อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 9

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 9

คู่ปรับฉบับหัวใจ
คู่ปรับฉบับหัวใจ

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ ตอนที่ 9

วันนี้รุจิรามาหามยุราที่บ้าน เล่าเรื่องนาราหนีออกจากบ้าน จนป่านนี้ยังไม่ทราบเลยว่าหายไปอยู่ที่ไหน ถามว่าไม่รู้ว่ามาวินพอจะรู้หรือเปล่า นึกว่าจะได้เจอมาวินก็กลับไม่อยู่บ้านเสียอีก

มยุราถามนงนุชว่ามาวินรับสายหรือยัง นงนุชบอกว่ายังไม่รับและตอนนี้ก็ปิดเครื่องไปแล้วด้วย

“ไม่เป็นไรนะคะ ถ้ามาวินกลับมาดิฉันจะถามให้” มยุราเอ่ย

“นาราต้องเสียนิสัยเพราะไปคบกับคนขับตุ๊กๆ แน่ เพื่อนที่มหาวิทยาลัยค่ะ คงจะมาจีบนาราเพราะรู้ว่านาราคือทายาทของบุญนเรศ คงหวังจะสบายตลอดชาติ แล้วนี่ก็คงจะเป็นคนมายุแยงให้นาราหนีออกจากบ้านด้วย” รุจิราบ่น

“คนพวกนี้อีกแล้ว… มาวินก็เจอเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเป็นลูกแม่ค้าขายผักล่อลวงหลอกให้เสียคนเหมือนกันเลยค่ะ ถึงขั้นทำทุกอย่างเพื่อต่อต้านแม่แท้ๆ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มาวินเป็นเด็กดีมาตลอด”

“เราจะปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้นะคะคุณมยุรา ดิฉันกลัวว่าเด็กสองคนจะเตลิดไปกันใหญ่ แล้วเราจะคุมไม่อยู่”

“เราต้องจัดการค่ะ” มยุราหน้าเครียดเสียงเข้ม

“คุณจะทำยังไงคะ ดิฉันไม่อยากจะเล่นบทโหดกับลูกสาว ดิฉันไม่อยากเป็นแม่ตัวร้ายในสายตาลูก”

“ไม่ค่ะ เราจะไม่ร้าย เราจะสวยๆ ซอฟต์ๆ เป็นแม่พระใจดี เพราะคนที่จะต้องดูร้ายกาจคือลูกแม่ค้ากับเด็กขับตุ๊กๆสองคนนั้นค่ะ” มยุราพูดด้วยถ้อยคำอ่อนหวาน อ่อนโยน แต่แววตานั้น…ไม่ใช่!

 

อินทรตื่นขึ้นมาเห็นรตีนอนฟุบหน้าอยู่ที่โซฟา เขาคว้าหมอนปาใส่จนรตีสะดุ้งตื่น ซ้ำตวาดถาม

“มานั่งหลับอะไรตรงนี้”

รตีย้อนถามว่าใครสั่งให้ตนอยู่ล่ะ? อินทรหัวเราะว่าใครสั่ง? ตลกล่ะ รตีเลยเลียนเสียงและคำพูดของเขาเมื่อคืนให้ฟังว่า เมื่อคืนใครล่ะที่ร้องไห้อย่างกับเด็กสองขวบ ขอร้องให้ตนช่วยอยู่อย่าทิ้งไป อย่าไปไหน อินทรโต้ว่าเป็นไปไม่ได้ อย่ามาแต่งเรื่องดีกว่า

“คิดดูดีๆ ใครพูดว่าคิดถึงแม่ อย่าไปเลยนะ” แล้วรตีก็เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้ฟัง เล่าว่าเขาจับมือตนไว้อ้อนวอน “แม่…อย่าไป อย่าทิ้งผมไป ผมไม่มีใครแล้ว ไม่มีใครรักผมเลย ผมคิดถึงแม่ อย่าไปเลยนะ อย่าไป…อย่าไป…”

เล่าแล้วถามว่า นายถูกแม่ทิ้งเหรอ มิน่าถึงทำตัวเกเรเรียกร้องความสนใจ ที่แท้ก็เด็กมีปัญหาถูกแม่ทิ้ง ทำไมล่ะ แม่นายทิ้งไปเพราะอะไร ทนพ่อนายไม่ได้หรือทนนายไม่ได้กันแน่” ถูกอินทรตวาดว่าไม่ต้องมายุ่ง “นายคงอยากเจอหน้าแม่มากเลยสิใช่ไหม ประกาศตามหาแม่ลงอินเตอร์เน็ตสิ หรือไม่ก็ไปออกรายการทีวี ดีไหม”

อินทรตวาดว่าแม่ตนไม่ใช่เรื่องตลก หุบปาก! รตีถามว่าทำไมต้องหุบ อินทรกระโจนเข้าจูบปากรตีทันที เธอเอามือกันปากอินทรไว้ได้ มือกันค้างไว้อย่างนั้น หน้ากับหน้ามีเพียงฝ่ามือกั้น ต่างมองตากัน รตีถามว่าจะทำบ้าอะไร จู่ๆอินทรก็ขอจูบที รตีทำท่ารังเกียจ เขาถามว่ารังเกียจที่เป็นจูบฟรีหรือ รตีบอกว่า ตนไม่ใส่ใจกับเด็กแว้นมีปมด้อยแม่ไม่รักอย่างเขาหรอก

อินทรถือเงินเป็นใหญ่ถามว่าจะเอาเท่าไหร่ กระเป๋าหลุยส์ของแท้สักใบไหม กล้าไหม รตีไม่ชอบให้ท้า ย้อนถามว่าเขาจะให้เท่าไหร่บอกมาเลย ตนทำทุกอย่างให้เขาเหยียบย่ำเต็มที่ไปเลย แล้วบ่นว่าตนอุตส่าห์ช่วยอยู่เป็นเพื่อนไม่ได้อะไรนอกจากคำด่าว่าเห็นแก่เงิน เธอด่าใส่หน้าเขา “ไอ้ทุเรศ!” แล้วจะลุกไป อินทรคว้ามือไว้เอ่ยขอโทษแต่รตีงอนบอกว่าไม่ต้องเลย อินทรจู่โจมจูบทีหนึ่ง แล้วจะจูบอีกทีถามรตีว่ากล้าไหม

“อย่าท้า” รตีท้าทาย อินทรบอกว่าตนจะท้า แล้วโน้มตัวจูบอย่างดูดดื่มจนรตีหมดฤทธิ์ปล่อยตัวไปตามอารมณ์ปรารถนาของกันและกัน

 

ที่ห้องเรียนในมหาวิทยาลัย….ชนนนั่งเหม่อใจลอยคิดถึงแต่เรื่องนาราไม่ได้ฟังอาจารย์ชัยสอนเลย พออาจารย์เรียกก็ลุกพรวดพูดไปตามความนึกคิดตัวเองว่า

“ใช่สิ เดี๋ยวนี้มีเพื่อนใหม่แล้วนี่!”

อาจารย์ชัยเรียกชนนไปนั่งคุยส่วนตัวถามว่าทำไมเพื่อนๆแก๊งเธอไม่มาเรียนเลยสักคน ชนนบอกว่าไม่ทราบ อาจารย์ถามอย่างไม่อยากเชื่อว่า เพื่อนขาดเรียนพร้อมๆกันตั้งห้าคน ไม่ทราบเลยหรือ ชนนบอกว่าเพื่อนตนมีแต่แพรไหมกับรตี อาจารย์ถามว่าแล้ว มาวิน อินทรและนาราล่ะ?

