายุ เคนอิจิเจ็บใจที่เหยื่อหนีรอดไปได้ ขณะที่โทรุมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างขัดใจ

พอเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ทิเบตเบนรถจอดข้างทางปล่อยให้ทั้งคู่ลง ชัชชัยขอบคุณเขามากสำหรับความ ช่วยเหลือ เขาไม่ตอบอะไรรีบบึ่งมอเตอร์ไซค์จากไป บุษย์เห็นชัชชัยเสียเลือดมาก รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล…

เสร็จภารกิจช่วยน้องสาวกับชัชชัย ทิเบตเอามอเตอร์ไซค์ไปคืนเจ้าของ แล้วหันหลังจะกลับไปที่รถตัวเอง ต้องชะงักเมื่อเจอโทรุดักรออยู่ ทิเบตสารภาพว่าไม่สามารถฆ่าชัชชัยได้ เพราะถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมา

คนที่เสียใจที่สุดคงไม่พ้นน้องสาวของตน เธอเจอเรื่องให้ต้องเสียใจมามากพอแล้ว

“แต่การปล่อยไอ้สารวัตรนั่น จะทำให้พวกเราตายยกแก๊ง”

ทิเบตจะหาทางทำลายหลักฐานที่จะสาวมาถึงซาซูเกะ หากทำไม่ได้ตามที่พูดเขาจะรับผิดแทนท่านเอง…

โทรุซึ่งอิจฉาทิเบตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว นำเรื่องที่เขาใจอ่อนไม่ยอมฆ่าชัชชัยไปฟ้องซาซูเกะ แล้วเสนอตัวจะจัดการตำรวจหนุ่มคนนั้นเอง…

บุษย์ตระหนักแล้วว่าชีวิตไม่แน่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้ ตัดสินใจสารภาพความในใจที่มีต่อชัชชัยระหว่างที่เขาขับรถมาส่งบ้านหลังจากทำแผลเสร็จ เขาดีใจโดดตัวลอยลืมไปสนิทว่าตัวเองบาดเจ็บ บุษย์อดขำไม่ได้

 

เนื่องจากบาดเจ็บไม่สาหัส เช้าวันนี้ชัชชัยจึงมาทำงานตามปกติ จ่าเวรเข้ามารายงานว่าที่เขาให้หา ล่ามช่วยแปลภาษาญี่ปุ่นที่เขียนไว้บนใบมีดได้คำแปลแล้ว นั่นคือคำว่าพยัคฆ์ขาว

“ขอบใจจ่ามาก ที่เหลือผมจัดการต่อเอง” ชัชชัยรอจนจ่าออกไปจากห้อง รีบโทร.นัดทิเบตให้มาเจอกัน มีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับสัญลักษณ์บนใบมีดเล่มนั้น

ครู่ต่อมา ทิเบตมาถึงสถานที่ตามนัดหมาย ชัชชัยซึ่งรอท่าอยู่ก่อนบอกว่าภาษาญี่ปุ่นที่เขียนอยู่บนใบมีดเล่มนั้นคือคำว่าพยัคฆ์ขาว เขาเห็นทิเบตอยู่ญี่ปุ่นหลายปี เคยได้ยินชื่อนี้บ้างไหม เขาสงสัยว่าอาจเป็นชื่อแก๊งมาเฟีย ทิเบตโกหกว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่จะลองถามเพื่อนๆชาวญี่ปุ่นให้ แล้วเหลือบเห็นโทรุแอบอยู่มุมหนึ่งก็ตกใจมาก

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวกลับก่อน มีธุระต้องไปทำต่อ” ทิเบตตัดบทเสร็จ ตรงไปยังจุดที่โทรุซ่อนตัว เหลียวกลับไปมอง เห็นชัชชัยขึ้นรถขับออกไปแล้วรีบดึงแขนโทรุออกไปอีกทางหนึ่ง เขาโวยวายว่าทิเบตไม่มีสิทธิ์มาห้ามเขาฆ่าชัชชัย เพราะท่านซาซูเกะยกหน้าที่นี้ให้เขาจัดการ

“นายทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะสารวัตรรู้แล้วว่าเป็นฝีมือแก๊งของเรา ถ้าสารวัตรตายตอนนี้ ทุกอย่างจะสาวมาที่แก๊งพยัคฆ์ขาว นายคงไม่อยากเห็นความล่มสลายของแก๊งหรอกนะ” คำพูดของทิเบตทำให้โทรุคิดหนัก…

ในเมื่อทำงานไม่สำเร็จตามคำสั่ง โทรุถูกซาซูเกะตบหน้าเพื่อลงโทษ ทิเบตขอร้องท่านอย่าตำหนิโทรุคนเดียว เขาเองก็มีส่วนผิด ทำให้โทรุจัดการกับชัชชัยช้าเกินไป ทางตำรวจก็เลยได้ข้อมูลสำคัญไป แต่เขามีแผนการเตรียมไว้แล้ว ซาซูเกะไม่ต้องเป็นกังวล

การถูกทำโทษครั้งนี้ ทำให้โทรุยิ่งแค้นใจมาก ตั้งใจมั่นว่าสักวันหนึ่งจะเอาคืนทิเบตให้สาสม…

อาการป่วยของคุณหญิงศรีเมืองดีขึ้นตามลำดับ จากที่เคยนอนเป็นผักก็เริ่มพูดคุยได้ ขยับตัวได้บ้าง แต่ก็พูดได้ทีละคำไม่เป็นประโยค ขณะคลเมขลากำลังนวดแขนนวดตัวให้ท่านอยู่ในห้องพักฟื้น ท่านอยากให้หลานรักอย่ามามัวแต่เฝ้าท่าน หาทางเอาโรงแรมของเราคืนมาจะดีกว่า

“คุณย่าคะมอธรู้ว่าคุณย่ารักโรงแรมศักการะมากแต่เราจะเอาอะไรไปสู้เขา ยังไงเราก็ต้องแพ้ผู้ชายคนนั้น”

“ไม่…เรา…จะ…ไม่…แพ้…มอธ…ช่วย…ย่า… ต้อง…ช่วย…”

