อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 11

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 11

คู่ปรับฉบับหัวใจ
คู่ปรับฉบับหัวใจ

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ ตอนที่ 11

มาวินทั้งจูงทั้งลากแพรไหมไปจนเธอบอกให้หยุดตนจะล้มอยู่แล้ว พอมาวินหยุด เธอตวาดถาม

“เป็นบ้าอะไรทำไมต้องสติแตกขนาดนี้ ผีเข้าเหรอ!” เห็นมาวินยืนตัวสั่น แพรไหมชะงักถามอย่างกังวล

“เป็นอะไร” มาวินกลับมองแพรไหมอย่างสงสารน้ำตาคลอ จนแพรไหมมองอึ้ง

“ผม…ผมขอโทษ” มาวินเอ่ย แพรไหมทำเสียงฉงน เขาย้ำ “ผมขอโทษ” สิ้นเสียงก็ร้องไห้ออกมาเหมือนเขื่อนอารมณ์พังทลายทรุดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น แพรไหมสงสารทรุดนั่งบอกให้ตั้งสติหน่อย แต่มาวินยังร้องไห้ไม่หยุด แพรไหมไม่รู้จะทำอย่างไร จึงกอดไว้ด้วยความสงสารเห็นใจ ปลอบโยน…

“ไม่เป็นไรนะ…ไม่เป็นไร”

 

นิชาสร้างปรากฏการณ์ใหม่เมื่อความคิดเปลี่ยนแปลง เธอชวนชนนกินขนมหวานที่โรงอาหารมหาวิทยาลัย ชมทึ่งว่า

“ขนมหวานโรงอาหารอร่อยดีเหมือนกัน รสชาติเหมือนร้านหรูๆในห้างเลย แต่ไม่แพงเท่า ดีเลย ต่อไปจะแวะมากินอีกบ่อยๆเนอะ”

ชนนมองงงๆ วางช้อนมองหน้านิชาถามว่าไหนว่ามีเรื่องจะคุย กินจนหมดแล้วยังไม่เห็นพูดเรื่องอะไรที่ว่าสักที นิชาทำตาใสบอกว่าก็เรื่องขนมหวานนี่ไง ถามว่าจะให้บอกพ่อเขาว่าชวนมากินขนมหวานงั้นหรือ ชนนหงุดหงิดจะลุก นิชาบอกว่านารากลับมาอยู่บ้านแล้ว ชนนดีใจวูบหนึ่งพอนึกได้ก็เก๊กหน้าถามว่ามาบอกตนทำไมไม่เห็นอยากรู้ ตนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว เพราะนาราก็แค่คนรู้จักคนหนึ่งเท่านั้น

นิชาย้ำถามว่าแน่ใจหรือ ชนนกัดฟันบอกว่า “แน่ใจ!! เจ็บแล้วต้องจบ” ถามว่าคาดคั้นถามทำไมจะเอาไปฟ้องพ่อแม่อีกหรือ อย่าทำให้นาราลำบากใจอีกเลย ตนจบแล้วจริงๆ

“นายนี่ห่วงแต่นาราจริงๆนะ ฉันไม่ได้จะเอาไปบอกพ่อแม่หรอก เพราะฉันจะไม่เป็นศัตรูกับนาราอีกแล้ว ฉันจะทำตามที่นายบอก คนเป็นพี่น้องกันอย่าคิดร้ายต่อกันให้มากนักเลย เดี๋ยวก็ตายแล้ว”

ชนนอึ้งๆบอกว่าคิดได้อย่างนั้นก็ดีแล้ว หมดธุระแล้วใช่ไหม นิชาถ่วงไว้ย้ำถามว่าเขาไม่รักนาราแล้วจริงๆ ใช่ไหม พอชนนยืนยันว่ายิ่งกว่าจริง นิชาเสนอ “งั้นมาคบฉันไหม” ชนนร้องหา! มองงงๆสงสัย นิชาย้ำชัดๆว่า “ฉันชอบนาย” คราวนี้ชนนตกใจผงะ แล้วเดินหนีไปดื้อๆ

นิชาตามตื๊อ ชนนถูกหญิงบอกรักก็ยิ่งเขินทำตัวไม่ถูก จนนิชาพูดอย่างผ่าเผยว่า

“ชีวิตฉันเหลวไหลมาเยอะแล้ว จนมาเจอนาย นายทำให้ฉันไปเที่ยวกลางคืนไม่สนุกอีกต่อไป เบื่อหน้าผู้ชายหื่นๆโง่ๆที่เข้ามาขอแลกไลน์ ถ้านายปฏิเสธฉัน ชีวิตฉันคงไม่มีวันดีขึ้นอีก”

“ทำไมพูดงี้…เอาชีวิตมาฝากไว้กับผมได้ไง ไม่แฟร์”

“ฉันไม่ใช่ลูกรัก คบกับฉันพ่อแม่ไม่มากีดกันแน่นอน” นิชาเปิดทางเต็มที่ จนชนนทำเสียงสยองกับความกล้าของเธอ แล้วเดินหนีไปอีก แต่แล้วก็เบรกแทบหงายหลังเมื่อเจอนาราเข้าอย่างจัง!

นาราถามนิชาว่ามาที่นี่ได้ยังไง นิชาจับแขนชนนบอกว่ามากับชนน พอดีปรัชญาถือน้ำดื่มเดินมาให้นารา ชนนเห็นปรัชญาเอาใจนาราก็ของขึ้น คว้าแขนนิชาประชด “เราไปกันเถอะครับ” แล้วควงนิชาออกไปเลย ทำเอานารางง

แม้นิชาจะรู้ว่าชนนทำประชดนารา แต่บอกชนนว่าตนไม่ถือ ยินดีให้เขาใช้เป็นเครื่องมือ บอกให้ชนนไปเข้าห้องเรียนเสีย ตนจะรอ ชนนเดินไปมึนๆ ถามตัวเองอย่างสยอง

“อะไรเนี่ย พี่สาวนารามาได้ไงวะ ฮึ่ยยยยย…” ชนนทำท่าสยอง แล้วก็ชะงักเมื่อเดินมาจ๊ะกับนาราเข้าอย่างจัง หลบกันไปมาครู่หนึ่งแล้วชนนก็ทำท่าเดินผ่านไป หันมองนาราอย่างไม่หายหงุดหงิด เห็นเธอยังมองตามตนอยู่ ก็ฮึดขึ้นมาแบบจะเอายังไงก็ว่ามา

ต่างมองหน้ากันนิ่ง ไม่มีใครพูดแต่ต่างคิดถามและท้ากันในใจ ทีแรกนาราก็มองชนนด้วยแววตาอ่อนโยนคิดว่าเขาคงจะมาง้อ แต่เมื่อเห็นชนนทำเย็นชาก็ฮึดขึ้นมา เปลี่ยนเป็นมองเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ แล้วเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย

 

นิชาเดินมองนักศึกษาหญิงชายที่เดินคุยกันและเข้าเรียนอย่างกระตือรือร้นด้วยความสนใจ พลันก็ชะงักเมื่ออธิชาติเข้ามาทักว่ามาอยู่นี่ได้ยังไง ด้วงกับเก๋าทำตัวเป็นลูกคู่แซวอย่างคะนองว่าอย่าบอกนะว่าจะกลับมาเรียนแล้ว โลกแตกแน่

“ทำไม ถ้าฉันอยากจะกลับมาเรียนมันแปลกตรงไหน” นิชาย้อนถาม เก๋ากับด้วงบอกว่าอย่างเธอมันต้องเกิดแก่เจ็บตายอยู่แต่ในผับ เธค สถานบันเทิงเท่านั้น

