มัจจุราชสีน้ำผึ้ง เรื่องย่อละครมัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนจบ

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง เรื่องย่อละครมัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ละครมัจจุราชสีน้ำผึ้ง

เรื่องย่อมัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนที่ 15

ปัทม์ตกใจที่เห็นรจนาไฉนเก็บของลงกระเป๋าเหมือนเตรียมตัวเดินทาง เธอปลอบเขาให้อุ่นใจว่า จัดให้อุรารัตน์ พ่อเลี้ยงหนุ่มโล่งใจ แต่ไม่วายสงสัยว่าทำไมเมียต้องทำดีกับอุรารัตน์ทั้งที่รู้แก่ใจว่าตั้งใจมาสร้างความร้าวฉาน

“เด็กคลอดออกมาก็พิสูจน์ได้นี่คะว่าลูกใคร ถ้าเป็นลูกคุณจริงฉันจะรับดูแลเหมือนลูกและเรายังรักกันเหมือนเดิม อดีตแก้ไขไม่ได้แต่เราทำให้ปัจจุบันและอนาคตสวยงามได้”

ปัทม์ปลื้มในความดีของภรรยา สวมกอดด้วยความรักสุดหัวใจ ดีใจที่เลือกคนไม่ผิด

ฟากอุรารัตนเข้าใจเองว่าปัทม์จะยอมรับในฐานะภรรยา เจ้ากี้เจ้าการให้ปยงค์กับจันทร์เจ้าทำความสะอาดห้องและเตรียมข้าวของอย่างโกลาหล สองสาวใช้หงุดหงิดมากแต่ไม่กล้าหือเพราะเกรงใจรจนาไฉน นงนุชเห็นเจ้านายสาวบ้าอำนาจก็ไม่สบายใจ แถมรู้สึกผิดกับรจนาไฉนที่ทำดีด้วยจึงพยายามเตือนสติอุรารัตน์แต่กลับถูกแหวเสียงเขียว

“ถูกมันร่ายมนต์หรือไงต่อมความดีถึงแตก ฉันไม่เชื่อเรื่องนรกสวรรค์หรอก มันก็แค่นิทานที่พวกคนดีสร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวเอง ในเมื่อไม่มีใครปกป้อง ฉันก็ต้องเอาตัวรอดด้วยวิธีของฉัน”

นงนุชอ่อนใจความเห็นแก่ตัวของเจ้านายสาว คิดหนักจะเกลี้ยกล่อมให้เปลี่ยนใจยังไง…

เวลาเดียวกัน…ปยงค์กับจันทร์เจ้านินทาอุรารัตน์โดยเฉพาะเรื่องท้องกับปัทม์อย่างมันปาก โลมฤทัยผ่านมาได้ยินก็โกรธจัด อาละวาดขว้างปาข้าวของในห้องจนลำเพาต้องเข้ามาห้าม พยายามบอกให้ตัดใจเพราะทนไม่ได้ที่ลูกสาวจะพรากผัวพรากเมียคนอื่นแต่

โลมฤทัยไม่แคร์ จิตใจยังพลุ่งพล่านด้วยแรงริษยา…ฉันไม่ยอมแกแน่นังแอรี่!

ooooooo

รจนาไฉนเห็นใจอุรารัตน์ที่ต้องประสบเหตุการณ์ ร้ายๆ ทั้งเรื่องพ่อเลี้ยงเจงหนีคดีแถมยังตั้งท้องจึงขนข้าวของไปให้พร้อมยาบำรุง ลูกสาวเจ้าพ่อเลี้ยงเหยียดยิ้ม แล้วปาทุกอย่างลงพื้นอย่างไม่ไยดี

“ต่อให้แสร้งทำดียังไงฉันก็ไม่มีวันให้แกเป็นเมียรองหรอก รอลูกฉันคลอดก่อนเถอะ…ฉันจะเฉดหัวแกออกไป”

อุรารัตน์ตวาดลั่นแต่รจนาไฉนปฏิเสธแถมตอกกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นเพราะที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันเป็นภรรยาคุณปัทม์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย”

“แต่เด็กในท้องฉันเป็นลูกของปัทม์”

“คุณปัทม์บอกเองว่าไม่เคยมีอะไรกับเธอ ที่ฉันให้อยู่ก็เพื่อรอวันพิสูจน์ความจริง”