คลเมขลาครุ่นคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี…

ในเวลาเดียวกันที่ห้องทำงานของชัชชัยภายในโรงพัก ขณะจ่าเวรส่งแฟ้มคดีพนักงานโรงแรมศักการะรายแรกที่ถูกฆ่าให้เจ้านาย ทิเบตเปิดประตูห้องเข้ามาแจ้งว่าเรื่องที่ชัชชัยไหว้วาน เขาหาข้อมูลให้ได้แล้ว จ่าเวรรู้งานคำนับเจ้านายแล้วออกจากห้อง ทิ้งทั้งคู่ไว้เพียงลำพัง

“พยัคฆ์ขาวเป็นชื่อกลุ่มทุนทางธุรกิจของนักธุรกิจคนหนึ่งที่ชื่อว่าซาซูเกะ คุณซาซูเกะมีธุรกิจในมือหลายอย่าง ล้วนแต่ถูกกฎหมายทั้งสิ้น แล้วก็เป็นโชคดีของสารวัตร เพราะตอนนี้เขาอยู่กรุงเทพฯ”…

บ่ายวันเดียวกัน ชัชชัยไปพบซาซูเกะที่คอนโดฯที่พักของเขา โดยเอารูปถ่ายมีดสั้นหลักฐานชิ้นสำคัญมาให้เขาดูด้วย ซาซูเกะชี้แจงว่ามีดเล่มนี้เป็นมีดที่บริษัทของเขาผลิตออกมาเมื่อตอนครบรอบ 50 ปี ใครๆก็หาซื้อได้ง่ายๆ เพราะผลิตออกมาจำนวนมาก สีหน้าผิดหวังของคู่สนทนาทำให้ซาซูเกะร้องทักทำไมทำหน้าอย่างนั้น นายตำรวจหนุ่มว่านี่เป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่อาจทำให้รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลังแก๊งค้ายารายใหญ่

“แสดงว่าก่อนหน้าที่จะเจอผม สารวัตรคิดว่า พยัคฆ์ขาวคือแก๊งค้ายา”

“ครับ…ผมต้องขอโทษที่คิดไปแบบนั้น ถ้าอย่างนั้นผมไม่รบกวนเวลาอันมีค่าของคุณแล้ว ผมลานะครับ”

“ผมขอให้สารวัตรจับแก๊งค้ายานรกได้โดยเร็ว”

ชัชชัยยิ้มรับ ก่อนจะลุกออกไป ซาซูเกะโล่งใจและพอใจมาก รีบโทร.บอกทิเบตว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาพูด และชมว่าเก่งมากที่ทำให้ตำรวจหมดข้อสงสัยในแก๊งพยัคฆ์ขาวของเรา

 

นิลปัทม์ยังแค้นลลิสาไม่หายทำทีซื้อกาแฟมาฝากเพื่อเป็นการขอโทษเรื่องเมื่อวานแล้ววางถ้วยกาแฟไว้บนโต๊ะทำงานก่อนจะเดินจากไป ลลิสาหลงกลดื่มกาแฟเข้าไปอึกใหญ่ บ้วนทิ้งแทบไม่ทันเพราะมันเค็มปี๋ เธอเจ็บใจมากคว้าถ้วยกาแฟวิ่งตามนิลปัทม์จนทัน เอากาแฟสาดหน้าแก้เผ็ด

“สมน้ำหน้า อยากแกล้งฉันดีนัก มันก็ต้องเจอ แบบนี้” ว่าแล้วลลิสาเดินจากไปอย่างสะใจ นิลปัทม์ร้องกรี๊ดๆวิ่งไปฟ้องพี่ชายที่ห้องทำงานว่าถูกคู่ขาเก่าของเขากลั่นแกล้ง ให้ช่วยจัดการให้ด้วย กานนรู้นิสัยน้องสาวดีว่าต้องไปทำอะไรฝ่ายนั้นก่อน เธอถึงได้มาเอาคืน นิลปัทม์ถึงกับเถียงไม่ออก

“ฉันจะจัดการเรื่องนี้ให้ แต่ไม่ใช่เพราะแก ฉันทำเพื่อตัวฉันเอง”…

ปุราณนำแจกันดอกไม้มาเยี่ยมคุณหญิงศรีเมืองที่โรงพยาบาล ยังไม่ทันจะถึงห้องพักฟื้นของท่านเจอกับ คลเมขลาที่ตรงโถงทางเดินเสียก่อน เธอไม่อนุญาตให้เยี่ยม ปุราณจึงฝากแจกันดอกไม้ไปให้ท่านด้วย เธอกลับปามันทิ้งอย่างไม่ไยดี ไล่ตะเพิดเขาไปพ้นหน้า ไม่อย่างนั้นจะเรียก รปภ.มาลากตัวออกไป

“แล้วคุณจะเสียใจที่ทำกับผมแบบนี้”

“ไม่มีอะไรทำให้ฉันเสียใจมากไปกว่าการที่คุณขายฉันให้กับคนอื่นอีกแล้ว” พูดจบคลเมขลาผละจากไป ปุราณแค้นใจมาก หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หากานน

“ผมมีแผนเล่นงานทิเบตแล้ว”…

ฝ่ายชัชชัยยังคงเกาะติดคดีฆาตกรรมพนักงานสาวของโรงแรมศักการะ เรียกตำรวจที่เกี่ยวข้องมาประชุมเพื่อ สรุปเหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งก่อนจะยกกำลังไปที่โรงแรมนั่น เพื่อขอรายชื่อแขกที่เข้าพักในช่วงที่มีการฆาตกรรม เขาต้องการเฉพาะลูกค้าที่มาใช้บริการโรงแรมมากกว่าหนึ่งครั้งขึ้นไป

“งานนี้ต้องใช้เวลา แต่เราก็ต้องรีบทำก่อนที่ฆาตกรจะรู้ตัว ไปโรงแรมศักการะได้แล้ว”…

ที่ลานจอดรถของโรงแรมศักการะ นิลปัทม์ถึงกับเต้นผางเมื่อเห็นกระจกหน้ารถตัวเองมีลิปสติกสีแดง เขียนด่าหยาบๆคายๆเป็นทำนองหน้าด้าน แย่งแฟนคนอื่น เธอมั่นใจว่าเป็นฝีมือลลิสา ร้องเรียก รปภ.ให้ไปหาผ้ามาเช็ดรถให้ เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะรีบไปทำตามคำสั่ง สวนกับรถตู้คันหนึ่งที่แล่นเข้ามาในลานจอดรถ

