อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 12

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 12

คู่ปรับฉบับหัวใจ
คู่ปรับฉบับหัวใจ

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ ตอนที่ 12

แพรไหมโมโหเดินหนีไป มาวินตามมาถามว่าตนทำอะไรผิดหรือ แพรไหมประชดว่าไม่มีใครผิดทั้งนั้นตนผิดคนเดียว ขอให้เขาหยุดพูดเสียทีว่าตนเป็นแฟนเพราะมันเป็นไปไม่ได้

มาวินยังตามจะอธิบาย แพรไหมสั่ง “หยุด! ไม่ต้องพูด ไม่ต้องตาม ฉันขอล่ะ” แล้วเดินไปเลย ทิ้งมาวินให้ยืนเซ็ง

ฝ่ายนารา หลังจากอินทรเล่าเรื่องจริยากับสินชัยให้ฟังแล้ว นาราถามว่าเขาจะปล่อยให้จริยาข่มขู่พ่อตัวเองแบบนี้ไปเรื่อยๆหรือ อินทรอ้างว่าพ่อทำอะไรไว้ก็ควรได้รับผลของมันบ้าง

“แต่สาเหตุที่จริยาทำขนาดนี้ ส่วนนึงมันก็มาจากอินทรไม่ใช่หรือ พ่อเขาทำผิดก็คือปัญหาของพ่อ แต่จริยาคือปัญหาของอินทร แล้วเขาจะทิ้งให้พ่อเผชิญกับมันคนเดียว มันไม่แฟร์” นาราติง อินทรถามว่าแล้วจะให้ทำยังไง?

“เดี๋ยวนาต้องปรึกษามาวินดูว่าจะทำไงดี”

“ไม่ต้องไปบอกมันเลยนะ ไม่ต้องการความช่วยเหลือจากมัน เข้าใจไหมนา เราไว้ใจนานะถึงเล่าให้ฟัง”

แต่ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน นาราจึงเล่าให้มาวินฟังแล้วถามว่าเขาจะช่วยอินทรไหม มาวินบอกว่าตนไม่เคยโกรธเพื่อนอยู่แล้ว แต่นาราอย่าไปบอกว่าตนจะช่วย เดี๋ยวจะมาโวยวายอีก แต่พอนาราถามว่าแล้วเขามีวิธีจัดการจริยายังไง มาวินยักไหล่หัวเราะแหะๆ บอกว่า ยังคิดไม่ออกเหมือนกัน

รตีเจ็บหน้าอกที่ไปเสริมมาก็ได้แต่กินยาแก้ปวด ชนนบอกให้ไปหาหมอก็ไม่ยอมไป แพรไหมมาได้ยินถามชนนว่ารตีเป็นอะไร พอชนนบอกแพรไหม ก็ถูกรตีแหวใส่ว่า

“แกจะไปบอกมันทำไม!” แล้วตวาดแพรไหม “ไม่ต้องมายุ่ง ที่ฉันเจ็บอยู่มันยังไม่เท่ากับที่แกหักหลังฉันเลย”

รตีเดินหนี แพรไหมได้แต่มองตามเซ็งๆ

รตีเดินหงุดหงิดไปนั่งพัก จู่ๆอินทรก็มายืนตรงหน้า บอกว่ามีเรื่องอยากให้ช่วยหน่อย พออินทรบอกว่า

เรื่องจริยา รตีก็ไม่เล่นด้วย อินทรจึงเสนอว่า

“ฉันจะให้เธอถ่ายรูปคู่กับฉันไปลงไอจี เธอจะมีสิทธิ์เคลมว่าเธอเป็นแฟนลูกรัฐมนตรีได้ตลอดระยะเวลาที่เธอช่วยฉัน” รตีก็ยังปฏิเสธไม่อยากยุ่งด้วย

ขณะอินทรตามตื๊อนั้น แม่รตีก็โทร.เข้ามือถือ อินทรแย่งมือถือไปพูด ขอให้แม่ช่วยคุยให้หน่อย

รตีแย่งมือถือคืนไป พูดได้แค่ “แม่…อย่าไปฟัง…” เท่านั้น ก็ต้องหยุดฟังแม่ แล้วต่อจากนั้นก็มีแต่ “ค่ะ…ค่ะ…ค่ะ…” สายตาก็จ้องอินทรราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ อินทรยิ้มระรื่นที่แผนของตนสำเร็จสมหวัง

 

มยุราโวยวายเมื่อรู้ว่ามาวินหนีออกจากโรงพยาบาลแล้วแต่ยังไม่กลับบ้าน พาลเล่นงานมานีถามว่าแพรไหมพามาวินไปอยู่ไหน ให้ตามลูกสาวเธอมาเดี๋ยวนี้ บีบคั้นจนมานีทนไม่ได้ บอกมยุราว่า

“คุณคะ ดิฉันขอพูดหน่อยนะคะ คุณให้ดิฉันกับลูกมาอยู่ในบ้านด้วย ไม่ช่วยอะไรหรอกค่ะ มีแต่จะทำให้เด็กสองคนใกล้กันมากขึ้น” มยุราถามว่าถ้าตนให้มานีกับลูกไปอยู่ที่อื่นคิดหรือว่ามาวินจะไม่ตามไป “ดิฉันจะพาแพรไหมย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดค่ะ”

อานนท์บอกว่าต่างจังหวัดยังไม่ไกลพอ มยุราเลยคิดจะให้ไปอยู่ไกลกว่าต่างจังหวัดแบบที่มาวินตามไปไม่ได้ แล้วทั้งมยุราและอานนท์ก็มองหน้ากันตาวาวอย่างใจตรงกันว่า ไกลกว่าต่างจังหวัดก็ต้องไปต่างประเทศ!

 

จริยารุกสินชัยที่กำลังจนแต้ม เอาเช็คเปล่ามาให้สินชัยเซ็นแล้วตนจะไปจัดการเอง สินชัยไม่มีทางเลือกจำต้องเซ็นให้

“คุณเป็นสามีที่น่ารักที่สุดในโลกเลย” จริยากระชากเช็คไปดูอย่างพอใจ แต่พอจะออกไปก็ชะงักเมื่ออินทรควงรตีเข้ามา เดินผ่านจริยามาบอกสินชัยว่า

“พ่อ…ผมจะกลับมาอยู่บ้านตามที่พ่อขอ และผมจะพาภรรยาผมมาอยู่ด้วย”

จริยามองรตีตาแทบลุกเป็นไฟ รตีตีหน้าระรื่นถามว่าจำตนได้ไหม จริยากำมือแน่นคำราม “แก!” แล้วตามอินทรที่พารตีไปห้องนอนพุ่งเข้าไปขวางประกาศ “ฉันไม่อนุญาตให้เธอพาคนนอกมาอยู่ในบ้าน”

จริยาถูกรตีกวนประสาทจนโมโหแทบคลั่งพุ่งเข้าไปจะตบ แต่รตีไวกว่าหันมาตบซ้ายตบขวาแล้วขอโทษบอกว่ามันสะดุ้ง พอจริยาจะพุ่งเข้าใส่อีกก็ถูกอินทรออกมาขวาง

“อย่าแตะต้องภรรยาผม! ลองทำอะไรรตีแม้แต่นิดเดียวอย่าหาว่าผมไม่เกรงใจ”

จริยาไม่ยอม สั่งอินทรให้เอาหน้ารตีมาให้ตนตบเสียดีๆ ไม่อย่างนั้นตนจะเอาเอกสารที่พ่อเขาทุจริตไปให้นักข่าว ถ้าไม่อยากให้พ่อตัวเองติดคุกก็หลบไป