อุรารัตน์หน้าซีดแล้วโวยวายกลบเกลื่อนอารมณ์หวั่นไหว รจนาไฉนยังนิ่ง ยิ้มให้อย่างคนมีสติ และเข้าใจโลก

“ฉันเคยลำบากกว่าคุณ ฉันรู้ว่าเมื่อถึงวิกฤต…คนเราต้องรู้จักเอาตัวรอด แต่เชื่อฉัน…เราหนีความจริงไม่พ้น ความผิดจะตามหลอกหลอนไปตลอดชีวิต ความดีและความจริงใจต่างหากที่ทำให้มนุษย์อยู่ได้อย่างมีความสุข”

อุรารัตน์เริ่มคล้อยตามแต่ไม่ยอมรับ มองรจนา-ไฉนออกจากห้องด้วยแววตาโกรธจัด นงนุชเข้ามาปลอบให้ทำใจเพราะรจนาไฉนมีสิทธิ์ทุกอย่างในฐานะภรรยาปัทม์ อุรารัตนปรี๊ดแตกอาละวาดจนนงนุชเหลืออดหมุนตัวจากไปดื้อๆ อุรารัตน์ยิ่งหัวเสีย พาลลงกับโลมฤทัยที่มาดักรอเพื่อเคลียร์เรื่องปัทม์

“ฉันรู้ว่าเธอต้องการอะไร เธอกำลังผิดหวังที่รู้ว่าปัทม์ท้องกับฉัน แผนการชิงผัวพี่ของเธอยากขึ้น แต่บอกได้เลย…เลิกคิดแย่งปัทม์ได้แล้ว ฉันไม่มีวันยอมรับเมียสามคนในบ้านนี้ ฉันต้องเป็นหนึ่งเดียว”

โลมฤทัยตบหน้าอุรารัตน์ฉาดใหญ่พร้อมเย้ยหยัน “นี่เป็นการเตือนสติให้ตื่นจากโลกแห่งความฝัน”

อุรารัตน์หยิบมีดมาขู่ท้าทาย โลมฤทัยไม่กลัวแถมใจเด็ดแย่งมีดและลากอุรารัตน์ไปที่บันได นงนุชได้ยินเสียงเอะอะจึงรีบไปดู เช่นเดียวกับปยงค์และจันทร์เจ้าก็ไปตามรจนาไฉนกับปัทม์มาห้ามทัพก่อนเรื่องจะลุกลาม

โลมฤทัยบันดาลโทสะทำร้ายอุรารัตน์จนตกบันไดไปนอนนิ่งกับพื้น มีคราบเลือดไหลนอง นงนุชจะไปช่วยก็ถูกฟาดด้วยแจกันจนหัวแตก รจนาไฉนมาทันเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด รีบประคองอุรารัตน์เพื่อนำส่งโรงพยาบาล โลมฤทัยพยายามขัดขวาง รจนาไฉนไม่พอใจแหวน้องสาวเป็นครั้งแรกในชีวิตที่กล้าทำเรื่องร้ายแรงถึงเพียงนี้

“ฉันต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของพี่ บ้านนี้ต้องมีภรรยาเพียงคนเดียวคือพี่เพื่อน…ไม่ใช่มัน!”

รจนาไฉนไม่อยากฟังคำแก้ตัวข้างๆคูๆ รีบพยุงอุรารัตน์ไปขึ้นรถ โลมฤทัยเดือดจัดที่ทุกอย่างผิดแผน

“พี่เพื่อนโง่ไปแล้ว ไม่ได้…ฉันไม่มีวันยอมปล่อยมันไป ให้มันแท้งตายในบ้านนี่แหละ”

“ไม่ต้องเรียกพี่…พี่ไม่มีน้องใจร้ายเกินมนุษย์แบบนี้!”

โลมฤทัยปรี๊ดแตกที่พี่สาวกล้าขึ้นเสียง ตั้งท่าจะตบแต่รจนาไฉนหลบทันและตบกลับทันที

“พี่ต้องการเรียกสติความเป็นคนของเธอคืนมา”

โลมฤทัยจะเอาคืนแล้วชะงัก ปัทม์มาช่วยรจนาไฉนพาอุรารัตน์ส่งโรงพยาบาล ลำเพาก็ตามมาดูแล้วถึงกับหน้าถอดสีเมื่อรู้ว่าเป็นฝีมือโลมฤทัย เธอตามไปต่อว่าถึงห้องแต่ลูกสาวไม่สำนึกจนเธอหมดความอดทนตบหน้าลูกเต็มแรง โลมฤทัยกุมแก้มน้ำตาไหลพรากเพราะไม่เคยคิดว่าแม่จะตบตี ยอกย้อนด้วยความน้อยใจ

“พบผิดหรือคะ พบรักคุณปัทม์แต่มันแย่งไป พบปกป้องสิ่งที่รัก…พบไม่ผิด!”