สักพักรถของทิเบตแล่นมาจอด เขาลงจากรถเห็น รปภ.กำลังเช็ดกระจกรถให้นิลปัทม์ เข้าไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น เธอฟ้องว่าโดนลลิสาแกล้งเอาลิปสติกมาเขียนที่กระจก ขอให้เขาจัดการนังนั่นให้เธอด้วย ทิเบตสงสัยเธอรู้ได้อย่างไรว่าเป็นฝีมือลลิสา นิลปัทม์รู้ว่าลลิสาเกลียดเธอที่เธอเป็นแฟนกับทิเบต

“เราเป็นแฟนกันเหรอครับ ผมจำได้ว่าผมไม่เคยพูด ผมบอกคุณว่าให้เราดูๆกันไปก่อน” ว่าแล้วทิเบตผละจากไปทิ้งให้นิลปัทม์ยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น เขาไม่ล่วงรู้เลยว่าในรถตู้ที่จอดอยู่อีกมุมหนึ่ง คนร้ายสามคนซึ่งกานนเป็นคนจ้างวานสะกดรอยตามเขาเข้าไปในโรงแรม ครู่ต่อมา ทิเบตเดินเข้าไปในลิฟต์ ชายฉกรรจ์สามคนตามเข้ามาด้วย หัวหน้าคนร้ายชักปืนเก็บเสียงขึ้นมายิงใส่กล้องวงจรปิดในลิฟต์ แล้วเอาปืนจ่อเขาไว้ สั่งไม่ให้ขัดขืนถ้าไม่อยากตาย คนร้ายอีกคนหนึ่งกดลิฟต์ไปยังชั้นสองของโรงแรมซึ่งมีบันไดลงไปชั้นล่างโดยไม่ต้องผ่านล็อบบี้

อีกมุมหนึ่งของโรงแรม ชัชชัยนำกำลังตำรวจมาที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์เพื่อจะขอพบคลเมขลา คุกกี้แจ้งว่าเธอไม่อยู่ลางานไม่มีกำหนด ส่วนผู้บริหารท่านอื่นก็ไม่มีใครอยู่เช่นกัน บอกให้เขาฝากเรื่องไว้

“ถ้าติดต่อใครได้ ให้รีบโทร.หาผมทันที”…

คนร้ายใช้ปืนจี้ตัวทิเบตไปที่ลานจอดรถ เขา เหลือบเห็นชัชชัยกับตำรวจออกมาจากโรงแรมพอดี ตัดสินใจแย่งปืนหัวหน้าคนร้าย พวกที่เหลือเล็งปืนจะยิงแต่เขาร้องห้ามเสียงหลงว่าเจ้านายสั่งให้จับเป็น ทิเบตต่อสู้กับหัวหน้าคนร้ายด้วยมือเปล่า พวกลูกน้องเห็นลูกพี่เสียท่า ก็เลยยิงปืนใส่ทิเบตแต่เขาหลบทัน

เสียงปืนทำให้ชัชชัยกับตำรวจกรูกันเข้ามา พวกคนร้ายหันไปยิงใส่ตำรวจแทนที่ เกิดการยิงต่อสู้กันเสียงดังสนั่นหวั่นไหว คนร้ายเห็นท่าไม่ดี พากันหนีขึ้นรถตู้ขับออกไปอย่างรวดเร็ว ชัชชัยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมพวกนั้นถึงยิงใส่ แต่พอเห็นทิเบตโผล่ออกจากที่ซ่อนก็ถึงบางอ้อทันที…

ณ ห้องสอบสวนบนโรงพัก ระหว่างที่ทิเบตกำลังให้ปากคำชัชชัยว่าคนที่จะบงการให้ทำเรื่องเลวร้ายกับเขาน่าจะมีเพียงกานนคนเดียวเท่านั้น ร้อยเวรเข้ามารายงานว่าจับคนร้ายที่จะลักพาตัวทิเบตได้หนึ่งคน

 

กานนแค้นใจมากที่คนของตนทำงานพลาด แถมหนึ่งในพวกนั้นถูกตำรวจจับตัวไว้ได้ เขาพุ่งไปบีบคอหัวหน้าคนร้ายหวังจะฆ่าให้ตายคามือ ปุราณรีบเข้ามาดึงกานนออก สองคนร้ายเห็นท่าไม่ดีพากันวิ่งหนี กานนโวยใส่ปุราณว่ามาห้ามทำไม น่าจะปล่อยให้เขาฆ่าพวกมัน

“ถ้ามันตายก็ติดคุก คุณต้องการอย่างนั้นใช่ไหม เราต้องใจเย็นกันก่อน ไอ้คนที่ถูกจับได้ไม่รู้จักพวกเรา”…

เป็นอย่างที่ปุราณว่าไว้ ชัชชัยพยายามเค้นสอบคนร้ายที่ถูกจับ แต่เขาไม่รู้อะไรสักอย่าง แค่ทำตามลูกพี่สั่งเท่านั้น ชัชชัยไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำรอยอีก จะส่งตำรวจไปคอยดูแลที่บ้านทิเบตให้ เจ้าตัวปฏิเสธว่าไม่ต้อง

“ผมจัดการเองได้ ผมมีวิธีของผม ขอบคุณสารวัตรมาก ส่วนเรื่องคุณกานนบางทีผมอาจจะเข้าใจผิด”…

รัญจวนรู้เรื่องที่ทิเบตถูกลอบทำร้ายจากคุกกี้ คิดไปเองว่าเป็นฝีมือไพโรจน์ วานให้ยงช่วยหาที่อยู่ของเขาจากอินเตอร์เน็ตให้…

ขณะเกิดเรื่องวุ่นๆกับทิเบต บุษย์เสร็จธุระเร็วจึงมารับน้องเสือที่โรงเรียนเร็วกว่าปกติ ปรากฏว่ามีคนมารับตัดหน้าไปแล้ว คุณครูยังบอกด้วยว่าท่าทางน้องเสือจะรู้จักสนิทสนมกับเธอคนนั้นเป็นอย่างดี

คนที่มารับน้องเสือไปเที่ยวเล่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคลเมขลานั่นเอง เด็กน้อยสนุกกับเครื่องเล่นจนลืมเวลา เธอต้องเตือนให้กลับได้แล้ว คุณแม่มารับไม่เจอเขาจะเป็นเรื่องเปล่าๆ…

