tot

อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 13

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 13

คู่ปรับฉบับหัวใจ
คู่ปรับฉบับหัวใจ

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ ตอนที่ 13

อธิชาติย่ามใจมากที่แผนการทุกขั้นตอนของตนสำเร็จด้วยดี และสะใจเมื่อด้วงกับเก๋าบอกว่างานนี้สินชัยกับอินทรพังพินาศเจ็บยาวแน่ จริยาก็อาการหนักไม่อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นมาพูดอะไรได้

ทนายความของสินชัยแจ้งแก่อินทรว่า บ้าน รถ และทรัพย์สินทั้งหมดของเขาอาจถูกยึด แต่ไม่ต้องห่วงเพราะพ่อเขามีสำรองเงินสดส่วนหนึ่งเอาไว้เผื่อฉุกเฉิน แล้วตนจะโอนมาให้

“ไม่ต้อง ผมไม่เอาเงินคนโกง เอาไปบริจาคให้หมดเข้าใจไหม”

อินทรลุกเดินไปอย่างไม่แยแส เจออธิชาติเดินมาพอดี ชวนว่าให้ไปอยู่กับตนที่คอนโดก็ได้ อินทรขอบใจ เห็นอธิชาติทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดอีก พอถาม เก๋าที่รอจังหวะอยู่ก็ส่งไอแพดที่เปิดหน้าข่าวให้อ่าน

“มีข่าวลงในอินเตอร์เน็ตเมื่อเช้าว่า มีคนวงในพูดกันว่านายอานนท์ พิทักษ์พงษ์ พ่อของมาวิน มีแผนการจะลงเล่นการเมือง เขาก็เลยต้องมีวิธีการเปิดตัวเองให้สังคมรู้จักแบบสวยๆ”

“ด้วยการเปิดโปงคดีคอร์รัปชันของพ่อนายพอดี” ด้วงกระทุ้งต่อ เท่านั้นไม่พอยังตามไปยุแยงถึงที่บ้านว่า “มันเป็นแผนการที่พ่อแม่ไอ้มาวินวางหมากเอาไว้อย่างดีเพื่อกรุยทางเข้าสภา” เก๋าบอกว่าเย็นนี้ต้องมีข่าวใหญ่แน่ให้รอดูได้เลย

“นายว่าการที่ไอ้มาวินได้เอกสารทุจริตเอาไปให้พ่อมัน เป็นเรื่องบังเอิญเหรอ ฉันพูดตามตรงนะจากข่าวนี้ ฉันว่าใช่” อธิชาติตบท้าย ทั้งสามช่วยกันพูดจนอินทรหลงเชื่อ พึมพำอย่างเจ็บใจ

“นี่ฉัน…เป็นเหยื่อของพวกมันใช่ไหม”

 

อานนท์ถูกนักข่าวไปสัมภาษณ์ที่โชว์รูมว่าจริงไหมที่เขาจะลงเล่นการเมือง การเปิดโปงรัฐมนตรีคอร์รัปชัน เป็นผลงานแจ้งเกิดของเขาในเส้นทาง การเมืองใช่ไหม

อานนท์ไม่ทันตั้งตัวงงไปหมดจนต้องไปคาดคั้นกับมยุราว่าเธอไปปล่อยข่าวว่าตนจะลงเล่นการเมืองหรือ มยุราบอกว่าตนไม่รู้เรื่อง อาจเป็นฝีมือของพรรคการเมืองที่เคยจีบเขาเข้าพรรคก็ได้

“บ้าเอ๊ย…ผมไม่ได้อยากเล่นการเมืองเลย” นงนุชมาบอกว่านักข่าวเต็มออฟฟิศไปหมดแล้ว มยุราถามอานนท์ว่าจะเอายังไง “ถามผมเหรอ แน่ใจนะว่าจะให้ผมตัดสินใจเอง คุณจะเอาไงว่ามาเลย”

ฝ่ายอธิชาติหัวเราะร่าสะใจว่าเดี๋ยวนี้ข่าวมั่วมันง่าย ปล่อยข่าวลงเว็บไม่กี่วันก็มีนักข่าวบ้าจี้เอาไปขยาย

“สำนักข่าวดีๆ เขาก็ไม่หลงกลเรานะลูกพี่ มีแต่สำนักข่าวมึนๆ ที่ก๊อปข่าวไปแบบงงๆ เล่นข่าวแบบเบลอๆ แต่เป็นข่าวใหญ่เบิ้มๆ ฮ่ะๆๆ” ด้วงหัวเราะสะใจ

“เป็นข่าวขนาดนี้แล้ว ต่อให้มาวินมาพูดให้ตายว่าได้เอกสารมาจากลูกพี่ อินทรก็ไม่มีวันเชื่อ” เก๋าฟันธง ด้วงถามว่าแล้วพ่อมาวินจะบ้าจี้ลงเล่นการเมืองจริงไหม อธิชาติบอกว่า

“พ่อมันไม่รู้ แต่แม่มัน อะไรที่ได้หน้า มีหรือที่คุณมยุรา พิทักษ์พงษ์จะไม่เอา ฮ่ะๆๆ”

แล้วต่อมาก็มีการให้สัมภาษณ์นักข่าวที่โถงต้อนรับโชว์รูม มยุราอยู่กับอานนท์แต่มยุราเป็นคนพูดเสียเอง บอกนักข่าวว่าขอเวลาให้อานนท์อีกนิด ถ้าทุกอย่างแน่นอนแล้วจะให้ข่าวอย่างเป็นทางการอีกที นักข่าวถามว่าอานนท์จะลงเล่นการเมืองแน่ใช่ไหม อานนท์อึกอักตอบไม่เต็มเสียงว่า

“ก็…เอ้อ…ครับ…”

“ชัดเจนนะคะ” มยุราย้ำกับนักข่าวอย่างสมใจ แล้วยิ้มแย้มให้นักข่าวที่รุมกันมาถ่ายรูป

 

มยุราดำเนินแผนของตนต่อไป จะส่งมานีกับแพรไหมไปอยู่เกาหลีเพราะไปที่นั่นไม่ต้องขอวีซ่าอยู่ได้สามเดือน บอกให้ไปก่อนแล้วจะหาทางทำวีซ่าทำงานให้ได้อยู่นานๆ ไม่ต้องห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย ตนจะออกให้บางส่วน

มานีบอกว่าตนไม่อยากไป มยุราเสียงแข็งขึ้นทันทีถามว่าแล้วจะอยู่ทำลายครอบครัวตนไปถึงเมื่อไหร่ มาวินตัดแม่ตัดลูกกับตนแล้วยังไม่พอใจอีกหรือ มานีบอกว่าตนไม่ได้เป็นคนทำ

มยุราบีบน้ำตากล่าวโทษว่านับแต่มาวินคบกับแพรไหมท่าทีต่อพ่อแม่ก็เปลี่ยนไป บอกว่ามานีเป็นแม่คงเข้าใจความรู้สึกของคนเป็นแม่ดี อานนท์ก็เสริมว่าเพราะรู้ว่าถ้าพูดกับแพรไหมเองแพรไหมคงไม่ยอม จึงพูดกับเธอแทนเพราะว่า “ถ้าเธอยอมไป แพรไหมก็คงไม่อกตัญญูทิ้งแม่ไปต่างประเทศคนเดียวหรอก จริงไหม” พูดกับมานีแล้วกอดมยุราปลอบใจ