“ถ้าอยากแฉก็แฉเลย อย่าดีแต่เห่า! คิดว่าผมแคร์เหรอ พ่อที่โกงจนให้ประเทศชาติเสียหาย ทำให้แม่ตาย ติดคุกไปก็ดี” อินทรเหวี่ยงจริยาออกไปไล่ให้ไปแฉเลย สำทับว่า “แต่ก่อนจะแฉ เช็กตัวเองให้ดีก่อนนะว่าระหว่างที่แต่งงานกับพ่อ ไม่ได้ถูกหลอกใช้ให้เข้าร่วมทุจริตอะไรไปด้วย สามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะมาอ้างว่าหนูไม่รู้ไม่ได้นะ”

รตีผสมโรงหยิบมือถือขึ้นมาถามจริยาว่าจะให้ตนติดต่อนักข่าวเลยไหม จริยาถูกย้อนเกล็ดก็กรี๊ดลั่นบ้าน อินทรกับรตีหัวเราะสะใจแล้วพากันเดินเข้าห้องนอน

เข้าห้องแล้วต่างรู้ว่าที่แท้แอ็กติ้งเนียนด้วยกันทั้งคู่ รตีบอกว่าอยากจะตบจริยาอีกสักฉาดสองฉาด อินทรบอกว่าง่ายนิดเดียว แล้วดึงรตีเข้าไปกอด บอกว่าเราทำสวีตหวานกันแบบนี้ ครู่เดียวจริยาก็ทนไม่ได้ เธอได้ตบแน่

ความใกล้ชิดที่ทำกันเล่นๆ แต่พอสบตากันใกล้ๆ ก็กลายเป็นต่างชะงักผละออกมาอย่างงงๆกับความรู้สึกของตัวเอง

จริยาใจคอไม่ดีกลัวตัวเองจะติดร่างแหไปกับสินชัยด้วย ไปคาดคั้นถามสินชัยว่าเขาได้ทำอย่างที่อินทรพูดหรือเปล่า

สินชัยเห็นได้ทีแกล้งพูดกำกวมบ้าง ทำเป็นอมพะนำบ้าง ซ้ำยังบอกว่าเอกสารที่เธอเอามาอ้างก็เป็นแค่สำเนา ทำขึ้นเองหรือเปล่าก็ไม่รู้ จริยาอ้างว่าตนมีของจริง สินชัยก็อ้างว่าตนก็มีของจริง แล้วตัดบทถามว่าได้เช็คแล้วไม่ออกไปใช้เงินหรือ

“ฉันมั่นใจว่าฉันไม่มีเอี่ยวในคดีอะไรก็ตามของคุณแน่” จริยาปลอบใจตัวเอง

 

จริยานัดพบอธิชาติให้เงินเขาสองแสนทันที อธิชาติถามว่าให้ตนทำไม ตนยังไม่ได้ทำอะไรให้เธอเลย สิ่งที่ตนได้จากเธอเวลานี้มากกว่าสองแสนอีก

จริยาขอเอกสารตัวจริงเพื่อไปขู่สินชัย อธิชาติบอกว่าตนให้ไม่ได้ ไม่ใช่ไม่ไว้ใจเธอ แต่ตนไว้ใจตัวเองมากกว่าแต่ก็จะถ่ายรูปส่งมาให้แทนก็แล้วกัน

จริยาเร่งให้ถ่ายมาวันนี้เลย อธิชาติขอห้าแสนไม่รวมก้อนแรก เห็นจริยาฉุน เขาพูดยิ้มๆเย้ยๆว่า

“ระดับเมียรัฐมนตรี แค่ห้าแสน ถอดเสื้อตัวเดียวก็ได้แล้ว” พูดแล้วลุกไปอย่างเป็นต่อ

นาราที่เห็นจริยาก่อนแล้วและสะกดรอยตามไป แอบได้ยินทั้งสองคุยกันก็โทร.บอกมาวิน มาวินเชื่อว่าเอกสารต้องอยู่ที่คอนโดอธิชาติ ฉะนั้นอยากได้เอกสารก็ต้องบุกไปที่คอนโด งานนี้ไม่มีใครเหมาะสมเท่านิชา เพราะคนอื่นอธิชาติคงไม่ยอมให้เข้า นาราจึงคุยกับชนนให้เขาช่วยพูดกับนิชา

ชนนที่เพิ่งหนีนิชาที่ตามตื๊อมาหยกๆ จึงแกล้งทำดีกับเธอ นิชารู้ทันถามว่าทำดีกับตนจะให้ช่วยอะไร ชนนเองพูดไม่เป็นบอกให้คนที่รู้เรื่องมาพูดดีกว่า แล้วนาราก็ปรากฏตัว บอกนิชาว่า

“พี่นิ อินทรกำลังเดือดร้อน แม่เลี้ยงของเขาร่วมมือกับอธิชาติข่มขู่จะแฉความจริงว่าพ่อเขาทุจริต เราเลยอยากให้พี่ช่วย เพราะพี่เป็นคนเดียวที่เข้าออกคอนโดอธิชาติได้”

ทีแรกนิชาก็พูดอย่างไม่แยแสว่าคนทำผิดก็ควรได้รับโทษ มาวินจึงเข้ามาช่วยพูดอีกคนว่า

“ผมรู้ว่าพ่ออินทรทำผิด แต่ผิดก็ว่ากันไปตามผิด ไม่ใช่เอามาข่มขู่เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง พี่นิ พี่ก็รู้จักผมกับอินทรมาตั้งแต่เด็ก ครอบครัวเราสนิทสนมกัน ช่วยเราหน่อยเถอะครับ”

นาราบอกว่าชนนชอบคนมีน้ำใจ ชนนผสมโรงเงอะๆงะๆว่าใช่ ตนมีน้ำใจช่วยเธอจากคนร้ายเธอจะไม่ช่วยคนอื่นบ้างหรือ นิชาจึงขอคุยส่วนตัวกับนารา

นิชามีเงื่อนไขกับนาราว่าถ้าตนช่วยเธอจะต้องเลิกคบชนนตลอดชีวิต นาราตกใจแต่ก็ยอมรับปากว่าจะเลิกคบกับชนน พอนิชาให้สาบาน นารายอมสาบานแต่แอบเอานิ้วไขว้กันข้างหลัง นิชาจึงยอมช่วย

นิชาไปที่คอนโดอธิชาติ เจ้าตัวไม่อยู่ เก๋ากับด้วงบอกว่าไปออกกำลังยังไม่กลับ นิชาบอกว่าตนจะนอนรอที่นี่พลางจะเดินเข้าห้องนอนอธิชาติ เก๋ากับด้วงกันเต็มที่ ถูกนิชาขู่ว่า

“ฉันง่วง ฉันจะนอนแล้วก็ไม่ต้องการให้ใครมารบกวนด้วย ออกไป อย่าให้ฉันต้องร้าย พวกแกก็รู้ว่าฉันเป็นคนโปรดของอธิชาติ”

นิชาผลักด้วงกับเก๋าออกไป รีบเข้าไปในห้องล็อกประตูแล้วค้นหาเอกสารทันที

 

ฝ่ายมาวินก็ไปดักอธิชาติที่สวนสาธารณะใกล้คอนโด เขาพยายามถามโน่นถามนี่ถ่วงเวลาอธิชาติไว้เพื่อให้นิชาทำงานได้เต็มที่ ระหว่างนั้นเก๋ากับด้วงรู้สึกผิดปกติจึงโทร.บอกอธิชาติ พออธิชาติรู้ว่านิชาเข้าไปในห้องก็รีบกลับ มาวินรีบโทร.บอกนารา นาราเป็นห่วงว่านิชายังไม่ลงมาเหลือบเห็นอธิชาติวิ่งกลับมาขึ้นลิฟต์ไปอย่างเร่งรีบก็ร้อนใจ นารารีบกดลิฟต์ให้เปิดแล้วหลบ อธิชาติหัวเสียที่ทำให้เสียเวลา แต่พอกดปิดประตูลิฟต์ มาวินก็วิ่งมาแหวกประตูไว้บอกว่าเรายังคุยกันไม่จบเลย