พอได้ยินชื่อนารา ชนนก็เจ็บจี๊ดราวกับถูกเข็มร้อยเล่มพันเล่มแทงหัวใจ ยิ่งเมื่ออาจารย์ถามว่าเจอนาราหรือยัง เธอปรับความเข้าใจกับพ่อแม่ได้หรือยัง ถ้ายังอาจารย์จะได้หาทางช่วยนารา ชนนทนฟังไม่ได้ขอร้องอาจารย์อย่าเอ่ยชื่อนารา เลยถามว่าอาจารย์เคยมีความรักแล้วถูกหักอกไหม มันเจ็บ จี๊ดๆๆ นั่นแหละใช่เลย

“เธอต้องจัดเรียงความสำคัญให้ดีๆนะชนน วิชาความรู้คืออาหาร มันทำให้เธออิ่ม มีชีวิตรอด ส่วนความรักคือเครื่องปรุง เติมรสชาติ สีสัน ทำให้การกินอาหารของเธอมีความสุขสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แต่เธอจะกินเครื่องปรุงเปล่าๆ ไม่ได้…เข้าใจที่พูดใช่ไหม”

แม้ชนนจะไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็ยกมือไหว้บอกว่า “ลึกซึ้งกินใจ ให้ความหมายการใช้ชีวิต แต่คนที่อาจารย์ควรพูดด้วยไม่ใช่ผมหรอกครับ แต่เป็นอีกคน…อาจารย์ว่างไหมครับตอนนี้” ชนนฉุกคิดได้จะให้อาจารย์ชัยไปสั่งสอนนาราคิดแล้วก็พาอาจารย์ไปที่ร้านดอกไม้ ชี้ให้อาจารย์ชัยดูนารา บอกว่า

“นั่นไงครับ คนที่อาจารย์ควรจะสั่งสอนเรื่องการใช้ชีวิตให้มากที่สุด หนีออกจากบ้าน มาทำงานร้านดอกไม้ แล้วก็…มีแฟน!” แล้วชนนก็พูดราวกับตัวเองเป็นอาจารย์เสียเองว่า “วัยอย่างเราไม่ควรมีแฟน ควรจะโฟกัสที่เรื่องเรียนเท่านั้นไม่ใช่เหรอครับ อาจารย์ไปว่ากล่าวตักเตือนเลยครับ บอกให้นาราเลิกคบกับผู้ชายหน้าคมคนนั้นเสีย เข้าใจไหมครับ”

อาจารย์ชัยถามว่าเขากำลังใช้อาจารย์เป็นเครื่องมือหรือ ชนนพูดเป็นการเป็นงานว่า

“เครื่องมืออะไรครับ หน้าที่ของอาจารย์ก็คือการสั่งสอนศิษย์ให้อยู่ในทางที่ถูกที่ควรไม่ใช่เหรอครับ เข้าไปสิครับ อ้อ…อาจารย์ต้องแกล้งทำเหมือนบังเอิญผ่านมาเจอ ห้ามบอกนารานะครับว่าผมพามา ไปเลยครับ…ไปเลย…” ชนนโบกมือให้อาจารย์ชัยเข้าไป ส่วนตัวเองแอบดูอยู่ตรงนั้น

หารู้ไม่ว่านาราเห็นพฤติกรรมทั้งหมดของชนนกับอาจารย์ชัยแล้ว พออาจารย์ชัยเข้าไปหานาราในร้าน ก็นึกละอายต่อบาปว่าไม่ควรพูดความเท็จ เลยบอกนาราว่าตนตั้งใจมาหาเธอ นาราถามอย่างรู้ทันว่าชนนให้มาใช่ไหม ตนรู้เพราะมองอยู่
เมื่ออาจารย์ชัยคุยตามหลักการของอาจารย์แล้ว นาราขอบคุณที่อาจารย์เป็นห่วง แต่ตนมีความสุขมากที่ได้ทำงานในร้านดอกไม้ ตนเพิ่งรู้ตัวว่านี่คือสิ่งที่ตนชอบและอยากทำมันจริงๆ

“ดีแล้วที่เธอเจอสิ่งที่ตัวเองชอบ แต่ยังไงอาจารย์ก็คิดว่าการศึกษาสำคัญ เธอควรเรียนให้จบก่อน วิชาความรู้ในมหาวิทยาลัยมันจะช่วยเธอได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง” นาราบอกว่าตนทราบ แต่ยังไม่ใช่เวลานี้ อาจารย์ชัยยังพยายามหว่านล้อมว่า “เธอจะต่อต้านพ่อแม่ด้วยการเอาอนาคตตัวเองมาเป็นเดิมพันอย่างนี้น่ะเหรอ มันไม่เป็นผลดีกับตัวเธอเลยนะ ทำไมไม่ลองพูดคุยกันด้วยเหตุและผลดูไม่ดีกว่าเหรอ”

นาราคิดว่าไม่มีประโยชน์ อาจารย์ชัยถามว่าจะให้อาจารย์ช่วยพูดให้ไหม เอาเวลาที่เธอสะดวกไม่ต้องรีบก็ได้ แต่อย่าช้าเกินไป นาราขอบคุณอาจารย์

ขณะนั้นเองพี่ปิ่นไปซื้อของกลับมาทักอาจารย์ชัยว่าจะรับดอกไม้อะไรดีเพราะนึกว่าเป็นลูกค้า พอนารา บอกว่าไม่ใช่ นี่คืออาจารย์คณะที่ตนเรียน มาคุยเรื่องเรียนของตน

“อ้อ…สวัสดีค่ะ ปิ่นค่ะ เป็นเจ้าของร้านนี้ อาจารย์สมัยนี้ดูดีจัง…อุ๊บ…นี่ปิ่นเผลอพูดอะไรออกไป คือ…ตั้งใจแค่คิด ไม่ได้กะจะหลุดปาก มันไปเอง…ขอโทษด้วยนะคะ…”

“ไม่เป็นไรครับ…ไม่เป็นไร…” อาจารย์ชัยยิ้มแหยๆ เหวอๆ เก้อไม่รู้ตัว

พออาจารย์ชัยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มชื่นบานพร้อมดอกไม้เป็นกำๆหลายกำ ชนนก็ปราดเข้ามาถาม เป็นชุด

“อาจารย์…แล้วนาราว่าไงครับ จะเลิกคบกับไอ้หน้าเข้มคนนั้นไหม แล้วนาราจะกลับบ้านไหม”

“ทำไมไม่พูดกับนาด้วยตัวเองล่ะคะพี่ตุ๊กๆ” เสียงนาราถามแทรกเข้ามา ชนนชะงัก เหวอ แต่รีบเก๊กหน้าขรึมแล้วสะบัดเดินเชิดไป นาราดูอาการแล้วทั้งเหนื่อยใจและเซ็งพอกัน แต่ก็วิ่งตามไปเพื่อพูดกันให้รู้เรื่อง

เพราะต่างก็มีอารมณ์ประชดประชันยิ่งพูดก็ยิ่งมีปัญหา เมื่อนาราถูกชนนประชดเรื่องเธอคบกับไอ้หนุ่มหน้าเข้มคนนั้น นาราประชดไปว่า ใช่ ตนชอบปรัชญาอยู่เหมือนกัน

ชนนตกใจเมื่อได้ยินจากปากนารา แต่แกล้งทำฟอร์มว่าตนไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ไม่อยากเชื่อว่าเธอชอบผู้ชายแบบนั้นเข้าไปได้ยังไง

“ปรัชญานิสัยดีนะคะ สุภาพบุรุษ ใจเย็น เป็นที่พึ่งได้”

“พอ ไม่ต้องพูดแล้ว ไม่อยากฟัง คนรวยกับคนรวยก็ต้องคู่กัน ถูกต้องแล้ว ขอให้มีความสุขกับไอ้หน้าเข้มแล้วกันนะ” พูดแล้วหุนหันจะเดินหนี หันไปชนปรัชญาที่เดินเข้ามาอย่างจังจนตัวเองล้มหงายไม่เป็นท่าแต่ปรัชญาแค่เซเสียหลัก

ปรัชญาขอโทษและจะเข้าไปช่วยฉุดขึ้น ชนนฮึดไม่ยอมรับความช่วยเหลือของคู่แข่ง ยันตัวลุกขึ้นมาเอง แต่พอลุกยืนเห็นปรัชญายืนคู่อยู่กับนาราก็เจ็บจี๊ดขึ้นมาเดินฟึดฟัดไปเหมือนเด็กถูกขัดใจ นารามองตามอย่างเหนื่อยใจ

 

มาวินมาส่งแพรไหม แต่เธอให้จอดที่หน้าตลาดแล้วจะเดินเข้าบ้านเอง เพราะไม่อยากให้ใครรู้ว่าไปไหนมากับเขา และตนก็ไม่อยากให้เขามาส่งถึงหน้าบ้านด้วย

ขณะนั้นเอง ไอ้แจ๋วก็วิ่งหน้าตั้งมาบอกแพรไหมให้รีบกลับบ้านเพราะเกิดเรื่องใหญ่ พอแพรไหมถามว่าเรื่องอะไร ไอ้แจ๋วก็แบมือขอค่าข้อมูลห้าบาท แพรไหมเดินไปทันที ไอ้แจ๋ววิ่งตามลดลงเหลือสามบาทก็ได้ แต่ไอ้แจ๋วไม่ได้สักบาทเมื่อแพรไหมเดินอ้าวไปที่บ้าน เธอตกใจเมื่อมีป้ายแขวนไว้หน้าบ้านว่า “ให้เช่า” ซ้ำหน้าบ้านยังมีข้าวของถูกทิ้งเกลื่อน