เมื่อแพรไหมกลับบ้าน เธอบอกมานีว่าตนคุยกับมาวินแล้ว แต่มาวินไม่ฟังเลย บอกแม่ว่าอวดเก่งนักก็ให้ไปลำบากเสียบ้าง

“ไม่ได้นะแพร ยังไงลูกก็ต้องคุยให้มาวินกลับมาอยู่บ้านให้ได้ จะปล่อยให้เขาไปอยู่เองลำพังไม่ได้ เขามีพ่อมีแม่ เขาต้องกลับมาอยู่บ้าน ลูกต้องพยายามพูดกับเขาอีกเรื่อยๆ เข้าใจไหม” มานีร้อนใจจนแพรไหมสงสัยถามว่าแม่มีอะไรหรือเปล่า “เปล่า…ไป…ลูกไปอาบน้ำเถอะ จะได้นอน” มานีหันหน้าหนีกลัวแพรไหมจับพิรุธได้ แพรไหมรู้สึกผิดปกติ แต่ก็ไม่รู้ว่ามีอะไร ได้แต่มองแม่งงๆ

 

นาราพามาวินไปฝากไว้ที่บ้านชนน ชนนไม่อยากรับเพราะบ้านเล็กและรก แต่ชัดบอกให้เข้ามาเลย ชนนเลยต้องให้มาวินนอนกับตนในห้องโดยให้มาวินนอนที่นอนปิกนิก

มาวินต้องปรับตัวอย่างมาก นอกจากที่นอนแข็งมากแล้ว ตอนกลางคืนยังมีเสียงหมาหอนอีก ตัวเองกลัวไม่พอยังทำให้ชนนกลัวไปด้วย แต่ก็อดทนนอนกันได้จนถึงเช้า

รตีออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านแล้ว เธอถามถึงค่ารักษาพยาบาล นายกุลบอกว่าไม่เสียเลยสักบาท เพราะมีคนจ่ายให้หมดแล้ว รตีถามว่าใคร นางน้อมบอกอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า อินทรลูกชายรัฐมนตรีขี้โกง บอกรตีว่าไม่ต้องซาบซึ้งเลยเพราะเงินนั่นเป็นเงินที่โกงไปจากภาษีทั้งนั้น ไม่ใช่เงินของตัวเองสักบาท

“นอนพักนะ อยากได้อะไรก็ไม่ต้องขยับ มีอะไรก็บีบเป็ดนี่เรียกพ่อเอ็งนะ” พลางหยิบเป็ดสีเหลืองให้

 

ขณะอินทรนั่งเครียดอยู่ที่โซฟาในบ้านนั้น สาวใช้ก็เอากุญแจบ้านทั้งหมดมาให้ พร้อมกระดาษแผ่นหนึ่ง บอกว่านี่คือเลขบัญชีของพวกตน ถ้าเขาพอจะมีเงิน รบกวนโอนเงินเดือนเข้าบัญชีให้ด้วย แล้วเอ่ยลา

พวกคนใช้เดินออกไปสวนกับนาราที่เดินเข้ามา นาราเกือบถูกพวงกุญแจที่อินทรขว้างทิ้งอย่างหงุดหงิด พอเห็นนารา อินทรถามว่ามีธุระอะไรกับตน

นาราบอกว่าคนที่เป็นเจ้าของหลักฐานทุจริตและส่งมันให้กับจริยาคืออธิชาติไม่ใช่มาวิน พอมาวินรู้ว่าพ่อเขาถูกจริยาเอาหลักฐานนี้มาแบล็กเมล์ก็วางแผนจะช่วยเขา ตนไม่อยากให้เขาเข้าใจมาวินผิด และไม่อยากให้ไว้ใจอธิชาติด้วย

แต่อินทรถูกอธิชาติเป่าหูเสียจนเชื่อเขาสนิทแล้ว บอกว่านาราก็รู้ว่าแม่ของมาวินเป็นคนชอบสร้างภาพออกสื่อ เชื่อว่าพวกนั้นใช้พ่อตนเป็นบันไดเหยียบหัวพ่อตนขึ้นไปเล่นการเมือง เพราะฉะนั้นขอให้นาราหยุดพูดว่าพวกนั้นเป็นคนดีเสียที

อินทรปักใจเชื่อตามข่าวและเด็ดขาดเสียจนนาราอึ้ง

 

รุ่งขึ้น แพรไหมไปที่บ้านชนน หยอกมาวินว่า นึกว่าจะไปนอนวัดเสียอีก มาวินแก้เกี้ยวว่ามีเพื่อนดีเลยมาอาศัยบ้านเพื่อนดีกว่า แพรไหมบอกว่าอยู่บ้านชนนดีแล้วตนจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง

มาวินบอกชนนว่าจะออกไปหางานทำก่อนแล้วตอนเย็นจะกลับมากินข้าวด้วย แพรไหมขอไปด้วยเพราะวันนี้ตนไม่มีเรียน แต่เดินหางานจนน่องโป่งก็ยังหาไม่ได้ แพรไหมบอกว่างานพาร์ทไทม์ไม่ใช่จะหาได้ง่าย มาวินเปรยๆว่าถ้าหางานไม่ได้แล้ววันนี้จะเอาอะไรกิน

โชคดีที่ร้านล้างรถประกาศรับสมัครคนงาน มาวินดีใจมากรีบเข้าไปสมัครและทำงานอย่างเอาการเอางาน เมื่อทำงานเสร็จได้รับค่าแรง 300 บาท เขาดีใจมากจะพาแพรไหมไปเลี้ยงข้าว คุยอย่างร่าเริงว่า

“นี่เป็นเงินก้อนแรกในชีวิตนะที่ฉันหาด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง มันรู้สึกดีอย่างนี้นี่เอง เมื่อก่อนฉันใช้อย่างเดียวเลยไม่เคยรู้ว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละ
บาท ต้องเหนื่อยขนาดนี้” แพรไหมบอกว่ารู้แล้วก็ดีจะได้เลิกดูถูกคนจนที่เขาตั้งใจทำงานหาเงินด้วยตัวเอง “คนที่วันๆเอาแต่ใช้เงินพ่อแม่ ไม่มีสิทธิ์ไปดูถูกคนที่ทำงานหาเงินได้อย่างสุจริตเลยแม้แต่นิดเดียว”

“เงินนี้นายเก็บเอาไว้ดีๆ จะได้เอาไปซื้อของที่จำเป็น”

“ต้องหาเท่าไหร่ถึงจะซื้อเพื่อนคืนได้” มาวินถาม ทำเอาแพรไหมอึ้ง มองหน้าเขาเต็มตาบอกว่า

“ถ้าอยากได้เพื่อนกลับมา ไม่ต้องใช้เงินหรอก ใช้ใจก็พอ”

แล้วแพรไหมก็ชวนมาวินไปเดินหาซื้อเสื้อให้แม่ บอกว่าแม่ไม่ได้ซื้อเสื้อใหม่มานานมากแล้ว แพรไหมกับมาวินช่วยกันเลือก แม้จะเป็นเสื้อตัวละ 100-200 บาท แต่ก็เลือกซื้อกันด้วยความภูมิใจ

 

นาราถูกรุจิราเรียกตัวกลับบ้านด่วน จักรีบอกด้วยความดีใจว่า ปู่กับกรรมการห้างลงมติแล้วว่าจะให้โอกาสตนบริหารห้างต่อไป แต่มีข้อแม้ว่าภายในครึ่งปี ตนจะต้องมีผลงานที่ดี ขอแค่ดีขึ้นไม่ติดลบเหมือนที่ผ่านมาก็พอ