นิชาหาเอกสารไม่เจอ ซ้ำได้ยินเสียงด้วงที่หน้าห้องบอกว่า “เอ้า นี่กุญแจสำรองไขเข้าไปเลย” นิชาก็ยิ่งร้อนใจ

ด้วงกับเก๋าไขกุญแจเข้าไป นิชาค้นเจอซองเอกสารแล้ว เธอทำขึงขังถามว่าเข้ามาทำไมหรือจะทำสกปรกตอนตนหลับ ขู่ว่าจะฟ้องอธิชาติ สองคนนั้นตกใจเงอะงะคิดไม่ทัน จนนิชาออกไปแล้ว ด้วงกับเก๋ายังถามกันงงๆว่า “อะไรวะ?” พอนึกได้ร้องบอกนิชาให้รอก่อนลูกพี่บอกว่าจะมาเจอ

นิชาวิ่งไปถึงลิฟต์ ด้วงกับเก๋าตามมาก็ถูกเธอผลักออก พอดีลิฟต์หยุดมีคนจะออก นิชาจึงวิ่งไปลงทางบันไดหนีไฟ

มาวินที่ตามอธิชาติมาเห็นแพรไหมเขาถามว่ามาทำไม ใครให้มา ที่แท้แพรไหมรู้ว่ารตีกำลังช่วยอินทรหาหลักฐานจึงตัดสินใจต้องช่วยอีกคน นาราให้ชนนเอารถตุ๊กๆมาเตรียมพร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินจะได้พานิชาหนี ขณะนารากำลังบอกชนน นิชามาเห็นพอดี หาว่านาราไม่รักษาสัญญา เลยพาลไม่ให้เอกสาร นาราเลยกระทืบเท้านิชาจนเธอเจ็บปล่อยซองเอกสาร นาราคว้าซองเอกสารวิ่งออกไปทันที

นารารีบโทร.บอกมาวินว่าได้เอกสารแล้ว และกำลังจะไปหาเขาที่บ้าน มาวินดีใจมากบอกแพรไหมที่กำลังทะเลาะกัน ที่จู่ๆเธอก็โผล่มาไม่บอกกันก่อน ทั้งสองดีใจจนลืมเรื่องที่กำลังทะเลาะกัน

 

จริยาหาเรื่องรตี เมื่อถึงเวลาอาหารก็เอาอาหารเม็ดของสุนัขมาให้กิน ถูกรตีหยิบจานอาหารนั้นไปเคาะโต๊ะตรงหน้าเธอ เรียกให้มากินอาหาร เลยตบตีกัน รตีถูกจริยาถีบเข้ายอดอก ทำให้อาการเจ็บที่เป็นอยู่แล้วยิ่งรุนแรง

อินทรมาแยกทั้งสองออกจากกัน ไล่จริยาให้ออกจากบ้านไปเสียจะไปแฉที่ไหนก็ไปถ้าเจอกันอีกรอบแล้วยังไม่แฉจะโดนหนักกว่ารตีอีก

อินทรขอโทษที่รตีต้องเจ็บตัวเพราะช่วยตนและตนก็ไม่สามารถปกป้องเธอได้ รตีรู้สึกดีที่อินทรขอโทษ

ทันใดนั้นอินทรก็ได้รับโทรศัพท์จากอธิชาติ อินทรถามว่ามีเรื่องอะไร

“อินทร…ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นคนเอาเอกสารทุจริตของพ่อนายไปให้จริยา”

“จริงเหรอ! มันคือใคร?” อินทรตื่นเต้นมาก รตีเห็นอินทรคุยกับอธิชาติพอวางสายแล้วรีบไปจึงขอตามไปด้วย

นาราเอาเอกสารจากซองให้มาวินดูบอกเขาว่าเป็นของจริง ถ้าเอกสารชิ้นนี้หลุดไปพ่ออินทรไม่รอดแน่ ถามว่าแล้วมาวินจะทำอย่างไรต่อไป มาวินเสนอให้เอาไปต่อรองกับจริยาให้ออกไปจากชีวิตของอินทร เชื่อว่าคนอย่างจริยาถ้าไม่เห็นหลักฐานชัดเจนไม่ยอมจนมุมแน่ นาราเสนอให้เอาไปให้อินทร เขาจะได้เข้าใจความหวังดีของมาวินบ้าง ตนอยากให้พวกเรากลับมาเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

“เราก็เหมือนกัน แพรไหมเธอเข้าบ้านไปหาแม่เธอนะ จบเรื่องนี้แล้ว ฉันสัญญาว่าจะช่วยเธอหาที่อยู่ใหม่ เธอจะได้พาแม่ไปจากบ้านนี้” มาวินบอก

เรื่องราวกำลังจะจบลงด้วยดี จู่ๆมยุรากับอานนท์ก็กลับมา พอลงจากรถมยุราก็รี่เข้ามาหามาวิน ทักว่ากลับมาแล้วหรือ มาวินไม่ตอบชวนนาราไปกันเถอะ มยุราขวางไว้ บอกว่าถ้าไม่บอกว่าจะไปไหนก็ไม่ต้องไป อานนท์ถามว่าแล้วนั่นซองอะไรจะคว้าไปดู มยุราหาว่ามาขโมยเอกสารอะไรไปจากบ้าน สั่งให้เอามาดู!
เกิดยื้อแย่งซองเอกสารกัน มาวินสู้สุดฤทธิ์ไม่ยอมให้เอาไป แต่ในที่สุดมยุราก็แย่งไปได้ มยุราเปิดดูอุทานตาโต

“นี่มันเอกสารจัดซื้อ…”

อานนท์เห็นลายเซ็นของสินชัยบอกว่าของจริง อานนท์เห็นโครงการทุจริตหลายโครงการ มยุราถามว่ามาวินไปได้เอกสารนี้มาอย่างไร มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรด้วยหรือเปล่า

“คนที่เกี่ยวข้องก็มีแค่คนที่เป็นเจ้าของลายเซ็นคนเดียวนั่นแหละค่ะ แต่ตอนนี้คุณจริยา แม่เลี้ยงของอินทร เขาอ้างว่ามีเอกสารนี้และเอามันมาข่มขู่แบล็กเมล์คุณสินชัย เราถึงต้องเอาเอกสารนี้ไปยืนยันว่ามันอยู่ที่เรา” นาราช่วยอธิบาย

“แบล็กเมล์งั้นเหรอ” มยุราตกใจ

“ใช่ค่ะ มันไม่ถูกต้อง พวกเราเลยช่วยกันวางแผนเพื่อชิงเอกสารนี้มา ขอเราคืนนะคะ เราจะได้เอาไปให้อินทร เขาจะได้ไม่ต้องถูกข่มขู่อีก” นาราขอร้อง
ทันใดนั้นเองอินทรมาถึงเขาพุ่งเข้าไปหามาวินพูดแค้นตาขวาง

“เอกสารอยู่ที่แกจริงๆ แกส่งเอกสารทุจริตให้จริยามาทำลายบ้านฉัน…ไอ้ชั่ว!”