“แม่…” แพรไหมร้องเรียก มองหาแต่ไม่เจอ มาวินเดินมาถามว่าน้ามานีหายไปไหนหรือ “เสื้อผ้าหายไป กระเป๋าใส่เสื้อผ้าด้วย แม่เก็บเสื้อผ้าหนีไปไหน นี่มันเกิดอะไรขึ้น” แพรไหมตระหนก งุนงงไปหมด มาวินบอกให้โทร.ตาม แพรไหมรีบหยิบมือถือมากด พลันก็เหลือบเห็นมือถือของมานีวางอยู่ เธอพึมพำ…“แม่ไม่ได้เอา มือถือไป”

เมื่อหาแม่ไม่เจอจะโทร.หาแม่ก็ไม่ได้เอามือถือไป แพรไหมมืดแปดด้านหันไปหาไอ้แจ๋วให้บอกมาเดี๋ยวนี้ว่าเมื่อวานเกิดอะไรขึ้น มาวินรู้แกวรีบยื่นใบยี่สิบบาทให้ ไอ้แจ๋วคว้าหมับเปิดปากทันที

“เสี่ยโป้มาทวงเงินน้ามานี มารื้อของ อาละวาดใหญ่เลย แต่น้ามานีหายไปไหน แจ๋วไม่รู้”

ทันใดนั้นนางน้อมก็มาตะโกนด่าปาวๆ ชี้ให้ ชาวบ้านดูมาวินว่าคนนี้คือมาวินลูกเศรษฐีที่แพรไหมแย่งไปจากรตี มาวินบอกชาวบ้านว่าตนไม่เคยบอกว่ารักหรือเป็นแฟนกับรตี เพราะฉะนั้นไม่มีใครแย่งตนทั้งนั้น นางน้อมถามอย่างจับผิดว่าแล้วทำไมต้องจอดรถเสียไกล

แพรไหมเป็นห่วงแม่ ถามนางน้อมว่าเห็นแม่ตนหรือเปล่า รู้ไหมว่าแม่หายไปไหน นางน้อมลอยหน้าบอกว่า

“รู้แต่ไม่บอก ก็ให้แฟนเศรษฐีเอ็งช่วยสิ รวยล้นฟ้าแล้วนี่ อยากได้อะไรก็เอาเงินซื้อสิ จ่ายมาแสนนึง ไม่! ห้าแสนแล้วฉันจะบอก”

มาวินควักใบละห้าร้อยมาโบกประกาศว่าใคร บอกตนให้ห้าร้อย นางน้อมเบ้ปากบอกว่าแค่ห้าร้อยคนแถวนี้ไม่มีใครเอาหรอก พลันก็มีชาวบ้านคนหนึ่งยกมือโพล่งขึ้นว่า

“ข้าเอา! มันก็ไปอยู่บ้านเอ็งนั่นแหละ”

“บ้านผม!” มาวินงง แพรไหมตะลึง

เมื่อพากันไปที่บ้านมาวิน แพรไหมช็อกน้ำตาไหลเมื่อเห็นแม่ในชุดแม่บ้านกำลังเช็ดทำความสะอาดรอยเปื้อนที่พื้นบ้าน มานีรู้สึกมีคนมองอยู่ พอเงยมองเห็นแพรไหมยืนดูอยู่ก็น้ำตาซึม ในขณะที่แพรไหมน้ำตาไหลยืนนิ่งราวกับถูกสาป

 

อินทรกับรตีตื่นขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงมองหน้ากันนิ่ง จนอินทรถามขึ้นว่าตนทำอะไรลงไปเนี่ย? ทำไมตนถึงทำอะไรอย่างนี้ไปได้?? ไม่น่าเลย…ไม่น่าเลย…

รตีถามว่าหมายความว่ายังไง ตนน่ารังเกียจนักหรือ เป็นตราบาปของชีวิตมากใช่ไหม ด่าอินทรว่า

“ฉันคิดว่านายแค่เลว…แต่นี่นายมัน…ที่สุดของความเลวเลย!” รตีลุกพรวดไปเข้าห้องน้ำ อินทรยังนั่งซึมอยู่บนเตียง

พอรตีออกจากห้องน้ำ เห็นอินทรเอามือถือของตนกดดูอะไรอยู่ รตีถามว่ามายุ่งอะไรกับมือถือของตน

แล้วรตีก็รู้ซึ้งถึงความคิดเห็นแก่ตัวและเลวอย่างที่สุดของอินทร เมื่อเขาบอกว่าเอามากดดูว่าเธอแอบถ่ายคลิปเมื่อคืนไว้หรือเปล่า พูดให้เจ็บใจยิ่งขึ้นว่าปกติผู้ชายจะถ่ายคลิปไว้เพราะอยากดูบ่อยๆ แต่กับเธอตนไม่เคยคิดจะถ่ายเลย พอรตีจะออกไปก็คว้ามือไว้บอกว่ายังไปไม่ได้ จนกว่าจะรับปากว่าจะไม่เอาเรื่องเมื่อคืนนี้ไปบอกใคร โดยเฉพาะแพรไหม

“ฉันจะบอกแพรไหม!” รตีตะโกนใส่หน้า ถามว่า “กลัวเสียภาพลักษณ์เหรอ ดี! ยิ่งกลัว ฉันจะยิ่งโพนทะนาให้ทั่วมหา’ลัยเลยว่าเรามีอะไรกันแล้ว” อินทรขู่ว่าคนที่จะเสียคือเธอ “ถึงฉันอยู่เงียบๆ ก็ถูกนายดูถูกฉันจนไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว เผลอๆนายอาจจะเอาไปคุยกับเพื่อนผู้ชายของนายด้วยก็ได้ เรื่องอะไรฉันจะยอมเสียฝ่ายเดียว ฉันจะลากนายให้เสียหายไปด้วย ฉันจะบอกพวกผู้ชายว่านายมันก็แค่…” รตีชูนิ้วก้อยยิ้มเย้ย อินทรตะโกนว่าตนไม่ใช่ก้อย รตีทำเสียงล้อ “เหรอ…” แล้วเปิดประตูออกไป

รตีชะงักผงะเมื่อเห็นจริยายืนจังก้าอยู่หน้าห้อง ทั้งรตีและอินทรต่างตะลึง จริยามองกวาดรตีแต่หัวจดเท้าตวาดถาม

“นี่แกค้างที่นี่กับอินทรเหรอ?!”

“มีอะไรเคลียร์กันเองแล้วกัน ฉันไม่เกี่ยว” รตีจะฝ่าไป ถูกจริยาผลักเข้ามา ถามย้ำว่าเมื่อคืนเธอค้างกับอินทรหรือ!

รตีทำเป็นบ่นหมายให้ทั้งคู่ทะเลาะกันว่า “ฉันก็ไม่รู้จะขัดขืนยังไง เขาแรงเยอะเหลือเกิน เจ็บไปทั้งตัวเลย”

จริยาไม่ทะเลาะกับอินทรแต่ด่ารตีว่าหน้าไม่อาย ทำตัวแบบนี้ทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ถูกรตีย้อนถามว่าแล้วที่ป้าทำตัวแบบนี้เรียนจบแล้วหรือ จริยาพุ่งเข้าตบถูกรตีตบกลับ จริยาผลักรตีหน้าอกไปกระแทกมุมตู้แล้วจะตามซ้ำ อินทรปราดเข้าคว้ามือจริยาเหวี่ยงออกไป

“เธอปกป้องมันเหรออินทร!”

“แล้วจะทำไม!! คุณไม่มีสิทธิ์ทำร้ายรตี รู้ไว้ด้วยนะว่ารตีคือแฟนผม” อินทรดึงรตีเข้าไปโอบแนบตัว ประกาศ “เรามีอะไรกันแล้ว ถ้าคุณกล้าแตะต้องรตีแม้แต่นิดเดียว เจอผมแน่!!” จริยาช็อก อินทรตวาดไล่ “ไป! ออกไป!!”