บุษย์ร้อนใจมากที่น้องเสือหายไป รีบโทร.หาชัชชัย แต่เขายังไม่ทันรับสาย น้องเสือวิ่งมากอดเธอเสียก่อน บุษย์ซักเป็นการใหญ่ว่าหายไปไหนมา เธอเป็นห่วงแทบแย่

“ไปกับพี่นางฟ้ามาครับ อุ่ย…ลืมไปว่าพี่นางฟ้าไม่ให้บอกใคร”

“พี่นางฟ้า?” บุษย์มองเลยไปด้านหลังน้องเสือแต่ไม่เห็นใครสักคน “ไหนครับพี่นางฟ้า แม่ไม่เห็นใครเลย”

น้องเสือว่าพี่นางฟ้าคงจะกลับสวรรค์ไปแล้ว บุษย์กวาดตามองไปรอบๆด้วยความประหลาดใจ…

หลังจากได้ที่อยู่ผับของไพโรจน์ รัญจวนตรงไปขอพบเขาที่นั่นทันที วันชัยจำได้ว่าเธอเป็นแม่ของทิเบต รีบโทร.ถามเจ้านายว่าจะให้จัดการอย่างไร ไพโรจน์สั่งให้เขาอยู่เฉยๆ ตนจะจัดการเรื่องนี้เอง

ทิเบตรู้จากยงว่าแม่ไปหาไพโรจน์ที่ผับ รีบมาตามตัวท่านกลับ ยังไม่ทันจะขยับไปไหน ไพโรจน์มาถึงเสียก่อน รัญจวนไม่อยากให้ลูกรู้ว่าเขาเกี่ยวดองอะไรด้วย รีบดึงมือลูกกลับ ทิเบตรู้สึกทะแม่งๆขืนตัวไว้

“แม่รอผมเดี๋ยว” พูดจบชายหนุ่มเดินไปหยุดตรงหน้าไพโรจน์ “ผมไม่รู้ว่าคุณกับแม่ของผมมีปัญหาอะไรกัน แต่อย่าคิดทำร้ายครอบครัวของผม ไม่อย่างนั้นผมจะทำให้คุณไม่เหลืออะไรสักอย่าง” ทิเบตขู่เสร็จจูงมือรัญจวนออกไป ไพโรจน์ได้แต่มองตาม วันชัยไม่พอใจแทนเจ้านายจะตามไปสั่งสอนไอ้คนไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่

“ไม่ต้อง ตอนนี้ฉันมั่นใจแล้วว่าทิเบตเป็นลูกชาย ของฉันจริงๆ ส่วนเรื่องที่ฉันให้แกสืบประวัติทิเบต แกก็สืบต่อไปเพราะฉันอยากรู้ว่าเป็นไงมาไงทิเบตถึงกลายเป็นลูกของคุณซาซูเกะ”…

รัญจวนทนเก็บความลับต่อไปไม่ไหว ตัดสินใจบอกทิเบตว่าไพโรจน์คือพ่อแท้ๆของเขา เธอรู้เรื่องที่ทิเบตถูกทำร้ายที่โรงแรม คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของไพโรจน์เพราะวันก่อนเขามาถามหาทิเบตถึงที่บ้าน

“เขาอยากเจอลูกมาก แม่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงอยากเจอลูกมากขนาดนั้น แม่กลัว…กลัวเขาจะมาเอาลูกไปจากแม่ กลัวเขาจะทำร้ายลูก กลัวสารพัด” รัญจวนพูดไปร้องไห้ไป ทิเบตดึงท่านมากอดไว้ ปลอบว่าไม่ต้องห่วงไม่มีใครทำอะไรเขาได้ เขาสัญญาจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด รัญจวนพยักหน้ารับรู้ แต่ก็อดเป็นกังวลไม่ได้

 

วันนี้อาการป่วยของคุณหญิงศรีเมืองกลับทรุดลงอย่างน่าเป็นห่วง ชัชชัยมาเยี่ยมพอดี ถึงได้รู้จากคลเมขลาว่าที่ท่านเป็นแบบนี้เพราะกลุ้มใจเรื่องโรงแรมศักการะถูกทิเบตเทกโอเวอร์ไปเป็นของตัวเอง

“ปุราณทำให้โรงแรมเป็นหนี้ เราไม่มีปัญญาชดใช้ คุณทิเบตจึงเข้ามาซื้อหุ้นทั้งหมดไป”

“แล้วปุราณทำแบบนี้ทำไม”

“ฉันไม่รู้ ฉันไม่สนอีกแล้ว เพราะฉันกับเขาไม่มีทางกลับมาอยู่ด้วยกันได้อีก”

ชัชชัยตกใจนี่เท่ากับคลเมขลาหย่าขาดจากปุราณแล้ว เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่เล่าให้ฟังกันบ้าง เธอเห็นเขายุ่งๆกับคดีก็เลยไม่อยากเอาปัญหาไปทำให้รกสมองกว่าเดิม และที่สำคัญเธอทำใจกับเรื่องนี้ได้แล้วแม้จะไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ตาม แล้วถามเขาว่าคดีฆาตกรรมไปถึงไหนแล้ว เขาประมวลจากหลักฐานที่ได้ คนร้ายไม่น่าจะใช่ลูกค้าที่มาใช้บริการ น่าจะเป็นพนักงานด้วยกันหรือไม่ก็พวกผู้บริหาร คลเมขลาถึงกับชะงัก

“ฉันคงต้องเรียกมาสอบปากคำกันทุกคน”…

ข่าวโรงแรมศักการะถูกเพ่งเล็งเนื่องจากมีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นกับพนักงานสองรายซ้อนทำให้ซาซูเกะไม่พอใจมากที่ทิเบตซื้อหุ้นได้ไม่ทันไร โรงแรมทำท่าจะเจ๊ง เขาจึงเห็นควรให้ขายโรงแรมนี้ทิ้งแบบไม่ต้องเอากำไร แค่เท่าทุนก็พอ ทิเบตทักท้วงว่าขายไม่ได้ นั่นเป็นโรงแรมที่คุณย่าของคลเมขลารักมาก ซาซูเกะจะไม่ยอมให้เขาเอาเงินของตนไปถลุงเล่น ตนจะให้เวลาเขาหนึ่งอาทิตย์ จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย

“แล้วกลับญี่ปุ่นกับฉัน เพราะตอนนี้ศักการะกำลังจะไม่เหลืออะไรอีกแล้ว”…

โทรุไม่พอใจมากที่ทิเบตคิดจะขัดคำสั่งของซาซูเกะ ไม่ยอมกลับญี่ปุ่นและไม่ยอมวางมือจากโรงแรมศักการะ ทั้งที่ตั้งใจตั้งแต่แรกว่าจะทำลายตระกูลนี้ให้สิ้นซาก หรือที่เขาทำไม่ลงเพราะหลงรักคลเมขลา

“นายพูดถูก ผู้หญิงคนนี้ไม่เคยหายไปจากความทรงจำของฉัน และฉันจะช่วยเธอตามหาตัวฆาตกร”…

กานนต้องการแก้แค้นที่ถูกลลิสาเขี่ยทิ้ง ดักฉุดเธอตอนปลอดคนไปยังบันไดหนีไฟของโรงแรมศักการะแล้วเอามีดกรีดหน้า เธอจะร้องขอความช่วยเหลือแต่เขาเอามืออุดปากไว้

ไม่นานนัก ลลิสากลับมาที่โต๊ะทำงานตัวเองโดยมีปลาสเตอร์ยาปิดที่แก้มข้างหนึ่ง ทิเบตเห็นเข้าก็ร้องทักว่าไปโดนอะไรมา เธอไม่กล้าบอกว่าเป็นฝีมือของกานน ได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร แล้วก้มหน้าทำงานต่อไป เขาจับหน้าเธอเงยขึ้น ค่อยๆดึงปลาสเตอร์ออก ตกใจที่เห็นรอยถูกของมีคมกรีด ลลิสาอายมากรีบเอามือปิด

“ไปโรงพยาบาลกับผม” ทิเบตจูงมือเธอออกไป ทันทีครู่ต่อมา หมอจัดการเย็บแผลให้ลลิสาเรียบร้อย ปลอบเธอว่าแผลแค่นี้ทำศัลยกรรมได้ รับรองไม่มีแผลเป็น เธอจะกลับมาสวยเหมือนเดิม ทิเบตขอบคุณหมอมาก แล้วอาสาจะไปส่งลลิสาที่บ้าน เธออดถามไม่ได้ว่าเขาไม่อยากรู้หรือว่าใครทำร้ายเธอ ทิเบตเดาได้ไม่ยากว่าเป็นฝีมือใคร

นอกจากจะใจดีพาไปหาหมอ ทิเบตยังจะให้ช่างมาทำกุญแจห้องพักให้ลลิสาใหม่วันพรุ่งนี้ เธอซาบซึ้งใจมาก หากมีอะไรให้เธอรับใช้เพื่อเป็นการตอบแทน เธอยินดีทำให้ทุกอย่าง

“ผมอยากรู้ว่าตั้งแต่คุณคบกับคุณกานน เขาทำอะไรคุณบ้าง ช่วยเล่าให้ผมฟังที ผมกำลังสงสัยว่าเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นที่โรงแรมศักการะ อาจจะเป็นฝีมือของเขา”…

ระหว่างทิเบตเดินมาขึ้นรถที่จอดไว้หน้าคอนโดฯที่พักของลลิสา นิลปัทม์โทร.มาทำเสียงอ้อแอ้ขอให้เขาช่วยพากลับบ้านเนื่องจากเธอเมามาก ครั้นทิเบตมาถึงห้องสวีตของโรงแรมศักการะ กลับพบนิลปัทม์สวมชุดนอนเซ็กซี่ไม่มีอาการเมาแม้แต่น้อย เธอหวังจะเผด็จศึกเขาให้ได้ ทิเบตคิดหาทางเอาตัวรอด นึกถึงยาบ้าในกระเป๋าขึ้นมาได้ เอาให้เธอเสพ ไม่กี่อึดใจยาก็ออกฤทธิ์ นิลปัทม์เมายาหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในห้องนั้นตามลำพัง…

คลเมขลาไม่ได้เข้าที่ทำงานมานานหลายวันแล้ว คืนนี้จึงแวะมาดูความเคลื่อนไหว เห็นพวกพนักงานนั่งเซ็ง เพราะไม่มีแขกเข้าพักก็รู้สึกแย่มาก จังหวะนั้น ทิเบตเดินออกมาจากโรงแรมพอดี ต่างฝ่ายต่างชะงัก เขาดีใจที่เห็นเธอ แต่เธอกลับหันหลังเดินหนี เขาวิ่งไปขวางหน้าไว้ขอคุยธุระด้วย เธอไม่อยากคุย ไม่อยากเจอและไม่อยากอยู่ในที่ที่ต้องใช้ลมหายใจเดียวกันกับเขา ทิเบตเสียใจที่ทุกอย่างลงเอยแบบนี้ เธอไม่เชื่อว่าเขารู้สึกอย่างที่พูด ตอนนี้ศักการะกำลังย่ำแย่อย่างที่เขาต้องการ ดังนั้นไม่ต้องมาเสแสร้งแสดงความเห็นอกเห็นใจ

“คุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ แต่ผมจะช่วยคุณ”

หญิงสาวไม่สนใจเดินหนี ทิเบตได้แต่มองตามรู้สึกผิดต่อเธอ

 

หลังจากเรียกผู้บริหารของโรงแรมศักการะทุกคนมาให้ปากคำ ก็ถึงคิวของกานนบ้าง ชัชชัยโทร.ไปเชิญให้มาที่โรงพักแต่เขายังไม่ตื่น นิลสีจึงเป็นคนรับเรื่องไว้ จากนั้นเธอตรงไปปลุกลูกชายเพื่อสอบถามว่าเขาเกี่ยวข้องกับการตายของพนักงานสองคนนั่นหรือเปล่า ทีแรกเขาปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้ทำ

“อย่าโกหกแม่ ถ้าลูกไม่พูดความจริงแม่จะช่วยลูกไม่ได้ กานน…สารภาพกับแม่มา”

ถูกเค้นหนักเข้า ในที่สุดกานนก็ยอมสารภาพว่าเป็นคนฆ่าพวกนั้นเองเนื่องจากถูกขัดใจ ขอร้องให้แม่ช่วย อย่าให้เขาต้องติดคุก นิลสีแนะให้เขาไปหาหมอ กานนโวยวายลั่นว่าตัวเองไม่ได้ป่วย หรือที่แม่พูดแบบนี้เพราะไม่อยากจะช่วย เธอปฏิเสธว่าเปล่า แต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร กานนโมโหคว้าข้าวของใกล้มือปาทิ้ง นิลปัทม์ได้ยินโครมครามดังมาจากห้องพี่ชายรีบวิ่งมาดู พอเห็นสภาพของห้องก็ตกใจ