“หรือไม่ก็ในใจอธิชาติคนนี้” อธิชาติกะล่อนตามเคย

“แหวะ…ฉันค้นพบแล้วว่าที่ผ่านมาฉันใช้ชีวิตแบบงี่เง่าไร้สาระมาก ฉันพยายามหาคุณค่าให้ตัวเองด้วยการไปคบกับคนนั้นคนนี้ แต่มันไม่ใช่เลย ผู้ชายพวกนั้นไม่ได้ให้ค่าฉันเลย เพราะจริงๆแล้วคนที่ให้ค่าตัวฉันได้มีเพียงฉันคนเดียวเท่านั้น” อธิชาติถามขำๆ ว่าช่วงนี้คบด็อกเตอร์รึไงถึงได้พูดมีสาระ “ก็แค่คิดได้ และจะไม่กลับไปทำอย่างเดิมอีก”

อธิชาติกะล่อนว่าแบบนี้ตนเสียใจนะ เพราะเธอคือคนที่ตนหวงที่สุด

“นายก็หวงหมดทุกคนนั่นแหละ ฉันขอคืนมงกุฎให้นายเอาไปมอบให้สาวงามที่จะมารับตำแหน่งคนที่นายหวงที่สุดต่อไป ส่วนฉันขอลา…บาย…”

อธิชาติฮึดฮัดถามว่าอะไรทำให้นิชาเปลี่ยนไปได้ ด้วงกับเก๋าผสมโรงเอาใจได้แค่ว่า “นั่นสิ…ฮึ่ยยยย…”

แต่พอเข้าห้องเรียน ทั้งอินทรและอธิชาติก็หงุดหงิดเมื่อรู้ว่ามาวินกับแพรไหมไม่มาเรียนทั้งคู่! อธิชาติยุ

อินทรว่าดูท่ามาวินจะพิชิตแพรไหมได้แล้ว หยามว่า “ยังไงนายก็แพ้”

“ฉันไม่ยอมแพ้ ฉันต้องชนะ” อินทรฮึดฮัด อธิชาติยุว่าถ้าจะทำอะไรก็รีบๆหน่อยแล้วกัน “ฉันรู้ ไม่ต้องมายุ”

อินทรฮึดฮัดทั้งโกรธและเกลียดมาวิน อธิชาติชำเลืองมองอย่างสมใจที่อินทรยุขึ้น ยุได้ง่ายจริงๆ

 

แพรไหมพามาวินไปนั่งที่ริมแม่น้ำบรรยากาศดี สวยงาม เพื่อให้เขาผ่อนคลาย

มาวินขอบใจแพรไหมที่ช่วยปลอบตน และขอโทษที่ทำให้เธอต้องโดดเรียนวันนี้ แพรไหมอยากจะถามว่าเขาเป็นอะไรแต่ก็ไม่กล้ากลัวเขาจะคลั่งขึ้นมาอีก มาวินดูออก บอกให้ถามเลย

“งั้นถามนะ นายรู้ตัวหรือเปล่าว่าตอนที่นายโมโหน่ากลัวมาก นายเหมือนคนบ้า เหมือนคนที่ควบคุมสติไม่อยู่ เก็บกดมีปัญหาทางอารมณ์” มาวินบอกว่าตนรู้ “นายเจออะไรมา ทำไมนายถึงเป็นได้ขนาดนั้น เพราะแม่นายงั้นเหรอ”

“เธอคิดว่าคนที่เกิดมารวยก็ควรจะมีความสุข มีชีวิตที่ดีอย่างนั้นใช่ไหม มันไม่ใช่เลย ฉันไม่เคยมีความสุข แม่ไม่เคยปล่อยให้ฉันตัดสินใจเองเลย…ฉันยอมแม่ได้ทุกอย่าง แต่เรื่องเดียวที่ฉันยอมไม่ได้คือเรื่องของเธอ ฉันจะไม่ให้แม่ทำกับเธออย่างที่แม่พยายามทำอยู่เด็ดขาด แม่จะร้ายใส่ใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เธอ”

แพรไหมรับรู้ถึงความรัก ห่วงใยและปกป้องตนของมาวิน บอกเขาให้สบายใจว่าตนเอาตัวรอดได้ มาวินแย้งทันทีว่าแต่เหตุการณ์วันนี้เธอเอาตัวไม่รอด เธอติดกับดักของแม่ตนเต็มๆ แพรไหมยอมรับแต่ก็ไม่อยากให้เขาคลั่งอย่างนี้อีก

“งั้นเธอก็ยิ้มสิ ยิ้มเยอะๆฉันจะได้มีความสุข”

มาวินมองหน้าแพรไหมเว้าวอน แพรไหมพูดขำๆว่า

ถ้าง่ายอย่างนั้นตนจะยิ้มทั้งวันเลย แล้วฉีกยิ้มให้ทั้งเล่นทั้งจริง จนกลายเป็นเรื่องหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน

แต่เมื่ออารมณ์ความรู้สึกลึกๆ เริ่มเปิดเผยต่อกัน มาวินจับมือแพรไหมมองซึ้ง แพรไหมย้ำเตือนว่าไหนเราเป็นเพื่อนกันไง มาวินไม่ตอบจู่โจมจูบจนแพรไหมตั้งตัวไม่ทัน ตกใจนิ่งงัน

“เธอก็รู้ว่าฉันคิดแค่เพื่อนกับเธอไม่ได้” มาวินยื่นหน้าเข้าไปถามเสียงแผ่ว “เธอก็เหมือนกันใช่ไหม?”

ความใกล้ชิดที่ต่างเผยความรู้สึกลึกๆ ต่อกันทำให้ต่างตกอยู่ในภวังค์ มาวินทำท่าจะจูบอีก แพรไหมเตือนสติว่า

“มันเป็นไปไม่ได้หรอก” แพรไหมพยายามดึงมือออก แต่มาวินไม่ยอมปล่อย ระบายความอัดอั้นให้ฟัง…

“ฉันทำตามการตัดสินใจของแม่มามากพอแล้ว ถึงเวลาที่แม่ต้องทำตามการตัดสินใจของฉันบ้าง”

“ปล่อยมือเถอะ ฉันขอร้อง” แพรไหมเอ่ย ดึงมือตัวเองออกได้ก็จะไป ทันใดนั้นมาวินก็หายใจฟืดฟาดติดขัดเหมือนจะหมดสติ แพรไหมรีบประคองเขาไว้ มาวินบอกว่าสงสัยจะหิวข้าว บอกว่าไม่เป็นไรแล้ว ขอบใจที่เธอจับมือตนไว้ แพรไหมถามหน้าตึงว่า “ไม่ได้เป็นไร แค่มุกใช่ไหมเนี่ย ทุเรศที่สุด”

ทันใดนั้น มาวินทิ้งตัวใส่แพรไหม เธอรับไว้ทันแต่ทานน้ำหนักไม่ได้มาวินเลยล้มลงหนุนตักเธอพอดี! แต่เขาแน่นิ่งจนแพรไหมตกใจ เขย่าเรียกก็ไม่รู้สึกตัว ตกใจมากกลัวเขาจะตาย รีบพาส่งโรงพยาบาล

 

ไม่นานนัก ทั้งมยุรา อานนท์ นงนุชและมานี ก็พากันมาที่โรงพยาบาล มาถึงแทนที่มยุราจะถามไถ่อาการของมาวินกลับสั่งนงนุชให้สกัดอย่าให้ข่าวมาวินเข้าโรงพยาบาลแพร่งพรายออกไป จากนั้นหันเล่นงานแพรไหม

“เธอทำอะไรลูกชายฉัน!”