แล้วจักรีก็ส่งกระดาษรายการให้ดู บอกว่าตนให้ผู้ช่วยลิสต์มาว่าพื้นที่ไหนของห้างที่ไม่สร้างรายได้ เราจะเอาพื้นที่มาพัฒนาทำให้เกิดรายได้กับห้าง อยากให้นาราช่วยดู

นาราดูแล้วตกใจที่จะยึดพื้นที่คิวรถตุ๊กๆคืนเอาไปให้ร้านกาแฟหรูเช่า จะทำรายได้ให้เดือนละหลายแสนทีเดียว จักรีบอกว่าตนเจรจากับร้านกาแฟแล้ว เขาจะมาสิ้นเดือนนี้ รุจิราบอกให้นาราไปช่วยเจรจากับคิวรถตุ๊กๆ ให้ย้ายออกไปให้หมด

“แหม…นาราต้องทำได้อยู่แล้ว นาราคงไม่ได้เห็นแก่คิวรถตุ๊กๆของแฟนเก่ามากไปกว่าธุรกิจของครอบครัวหรอก จริงไหมนารา” นิชาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยๆ ทำให้นารารู้ได้ทันทีว่านี่คือฝีมือของนิชา!

เมื่อนาราถามว่าพี่นิทำอย่างนี้ได้ยังไง นิชาพูดยิ้มๆว่า “ฉันเกลียดแกไง แกยังไม่เลิกคบกับชนน แล้วมาสะตอใส่ฉัน หลอกใช้ฉัน ฉันก็จะเอาคืนแกบ้าง ไล่พวกตุ๊กๆยาจกออกไปจากห้างเราให้ได้นะ พี่เอาใจช่วย สู้ๆ”

 

รตีนอนพักฟื้นอยู่ที่บ้าน หิวน้ำมองหาแม่ไม่เห็น พ่อก็ไม่อยู่ บีบเป็ดยางเรียกก็ไม่มีใครมา จึงลุกจะไปหาน้ำกินเอง แต่พอลุกก็เซจะล้ม

นาทีนั้นเอง มีมือเข้ามารับไว้ พอหันมอง รตีอุทานอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “อินทร!”

อินทรบอกให้ไปนั่งพัก รตีบอกว่าตนอยากดื่มน้ำ เขาบอกว่าเดี๋ยวหยิบให้ ถามอย่างเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม พอรู้ว่ารตีเจ็บ เขาเอ่ยอย่างรู้สึกผิดว่า

“ขอโทษนะ”

รตีอึ้งไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเขา ถามว่าขอโทษเป็นด้วยหรือ แล้วจะขอโทษทำไม ไม่ได้เกี่ยวกับเขาเลย มองหน้าอินทรถามว่าเขาเป็นอย่างไรบ้าง ตนเห็นข่าวแล้ว…อินทรไม่ตอบแต่ลุกไปหยิบน้ำให้

“นายโอเคไหม ฉันเป็นห่วงนายนะ”

อินทรไม่ทันพูดอะไร เสียงนางน้อมก็แว้ดเข้ามา “ใครให้แกเข้ามาในบ้านฉัน!” นายกุลก็พรวดเข้ามาตวาดอินทรว่าเข้ามาได้ยังไง ตนไปเข้าห้องน้ำแป๊บเดียวเอง นางน้อมไล่อินทรให้ออกไปจากบ้านตน รตีบอกแม่ว่าเขามาเยี่ยมตน

นางน้อมด่าเปิงและไล่ตะเพิด บอกว่าบ้านนี้ไม่คบคนโกง ตะโกนใส่ว่าค่ารักษาที่จ่ายให้รตีพวกตนไม่ใช้คืน ไม่ขอบคุณ ไม่ซาบซึ้ง เพราะมันคือเงินที่เราควรจะได้รับอยู่แล้ว

ทั้งนางน้อมและนายกุลช่วยกันด่าว่าและไล่อินทรออกไป อินทรได้แต่นิ่ง เครียด แล้วลุกเดินออกจากบ้านไป

ชัดกับชนนและชาวตลาดสองสามคนเดินเข้ามาถามว่ามีเรื่องอะไรอีก ถามนางน้อมกับนายกุลว่าเขามาเยี่ยมลูกสาวจะไปไล่เขาทำไม ชนนบอกว่า

“ถ้าไม่ชอบก็ไม่ต้องใจร้ายกันขนาดนี้ก็ได้”

ไม่ว่าชัดกับชนนจะพูดอย่างไร ทั้งนางน้อมกับนายกุลก็เอาแต่ด่าไม่เลิก สองพ่อลูกระอาใจเลยชวนกันไปหาอะไรกินกันในตลาดดีกว่า
รตีสงสารอินทรมาก ถามแม่กับพ่อว่า

“พ่อกับแม่ไปไล่อินทรทำไม เขาเพิ่งจะผ่านเรื่องร้ายๆมา แล้วยังมาเจอตอกย้ำอย่างนี้อีก ไม่สงสารเขาบ้างเหรอ” นายกุลบอกว่ามันโกง รตีบอกว่าอินทรไม่รู้เรื่องด้วย นางน้อมรีบมาโอ๋ว่าอย่าโมโห เดี๋ยวเจ็บให้พักผ่อนก่อน “ไม่ต้องมายุ่งกับฉันเลย ข้าวก็ไม่ต้องเอามา ฉันไม่กิน” รตีโกรธหันหน้าหนี นางน้อมกับนายกุลมองหน้ากันอึกอัก

 

มาวินมาส่งแพรไหมที่หน้าบ้านตัวเอง แพรไหมบอกให้รีบกลับเสียเดี๋ยวรถเมล์หมด แต่พอมาวินหันเดินไป อินทรก็โผล่พรวดมาฉุดแพรไหมไปขึ้นรถ มาวินหันมาตะโกนให้หยุดแต่อินทรขับรถไปแล้ว

แพรไหมถามว่าจะพาตนไปไหน อินทรไม่ตอบแต่แวะที่วินมอเตอร์ไซค์เอาแบงก์ร้อยให้

“ลูกพี่…ฝากไปบอกไอ้คนตรงโน้นทีว่า เพื่อนรักจะไปรอมันที่โรงยิม บอกมันแค่นี้นะ มันน่าจะรู้” แล้วขับรถไปเลย

อินทรพาแพรไหมไปที่โรงยิมบอกว่าตนแค่อยากจะคุยกับเธอสองต่อสองโดยไม่มีมาวินมาแทรก ถามว่า

“เธอรักไอ้มาวินเหรอ!” แพรไหมอึ้ง “เธอรักมัน ทำไมล่ะ ทั้งๆที่มันทำลายครอบครัวเราอย่างนี้ เธอก็ยังจะรักมันงั้นเหรอ” แพรไหมบอกว่ามาวินไม่ได้ทำ “มันทำ! มันกับพ่อมันทำทุกอย่าง พ่อมันจะเล่นการเมือง พวกมันเลยใช้พ่อเราเป็นบันได เธอกลับไปดูข่าวได้เลย”

แพรไหมบอกว่ามาวินหวังดีกับเขาจริง ๆ อินทรหัวเราะเยาะว่ามาวินเกลียดตน เคยบอกว่าชาตินี้จะไม่มีวันรักเธอ แต่พอตนบอกว่าจะจีบเธอ ก็ทำเป็นหมาหวงก้าง เข้ามาใกล้ชิดเธอแล้วแย่งเธอไปจากตน แพรไหมบอกว่าอย่ามาพูดให้ตนเข้าใจมาวินผิด

“ฉันพูดให้เธอเข้าใจมันถูกต่างหาก มาวินมันชอบเอาชนะทุกคน มันไม่ยอมให้ใครเหนือกว่า เธอรู้ไหมว่ามันเคยเอาตัวเธอมาเป็นเดิมพันแลกกับรถคันนึงด้วย เธอแน่ใจเหรอว่ามันรักเธอจริง”

“พอ!! ฉันไม่ฟังแล้ว!!”