“ไม่ใช่ฉัน” มาวินพูดได้แค่นั้น อินทรก็ชกเปรี้ยงจนกระเด็น เอกสารในมือปลิวไป อินทรพุ่งเข้าจะซ้ำอีก รตีมาถึงพอดีรีบเข้าไปห้าม ฝ่ายมยุราเห็นมาวินถูกชกก็ตวาด

“หยุดนะ!! อย่ามาแตะต้องลูกชายฉัน!!”

“เข้าไปห้ามสิ!!” อานนท์สั่งบอดี้การ์ดของตน พวกบอดี้การ์ดจึงเข้าไปแยกทั้งสองออกจากกัน

 

อธิชาติขับรถมาจอดที่หน้าบ้านมาวิน ด้วงถามว่าทำไมไม่เข้าไป ป่านนี้อินทรอาละวาดแล้วแน่ๆ เก๋าก็เร่งว่าไม่เข้าไปตอนนี้เดี๋ยวจะพลาดช็อตเด็ด

“ใจเย็น รอให้แขกรับเชิญมาครบองค์ประชุมก่อน แล้วเราค่อยไปดูไฮไลต์แบบช็อตเดียวจบ” อธิชาติยิ้มกริ่ม

ภายในบ้านมาวิน ทั้งมาวินและอินทรถูกบอดี้การ์ดของมยุราล็อกตัวไว้ ทำได้แค่ดิ้นและตะโกนใส่กัน

อินทรตะโกนใส่มาวินว่าเกลียดตนก็เล่นตนสิทำไมต้องทำลายกันอย่างนี้ แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นเพื่อนกันอีก ด่าไอ้ชาติชั่ว มาวินบอกว่าคนที่เอาเอกสารนี้ให้จริยาไม่ใช่ตน นาราก็ช่วยยืนยัน อินทรถามอย่างไม่เชื่อว่าถ้าไม่ใช่เขาแล้วเป็นใคร

“จะเป็นใครก็ช่าง แต่เธอไม่มีสิทธิ์มาทำร้ายหรือด่าว่ามาวินลูกชายฉัน เพราะคนที่เลวที่สุดก็คือพ่อเธอ ไอ้พวกโกงชาติ!” มยุราด่า อานนท์ก็ออกมาด่าและปกป้องลูกชายว่า

“รู้ตัวไหมว่าเงินที่เธอใช้จ่ายทุกวันนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงคนยากคนจนที่เขาทำงานสุจริตเพื่อจ่ายภาษี เธอควรจะละอายใจบ้าง ไม่ใช่บุกมาระรานต่อว่าลูกชายฉันอีก”

“ฉันไม่สนว่าเอกสารนี้จะมาจากใคร พ่อเธอคอร์รัปชัน และเขาต้องได้รับโทษ” มยุราประกาศ มาวินถามว่าแม่จะทำอะไร “เราก็จะปกป้องลูกและทำเรื่อง
ที่ถูกต้อง มานี…โทร.แจ้งตำรวจ”

มาวินรีบห้ามว่าบอกตำรวจไม่ได้เด็ดขาด พลางจะเข้าไปห้ามมานีแต่ถูกบอดี้การ์ดของมยุราล็อกตัวไว้ได้แต่ตะโกนให้ปล่อย…ปล่อย! มยุราก็เร่งมานีให้รีบ
โทร. แพรไหมบอกมานีว่าอย่าโทร. อานนท์เลยเอามือถือของตนจะโทร.เอง แพรไหมพุ่งเข้าไปขวาง ถูกอานนท์จับเหวี่ยงออกไปตวาด “เธอจะยุ่งอะไรด้วย”

นาราหว่านล้อมมยุราว่า “เราจัดการกันเอง อย่าให้ตำรวจมายุ่งกับเรื่องนี้เลยนะคะ มยุราบอกว่าเรื่องคอร์รัปชันไม่แจ้งตำรวจไม่ได้ อินทรตะโกนท้าว่า

“โทร.เลย แจ้งตำรวจมาจับพ่อผมเลย คิดว่าผมแคร์เหรอ โทร.สิ โทร.เลย!!” รตีถามว่าจะไปท้าเขาทำไม อินทรตวาด “ไม่ต้องยุ่ง จับพ่อผมเข้าคุกไปเลยแล้วมันจะได้เหลือแต่เรื่องของผมกับไอ้มาวิน!!”

มยุรายื้อยุดกับนาราจะโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้ได้ จู่ๆนงนุชก็วิ่งหน้าตื่นมาบอกว่าตำรวจมา!

ทุกคนชะงัก ตะลึง งงว่าตำรวจมาได้ยังไง พริบตาเดียวตำรวจก็กรูกันเข้ามาเต็มบ้าน มาวินมองช็อก!

 

อธิชาติยังนั่งดูเหตุการณ์อยู่ในรถอย่างสะใจ บอกเก๋ากับด้วงว่าตำรวจมาแล้วเหลือแต่แขกวีไอพี

อึดใจเดียวกองทัพนักข่าวก็กรูกันมา พวกคนสวนคนใช้ในบ้านพยายามกันไม่ให้เข้าไปแต่ต้านไม่อยู่

มาวินกับแพรไหมและนาราพยายามบอกตำรวจว่าไม่มีอะไรให้กลับไปเสีย ตำรวจไม่กลับอ้างว่ามาวิน

เป็นคนโทร.ไปแจ้งตำรวจ ก็พอดีนักข่าวกรูกันเข้ามา บอกว่าพวกตนได้รับเชิญจากมาวินให้มาเป็นพยานในการส่งมอบหลักฐานการคอร์รัปชันของรัฐมนตรีสินชัย

พวกนักข่าวตาไวเห็นเอกสารอยู่ในมือมยุราก็ถ่ายรูปกันมือเป็นระวิง มาวิน แพรไหม และนาราไม่รู้จะทำอย่างไร ยิ่งเป็นอานนท์เอาเอกสารจากมยุรามอบให้ตำรวจก็แทบจะบ้า มาวินได้แต่ตะโกน “ไม่นะ…ไม่!!!”

เมื่ออานนท์มอบเอกสารให้ตำรวจแล้ว เขากับมยุรายังไปถ่ายรูปเป็นคนมอบเอกสารด้วย อินทรแค้นแทบคลั่งเอาหัวโขกบอดี้การ์ดแล้วพุ่งเข้าไปต่อยมาวิน
ด่า “มึงหักหลังกู! มึงหักหลังกู!!”

มาวินพยายามจะอธิบายแต่ไม่มีโอกาสเพราะอินทรชกต่อยไม่ยั้ง นักข่าวหันมาถ่ายรูปกันเกรียว

รตีเข้าไปห้ามอินทร ถูกเขาสะบัดจนกระเด็นหน้าอกกระแทกอย่างแรง รตีเอามือกุมหน้าอกทรุดคุกเข่าอย่างหมดแรงแต่ไม่มีใครเห็นเพราะมัววุ่นอยู่กับอินทรและมาวินที่ชกต่อยกันนัวเนีย

มยุราเห็นนักข่าวถ่ายรูปลูกชายตนก็กลัวเสียภาพลักษณ์ ประกาศว่าถ้านักข่าวคนไหนยังอยากสัมภาษณ์ตนกับอานนท์เชิญทางนี้เลย แล้วทั้งมยุรา อานนท์ และนงนุชก็ช่วยกันต้อนนักข่าวไปจากตรงนั้น

บอดี้การ์ดของมยุราลากอินทรออกไปมีตำรวจตามไปคุมตัวด้วย มาวินจะตามไปอธิบายให้อินทรเข้าใจ นารากันเขาไว้ ก็พอดีได้ยินเสียงรตีร้องอย่างเจ็บปวด ทุกคนหันไปดูรตี นาราบอกมาวินให้รีบพารตีไปโรงพยาบาล มาวินจึงต้องรีบช่วยรตีก่อน

อธิชาติเห็นอินทรถูกตำรวจคุมตัวออกมาก็ทำเป็นวิ่งไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น จับเพื่อนตนไปทำไม ตะโกนบอกอินทรว่าไม่ต้องห่วงตนจะตามไปประกันตัว จะไม่ทิ้งเขา พอตำรวจคุมตัวอินทรไปแล้ว อธิชาติบอกเก๋ากับด้วงว่า

“แสดงว่าตำรวจได้หลักฐานทุจริตไปแล้ว งั้นเรารอดูความสนุกทางหน้าจอได้เลย เรื่องนี้ข่าวใหญ่แน่”

เก๋าร้องบอกว่ามาวินออกมาแล้ว อธิชาติหันมองเห็นมาวินอุ้มรตีวิ่งออกมาขึ้นรถขับออกไป อธิชาติมองตามรถคำรามอย่างสะใจ

“คิดจะเล่นกูเหรอมาวิน มึงได้ซึ้งแน่!”