แพรไหมย้อนเอาว่ามาถึงโรงพยาบาลสิ่งแรกที่ทำคือสั่งปิดข่าวรักษาหน้าตัวเอง มยุราตบหน้าแพรไหมฉาดใหญ่ ตวาดว่ามีสิทธิ์อะไรมาพูดจาก้าวร้าวตน มานีรีบขอโทษมยุราปรามแพรไหมสั่งให้ขอโทษมยุราเดี๋ยวนี้

มยุราโทษว่านับแต่มาวินคบกับแพรไหมก็แข็งข้อกับตนทั้งที่เมื่อก่อนเชื่อฟังทุกอย่าง ประณามแพรไหมว่า

“เธอคือตัวปัญหา เธอคือคนที่ทำให้ลูกชายฉันคลั่งเหมือนคนบ้า เธอคนเดียว ยังไม่รู้ตัวอีกรึไง!”

“แต่มาวินบอกกับแพรว่าคนที่เป็นตัวปัญหาก็คือคุณ คุณนั่นแหละ” แพรไหมเผชิญหน้าตอบโต้ มานีตกใจรีบห้ามแพรไหมสั่งให้ขอโทษมยุราเดี๋ยวนี้ แพรไหมไม่พอใจที่แม่ยอมมยุรามากเกินไป เธอเดินหนีไปไม่พูดอะไรสักคำ

“ดูพฤติกรรมลูกสาวเธอ แย่!!” มยุราหันมาเล่นงานมานีต่อ

มานีตามไปพูดกับแพรไหม แพรไหมบอกแม่ว่าถ้าไม่อยากให้มีปัญหาเราก็ย้ายออกจากที่นั่นเสีย เรื่องหนี้ที่แม่อ้างว่ามยุราชดใช้ให้ก็เป็นหนี้ที่พ่อก่อ ก็ให้พ่อใช้เขาไป มานีบอกว่าอย่าไปยุ่งกับพ่อเขาเลย ตัดบทชวนเข้าไปดูมาวินกันก่อนดีกว่า

อานนท์บอกมยุราว่ามาวินเครียดมากจนหายใจไม่ออก หมอบอกว่าจะแก้ได้ก็คือต้องเลิกเครียด อานนท์แกล้งถามมยุราว่าจะเลิกได้อย่างไร มยุราถามอานนท์เสียงเขียวว่าแล้วมองหน้าตนทำไม ทำเอาอานนท์รีบหลบตาแทบไม่ทัน มยุราจะเข้าไปดูมาวิน อานนท์รีบขอร้องว่าอย่าเพิ่งเข้าไปให้ลูกเห็นหน้าตอนนี้เลย มยุราถามว่าหมายความว่าตนทำให้มาวินเครียดรึ

นงนุชทนไม่ได้ขอแทรกว่า “นงนุชขออนุญาตพูดตามตรงนะคะ ถ้าคุณรักและสงสารลูก อยากจะแก้ปัญหานี้ให้ได้ ช่วยยอมรับความจริงสักนิดเถอะค่ะว่าคุณนั่นแหละค่ะที่ทำให้มาวินเครียด” ถูกมยุราแว้ดใส่ว่ากล้าว่าตนหรือ นงนุชดักคอว่า “จะด่าก็ได้ค่ะ แต่อย่าไล่ออกนะคะ เพราะไม่มีใครทนคุณได้เท่านงนุชอีกแล้ว” มยุรากระชากเสียงถามว่าแล้วจะให้ตนทำยังไง บอกมาซิ “ถามคุณมาวินดีไหมคะว่าเขาต้องการและไม่ต้องการอะไรจากคุณบ้าง”

“ให้ไปถาม มาวินก็จะเอาแต่แพรไหมนั่นแหละ! พอ!! ฉันจะกลับแล้ว เธอก็ไปดูแลมาวินด้วยแล้วกัน ฉันเครียด”

“ฝากด้วยแล้วกัน ฉันก็เครียด!!” อานนท์โยนกลองให้นงนุชแล้วผละไปอีกคน

นงนุชยืนเซ็ง นึกสงสารมาวินจับใจ

 

มานีถามมยุราขณะเดินผ่านไปว่า “คุณจะกลับแล้วเหรอคะ คุณมาวินเป็นยังไงบ้างคะ” แพรไหมรอฟังคำตอบใจจดจ่ออยู่ข้างๆ ถูกมยุราย้อนถามเสียงขุ่นว่าจะอยากรู้ไปทำไม!

อานนท์กระซิบเตือนว่าร้อนไม่ได้นะ เดี๋ยวแพรไหมเอาไปบอกลูกจะซวยนะ มยุราจึงหันไปสั่งบอดี้การ์ดว่า

“ดูแลลูกชายฉันให้ดี ห้ามแพรไหมเข้าไปเยี่ยมมาวินเด็ดขาด” สั่งแล้วเดินเชิดผ่านไป

แพรไหมอึ้ง เมื่อมานีชวนกลับ เธอบอกแม่ว่า

“แพรยังไม่อยากกลับ แม่กลับไปเถอะค่ะ ไปบอกลาออกให้เรียบร้อยด้วยนะคะ”

ฟังแล้วมานีเครียด ลำบากใจที่จะบอกลาออก

ฝ่ายนิชาวางแผนทั้งหลอกทั้งล่อกระทั่งปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อจะแย่งชนนไปให้ได้ เธอพยายามกันนาราออกไปจากชนน ยุให้ไปคบกับปรัชญา ชมว่านาราตาถึงเลือกคนได้เหมาะ พ่อกับแม่ต้องภูมิใจแน่ๆ ยุว่าถ้าไม่อยากหมั้นกับมาวินก็ปรัชญานี่แหละเหมาะที่สุด ดีกว่าชนนเป็นร้อยเท่า บอกนาราเย็นนี้ให้กลับไปคุยกับพ่อด้วย

เวลาเดียวกันก็บอกชนนว่านาราเปิดตัวกับพ่อแม่แล้วว่ากำลังคบกับปรัชญาอยู่ เห็นว่าจะนัดไปกราบพ่อกับแม่ทำความรู้จักกันอย่างเป็นทางการ บอกชนนว่าไม่คิดอะไรมากก็ดีแล้วจะได้ไม่เจ็บมาก

ขณะนารากำลังสับสนที่อยู่ๆนิชาก็มาคบกับชนน ก็พอดีได้รับโทรศัพท์จากรุจิราบอกว่ามาวินเข้าโรงพยาบาล ให้แวะไปเยี่ยมเพื่อนหน่อย

นงนุชที่รักและเห็นใจมาวินมาโดยตลอด บอกมาวินว่าอาการที่เขาเป็นเกิดจากความเครียดมาก พยายามพูดให้สบายใจว่าคุณพ่อคุณแม่มาเยี่ยมแล้วเห็นว่าเขายังไม่ตื่นท่านเลยกลับไปก่อนเพราะมีธุระ มาวินดักคอว่า

“ไม่ใช่ว่ามาเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีข่าวเรื่องนี้หลุดออกไปเหรอ ชีวิตนี้แม่ก็ห่วงอยู่แค่เรื่องภาพลักษณ์หน้าตาของแม่แค่นั่นแหละ คุณนงนุชอย่ามาพูดถนอมน้ำใจผมเลย”