“ว้าย…เกิดอะไรขึ้น พี่นนเป็นบ้าอะไรหา”

ได้ยินคำว่า “บ้า” เท่านั้น อาการจิตผิดปกติของกานนก็กำเริบ ตรงเข้าบีบคอน้องสาวตัวเองพร้อมกับดันติดผนังห้อง นิลปัทม์หายใจไม่ออก พยายามดิ้นหนีแต่ไม่สำเร็จ นิลสีต้องเข้ามาช่วยดึงแขน แต่เขาสะบัดกระเด็นลงไปกองกับพื้น เธอเห็นท่าไม่ดีตะโกนลั่น

“ปล่อยน้อง แล้วแม่จะช่วยนน”

กานนได้สติปล่อยมือจากนิลปัทม์ที่ทรุดลงแปะกับพื้น นิลสีกลัวลูกชายสติแตกขึ้นมาอีกรีบดึงนิลปัทม์ออกจากห้อง เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง นิลปัทม์แนะให้แม่พาพี่นนไปหาหมอโรคจิต นิลสีกลับโทษว่าเป็นความผิดของเธอที่ไปว่าเขาว่าบ้า เขาถึงอาละวาดแบบนั้น เธอขี้เกียจเถียงกับแม่เพราะรู้ว่าท่านเข้าข้างพี่ชาย

“ว่าแต่…ตอนที่แม่บอกว่าแม่จะช่วยพี่นน ถ้าพี่นนปล่อยปัทม์ แม่จะช่วยเขาเรื่องอะไร”

“แกไม่ต้องยุ่ง แล้วก็ไม่ต้องไปเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เข้าใจไหม”…

โทรุฟ้องซาซูเกะว่าทิเบตไม่ยอมทำตามคำสั่งเรื่องโรงแรมศักการะ เพราะมีใจให้คลเมขลา นั่นเท่ากับ ซาซูเกะจะสูญเงินโดยเปล่าประโยชน์ หัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ขาวอยากรู้ โทรุคิดว่าเขาควรจะทำอย่างไร โทรุยุให้เขายึดทุกอย่างที่เป็นของศักการะรวมทั้งบ้านหลังนั้นด้วย เขาหลงเชื่อคำยุยง สั่งให้โทรุไปจัดการ

ครู่ต่อมา โทรุบุกเข้าไปในบ้านศักการะพร้อมกับประกาศว่าบ้านหลังนี้เป็นของเจ้านายของเขาแล้ว สั่งให้สมุนขนข้าวของมีค่าออกไป เตยหอมกับป้าพิศพยายามห้ามปรามแต่พวกนั้นไม่สนใจ นิลสีกับนิลปัทม์เข้ามาเห็นก็โวยวายว่ามันเรื่องอะไรกัน โทรุแจ้งว่าทิเบตสั่งให้ยึดบ้านหลังนี้ของพวกเธอแล้ว

“คุณทิเบตไม่มีทางทำแบบนี้ เมื่อคืนปัทม์อยู่กับเขา ไม่เห็นเขาพูดอะไรเลย” นิลปัทม์เสียงเข้ม

“แล้วทำไมเขาต้องพูดอะไรให้คุณฟังด้วยล่ะครับ ผมว่าทางที่ดีพวกคุณเตรียมขนข้าวของย้ายออกไปจากบ้านหลังนี้จะดีกว่า ผมให้เวลาสามวัน ถ้าใครไม่ทำตาม จะได้กระสุนเป็นของรางวัล” ไม่พูดเปล่า โทรุชักปืนออกมาขู่ ทั้งนิลสี นิลปัทม์รวมทั้งป้าพิศและเตยหอม ต่างกอดกันกลมด้วยความหวาดกลัว

“เราต้องโทร.บอกคุณหนูนะคะ” เตยหอมแนะ

 

ขณะที่ศรีวิศาลกับคลเมขลาพาคุณหญิงศรีเมืองนั่งรถเข็นมาที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล ป้าพิศโทร.มาแจ้งข่าวร้าย คลเมขลาฝากบอกทุกคนอย่าเพิ่งตกใจเธอจะจัดการเรื่องนี้เอง ศรีวิศาลมองลูกสาวอย่างสงสัย

“มีอะไรหรือลูก”

“ทิเบตส่งคนมายึดบ้านเราค่ะ” คลเมขลาพูดไม่ทันขาดคำ คุณหญิงศรีเมืองเครียดจัดเกิดชักกระตุกขึ้นมา สองพ่อลูกตกใจมาก ศรีวิศาลรีบวิ่งไปตามหมอขณะที่คลเมขลากอดท่านเอาไว้…

สถานการณ์ของโรงแรมศักการะย่ำแย่อย่างต่อเนื่องตั้งแต่มีข่าวฆาตกรรม แขกไม่กล้ามาใช้บริการ ทำให้พวกพนักงานพากันไม่มั่นใจในความอยู่รอดของโรงแรม จึงส่งคงชายมาเป็นตัวแทนถามทิเบตว่าจะทำอย่างไรต่อไป เขาเองก็ตอบไม่ได้ว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเมื่อไหร่ แต่เขาให้สัญญาว่าจะไม่ทิ้งทุกคน

“ขอให้นายไปบอกพวกพนักงานให้ทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ทุกคนจะยังได้เงินเดือนตามเดิม”

คงชายพยักหน้ารับรู้ ยังไม่ทันจะออกจากห้องทำงานของทิเบต คลเมขลาเปิดประตูผลัวะ ตรงไปตบหน้าทิเบตฉาดใหญ่ คงชายรีบหลบออกมาแทบไม่ทัน ทิเบตงุนงงมาตบเขาเรื่องอะไร เธอเล่าเรื่องที่โทรุบุกไปยึดข้าวของในบ้านศักการะ แล้วบอกให้คนในบ้านย้ายออกไปภายในสามวัน เพราะบ้านนี้เป็นของทิเบตแล้ว เธอนึกไม่ถึงว่าเขาจะชั่วได้ขนาดนี้ เขาพยายามอธิบายว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยแต่เธอไม่สนใจฟัง…