 

อธิชาติตามไปสถานีตำรวจ จ่ายค่าปรับให้อินทร บอกว่าแค่นี้เล็กน้อยมาก ไม่ต้องคืน เราเพื่อนกัน

ระหว่างนั้นด้วงกับเก๋าก็รุมกันด่ามาวินว่าโคตรเลวที่ทำกับเพื่อนอย่างนี้ พอลูกน้องกรุยทาง อธิชาติถล่มซ้ำว่า

“นายเห็นนิสัยมาวินแล้วใช่ไหม ฉันเคยพยายามจะบอกหลายทีแล้ว แต่พวกนายเพื่อนรักกัน พูดไปก็ไม่ฟัง มาวินมันเคยแย่งแฟนฉันยังไง มันก็ทำกับนายอย่างนั้น มันไม่ยอมให้ใครดีกว่าหรือเหนือกว่ามันหรอก มันจะต้องเป็นคนเดียวที่ป๊อปสุดในหมู่สาวๆ”

อธิชาติบอกอินทรให้รีบกลับบ้านเสีย ให้เอารถของตนไปใช้ก่อนเพราะตนยังมีมอเตอร์ไซค์อีกคัน ว่าแล้วยัดกุญแจรถใส่มือให้ อินทรรับไปอย่างซึ้งใจมาก

ทันใดนั้นเอง มาวินที่ส่งรตีเข้าโรงพยาบาลแล้ว เขาฝากแพรไหมกับนาราให้ดูแลแล้ว เขารีบไปที่สถานีตำรวจเจออินทรกับอธิชาติพอดี อธิชาติสะอึกออกไปถามว่ามาทำไม จะเอาอะไรอีก มาวินบอกว่า จะมาบอกว่าคนที่เอาหลักฐานไปให้ตำรวจนั้นคือจริยาไม่ใช่ตน

อธิชาติอ้างว่าเขาเป็นคนมีเอกสารนั้น และที่สำคัญเขาเห็นกับตาแล้วไม่ใช่หรือว่าใครเอาเอกสารให้ตำรวจ

“พวกมึงนั่นแหละ! อินทร…พวกมันคือคนที่เอาเอกสารให้จริยา พวกมันวางแผนไว้ทุกอย่าง” มาวินตะโกน

มาวินแฉแต่อินทรไม่เชื่อพูดใส่หน้ามาวินว่า “มึงไม่ใช่เพื่อนกู กูจะเอาคืนมึงยิ่งกว่าที่มึงทำ กูจะทำลายมึงทุกทาง มึงจำไว้!” อินทรกล่าวอาฆาตแล้วแยกไปขึ้นรถที่อธิชาติให้ใช้ขับออกไป

พออินทรไปแล้ว อธิชาติกับเก๋าและด้วงก็รุมเล่นงานมาวินทันที มาวินสู้สุดฤทธิ์ พอดีมีตำรวจตะโกนถามว่าทำอะไรกัน อธิชาติจึงพาเก๋ากับด้วงแยกไป แต่พูดอาฆาตไว้ว่า

“มึงกับกูยังไม่จบแค่นี้หรอก มึงยังต้องเจอยิ่งกว่านี้”

“มึงก็เตรียมรับกรรมของมึงไว้ด้วยล่ะ” มาวินตะโกนตอบ แล้วต่างก็แยกย้ายกันไป

 

ที่หน้าห้องฉุกเฉิน ชนนนั่งคุยกับนาราถามว่าเธอขโมยเอกสารมาจากนิชาอีกทีหรือ แล้วนิชาไม่ว่าอะไรหรือ

“ไม่ใช่ไม่ว่า แต่เกลียดเลยล่ะ”

แพรไหมที่นั่งอยู่ด้วยทนไม่ไหว ลุกพรวดขึ้นด้วยความเป็นห่วงรตี เห็นใครออกจากห้องฉุกเฉินก็รีบเข้าไปถามอาการของรตี แต่กลายเป็นพยาบาลที่ไม่อาจให้คำตอบได้

จนเมื่อหมอออกมา ทั้งพวกแพรไหมและนางน้อมกับนายกุลที่เฝ้าอยู่รีบเข้าไปถามอาการของรตี

เมื่อหมออนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมรตีที่ผ่าตัดเสร็จแล้วได้ นางน้อมไปนั่งลูบหัวรตีพร่ำบอก

“นังรตีเอ๊ย…ไม่เป็นไรแล้วนะ”

“คนไข้กระแทกอย่างแรงที่บริเวณหน้าอก ถุงซิลิโคนที่อยู่ด้านในเลยรั่ว แต่คนไข้ไม่รู้ตัว คิดว่ามันปวดธรรมดา ไม่ยอมมาหาหมอ มันก็เลยอักเสบ หนูเข้าใจถูกไหมคะ” นาราทบทวนที่หมอสรุปอีกที ถามว่าถูกต้องไหม หมอบอกว่าถูกต้องแล้วอธิบายให้เพื่อนๆหายกังวลว่า

“หมอตัดเนื้อเยื่อที่มีการปนเปื้อนซิลิโคนออกไปด้วย”

แทนที่นางน้อมกับนายกุลจะสบายใจ กลับโวยวายว่าหมอตัดออกไปหมดอย่างนี้ลูกสาวตนมิแบนจนกลวงโบ๋ไปเลยหรือ โวยวายจนชัดรำคาญถามว่า

“หรือจะปล่อยให้มันติดเชื้อลุกลามหนักเข้าไปอีกล่ะ แล้วถ้าจะโวยวายก็น่าจะโวยตั้งแต่ที่รตีมันคิดจะไปทำนมแล้ว ไม่ใช่ไปสนับสนุนมัน” นางน้อมโต้ว่าก็ทำแล้วมันสวยได้งานได้เงินนี่ “แล้วไหนล่ะเงิน จ่ายหนี้หมดยัง นี่ยังต้องจ่ายค่ารักษาอีก มีเงินใช่ไหม?!!”