ลำเพาสงสารลูกแต่ไม่อยากใจอ่อนเพราะกลัวจะได้ใจ พร่ำปลอบหวังให้โลมฤทัยปล่อยวาง

“การรักใครสักคนไม่มีคำว่าผิดหรือถูก มันมีแต่คำว่าใช่หรือไม่ใช่ ในเมื่อเราไม่ใช่สำหรับเขาก็หยุดแค่นี้เถอะ”

“คุณแม่เป็นอะไร ทำไมจู่ๆวันนี้บอกให้พบหยุด”

“วันนี้แกเกือบจะฆ่าคนถึงสองคนนะ ทั้งนังนงนุชกับนังแอรี่ นี่ยังไม่รู้ว่าลูกในท้องมันเป็นยังไงบ้าง แม่ปล่อยให้แกคลุ้มคลั่งเสียสติทำร้ายคนไม่ได้หรอก พอซะที…ผู้ชายไม่ได้มีแค่คุณปัทม์คนเดียว”

โลมฤทัยร้องไห้โฮพร้อมประกาศมิอาจตัดใจจากปัทม์ ลำเพารู้ว่าลูกสาวอยากเอาชนะก็พยายามกล่อม

“ยอมรับความจริงเถอะลูก…บุญวาสนาเรามีแค่นี้ อย่าจองล้างจองผลาญสร้างเวรกรรมอีกเลย ที่เราต้องทรมานใจทุกวันนี้ก็เพราะบาปกรรมที่ทำไว้หนักหนาเหลือเกิน…หยุดเถอะ”

ลำเพาโอบลูกสาวที่ร้องไห้จนตัวสั่น สงสารจับใจที่ต้องอกหักครั้งแล้วครั้งเล่า โลมฤทัยยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ ส่งเสียงกรี๊ดและเป็นลมล้มพับไป ลำเพาถอนใจแล้วพยุงไปที่เตียง หวังว่าลูกสาวจะทำใจได้ในเร็ววัน

ooooooo

รจนาไฉนโล่งใจที่อุรารัตน์กับลูกในท้องพ้นขีดอันตราย นงนุชทำแผลเสร็จก็มาเฝ้าเจ้านายสาวไม่ห่าง รจนาไฉนจึงกลับบ้านไปคุยกับแม่เรื่องโลมฤทัย ลำเพายังทำใจไม่ได้ แหวใส่ลูกสาวคนโตทั้งที่รู้ว่าใครเป็นคนผิด

“คุณแม่คะ…ความดีของเพื่อนไม่เคยเอาชนะใจคุณแม่ได้เลยใช่ไหมคะ”

“การเสแสร้งแกล้งทำไม่เรียกว่าความดี ฉันรู้ว่าแกตั้งใจเย้ยฉัน สะใจใช่ไหมที่ลูกพบอาจโดนนังแอรี่เล่นงาน”

“เพื่อนไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะคะ เพื่อนเองก็อยากช่วยน้องพบ”

“อย่ามัวแต่พูดดี แสดงให้ฉันเห็นสิว่าแกรักและห่วงน้องจริงๆ”

 

รจนาไฉนเสียใจแต่ไม่ท้อ รับปากช่วยพูดกับอุรารัตน์ไม่ให้เอาเรื่องน้องสาว นพรัตน์แอบดูห่างๆ สงสารรจนาไฉนที่ต้องทนรับอารมณ์แม่กับน้องสาวมาตลอดชีวิต เขาไปดักรอเมียในห้องรับรองและเกลี้ยกล่อมให้เข้าใจและเห็นตัวตนแท้จริงของรจนาไฉน

“ถ้าการทำความดีของลูกเพื่อนถูกตีความว่าเสแสร้งแกล้งทำ แล้วการสร้างเรื่องวุ่นวายของลูกพบเรียกว่าอะไร”