จากนั้นไม่นาน ทิเบตโทร.ตามโทรุมาพบ กระชากคอเสื้อถามว่าทำไมถึงทำนอกเหนือคำสั่ง เขาแกะมือทิเบตออก อ้างว่าซาซูเกะอนุญาตให้เขาทำ ในเมื่อทิเบตไม่ยอมทำเอง ทิเบตโกรธมาก นี่เป็นเรื่องของตนกับตระกูลศักการะไม่เกี่ยวกับเขาสักหน่อย เขาไม่เกี่ยวไม่ได้ในเมื่อทิเบตดึงซาซูเกะกับแก๊งพยัคฆ์ขาวไปเกี่ยวข้องด้วยย่อมไม่ใช่เรื่องของทิเบตกับศักการะอีกต่อไป และอะไรที่ทำให้แก๊งของเราเสียเปรียบ เขาต้องปกป้อง

“ฉันก็กำลังทำอยู่”

“สิ่งที่นายทำก็เพื่อผู้หญิงคนนั้น นายปกป้องเธอ ผู้หญิงคนนั้นทำให้นายอ่อนแอและเมื่อนายอ่อนแอ นายก็ไม่สมควรเป็นรองหัวหน้าแก๊งอีกต่อไป” พูดจบโทรุเดินจากไป…

ในเวลาไล่เลี่ยกัน แม้กานนจะอ้างว่าตลอดเวลาที่เกิดเหตุฆาตกรรมทั้งสองราย เขาอยู่กับนิลสี แต่ชัชชัยพบพิรุธหลายอย่างระหว่างที่เขาให้ปากคำ จึงจัดเขาไว้เป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง แต่เนื่องจากไม่มีหลักฐานมัดตัว ชัชชัยจำต้องปล่อยกานนไป เขาเดินออกจากโรงพักอย่างสบายใจ โดยไม่รู้ว่าคนของทิเบตคอยสะกดรอยตามเขาเหมือนเงาตามตัว…

ทันทีที่กานนกลับถึงบ้านศักการะ นิลสีรีบดึงตัวไปคุยกันที่สนามหญ้าหน้าบ้าน นิลปัทม์อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมแม่กับพี่ชายต้องทำลับๆล่อๆด้วย นิลสีโล่งใจไปเปลาะหนึ่งเมื่อรู้ว่าตำรวจไม่ติดใจสงสัยอะไรในตัวลูกชาย

“แต่ถ้าจะให้ชัวร์ งานนี้เราต้องหาแพะ” นิลสีสีหน้าครุ่นคิดหนัก…

บ่ายวันเดียวกัน นิลปัทม์นัดเพื่อนไฮโซมาดื่มกาแฟกัน แต่เพื่อนพูดจาไม่เข้ารูหู เธอเลยลุกหนีออกมาก่อน บังเอิญเดินชนกับปุราณที่หน้าร้าน เขาชวนเธอไปหาอะไรกินกันจะได้กินไปคุยกันไปด้วย นิลปัทม์บ่นให้ฟังว่าตอนนี้บ้านศักการะมีปัญหา พวกเรากำลังจะไม่มีบ้านอยู่ สมบัติที่มีก็จะไม่เหลืออีกแล้วแม้แต่โรงแรม

“เพราะอะไร”

“คุณทิเบตสั่งให้พวกเราออกจากบ้านภายในสามวัน” คำพูดของนิลปัทม์ทำเอาปุราณถึงกับอึ้ง…

ทางด้านคุณหญิงศรีเมืองอาการทรุดหนักลงอีก หมอแจ้งกับญาติว่าการช็อกครั้งนี้อาจทำให้ไม่ฟื้นขึ้นมาอีก คลเมขลาถึงกับปล่อยโฮ ศรีวิศาลต้องเข้ามากอดปลอบใจ หลังจากร้องไห้จนสาแก่ใจ คลเมขลาออกมาเดินครุ่นคิดอยู่นอกห้องพักฟื้นของคุณย่า ปุราณปรี่เข้ามาบอกว่าเพิ่งรู้เรื่องบ้านจากนิลปัทม์ เป็นห่วงเธอมากก็เลยมาหา แนะให้เธอยกบ้านให้ทิเบตไปจะได้ไม่ต้องดิ้นรนอะไรอีก แล้วกลับมาอยู่กับเขาซึ่งยังรักเธอเสมอ

“แต่ฉันไม่ได้รักคุณแล้ว และฉันก็จะไม่มีวันยอมให้ใครเอาบ้านศักการะไปเด็ดขาด ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตฉันก็ยอม คุณกลับไปเถอะ”

ปุราณขอโอกาสจากเธออีกครั้ง คลเมขลายืนยันหนักแน่นว่าไม่ได้และไม่มีวันเป็นไปได้

การปฏิเสธของเธอครั้งนี้ทำให้เขาเจ็บช้ำใจมาก แวะเข้าผับดื่มเหล้าเพื่อดับอารมณ์ บังเอิญเจอนิลปัทม์มาท่องราตรีเพียงลำพัง ด้วยความเมามาย ทั้งคู่จบค่ำคืนแสนเร่าร้อนด้วยกันในโรงแรม แม้นิลปัทม์จะคบหาผู้ชายมากหน้าหลายตา แต่การที่มีอะไรกับผัวของญาติผู้พี่ทำให้เธอกระอักกระอ่วนไม่น้อย

 

บุษย์จับได้ว่าคลเมขลามาหาน้องเสือที่โรงเรียน ด้วยความกลัวว่าจะไม่ได้เจอแกอีก เธอจึงบอกบุษย์ว่าเธอรู้ว่าน้องเสือเป็นลูกของพี่นน ชัชชัยเล่าความจริงให้เธอฟังแล้ว และเธออยากรับผิดชอบในตัวหลานคนนี้

“ไม่ต้อง ฉันไม่อยากให้พวกคุณมาเกี่ยวข้องกับเราอีก อย่ามาหาน้องเสือ ถ้าฉันเห็นคุณมาอีกครั้งฉันจะ แจ้งความขอให้ตำรวจมาคุ้มครอง ฉันทำได้ทุกอย่างเพื่อปกป้องลูกของฉันจากพวกศักการะ” บุษย์เสียงกร้าวก่อนจะผละจากไป คลเมขลาได้แต่มองตามหนักใจ…