“เรื่องนี้จบไม่สวยแน่ เธอคอยดู” จริยาชี้หน้าทั้งสอง เดินหน้าถมึงทึงออกไป

 

ที่ร้านดอกไม้ นารานั่งจัดดอกไม้คิดเครียด แต่พี่ปิ่นอารมณ์ดี บอกนาราว่า

“นารา วันหลังชวนอาจารย์ชัยมาร้านเราอีกบ่อยๆนะ อาจารย์ดูเป็นคนดี คุยสนุกเนอะ นาราเนอะ”

ปรัชญาจับตาสังเกตนาราอยู่ เห็นเธอตอบพี่ปิ่นอย่างเลื่อนลอย จนพี่ปิ่นถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่าดูหงอยๆ พอนาราบอกว่าเปล่า ปรัชญาก็ถามแทรกขึ้นว่าคิดเรื่องชนนอยู่หรือเปล่า

พอนารารับว่าใช่ ปรัชญาถามว่าชนนคนนี้ใช่ไหมที่นาราบอกว่าเป็นแฟน พี่ปิ่นถามงงๆว่าใช่หรือ นายโรคจิตนี่หรือ? นาราบอกว่าคงไม่ใช่แล้ว

“อ้าว…หรือว่าบอกเลิกไปแล้ว แต่เขาก็ยังตามตอแย วนเวียนในชีวิตเราไม่เลิก เข้าขั้นโรคจิตนะแบบนี้”

“อยากให้ผมจัดการให้เขาเลิกยุ่งกับนาขั้นเด็ดขาดไหมล่ะครับ แค่ผมบอกพ่อให้คำเดียว รับรองว่าเขาจะไม่กล้ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตนาอีกเลย” นาราตกใจถามว่าเขาจะทำอะไร! “นาไม่ต้องรู้หรอก ถ้านาไม่ชอบ ไม่อยากให้ชนนมาวนเวียนในชีวิต ก็อนุญาตให้ผมจัดการสิครับ”

“ไม่ค่ะ…ถึงนากับชนนจะไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว แต่ก็ห้ามคุณทำอะไรชนนทั้งนั้น เข้าใจไหมคะ!”นาราจริงจังจนปรัชญาเหล่อย่างสงสัย แต่ก็ยังคิดจะเอาชนะใจนาราให้ได้

 

เมื่อได้เข้าไปคุยกันในบ้าน มานีเล่าให้แพรไหม ฟังว่า

“แม่ไม่มีเงินไปคืนหนี้ที่กู้เสี่ยโป้มา เขาก็เลยยึดบ้านยึดแผงขายผักคืนไป แม่ก็ไม่รู้จะทำยังไงติดต่อลูก ก็ไม่ได้ แล้วพอดีคุณมยุรามาเสนอตัวช่วยจ่ายหนี้ให้แต่เสี่ยโป้บอกว่าปล่อยให้คนอื่นเช่าบ้านกับแผงผักไปแล้ว ยังไงแม่ก็ต้องออกมา แม่ไม่มีที่ไป คุณมยุราเลยชวนมาทำงานที่นี่ไปก่อน”

“ไม่จริง คุณมยุราไม่มีทางชวนแม่มาอยู่ที่นี่ เขาบังคับแม่มาใช่ไหม” มานีติงว่าอย่ามองโลกในแง่ร้าย “แพรมองตามความเป็นจริงที่สุดแล้วค่ะแม่ แม่มีอะไรปิดบังแพรอยู่หรือเปล่า เหตุผลจริงๆที่แม่มาอยู่ที่นี่น่ะ” มานี บอกว่าตนเต็มใจมาเอง “เต็มใจมาเอง? ไม่จริงแม่ไม่มีทางอยากมาอยู่บ้านคนรวยอย่างนี้ แม่บอกความจริงมาเถอะ”

มาวินเห็นบรรยากาศตึงเครียด อาสาว่าเดี๋ยวตนถามแม่ให้ดีไหม ถูกแพรไหมตวาดไม่ต้องมายุ่ง มานีบอกว่ามยุรายังอนุญาตให้แพรไหมมาอยู่ที่นี่ด้วย

“แพรไม่อยู่ แล้วแม่ก็จะไม่อยู่ด้วย ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราควรจะอยู่ แม่ต้องออกไปจากบ้านนี้เดี๋ยวนี้” แพรไหมคว้ามือมานีพาออกไป มาวินรีบตามไป

“แม่ไม่ไป” มานีขืนตัวไว้ “แม่รับปากคุณมยุราไปแล้วว่าจะทำงานให้ จะให้แม่ผิดคำพูดได้ยังไง คุณมยุรามีน้ำใจช่วยเหลือแม่ตอนที่ลูกหายไปเที่ยวที่ไหนก็ไม่รู้แล้วพอลูกกลับมาจะมาเปลี่ยนทุกอย่างได้ยังไง”

แพรไหมบอกว่าตนไม่ได้ไปเที่ยวแต่ตนกลับไม่ได้จริงๆ

“ยังไงแม่ก็จะอยู่ที่นี่ ถ้าลูกทนอยู่ไม่ได้งั้นลูกไปเช่าห้องอยู่ แม่จะทำงานที่นี่หาค่าเช่าห้องให้ลูกเอง”

พูดแล้วมานีหันเดินกลับเข้าไปในบ้าน

“แม่…ทำไมแม่พูดอย่างนี้” แพรไหมถามอย่างเจ็บปวด ไม่เข้าใจการตัดสินใจของแม่ มาวินเรียกแพรไหมอย่างห่วงใย แต่พอแพรไหมได้ยินเสียงมาวินก็เดินหนีออกไปเลย

มาวินอึ้ง มองตามแพรไหมไปอย่างห่วงใย แล้วกลายเป็นไม่พอใจพาลโกรธแม่ตัวเองขึ้นมาพึมพำหน้าเครียด

“แม่!”

 

มาวินเดินอ้าวไปถามคนรับใช้ในครัวว่าแม่อยู่ไหน พวกนั้นตกใจ มาวินตะคอกถาม

“ผมถามว่าแม่อยู่ไหน ใครรู้บอกมา!” คนใช้บอกว่าคุณผู้หญิงยังไม่กลับ มาวินเดินออกมาโทร.ถามนงนุช “คุณนงนุช แม่อยู่ไหน ผมต้องการคุยกับแม่เดี๋ยวนี้”

นงนุชบอกว่าเพิ่งเข้าประชุมเมื่อกี๊นี้เองเดี๋ยวถ้าคุณมยุราสะดวกจะให้โทร.กลับ แล้วทำเป็นแบตหมดตัดสายเลย

ที่แท้มยุรากำลังขอบใจเสี่ยโป้ที่ทำตามที่ตนขออยู่ที่ห้องทำงานอานนท์ เสี่ยถามว่ามานีกับแพรไหมทำอะไรให้เธอโกรธหรือถึงต้องให้ตนบีบให้ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ทำกิน มยุราไม่ตอบแต่กลับย้อนถามเสี่ยว่าทำไมเสี่ยถึงปล่อยเงินกู้ขูดรีดคนอย่างโหดเหี้ยมไม่มีความปรานี เสี่ยโป้อึกอัก อานนท์ตัดบทว่า

“เข้าใจความรู้สึกของคุณมยุราแล้วใช่ไหม เรื่องบางเรื่องคนนอกอย่าสอด! ถ้าเข้าใจแล้วก็ไปได้”

พอเสี่ยโป้ออกมา นงนุชก็รีบเข้าไปบอกว่ามาวินโทร.มา เร่งให้มยุรารีบโทร.กลับก่อนที่ระเบิดจะลง อานนท์รีบเอาตัวรอดว่ามยุราต้องจัดการลูกเองตนไม่ใช่คนวางแผน

“รู้แล้วน่า ฉันเคยพึ่งพาคุณเรื่องลูกที่ไหน” มยุราแว้ดใส่แล้วกดอินเตอร์คอมให้คนต่อไปเข้ามา เขาคือสมศักดิ์นั่นเอง

สมศักดิ์ยกมือไหว้ท่วมหัว ขอบคุณมยุราที่ช่วยชำระหนี้ให้เสี่ยโป้ ถ้าร้านคาร์แคร์อยู่ตัวตนจะหาเงินมาคืนให้แน่ๆ มยุราถามว่าแน่ใจนะว่าแพรไหมจะยอมอยู่บ้านตน สมศักดิ์ยืนยันว่าต้องยอม

“ก็ดี…ฉันบอกเลยนะว่าที่ยอมลงทุนเป็นหุ้นส่วนร้านคาร์แคร์กับคุณ ก็เพราะอยากให้แพรไหมมองฉันในแง่ดีบ้าง ถ้าทำขนาดนี้แล้วแพรไหมยังตั้งแง่รังเกียจ ฉันก็คงต้องหยุดทุกอย่าง…หมายถึงธุรกิจคาร์แคร์ของคุณด้วย”