ลำเพาทำไขสือไม่รับรู้ นพรัตน์เหนื่อยหน่ายแต่จำต้องพูดแรงเพราะอยากกระตุ้นให้คิด

“คุณควรเปิดตาเปิดใจยอมรับความจริงบ้างว่าลูกพบทำอะไรไว้ อายุก็ปูนนี้แล้ว…แยกแยะให้ออกสิว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา…ใครดีใครร้าย”

ลำเพานึกถึงเรื่องราวของรจนาไฉนกับโลมฤทัยสมัยเด็กๆ เห็นความร้ายกาจของลูกสาวคนเล็กที่ชอบใส่ร้ายและแก่งแย่งทุกอย่างจากพี่สาวเพียงเพราะความอิจฉา ภาพเก่าๆย้อนมาอีกครั้ง ลำเพาถึงกับอ้าปากค้างเมื่อตระหนักถึงความจริงทั้งหมด นพรัตน์เห็นเมียผ่อนท่าทีจึงตัดสินใจพูดสิ่งที่คิดมานาน

“เวลานี้คุณต้องมีความเป็นแม่ให้ลูกเพื่อนมากกว่าเดิม…ยอมรับความจริงบ้างเถอะ หัวใจบริสุทธิ์ของลูกเพื่อนทำความดีโดยไม่ต้องการผลตอบแทนหรือเรียกร้อง คุณยังจะเรียกความดีนี้ว่าการเสแสร้งอีกเหรอ”

“ยี่สิบกว่าปีที่ฉันทำร้ายจิตใจลูก มันคงสายเกินไปจะแก้ตัวหรือร้องขอความเห็นใจ”

“ไม่สายถ้าเรายังหายใจ ผมคิดว่าตัวเองเลือกคู่ชีวิตไม่ผิด แค่คุณรักลูกพบจนละเลยคนที่รักคุณ อย่าทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดเลยนะ ผมคงทนไม่ได้ที่ต้องอยู่กับผู้หญิงไม่รู้จักคิด ไม่รู้จักว่าอะไรดีอะไรเลว” ลำเพาชักนั่งไม่ติดเมื่อได้ยินเขาขู่จะเลิก นพรัตน์ไม่ใจอ่อนแถมสำทับ “นั่นเคยเป็นเรื่องสุดท้ายที่ผมคิดจะทำ แต่มาวันนี้…บอกตามตรงว่าผมเริ่มไม่แน่ใจแล้ว”

ลำเพาเครียดจัดและรู้สึกผิดกับรจนาไฉน…หรือว่าเธอต้องเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อให้ปัญหาคลี่คลาย…

ขณะเดียวกันที่โรงพยาบาล…นงนุชหว่านล้อมอุรารัตน์ให้สารภาพกับปัทม์และรจนาไฉนเรื่องเด็กในท้อง แต่เธอปฏิเสธเพราะไม่อยากเสียหน้าบอกใครว่าท้องกับวราห์ ยืนยันตามแผนการเดิมเพื่อกู้ศักดิ์ศรีตัวเอง นงนุชหมดความอดทนจึงตัดสินใจย้อนแรงๆเพื่อเตือนสติ

“แล้วพอเด็กคลอดพร้อมตรวจดีเอ็นเอ คุณแอรี่จะตอบคำถามลูกว่าใครเป็นพ่อคะ”

อุรารัตน์พูดไม่ออกเพราะไม่เคยคิดว่าจะพลาด นงนุชไม่อยากเห็นเจ้านายสาวเลือกทางเดินผิด พยายามกล่อมให้ปล่อยวางเพื่อความสุขและ
ความสบายใจของทุกคนโดยเฉพาะตัวอุรารัตน์เอง

“คนดีตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ แต่คนที่ทำบาปมีแต่รอวันรับกรรมอย่างสาสม”

อุรารัตน์คิดหนัก ยังทำใจไม่ได้จะสูญเสียทุกอย่าง เมื่อรจนาไฉนกับปัทม์มาเยี่ยมจึงทำหน้าไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อรจนาไฉนขอให้ยกโทษให้โลมฤทัย

“ฉันรู้ว่ามันเลวร้ายไม่สมควรให้อภัย แต่หากคุณเชื่อในการให้อภัย เชื่อว่าคนเราสามารถเปลี่ยนแปลงและพัฒนาได้ ขอโอกาสให้น้องสาวฉันอีกสักครั้ง”