เนื่องจากชัชชัยไม่รักษาสัญญานำเรื่องที่น้องเสือเป็นลูกของกานนไปบอกคลเมขลา ทำให้บุษย์โกรธมากถึงขนาดขอเลิกกับเขาทั้งที่รักสุดหัวใจ ห้ามเขามาหาเธอกับน้องเสืออีก ชัชชัยขอร้องอย่าทำแบบนี้แต่เธอนิ่งเฉย

“นี่คุณจะเลิกกับผมจริงหรือ”

หญิงสาวเดินจากไปทั้งน้ำตาโดยไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ชัชชัยเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น

จากนั้นไม่นาน บุษย์กลับถึงบ้านด้วยอาการสติแตก บอกรัญจวนว่าเราต้องย้ายไปจากที่นี่ คลเมขลารู้แล้วว่าน้องเสือเป็นลูกของกานน อีกไม่นานเขาจะต้องรู้และจะต้องมาเอาน้องเสือไป เธอยอมไม่ได้ แล้วเร่งให้แม่ไปเก็บข้าวของ รัญจวนต้องปลอบให้ใจเย็นก่อน เธอรู้แล้วหรือว่าจะหนีไปที่ไหน

“บุษย์ไม่รู้ บุษย์กลัวแม่ บุษย์กลัว” บุษย์พูดไปร้องไห้ไปด้วย รัญจวนต้องดึงลูกมากอดครุ่นคิดหนักจะทำอย่างไรดี เธอใจไม่ดีที่เห็นลูกเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญจะให้พาหนี ตัดสินใจเอายานอนหลับให้กิน บุษย์ถึงสงบลงได้ แล้วรีบโทร.แจ้งเรื่องนี้ให้ทิเบตรู้…

ชัชชัยโมโหมาก ต่อว่าคลเมขลาที่ดันไปบอกบุษย์ว่าเขาเป็นคนปูดเรื่องกานนเป็นพ่อของน้องเสือจนทำให้เธอขอเลิกกับเขาทั้งที่คลเมขลารับปากแล้วว่าจะไม่พูด คลเมขลาแก้ตัวถึงตนจะไม่พูด บุษย์ก็เดาได้อยู่ดี แล้วขอโทษเขาด้วยไม่นึกว่าเรื่องราวจะเลยเถิดขนาดนี้ เขาไม่ต้องการคำขอโทษ เพราะคราวนี้เขาโกรธเธอมาก

“แกจะไม่ให้อภัยฉันเหรอ”

“ฉันยังไม่อยากพูดกับแกตอนนี้” พูดจบชัชชัยผละจากไป…

ทางฝ่ายบุษย์จิตตกอย่างหนักจนเก็บเอาไปฝันร้ายว่ากานนตามมาแย่งตัวน้องเสือถึงบ้าน เธอคว้าแขน เขาไว้ ขอร้องอย่าเอาลูกของเธอไป กานนไม่สนใจผลักเธอกระเด็นกระแทกผนังบ้าน แล้วอุ้มน้องเสือออกไป บุษย์ตะโกนเรียก “น้องเสือๆ” ลั่น เด็กน้อยเห็นแม่นอนละเมอดิ้นไปมา จับแขนเขย่าให้รู้สึกตัว

บุษย์สะดุ้งสุดตัวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ถึงได้รู้ว่าเป็นแค่ฝันร้าย ดึงน้องเสือมากอดไว้แน่น เด็กน้อยต้องบอกให้เธอปล่อยเพราะหายใจไม่ออก บุษย์รีบคลายอ้อมกอด แล้วถามว่ากี่โมงแล้ว

“หกโมงเย็นแล้วครับ คุณยายให้น้องเสือมาปลุกคุณแม่ลงไปกินข้าวครับ”

ครู่ต่อมา บุษย์เดินจูงมือน้องเสือมาที่ห้องอาหาร ต้องชะงักเมื่อเห็นชัชชัยกำลังช่วยรัญจวนตั้งสำรับอยู่ เธอยังเคืองเขาไม่หาย บอกแม่ว่าไม่หิว แล้วชวนน้องเสือไปเล่นที่สนามหน้าบ้าน รัญจวนหันไปปลอบชัชชัยว่าอย่าเพิ่งถอดใจ น้องเสือเป็นเหมือนชีวิตของบุษย์คงต้องให้เวลาเธอบ้าง เขารอไม่ไหวอยากปรับความเข้าใจกับเธอตอนนี้เลยจึงตามออกมา บุษย์กำลังเตะบอลอยู่กับน้องเสือหันไปเห็นเขาก็รีบเมินหน้าหนี

“บุษย์อย่าทำเหมือนผมไม่มีตัวตนจะได้ไหม คุณจะต่อว่าจะทุบตีผมก็ได้”

“ทำแบบนั้นไปแล้วมันกลับไปแก้ไขอดีตได้หรือเปล่า ถ้าไม่ได้บุษย์จะทำไปทำไม” บุษย์ว่าแล้วแกล้งเตะลูกบอลไปไกลแล้วขยับจะตามน้องเสือที่วิ่งไล่เก็บลูกบอลไปก่อนหน้า แต่ชัชชัยจับแขนเธอไว้

“อย่าทำแบบนี้เลย ผมทนไม่ได้ถ้าเราต้องเลิกกัน ผมรักคุณมากเสียจนชีวิตนี้ผมขาดคุณไม่ได้จริงๆ”

ทั้งคู่มัวแต่คุยกันไม่ทันเห็นน้องเสือวิ่งตามลูกบอลที่กลิ้งออกไปนอกประตูรั้ว เด็กน้อยไม่ทันสังเกตว่ามีรถแล่นมาด้วยความเร็ว เสียงบีบแตรรถตามมาด้วยเสียงโครม ทำให้บุษย์กับชัชชัยชะงัก รีบวิ่งไปยังต้นเสียง ต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเห็นน้องเสือนอนหายใจรวยรินอยู่ที่ถนนหน้าบ้านมีเลือดไหลออกมาทางจมูก บุษย์วิ่งมาประคองลูกไว้ร้องไห้โฮ ขณะที่ชัชชัยรีบโทร.ตามรถพยาบาล   –   อ่านต่อ คนละโลกตอนที่ 10

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐออนไลน์

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคนละโลก, ละครออนไลน์, ละครคนละโลก, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คนละโลก, อ่านคนละโลกออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คนละโลก, คนละโลกออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคนละโลกทุกตอน

 

คนละโลก
- 2015-11-19 2:16:17 โพสต์โดย : LaKorn 1,101 ดูละครย้อนหลัง