มาวินถามว่าแพรไหมเป็นคนพาตนมาโรงพยาบาลใช่ไหม ตอนนี้อยู่ไหน พอรู้ว่าอยู่ข้างนอกก็บอกไปตามให้ที นงนุชจำต้องบอกว่าคุณมยุราไม่ให้แพรไหมเข้ามาเยี่ยม มาวินเลยลุกออกไปหาเอง แต่ไม่ทันออกจากห้องก็เจอนาราพอดี

นงนุชออกไปพบแพรไหม บอกเธอว่าหมอบอกว่ามาวินเครียดจนเป็นลม หมอย้ำว่าอย่าให้มาวินเครียดอีกเพราะถ้าเป็นซ้ำมันจะส่งผลไม่ดีต่อหัวใจ แล้วถามตรงๆ ว่าเธอคิดอย่างไรกับมาวิน แพรไหมบอกว่าก็เป็นเพื่อนคนหนึ่ง

“แพรไหม ฉันขอแนะนำนะ ถ้าเธอไม่ได้รักคุณหนูจริง รีบออกไปจากชีวิตคุณหนูเสีย เพราะไม่งั้น เธอกับแม่ได้กระอักเลือดตายแน่ ถ้าเธอรักจริง ฉันก็ขอแนะนำให้รีบออกไปจากชีวิตคุณหนูให้เร็วยิ่งกว่า ไม่งั้นเธออาจจะตายไม่เหลือซากไม่มีเศษชิ้นให้เอาไปบังสุกุลเลย”

“ทางเลือกมีแต่ตายกับตายเท่านั้นใช่ไหมคะ เพราะแพรเป็นคนจนแค่นั้นเหรอคะ”

“จากประสบการณ์ทำงานกับคุณมยุราเกือบยี่สิบปี บอกเลยว่าใช่! โอกาสที่คุณมยุราจะยอมรับเธอมีเท่ากับศูนย์”

นงนุชเดินจากไปแล้ว แพรไหมนั่งเครียดกับสิ่งที่นงนุชเสนอ

 

นาราพยายามที่จะคุยกับมาวินให้เขาไม่เครียด บอกเขาให้นอนพักให้ดีมีอะไรก็ระบายให้ตนฟังได้ มาวินบอกว่าแม่โกหกตนอีกแล้ว

“เรานึกว่าแม่จะให้โอกาสแพรไหม แต่แม่ก็แค่เล่นละครเหมือนทุกที แม่ทำเหมือนว่าจะตามใจเรา แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จะเป็นไปตามที่แม่ต้องการ”

นาราถามว่าเขาเคยพูดกับแม่ตรงๆไหม มาวินบอกว่าพูดไปแม่ก็ไม่ฟัง

“วินลองพูดตรงๆกับแม่สักครั้งได้ไหม พูดความรู้สึกของวินอย่างตรงไปตรงมา เราเชื่อว่าแม่วินต้องเข้าใจ แล้วบางทีวินกับแม่อาจจะหาจุดตรงกลางระหว่างกันเจอก็ได้”

มาวินพูดอย่างทิฐิว่าไม่คุยเพราะตนกับแม่ไม่มีจุดตรงกลาง ตนเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงที่ต้องทำตามแม่สั่งเท่านั้น บอกว่าตนไม่ทนอีกแล้ว ถ้าแม่มายุ่งกับตนอีกครั้งตนจะ… มาวินทิ้งไว้แค่นั้นทำให้นารากังวล บอกเขาว่าห้ามทำร้ายตัวเองอีก เพราะมีแต่คนโง่เท่านั้นที่ทำอย่างนั้น

มาวินยังคงนิ่ง ทำให้นารายิ่งห่วงเพื่อน ออกมาเจอแพรไหมที่เธอบอกกับนงนุชว่าจะย้ายออกจากบ้านนั้นไปเช่าบ้านอยู่และจะไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย แล้วขอตัวกลับบ้าน นาราไปยืนขวางถามว่า

“เธอจะทิ้งมาวินเพราะไม่อยากแย่งแฟนคนที่เพื่อนเธอรักใช่ไหม” แพรไหมอึ้งไม่ตอบเบี่ยงตัวเดินเลี่ยงไป นาราพูดตามหลังว่า “มันไม่ยุติธรรมกับมาวินเลยนะแพรไหม”

นาราวิ่งตามไปคุยกับแพรไหมอีกจนได้ แพรไหมยืนยันว่าในเมื่อแม่ของมาวินเกลียดตนเพราะจนแล้วจะให้ตนทำอย่างไร เพราะตนเป็นแค่ลูกแม่ค้าหาเงินได้วันละสามร้อยเท่านั้น

นาราหว่านล้อมอย่างเพื่อนที่รู้ใจอ่านใจเพื่อนออก บอกว่าเธออย่าปฏิเสธเลยว่าเธอเองก็รู้สึกดีกับ

มาวินไม่ต่างกัน แพรไหมยอมรับโดยปริยายถามว่าแล้วจะให้ตนทำอย่างไร มองไปทางไหนก็มีแต่ปัญหา จะดันทุรังไปเพื่ออะไร

“เพื่อมาวินไง เธอรู้หรือเปล่าว่าจริงๆแล้วมาวินรักแม่มาก เขามีนิสัยเกเรชอบสร้างปัญหาหรือความก้าวร้าวต่างๆ ที่มาวินทำก็เพื่อเรียกร้องความสนใจจากแม่ พอเรียกร้องมากแต่แม่ก็ยังไม่สนใจมันก็พัฒนากลายเป็นประชด เป็นการต่อต้าน แต่ลึกๆแล้วมาวินรักและต้องการความรักความสนใจจากแม่”

เห็นแพรไหมฟังอย่างตั้งใจและเห็นใจมาวิน นาราหว่านล้อมว่า

“ฉันก็ไม่รู้ว่าปัญหานี้จะแก้ไขได้ยังไง ฉันรู้แต่ว่าเธอเป็นคนเดียวที่มาวินรับฟัง ฉันเลยอยากให้เธอช่วย… มาวินเคยขาหักเพราะโดดจากระเบียงห้องนอนมาแล้ว ฉันกลัวเขาจะทำอะไรรุนแรงกว่านี้ ฉันขอร้อง สงสารมาวินหน่อยเถอะแพรไหม”

“เลิกบิ๊วต์เถอะ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะพาแม่ออกไปอยู่ที่อื่น ฉันจะไม่ให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามแม่ได้อีก ยังไงเธอก็เปลี่ยนความคิดฉันไม่ได้”

แพรไหมเดินแยกไป แต่ต้องชะงักเพราะถูกมาวินสะอึกออกมาขวาง

“ฉันไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น” แล้วคว้ามือแพรไหมลากออกไปจากโรงพยาบาล

แพรไหมถามว่าลุกมาทำไม หายดีแล้วหรือ มาวินบอกว่าทีแรกก็ไม่หาย แต่พอได้ยินว่าเธอจะพาแม่ออกไปอยู่ที่อื่นเลยหาย ย้ำกับแพรไหมว่า “ฉันไม่ให้เธอไป เข้าใจไหม!” พอแพรไหมรั้นจะหลบไป มาวินพูดเครียด “อยู่เฉยๆ เธอกำลังทำให้ฉันเครียดนะ ถ้าฉันเครียดจนหมดสติไปอีก เธอจะต้องรับผิดชอบแล้วนะ”

แพรไหมบอกว่าอย่ามาอ้าง มาวินจะลากเธอขึ้นรถแท็กซี่ เธอถามว่าจะพาตนไปไหน

“ไปไหนก็ได้ที่ได้อยู่กับเธอ ขึ้นไป”

 