อุรารัตน์ไม่ยอมพูดอะไร รจนาไฉนจะคุกเข่าขอความเมตตา ปัทม์รีบรั้งไว้แต่เธอไม่ยอม

“ปล่อยให้ฉันทำตามที่ใจรู้สึกเถอะค่ะคุณปัทม์ ฉันต้องทำเพื่อน้องพบ”

ลำเพาที่แอบตามมาจากไร่ ได้ยินและเห็นภาพรจนาไฉนทำเพื่อโลมฤทัยไม่ผิดจากที่รับปากก็ถึงกับตัวแข็ง ความรู้สึกผิดถาโถมเพราะไม่เคยเห็นความดีลูกสาวคนโตมาก่อน ได้แต่มองตามห่างๆจากมุมลับตาเมื่อปัทม์ประคองรจนาไฉนที่เดินคอตกออกจากห้องพักของอุรารัตน์

ลำเพากลับบ้านพร้อมความรู้สึกผิด ตรงไปดูแลโลมฤทัยเหมือนเคย เมื่อรจนาไฉนมาหาพร้อมใบหน้าเศร้าหมองที่ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอุรารัตน์ได้ก็ไม่ถือโทษโกรธ แถมพูดจาดีด้วยจนรจนาไฉนแปลกใจ และตกใจเมื่อได้ยินแม่ขออภัยกับความผิดพลาดในอดีต

“แม่ผิดไปแล้วจริงๆ ลูกจะเกลียดจะชังยังไงแม่จะไม่โกรธเลย แต่แม่ขอให้อภัยแม่ด้วย”

“เพื่อนไม่มีวันโกรธหรือเกลียดแม่หรอกค่ะ แต่เพื่อนให้อภัยแม่ไม่ได้เพราะเพื่อนไม่เคยโกรธแม่ บุญคุณแม่สูงส่งเกินกว่าจะขอโทษเพื่อน…เพื่อนรักคุณแม่ค่ะ”

ลำเพากอดลูกสาวคนโตด้วยความรักและตื้นตันใจเป็นครั้งแรก สัญญาจะพาโลมฤทัยกับนพรัตน์กลับกรุงเทพฯ ถ้าเคลียร์เรื่องทุกอย่างได้ ไม่รู้แม้แต่น้อยว่าโลมฤทัยไม่ได้หลับแถมแอบฟังตลอด เธอค่อยๆลืมตาพร้อมกำมือแน่น…แค้นพี่สาวนอกไส้ที่ได้ทุกอย่างดีเกินหน้าไปหมด!

ooooooo

อุรารัตน์พักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหลายวันจึงได้กลับบ้าน เธอตัดสินใจไม่เอาเรื่องโลมฤทัยเพื่อเห็น แก่ความดีของรจนาไฉน นงนุชเองก็ซาบซึ้งน้ำใจปยงค์กับจันทร์เจ้าที่ช่วยทำแผลให้ก่อนถูกส่งตัวไปโรงพยาบาล ย่อตัวลงไหว้ขอบคุณจนสองคนงานแตกตื่นไม่น้อย

อุรารัตน์ไปหาปัทม์กับรจนาไฉนถึงห้องนอนเพื่อสารภาพเรื่องทั้งหมด รจนาไฉนสงสาร พยายามทำดีด้วยจนอุรารัตน์อึดอัดใจ โพล่งออกมาตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ทำไมเธอต้องดีกับฉันด้วย ถ้าเธอเกลียดและกลั่นแกล้งฉัน ฉันคงมีความสุขมากกว่านี้”
อุรารัตน์ตัดสินใจออกจากบ้านปัทมกุลเพื่อจบปัญหาและเริ่มต้นใหม่ รจนาไฉนไม่อยากให้ไปเพราะเป็นห่วง

“คุณต้องอยู่ที่นี่ ฉันปล่อยให้คุณและลูกคุณปัทม์ตกระกำลำบากไม่ได้”

“อย่าห่วงมันเลย มันไม่ใช่ลูกของปัทม์ พ่อมันเป็นผู้ชายเลวๆคนหนึ่ง แต่พวกคุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันยังมีหัวใจของความเป็นแม่ ฉันไม่มีวันทำร้ายลูกฉันเพราะเขาเป็นสิ่งเดียวในชีวิตที่ฉันมี”