สมศักดิ์ตกใจมาก แล้วก็โทรศัพท์ไปหามานีที่กำลังพับเสื้อผ้าของแพรไหมอยู่ห้องพักเล็กๆ ถามว่าแพรไหมยอมมาอยู่บ้านนั้นไหม มานีบอกว่าไม่รู้เพราะแพรไหมยังไม่ยอมเข้าบ้านมยุราเลย แต่ตนยังอยู่ที่นี่ ตนรับปากเขาแล้วว่าจะช่วยก็ต้องช่วย สมศักดิ์รีบขอบใจขอให้เธอทำให้แพรไหมมาอยู่ที่นี่ให้ได้ แล้วพรรณนาถึงบุญคุณของมยุราว่า

“ท่านมีพระคุณกับเรามาก ช่วยจ่ายหนี้เสี่ยโป้แทน เสนองานและที่พักให้เธอกับลูกฟรี แล้วที่สำคัญยังสนับสนุนเงินลบทุนให้พี่อีก… อย่าให้แพรไหมทำคุณมยุราโกรธนะ พี่เสียคุณมยุราไม่ได้ ถ้าเขาไม่สนับสนุนธุรกิจพี่ไม่รอดแน่แล้วพี่ก็จะหมดตัว เป็นหนี้แบงก์ ล้มละลาย…ครอบครัวคุณหมีก็จะดูถูกพี่ยิ่งกว่าเดิม เผลอๆอาจไล่พี่ออกจากบ้าน ด้วย พี่ให้มันเป็นอย่างนั้นไม่ได้ เธอต้องช่วยพี่ด้วยนะมานี”

สมศักดิ์ถึงกับร้องไห้เพราะเครียดหนักมานี ลำบากใจแต่ก็พร้อมที่จะช่วยเขา…ตามเคย

 

อินทรเห็นรตีหน้าอกกระแทกเจ็บจนทรุด ก็ถามไม่เต็มเสียงว่ามันจะกระทบกระเทือนของข้างในไหม

“ไม่รู้เหมือนกัน…” รตีกระแทกเสียงแล้วโวย “ทำไมฉันต้องมาซวยซ้ำซวยซ้อนเพราะนายด้วย รู้งี้ฉันน่าจะปล่อยให้นายถูกยัยแม่เลี้ยงปล้ำไปเลย ถ้าไม่ช่วยนาย ฉันก็ไม่ต้องเกือบถูกอธิชาติเพื่อนนายปล้ำ ไม่ต้องถูกนายดูถูก ไม่ต้องถูกแม่เลี้ยงนายตบ ฉันก็คงกลับบ้านสบายๆไปแล้ว”

แม้อินทรจะสงสารและรู้สึกผิดแต่ยังปากแข็งถือดีบอกว่าเธอเลือกเองนะ รตียิ่งโมโหจะออกไป อินทรบอกว่าถ้ายังเจ็บก็พักก่อน รตีเดินตัวงอๆ จะไปเปิดประตู อินทรเลยพรวดไปอุ้มกลับมาวางที่โซฟาแล้วนั่งคร่อมไม่ให้รตีลุก บอกว่าถ้ายังดื้อก็จะนั่งกอดเธอไว้อย่างนี้แหละ

รตียังกระฟัดกระเฟียดใส่ ส่วนอินทรก็ทำเป็นขรึมเข้มวางฟอร์ม แต่ก็ยอมขอบใจที่ช่วยตนจนต้องเจ็บบอกว่าจะได้เลิกบ่นเสียทีรำคาญ รตีที่กำลังจะรู้สึกดีๆกับเขาก็กลับหมั่นไส้ขึ้นมาอีก

อินทรให้รตีพักจนดีขึ้นจึงบังคับให้เธอขึ้นรถจะพาไปส่ง พูดอย่างไว้ฟอร์มตามเคยว่า

“คิดว่าฉันขอไปส่งแทนคำขอโทษแล้วกันสำหรับเรื่องจริยา เรื่องที่ฉันทำกับเธอเมื่อเช้า โอเคไหม นี่พูดดีๆ แล้วนะ ยอมเสียทีเถอะ”

รตีมองหน้าอินทรอย่างลังเล ชั่งใจ

 

ฝ่ายอธิชาติถูกจริยาโทร.ต่อว่าที่ปล่อยให้รตีไปขวางตนกับอินทร รู้ไหมว่ารตีป่วนจนทุกอย่างผิดแผนหมด

อธิชาติบอกว่าตนก็ไม่รู้จะช่วยอย่างไร เพราะเราตกลงกันแค่ตนช่วยมอมเหล้าอินทรเท่านั้น ตนก็ทำตามข้อตกลงแล้ว ถ้าจะให้ตนช่วยอีกก็มาทำข้อตกลงกันใหม่ ตนคิดราคาเดิม

“ฉันจะจัดการเอง!” จริยาตวาดแล้ววางสายเลย

อธิชาติวางสายพึมพำงงๆ ว่า รตีช่วยอินทรทำไม เห็นรตีเกลียดมันจะตาย ด้วงกับเก๋าถามอธิชาติว่าทำไมเขาต้องเล่นงานอินทรด้วยทั้งที่เป็นเพื่อนกัน

“อินทรไม่ได้ทำอะไรฉันหรอก แต่พ่อมันทำ! พ่อมันทำให้พ่อฉันตาย”

อธิชาติเล่าความแค้นให้ฟังว่า พ่อตนเป็นคนทำงานให้สินชัยพ่อของอินทร ช่วยในช่วงหาเสียงเลือกตั้งจนลืมครอบครัวและล้มป่วย แต่พอเลือกตั้งพ่ออินทรได้เป็น ส.ส. ก็ไม่ได้เหลียวแลช่วยเหลือพ่อเลย ไม่เคยมาเยี่ยม จ้างคนอื่นมาทำงานแทนพ่อ จนพ่อตายก็ไม่แม้แต่จะโทร.มาแสดงความเสียใจ พูดอย่างแค้นใจว่ามันเห็นชีวิตพ่อเป็นผักปลารึไง

ส่วนที่เขาร่วมมือกับจริยาเล่นงานอินทร เพราะ ถ้ามันเป็นจริงคิดว่าสินชัยจะเป็นอย่างไร เก๋าสรุปว่า

“ตายกับตาย โดนเมียสวมเขา โดนลูกตีท้ายครัว แล้วยังโดนสังคมประณามเพราะมันผิดศีลธรรมอีก”

อธิชาติจิกตาร้ายอย่างหมายเอาคืนให้ได้

 

ฝ่ายชนนขึ้นไปนั่งซึมเศร้าเพราะอกหักรักคุด ยิ่งคิดถึงภาพที่นาราสนิทสนมกับปรัชญาและบอกว่าตนชอบปรัชญาก็ยิ่งอัดอั้น

ไอ้แจ๋วซื้อโอเลี้ยงหิ้วมาฝากชนนบอกว่าวันนี้รวยขายหนังสือพิมพ์หมด ชนนที่กำลังหงุดหงิดคิดว่านาราหันไปชอบปรัชญาเพราะเป็นคนรวยเหมือนกัน คว้าโอเลี้ยงไปดูดๆๆจนหมดแล้วคว้าถุงนมน้ำแดงจากไอ้แจ๋วไปดูดจนเกลี้ยงอีก ถามว่ายังจะอวดรวยอีกไหม ไอ้แจ๋วมึน ถามว่าเป็นอะไรหรือ

“ไม่ต้องมาอวดรวยแถวนี้ เกลียดคนรวย! เกลียดคนรวย!! เกลียดคนรวยยยยยยยย!!!!”

“เยอะ!!” ไอ้แจ๋วโพล่งขัดขึ้น ชนนถามว่าพูดอะไร “แจ๋วพูดว่าเยอะ!! อกหักส่วนอกหัก เยอะส่วนเยอะ ถามจริง กับพ่อกับแม่เคยเยอะอย่างนี้ไหมเนี่ย เฮ้อ…” ไอ้แจ๋วถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วเดินผละไป

ชนนยังหงุดหงิดเขวี้ยงถุงน้ำแข็งที่เหลือใส่ไอ้แจ๋ว แต่พอดีแพรไหมเดินมา เล่าให้ชนนฟังว่าแม่ไปอยู่บ้านมาวิน ตนก็ไม่รู้แม่อารมณ์ไหนทำไมถึงอยากไปอยู่บ้านนั้นทั้งๆที่แม่มาวินเคยมาอาละวาดแม่ที่ตลาด

“น้ามานีต้องถูกบังคับแน่” ชนนฟันธง แพรไหมเห็นด้วย “น้ามานีไม่มีทางเต็มใจ แม่ของมาวินต้องบังคับแน่ คนรวยๆอย่างนี้ต้องเอาเงินมาฟาดหัว แม่มาวินต้องขู่น้ามานีว่าจะกว้านซื้อมหาวิทยาลัยที่แกเรียนอยู่ ทำให้แกไม่มีการศึกษา ต่อให้แกย้ายไปเรียนระบบทางไกล เขาก็จะกว้านซื้อเครือข่ายดาวเทียม ตัดสัญญาณการเรียนรู้ของแกทุกอย่าง น้ามานีไม่มีทางเลือกเลยต้องยอม”