อินทรร้อนใจนั่งไม่ติด โทร.ตามรตีถามว่ารู้ไหมว่ามาวินเข้าโรงพยาบาล ไม่ไปเยี่ยมหน่อยหรือ รตีตอบตัดรำคาญว่า

“ถ้านายอยากไปเยี่ยมก็ไปเองสิ หรือถ้านายอยากเจอแพรไหมก็ไปหาแพรไหม ไม่ต้องมาถามฉัน ฉันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น หรือถ้าอยากจะใช้ให้ฉันไปเป็นนางมารร้ายขัดขวางมาวินกับแพรไหม ฉันก็จะบอกว่า ทำเองบ้างเถอะ ฉันเหนื่อย”

ตัดสายจากอินทรแล้ว รตีนั่งหมดอารมณ์บ่นเซ็งๆ “มาวินรักแพรไหมขนาดนั้น ฉันจะเอาอะไรไปสู้”

อินทรโมโหเลยจะทำเอง แต่ไม่ทันทำอะไร คนใช้ก็มาบอกว่า “คุณแม่ให้ตามไปด่วนค่ะ”

อินทรอึ้ง เดินเข้าบ้านไปอย่างนึกสยองขึ้นมากับพิษสงของจริยา

แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผันอย่างที่อินทรรับไม่ทัน คิดไม่ตก เมื่อจริยาทำดีด้วย พออินทรแสดงความรังเกียจ จริยาบอกว่าถ้าจะให้ตนออกจากบ้านนี้ก็ให้ไปถามพ่อเขาก่อนดีไหม

อินทรแทบช็อก เมื่อสินชัยเข้ามาบอกว่า จริยาจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่ที่นี่ตามเดิม จริยายิ้มเย้ยชวนไปฉลองกันเถิดตนเตรียมอาหารไว้พร้อมแล้ว อินทรถามสินชัยว่า

“นี่มันเรื่องอะไรพ่อ”

สินชัยเล่าว่าจริยาเอาเอกสารเกี่ยวกับการทำธุรกิจที่ไม่โปร่งใสกระทั่งโกงอย่างชัดเจนมาขู่ว่าจะเอาไปแฉกับหนังสือพิมพ์ จะทำลายชีวิตเขาไม่ให้ได้ผุดได้เกิดเลย

อินทรรับไม่ได้จะออกจากบ้าน จริยาจะไม่ให้ไป อินทรท้าว่าถ้าอยากแฉพ่อก็แฉไปเลย แต่อย่าเอามาบังคับให้ตนยอมเธอได้ ชาติหน้าก็ไม่มีวัน จริยาหันไปบีบคั้นสินชัยว่า “ลูกคุณท้าฉัน”

“เธอต้องการอะไร อยากได้อะไรบอกมา ฉันจะทำให้ทุกอย่าง แต่อย่าเอาเอกสารพวกนั้นให้นักข่าว”

สินชัยยอมอย่างหมอบราบคาบแก้วยิ่งทำให้จริยาได้ใจ ยิ้มร้ายตาวาว

 

มาวินพาแพรไหมไปที่ริมแม่น้ำบรรยากาศดี ธรรมชาติสวย ทั้งคู่อยู่ด้วยกันในสวนสาธารณะอย่างผ่อนคลาย มาวินสีหน้าสดชื่นขึ้นมาก นาทีนี้เขาเป็นตัวของตัวเองเต็มที่

มาวินจูงมือแพรไหมเดินไปด้วยกัน พอแพรไหมขัดขืนก็ขู่ว่าอย่าขัดใจได้ไหม อยากให้ตนเครียด เสียสติ อาละวาดแล้วก็ล้มน็อกพื้นอีกหรือ แล้วอ้อน “เดินเล่นกัน ฉันจะได้หายเครียดนะ”

พอแพรไหมเดินไปด้วยเพื่อให้เขาผ่อนคลาย

มาวินรุกอีกขั้น อำว่านับแต่นาทีนี้เราเป็นแฟนกันแล้วนะทำเสียงอ้อนน่ารักว่า “รักนะครับ”

ทั้งสองเจอเด็กเล่นฟองสบู่ก็เล่นด้วยอย่างสนุกสนาน เจอคู่รักนักดนตรี ก็ไปนั่งฟังกันอย่างเพลิดเพลินซึ้งไปกับคู่รักด้วย จนไปเจอเด็กเล่นฮูลาฮู้บ ก็ชวนกันเล่น ทีแรกมาวินบอกว่าเล่นไม่เป็น เคี่ยวเข็ญให้แพรไหมเล่น แพรไหมเล่นได้ครู่เดียวฮูลาฮู้บก็ร่วงลงพื้น

แพรไหมได้ยินเสียงเด็กๆเฮกันสนุกสนาน พอหันมองก็อึ้ง ทึ่ง เมื่อเห็นมาวินกำลังเล่นฮูลาฮู้บฝีมือขั้นเทพอยู่ แพรไหมมองเพลิน พลอยสนุกสนานไปกับการเล่นของมาวินไปด้วย

ทั้งสองเพลิดเพลินสนุกสนาน จนมาวินเรียกมาถ่ายเซลฟี่กัน เคี่ยวเข็ญให้แพรไหมยิ้มสวยๆ ทำหน้าดีๆ ถูกแพรไหมแกล้งก็แกล้งกันไปมากลายเป็นหยอกล้อกันสนุกสนาน

จนมานั่งพัก มาวินซื้อแซนด์วิชให้บอกว่ารองท้องหน่อย ขณะนั้นเองมือถือแพรไหมดังขึ้น พอหยิบดูเธอบอกว่าแม่โทร.มา

“ดีเนอะ พอเริ่มเย็นแล้วแม่ก็เป็นห่วง ไม่เห็นเหมือนแม่ฉัน หายไปสามวันยังไม่มีใครคิดจะตาม”

แพรไหมบอกว่าเขาควรจะกลับบ้านได้แล้ว มาวินไม่กลับ เพราะถ้ากลับไปเจอหน้าแม่อีกตนคงได้เข้าโรงพยาบาลอีก แพรไหมถามว่าเมื่อเขาไม่ชอบที่แม่บังคับ ทำไมไม่บอกให้แม่รู้ มาวินตัดบทว่าพอเถอะ ตนไม่อยากพูดเรื่องนี้อีกแล้ว เขาเอาแซนด์วิชใส่ปากจนหมดแล้วลุกเดินแยกไปบอกว่า “ไปซื้อน้ำนะ”

 

แพรไหมถามมาวินว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ เขาบอกว่าจนกว่าแม่จะเลิกทำตัวแบบที่เป็นอยู่

“ถ้าแม่นายเลิกนิสัยนั้นไม่ได้ล่ะ จะเอาไง จะตัดขาด เลิกเป็นพ่อแม่ลูกกัน แล้วนายจะอยู่ยังไง มีวุฒิแค่ ม.หก หาเงินได้ค่าแรงขั้นต่ำสามร้อยบาท พอใช้ใช่ไหม”

มาวินทิฐิบอกว่าเธอยังอยู่ได้ทำไมตนจะอยู่ไม่ได้ ส่วนเรื่องที่ต้องอยู่คนเดียว ทุกวันนี้ก็เหมือนอยู่คนเดียวอยู่แล้ว พ่อกับแม่มีเวลาให้มูลนิธิเพื่อสังคมตลอด เจอกันเดือนหนึ่งไม่เกินสามวัน เพราะฉะนั้น จะมีพ่อแม่หรือไม่ ความรู้สึกไม่ต่างกัน

พอดีมือถือแพรไหมดังขึ้น มาวินคว้ามือเธอไว้บอกว่าจะไปส่ง พอไปถึงหน้าบ้าน มาวินพูดขำๆแกมสมเพชว่า แปลกดีนะตนมาส่งเธอที่หน้าบ้านตัวเอง แพรไหมบอกว่าก็ให้เขามาอยู่ที่นี่

“น้ามานีอยู่ไหนเธออยู่นั่น เธออยู่ไหนฉันอยู่นั่น” แพรไหมถามว่าแล้วถ้าตนอยู่ที่นี่ล่ะ? มาวินตกใจร้องหา!