“ฉันสิรักเธอจริง ฉันรักเธอทั้งๆที่รู้ว่าเธอจน ทั้งๆ ที่รู้ว่าเพื่อนเกลียด แล้วตอนนี้ฉันก็ยังรักเธอ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวฉันไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่ใช่คุณอินทร ลูกรัฐมนตรี แต่ฉันเป็นแค่ลูกไอ้ขี้โกง” อินทรคุกเข่าลง “ฉัน…ฉันไม่รู้ว่าควรเอายังไงต่อไป มันมืดไปหมด ฉันขอร้อง แพรไหมช่วยรักฉันได้ไหม”

“อินทร…นายอย่า…”

“เธอช่วยเป็นแสงสว่างเล็กๆ ให้ชีวิตฉันได้ไหม…”

ขณะแพรไหมกำลังสับสนอยู่นั้น มาวินผลักประตูโรงยิมเข้ามา อินทรก็ยังรบเร้าอ้อนวอนขอคำตอบจากแพรไหม มาวินวิ่งมาเห็นอินทรจับตัวแพรไหมอยู่ อินทรเห็นมาวินก็ลากแพรไหมเข้าไปในห้องหนึ่งล็อกประตูทันที มาวินวิ่งตามไปตะโกนให้อินทรเปิดประตู

อินทรมองประตูที่ถูกมาวินกระชากจนสะเทือนอย่างสะใจ ถามแพรไหมว่า “เธอรักฉันไม่ได้ใช่ไหมแพรไหม”

“ใช่! ฉันรักนายไม่ได้ พอใจยัง!” ในขณะที่มาวินก็ตะโกนอยู่ข้างนอกว่าถ้าอินทรทำอะไรแพรไหม ตนไม่เอาไว้จริงๆ อินทรพูดใส่หน้าแพรไหมว่า

“งั้นไม่ต้องรัก แต่เธอต้องมาเป็นแฟนฉัน ฉันไม่มีความสุข มันก็ต้องไม่มี มันทำลายฉัน ฉันก็จะทำให้มันเจ็บเหมือนกัน” แพรไหมขอร้องอินทรอย่าทำอย่างนั้นได้ไหม อินทรกระชากเธอเข้าไป “ไม่มาก!! ฉันก็แค่ทำตัวเหมือนที่มาวินมันเคยทำ” อินทรผลักแพรไหมไปชิดกำแพง ในขณะที่มาวินยังตะโกนไม่หยุดให้เปิดประตู! เปิดประตู!!

อินทรสั่งแพรไหมให้พูดมาว่าจะเป็นแฟนตน ถ้าไม่พูดจะจูบ แพรไหมไม่ยอมพูดแต่มองลึกเข้าไปในดวงตาเขาอย่างเข้าใจและเห็นใจ บอกอินทรว่าตนรู้ว่าเขาไม่ได้อยากทำอย่างนั้น เขากำลังประชดชีวิต ประชดโลก แต่อย่าทำร้ายตัวเองเลยตนอยากช่วยเขา แพรไหมมองอินทรอย่างหวาดหวั่นกลัวเขาจะทำอย่างที่พูดจริงๆ แต่อินทรกลับชะงัก นิ่งไป

“ทำไม…ทำไมถึงไม่รักฉัน…ทำไม…” อินทรผละไป

“ฉันขอโทษนะอินทร ขอโทษจริงๆ” แพรไหมครางออกมา

มาวินพังประตูเข้ามา อินทรเห็นมาวินเข้ามาก็กระชากแพรไหมไปจูบทันที มาวินบอกอินทรว่าถ้าเกลียดตนก็ทำตนแพรไหมไม่เกี่ยว อินทรหัวเราะสะใจเย้ยมาวินว่า “กูได้จูบแพรไหมแล้วว่ะ ฮ่าๆๆ”

ทั้งสองจะชกต่อยกัน แพรไหมขอร้องมาวินให้พาตนออกไปจากที่นี่ มาวินพาแพรไหมออกไป ปรามอินทรว่าอย่ายุ่งกับแพรไหมอีก อินทรอาละวาดทำลายข้าวของในโรงยิมระบายอารมณ์อย่างคลุ้มคลั่งแล้วนอนแผ่หมดแรงอย่างผู้แพ้…

แพรไหมไปเปิดประตูรถอินทรเอากระเป๋าและถุงใส่เสื้อที่ซื้อให้แม่เดินไปกับมาวิน

 

มยุรายังมุ่งมั่นที่จะให้แพรไหมไปจากชีวิตมาวินด้วยการให้ไปทำงานที่เกาหลี โดยอาศัยมานีมาบีบแพรไหมอีกที มานีไม่กล้าบอกแพรไหม มยุราจึงบีบสมศักดิ์อีกทางให้มาบีบมานีต่อ

สมศักดิ์มาขอร้องมานีออดอ้อนว่าถ้ามานีไม่ช่วยร้านตนแย่แน่ แพรไหมมาได้ยิน เธอไม่ยอมให้แม่ช่วย บอกให้สมศักดิ์คิดแก้ปัญหากับครอบครัวใหม่ของเขา สมศักดิ์ไม่กล้ากลัวเสียหน้ากับรัศมี แพรไหมจึงเอามือถือของสมศักดิ์เพื่อเอาเบอร์โทร.ไปคุยกับรัศมีเอง ส่วนเรื่องที่มยุราจะส่งตนกับแม่ไปเกาหลี เมื่อแม่ไม่กล้าพูดตนจะเป็นคนพูดเอง

แพรไหมโทร.เรียกมาวินมาแล้วโทร.หารัศมีที่ได้เบอร์จากมือถือของสมศักดิ์ บอกมาวินว่าพ่อกลัวครอบครัวใหม่จะดูถูกจึงพยายามสร้างภาพแต่ทำให้แม่ลำบากมากเพราะต้องไปกู้ยืมเงินมาให้พ่อใช้ ตนจะพูดให้รัศมีรู้ว่าพ่อทำความลำบากอะไรไว้กับเราบ้าง

แต่ปรากฏว่ามานีโทร.เล่าเรื่องนี้ให้รัศมีฟังแล้ว เมื่อมาเจอกันทั้งสามคน รัศมีถามว่าจะให้ตนทำอย่างไร แพรไหมบอกให้เธอไปคิดแก้ปัญหากันเองในครอบครัวคิดได้แล้วช่วยบอกด้วย แล้วชวนมานีกลับ

 

เมื่อกลับถึงห้อง มานีบอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะปิดอะไรแพรไหมแต่ไม่รู้จะบอกอย่างไร แม่อยากช่วยพ่อแต่แม่ก็ไม่ต้องการให้ลูกเกลียดพ่อมากไปกว่าที่เป็นอยู่

นงนุชมาบอกแพรไหมกับมานีว่ามยุราให้ไปพบ มยุราบอกอานนท์ว่าตนจะทำทุกอย่างให้แพรไหมไปเกาหลีให้ได้