ชนนพล่ามเสียจนแพรไหมเตือนสติว่าเยอะไปแล้ว ชนนยังมโนไปต่างๆนานา ย้ำว่าคนรวยทำได้ทุกอย่าง

แพรไหมเชื่อว่าแม่ต้องมีเหตุผลอะไรที่บอกตนไม่ได้มากกว่า ซึ่งตนจะต้องรู้ให้ได้ ชนนถามว่ามาวินเกี่ยวข้องด้วยไหม เพราะว่า…

“ตอนแรกเขาเกลียดแกจะตาย ทำทุกอย่างที่ดูถูกเหยียดหยามแก ทำให้แกอับอายขายหน้า แล้วก็มาดีด้วย แล้วนี่ อยู่ๆแม่เขาก็มาทำดีกับแม่แก พาไปอยู่บ้าน แกจะแน่ใจได้ไงว่ามาวินไม่รู้เรื่องอะไรเลย”

เป็นการสะกิดให้คิดจากชนนที่ทำให้แพรไหมอึ้ง

 

ระหว่างที่อินทรขับรถพารตีจะไปนั้น จริยาโทร.เข้ามาตลอดเวลา อินทรไม่รับสาย จนรตีถามว่าจะให้ตนจัดการให้ไหม แล้วคว้ามือถือไปรับสายเลย

“สวัสดีค่า…อินทรอาบน้ำอยู่ คุณแม่เลี้ยงรอสักครู่นะคะ…อินทรขา…ว้าย…แก้ผ้าออกมาทำไมอ่ะ บ้าที่สุดเลย…” รตีวี้ดว้ายแล้วหยุดฟัง บอกอินทรว่าวางสายไปแล้ว

“เธอนี่มันร้ายจริงๆ”

“ผู้หญิงพวกนี้ดีด้วยก็เปล่าประโยชน์ ร้ายมาก็ต้องร้ายให้มากกว่ากลับไป”

“เก่งจริง…เก่งๆอย่างนี้น่าจะช่วยกำจัดจริยาออกจากบ้านฉันได้”

รตีเมินไม่ช่วยแต่พออินทรอ้อนวอน ขอร้อง รตีก็นิ่งไปอย่างลำบากใจ

 

แพรไหมไม่ยอมไปอยู่บ้านมาวินกับแม่ แต่พอชนนหว่านล้อมว่าถ้าเธอไปอยู่กับแม่ อย่างน้อยก็ยังพอช่วยแม่ได้ถ้าเกิดอะไรขึ้น ไม่อย่างนั้นน้ามานีต้องรับเต็มๆไปคนเดียว แพรไหมจึงตัดสินใจไปอยู่เพื่อดูแลแม่

แต่แพรไหมก็สงสัยว่าที่แม่มาอยู่ที่นี่มาวินจะรู้เห็นเป็นใจด้วย จนมาวินบอกว่าตนไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย ก็พอดีมยุรากลับมา มยุราจึงเรียกทั้งมานี แพรไหม และมาวินไปนั่งคุยกันต่อหน้า โดยมีอานนท์คอยเป็นลูกคู่ให้ตลอดเวลา

มยุราซักถามมานีถึงเหตุที่ยอมมาอยู่ที่นี่ มานีพูดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าตนเป็นหนี้เสี่ยโป้และมยุราช่วยเคลียร์ให้ทั้งยังใจดีให้มาทำงานและอยู่ที่บ้านด้วย พอมานีพูดจบ มยุราก็พูดกับแพรไหมว่า

“เธอคงไม่รู้ว่านอกจากหนี้ที่แม่เธอกู้ไปให้พ่อเธอแล้ว พ่อเธอยังแอบไปกู้เองมาด้วย แล้วพ่อเธอก็รู้สึกผิดที่มานีต้องมาลำบากถูกขับไล่ออกจากบ้าน เขาเลยมาขอร้องให้ฉันช่วย”

มานียืนยันกับแพรไหมและมาวินว่าที่มยุราพูดมาเป็นความจริงทุกอย่าง ตนสาบานได้ แล้วมยุราก็เอารูปครอบครัวที่ยึดไปมาคืนให้แพรไหม ย้ำว่า

“แพรไหม ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่นะ เรื่องที่แล้วๆมา ที่ฉันเคยทำไม่ดี ฉันขอให้เธอกับแม่เข้าใจด้วยนะว่าฉันมีลูกคนเดียว ก็ต้องหวงลูกชายบ้างเป็นธรรมดา ที่ผ่านมาก็ลืมๆไปนะ เรามาเริ่มกันใหม่นะ” มยุรายิ้มแย้มอย่างมีเมตตามาก

แพรไหมนั่งก้มหน้าอย่างอึดอัดกับสถานการณ์ที่บีบคั้นนี้

 

นารากังวลกับคำถามของปรัชญาที่ว่าอยากให้ตนจัดการกับชนนไหม ตนจะให้พ่อจัดการให้ ถามพี่ปิ่นว่าพ่อของปรัชญาเป็นมาเฟียหรือเปล่า

พี่ปิ่นบอกว่าพ่อปรัชญาเป็นคนดีมากไม่เคยมีปัญหากับใครเลย ส่วนปรัชญาเป็นเทควันโดสายดำ

นาราฟังแล้วตกใจ

เวลาเดียวกันปรัชญาก็ไปหาชนนที่แอบไปนั่งเสี่ยงทายเลขบนแบงก์ยี่สิบว่าเป็นเลขคู่หรือคี่อยู่หลังตลาด ปรัชญาเข้าไปถามอย่างแมนๆว่าเขารักนาราหรือไม่

ถ้าไม่รักก็ไปเคลียร์เสีย แต่ตนชอบนาราและตนไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งคนรักใคร

ชนนอึกอักไม่กล้าบอก ปรัชญาบอกว่าถ้าอึกอักอ้ำอึ้งอย่างนี้ก็ไปบอกเลิกนาราเถอะ แจ๋วแทรกเข้ามาอย่างทนไม่ได้ ถามชนนว่าจะยอมเขาง่ายๆได้ไง แฟนเราเราต้องปกป้อง ยุให้ชนนชกมันเลย หันไปถามปรัชญาว่ากล้าหรือเปล่า ใครแพ้ให้ออกไปจากชีวิตนาราเลย

“ชกกันเลยก็ดี!!” ปรัชญากระชากคอเสื้อชนนเข้าไปฮึ่มฮั่มใส่กัน

 

แพรไหมถามแม่ว่าจะทนอยู่ที่นี่ให้เขาดูถูกจิกหัวใช้ต่อไปได้อย่างไร ตนจะดร็อปเรียนหางานทำเอาเงินไปเช่าห้องอยู่ข้างนอก มานีไม่ยอม อย่างไรแพรไหมก็ต้องเรียนเพื่อจะได้ไม่ต้องมีชีวิตที่ลำบากเหมือนแม่

แพรไหมถามว่าทำไมแม่ต้องทำเพื่อพ่อขนาดนี้ มานีบอกว่าเพราะแม่รักพ่อ แม่ไม่อยากเสียพ่อไป แม่ยอมเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่มีลูก มีพ่อ แพรไหมกอดมานีแน่น แม่ลูกกอดกันน้ำตาไหลพรากด้วยความรักที่มีต่อกัน

มาวินตัดสินใจเข้าไปคุยกับมยุราว่า

“ถ้าแม่มีแผนการที่จะทำให้แพรไหมเลิกยุ่งเกี่ยวกับผม หรือคิดจะเหยียบย่ำทำให้แพรไหมกับน้ามานีเสียใจ แม่อย่าทำได้ไหมครับ แพรไหมกับน้ามานีเจอเรื่องหนักๆมามากแล้ว ผมไม่อยากให้ต้องมาเจอที่นี่อีก โดยเฉพาะจากแม่ของผม นะครับแม่…ผมขอร้อง”

มาวินก้มกราบเท้ามยุรา “ผมกราบล่ะครับแม่ อย่ารังแกแพรไหม” จนมยุรารับปากว่าจะไม่รังแกแพรไหม มาวินเอ่ยขอบคุณย้ำว่า “แม่รับปากผมแล้วนะครับ ผมจะเชื่อคำพูดของแม่ แต่ถ้าแม่ผิดคำพูด…ผมจะทำทุกอย่างให้แม่เสียใจยิ่งกว่าที่แพรไหมเจอ!”