พอถูกชัดถาม นายกุลจึงนึกได้ว่าตนไม่มีเงิน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาจ่าย

 

ขณะที่แพรไหมอยู่ที่โรงพยาบาล ก็ได้รับโทรศัพท์จากมานีถามว่ามาวินอยู่ไหน แพรไหมบอกว่าไม่อยู่ที่นี่เขามาส่งรตีแล้วก็ไป

“คุณมยุราให้ติดต่อคุณมาวิน แต่โทร.ยังไงก็ไม่ยอมรับสาย ลูกช่วยโทร.ให้แม่ที อย่างน้อยก็ให้รู้ว่าปลอดภัยจะได้หายห่วง” แพรไหมรับปากว่าจะลองโทร.ดู แล้วกดหามาวิน

ระหว่างนั้นก็ดูทีวีไป แพรไหมตะลึงเมื่อเห็นการรายงานข่าวเป็นภาพจากกล้องแฮนด์เฮลของนักข่าวที่ถ่ายขณะเข้าไปในบ้านมาวิน เป็นภาพตำรวจกำลังรอเอกสารจากมยุราอยู่ ผู้ประกาศข่าวรายงานว่า

“บ่ายวันนี้ ทางตำรวจได้รับแจ้งจากคุณมาวิน พิทักษ์พงษ์ บุตรชายคนเดียวของคุณอานนท์และคุณมยุรา พิทักษ์พงษ์ เจ้าของกิจการนำเข้ารถซุปเปอร์คาร์รายใหญ่ของประเทศ ว่ามีหลักฐานการคอร์รัปชันของรัฐมนตรีชื่อดังจะมอบให้ พร้อมทั้งติดต่อนักข่าวให้เข้ามาเป็นพยานในการส่งมอบหลักฐานด้วย”

มาวินยืนดูข่าวนี้อยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขาตะลึง อึ้ง มือถือมีสายเข้าจากแพรไหมแต่เขาไม่ทันได้กดรับ ในขณะที่ข่าวก็ยังรายงานต่อเนื่องว่า

“แต่ก็มีเหตุการณ์วุ่นวายเล็กน้อย เพราะคุณอินทร สกุลวงศ์ศักดิ์ บุตรชายของรัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงถึงอยู่ในเหตุการณ์ด้วยและพยายามจะห้ามการส่งมอบหลักฐานสำคัญชิ้นนี้ แต่สุดท้ายแล้วตำรวจก็ได้รับเอกสารเป็นที่เรียบร้อย เบื้องต้นทราบว่าเป็นหลักฐานทุจริตโครงการต่างๆที่รัฐมนตรีที่ถูกพาดพิงถึงเป็นคนเซ็นอนุมัติ”

ทุกคนที่เกี่ยวข้องได้รับฟังข่าวพร้อมกัน สินชัย และจริยาตะลึง ช็อก จริยาถามว่าใครเอาหลักฐานไปให้ตำรวจ!

ข่าวยังรายงานต่อไปว่า…

“ส่วนคุณมาวิน พิทักษ์พงศ์ ไปได้หลักฐานนี้มาจากไหน ยังไม่มีใครทราบ จากประวัติคุณมาวินกับคุณอินทรเป็นเพื่อนรักกัน ทำให้หลายคนสันนิษฐานไปว่าอาจจะใช้ความเป็นเพื่อนหลอกเอาข้อมูลมาก็เป็นได้”

อินทรมาถึงบ้านหยุดยืนมองเข้าไปในบ้านเครียดหนักเพราะรู้ชะตากรรมตัวเอง

ภายในบ้าน สินชัยกำลังโกรธจัดจับตัวจริยาเขย่าอย่างแรงตวาดอย่างเอาเรื่อง

“ไหนแกบอกว่าจะไม่แฉฉัน ทำไมแกถึงทำ จะเอาเงิน จะเอาอะไรฉันก็ยอมแกทุกอย่างแล้ว ทำไม!!”

จริยาบอกว่าตนไม่ได้ทำ ถูกสินชัยด่าตอแหล ขู่ว่าถ้าตนไม่รอดเธอก็ไม่รอดด้วยจำไว้ จริยาปราดเข้าไปตะโกนบอกว่าตนไม่ได้ทำ ถูกสินชัยตบจนคว่ำ จริยาฮึดสู้ คว้าแจกันฟาดหัวสินชัยจนเลือดออก สินชัยแค้นจนคลั่งพุ่งเข้าบีบคอจริยาล้มไปที่โซฟา อินทรยังคงยืนมองเหตุการณ์อยู่ข้างนอก จนเสียงรถตำรวจแว่วมา สินชัยผงะว่าทำไมตำรวจมาเร็ว ตะโกนบอกอินทรให้ไปกันตำรวจไว้ อินทรกลับนั่งลงอย่างหมดแรง

“อินทร!! ไอ้ลูกเวร!!”

สินชัยเห็นอินทรไม่ช่วยจึงรีบออกจากห้องไป จริยาฉวยโอกาสนั้นหาทางหนีเช่นกัน บอกตัวเองว่าจะไม่ยอมติดคุกเด็ดขาด ส่วนอินทรนั่งเครียดตัวสั่นอยู่อย่างนั้น…

สินชัยออกมาทางหน้าบ้านเขาต้องผงะเมื่อเจอตำรวจเดินเข้ามาสามสี่นาย มีตำรวจยศพันโทเข้ามาด้วย

ฝ่ายจริยาหนีออกทางหลังบ้านพลางโทร.ถามอธิชาติว่านี่มันอะไรกัน

อธิชาตินอนเอกเขนกสบายอารมณ์อยู่ที่คอนโด เขากำลังฉลองกับเก๋าและด้วงอยู่ ตอบจริยาอย่างสบายอารมณ์ว่า

“ผมเห็นข่าวแล้ว ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเป็นอย่างนั้นได้ยังไง ผมจะช่วยคุณนะจริยา แต่คุณต้องเงียบปากไว้ โอเคนะ” จริยาบอกให้ช่วยตนเดี๋ยวนี้เลย เขาอยากได้อะไรจะให้ทุกอย่าง “ครับ…ผมสัญญาเลยว่าจะช่วยคุณด้วยชีวิต แต่ตอนนี้…คุณช่วยตัวเองไปก่อนนะ” พูดแล้ววางสายหัวเราะร่ากับด้วงและเก๋า

จริยาวางสายแล้วจะหนีไปอีกทาง เจอตำรวจสั่งให้หยุด เธอตัดสินใจปีนรั้วหนี ตำรวจตามไปสั่งให้หยุด

“ฉันไม่เกี่ยว ฉันไม่เคยโกงใครอย่ามาจับฉัน” จริยาวิ่งเตลิดไปถึงทางแยก ทันใดนั้นเองมีรถเก๋งวิ่งพุ่งมาอย่างเร็วเปิดไฟสูงใส่ จริยาร้องสุดเสียง เธอถูกรถชนโครม แล้วทุกอย่างก็หยุดนิ่งไปทันที!

อินทรยังนั่งสั่นอยู่ที่เดิม เขาสับสน แววตาผิดหวัง เสียใจ แล้วกลายเป็นแค้น!!