เมื่อแพรไหมกับมานีมาพบมยุรา มยุราเล่นละครบีบน้ำตา บอกแพรไหมว่าตนต้องการลูกชายคนเดิมของตนคืนมา แพรไหมถามว่าให้ตนออกจากชีวิตมาวินไม่พอยังต้องการให้ตนหายไปจากชีวิตมาวินเลยใช่ไหม ไม่มีทางอื่นง่ายกว่านี้แล้วใช่ไหม

“วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือยอมรับในตัวเธอ แต่ฉันทำไม่ได้ หน้าตาในสังคมของฉันมันจำเป็นต้องได้ลูกสะใภ้ที่ดีกว่าเธอ เธอเข้าใจฉันนะแพรไหม”

“เธอกับแม่คิดมาเลย เอาที่เธอต้องการ วิธีไหน ก็ได้พวกเรายินดีทำทุกอย่าง ยกเว้นยอมรับเธอ” อานนท์เสริม

แพรไหมอึ้ง เหมือนเจอทางตัน

 

นางน้อมกับนายกุลเห็นปฏิกิริยาของรตีก็รุมกันถามว่ารักอินทรใช่ไหม น้อมตอบแทนว่าใช่ รตีสับสนตัวเองถามแม่ว่าพูดมาได้ยังไง ตนก็แค่ห่วงอินทรแต่มาวินสิของจริง

แล้วรตีก็ไปหาอินทรที่บ้าน เห็นสภาพบ้านเขาแล้วหดหู่ใจ ที่บ้านใหญ่โตแต่มีคนอยู่คนเดียวอยู่อย่างหมดอาลัยตายอยาก แม้จะถูกอินทรประชดประชันและไล่ให้กลับไป แต่รตีกลับเดินเข้าครัวทำอาหารง่ายๆ ต้มบะหมี่สำเร็จรูปทำทีจะกินเอง แต่อินทรหิวจนทนไม่ได้ ในที่สุดก็ยอมกินด้วย

ความหิวทำให้อาหารที่ตัวเองเคยดูถูกเบ้หน้าใส่กลับอร่อยจนแย่งกันกินกับรตี กลายเป็นแย่งกันกินขำๆ เมื่อกินเสร็จรตีสั่งให้มาช่วยล้างชาม ความใกล้ชิดทำให้ทั้งสองมีความรู้สึกแปลกๆต่อกัน

แต่อินทรยังแค้นมาวิน บอกรตีว่าสิ่งที่อยากทำที่สุดตอนนี้คือ “เล่นไอ้มาวิน ฉันคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะเอาคืนมันยังไงให้สมกับที่มันทำลายชีวิตฉัน” รตีไม่สบายใจถามว่าเขาจะทำอย่างไร

“ระหว่างทำให้มันกับแพรไหมเจ็บปวด เลิกกัน กับทำให้ชีวิตไอ้มาวินพังเหมือนที่มันทำกับชีวิตฉัน เธอว่าฉันทำอันไหนก่อนดี เธอต้องอยากให้มันกับแพรไหมเจ็บปวดแน่ๆ…ตามนั้น ฉันจะจัดให้ตอบแทนที่เธอทำบะหมี่ให้ฉันกินแล้วกัน”

อินทรพูดอย่างอาฆาตมาดร้าย ในขณะที่รตีฟังแล้วอึ้ง

 

เมื่อมาวินตัดสินใจที่จะแก้ปัญหา สู้ชีวิตด้วยตัวเองแล้ว เขาขยันขันแข็งจนน่าทึ่ง คิดจะไปรับจ้างร้านอาหารแต่ชัดติงว่าร้านนั้นมันงก กลับบ้านนอนเถอะ

พอรู้ว่าชัดจะพักผ่อน มาวินเอ่ยปากขอยืมรถตุ๊กๆ ชัดอนุญาต บอกให้ขับดีๆและอย่ากลับดึก

รตีเดินกลับบ้าน เห็นมาวินขับตุ๊กๆออกไปพอดี ถามชัดว่าเขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง แล้วน้าให้เขาเอาตุ๊กๆ ไปขับได้ไง

“มาวินมาอยู่กับน้าสองสามวันแล้ว เห็นว่าทะเลาะกับที่บ้าน แล้วก็จะไม่ยอมกลับบ้านอีก เลยมาขออยู่กับข้าชั่วคราว แล้วนี่มันคงว่างเลยขอยืมตุ๊กๆไปขับหารายได้พิเศษ นึกว่ามันจะเหยาะแหยะแบบลูกคนรวยทั่วไปซะอีก ไม่น่าเชื่อว่ามันจะขยันและมุ่งมั่นมาก”

รตีมองตามรถตุ๊กๆไป ไม่สบอารมณ์ที่มาวินยอมตัดขาดจากบ้านเพื่อแพรไหม พึมพำ

“เพราะแพรไหมใช่ไหม ที่ทำให้วินไม่กลับบ้านอีก วินทำทุกอย่างได้เพื่อแพรไหมจริงๆ”

 

แพรไหมเครียดกับเรื่องที่ถูกมยุราบีบคั้นจนนอนไม่หลับ

ฝ่ายมาวินกำลังกระตือรือร้นขับรถตุ๊กๆที่ยืมชัดมาหาเงินอย่างสดชื่นมีความหวังกับชีวิตที่ตัวเองเลือก

นาราหาข้อมูลเกี่ยวกับการขับตุ๊กๆว่า การจอดรอผู้โดยสารที่ห้างกับการวิ่งหาผู้โดยสารอย่างไหนจะมีรายได้ดีกว่ากัน วันนี้จึงนั่งตุ๊กๆไปมหาวิทยาลัยสุ่มหาข้อมูลคนขับไปด้วย

ชนนถามนาราว่าคุยอะไรกับเพื่อนตุ๊กๆของตน ทำไมต้องไปยุให้เขาวิ่งรถหาผู้โดยสารเองด้วย

“เราก็แค่คุยกัน เขาบอกว่านั่งรอผู้โดยสารสบาย แต่นาว่ามันไม่ใช่ เกิดเป็นเสือก็ต้องออกไล่ล่าหากิน จะนอนรอให้กวางน้อยเดินมานอนถวายชีวิตตัวเองตรงหน้าได้ไง”

ชนนระแวงว่านาราหาว่าตนขี้เกียจเลยโต้แย้งกัน นิชามาแทรกถามว่านารายังไม่บอกอีกหรือ ชนนถามว่ามีอะไรจะให้ตนรู้ก็บอกมาเลย นิชายุแยงว่าตนอยากให้รู้จากปากนาราเอง ไม่แปลกใจหรือว่าทำไม

วันนี้นาราถึงนั่งตุ๊กๆมา ถ้าไม่รีบถามระวังเขาจะงอก เป่าหูแล้วแยกไป ส่วนชนนกับนาราก็เข้าห้องเรียน

ความแคลงใจทำให้ชนนกับนาราไม่มีสมาธิในการเรียนนักเพราะมัวเขียนถามและโต้ตอบกันไปมา

มาวินเพิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องเรียนตรงดิ่งไปนั่งข้างแพรไหม แพรไหมถามเบาๆว่าตื่นก่อนชนนอีกแล้วทำไมมาสาย มาวินบอกว่าเอาไว้ค่อยบอก แต่นั่งได้ไม่นานมาวินก็หลับ พอแพรไหมเรียก ตื่นขึ้นมานึกว่าอาจารย์เรียก ปรากฏว่าอาจารย์ไม่ได้เรียก ขอโทษแล้วนั่งหลับต่อ หลับจนกรนเสียงดัง พอแพรไหมปลุกก็สะดุ้งตื่นหัวเราะแหะๆ

พออาจารย์ชัยสอนเสร็จออกจากห้องไป แพรไหมก็ออกไปยืนกอดอกรอมาวิน ส่วนชนนก็ลากนาราไป บอกว่าเรามีเรื่องต้องเคลียร์กัน แพรไหมรอมาวินอยู่นานจนนักศึกษาออกไปกันจนหมดแล้วมาวินก็ยังไม่ออกมาจึงเดินเข้าไปดู เห็นมาวินฟุบหลับอยู่

เมื่อไปนั่งกันที่โต๊ะกลุ่ม แพรไหมถามว่าไปทำอะไรมาถึงได้ง่วงขนาดนี้ มาวินบอกว่าตนไปขับตุ๊กๆ หาเงิน อวดอย่างภูมิใจว่าได้มาตั้งสามร้อยแน่ะ แพรไหมดุว่ามันใช่เรื่องไหม จัดลำดับความสำคัญหน่อยว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร

“เธอสำคัญที่สุด แพรไหมสำคัญที่สุด ฉันก็เลยต้องขยันทำงานเก็บเงินจะได้พาแพรไหมกับแม่ออกจากบ้านฉันให้เร็วที่สุด” แม้แพรไหมจะอึ้งแต่ก็บอกว่าเรื่องตนกับแม่ เราหาทางออกได้เอง “งั้นฉันก็ขยันเพราะเธอจะได้เห็นว่า ถึงฉันจะทำอะไรไม่ค่อยจะเป็นแต่ฉันก็ขยันนะ”

ระหว่างนั้นมีนักศึกษาเดินผ่านมา มาวินก็ควักแซนด์วิชจากกระเป๋าร้องขาย บอกแพรไหมว่าลงทุนไม่ถึงร้อยแต่ถ้าขายหมดได้ตั้งเกือบสามร้อยนะ แต่แพรไหมกลับรู้สึกไม่ดีเลยถามว่าเขาทำอย่างนี้ไม่อายหรือ เป็นลูกเศรษฐีพ่อแม่รวยเป็นพันล้านแต่มาขายแซนด์วิชในมหาวิทยาลัย

“อายทำไม อาชีพสุจริต และตอนนี้เงินที่ฉันมีไม่ใช่พันล้าน พันกว่าบาทเท่านั้น” แพรไหมถามว่าถ้าพ่อแม่เขารู้ล่ะ?

“ก็ให้เขารู้ไป ให้เป็นข่าวไปเลยยิ่งดี ถ้าพ่อแม่จะเสียหน้าเสียชื่อเสียงจากการที่ฉันขายแซนด์วิชโดยสุจริต ฉันก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว” แล้วเปลี่ยนเรื่องเล่าว่า “ฉันได้ลองทำงานหลายๆอย่างแบบนี้ก็ดีนะ จะได้ค้นหาตัวเองไปด้วยว่าจริงๆแล้วฉันชอบอะไร อยากทำงานอะไร ที่ผ่านมาฉันไม่เคยคิดวางเป้าหมายอนาคตตัวเองไว้เลย เผื่อฉันจะมีเป้าหมายอย่างเธอบ้างไง”

ระหว่างนั้นรตีเข้ามาซื้อแซนด์วิชให้เงินร้อยบาทบอกไม่ต้องทอน มาวินบอกว่าตนไม่รับทิป

“ไม่ใช่ทิป แต่ฉันยกให้ ห้าสิบบาทนี้จะได้ทำให้คนบางคนรู้สึกบ้างว่าการถูกเอาเงินฟาดหัวมันเป็นยังไง” แล้วยัดแซนด์วิชใส่มือแพรไหม “ฉันให้เธอ ของกระจอกฉันกินไม่ลง”

แพรไหมมองมาวินอย่างเห็นใจ แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไร ตนไปขายแซนด์วิชให้หมดก่อนดีกว่า เดี๋ยวขาดทุน

 

นาราถูกชนนคาดคั้นถามจนเธอยอมรับว่า พ่อสั่งให้ตนหาทางให้คิวรถตุ๊กๆออกไปจากห้าง ตนไม่รู้จะบอกกับเขาอย่างไร ทำให้ชนนพาลคิดไปอีกว่าเพราะอย่างนี้เธอถึงมาทำดีกับตนเพื่อให้ออกจากห้างเพื่อผลประโยชน์ของห้าง

“มันไม่ใช่เลยนะคะพี่ตุ๊กๆ มันเป็นคำสั่งจากคุณปู่ แล้วถ้านาไม่ทำ เขาจะปลดพ่อออกจากผู้บริหาร”

ชนนถามอย่างรับไม่ได้ว่าเธอช่วยพ่อตัวเองแล้วตนกับพ่อล่ะ นิชาก็เข้ามาแทรกว่าก็ให้ออกไป

ไงล่ะ! ทำให้นารารู้ว่าที่แท้เป็นแผนของนิชาทำให้ตนกับชนนผิดใจกัน ทำให้ชนนคิดได้บอกว่าตนเชื่อใจนารา พูดใส่หน้านิชาว่า

“คุณบ่อนทำลายเราไม่สำเร็จหรอก ผมอ่านเจตนาคุณออก รู้ไว้ด้วยนะว่าคนที่รักกันย่อมต้องเชื่อใจกันและผมรักนารามาก ผมจะไม่มีวันเชื่อคนอื่นมากกว่าคนที่ผมรัก และถ้านาราจำเป็นต้องไล่คิวตุ๊กๆไปจากห้าง ผมก็จะช่วยนาราทำด้วย”

ความรักที่มั่นคงและจริงใจต่อกันของชนนกับนารา ทำให้นิชายิ่งแค้นที่แผนยุแหย่ของตนไม่สำเร็จแล้วยังทำให้ทั้งสองยิ่งเข้าใจและรักกันมากขึ้นไปอีก

 

แพรไหมตามไปถามรตีว่าทำไมต้องไปเหยียดหยามมาวินด้วย เธอไม่ชอบให้ใครทำกับตัวเองแล้วมาทำกับคนอื่น ทำกลับไปกลับมาทำไม เพื่อความสะใจใช่ไหม

“ใช่!” รตีตอบอย่างสะใจ แล้วประณามแพรไหมว่าโกหกตอแหลแย่งแฟนเพื่อน เห็นแก่ตัว ดึงมาวินให้ตกต่ำจมปลักเหมือนตัวเอง นับแต่มาวินมาคบกับเธอก็เสียทั้งเพื่อน เสียครอบครัว เสียโอกาสดีๆ ชีวิตหมดอนาคต ถามว่าเธอคงมีความสุขมากสินะ

“แกก็เห็นว่าฉันพยายามจะอยู่ให้ห่างเขาแล้ว ฉันพยายามจะไม่ยุ่งกับเขา แต่บังคับทุกอย่างไม่ได้”

“ถ้าคิดอย่างนั้นก็เอาที่สบายใจก็แล้วกัน ฉันขออวยพรให้แกทำลายอนาคตมาวินอย่างมั่นคงถาวรต่อไปนะ” รตีพูดใส่หน้าแล้วผละไป แพรไหมเครียด ยืนคว้างอย่างรู้สึกผิดมาก สะเทือนใจจนน้ำตาไหล…

อินทรขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาเห็นมาวินกำลังยืนขายแซนด์วิชอยู่ก็จอดเปิดหมวกกันน็อกดู รตีผ่านมาอินทรถามว่านั่นอะไร รตีบอกว่า “มาวินเวอร์ชั่นสู้ชีวิต แล้วอินทรเวอร์ชั่นไหนล่ะ”

ปรากฏว่าอินทรบอกรตีว่าน้ำมันรถหมดขอยืมเงินหนึ่งร้อย รตียื่นเงินให้พูดเหน็บว่า “เวอร์ชั่นไถชัดๆ” แล้วรตีก็ชี้ให้เห็นว่ามาวินยังทำงานหาเงินเอง อินทรเย้ยว่า ขายแซนด์วิชจะไปพอค่ากินค่าอยู่ได้ยังไง

พอรู้ว่ามาวินเสียแค่ค่ากินเพราะไปอยู่กับชนน ก็เย้ยอีกว่านึกว่ามีเงินเปิดโรงแรมหรือเช่าคอนโดอยู่ ที่แท้ไปขอนอนบ้านคนขับตุ๊กๆ แล้วอ้างว่ามีธุระต้องรีบไป รตีถามว่าจะรีบไปไหน จะไปทำอะไรมาวิน

“ฉันไม่ไปทำนมเพื่อมาวินก็แล้วกัน” ว่าแล้วก็ออกรถไป

“ไอ้เด็กแว้น!!! ไอ้บ้า!!” รตีตะโกนด่าตามหลัง

อินทรแยกไปไม่นานก็โทร.หาอธิชาติ “ว่างไหม มีเรื่องอยากให้นายช่วยหน่อย”

“เรื่องอะไร บอกมาได้เลยเพื่อนรัก” อธิชาติยิ้มกริ่มอยู่ที่คอนโด

 

ชนนช่วยพูดกับชัดเรื่องทางห้างขอคืนพื้นที่จอดตุ๊กๆคืน ชัดไม่มีปัญหาเพราะทางห้างได้ให้โอกาสพวกตนมานานแล้วเมื่อทางห้างขอคืนจึงคืนด้วยความรู้สึกดีๆที่เคยได้รับโอกาสจากทางห้าง

เมื่อเรียกบรรดาคนขับตุ๊กๆที่ห้างมารวมกันแล้วให้นาราเป็นคนชี้แจงกับคนขับตุ๊กๆเองถึงความจำเป็นที่ทางห้างขอคืนพื้นที่ลานจอดรถตุ๊กๆ แต่ก็ได้จัดที่ให้ใหม่ใกล้ป้ายรถเมล์ทั้งยังให้ประสานกับทาง รปภ. หากมีคนต้องการใช้ก็จะโทร.เรียกให้ บรรดาคนขับตุ๊กๆพอใจและให้ความร่วมมือด้วยความรู้สึกดีๆที่ทางห้างไม่ได้ทอดทิ้งพวกตน

เมื่อทำงานชิ้นสำคัญได้สำเร็จ นาราบอกพ่อกับแม่ว่านี่เป็นผลงานของชนน จะพาเขาเข้าพบพ่อกับแม่ ชนนถามว่าจะดีรึ

“ดีสิคะ พี่ตุ๊กๆต้องเอาชนะใจพ่อกับแม่ให้ได้ เราจะได้ไม่ต้องหลบๆซ่อนๆ พี่ตุ๊กๆสู้ๆนะคะ”

เมื่อพาชนนไปพบรุจิรากับจักรี นารา แนะนำว่า

“พ่อคะแม่คะ พี่ตุ๊ก…เอ่อ…ชนน เป็นคนช่วยนาขอคืนพื้นที่คิวรถตุ๊กๆจนสำเร็จค่ะ”

ทั้งรุจิราและจักรีไม่อยากเชื่อ ถามว่าจริงหรือ

“จริงค่ะ นาอยากให้คุณพ่อคุณแม่มองชนนใหม่ ถึงเขาจะเป็นคนธรรมดา แต่เขาก็ขยัน ฉลาด มีความสามารถ ชนนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาช่วยงานได้นะคะ นาอยากให้ชนนมาเป็นผู้ช่วยค่ะ”

รุจิรากับจักรีขอคุยส่วนตัวกับชนน ทำให้ชนนยิ่งประหม่าตื่นเต้น นาราบอกพ่อกับแม่ว่าตนจะไปรอข้างนอก แล้วกัน

รุจิรามองว่าชนนจะมาเกาะลูกสาวตนกิน ลูกคนขับตุ๊กๆกับลูกสาวเจ้าของห้างคิดว่ามันจะไปกันรอดหรือ ถามว่า

“ตอบมาด้วยว่าเธอมีอะไรดีถึงกล้ามาขอโอกาสพิสูจน์ตัวเอง” เห็นชนนนิ่งงันก็ตัดบท “ถ้าไม่ตอบก็ลุกออกไป”

ชนนตั้งตัวไม่ทัน เหวอไปอึดใจแล้วยกมือไหว้จะออกไป แต่พอไปถึงประตูก็ชะงักหันมาพูดช้าๆ

แม้ไม่ฉะฉานแต่ก็ทำให้ทั้งรุจิราและจักรีอึ้ง

“ผมอาจ…ไม่…ไม่อาจ ผมไม่มีเงิน ผมจน มีรายได้วันละไม่เกินห้าร้อย ผมคงทำให้นารามีความสุขแบบวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ แต่ผมรักนารา ถ้าจะวัดความรู้สึกผมเป็นตัวเลข มันคงเป็นเลขที่สูงมาก มากจนเงินสดสิบล้านบาทสิบสองกองยังน้อยไป ผมมีแค่นี้ ผมก็คงทำให้นารามีความสุขได้เท่าที่ผมมี”

จักรีบอกว่าแค่รักยังไม่พอ ชนนถามว่าต้องการอะไรอีก รุจิราถามว่าเขาจะทำอย่างไรถ้ามีคนนินทาว่าลูกสาวตนใฝ่ต่ำ

“ผมก็คงปล่อยให้นาราใฝ่ต่ำต่อไป” รุจิราร้องอ้าว “แต่ผมจะทำตัวเองให้ดีขึ้น ดีจนไม่มีใครว่านาราว่าใฝ่ต่ำอีกได้ ยังไม่พออีกใช่ไหมครับ งั้นผมลา” ชนน ไหว้ไม่ลังเลแล้วเดินคอตกออกไป

รุจิรากับจักรีพูดไม่ออก ได้แต่มองหน้ากันนิ่ง

 

มาวินไปรับจ้างโบกรถที่ร้านอาหารหรู แพรไหม ถามว่าที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้เหนื่อยไหม เขาบอกว่าเหนื่อยกายแต่ไม่เหนื่อยใจเลย มีความสุขมาก และจะมีความสุขมากกว่านี้ถ้าเธอบอกว่ารักตน

มาวินยืนยันว่าเวลานี้ตนมีความสุขจริงๆ ถึงจะไม่มีเงินแต่ก็ได้ทำอะไรที่อยากทำ ได้รับจ้างโบกรถ

ล้างรถ ได้ขับตุ๊กๆได้ขายแซนด์วิช ถ้าเป็นเมื่อก่อนแค่คิดยังไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำ ต้องขอบคุณเธอที่ทำให้ตนมีความสุขแบบนี้

“มันควรจะเป็นอย่างนี้หรือ”

“รักฉันไหมล่ะ ถ้ารัก อะไรก็ควรทั้งนั้นแหละ” พอดีมีไฟหน้ารถส่องมา มาวินรีบลุกไปโบกรถอย่างกระตือรือร้น

“มันถูกแล้วหรือที่นายต้องมาลำบากเพื่อฉัน” แพรไหมมองมาวินแล้วอดคิดไม่ได้

รถที่มาเป็นรถของอธิชาติ เขามาเพื่อทำงานให้อินทร เมื่อมาวินโบกรถก็แกล้งพุ่งเข้ามาจนเกือบชน อธิชาติ โผล่หน้ามาบอกว่าขอโทษทีเครื่องมันแรง เก๋ากับด้วงที่นั่งอยู่ในรถก็พากันเยาะเย้ยถากถางมาวินต่างๆ นานา มาวินไม่แยแสยังคงทำหน้าที่อย่างดีต่อไป

อธิชาติให้มาวินเอารถไปจอดให้ เมื่อเขาเอากุญแจรถไปคืน อธิชาติก็แกล้งทำหล่นแล้วเหยียบไว้ มาวิน ก้มเก็บให้ก็ไม่ยอมขยับเท้า มาวินจึงยกเท้าอธิชาติออกอย่างแรงจนอธิชาติหงายหลังตึง

แพรไหมถามว่าเขาทนได้หรือ ทำได้หรือ มาวินบอกว่าถ้าได้จับมือเธอกลับบ้านทุกวันอย่างนี้ตนทนได้ ถามว่าแม่ทำอะไรเธอกับมานีอีกหรือเปล่า แพรไหมบอกว่าเปล่า แต่ตนไม่อยากให้เขาใช้ชีวิตแบบนี้ ถามว่าเขามีความสุขจริงๆหรือ

“จริงสิ ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งมีชีวิตเป็นครั้งแรก ได้คิด ได้ตัดสินใจเลือกสิ่งที่อยากทำด้วยตัวเอง แล้วทำไมจะไม่มีความสุข”

“แล้วจะยังไง…แม่นายก็จะยิ่งเกลียดฉัน เพราะว่าฉันเป็นคนทำให้ลูกชายเขาต่อต้าน และเขาก็อาจจะทำอะไรเพื่อให้เราอยู่ห่างๆกัน และคงจะรุนแรงมากขึ้น แล้วชีวิตนายจะมีความสุขยังไง โลกไม่ได้มีเราสองคน ยังมีคนอื่นๆที่เราต้องแคร์อีก เรื่องไม่ได้จบแค่เราสองคนรักกัน แฮปปี้เอนดิ้งนะ”

“ใครจะไม่จบ สองคนฉันจบ แพรไหม ฉันขอได้ไหม ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราจะอยู่ช่วยกันแก้ปัญหา แม่ฉันอยากจะขัดขวางเรายังไงก็ปล่อยเขา ขอแค่เราจับมือกันไว้ อย่าปล่อยมือกัน อย่าทิ้งกันไป แค่นี้พอ”

แม้แพรไหมจะซาบซึ้งในความรักของมาวิน แต่ปัญหาที่ดำรงอยู่ก็ทำให้เธอหนักใจไม่น้อย

 

แพรไหมคุยกับมานีถามว่าแม่จะไปเกาหลีจริงๆหรือ มานีเชื่อว่าถ้าไปก็จะทำให้ปัญหาที่มีอยู่ลดน้อยลง บอกแพรไหมว่า

“แม่ไม่อยากให้แพรถูกคุณมยุราตามราวี แม่กลัวเขาจะทำให้ลูกแม่ไม่มีที่ยืน คนอย่างเขาทำได้” แพรไหมถามว่าไม่สงสารมาวินหรือ ตอนนี้มาวินไม่มีใคร ถ้าตนทิ้งเขาไปอีกเขาจะเป็นอย่างไร มานีถามว่าแล้วเราจะไปทำอะไรได้ คนอย่างมยุราไม่มาฟังคนจนๆ อย่างเราหรอก แพรไหมบอกว่าตนสงสารมาวิน

แล้วเรื่องก็คลี่คลายทีละปมทีละเปลาะ เมื่อวันนี้รัศมีมาหามยุราบอกว่าจะมาซื้อหุ้นคาร์แคร์คืน ชี้แจงอย่างผ่าเผยว่า

“ดิฉันมาขอความกรุณาค่ะ ดิฉันทราบว่าคุณเอาเรื่องการสนับสนุนมาข่มขู่สมศักดิ์ให้เขาต้องทำเรื่องที่ไม่อยากทำ ดิฉันไม่ต้องการให้สามีของดิฉันถูกใครข่มขู่อีก จึงมาขอความกรุณา” มยุราเล่นแง่ว่าให้สมศักดิ์มาคุยเอง “ดิฉันขอยืนยันว่า ต้องการให้คุณหยุดสนับสนุนธุรกิจของคุณสมศักดิ์ทุกอย่าง เพราะดิฉันและครอบครัวจะสนับสนุนเอง ขอบคุณค่ะ”

รัศมีไหว้ลาเลย มยุราอึ้ง ยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้น ก่อนออกไป รัศมีบอกแพรไหมที่มาเสิร์ฟน้ำว่า

“เธอกับแม่ไม่จำเป็นต้องทนทำอะไรที่ไม่อยากทำอีกแล้ว ฉันจัดการให้ได้เท่านี้ คิดว่ามันคงช่วยเธอได้บ้าง” แพรไหมเอ่ยขอบคุณ รัศมีหันมายิ้มให้กำลังใจ “สู้ๆนะแพรไหม”

มยุราไปเล่นงานมานีที่ห้องครัวหาว่าไปบอกรัศมีให้มาซื้อหุ้น มานีบอกว่าตนไม่ได้พูด มยุราสั่งให้มานีไปเคลียร์กับรัศมีเลย ไม่อย่างนั้นตนจะ….พูดไม่ทันจบ แพรไหมก็แทรกขึ้นว่า

“จะขู่อะไรอีกคะ” แล้วดึงมานี “ไปเถอะแม่ ไม่มีเหตุผลอะไรที่แม่ต้องอยู่ที่นี่แล้ว” เมื่อเข้าห้องพัก แพรไหมบอกให้มานีเก็บของ บอกแม่ว่า “เราไปหาเช่าบ้านอยู่กัน ไม่ต้องทนให้เขาโขกสับเราอีกแล้ว”

มานียังคิดไม่ตก บอกแพรไหมว่า

“แต่แม่ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น อย่างน้อยแม่ก็ยังอยากให้พ่อมาหาเวลามีปัญหา แม่อยากเป็นคนช่วยพ่อ แต่เป็นอย่างนี้ ต่อไปพ่อก็จะไม่มาหาแม่อีกแล้ว เพราะเขาไม่จำเป็นต้องพึ่งแม่อีกแล้ว”

“แม่…แม่จะไปแคร์พ่อทำไม เขาไม่ใช่ของเราแล้ว ไม่ต้องไปรักเขาแล้ว” แพรไหมกอดปลอบแม่แต่ตัวเองร้องไห้   –   อ่านต่อ คู่ปรับฉบับหัวใจตอนที่ 14

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, ละครออนไลน์, ละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คู่ปรับฉบับหัวใจ, คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคู่ปรับฉบับหัวใจทุกตอน

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ
- 2015-12-1 1:58:42 โพสต์โดย : LaKorn 1,588 ดูละครย้อนหลัง