พอมาวินออกไป อานนท์บอกมยุราว่า “ลูกไม่ได้มาขอร้องคุณ แต่มันมาดักทางคุณ มันรู้ว่าคุณมีแผนการอยู่ในใจ มันฉลาดมาก สมกับเป็นลูกของเรา”

“แต่ลูกจะไม่มีทางฉลาดไปกว่าแม่ ยังไงฉันก็ไม่ยอมให้ลูกรักแพรไหมเด็ดขาด” มยุราหน้าถมึงทึงอย่างไม่ยอมแพ้

 

นาราเป็นห่วงชนน เดินมาที่หลังตลาดทั้งที่มืดแล้ว เห็นชนนนั่งหมดแรงอยู่ที่เสื้อมีรอยสีแดงเปรอะไปหมด นาราถลาไปหาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ทำไมเลือดเต็มไปหมด ฝีมือปรัชญาใช่ไหม

ชนนพยายามจะชี้แจง แต่นาราเอาแต่ซักถามอย่างเป็นห่วง จะพาไปหาหมอ จนชนนบอกว่านี่ไม่ใช่เลือดแต่เป็นซอสมะเขือเทศ พลางก็จิ้มซอสกินให้ดู ชนนบอกว่าตนหิวเลยสั่งเบอร์เกอร์มากิน แต่ทำหล่นใส่เสื้อซอสเปื้อนเสื้อเลยนั่งเซ็งพอดีเธอเข้ามา นาราบอกว่านึกว่าเขาถูกปรัชญาเตะปากฉีก ใครจะนึกว่าเป็นซอสมะเขือเทศ

“ปรัชญามาหาผมจริง แต่ไม่ได้ชกกัน เพราะผมไม่ชกกับเขา ผมบอกเขาว่า ผมยอมให้เขาชนะ แล้วเขาก็กลับ” นาราถามว่ามาคุยเรื่องอะไร “เขามาบอกว่าเขาชอบและอยากจะจีบนารา เขาก็เลยมาหาผม เพราะอยากรู้ว่าสถานะของผมกับนารา ยังเหมือนเดิมหรือเปล่า”

“แล้วพี่ตอบเขาไปว่ายังไง” ชนนนิ่ง นาราคาดคั้นว่า “ตอบปรัชญาไปว่ายังไง”

ชนนลุกขึ้นชวนไปหาอะไรกินกันไหม แล้วพานาราไปนั่งกินน้ำแข็งไสแปดเซียนน้ำกะทิ ส่งให้นารา

ชวนนั่งกินกันริมทางเท้านี้แหละเพราะคนเยอะมากคนต่อแถวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้กิน

ชนนชวนนารากินน้ำแข็งไสอย่างร่าเริง หยอกล้อจนเธอหัวเราะ แต่ก็ยังไม่ลืม ถามว่าจะบอกได้หรือยังว่าเขาตอบปรัชญาไปว่าอย่างไร ชนนมองหมาจรจัดที่อยู่ไม่ไกลนัก ตัดสินใจบอกนาราว่า

“ผมยอมให้เขาชนะ” นาราถามว่าหมายความว่ายังไง แล้วนาราก็อึ้งเมื่อชนนบอกว่า “เราอย่าเป็นแฟนกันอีกเลย”

 

พอชนนบอกนาราว่าเราอย่าเป็นแฟนกันอีกเลย แล้วก็พรั่งพรูความน้อยเนื้อต่ำใจว่าตนเป็นหมาวัด เธอเป็นดอกฟ้าไม่คู่ควรกัน ดอกฟ้าก็ต้องอยู่กับเจ้าของที่คู่ควร พูดแล้วถือถ้วยน้ำแข็งไสเดินไปวางให้หมาจรจัดกิน ตัวเองเดินแยกไปเลย นาราพูดไม่ออกได้แต่เสียใจนั่งร้องไห้อยู่ริมทางเท้านั่นเอง

ชนนเดินเซื่องซึมกลับมาถึงละแวกบ้านเจอรตี รตีถามว่ารู้เรื่องบ้านมานีถูกยึดแล้วหรือยัง ทำไม เพราะอะไร ยังไงเล่าให้ฟังหน่อย ชนนเหมือนไม่รับรู้อะไร โผเข้ากอดรตีบอกว่าตนอกหักช่วยปลอบหน่อย รตีลูบหัวชนนปลอบ บอกเบื่อๆ

“เออ…มีสติแล้วเล่าให้ฉันฟังด้วยนะ”

คืนนี้แพรไหมนอนไม่หลับออกมาเดินข้างนอก มาวินก็นอนไม่หลับออกมาเดินได้ยินเสียงแพรไหมร้องไห้เลยแกล้งทำเสียงหาวให้เธอรู้ตัว แล้วเข้าไปหา แพรไหมหาว่าเขารวมหัวกับแม่เขาวางแผนทุกอย่างขึ้น จนตนกับแม่กลายมาเป็นคนใช้บ้านเขา เขาจะดูถูกเหยียดหยามตนกับแม่อย่างไรก็ทำได้

มาวินบอกว่าเมื่อก่อนใช่แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ถามว่าจะให้ตนทำอย่างไรให้แพรไหมเชื่อตนก็จะทำ แพรไหมขออย่างเดียวคือต่อไปนี้อย่ามายุ่งกับชีวิตตนและแม่อีกจะให้ไหว้ก็ยอมพลางยกมือขึ้น มาวินรีบห้าม แพรไหมเลยเดินเข้าบ้านไป

ฝ่ายชนน จนรุ่งเช้าก็ยังเสียใจค้าง ทำใจไม่ได้ นั่งถอนใจเฮือกๆที่รถตุ๊กๆ นายกุลมาบอกให้ไปส่งที่ห้างเกรทหน่อย พอได้ยินชื่อห้าง ชนนก็ผวาเฮือกไม่ยอมไปบอกว่าห้างคนรวยต้องคนรวยด้วยกันถึงจะเหมาะสม คนจนๆอย่างเราหัดเจียมตัวเสียบ้าง นายกุลโวยว่าตนเป็นยามที่นั่นไม่ไปก็ตกงานสิ พอนายกุลจะขับไปเองชนนก็ขว้างกุญแจทิ้ง เสร็จแล้วตัวเองก็เดือดร้อนว่าแล้วจะขับตุ๊กๆกลับบ้านยังไง นายกุลมองชนนบ่นงงๆ “มันเป็นบ้าอะไรของมันเนี่ย”

ไอ้แจ๋วสาระแนทันทีถามว่าอยากรู้ไหมล่ะ แล้วแบมือ ถูกนายกุลชูมะเหงกใส่ ไอ้แจ๋วรีบบอก “พี่ชนน อกหัก”

นายกุลเดินเข้าไปถามชนนว่าแอบคบกับคุณหนูนาราหรือเดี๋ยวจะไปบอกชิดว่าลูกชายไม่เจียมตัว ชนนตกใจร้องห้ามลนลาน นายกุลยิ่งได้ใจ แต่พอดีแพรไหมเดินมาขวางถามนายกุลว่าชนนจะคบกับใครมันเสียหายตรงไหน ขู่ว่า

“ถ้าน้ากุลอยากจะเอาไปฟ้องไปป่าวประกาศก็เชิญเลย แต่ระวังกรรมตามสนองแล้วกัน สักวันน้าน้อมจะรู้ความลับว่าน้ากุลชอบแอบเม้มเงินไปกินเหล้า” พูดแล้วทำเป็นตกใจอุทาน “อุ๊บ…ฉันเผลอหลุดปากออกไป แจ๋วอย่าไปรายงานต่อเชียวนะ” แล้วชวนชนน
ไปกัน นายกุลมองตามพึมพำ

“ขู่ข้าเหรอ…เดี๋ยวสวย…”

 

มาวินว้าวุ่นใจที่แพรไหมไม่เชื่อว่าเขาจริงใจ ไปบ่นกับนาราที่กำลังเสียใจเรื่องชนนที่ร้านดอกไม้

นาราบอกว่าตนก็ช่วยอะไรไม่ได้ เพราะที่แพรไหมเป็นอยู่ทุกวันนี้มาวินเป็นคนทำจนเธอเจ็บฝังใจ แนะว่าถ้าจะให้แพรไหมเชื่อก็ต้องจริงใจและจริงใจตลอดไปด้วย พิสูจน์ตัวเองให้แพรไหมเชื่อ เพราะความจริงแล้วความจนความรวยไม่ได้เป็นอุปสรรคเลยถ้าเราไม่ทำให้มันเป็นอุปสรรค เป็นผู้ชายก็ต้องสู้ ทำให้มาวินมีกำลังใจปลุกใจตัวเองว่าเราต้องสู้ ต้องสู้!