“ถ้าฉันไม่ย้ายออกไปอยู่ที่อื่นแล้วนายจะกลับมาอยู่บ้านไหม” มาวินถามว่าทำไมถึงเปลี่ยนใจ “ฉัน…ไม่อยากให้นายหนีปัญหา ฉันอยากให้นายกับแม่เข้าใจกัน ฉันเห็นใจอยากช่วยนาย”

มาวินตัดบทว่าเข้าไปหาแม่เถอะ แล้วพรุ่งนี้เจอกัน แพรไหมบอกว่า

“ถ้านายอยู่ที่นี่ ฉันจะไม่ออกไปอยู่ที่อื่น แต่ถ้าไม่ ฉันก็จะไป ถ้าพรุ่งนี้มาแล้วไม่เจอฉันก็ช่วยไม่ได้นะ” มาวินถามว่าต่อรองกับตนหรือ? แพรไหมจ้องหน้าบอกว่า “ก็ช่วยยอมหน่อยสิ”

“พรุ่งนี้เจอกัน” มาวินตัดบทแล้วเดินยิ้มออกไป แพรไหมเซ็งที่จนแล้วจนรอดมาวินก็ไม่ยอมกลับมาอยู่บ้าน

 

ที่บ้านนารา นาราเล่าอาการของมาวินให้พ่อกับแม่ฟัง รุจิราถามว่ามาวินเครียดเพราะคุณมยุราบังคับหรือ จักรีติงว่าถึงเครียดแค่ไหนก็ไม่ควรอาละวาดใส่พ่อแม่

“มาวินพยายามจะเก็บเอาไว้ค่ะ แต่คงเก็บไม่ไหวจริงๆ เพราะมาวินถูกแม่บังคับมาตั้งแต่เด็ก เรื่องอะไรก็ยอมแม่ตลอด แต่ยกเว้นเรื่องแพรไหม ยิ่งพอรู้ว่าแม่แอบทำทุกอย่างลับหลังให้แพรไหมออกไปจากชีวิต มาวินเลยยิ่งทนไม่ได้ค่ะ แต่นาเชื่อว่ามาวินไม่ได้โกรธเกลียดแม่นะคะ แต่ผิดหวังมากกว่า เพราะถ้าเป็นนา นาก็คงผิดหวังมากเหมือนกัน”

จักรีกับรุจิรามองหน้ากันอึ้งๆ จักรีถามว่าลูกไม่ได้ว่ากระทบพ่อกับแม่ใช่ไหม

“ไม่ได้ว่าค่ะ แต่ก็อยากให้ทราบไว้ เพราะตอนที่นาหนีไปจากบ้าน นาก็คิดแบบเดียวกัน”

รุจิราบอกว่าทราบแล้วแต่เมื่อลูกรับปากจะช่วยงานพ่อ พ่อกับแม่ก็ยอมทุกอย่าง จักรีรีบเสริมว่า ลูกจะไม่หมั้นกับมาวินแล้วไปคบกับปรัชญาก็ได้พ่อไม่ห้าม นาราทำหน้างง รุจิราบอกว่า พ่อกับแม่รู้เรื่องลูกคบกับปรัชญาแล้ว ถึงจะรู้สึกเร็วไปหน่อยแต่ก็โอเค ตามใจลูก พ่อกับแม่ไฟเขียว ว่างๆนัดครอบครัวเขามาทานอาหารกันหน่อยจะได้ทำความรู้จักกันมากขึ้น

นาราจะชี้แจงเรื่องปรัชญา นิชาก็เข้ามาแทรกยุให้พ่อรีบนัดเลยจะได้รู้ว่าปรัชญาน่ารักและนิสัยดีจริงอย่างที่ตนว่าไหม เสนอพรุ่งนี้นัดเลยดีไหม

“พี่นิ ขอคุยด้วยหน่อย” นาราเดินนำนิชาออกไปอย่างหงุดหงิด นิชายักไหล่ยิ้มนิดๆ แล้วเดินตามไป

นาราถามนิชาว่าทำอย่างนี้เพื่ออะไร นิชาบอกว่าเธอจะได้ตัดใจจากชนนเสียที นาราถามว่าทำไมต้องตัดใจ

“เพราะฉันชอบชนน ฉันแค่ไม่อยากได้ชื่อว่าแย่งแฟนน้องสาว เลยอยากทำให้แน่ใจว่าเธอกับชนนจบกันแล้วจริงๆ ชนนจะได้เริ่มใหม่กับฉันได้ ไม่ต้องดราม่าถึงคนเก่าๆอีก เข้าใจชัดเจนแล้วใช่ไหม”

นิชาจะผละไป นาราโพล่งออกไปว่า “พี่อย่ายุ่งกับชนนนะ!”

นิชาหันมายิ้มเยาะว่าเป็นหมาหวงก้างหรือ เลิกแล้วก็จบไม่ต้องมาแสดงสิทธิ์ในตัวชนนอีก ปรามว่า

“ตั้งแต่นี้ไป ชนนเป็นผู้ชายของฉัน ถ้าเธอคิดจะแย่งคนของฉัน ขอให้นึกถึงความร้ายกาจของฉันเอาไว้ได้เลย เธอน่าจะรู้ดีนะนารา” นิชาโบกมือยิ้มร่าเริงออกไป นาราขัดใจฮึดฮัด พึมพำเครียด

“ไม่…ไม่ยอม!”

 

ปัญหาระหว่างจริยากับสินชัย กลายเป็นเรื่องหอกข้างแคร่ น้ำท่วมปาก ที่ทำให้สินชัยกลัดกลุ้ม ถามจริยาว่าเธอทำอย่างนี้เพื่ออะไร จริยาบอกว่าตนอยากได้อินทร ให้เขาจัดการให้ตนหน่อยได้ไหม สินชัยถามว่าตนจะไปบังคับลูกได้อย่างไร

“ถ้าทำไม่ได้ งั้นฉันขอบ้านและทรัพย์สินในธนาคารทั้งหมดที่คุณโกงกินประเทศมา โอนมาเป็นชื่อฉัน แล้วฉันจะทำลายหลักฐานที่มีทั้งหมด ให้คุณได้ไปเริ่มต้นใหม่แบบมีแต่ตัว…ตกลงไหม”

สินชัยโทร.หาอินทรที่อยู่คอนโดอธิชาติแต่เขาไม่รับสาย จนวันต่อมาเขากลับไปเก็บของที่บ้าน สินชัยถามว่าจะเก็บของไปไหน อินทรบอกว่า “ตราบใดที่มันยังอยู่ ผมจะไม่อยู่บ้านนี้อีก”

“แกจะไปไหนไม่ได้ แกต้องอยู่ช่วยฉัน” อินทรเสียงแข็งว่าไม่อยู่ “ฉันรู้ว่าแกโกรธสิ่งที่ฉันทำ แต่ยังไงฉันก็คือพ่อแก แกจะยอมให้ผู้หญิงพรรค์นั้นมาข่มขู่ทำกับพ่อแกอย่างนี้เหรอ แกต้องช่วยฉันก่อน แล้วปัญหาระหว่างเราค่อยมาเคลียร์กัน”

“ผมไม่มีอะไรจะเคลียร์กับพ่ออีกแล้ว ผมจบแล้ว”

สินชัยจับแขนอินทรบีบ ลดเสียงลงบอกว่า คนของตนกำลังหาทางกำจัดเอกสารพวกนั้นอยู่ ตอนนี้ตนรู้แล้วว่ามันหลุดมาจากไหน ย้ำเบาๆว่า “คนที่มีเอกสารพวกนั้นมีแค่คนเดียว มันคือคนที่ช่วยฉันดำเนินการทุกอย่าง ไอ้อธิคม!”