 

มาวินเดินมานั่งที่ศาลารอรถเมล์ เขาซึม เซ็ง ผิดหวังกับอินทรมาก ยิ่งเมื่อคิดถึงที่ถูกอินทรชี้หน้าด่าตัดเพื่อนกันและประกาศจะเอาคืนให้สาสม ก็ยิ่งเจ็บปวด ถามตัวเองว่า ทำไม…ทำไมต้องเป็นอย่างนี้

ระหว่างนั้นได้ยินเด็กที่มารอรถเมล์ร้องงอแงกับแม่อยากกินน้ำอ้อย แม่ดุว่าไม่มีเงิน ที่มีอยู่ต้องเก็บไว้เป็นค่ารถกลับบ้าน มาวินสงสารยื่นเงินให้พันหนึ่ง บอกแม่เด็กว่าเอาไปซื้อน้ำอ้อยให้เด็ก แม่เด็กมองเงินนิ่ง มาวินบอกให้รับไว้เถอะ

“ขอบคุณพ่อหนุ่มมากนะ แต่อยู่ดีๆ ให้น้ารับเงินคนอื่นมาฟรีๆ น้าทำไม่ได้หรอกจ้ะ พ่อหนุ่มเก็บเงินตัวเองไว้เถอะ” มาวินแปลกใจ หันมายื่นเงินให้เด็กไปซื้อน้ำอ้อย เด็กมองหน้าแม่ เห็นแม่ส่ายหน้า เด็กบอกมาวินว่า “ไม่เอาค่ะ”

พอดีรถเมล์มา แม่กับเด็กพากันวิ่งไปขึ้นรถ มาวินมองเงินในมือรู้สึกมันไม่มีค่าอะไรเลย

พอกลับถึงบ้าน มาวินเอาทรัพย์สินมีค่าทั้งหมดที่มีรวมทั้งที่ติดตัว ไม่ว่ากระเป๋าสตางค์ นาฬิกา แหวน มือถือ เครื่องประดับของมีค่าทุกอย่างในตัววางไว้ มยุรากับอานนท์ดีใจที่ลูกกลับมา พอตามไปที่ห้องเห็นเขาเอาของมีค่าทุกอย่างถอดวางไว้ก็แปลกใจ มาวินบอก

“ผมขอคืนทุกอย่าง ถ้าพ่อแม่คิดว่าสิ่งที่พ่อแม่ทำให้ผมมันทำให้ผมมีความสุข ผมขอคืน ผมไม่ต้องการ” อานนท์ด่าว่าอวดดีคิดจะตัดพ่อตัดแม่ออกจากชีวิตหรือ “ผมไม่อยากทำอย่างนี้แต่ผมอยากได้ความภูมิใจในตัวเองคืนมา พ่อแม่ทำในสิ่งที่พ่อแม่คิดว่าดี แต่ไม่เคยถามผม ไม่เคยแคร์ว่าผมอยากให้มันเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า ผมรู้ว่าผมเปลี่ยนพ่อแม่ไม่ได้ ผมก็เลยจำเป็นต้องมาขอโทษ” มาวินยกมือไหว้ทั้งพ่อและแม่ “ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ”

มยุราถามว่าแล้วเขาจะอยู่อย่างไร มาวินตอบอย่างไม่หวั่นไหวว่าคนอื่นอยู่กันได้ตนก็ต้องอยู่ได้ มานีขอร้องมาวินอย่าทำอย่างนี้เลย มาวินพูดอย่างสุภาพว่า

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับน้าหรือแพรไหมเลยครับ ไม่ต้องคิดมาก” พูดแล้วเดินผ่านทั้งสามออกไป

แม้มยุรากับอานนท์จะตกใจเสียใจแต่ก็ฮึดฮัดกับการตัดสินใจของมาวิน

 

มยุรา อานนท์ และมานี เดินตามมาวินมาถึงหน้าบ้าน มยุราถามมาวินว่า คิดว่าทำอย่างนี้แล้วเขากับแพรไหมจะสมหวังหรือ ถ้าเขาไม่มีเงินก็ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนเอาหรอก แพรไหมก็เหมือนกัน!

“แพรไหมไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่แม่คิด”

“แกคอยดูแล้วกันว่า ถ้าต้นทุนของแกกลายเป็นศูนย์แล้ว แพรไหมมันจะเอาแกอยู่ไหม”

มาวินหันจ้องหน้าแม่อย่างท้าทายแล้วเดินจากมา ยังได้ยินแม่พูดตามหลังว่า

“แล้วแกจะได้รู้ว่า ยุคนี้ไม่มีผู้หญิงคนไหน เอาผู้ชายที่มีแต่ตัวหรอก”

เมื่อพากันเข้าบ้าน อานนท์ถามมยุราว่าจะปล่อยให้ลูกไปอยู่เองจริงๆหรือ มยุราย้อนถามเสียงขุ่นว่าแล้วจะให้ทำยังไง

“พวกคุณรีบไปตามคุณมาวินกลับมาเถอะค่ะ อย่าปล่อยแกไปอย่างนั้นเดี๋ยวจะยิ่งเตลิดนะคะ” มานีเอ่ย กลับถูกมยุราแว้ดใส่ว่าเรื่องทั้งหมดเกิดจากแพรไหมนั่นแหละ เพราะฉะนั้นทั้งตัวเธอและแพรไหมจะต้องรับผิดชอบ มานีถามว่า “คุณจะให้ดิฉันรับผิดชอบยังไงคะ”

“ฉันจะส่งพวกเธอไปทำงานต่างประเทศ พวกเธอคือตัวปัญหา ถ้าไม่มีแพรไหม ลูกชายฉันก็ไม่กระด้างกระเดื่องกับฉันอย่างนี้ พวกเธอต้องไป ไปให้ไกลจากชีวิตมาวิน”

มานีฟังมยุราแล้วเครียด

 

ฝ่ายนางน้อมกับนายกุล เสียดายที่หมอขูดนมรตีออกไปจนหมด ชนนบอกว่าหมอจะให้รตีกลับบ้านได้แล้วแต่ยังต้องกินยา อย่าทำงานหนัก อย่าให้อะไรมากระทบกระเทือนหน้าอกอีก

นางน้อมยังมีความหวังว่าเมื่อรตีแข็งแรงขึ้นจะหาเงินให้ไปทำนมใหม่ คราวนี้เอาให้บึ้มกว่าเดิมอีก นายกุลคุยอวดว่าตนถามหมอมาแล้ว หมอบอกว่าทำใหม่ได้

ชัดติงว่าทำได้ก็จริงแต่อย่างน้อยก็ต้องอายุยี่สิบหรือยี่สิบสองขึ้นไปแต่วัยอย่างรตีร่างกายยังอาจเจริญเติบโตได้อีกตามธรรมชาติ นายกุลตะแบงว่าไม่ได้บอกว่าจะทำทันที กว่าจะถึงตอนนั้นรตีก็น่าจะอายุยี่สิบพอดี ส่วนนางน้อมแว้ดใส่ชัดว่า

“ถ้ารตีอยากทำแล้วแกยุ่งอะไรด้วย”

ชนนบอกรตีว่าถึงทำไปมาวินก็ไม่รัก เพราะผู้ชายไม่ได้รักผู้หญิงเพราะไซส์หรอก

“ฉันไม่ได้ทำเพื่อมาวิน ถ้าแกเข้าไปดูไอจีฉัน แกจะเห็นว่ามีคนที่รักและชื่นชมฉันอีกตั้งเยอะ”

ชนนยกตัวอย่างพวกที่มาคอมเมนต์ในไอจีกับเฟซบุ๊กว่า ล้วนแต่เป็นข้อความหื่นๆ ถามรตีว่ามีความสุขหรือที่ได้เป็นเครื่องบำบัดอารมณ์หื่นให้พวกนั้น ถามว่า “ตัวแกไม่มีคุณงามความดีอย่างอื่นที่จะให้คนชื่นชมแล้วหรือ” เตือนสติว่าถ้าจะเอาดีด้านนี้ก็ไม่ต้องเรียนหนังสือหรอก ไปแก้ผ้าถ่ายหนังโป๊เลยไป

นายกุลโมโหผลักอกชนนไล่จะไปไหนก็ไป อย่ามาดูถูกรตี นางน้อมก็ผสมโรงไล่ตะเพิด ชนนพูดกับรตีว่า

“ฉันพูดเพราะฉันรักแก ฉันผิดหวังที่เพื่อนฉันมีความคิดได้แค่นี้ ไปเถอะพ่อ อยู่ต่อแล้วหงุดหงิด” ชนนเดินบ่นมากับพ่อ ชัดบอกว่าเอาเวลาไปทำมาหากินดีกว่า ชนนเองก็รีบไปเรียนเสีย