อินทรที่ไปปาร์ตี้จนเมาที่คอนโดอธิชาติ พอเช้าตื่นขึ้นมาจะกลับ นึกได้ถามอธิชาติว่าเมื่อคืนจำได้เลาๆ ว่าเขาบอกว่าแพรไหมไปอยู่บ้านมาวินหรือ อธิชาติบอกอีกทีว่าแพรไหมย้ายไปอยู่บ้านมาวินแล้ว ด้วงสาระแนว่าต้องเป็นแผนของมาวินที่กะรวบหัวรวบหางแพรไหมแน่เลย อินทรฟังแล้วยิ่งแค้นมาวิน

แล้วความบังเอิญก็เป็นเหตุ เมื่ออินทรจะให้รตีช่วยตนเรื่องแม่เลี้ยง จึงเอาใจพารตีไปเดินห้างซื้อของ รตีซื้อเสื้อผ้าราคาแพงใส่และซื้อของจนอินทรหิ้วเต็มมือ

ที่บ้านนารา จักรีได้ยินนิชาคุยโทรศัพท์นัดกับหนุ่ม ก็ตำหนิว่าทำตัวเป็นเด็กใจแตก ไม่ช่วยงานจนทุกอย่างในบ้านกำลังจะเจ๊งหมดแล้ว ถ้านิชาพึ่งพาได้บ้างมันก็คงไม่เป็นอย่างนี้ ทำให้นิชายิ่งแค้นใจที่พอนาราไม่อยู่ตนก็ถูกพ่อด่า

เวลาเดียวกัน แพรไหมเอาชุดเกาหลีไปคืนที่ร้าน ดีใจที่ทางร้านเก็บโน้ตบุ๊กไว้ให้ แต่เธอก็ถูกไล่ออก ทำให้ต้องชวนชนนเดินสำรวจไปตามร้านในห้างเผื่อจะหางานได้

บังเอิญแพรไหมเจออินทรกับรตีเข้า อินทรทิ้งรตีไปหาแพรไหมทันทีถามว่าทำไมไปอยู่บ้านมาวินชวนไปอยู่บ้านตนไหม รตีตามมาด่าอินทรที่ทิ้งตน กันท่าแพรไหมว่าตนมาช็อปปิ้งกับอินทร เราเป็นแฟนกัน อินทรด่าว่าพูดบ้าอะไร ไล่จะไปไหนก็ไปตนจะคุยกับแพรไหม รตีไม่ยอมให้คุย แพรไหมเลยตะโกนบอกว่าตนไม่คุยกับใครทั้งนั้นแล้วเดินหนีไป ชนนรีบตาม อินทรตามไปอีกคน

อินทรบอกแพรไหมว่ามาวินเป็นคนวางแผนหลอกให้เธอไปอยู่ที่บ้านเพราะคนคนนี้อยากได้อะไรก็ทำได้ทุกอย่าง

“แพรไหมไม่ได้ถูกใครหลอก ขอบใจที่หวังดีแต่ไม่ต้องมาช่วย” มาวินพูดแทรกขึ้นจากข้างหลัง

บังเอิญนิชาเจอชนนก็รี่เข้าไปบอกว่าให้ไปบอกนาราด้วยว่า ไม่ต้องกลับบ้านแล้วเพราะนาราไม่อยู่ที่บ้านสบายใจและสงบสุขกันมาก ก็พอดีมีชายคนหนึ่งที่มาดักรอนิชาอยู่พุ่งเข้ามาต่อว่าต่อขานว่าทำไมไม่รับโทรศัพท์ ไลน์มาก็ไม่ตอบ นิชาตวาดว่าเราเลิกกันแล้ว ไล่ให้หลบไป เลยถูกชายคนนั้นจับลากไปขึ้นรถขับพาหนีไป

ชนนเห็นนิชาถูกฉุดไปต่อหน้าก็ขับตุ๊กๆไล่ตามตัดสินใจขับรถย้อนศรดักรถที่ฉุดนิชามา ชายคนนั้นลงมาด่าชนน นิชาถือโอกาสลงจากรถวิ่งหนีไป ชายคนนั้นจะตามก็ถูกชนนกระชากไว้ถ่วงเวลาให้นิชาหนีไปได้ แล้วชนนก็ขับตุ๊กๆตามไปรับนิชาพาหนีไป นิชาถามว่ามาช่วยตนทำไม ทั้งที่ตนเป็นคนฟ้องพ่อกับแม่เรื่องที่นาราคบกับเขา ถามว่าไม่โกรธตนหรือ

ชนนบอกว่าทีแรกก็โกรธแต่ตอนนี้ไม่แล้ว แต่ยังเสียใจอยู่ นิชาทึ่งเพราะไม่เคยเจอผู้ชายดีๆอย่างนี้ ชนนบอกว่าเธออย่าเอาตนไปเทียบกับผู้ชายที่เธอคบอยู่ คนดีๆก็ยังมีอยู่เยอะ แล้วขอส่งเธอแค่นี้ แต่ที่เธอฝากไปบอกนารานั้นตนไม่บอก เพราะคนเป็นพี่น้องกันอย่าคิดร้ายต่อกัน เธอคิดว่าตัวเองมีปัญหา นาราก็คิดว่าตัวเองมีปัญหาเหมือนกัน บอกนิชาว่า

“ดีๆกันเถอะ เดี๋ยวก็ตายแล้ว” ว่าแล้วขับตุ๊กๆ ออกไป นิชายิ่งปลื้มชนน เพราะไม่เคยเจอผู้ชายแบบนี้มาก่อนเลย

 

ฝ่ายมาวินกับอินทรเพื่อนรักในกลุ่มกลายมาเป็นคู่ขัดแย้งเพราะแย่งแพรไหมกัน เมื่อมาเจอกันในห้างต่างก็แสดงตัวว่าเป็นคนรักของแพรไหมจนชกต่อยกัน แพรไหมพยายามห้าม เมื่อไม่ฟังก็ปล่อยให้ชกกันเสียให้พอใจ

รตีด่าแพรไหมว่าทำให้ผู้ชายชกต่อยเพื่อแย่งตัวเธอกัน เยาะเย้ยว่าไปอยู่บ้านมาวินคงสบายแล้ว เผลอๆ กลางคืนคงย้ายไปนอนห้องมาวินเสียก็ไม่รู้ รตีประกาศว่าต่อแต่นี้ไปเราไม่ใช่เพื่อนกัน แต่แพรไหมไม่ยอมบอกว่าจะรอให้รตีเข้าใจตนให้ถูกต้องแล้วเราจะกลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

รตีจะตบแพรไหมบอกว่าเธอไม่กล้าตบเพราะยังคิดว่าตนเป็นเพื่อนอยู่ พริบตานั้นรตีตบผัวะจนแพรไหม หน้าหันแล้วตะโกนใส่หน้าว่า

“ชัดเจนหรือยัง!”

พอมยุรารู้ว่ามาวินชกต่อยกับอินทรที่หน้าห้างเพราะแย่งแพรไหมกันก็หัวเสียว่าทำไมต้องเกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ทุกเรื่อง แล้วลุกพรวดไปหามานีที่ครัวบอกว่าลูกสาวเธอก่อเรื่องอีกแล้ว มานีขอโทษรับปากว่าจะอบรมแพรไหมให้

“เธอควรจะอบรมตั้งนานแล้ว ฉันให้เธอกับแพรไหมมาอยู่ด้วยในบ้าน ก็หวังว่าพวกเธอจะได้เจียมตัวเสียบ้างว่าเธอกับฉันมันคนละสถานะ ทำยังไงก็ได้ให้แพรไหม เลิกยุ่งกับมาวินเสียที ไม่อย่างนั้นฉันจะเล่นงานผัวเก่าเธอให้ชีวิตพังพินาศ ธุรกิจเจ๊ง เอาให้หมดเนื้อหมดตัวไปเลย” ก่อนออกไปย้ำว่า “แล้วอย่าให้แพรไหมรู้ล่ะว่าฉันมาพูดกับเธออย่างนี้”   –   อ่านต่อ คู่ปรับฉบับหัวใจตอนที่ 10

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, ละครออนไลน์, ละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คู่ปรับฉบับหัวใจ, คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคู่ปรับฉบับหัวใจทุกตอน

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ
- 2015-11-19 3:04:31 โพสต์โดย : LaKorn 1,637 ดูละครย้อนหลัง