“พ่ออธิชาติ!”

“ใช่ ถึงไอ้อธิคมมันจะตายไปแล้ว แต่มันก็อาจเก็บเอกสารพวกนี้เอาไว้ แล้วมันก็ต้องหลุดออกมาจากคนในบ้านมันนั่นแหละ” อินทรถามว่าจะบอกว่ามันหลุดมาจากอธิชาติหรือ “ก็เป็นไปได้ แต่ฉันยังไม่อยากฟันธง ฉันถึงอยากให้แกช่วย”

“ผมไม่ช่วย” อินทรกระชากแขนออก แล้วดื้อดึงออกไปจนได้ สินชัยพยายามจะรังไว้แต่ไม่สำเร็จ ได้แต่สบถฮึดฮัด

“ไอ้บ้าเอ๊ย!!”

 

วันต่อมา นาราเดินลงจากชั้นบนได้ยินนิชาเดินพูดโทรศัพท์นัดว่า

“ฉันกำลังจะไปรับเธอ” วางตัดสายแล้วยิ้มจะรีบไป นาราถามว่าจะไปไหน นิชาบอกว่าไปหาแฟน นาราถามว่าชนนใช่ไหม “ยังไม่ใช่ แต่เดี๋ยวก็ใช่ แล้วจะพามาแนะนำให้รู้จักนะ”

นาราไปขวางทางไว้บอกว่าอย่ายุ่งกับชนนได้ไหม ชนนควรจะได้เจอคนดีๆ ไม่ใช่พี่ นิชาด่าว่า ปากดีนักระวังโดนตบ พอดีจักรีกับรุจิราเดินออกมาถามว่า เถียงอะไรกันอีก นาราบอกว่า

“พ่อคะ พี่นิกำลังจีบชนนค่ะ”ทั้งสองตกใจ “ชนนเพื่อนที่มหาวิทยาลัยของนา คนที่ขับตุ๊กๆนั่นแหละค่ะ พอนาเลิกคบ พี่นิก็ไปตามจีบชนน” รุจิราถามว่าจริงหรือ นิชาตอบทันทีว่าใช่ แทนที่พ่อกับแม่จะเดือดร้อน จักรีกลับบอกนาราว่า

“พี่เขาจะไปคบใครก็ช่างเขาเถอะ พ่อเลิกหวังกับพี่เราตั้งนานแล้ว”

“เรานั่นแหละ จะไปยุ่งเรื่องของพี่เขาทำไม อย่าบอกนะว่ายังไม่ยอมตัดใจจากนายชนนอีก” รุจิราดักคอ

นาราอึ้งกับท่าทีของพ่อกับแม่ แต่นิชาได้ทีสำทับว่าสงสัยจะยังตัดไม่ขาด ยุให้พ่อกับแม่เช็กมือถือนาราดู เผลอๆยังแอบคุยกันทุกคืนอยู่หรือเปล่า ใส่ไฟแล้วก็จะ รีบไป นาราเรียกไว้ ก็ถูกจักรีปรามให้หยุด นาราถามอย่างตัดพ้อว่าทำไมพ่อกับแม่ไม่ห้ามพี่นิ ไม่มีใครตอบ แต่จักรีสั่งนาราให้เอามือถือมา นาราเอามือถือให้พ่อแล้วรีบตามนิชาไป

เห็นนิชาขับรถออกไปแล้ว พอดีมีมอเตอร์ไซค์มาส่งแม่บ้าน นารารีบเรียกมอเตอร์ไซค์

“เดี๋ยวค่ะๆๆ” แล้วรีบซ้อนมอเตอร์ไซค์ออกไปทันที

 

นาราไปหาชัดที่ตลาด เจรจาสู่ขอชนนกับชัด ชนนไม่อยากเชื่อ

“พ่อคะ หนูทราบค่ะว่าพ่ออาจจะเคยถูกคนมีเงินหลอกลวงให้เสียใจ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนรวยทุกคนจะเป็นอย่างนั้นนะคะ คนรวยที่จริงใจและไม่ตัดสินคนที่ฐานะก็มีนะคะ” ชัดถามว่าเธอเป็นผู้หญิงมาสู่ขอผู้ชาย มันไม่ล้ำสมัยไปหน่อยเหรอ “หนูไม่รู้หรอกค่ะว่าล้ำไม่ล้ำ แต่ว่าหนูรัก”

ชัดให้นารากลับไปตั้งสติ วางถุงกาวลงแล้วคิดให้รอบคอบก่อนดีไหม นารายังพยายามโน้มน้าวว่า

“หนูรู้ค่ะว่าฐานะและสังคมเราแตกต่างกันมาก ชนนจะต้องอดทนกล้ำกลืนมาก แต่ถ้าเราสู้ เราต้องผ่านมันได้สิ หนูสัญญาว่าหนูจะยืนข้างชนน จะไม่ทอดทิ้งลูกชายของพ่อแน่ๆค่ะ”

นาราให้ทั้งคำมั่นและสัญญา แต่ทั้งชัดและชนนก็ยังไม่เชื่อ จนนาราตัดสินใจจู่โจมจูบชนนเป็นการยืนยันความรักชนน บอกชนนว่าต่อไปก็อยู่ที่การตัดสินใจของเขา เขาตัดสินใจอย่างไรตนก็พร้อมจะยอมรับ ถ้าไม่อยากคบกันอีกตนก็จะไปและจะไม่มาให้เห็นหน้าอีกเลย

ชนนไม่อาจฝืนใจตัวเองได้ เลยขอให้คำตอบ นาราบ้าง ทำท่าจะเข้าไปหอม ถูกนาราผลักออก เลยกลายเป็นหลอกล้อกัน นาราขอร้องชนนอย่าเพิ่งบอกเรื่องที่เราดีกันให้นิชารู้ เพราะนิชาอิจฉาและพยายามบ่อนทำลายความสุขของตน

“เดี๋ยวเขาก็หาทางทำให้เรามีปัญหากันอีก แล้วตอนนี้นาก็ไม่พร้อมจะรบกับพี่นิด้วย เพราะนาต้องช่วยพ่อก่อน ห้างของพ่อกำลังมีปัญหาใหญ่”

ทันใดนั้นเอง นิชามาตวาดเรียกนารา ทั้งนาราและชนนต่างตกใจ นาราตัดสินใจตบหน้าชนน เล่นละครฉากใหม่ว่ากำลังทะเลาะกันรุนแรง นาราพูดน้ำตาคลอว่า

“เลิกส่งสติกเกอร์มาง้อนาเสียที คนอย่างนา จบแล้วจบเลย เราต่างคนต่างอยู่ อย่าพบกันอีกเลย เข้าใจที่ฉันพูดไหม” ชนนก็ทำเป็นฮึดขึ้นมาไล่นาราว่าไปแล้วไปเลยอย่ากลับมาอีก

นิชาถามชนนว่านารามาทำอะไร ชนนถามว่าไม่ได้ยินหรือว่านารามาบอกเลิกตน นิชาดีใจ ชวนชนนไปกินข้าวกันเพราะวันนี้อาจารย์ยกเลิกคลาส ชนนทำเป็นเสียอกเสียใจตีโพยตีพาย บอกว่าตนไม่อยู่ในอารมณ์จะไปไหน บอกนิชาให้กลับไปก่อน พอนิชาหลงเชื่อกลับไป ชนนก็ถอนใจโล่งอก

 

วันนี้อธิชาติกลับถึงคอนโดเห็นเก๋ากับด้วงกำลังดูละครก็โมโหบอกว่าตนจะรอดูข่าวสินชัย พูดอย่างสะใจว่า

“อาจมีข่าวไอ้สินชัย มันคงไม่คิดว่าจะมีใครมีเอกสารทุจริตของมันอยู่ เจอยัยจริยาเอาไปขู่อย่างนี้มันอาจจะเครียดจนหัวใจวายถูกหามส่งโรงพยาบาลก็ได้ ไม่แน่ป่านนี้จริยาอาจเอาไปบอกนักข่าวแล้วก็ได้ ฉันอยากเห็นหายนะของไอ้สินชัยทุกช็อตเข้าใจไหม”

เก๋าถามว่าแล้วเขาไม่กลัวถูกจริยาโบ้ยมาให้หรือ อธิชาติย้อนถามว่าคิดว่าตนโง่ขนาดนั้นเลยหรือ พอดีอินทรผลักประตูเข้ามาจ้องหน้าอธิชาติอย่างข้องใจ อธิชาติ เปลี่ยนสีหน้าถาม

“มีอะไรหรือเปล่าเพื่อน” ลุกไปเอาแก้วน้ำมายื่นให้อินทรถามว่า “เมื่อคืนอยู่ดีๆนายก็มานอนด้วย แล้วนี่กลับบ้านไปแป๊บเดียวกลับมาอีกแล้ว มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” อินทรบอกว่าไม่มีอะไร ทะเลาะกับพ่อนิดหน่อย “อีกแล้วเหรอ พ่อนายนี่ตลอดเลยนะ คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ เรื่องแม่เลี้ยงนายอีกรึเปล่า”

อินทรบอกว่าจริยาขู่ว่าจะแฉพ่อตน อธิชาติหูผึ่งถามว่าแฉเรื่องอะไร

“มันไปได้เอกสารทุจริตจากไหนมาไม่รู้ นายรู้ไหม”

อธิชาติโวยว่าตนจะรู้ได้อย่างไร ตนก็ไม่ได้สนิทกับแม่เลี้ยงของเขาด้วย ถามว่าทำไมอยู่ๆถึงมาถามตนอย่างนี้

“มันเป็นโปรเจกต์ที่พ่อฉันทำตอนที่พ่อนายยังอยู่”

“ก็เลยมาสงสัยฉันอย่างนั้นเหรอ คิดว่าฉันจะเอาเอกสารไปให้จริยามาทำร้ายเพื่อนตัวเองเนี่ยนะ นายโคตรดูถูกใจเราเลยอินทร” อินทรบอกว่าตนก็แค่ถาม “ที่ผ่านมา นายโกรธใครเกลียดใคร เราก็เกลียดด้วยโกรธด้วย นายมีปัญหากับพ่อจะมานอนด้วย เราก็ไม่เคยปฏิเสธ เราโคตรใจกับนายเลย แต่อยู่ๆนายมาสงสัยเราแทงข้างหลังนายเนี่ยนะ เสียใจว่ะ!”

ด้วงกับเก๋าประสานเสียงกับลูกพี่บอกว่าแบบนี้อย่าคบกันเลยดีกว่า แล้วทั้งสามก็หันหลังให้อินทร

อินทรเห็นเพื่อนเสียใจก็เครียด

 

รุ่งขึ้นมาวินไปรับแพรไหมพร้อมดอกไม้บอกว่า ดอกไม้สำหรับแฟน แพรไหมสวนทันทีว่าตนไม่ใช่แฟน มาวินคว้ามือแพรไหมบอกไปเรียนกันเถอะ

ขณะมาวินจูงมือแพรไหมมาที่มหาวิทยาลัยนั้น จู่ๆแพรไหมก็ดึงมือออกบอกว่าสถานศึกษาเราไม่ควรทำอย่างนี้

ทันใดนั้นแพรไหมชะงักเมื่อเห็นอินทรเดินมายืนจ้องทั้งคู่ ถามอย่างไม่พอใจว่า

“อยู่บ้านเดียวกัน โดดเรียนไปด้วยกัน กลับมาเรียนพร้อมกัน ตกลงว่าเป็นแฟนกันแล้วใช่ไหม”

“ถามก็ดี ฉันกำลังรอคำตอบของแพรไหมอยู่” เห็นแพรไหมอ้ำอึ้ง มาวินตัดบท “ถ้าแพรไหมไม่อยากพูด ผมพูดให้เองก็ได้ว่าจริง แพรไหมรักฉัน แต่เขายังไม่กล้ายอมรับเพราะเกรงใจนายกับรตี” อินทร

สวนไปว่าตนไม่ได้ถามเขา แล้วหันถามแพรไหมว่า ว่ายังไง มาวินบอกว่าตนตอบให้แล้ว อินทรตวาดว่า

“อย่ามายุ่ง! ฉันไม่ได้ถามแกไอ้เด็กมีปัญหา เพิ่งออกจากโรงพยาบาลไม่ใช่หรือ รักษาอาการโรคจิตหายแล้วหรือไอ้เด็กเก็บกด พ่อแม่ไม่รัก”

มาวินฉุนขาดกระชากคอเสื้ออินทรตวาด

“อย่าให้ฉันต้องพูดเรื่องครอบครัวแกบ้างนะ ฉันก็รู้เรื่องพ่อแม่แกเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องที่พ่อแกโกงจนทำให้แม่แกตาย”

“ไอ้มาวิน!!” อินทรเงื้อหมัดจะชก นาราวิ่งเข้ามาขวาง แยกมาวินออก ถามว่าอยากถูกพักการเรียนรึไง ไล่ทั้งคู่ให้แยกกันไป

นาราตามอินทรมาเตือนเพื่อนให้คุมสติหน่อย อินทรฮึดฮัดถามว่านาราได้ยินที่มาวินพูดหรือเปล่า นาราย้อนถามว่าแล้วเขาพูดอะไรกับมาวินก่อนหรือเปล่าล่ะ? เตือนว่า มีเรื่องชกต่อยในมหาวิทยาลัยเดี๋ยวก็โดนพักการเรียน เตือนสติว่า

“ตกลงว่าจะไม่เป็นเพื่อนกันแล้วจริงๆหรือ รู้จักกันมาตั้งเท่าไหร่ แล้วจะมาแตกคอกันเพราะเรื่องผู้หญิงเนี่ยนะ”

“นาไม่ต้องมาสอนเรา ไปสอนมันสิ”

“ก็ทั้งคู่นั่นแหละ แล้วที่บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษานา เรื่องอะไร”

“จริยากลับมาอยู่บ้านเราแล้ว” อินทรเครียด นาราฟังแล้วอึ้ง   –   อ่านต่อ คู่ปรับฉบับหัวใจตอนที่ 12

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, ละครออนไลน์, ละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คู่ปรับฉบับหัวใจ, คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคู่ปรับฉบับหัวใจทุกตอน

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ
- 2015-11-26 4:21:27 โพสต์โดย : LaKorn 1,248 ดูละครย้อนหลัง