แต่นางน้อมยังไม่หายเจ็บใจ ตามออกมาตะโกน ไม่ให้สองพ่อลูกมาเยี่ยมรตีอีก ถ้าอยากด่าก็ไปด่าแพรไหมที่แย่งมาวินไป ไม่อย่างนั้นป่านนี้ทุกอย่างก็ลงตัวหมดแล้ว

“แพรไหมไม่ได้แย่งใคร แต่มาวินไม่ได้รักรตีแต่แรก” ชนนโต้

“ถุย! มันพาแม่ย้ายไปอยู่บ้านเขาแล้ว ยังบอกไม่แย่งอีก อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้ ข้าแค่ไม่อยากพูดถึงมันให้เสียปาก รู้ไว้ด้วย” นางน้อมยังตามมาตะโกนด่าปาวๆ แล้วกลับเข้าห้องไป ชนนฉุนแต่ไม่อยากตอแยด้วย

นายกุลไปเลียบเคียงถามค่ารักษาพยาบาลของรตีจากฝ่ายการเงิน พูดกันไว้ก่อนว่าแค่ถามเฉยๆ ยังไม่จ่าย

“คุณรตีไม่ต้องชำระแล้วค่ะ มีคนชำระค่าใช้จ่ายให้หมดแล้ว” นายกุลตาโตถามว่าใคร แล้วก็อึ้งเมื่อพยาบาลบอกว่า “คุณอินทรค่ะ”

 

วันนี้เมื่อแพรไหมบอกมานีว่าจะไปเรียนแล้ว มานีเรียกไว้บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วย

แพรไหมตกใจเมื่อมานีเล่าว่าเมื่อวานมาวินกลับบ้านเอาของมีค่าทุกอย่างคืนพ่อแม่เขาหมด ไม่เอาเงินไปแม้แต่บาทเดียว เขาตั้งใจจะตัดขาดพ่อแม่เขา แพรไหมถามว่าทำไมมาวินทำอย่างนั้น

“แม่ก็ไม่รู้ แม่เห็นใจคุณมาวินนะ แต่แม่ก็ไม่อยากให้เขาตัดขาดครอบครัวอย่างนี้ มันไม่มีทางอื่นดีกว่านี้แล้วหรือ…ลูกช่วยไปคุยกับคุณมาวินหน่อยได้ไหม” แพรไหมจำต้องรับปาก เห็นท่าทางแม่เหมือนยังมีอะไรจะพูดแต่พอถาม มานีกลับบอกแพรไหมให้ไปเรียนเสีย มองตามแพรไหมที่เดินออกไปอย่างหนักใจ

เมื่อไปเจอชนนที่มหาวิทยาลัย แพรไหมถามว่ารตีเป็นอย่างไรบ้าง ชนนทำหน้าเบื่อหน่ายบอกว่ารตีน่ะโอเค แต่พ่อแม่ไม่ไหว ดีแล้วที่แพรไหมไม่ไป ถ้าไปเจอคงจะถูกน้าน้อมอาละวาดหนักแน่ แพรไหมหนักใจถามว่าตนควรจะทำอย่างไรดี

“ทำใจ” ชนนบอก ถามว่าแล้วมาวินเป็นไงบ้าง “เขาตัดขาดจากครอบครัว คืนของมีค่าทุกอย่างเดินออกจากบ้านมาแต่ตัว แกพอรู้ไหมว่ามาวินอยู่ไหน ฉันอยากคุยกับเขา”

 

แล้วแพรไหมก็ได้พบกับมาวิน เมื่อชนนพาขึ้นไปที่ดาดฟ้าตึกเรียนที่นารากำลังคุยอยู่กับมาวิน แพรไหมถามว่าเขาไม่อยากเจอตนหรือ มาวินทำหน้าอ้อนเหมือนเด็กรู้ตัวว่าทำผิด บอกว่าไม่ใช่ไม่อยากเจอ แต่ยังไม่อยากตอบคำถาม

เมื่อพาแพรไหมมาพบมาวินแล้ว นาราชวนชนนไปหาอินทรเพราะไม่อยากให้เข้าใจมาวินผิด ชนนบอกว่าไปตอนนี้ไม่ได้เพราะเราต้องไปพรีเซนต์รายงานคู่ของเราก่อน นาราจึงนึกได้ ดีใจที่ชนนทำมาเสร็จแล้ว ถามว่าทำคนเดียวเลยหรือ

“อื้อ…น่ารักไหมล่ะ” ชนนถามแล้วยื่นหน้าเข้าไปขอรางวัล ถูกนาราเอามือสองข้างประกบแก้มชนนบีบจนปากจู๋ เตือนว่านี่สถานศึกษานะ ชนนเอามือประกบแก้มนาราเอาคืนบ้าง ทั้งสองหยอกล้อหัวเราะกันอย่างน่ารัก

แพรไหมอยู่กับมาวินตามลำพังบนดาดฟ้า เธอถามเขาว่าคิดยังไงถึงตัดสินใจอย่างนั้น มาวินบอกว่าไม่ได้คิดอะไรแค่รู้สึกว่าอยู่ที่นั่นต่อไปไม่ได้แล้ว

“ไหนลองบอกซิว่าวินจะเอายังไงต่อไป”

“ก็หางานทำ งานพิเศษแบบที่เธอทำก็ได้ แล้วก็เช่าหอถูกๆอยู่ ขึ้นรถเมล์ ใช้จ่ายประหยัดๆ” แพรไหมถามว่าคิดว่ามันง่ายหรือ “ถ้าคนอื่นอยู่กันได้ ทำไมฉันจะอยู่ไม่ได้” มาวินตัดสินใจแล้วว่าถ้าหางานทำได้ เงินไม่พอค่าเทอมก็จะไม่เรียน

เมื่อเล่าแผนการทั้งหมดให้แพรไหมฟังแล้ว มาวินถามตัดบทติดตลกว่า

“ฉันตัดสินใจแล้ว ตอนนี้ฉันเป็นคนจนแล้ว จนกว่าเธอด้วยซ้ำ หวังว่าแม่เธอคงจะไม่กีดกันฉันนะ” แล้วชวนแพรไหมไปกินข้าวกันดีกว่าตนเลี้ยงเอง แพรไหมถามว่ามีตังค์หรือ? มาวินจึงนึกได้หัวเราะแหะๆ แพรไหมบอกว่าตนเลี้ยงเอง ถามอย่างเป็นห่วงว่าแล้วคืนนี้จะนอนที่ไหน มีเสื้อผ้าใส่หรือเปล่า

เมื่อแพรไหมรับรู้ถึงเจตนาของมาวินที่พยายามทำตัวให้จนเหมือนตนเพื่อให้เธอและแม่ยอมรับตน บอกแพรไหมว่า

“แค่ตอบมาว่าจะอยู่ข้างๆกัน จะสุขด้วยกันทุกข์ด้วยกัน จะจนแค่ไหนลำบากยังไงก็ไม่ทอดทิ้งกัน พูดแค่นี้ได้ไหม”

แพรไหมนิ่งอึ้ง มาวินไม่รอคำตอบผละเดินแยกไปเลย แพรไหมมองอึ้ง หนักใจ   –   อ่านต่อ คู่ปรับฉบับหัวใจตอนที่ 13

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, ละครออนไลน์, ละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คู่ปรับฉบับหัวใจ, คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคู่ปรับฉบับหัวใจทุกตอน

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ
- 2015-11-30 1:48:33 โพสต์โดย : LaKorn 1,423 ดูละครย้อนหลัง