ปัทม์กับรจนาไฉนดีใจที่อุรารัตน์คิดได้ รับปากหาบ้านเช่าให้อยู่จนกว่าจะคลอด อุรารัตน์ขอบคุณแล้วเดินออกไป รจนาไฉนจะตามไปถามเรื่องโลมฤทัย ปัทม์รั้งไว้เพราะคิดว่าถึงเวลาที่โลมฤทัยต้องเรียนรู้โลกแห่งความจริงเสียที

อุรารัตน์อยากเคลียร์กับโลมฤทัยเป็นครั้งสุดท้ายแต่เกือบถูกตบเพราะคู่กรณียังไม่หายแค้น เธอเบี่ยงตัวหลบง่ายๆพร้อมขู่ฟ้องกลับถ้าโดนทำร้ายอีกครั้ง ลำเพารีบปรามโลมฤทัยให้สงบสติอารมณ์เพราะเป็นฝ่ายผิดจริง อุรารัตน์ผ่อนท่าทีเกรี้ยวกราดแต่ก็อดกระแนะกระแหนไม่ได้

“ฉันไม่เอาเรื่อง ไม่ใช่ฉันให้อภัยแต่ฉันแพ้ความดีของพี่สาวแก…ถ้าแกทำดีได้แค่เสี้ยวของรจนาไฉน โลกนี้คงน่าอยู่ขึ้นเยอะ แกกำลังจะไปจากที่นี่ก็ดีแล้ว คนเลวอย่างแกไม่ควรทำให้คนดีต้องมัวหมอง”

ลำเพาดีใจที่ลูกสาวจะไม่โดนดำเนินคดี นึกขอบคุณรจนาไฉนจากใจจริง ต่างจากโลมฤทัยที่โกรธหนักกว่าเดิมเพราะอิจฉาพี่สาว…ฉันไม่ปล่อยแกให้เป็นเสี้ยนหนามในใจแน่นังเพื่อน!

เรื่องของอุรารัตน์จบลงด้วยดี ปัทม์จึงถือโอกาสพาภรรยาคนสวยไปเดินเล่นและขอแต่งงานอีกครั้ง

“ฉันไม่ต้องการค่ะ แค่มีโอกาสอยู่กับคุณอย่างนี้ ฉันก็ดีใจที่สุดแล้ว”

“ไม่ได้…ฉันต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่าพ่อเลี้ยงปัทม์มีภรรยาแสนดีแค่ไหน”

โลมฤทัยแอบดูภาพหวานชื่นด้วยความริษยา วางแผนจัดการกับรจนาไฉนขั้นเด็ดขาด!

ooooooo
โลมฤทัยลงทุนซื้อยาพิษมาฆ่ารจนาไฉนให้หายแค้น จัดการผสมในน้ำส้มและถือไปให้ที่ห้อง สวนกับปัทม์ที่ลงจากห้องไปยังงานเลี้ยงที่จัดเพื่อภรรยาโดยเฉพาะ เขายังวางตัวเฉยชาเหมือนเดิมจนโลมฤทัยหงุดหงิด ทวีความเกลียดชังรจนาไฉนที่เป็นตัวการให้เธออกหักรักคุดแบบนี้

รจนาไฉนกำลังแต่งตัวเมื่อน้องสาวมาหา โลมฤทัยก้มลงกราบและขอโทษพี่สาวสำหรับทุกอย่างที่เคยทำไม่ดี

“พบรู้ว่าสิ่งที่เคยทำร้ายแรงเกินให้อภัย พบสัญญาจะไม่ทำให้เดือดร้อนใจอีก พบจะกลับกรุงเทพฯพรุ่งนี้”

“พี่จะดีใจมากถ้าเธอคิดแบบนั้นจริงๆ ยังไงเราก็เป็นพี่น้องกันนะจ๊ะ”

โลมฤทัยยิ้มจริงใจและยื่นแก้วน้ำส้มให้ รจนาไฉนแปลกใจแต่ก็รับมาดื่ม ลำเพามาห้ามทันเวลาพร้อมปัดแก้วแตกกระจายเต็มพื้น บอกว่าเห็นกล่องยาพิษในห้องทำให้รู้ว่าโลมฤทัยจะก่อเรื่อง รจนาไฉนมองคราบของเหลวที่กลายเป็นฟองฟู่อย่างตื่นตะลึง ลำเพาต่อว่าและตบลูกสาวคนเล็กเต็มแรงแต่โลมฤทัยก็ไม่สำนึก

“แม่ไปช่วยมัน แม่ช่วยนังลูกเลี้ยง แม่ไม่รักพบแล้ว”

“ฉันรักแกแต่ฉันเกลียดความแค้นในใจแก คิดฆ่าได้แม้แต่พี่สาวตัวเอง”

“มันไม่ใช่พี่สาวพบ มันเป็นลูกเลี้ยง เด็กข้างถนน พบเกลียดมัน ชีวิตมันได้ดีกว่าพบทุกอย่าง”

รจนาไฉนเห็นแม่กับน้องสาวเถียงกันก็ไม่สบายใจ พยายามห้ามทัพและเตือนสติโลมฤทัย

“ไม่มีใครรักคนเลวได้หรอก…ถ้าคุณปัทม์รู้ว่าพบฆ่าพี่เขาไม่มีวันให้อภัยแน่ ทุกคนจะเกลียดพบและพบก็ต้องเจอกับความเจ็บปวดทั้งชีวิต ผลลัพธ์ที่ได้มีแต่ ความทุกข์”

“ไม่ต้องมาสอน…จะจับฉันเข้าคุกก็เอาสิ เรียกตำรวจมาจับฉันเลย ฉันไม่อยากฟังคำสอนงี่เง่าของแก”

“พี่ไม่ทำหรอก แค่ปล่อยให้เธอโดดเดี่ยวก็ทำร้ายเธอมากพอแล้ว พรุ่งนี้ไปจากที่นี่ซะ…ไปตามทางของเธอ”

โลมฤทัยอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าพี่สาวที่เคยยอมตลอดจะไล่ออกจากบ้าน รจนาไฉนถอนใจหนักๆด้วยความเครียด ข่มเสียงตัวเองสุดความสามารถทิ้งท้ายก่อนโลมฤทัยจะออกจากห้อง

“แต่พี่ให้อภัยคนที่รู้สึกตัวเสมอนะ ถ้ารู้จักคิดและสร้างความดีเมื่อไหร่ กลับมาที่นี่…พี่พร้อมให้โอกาส”

โลมฤทัยกลับห้องพร้อมความพ่ายแพ้ ร้องไห้โฮออกมาด้วยความคับแค้นใจ ลำเพาแอบดูก็อดสงสารไม่ได้ อยากเข้าไปปลอบใจแทบขาดแต่พยายามห้ามตัวเองเพราะอยากให้ลูกได้บทเรียนชีวิตจริงๆสักที

ปัทม์ต้อนรับแขกอยู่นานก็ตัดสินใจมาตามรจนาไฉน สวนกับเธอที่บันไดพร้อมใบหน้าซีดเหมือนตกใจอะไรบางอย่างจึงถามด้วยความเป็นห่วง รจนาไฉนไม่อยากบอกให้กังวลใจจึงโกหกว่าโลมฤทัยไม่ค่อยสบาย ปัทม์ไม่ค่อยเชื่อแต่ไม่อยากเซ้าซี้ ประคองเธอลงไปร่วมงานด้วยท่าทางภูมิใจที่สุด

วราห์ก็มาร่วมงานแถมขู่พวกหน่อเอเรื่องค้าแรงงานผิดกฎหมาย พวกชาวดอยไม่กลัวเพราะปัทม์จัดการ

เรื่องบัตรประชาชนให้ทุกคนในหมู่บ้าน ปลัดหนุ่มถึงกับหน้าม้าน ผลุนผลันไปสงบสติอารมณ์ที่มุมลับตา รู้สึกเหมือนมีคนเดินผ่านด้านหลังแต่ไม่อยากสนใจเพราะกำลังหงุดหงิดได้ยินเสียงปัทม์พูดเปิดงานบนเวทีจึงเข้าไปดูแบบเสียไม่ได้

“ชีวิตผมผ่านเหตุการณ์เลวร้าย เคยหมดศรัทธาในชีวิต ความรักและความดี…จนผมมาพบกับผู้หญิง

คนหนึ่ง” เขาส่งสายตาหวานให้ภรรยาจนเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งงาน “เธอทำให้ผมเชื่อในการให้โอกาสคน เชื่อในการสร้างความดีแม้เราจะด้อยค่าในสายตาใครต่อใคร ผู้หญิงคนนี้ทั้งบอกและแสดงเป็นตัวอย่าง เธอทำให้เห็นว่าการสร้างความดีโดยไม่หวังผลมีค่าและมีความสุขแค่ไหน”

รจนาไฉนเขินจัด ปัทม์ยังส่งสายตาหยาดเยิ้ม

พร้อมประกาศให้ทุกคนรับรู้ถึงความรักยิ่งใหญ่ที่มีต่อภรรยา

“ความรักทำให้เรามีความมุ่งมั่นและเชื่อมั่น

ในการทำดี เธอคือกำลังใจสำคัญผลักดันให้ผมมาถึง

จุดนี้ ภรรยาที่รักของผม…ผมรักเธอจนหมดหัวใจ งานวันนี้ผมจัดเพื่อเธอคนเดียว รจนาไฉน…ภรรยาที่ผมรักมากที่สุดครับ”

ทุกคนปรบมือเสียงดังด้วยความปลื้มปีติ ทันใดนั้นเอง…พ่อเลี้ยงเจงก็โผล่มาคั่นกลางระหว่างสองสามีภรรยา ศักดิ์ตามมาจ่อปืนที่หัวรจนาไฉน ส่วนพ่อเลี้ยงเจงเล็งปืนไปที่ปัทม์ วราห์จะหนีออกจากงานจึงถูกพ่อเลี้ยงเจงยิงสกัดแถมบังคับให้สารภาพว่าร่วมค้ายาด้วย ปลัดหนุ่มกลัวตายยอมสารภาพ ปวุฒิกับพูนทวีจะเข้าไปไกล่เกลี่ยสถานการณ์แต่โดนลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงต่อยจนคว่ำ รจนาไฉนร้องไห้พลางขอร้องให้หยุดเรื่องเลวร้ายทุกอย่าง

พ่อเลี้ยงเจงแสยะยิ้มแล้วโยนปืนให้ปัทม์ สั่งให้ยิงรจนาไฉนเพื่อแลกกับชีวิตทุกคน ปัทม์ตัดสินใจจะยิง ตัวเองเพื่อจบปัญหาแต่พ่อเลี้ยงเจงไม่ยอม ขู่ฆ่าทุกคนถ้าปัทม์ไม่ทำตาม ขณะที่ทุกอย่างกำลังเลวร้าย…อุรารัตน์ก็โผล่เข้ามาในงาน ดึงปืนจากมือปัทม์และห้ามพ่อไม่ให้ก่อกรรมทำชั่วอีก

“พวกเขาดีเกินกว่าที่เราจะทำลายค่ะ ตอนพ่อไม่อยู่เกิดเรื่องมากมาย…รจนาไฉนดีกับลูกมาก ทั้งที่ชั่วชีวิตนี้ลูกไม่เคยสร้างความดีอะไรกับเธอแม้แต่อย่างเดียว ลูกแพ้ความดีของผู้หญิงคนนี้ค่ะ”

อุรารัตน์ยอมแลกชีวิตตัวเองเพื่อไถ่โทษ เธอขอร้องให้พ่อมอบตัวเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้งกับเธอและหลานที่กำลังจะเกิด พ่อเลี้ยงเจงโผกอดลูกสาวแน่นด้วยความรัก เช่นเดียวกับปัทม์กับรจนาไฉนที่รู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่ ปวุฒิกับพูนทวีช่วยกันคุมตัวผู้ต้องหาไปดำเนินคดี ทุกคนในงานพากันถอนใจโล่งอกที่ทุกอย่างจบลงด้วยดี

ooooooo

วันเวลาผ่านไป…อุรารัตน์ยอมรับความจริงได้ดีโดยเฉพาะเรื่องพ่อเลี้ยงเจงกับลูกน้อยที่กำลังจะเกิด วราห์ต้องโทษฐานสมรู้ร่วมคิดค้ายา เขาพยายามขอคืนดีกับอุรารัตน์แต่เธอไม่ยี่หระแม้แต่น้อย ส่วนพูนทวีกับปวุฒิกลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ความขัดแย้งค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นมิตรภาพที่ดีต่อกันมากขึ้น
ฝ่ายครอบครัววิชนีเดินทางกลับกรุงเทพฯหลังงานