tot

อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์ ตอนที่ 14

คู่ปรับฉบับหัวใจ
คู่ปรับฉบับหัวใจ

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ ตอนที่ 14

แพรไหมเดินคิดเครียดกับคำพูดของแม่เกี่ยวกับพ่อ และคำพูดของรตีที่ด่าทอเธอว่าทำลายอนาคตของมาวิน เดินมาหยุดที่หน้าบ้านชนน ก็พอดีชนนเดินมาเจอ บอกว่ามาก็ดีแล้วกำลังอยากโทร.หาอยู่พอดีเลย

ชนนพาแพรไหมเข้าบ้าน เล่าอย่างทุกข์ใจว่าให้เตือนมาวินด้วย ขยันเป็นบ้าเป็นหลัง ขับตุ๊กๆกลับตีสอง ตีสาม กลัวจะป่วยเสียก่อน เห็นแพรไหมซึมๆ ถามว่าเป็นอะไรหรือเล่า

แพรไหมบอกชนนว่าตนจะไปเกาหลี ไม่ใช่แค่เพราะมาวิน ยังมีเรื่องแม่ เรื่องรตีกับอินทรด้วย ตนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ตนไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ทุกอย่างมันเป็นเพราะตนได้ยังไงก็ไม่รู้ ยอมรับว่าตนต้องไปเกาหลีทั้งที่ไม่อยากไป

ฝ่ายมยุรากับอานนท์คิดว่าแพรไหมไม่ยอม ไปเกาหลีก็แก้ปัญหามาวินไม่ได้ วางแผนจะอุ้มแพรไหมขึ้นเครื่องไปเลย แต่ไม่ทันทำ แพรไหมก็เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหา บอกว่าตนยอมไปเกาหลีแล้ว ทำเอาทั้งมยุราและอานนท์อึ้งไปอย่างคาดไม่ถึง

 

ที่บ้านนารา…รุจิรากับจักรีเรียกชนนกับนารามาบอกทั้งสองว่า

“พวกเราคุยกันแล้ว จะอนุญาตให้เธอคบกับนารา” ชนนดีใจจนทำตัวไม่ถูก นาราสะกิดบอกให้นั่งดีๆ “พวกฉันอนุญาตให้เธอคบกับนาราได้ แต่มีข้อแม้นิดหน่อย” รุจิราบอก แล้วจักรีก็ร่ายยาวข้อแม้ “นิดหน่อย” ให้ฟังว่า

“เธอจะต้องเรียนรู้งานทุกอย่าง ทุกตำแหน่งของห้าง และต้องได้รับการประเมินเกิน 80 เปอร์เซ็นต์จากหัวหน้างาน ค่าตอบแทนที่เธอจะได้รับคือเบี้ยเลี้ยงขั้นต่ำเท่าพนักงานทั่วไปเท่านั้น ไม่มีสิทธิพิเศษ ทำได้ไหม”

“ได้ครับ”

แล้วทั้งรุจิราและจักรีก็แจ้งกฎเหล็กความสัมพันธ์ว่า คบกันได้แต่ห้ามฉวยโอกาสกับนาราเด็ดขาด ต้องแสดงความรักอย่างพอเหมาะพอควร ไม่ทำให้นาราเสื่อมเสีย ห้ามกอดจูบลูบคลำ ห้ามคิดทะลึ่งแม้แต่นิดเดียว!! รุจิราย้ำว่า

“เราเคยดูแลลูกเราด้วยชีวิตยังไง คนที่จะมารับช่วงก็ต้องดูแลด้วยชีวิตอย่างนั้น ถ้าเธอทำผิดข้อตกลงแม้แต่นิดเดียว เธอต้องออกไปจากชีวิตนารา และลูกก็ต้องยอมรับด้วยว่าชนนไม่ใช่คนที่ดีพอ ทั้งสองคนตกลงยอมรับข้อตกลงนี้ไหม”

ทั้งสองมองหน้ากัน แล้วยอมรับข้อแม้ทั้งหมด นาราเข้าไปกอดขอบคุณพ่อกับแม่ ชนนโมเมจะเข้าไปขอกอดด้วย แต่พอจักรีบอกให้มากอดตน ชนนก็เสียวสันหลังถอยห่างไปยืนสยอง

นิชายืนมองอยู่บนชั้นลอย เห็นความอบอุ่นของพ่อกับแม่ที่มีต่อนาราก็น้อยใจ จิกตาแค้น

ทั้งจักรีและรุจิราถามกันในห้องนอนว่าเราทำถูกแล้วใช่ไหม รุจิราบอกว่าถึงชนนจะจนแต่เขาก็เป็นคนดีและรักลูกเราจริง และนาราเองก็ยอมเรียนบริหารและช่วยงานทั้งที่ลูกไม่ได้ชอบงานด้านนี้เลยแต่ลูกก็ยอมทำเพื่อเรา

“หวังว่าชนนจะไม่ทำให้ลูกเราเสียใจ ไม่งั้นผมไม่ยอมแน่” จักรียอมรับในที รุจิราบอกว่าตนก็ไม่ยอมเหมือนกัน

 

เมื่อแพรไหมยอมไปเกาหลี มยุรารีบจัดการเรื่องเอกสารอย่างเร่งด่วน จะให้เดินทางในวันเสาร์หน้าเลย

“เสาร์หน้าตรงกับวันเกิดคุณมาวินพอดี เลื่อนไปก่อนได้ไหมคะ”

อานนท์บอกว่ามยุราตั้งใจให้เธอไปในวันเกิดมาวินนั่นแหละ แล้วมยุราก็แจกแจงแผนการของตนว่า

“เราจะจัดงานวันเกิดให้มาวินที่บ้านเหมือนทุกๆ ปี จะได้ไม่มีใครเอาไปพูดได้ว่าฉันกับลูกชายมีปัญหากัน”

“แพรไหม เธอต้องไปพูดหรือทำยังไงก็ได้ให้มาวินยอมกลับมาร่วมงานวันเกิดที่บ้าน แล้ววันนั้นเธอก็ไปสนามบิน ส่วนเราสองคนจะดูแลมาวินไม่ให้ตามเธอไปเอง” อานนท์เสริม

“เข้าใจใช่ไหมแพรไหม” มยุราจ้องหน้าถาม แพรไหมนิ่ง เครียด

มาวินทำงานหามรุ่งหามค่ำ วันนี้กลับมาก็ควักเงินออกมากองนับอย่างภูมิใจ

ชัดเตือนว่าถึงตนจะชื่นชมความขยันขันแข็งของมาวิน แต่ก็ยืนยันว่ามาวินจะต้องใส่ใจเรื่องเรียนก่อน เพราะการเรียนคือการลงทุนเพื่ออนาคต มาวินยืนยันว่าตนไม่เลิกเรียนแน่ ชนนถามว่าแล้วจะเอาเงินนี้ไปทำอะไร

“จะเอาไปซื้อของขวัญให้แพรไหม ฉันยังไม่เคยให้อะไรแพรไหมเลย เลยอยากให้สักอย่าง อย่าไปบอกแพรไหมนะ”

“ไม่ทันแล้ว” ชนนบอกเพราะแพรไหมมายืนฟังอยู่แล้ว มาวินเลยยิ้มแหย

เมื่อแพรไหมแยกมาคุยกับมาวินอีกทางหนึ่ง

มาวินถามทึ่งว่าเธอรู้วันเกิดตนด้วยหรือ แพรไหมบอกว่ารู้ เพราะเสาร์หน้าแม่เขาจะจัดงานวันเกิดให้เขาเหมือนทุกปี มาวินบอกว่าไม่ต้องสนใจ เพราะตนจะชวนเธอไปหาอะไรอร่อยๆกินด้วยกัน

แพรไหมบอกว่าแม่เขาจัดงานวันเกิดเพื่อจะปรับความเข้าใจกับเขาด้วย มาวินบอกว่าไม่มีอะไรต้องปรับกันแล้ว

“นายต้องไปฉลองที่บ้าน! เข้าใจไหม!!” แพรไหมเสียงแข็งขึ้น มาวินถามว่าทำไมต้องดุด้วย

แพรไหมบอกว่าเขาพูดยากพูดเย็นไม่รู้จะดื้ออะไรนักหนา ยื่นคำขาดว่าถ้าเขาไม่กลับไปปาร์ตี้ที่บ้านตนก็จะไม่ไปฉลองกับเขา มาวินจึงยอม แต่ต้องสัญญาว่ากลางวันฉลองที่บ้านกลางคืนเธอต้องไปฉลองกับตน แพรไหมพยักหน้าแล้วรีบหันหลังกลับทันที มาวินถามว่าเป็นอะไร แพรไหมฝืนยิ้มบอกว่า “เปล่า ฉันขำหน้านาย ไปก่อนนะ มีธุระ” แล้วรีบไปเลย

 

อธิชาติหมายยืมมืออินทรกำจัดมาวิน เขาไปหาอินทรที่บ้านถามว่าเห็นข่าวในเว็บไฮโซหรือยัง แม่มาวินจะจัดปาร์ตี้วันเกิดให้ลูกชาย ถามอินทรว่าจะไปอวยพรวันเกิดมาวินไหม

อินทรไม่ไป อธิชาติยุว่า ชีวิตเขาพังเพราะมาวินนี่เป็นโอกาสดีที่เขาจะเอาคืน อินทรถามว่าเขามีแผนอะไร อธิชาติหยิบปืนออกมา ก็พอดีรตีโผล่มาเห็น ถามอธิชาติว่ามาทำไม ถามอินทรว่าพวกอธิชาติมาคุยอะไร อธิชาติถูกขัดจังหวะจึงกลับไป บอกอินทรว่าแล้วจะโทร.มาเล่าให้ฟัง

รตีคาดคั้นอินทรว่าอธิชาติจะทำอะไรในวันเกิดมาวิน อินทรฮึดขึ้นมาหาว่ารตีปกป้องมาวิน รตีบอกว่าตนไม่อยากให้เขาเดือดร้อนมากกว่านี้ อินทรย้อนถาม อย่างแค้นใจว่า สภาพตอนนี้ของตนสบายมากใช่ไหม มีบ้านอยู่ มีเงินใช้

“นายไม่ต้องมาประชด ที่เป็นอย่างนี้มันก็ไม่เกี่ยวกับมาวิน เป็นเพราะพ่อนายต่างหาก” เตือนอินทรว่าอย่าเชื่ออธิชาติให้มากนัก ตนไม่รู้ว่า มันจริงใจกับเขาแค่ไหน

อินทรรับไม่ได้ย้อนถามว่าแล้วเธอจริงใจกับตนหรือ เห็นๆ อยู่ว่าห่วงแต่มาวิน ไล่ให้กลับไปดูแลมาวินเสียอย่า มายุ่งกับตน พลางลากตรีออกจากบ้านแล้วปิดประตูตะโกน

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉันอีก!”

 

แพรไหมตัดสินใจโทรหาชนนขณะเขาเดินอยู่ในมหาวิทยาลัยขอให้ช่วยนัดรตีมาพบตนหน่อยได้ไหม ชนนบอกว่าตนนัดได้แต่รตีจะมาพบหรือไม่รู้ ถามแพรไหมว่ามีเรื่องอะไรหรือเปล่า แพรไหมบอกเอาไว้เจอกันจะเล่าให้ฟัง

เมื่อชนนบอกรตีว่าแพรไหมอยากพบ รตีปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยว่าตนไม่ว่าง ชนนบอกว่าแพรไหมอยากดีกับเธอไปเจอกันหน่อยเถอะ

“ไปบอกให้มันเลิกคบกับมาวินก่อน แล้วค่อยมาอยากเจอฉัน” รตีตัดบทแล้วเดินหนีเลย

เมื่อชนนไปเล่าให้แพรไหมฟังที่ตลาด พอรู้ว่าแพรไหมกับมานีจะไปเกาหลีแน่แล้ว ชนนถามว่าบ้าไปแล้วหรือแล้วมาบอกตนก่อนวันเดินทางเนี่ยนะ! แพรไหมบอกว่าตนอยากบอกนานแล้วแต่ไม่อยากให้มาวินรู้

“แล้วแกะไปโดยไม่บอกลามาวิน เฮ้ย…ไอ้มาวินมันคลั่งเสียสติแน่ถ้ามันรู้ทีหลังว่าเธอหนีไปเกาหลี” แพรไหมบอกว่าคุณมยุราเขาจัดการได้ ชนนมองหน้าถาม “แกไม่สงสารมาวินเหรอวะ”

“สงสารสิฉันถึงต้องไป ฉันไม่อยากเป็นคนที่ทำให้ชีวิตมาวินตกต่ำ ถึงเขาจะมีความสุขกับชีวิตแบบคนจน แต่แกก็รู้ว่า ความเป็นจริงมันไม่ได้น่าสนุกเลย มาวินไม่ควรจะมาเสียอนาคต เพราะฉะนั้น ฉันไม่อยากเห็นแก่ตัว แล้วแม่ฉันก็จะได้หลุดออกไปจากวังวนของพ่อเสียทีด้วย”

“แกคิดดีแล้วเหรอแพรไหม คิดใหม่เถอะ”

“ฉันอยากบอกให้แกกับรตีรู้ก่อน เพราะฉันไม่อยากให้แกเข้าใจผิด พวกแกคือเพื่อนรักฉัน ฉันไปโดยไม่บอกลาพวกแกไม่ได้ ยังไงฝากบอกรตีด้วยนะ ว่าฉันเลิกคบกับมาวินตามที่มันต้องการแล้ว แล้วถ้ามีโอกาส ฉันจะอีเมล์มาหามัน”

ชนนไม่รู้จะห้ามอย่างไรได้แต่ยืนเศร้า แพรไหมเอ่ยลาแล้วเดินไป หันมองอีกที ชนนทนไม่ได้เดินไปกอดแพรไหม

“โชคดีนะเว้ย…แกจะเป็นเพื่อนรักฉันจนวันตาย”

“เหมือนกัน” แพรไหมกอดตอบ ทั้งสองกอดกันร้องไห้กับการต้องจากกัน….

 

ที่บ้านมาวิน…นงนุชเป็นแม่งานจัดงานวันเกิดของมาวิน สั่งทุกคนที่อยู่ในทีมจัดงานเครียดๆ ว่า

“เคลียร์ที่ตรงนี้ให้สะอาดด้วยเร็วๆ เครื่องเล่นกับจอโปรเจกเตอร์ติดตั้งเสร็จหรือยัง… ตรวจเช็คให้เรียบร้อยว่าใช้งานได้ดีไม่มีสะดุดนะ นี่ของสำคัญมาก ถ้าพลาดขึ้นมา คุณมยุราสั่งฆ่าพวกเธอแน่”

ฝ่ายมยุราแต่งตัวเต็มที่จนอานนท์ชมว่าวันนี้เธอสวยมาก วันนี้เธอต้องได้ลงหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ มีแต่คนเห็นใจทั้งประเทศแน่

“มันต้องอย่างนั้นอยู่แล้ว” มยุราเชิดอย่างลำพองใจ

รตีไปหาอินทรที่บ้านอกว่าตนจะไปงานวันเกิดมาวินกับเขาด้วย จะตามติด ไม่ให้เขาทำเรื่องโง่ๆ แน่

ชนนกับนาราจะไปพร้อมกับมาวิน ชนนจะกระซิบบอกเรื่องแพรไหมแต่ไม่ทันพูดมาวินก็มาเร่งให้ไปกันได้แล้ว

มยุรากระวนกระวายใจที่มาวินยังไม่มาสักที ถามนงนุช นงนุชยืนยันว่าแพรไหมบอกว่ามาวินรับปากแล้วเขาต้องมาแน่ มยุราถามว่า แล้วแพรไหมกับมานีล่ะ?

“ให้ไปนอนที่โชว์รูมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ เดี๋ยวเที่ยงตรงจะมีแท็กซี่มารับไปสนามบิน แล้วห้าโมงครึ่งก็บินไปกัวลาลัมเปอร์ 2 ชั่วโมงแล้วรอเปลี่ยนเครื่องอีก 11 ชั่วโมงเพื่อบินต่ออีก 6 ชั่วโมงจะไปถึงเกาหลีค่ะ”

มยุราถามว่าตั๋วชั้นประหยัดสุดแล้วใช่ไหม นงนุชบอกว่าประหยัดจนไม่รู้จะประหยัดอย่างไรแล้ว ก็พอดีอานนท์มาบอกมยุราว่ามาวินมาแล้ว มยุรายิ้มดีใจรีบไปหามาวิน ที่เดินมากับนาราและชนน

“มาวินลูกแม่…แม่ดีใจที่สุดเลยที่ลูกมา ขอแม่กอดทีนะ” มยุราโผเข้ากอด มาวินยืนเฉยปล่อยให้กอด บอกว่าที่ตนมาเพราะแพรไหมขอร้อง ไม่ได้มาเพราะอยากมา “จ้ะๆ แม่รู้ว่าแม่ทำผิด แม่ถึงตั้งใจจัดปาร์ตี้นี้ขึ้นเพื่อลูกเป็นการขอโทษกับทุกอย่างที่แม่ทำ”

“แม่ไม่ต้องขอโทษ แม่แค่เลิกบังคับผม เลิกยุ่งกับแพรไหม ทำให้ผมเห็นก็พอ”

มยุรารีบรับปากบอกว่าแค่ลูกให้โอกาสแม่ก็ดีใจมากแล้ว อานนท์ก็มาเอาใจถามว่ากินอะไรมาหรือยัง พ่อให้คนเอาอาหารมา….มาวินขัดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรครับ แพรไหมอยู่ที่ไหนครับ” อานนท์ทำเป็นมองหาปดว่าเมื่อกี้ยังเห็นอยู่เลยสงสัยจะเข้าไปด้านในกระมัง มยุราเปลี่ยนเรื่องบอกว่าเดี๋ยวคงออกมา ชวนมาวินไปทักทายเพื่อนๆ แม่หน่อยเขาอุตส่าห์มาแสดงความยินดี แล้วลากมาวินเลย

นารากับชนนถูกทิ้งให้ยืนอยู่ตรงนั้น นาราเลยลากชนนไปคุยกันที่มุมสงบ

อธิชาติกับด้วงและเก๋ามางานอย่างมีแผนร้าย เก๋าให้ด้วงเป็นคนลงมือ อธิชาติย้ำอย่าให้พลาด แล้วตัวเองกับเก๋าก็ไปหาอะไรกินกันที่มุมอาหาร

ฝ่ายรตีก็ประกบอินทรแจบอกว่าตนจะไม่ยอมให้เขาอะไรให้ชีวิตตัวเองแย่ลงไปกว่าเดิมอีก อินทรประชดว่าตามให้ตลอดแล้วกัน

 

ชนนลากนาราไปบอกว่าแพรไหมกับมานีกำลังเดินทางไปเกาหลีตามแผนของมยุรา นาราตกใจถามว่าแล้วเราจะเอาอย่างดี ชนนบอกไม่รู้ ก็พอดีมาวินเดินมา

อารามตกใจ ชนนบอกมาวินอย่างตื่นเต้นประหม่าว่า ไม่รู้ไม่เห็นว่าแพรไหมไปไหนใช่ไหมนารา นาราตอบทันทีว่าใช่อาหารอร่อยมาก ทำเอาชนนไปต่อไม่ถูก

“ฉันหาแพรไหมไม่เจอ นายช่วยโทรตามให้หน่อยสิ” มาวินบอกชนน ก็พอดีนงนุชมาตามมาวินไป เขายังกำชับชนนว่า “ถ้าเจอตัวแล้วบอกให้เขารีบออกมาเจอฉันด้วยนะ”

พอมาวินแยกไป ชนนก็ถามนาราหน้าจ๋อยว่าจะเอายังไงดี ขณะกำลังร้อนใจกันนั้น นิชาก็ถือกล่องของขวัญไปวางที่โต๊ะวางของขวัญ ชายตามองนารากับชนนพลางโทรศัพท์

“รีบๆ มานะ ไม่งั้นจะอดเห็นช็อตเด็ด”

อินทรเพิ่งมาถึง เขาสบตากับมาวินพอดี ต่างมองกันด้วยแววตาแค้น รตีมองทั้งสองอย่างกังวลใจ

 

มยุรากำลังชื่นมื่นกับแขกที่มางาน พอเห็นอินทรก็ปรี่มาถามว่ามาทำไม อินทรอ้างว่าตนเป็นเพื่อนรักของมาวินแล้วโผกอดมาวิน อานนท์รีบเข้ามาแยกบอกว่าไม่อยากให้คนอื่นคิดว่าเราสนิทสนมกับเขา

“ทำไมครับ กลัวถูกเหมารวมว่าคอร์รัปชันแล้วเดี๋ยวจะชวดเก้าอี้ในสภาหรือครับ”

มยุราไล่อินทรออกไปเพราะงานนี้เจ้าภาพไม่ได้เชิญ มาวินโพล่งทันทีว่า

“ผมเชิญอินทรเอง”

“เห็นไหมครับว่ามาวินเป็นเพื่อนรักผม เขาอาจจะลืมไปบ้างแต่เขาไม่ทิ้งผมแน่ ขอบใจนะมาวิน นายทำให้พ่อฉันติดคุก ทำให้ครอบครัวฉันพังพินาศ จนไม่มีบ้านอยู่ แต่นายก็ยังเชิญฉันมางานวันเกิด โคตรซาบซึ้งเลย น้าสองคนมีลูกประเสริฐมากเลยนะครับ ประเสริฐทั้งตระกูล ถ้าในงานวันนี้อยากจะแฉผมหรือเหยียบหัวผมเพื่อให้ตัวเองได้คะแนนนิยมเพื่อเก้าอี้ในสภาบอกผมเลยนะครับ ผมจะช่วย”

“มานี่!” มาวินลากอินทรออกไป ถามว่า “นายต้องการอะไร นายตั้งใจจะมาป่วนอะไรในงานนี้อีก รตี เธอก็ร่วมด้วยใช่ไหม พวกเธอจะเอาอะไรจากฉันกับแพรไหมอีก”

รตีบอกว่าตนไม่เกี่ยว ตนมาเพราะไม่อยากให้อินทรมาก่อเรื่อง อินทรบอกว่าตนมีของมาเซอร์ไพรส์ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ แล้วเดินแยกไป รตีบอกว่าตนมีของมาให้เขา แล้วเอาสร้อยที่มาวินเคยให้มาคืน พูดอย่างเจ็บปวดแค้นใจว่า

“ฉันทำทุกอย่างเพื่อนาย ยอมเจ็บตัวเพราะคำพูดพล่อยๆของนาย แล้วมันก็ไม่มีประโยชน์

ฉันเป็นได้แค่ผู้หญิงโง่และบ้าที่ไปผ่านมเพื่อให้ผู้ชายรัก! เอาคืนไป ฉันไม่อยากติดค้างอะไรกับนายอีกแล้ว”

รตีปาสร้อยใส่มาวินแล้วเดินแยกไป มาวินตามไปขอโทษ ยอมรับว่าตนขี้ขลาดที่ไม่กล้ายอมรับความรู้สึกของตัวเอง ทำอะไรที่ตรงข้ามกับความต้องการจริงๆ จนมันไปทำร้ายเธอกับอาทร ยอมรับอย่างกล้าหาญว่า

“ทุกอย่างมันเกิดจากผมคนเดียว ไม่ใช่แพรไหม ไม่ใช่ใครทั้งนั้น ผมคือต้นเหตุ ผมเสียใจ”

“เสียใจมากใช่ไหม ฉันอยากให้นายเสียใจมาก มากจนนายไม่มีวันให้อภัยตัวเอง มากจนนายกับแพรไหมจะไม่มีวันรักกันได้อย่างมีความสุข ให้เรื่องของฉันกับอินทรหลอกหลอนนายไปจนวันตาย ฉันขอให้นายอยู่กับความเสียใจอย่างมีความสุขนะมาวิน”

รตีพูดๆๆ แล้วเดินหนีไป มาวินได้แต่ยืนเศร้า

 

นิชาโทร.เรียกปรัชญามา เพื่อให้มาดูนารากับชนนที่ควงกันมางานอย่างคนรัก ปรัชญามาเห็นความจริงเขาตัดพ้อต่อว่านาราอย่างผิดหวังเจ็บปวดว่า

“นาไม่รับสายผม ไม่โทร.กลับ ไลน์ไปไม่อ่าน เพราะอย่างนี้ใช่ไหม นากลับมาคบกับชนนแล้ว แต่นาไม่คิดจะบอกผม ทำไมล่ะ ผมนิสัยไม่ดีเหรอ ผมทำไม่ดีกับนาเหรอ ผมไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดีกับนาสักครั้ง แล้วทำไมนาต้องทำอย่างนี้กับผม”

ปรัชญาเดินกลับไปอย่างเจ็บปวด นารารีบตามไป ชนนหันถามนิชาทันทีว่านี่ฝีมือเธอใช่ไหม

นาราตามไปชี้แจงกับปรัชญา เขารับไม่ได้หาว่านาราใช้ตนเป็นเครื่องมือประชดชนน ชนนตามมายอมรับว่ามันเป็นความผิดของตนเอง ปรัชญาผลักชนนเต็มแรง นาราเข้าไปขวางปกป้องชนน ทำให้ปรัชญายิ่งเสียใจ

“อย่ามีเรื่องกันในงานคนอื่นเลย อย่าทำให้งานเสียเลยนะ เอาไว้ให้เสร็จงานวันเกิดมาวินก่อนเถอะ” เมื่อปรัชญาเดินหัวเสียออกไป นาราบอกชนนที่ยังฮึดฮัดว่า “ตอนนี้ช่วยนาคิดก่อนว่าจะบอกวินยังไงเรื่องแพรไหมกำลังจะไปแล้ว”

นิชาเดินสะใจไปเจออธิชาติ ถูกอธิชาติพูดประชดว่าตั้งแต่เธอรวมหัวกับมาวินขโมยเอกสารทุจริตไปจากคอนโดตน เราไม่เจอกันเลยนะ มาคุยกันหน่อยสิ แล้วลากนิชาออกไป นิชาตกใจกลัว คิดปั้นน้ำเป็นตัวเพื่อเอาตัวรอด

นิชาปั้นเรื่องว่าตนถูกหลอก เพราะชนนกับเพื่อนบอกว่าตำรวจกำลังเพ่งเล็งเขาและตนก็คบอยู่กับเขา ถ้าเขามีหลักฐานการทุจริตเขาติดคุกตนก็จะถูกพ่วงไปด้วย ตนทำเพื่อช่วยเขาหมายจะขโมยหลักฐานไปทำลายทิ้ง ถ้าขอตรงๆ เขาคงไม่ให้จึงต้องซ้อนแผนหลอกพวกชนนเพื่อช่วยเขา ตนทำเพื่อช่วยเขา แต่พวกนั้นรู้ทันเสียก่อน

อธิชาติไม่เชื่อ บอกว่าตนคิดวิธีจัดการกับเธอไว้หลายวิธีแต่ยังไม่รู้จะใช้วิธีไหน แล้วสั่งเก๋าให้เอาตัวไปขังไว้ในรถก่อน เสร็จงานปาร์ตี้เมื่อไรค่อยเจอกัน!

 

มาวินเริ่มเอะใจเมื่อไม่เห็นแพรไหมมา หว่านล้อมนงนุชที่เป็นคนเดียวในบ้านที่เขาสามารถพูดคุยได้ถามว่าแพรไหมกับน้ามานีอยู่ไหน นงนุชกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทั้งสงสารมาวินและกลัวมยุรากับอานนท์

ขณะกำลังลำบากใจนั่นเอง มยุราก็เข้ามาแทรกหลอกว่าแพรไหมเตรียมเซอร์ไพรส์เขา ถ้าพูดไปก็จะไม่เซอร์ไพรส์ มาวินถามนงนุชว่าจริงหรือ นงนุชตกกระไดพลอยโจนบอกว่าใช่ มาวินจึงให้นงนุชโทร.หาแพรไหมให้หน่อยตนอยากคุยด้วย โทร.เดี๋ยวนี้เลย

พอแพรไหมรับสาย มาวินถามว่าเธออยู่ไหน ตนมาถึงงานนานแล้วทำไมเธอยังไม่มาอีก แพรไหมอ้ำอึ้ง มยุราพูดแทรกเข้าในโทรศัพท์ว่า

“พูดไปเลยแพรไหม มาวินซักฉันจนรู้เรื่องหมดแล้ว”

“นายรู้แล้วเหรอ อ้าว…อย่างนี้ก็ไม่เซอร์ไพรส์แล้วสิ ฉันออกมาเอาของขวัญวันเกิดที่จะให้นาย” แพรไหมกลั้นน้ำตา ทำเสียงร่าเริง บ่นว่านายรู้หมดแล้วก็เสียแรงเปล่าสิ จะให้บอกเลยไหมว่ามันคืออะไร แกล้งทำงอนว่างั้นไม่ต้องเซอร์ไพรส์อะไรอีกแล้ว มาวินขอร้องอย่าเพิ่งโมโห ตนเป็นห่วงกลัวเธอจะหายไป ขอโทษแล้วบอกว่าตนจะทำเป็นไม่รู้ก็ได้ให้เธอรีบมา

มยุรายิ้มพอใจที่แพรไหมร่วมมือหลอกจนมาวินเชื่อ รีบชวนมาวินไปรับแขกที่มางานกัน

 

นารากับชนนปรึกษากันด้วยความกังวลว่าถ้ามาวินรู้เรื่องแพรไหมจะต้องอาละวาดจนงานพังแน่

“แต่ถ้าไม่บอก มันไม่ยุติธรรมกับแพรไหมเลย แพรไหมทำอะไรผิด แค่เกิดมาจน ทำไมต้องถูกผลักไสให้ไปอยู่ที่อื่นด้วย” นาราบอกว่าความจนความรวยไม่ผิด ชนนเห็นด้วยเพราะเรายังรักกันได้เลย

“ใช่…ความรวยจนไม่ผิด สิ่งที่ผิดคือทัศนคติคนต่างหาก ทัศนคติที่คิดว่าเงินคือคำตอบของทุกอย่าง คนมีเงินมากไม่ได้แปลว่าจะเป็นคนดี จะคิดดี ซื่อสัตย์ ไม่คดโกง มันไม่ใช่ เราไม่ควรเคารพยกย่องใครสักคนเพียงเพราะเขามีเงินมาก แต่ควรเคารพยกย่องคนที่มีคุณความดีมากต่างหาก”

“คนมีเงินก็ควรรู้ตัวด้วยว่าเงินไม่ได้ทำให้คุณสูงส่งกว่าใคร การกระทำของคุณต่างหากที่บ่งบอกความสูงต่ำของคุณ”

“แล้วสรุปว่าเราควรจะบอกมาวินเรื่องแพรไหมรึเปล่า”

“ควรบอก เพราะแพรไหมจนแต่ดี ไป เราไปบอกมาวินกัน” ชนนคว้าแขนนาราเดินกลับเข้าไปในงาน

เมื่อไปเจอมาวินในงาน นารากับมาวินต่างมีเรื่องจะบอกกัน แต่เป็นเรื่องที่ตรงกันข้ามกัน นาราจะบอกเรื่องแพรไหมไปเกาหลี แต่มาวินจะบอกว่าแพรไหมกำลังเตรียมเอาของขวัญมาเซอร์ไพรส์ตน

แต่พอนาราได้ฟังมาวินเรื่องแพรไหมกำลังไปเอาของขวัญมาเซอร์ไพรส์เขาแล้ว มาวินถามว่าของเธอมีเรื่องอะไร นารากล้ำกลืนบอกว่า “เรื่องเดียวกันนั่นแหละ”

อธิชาติยืนหลบมุมแอบฟังอยู่ เขาสงสัยว่าแพรไหมไปไหน? เมื่อหลบมาคุยกับอินทร อธิชาติบอกว่าตนเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว ถึงเวลาก็จะเป็นไปตามคิวที่อินทรต้องการ

แต่อธิชาติสงสัยว่าแพรไหมไปไหน จึงให้อินทรโทร.เช็ก อินทรโทร.ไปแพรไหมไม่รับสายบอกให้มานีรับแทนและให้บอกอินทรไปว่าตนไม่ว่าง ระหว่างคุยกับมานีนั้น อินทรได้ยินแท็กซี่ถามว่า

“ไปสายการบินไหนครับ ผมจะได้ส่งลงตรงเกตนั้นเลย”

อินทรได้ยินชัดเจน ถามว่าแพรไหมกับแม่กำลังจะไปไหน กำลังไปสนามบินใช่ไหม มานีอึกอัก แพรไหมคว้ามือถือไปพูดแทนว่า

“นายไม่ต้องรู้หรอก มันจบแล้วอินทร เลิกยุ่งกับฉันแล้วก็กลับไปเป็นเพื่อนมาวินเสีย”

อินทรอำว่าเพื่อนเธอบอกตนหมดแล้ว ดีแล้วตนจะไปบอกมาวิน แพรไหมตกใจรีบห้ามอย่าบอกมาวิน ทำให้อินทรรู้ว่ามาวินยังไม่รู้ ยิ่งสะใจที่จะมีไม้เด็ดไปเล่นงานมาวิน

อินทรไปบอกมาวินว่า ตนเพิ่งโทร.คุยกับแพรไหม และรู้แล้วด้วยว่าแพรไหมกับแม่กำลังจะไปไหน พูดไว้แค่นั้นแต่ไม่ยอมบอก ทำให้มาวินว้าวุ่นใจ ลิ่วไปถามมยุราว่า ทำไมแพรไหมยังมาไม่ถึง มยุราอ้างว่านักข่าวกำลังจับตาดูอยู่ แล้วคล้องแขนอานนท์ให้นักข่าวถ่ายรูป

อีกมุมหนึ่ง อธิชาติกับอินทรกำลังสะใจกับเหตุการณ์ที่เขม็งเกลียวขึ้นทุกที

 

เมื่อมยุราขึ้นกล่าวขอบคุณแขกที่มางานแล้วยื่นไมค์ให้มาวินพูดต่อ มาวินคว้าไมค์ถามทันทีว่า

“ใครเห็นแพรไหมบ้างไหม” เห็นบรรยากาศงึมงำงุนงง เขาถามต่อ “แพรไหมยังมาไม่ถึงอีกหรือ”

มยุราเข้าไปเรียกปราม มาวินหันตอบโต้แม่ทันทีว่า

“ถ้าแพรไหมไม่มา ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด” มาวินส่งไมค์คืนแล้วเดินผละไป มยุราแก้เกี้ยวว่ามาวินคงเขิน พลันอินทรก็เคาะแก้วเรียกความสนใจ ร้องถามว่า ผมขออวยพรเพื่อนรักหน่อยได้ไหม แล้วเก๋าก็ถือไมค์ลอยอีกตัวมายื่นให้อินทร

มยุรากลืนไม่เข้าคายไม่ออก จำต้องนิ่ง อินทร บอกว่าตนขอนาทีเดียว ไม่ขอมากกว่านี้

ทันใดนั้นที่จอโปรเจกเตอร์ก็ปรากฏภาพมาวินไปทำงานในที่ต่างๆ ทั้งขับตุ๊กๆ ล้างรถ โบกรถ ขายแซนด์วิชในมหาวิทยาลัย แขกในงานพากันฮือฮา อินทรพูดยกย่องว่าถึงมาวินจะเป็นลูกมหาเศรษฐีแต่ก็ทำงานหนัก

มยุราพยายามพูดให้เห็นว่าอานนท์เลี้ยงลูกดีให้รู้คุณค่าของเงิน มาวินจึงไม่เคยดูถูกอาชีพใดๆ ขอแต่เป็นอาชีพสุจริต เราสนับสนุนให้ทำหมด แต่พออินทรซักถามมาวินว่าจริงหรือให้ยืนยันหน่อย มยุราก็จะตอบโต้อีกแต่ไมค์ถูกปิดเสียงเสียแล้ว

“ใช่ ที่บ้านฉันสอนกันอย่างนี้” มาวินตอบไม่ลังเล แต่อินทรยังไม่หยุดถามเรื่องไปอาศัยบ้านชนนอยู่ มาวิน ถามว่าเขาต้องการอะไรแน่ เห็นเรื่องกำลังจะลุกลามบานปลาย อานนท์ขัดขึ้นว่าให้คนอื่นอวยพรบ้าง แต่อินทรกับอธิชาติยังไม่ยอมหยุด มาวินเดินไปเผชิญหน้าถามว่า “นายตั้งใจจะทำให้ฉันขายหน้าในงานนี้ใช่ไหม เอาสิ พูดมาให้หมดเลย ฉันไม่มีอะไรจะต้องอาย”

อินทรเอาเสียงที่คุยกับแพรไหมเมื่อครู่นี้ที่เขาอัดไว้ มาเปิดให้ฟัง เสียงแพรไหมดังอย่างชัดเจนมากว่า

“ไม่ต้องให้มาวินรู้เรื่องนี้ได้ไหมฉันขอร้อง…อินทร…ให้มันจบเถอะนะ สงสารฉันเถอะ ฉันไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แค่ฉันต้องไปอยู่ที่อื่นมันก็แย่มากพอแล้ว อย่าทำให้มันแย่กว่านี้เลย ฉันไม่เคยขออะไรนายเลย ฉันขอได้ไหมครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะ อย่าบอกมาวิน”

มาวินช็อก พุ่งไปหามยุราถามว่าแพรไหมไปไหน มยุราไม่บอก ถูกอานนท์กระชากเขาจากมยุราเหวี่ยงออกไป มาวินยังตะโกนถามไม่หยุดว่า “แพรไหมไปไหน” จนนาราทนไม่ได้บอกว่า

“แพรไหมอยู่สนามบิน กำลังไปเกาหลี” มาวินวิ่งออกไปทันที ชนนตะโกนบอกว่าแพรไหมบินโลว์คอสต์นะ

“ไปหยุดมันซิ” อานนท์ตะโกนบอกบอดี้การ์ด มาวินถูกพวกบอดี้การ์ดรุมกันจับไว้ มาวินดิ้นสุดฤทธิ์ กลายเป็นเหยื่อให้นักข่าวถ่ายรูปกันอย่างเมามัน มยุราเห็นดังนั้นสร้างภาพทำเป็นตกใจร้องถามว่าใครใช้ให้ทำรุนแรงกับมาวินอย่างนี้ สั่งให้ปล่อยมาวินแล้วโผเข้ากอดปลอบมาวินว่า

“แม่ไม่ได้เป็นคนไล่แพรไหมไป แต่แพรไหมเลือกจะเอาเงินแล้วไปจากลูกเองเข้าใจไหม แม่มีหนังสือตกลงที่แพรไหมเซ็นรับตกลงด้วยตัวเอง ถ้าลูกจะดู แม่จะ เอาให้ดู” มาวินไม่เชื่อ นักข่าวรุมกันมาถามมยุรา เธอ รีบชี้แจงว่า “มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดค่ะ ไม่มีอะไรรุนแรง นะคะ อย่าถ่ายค่ะ ดิฉันยังไม่พร้อมให้สัมภาษณ์ตอนนี้”

มยุรารีบถอยหนี อานนท์รีบตามไปทันที

มาวินวิ่งออกไปเรียกแท็กซี่ อธิชาติเปิดประตูรถของตนเห็นนิชาถูกมัดติดประตูอยู่ เขาบอกว่าโชคดีของเธอวันนี้ตนยังสนุกกับมาวินอยู่ หมดสนุกเมื่อไหร่จะถึงตาเธอ แล้วสั่งด้วงกับเก๋าให้ปล่อยนิชา

เก๋ากับด้วงปลดเชือกที่มัดนิชาผลักเธอลงจากรถ แล้วอธิชาติก็ตามอินทรมาขึ้นรถขับตะบึงไป ส่วนด้วงกับเก๋าขี่มอเตอร์ไซค์ตามไป นิชามองเหตุการณ์เหล่านั้นงงๆ

 

นาราถามมยุราว่าจะปล่อยมาวินไปอย่างนี้หรือ ไม่ไปตามหน่อยหรือ มยุราถามว่าจะตามไปทำไม ดูสิ่งที่มันทำกับน้าสิ

มยุราอ้างว่าแพรไหมยอมรับเงินตนห้าแสนแลกเปลี่ยนกับการไปเกาหลี ถ้าไม่เชื่อก็ดูเอกสารที่มีลายเซ็นของแพรไหม พลางโยนกระดาษให้นาราดู นารา ถามว่าแล้วความจริงแพรไหมเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า อานนท์ปรามว่าเธอไม่ต้องยุ่ง

“แพรไหมไม่ได้เป็นอย่างนั้นค่ะ นงนุชตอบให้” อานนท์บอกว่าถ้าพูดอย่างนี้ก็ออกไปเลยตนไล่ออกแล้ว “ยินดีค่ะ งั้นหนูขอพูดในฐานะคนที่ใกล้ชิดกับครอบครัวคุณมาตลอดหน่อยนะคะ สิ่งที่คุณคิดว่าคุณทำเพื่อลูก มันเพื่อลูกจริงหรือคะ งั้นทำไมลูกคุณถึงได้ยอมสละ

ทุกอย่างเพื่อให้ได้ออกไปจากบ้านนี้!! ถ้ามีความคิดก็ช่วยคิดให้สมกับการศึกษาที่เรียนมาบ้างเถอะค่ะ” นงนุชพูดแบบตัดสินใจแล้วเป็นไงเป็นกัน

“นาราขออนุญาตพูดในฐานะคนเป็นลูกเศรษฐีเหมือนมาวินนะคะ สิ่งที่เราอยากบอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็คือ ทราบไหมคะว่าการกอด การหอมแก้ม รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ความรัก ความเข้าใจ ของพวกนี้มันเป็นของฟรี บางทีเราก็อยากได้แค่นี้จากพ่อแม่ ไม่ใช่เงิน” พูดจบนารายกมือไหว้แล้วผละไป

“ผมขออนุญาตพูดในฐานะคนจนมากๆเหมือนกับแพรไหมครับ ผิดเหรอครับที่เกิดมาจน บางทีผมก็อยากถาม พวกคนรวยว่า แน่จริงลองมาจนแข่งกับผมไหม แล้วมาดูกันว่าใครจะรักษาศักดิ์ศรีความเป็นคนได้มากกว่ากัน”

ชนนยกมือไหว้แล้วผละไปอีกคน มยุรากับอานนท์เครียด หงุดหงิดที่ถูกเด็กรุ่นลูกอบรม ถอนหงอก

 

ชนนกับนาราโทร.หาแพรไหม เผื่อแพรไหม จะเปลี่ยนใจ แต่พอโทร.ไป มานีบอกให้ปิดเครื่องเสีย เพราะถ้าตัดสินใจแล้วก็ไม่ต้องห่วงอะไรอีก แพรไหมส่งมือถือให้แม่ มานีกดตัดสายแล้วปิดเครื่องก่อนส่งคืนให้แพรไหม

มาวินนั่งแท็กซี่ไปอย่างร้อนใจเร่งแท็กซี่ให้ไปเร็วกว่านี้ แต่จู่ๆก็ถูกอธิชาติขับรถมาปาดหน้าจนแท็กซี่จอด แล้วอินทรก็ลงมาเคาะกระจกรถถามว่า “จะรีบไปไหนเหรอ มาวินเพื่อนรัก”

มาวินสั่งให้เอารถหลบไป อธิชาติพูดกวนๆว่าขอโทษรถเป็นอะไรไม่รู้หลบไม่ได้ มาวินฉุนขาดบอกแท็กซี่ ให้ชนมอเตอร์ไซค์ฝ่าไปเลย บอกว่า “ผมต้องไปเดี๋ยวนี้ ชนไปเลย ผมรับผิดชอบเอง ชน!”

แท็กซี่ไม่ยอมชน มาวินโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงลงจากแท็กซี่จะไปเรียกรถคันใหม่ก็ไม่มีรถ ซ้ำถูกพวกอธิชาติล้อมกรอบไว้ด้วย

ปรัชญานั่งเหม่อใจลอยอยู่ในรถ เห็นมาวินกำลังเดินจ้ำออกจากวงล้อมของพวกอธิชาติ ปรัชญาลงจากรถ เดินเข้าไปถามว่าทำอะไรกัน! มาวินได้โอกาสวิ่งไปที่รถ ของปรัญาตะโกนบอก “ขอยืมรถก่อนนะ” ปรัชญาวิ่งตามมาไม่ยอมให้ใช้รถตน จับมาวินเหวี่ยงออกไป เลยเป็นโอกาสให้อธิชาติกับอินทรรุมกันเล่นงานมาวิน

ปรัชญาเห็นมาวินถูกรุมทนไม่ได้พุ่งไปจับแขนอธิชาติเหวี่ยงออกไปตะโกนด่า

“เล่นหมาหมู่แบบนี้มันไม่แมนเลยว่ะ” อธิชาติตวาดมึงอย่ายุ่ง “ไม่ได้อยากยุ่ง แต่พ่อแม่สอนมาให้เป็นสุภาพ บุรุษ พอเห็นอะไรที่ผู้หญิงยังแมนกว่ามันเลยรับไม่ได้ว่ะ”

ปรัชญาทั้งชกต่อยยื้อยุดกับพวกอธิชาติ พวกมันถูกปรัชญาเล่นงานจนปากแตกเลือดออก มาวินจะวิ่งไปเอารถก็ถูกกระชากกลับมา เมื่ออธิชาติเห็นทีจะสู้ไม่ได้ก็ชักปืนออกมา ทำให้ปรัชญาผงะ มาวินเห็นอธิชาติใช้ปืนจึงกระโดดถีบจนคว่ำปืนร่วงจากมือ มาวินพุ่งไปคว้าปืนได้ อธิชาติลุกขึ้นล็อกมาวินแย่งปืนกัน จนเสียงปืนลั่นขึ้นสามนัดกราดไปทั่ว

ปรัชญาจะวิ่งเข้าไปช่วยแย่งปืน เป็นจังหวะเดียวกับที่อธิชาติบังคับจับมือมาวินและปืนหันมาทางปรัชญา กระสุนเข้าที่หน้าอกปรัชญาจังๆ ร่างเขากระเด็นลอยไปตกอีกด้านหนึ่ง มาวินช็อก ปืนร่วงจากมือ

ทั้งมาวิน อินทร ช็อกเมื่อเห็นปรัชญาล้มลง

แน่นิ่งที่พื้น เลือดไหลทะลักเป็นลิ่มๆ!

 

เหตุการณ์ร้ายแรงที่เกิดขึ้นเป็นข่าวใหญ่โตทางสื่อทีวี แพรไหมกับแม่กำลังจะขึ้นเครื่องไปเกาหลีมีอันต้องล้มเลิกเพราะเป็นห่วงมาวิน

มาวินไม่ได้เป็นคนยิงปรัชญาตาย อินทรที่อยู่ในเหตุการณ์ก็รู้เห็นแต่เขาลังเลที่จะพูดความจริงเพราะ โดนอธิชาติมือปืนตัวจริงขอร้องแกมบังคับให้เป็นพยาน โยนความผิดให้มาวิน

“ปืนมันลั่นเพราะไอ้มาวิน ฉันพยายามจะปลดปืนจากมัน แต่มันไม่ยอมปล่อยมือฉัน มันจงใจจับมือฉันไว้ตอนที่ยิงไอ้ปรัชญา นายต้องบอกกับตำรวจตามนี้ เข้าใจมั้ย ฉันเป็นเพื่อนนายนะอินทร ฉันไม่เคยทำร้ายครอบครัวนายเหมือนไอ้มาวิน ลืมไปแล้วเหรอว่าใครทำให้พ่อนายติดคุก ทำให้นายไม่มีบ้านอยู่ แล้วมันยังแย่งผู้หญิงที่นายรักไปอีก มันหักหลังนายมาตลอด มีแต่ฉันที่ช่วยนาย”

ฟังอธิชาติแล้วอินทรเครียด สับสน ลำบากใจ รตีเดินเข้ามาหยุดฟังด้วยความสงสัยโดยที่สองหนุ่มไม่เห็น

“อินทร…นายเป็นเพื่อนไอ้มาวิน คำพูดของนายมีน้ำหนัก ถ้านายพูดตามที่ฉันบอก ฉันก็คงโดนแค่ข้อหาพกพาอาวุธปืนกับทะเลาะวิวาท ไม่ใช่ฆ่าคนตาย นายต้องช่วยฉันนะ”

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” รตีก้าวเข้ามา

มองหน้าสองคนอย่างคาดคั้น “ตกลงว่าใครเป็นคนยิงปรัชญากันแน่”

“แล้วเธอจะมายุ่งอะไรด้วย” อธิชาติตวาดแล้วทำท่าจะเอาเรื่อง รตียืนเชิดหน้าไม่กลัวเกรง อินทรเห็นท่าไม่ดีรีบดึงรตีห่างออกมา

“อินทร นี่มันมีคนตายนะ คนบริสุทธิ์ตาย ถ้านายยังมีความดีหลงเหลือบ้าง นายก็ควรให้ความยุติธรรมกับปรัชญา กับครอบครัวของเขา นายรู้หรือเห็นอะไรแค่ไหน นายต้องบอกตำรวจไปตามตรง เข้าใจมั้ย”

“เธอคงอยากให้ฉันช่วยมาวินสินะ”

“ฉันอยากให้นายทำเรื่องที่ถูกต้อง ถูกก็ว่าไปตามถูก ผิดก็ว่าไปตามผิด”

“ยังหวังจะได้มันอีกงั้นเหรอ”

รตีโกรธจี๊ด อินทรเซ็งและรำคาญตวาดไล่เธอจะไปไหนก็ไป แล้วตัวเองเดินหนีออกมาอย่างหงุดหงิด

ด้านนาราก็รู้สึกผิดที่ทำให้ปรัชญาเสียใจ ชนนปลอบใจและไม่ให้เธอโทษตัวเอง มันเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิด ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น…ฝ่ายพ่อแม่ของมาวินพอทราบข่าวก็ตกใจ แต่ปิดกั้นไม่ยอมให้นักข่าวที่มาออกันหน้าบ้านเข้าพบ โดยให้สาวใช้ไปสกัดไว้ก่อนจะเรียกทนายประจำตัวมาสั่งการ

เวลานั้นมาวินอยู่ในห้องสอบสวนนั่งต่อหน้าตำรวจ ขณะที่อธิชาติกับด้วงและเก๋าซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ถูกแยกไปสอบสวนอีกห้อง แต่ละคนพยายามเอาตัวรอดพูดเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด มาวินเล่าไปตามความจริง ส่วนอินทรตัดสินใจมาเป็นพยานฝ่ายอธิชาติ สุดท้ายมาวินเลยถูกจับยัดห้องขัง

นารากับชนนรอฟังข่าวอยู่ ตกใจเมื่อรู้ว่ามาวินคือผู้ต้องสงสัย สองคนจะไปบอกพ่อแม่มาวินมาประกันตัว ก็พอดีแพรไหมมาถึง เธอปลอบและให้กำลังใจมาวินก่อนตัดสินใจไปขอร้องพ่อแม่ของเขาให้มาประกันตัวลูกแต่ไม่สำเร็จ

มยุรากับอานนท์เห็นแก่หน้าตาทางสังคมของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ว่าแพรไหมจะกล่อมอย่างไรก็ไม่เป็นผล แถมวันเดียวกันที่มีเรื่องยุ่งๆ ไข่มุกกิ๊กสาวของอานนท์ก็ มาเรียกร้องเงินสิบล้าน สร้างความปวดหัวให้กับทั้งอานนท์และมยุราแทบจะบ้า มยุรายืนยันว่าให้ได้แค่ห้าแสน ไม่เอาก็ไม่ต้องเอา!

ฝ่ายรตีนั้นโกรธอินทรเป็นฟืนเป็นไฟที่เป็นพยานให้อธิชาติ เธอต่อว่าเขายกใหญ่ก่อนเดินหนีไปอย่าง

รังเกียจ อินทรคิดไปเองว่ารตียังรักมาวินเลยตัดสินใจทำอย่างนั้น แต่แล้วเขาเองกลับโดนอธิชาติผลักไสไม่ให้ที่อยู่ อ้างว่าแฟนกำลังจะมาอยู่ด้วย

อินทรจำนนต่อชะตากรรม บ้านไม่มีอยู่ เงินก็ไม่มีติดตัว เขาเคว้งคว้างไม่รู้จะไปทางไหนดี เดินออกจาก คอนโดอธิชาติไปอย่างไร้จุดหมาย…แต่ในขณะเดียวกันอธิชาติกับเพื่อนๆกำลังหัวเราะเฮฮา ด้วงและเก๋าชม อธิชาติแน่มาก ทำให้มาวินติดคุก อินทรไม่มีที่อยู่ ไม่มี
อะไรสะใจไปกว่านี้อีกแล้ว

“มี…ยังมีที่สุดของความสะใจอีกอย่าง วันที่ไอ้มาวินเข้าคุกไปแล้วฉันจะให้ของขวัญสุดพิเศษกับอินทรด้วยการบอกความจริงว่าฉันเป็นคนยิงปรัชญาเอง แล้วพวกนายลองคิดดูสิว่าไอ้อินทรจะรู้สึกไง ที่มันเชื่อฉันแล้วเอาเพื่อนรักผู้บริสุทธิ์ของตัวเองเข้าคุก”

“มันคงรู้สึกผิดไปจนตาย”

“ไม่ก็ตายเพราะรู้สึกผิด”

สามตัวแสบเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย แล้วประสานเสียงหัวเราะดังลั่นห้อง

 

แพรไหมผิดหวังจากพ่อแม่มาวินกลับมาที่สถานีตำรวจแต่ไม่พบมาวินในห้องขังเพราะมีคนมาประกันเขาออกไปแล้ว

อาจารย์ชัยเห็นข่าวจึงรีบมาประกันตัวลูกศิษย์แล้วพอซักถามความจริงจากมาวินก็เบาใจว่าเขาไม่ได้ฆ่าปรัชญา แต่ไม่คิดว่าอินทรจะใส่ร้ายเพื่อนได้ลงคอ…ชนนกับนาราตามมาสมทบหลังจากพานิชาหนีรอดเงื้อมมือพวกอธิชาติที่ตามรังควานเธอมาได้ นิชากลัวมากขอหลบไปอยู่ที่อื่น โดยนั่งแท็กซี่แยกไปเพียงลำพัง

แพรไหม ชนน และนาราต่างดีใจแทนมาวินที่อาจารย์ชัยมาประกันตัว ในระหว่างที่ทั้งหมดพูดคุยกันอยู่นั้น มีนักข่าวคนหนึ่งเข้ามาขอสัมภาษณ์มาวิน เพื่อนๆ พยายามกันนักข่าวแต่มาวินกลับบอกว่าตนพร้อมให้สัมภาษณ์แล้ว

เพียงครู่ต่อมา มยุราก็ได้รับการติดต่อจากนักข่าวคนนั้นว่ามาวินกำลังจะให้สัมภาษณ์สด นักข่าวเลยจะให้เธอโฟนอินด้วย แต่เธอไม่เอา ไม่ให้ข่าวอะไรทั้งนั้น อานนท์ฟังจากเมียก็ร้อนใจอยากรู้ว่ามาวินจะให้สัมภาษณ์เรื่องอะไร กลัวจะแฉเรื่องไข่มุกเมียเก็บของตน

แต่เปล่าเลย มาวินไม่ได้ใช้อารมณ์ในการสัมภาษณ์ เขาตั้งสติตอบเรื่องคดีว่าตนแค่จับปืนแต่ไม่ได้เป็นคนยิง แล้วขอไม่พูดอะไรอีก ปล่อยให้เป็นเรื่องของคดีความ ส่วนเรื่องที่นักข่าวอยากรู้ว่าทำไมพ่อแม่ถึงไม่มาประกันตัว มาวินตอบอย่างมั่นใจว่า

“มันเป็นวิธีการสอนลูกของบ้านเราครับ พ่อกับแม่ไม่เคยสปอยล์ผม ท่านไม่ต้องการเลี้ยงผมมาให้เป็นเด็กนิสัยเสีย ถูกว่าไปตามถูก ผิดว่าไปตามผิด มันคือสิ่งที่ครอบครัวเรายอมรับร่วมกัน และในกรณีนี้มันก็เป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องพิสูจน์ความจริงด้วยตัวเอง พ่อกับแม่พูดกับผมเสมอว่าถึงพ่อกับแม่จะรวย จะมีเส้นสายกับผู้ใหญ่หลายๆท่าน แต่ท่านจะไม่ใช้อภิสิทธิ์พวกนี้เพื่อทำเรื่องผิดๆเด็ดขาด และพวกท่านพูดจริงทำจริง ไม่เว้นแม้แต่คนในครอบครัว”

มาวินช่วยสร้างภาพให้มยุรากับอานนท์เต็มที่ สองคนดูข่าวทางจอทีวีถึงกับงงงวย บ่นกันว่าทำไมมาวินถึงให้สัมภาษณ์อวยเราขนาดนั้น เขาควรจะพูดทำลายเรา ทำให้เราอับอายคนทั้งประเทศไม่ใช่เหรอ ทำไมลูกถึงปกป้องเรา…มยุราน้ำตาคลอสำนึกผิด ทั้งๆที่ตัวเองใจร้ายแต่มาวินก็ยังปกป้อง
เสร็จเรื่องมาวินกลับไปที่บ้านชนนพร้อมแพรไหม นารา และอาจารย์ชัย แพรไหมบอกมาวินว่าดีแล้วที่ให้สัมภาษณ์ไปอย่างนั้น นาราเห็นด้วยและเชื่อว่าพ่อแม่มาวินต้องเข้าใจเขาแน่ๆ

“สิ่งเดียวที่พ่อกับแม่อยากได้จากฉันก็คืออะไรก็ได้ที่ทำให้พวกท่านได้รับคำสรรเสริญชื่นชม ฉันก็จะให้ท่าน แล้วฉันก็หวังว่าท่านจะยอมให้ในสิ่งที่ฉันต้องการด้วยเหมือนกัน”

“ดีแล้ว ปัญหาของเธอกับพ่อแม่คงคาราคาซังมานาน ก็ให้เวลามันสักพัก ให้ทั้งเธอทั้งพ่อแม่เธอได้ทบทวนตัวเองดู แล้วพร้อมเมื่อไหร่ อาจารย์อยากให้เธอกลับไปเคลียร์กับพวกท่านอีกทีนะ”

ทุกคนเห็นด้วยกับอาจารย์ชัยและเห็นเค้าลางว่าความสัมพันธ์ระหว่างมาวินกับพ่อแม่น่าจะดีขึ้น แต่เวลาเดียวกันนั้น อินทรกำลังหมดอาลัยตายอยากอยู่ที่ป้ายรถเมล์ ชีวิตเขาไร้จุดหมายปลายทาง แม้แต่รตีผู้หญิงที่เขารักก็ไม่เหลียวแล

อินทรหารู้ไม่ว่ายามนี้รตีกำลังเครียดเรื่องเขาอยู่ เธอรักเขาแต่ไม่ยอมรับความรู้สึกตัวเอง พยายามต่อต้านเพราะโกรธอินทรที่เป็นพยานใส่ร้ายมาวินซึ่งเป็นเพื่อนกัน แต่แล้วพ่อก็เข้ามาทำให้เธอเสียใจ พ่อบังคับเธอหาแฟนรวยๆ หวังความสุขสบาย แต่เธอยืนยันว่าจะทำงานหาเงินด้วยตัวเองดูแลพ่อแม่ พ่อเลยดุด่าลูกสาวว่าอกตัญญูและสาปแช่งว่าคนแบบนี้ไม่มีวันเจริญ

รตีเสียใจมาก วิ่งร้องไห้ออกจากบ้านไปเจอชนนที่ตลาด ชนนปลอบโยนจนเพื่อนผ่อนคลายความเศร้าและขอกลับมาเป็นเพื่อนรักกันเหมือนเดิม…
อินทรหมดที่พึ่ง โชคดีได้นารามาช่วยเหลือ แต่ นาราก็อดประชดเขาไม่ได้ที่ไปช่วยเป็นพยานให้อธิชาติแต่กลับโดนเขาไล่ออกจากคอนโด…อินทรฟังแล้วจะขัดแต่นาราไม่เปิดโอกาส

“ฟังให้จบ ทรจะโกรธเกลียดมาวินแค่ไหนแต่ก็ควรมีศักดิ์ศรีบ้าง โกหกเพื่อให้เพื่อนติดคุกมันใช่เหรอ ทรไม่รู้สึกผิดบ้างเลยเหรอ นาไม่อยากเชื่อว่าเพื่อนนาจะเป็นคนอย่างนี้ นาผิดหวังมาก ต่อไปถ้านาทำอะไรไม่ถูกใจ ทรก็คงจะใจร้ายกับนาอย่างนี้เหมือนกันใช่ไหม”

อินทรอึ้งไปอย่างรู้สึกผิด พออาจารย์ชัยปรากฏตัวเดินเข้ามาบอกให้เขาไปให้การใหม่ ไม่ต้องเข้าข้างใครแต่ต้องอยู่ข้างความจริง อินทรก็ทั้งเครียดและสับสน

 

หลังจากมาวินให้สัมภาษณ์สร้างภาพให้พ่อแม่ไปแล้วเมื่อวันก่อน…วันนี้มาวินยังมาปกป้องพ่อจากการโดนไข่มุกบุกมายิงเพราะเธอไม่ได้เงินสิบล้านตามต้องการ

ไข่มุกโกรธที่อานนท์เห็นเธอเป็นแค่ของเล่น เธอจะยิงอานนท์และมยุรา แต่มาวินมาขัดขวางจนตัวเองโดนกระสุนปืนเฉี่ยวต้นแขน ส่วนพ่อแม่ปลอดภัย

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้มยุรากับอานนท์มองมาวินเปลี่ยนไปในแง่ดี แต่มาวินกลับบอกพวกท่านว่าที่มาวันนี้แค่แวะมาบอกเรื่องเดียวคือ ตนมากราบขออนุญาตไม่เป็นลูกของพวกเขาอีกต่อไป

พ่อแม่ฟังแล้วช็อก รวมทั้งแพรไหมที่มากับมาวินด้วย

“ผมไม่อยากทำให้คุณต้องเสื่อมเสียเพราะพฤติกรรมของผมอีกแล้ว ถ้าพอมีเวลาว่างผมอยากรบกวนให้ช่วยไปเซ็นยินยอมให้ผมเปลี่ยนนามสกุลด้วย”

“มาวิน…” มยุราครางด้วยความสะเทือนใจ ขณะที่อานนท์ลุกขึ้นโวยลูกชายว่ากล้าดียังไงถึงมาขอเปลี่ยนนามสกุล

“ผมมาเพื่อแจ้งให้ทราบเท่านั้น รีบให้ผมเปลี่ยนนามสกุลนะครับ ก่อนที่ผมจะทำเรื่องให้อับอายอีก สะดวกตอนไหนติดต่อผมได้ที่เบอร์ของแพรไหมนะครับ”

มาวินพาแพรไหมออกไป อานนท์ฉุนจัดฮึดฮัดฟึดฟัด มยุรายังช็อกสะเทือนใจน้ำตาแทบร่วง

แพรไหมตำหนิมาวินที่พูดตัดขาดพ่อแม่ทำไมทั้งที่ไม่อยากทำ มาวินยอมรับ แต่จำเป็นต้องทำเพราะถ้าพ่อแม่รักตนเขาก็ต้องเลือกตนบ้าง แต่ถ้าเขาจะปล่อยตนไป ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงอีกแล้ว

แพรไหมสงสารมาวิน จับมือและให้กำลังใจว่าพ่อแม่ต้องเลือกเขา พ่อแม่รักเขา ไม่มีวันปล่อยเขาไป…

พอดีมานีโทร.หาแพรไหมให้กลับบ้าน มาวินจึงมากับเธอด้วย เมื่อถึงบ้านปรากฏว่ารัศมีกับรังสิมารออยู่ สองแม่ลูกซื้อบ้านหลังนี้กลับคืนให้มานีแทนคำขอโทษ

“คุณทำอย่างนี้ทำไม ความรู้สึกของแม่กับฉันชดเชยไม่ได้ด้วยเงินหรอก”

“ฉันรู้ ฉันถึงไปเอาบ้านนี้มาคืนให้ เพราะบ้านนี้มันมีค่ากับเธอและแม่เธอมากกว่าเงินไม่ใช่เหรอ”

“คุณต้องการอะไร”

“ฉันอยากให้เธอกับแม่ยกโทษให้ฉัน แพรไหม ที่ฉันพยายามจะทำดีกับเธอกับแม่เพราะฉันรู้สึกผิด แล้วพอรู้ว่าพ่อเธอยังแอบมาขอเงินแม่เธออยู่เรื่อยๆ ฉันยิ่งอาย ยิ่งทุเรศตัวเอง ยิ่งรู้สึกผิดกับแม่เธอมากไปอีก…เธอไม่ต้องรักฉันก็ได้ แต่รับบ้านนี้ไปเถอะนะ ให้ฉันได้ทำอะไรเพื่อพวกเธอบ้าง”

“พี่แพรไหม อย่าโกรธแม่เลยนะ มาไม่อยากเห็นแม่ร้องไห้”

แพรไหมสับสน เดินหนีไป มานีตามมาหว่านล้อมลูกด้วยความเข้าใจ

“แม่รู้ว่าลูกทำทุกอย่างเพื่อปกป้องแม่ ไม่อยากให้แม่เสียใจ แต่แม่ก็ไม่อยากเห็นลูกเสียใจเหมือนกัน ถ้าคุณหมีเป็นคนไม่ดี ร้ายกาจ แม่ก็คงไม่ดีกับเขาด้วยเหมือนกัน แต่นี่ลูกก็เห็นว่าเขาพยายามจะดีกับเรามาตลอด”

“แม่…แม่โอเคเหรอ”

“ต้องโอเค แม่ไม่อยากให้เรื่องพ่อมาเป็นปัญหากับชีวิตเราอีกแล้ว…แพรไหม แม่รักลูกนะ แม่อยากเห็นลูกมีความสุขนะ”

แพรไหมนิ่งเงียบ…มาวินยืนมองมา เข้าใจและเห็นใจแพรไหมที่มีปัญหาคล้ายกับตน แต่บอกเธอขณะกลับออกไปพร้อมกันว่าปัญหาบางอย่างยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง บางทีปล่อยมันไว้ที่เดิม แล้วเรามาแก้ที่ตัวเราเอง ง่ายสุด อาจจะแก้ได้ไม่เคลียร์หมดจด แต่เราก็จะอยู่กับมันได้อย่างเข้าใจ

ค่ำคืนเดียวกัน ชนนรับสายจากนาราโทร.มาบอกว่าอินทรกำลังไปหาอธิชาติ ชนนห่วงใยรีบบอกต่อไปยังมาวินกับแพรไหม…

อินทรไปที่ผับประจำของพวกอธิชาติ ได้ยินเขากำลังเม้าท์กันอย่างมันปากว่าอินทรโง่ ส่งพ่อเข้าคุกไปคนหนึ่งแล้วยังจะส่งเพื่อนเข้าคุกไปอีก

“มึงหลอกกูเหรออธิชาติ” อินทรพุ่งเข้ามาหน้าตาเอาเรื่อง กระชากคอเสื้ออธิชาติแล้วตะคอก “ทั้งหมดเป็นฝีมือของมึงใช่มั้ย ทำอย่างนี้ทำไม ทำทำไม”
อธิชาติไม่สะทก มองหน้าท้าทายอินทร “กูเกลียดพ่อมึงไง พ่อมึงทำกับพ่อกูเหมือนพ่อกูไม่ใช่คน จนพ่อกูตาย พ่อมึงยังไม่เคยเห็นค่า กูเลยให้พ่อมึงเข้าคุกเล่น ทำไมเหรอ”

อินทรชกเปรี้ยงจนอธิชาติแทบหงายหลัง “มึงคือคนที่ทำให้ครอบครัวกูพัง แล้วมึงก็ใส่ความให้กูเข้าใจมาวินผิด ไอ้ชั่วเอ๊ย กูจะไปบอกความจริงกับตำรวจว่าไม่เห็นว่าใครยิงปรัชญาตาย แล้วมึงก็ไปพิสูจน์ตัวเองเอาเอง”

อธิชาติโมโหมากตามอินทรออกไปริมถนนหน้าผับแล้วกระโดดถีบเขาแทบล้ม ด้วงกับเก๋าตามมาล็อกตัวให้อธิชาติชกซ้ำ ทันใดนั้นมาวินกับแพรไหมวิ่งเข้ามาช่วยอินทร อธิชาติโดนชกปากแตกแล้วชักปืนจะยิงมาวิน อินทรรีบเข้าแย่งปืน พลางเหลือบเห็นรถบรรทุกแล่นมาด้วยความเร็ว ตัดสินใจในนาทีนั้นผลักอธิชาติออกไปกลางถนนโดนรถชนกระเด็น ทุกคนตะลึงด้วยความตกใจ โดยเฉพาะอินทรที่ช็อกกับการกระทำของตัวเอง

 

มยุราสะเทือนใจมากกับคำพูดของมาวินที่มาขอเลิกเป็นลูก เลิกใช้นามสกุลของอานนท์…

วันหนึ่งเธอคิดได้และได้คิดว่าไม่มีอะไรยิ่งใหญ่เท่าความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก และลูกที่มีต่อพ่อแม่ ปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นเพราะเธอรับไม่ได้ที่สามีนอกใจ เขาไม่เคยเป็นสามีที่ดี เธอเลยทำทุกอย่างเพื่อให้ลูกดีที่สุด บังคับลูกทุกอย่าง

อานนท์สำนึกผิดเช่นกัน สารภาพกับมยุราว่า “ผมเองก็ไม่ชอบที่คุณเก่งกว่าผม คุณเหนือกว่าผมทุกอย่าง ผมกลายเป็นแค่สามีที่ได้ดีเพราะภรรยาควบคุม ผมอยากให้คนยอมรับในความสามารถของผม ใครก็ได้สักคน ที่ไม่ข่ม ไม่ขัดคอผมเหมือนคุณ และผมอยากต่อต้านคุณด้วย ผมอยากมีสักเรื่องที่เอาชนะคุณได้บ้าง”

“ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าคุณรู้สึกอย่างนี้”

“ผมก็ไม่เคยรู้ความรู้สึกคุณเหมือนกัน”

“มันคือปัญหาของเราสองคนทั้งหมด ไม่เกี่ยวกับมาวินเลย”

มยุรากับอานนท์เศร้าใจ ที่สุดวันหนึ่งมยุราก็ประกาศขายหุ้นกิจการทั้งหมดทิ้งและลาออกจากการเป็น ประธานทุกมูลนิธิ ข่าวนี้สร้างความประหลาดให้กับทุกคนที่รู้จัก โดยเฉพาะพวกมาวิน ซึ่งช่วงเวลานั้นทุกคนเรียนจบ และกำลังประกอบอาชีพสุจริตที่แต่ละคนถนัด

ชนนได้เข้าไปทำงานในห้างสรรพสินค้าของจักรีบิดาของนารา และเขากำลังทำคะแนนสุดตัวเพื่อให้ว่าที่พ่อตายอมรับ ส่วนแพรไหมทำฟาร์มผักปลอดสารพิษ ดูแลกิจการในฟาร์ม และมาวินทำหน้าที่ดูแลติดต่อลูกค้าในเมือง ขณะที่รตีได้เป็นดาราชื่อดังสมใจ หลังปรับเปลี่ยนนิสัย สวยใสมีสมอง ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรมอย่างที่ผ่านมา ด้านอินทรยังชดใช้ความผิดอยู่ในเรือนจำคดีฆ่าอธิชาติ…

 

มาวินตัดสินใจในวันหนึ่งกลับมาหาพ่อแม่ที่บ้านโดยมีแพรไหมเป็นผู้ผลักดัน เขาอยากรู้เหตุผลทำไมพ่อถึงขายหุ้นโชว์รูมทิ้งทั้งหมด แล้วทำไมแม่ถึงลาออกจากมูลนิธิทุกแห่งที่เป็นประธาน

“เพราะพ่อกับแม่ไม่ต้องการมันอีกแล้ว ถึงมันจะรุ่ง ทำให้เรามีรายได้มหาศาลในแต่ละปี แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าสุดท้ายแล้วชีวิตทั้งชีวิตเราจะมี
แต่เงิน แต่ไม่มีลูก”

“ที่ผ่านมาพ่อแม่ผิดเองที่ไม่ยอมแก้ปัญหาให้ตรงจุด มันคือความผิดของเรา แต่วันนี้เราจัดการมันแล้ว แม่เลยลาออกจากทุกมูลนิธิ เพราะอย่างแม่ ลูกหมาลูกแมวยังไม่ควรไปสอนเลย แล้วจะไปสอนใครได้ แม่ไม่อยากได้ภาพลักษณ์ในสังคมอีกแล้ว ใครจะมองแม่ยังไงก็ช่าง ขอแค่ให้ลูกกลับมาอยู่กับแม่ก็พอ…แม่ขอโทษกับทุกอย่างที่ทำกับลูกนะ”

“กลับมาอยู่บ้านเรานะมาวิน บ้านมันใหญ่เกินกว่าจะให้พ่อกับแม่อยู่กันสองคนนะ”

มาวินทั้งสงสารทั้งรัก แต่ก็เกินกว่าจะให้อภัยได้ง่ายๆ “แล้วที่พวกคุณทิ้งให้ผมต้องอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เด็กล่ะครับ พ่อไปอยู่กับเด็กพ่อ แม่ไปอยู่ในทีวี ผมอยู่กับอะไร”

“แม่สัญญาจะไม่ทำอย่างนั้นอีก แม่จะทำหน้าที่แม่ จะเป็นแม่ที่ดีกว่านี้ ให้โอกาสแม่นะ”

“พ่อขอโอกาสด้วย”

“รู้ไหมครับว่าทำไมวันนี้ผมถึงมา เพราะมีคนขอร้องผม…แพรไหม…คนที่พวกคุณเกลียด แต่เขาไม่เคยเชียร์ให้ผมตัดขาดจากพวกคุณเลยสักครั้ง มีแต่จะทำทุกอย่างให้ผมหายโกรธพวกคุณ และกลับมาบ้าน”

“แม่จะไปขอโทษแพรไหม ขอโทษมานี และทุกๆคนที่แม่เคยทำไม่ดีไว้ ให้อภัยพ่อกับแม่นะมาวิน”

มาวินพยายามแข็งใจ แม้ลึกๆจะใจอ่อนแล้ว พูดโดยไม่สบตาพ่อแม่ว่า

“ผมจะไม่มีวันยกโทษ…ไม่มีวัน” จบคำก็หันหลังกลับเดินออกไป มยุราร้องไห้แทบขาดใจ ขอร้องลูกทั้งน้ำตานองหน้า อานนท์ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่โอบกอดภรรยาไว้

แต่แล้วมาวินก็สุดจะฝืนใจตัวเอง หันกลับมาหาอ้อมอกแม่…สามคนพ่อแม่ลูกกอดกันกลม เห็นคุณค่าของความรัก ความรักไม่ว่าจะจากคนจนหรือรวยก็คือความรัก ไม่มีอะไรสูงค่ามากไปกว่านี้ และคงจะดีถ้าคนรวยและคนจนมีทัศนคติที่ดีต่อกัน คนรวยเลิกดูถูกคนจน คนจนเลิกตั้งป้อมรังเกียจคนรวย ต่างคนต่างก็รู้ถึงคุณค่าในตัวเอง และมองเห็นคุณค่าของกันและกัน เพราะจะรวยหรือจน เราก็สุขและทุกข์ เจ็บปวดและมีบาดแผลในชีวิตไม่ต่างกัน…

มยุรากับอานนท์ยอมรับในความดีงามของแพรไหม พูดคุยกันได้สะดวกใจ และหวังว่าจะได้รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่อย่างมีความสุข ส่วนแพรไหมกับมานีให้อภัยรัศมีกับรังสิมา ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตร่วมกันเป็นปกติสุข

แล้ววันหนึ่งก็ถึงวันที่พวกมาวินรอคอย วันแห่งอิสรภาพของอินทร!

ชนนยังชื่นชอบการขับรถตุ๊กๆ เขาพานารามาถึงหน้าเรือนจำด้วยตุ๊กๆคันเดิม ซึ่งชนนบอกว่ารถคันนี้

เป็นตำนานรักของตนกับนารา มาวินกับแพรไหมยิ้มแย้มเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ทันใดนั้นรตีเข้ามาพร้อมกองทัพนักข่าวที่รุมถ่ายรูป รตีสวยเปรี้ยวเป็นดารานางร้ายชื่อดัง เธอขอเวลาปลีกตัวจากนักข่าวมารวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ทักทายกันเซ็งแซ่ก่อนที่จะหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูเรือนจำ

อินทรเดินออกมาด้วยใบหน้านิ่งขรึม แต่พอเห็นกลุ่มเพื่อนมายืนรอรับกันครบก็ตะลึง รอยยิ้มค่อยๆปรากฏ

ทุกคนยิ้มแย้มให้กับอินทร ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขายังคงมีมิตรภาพให้กันเสมอ

“เรามารอรับเพื่อนของเรา ไม่ว่าจะยังไงนายก็คือเพื่อนฉัน คือเพื่อนของพวกเราเหมือนเดิม” มาวิน กล่าวจากใจจริง อินทรซึ้ง ตอบขอบใจแล้วจับมือมาวิน ก่อนดึงตัวเข้ามากอด คนอื่นๆพากันกอดด้วย ชนน อ่อนไหวถึงกับน้ำตาไหลก่อนใคร

รตีรักอินทร ถึงวันนี้เธอก็ยังไม่แปรเปลี่ยน ถึงแม้อินทรจะยังปากจัดปากเสีย กวนประสาท แต่ก็รัก… เพื่อนๆเลยเปิดโอกาสให้สองคนได้มีเวลาส่วนตัว โดยมาวินกับแพรไหมแยกมาบอกรักกัน ถึงจะไม่หวานแหววเท่าคู่ของชนนกับนาราที่อยู่อีกมุม แต่ก็สุขล้นไม่น้อยหน้า…

แล้วทั้งหกคนก็กลับมารวมกลุ่ม กอดคอร่าเริงเดินไปด้วยกัน เต็มเปี่ยมไปด้วยมิตรภาพของความเป็นเพื่อน

— จบบริบูรณ์ —

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก – ไทยรัฐ

 

ดูละครออนไลน์, บทละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, ละครออนไลน์, ละครคู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ คู่ปรับฉบับหัวใจ, อ่านคู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์, เรื่องย่อละคร, คู่ปรับฉบับหัวใจ, คู่ปรับฉบับหัวใจออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังคู่ปรับฉบับหัวใจทุกตอน

 

คู่ปรับฉบับหัวใจ
- 2015-12-9 1:36:14 โพสต์โดย : LaKorn 4,127 ดูละครย้อนหลัง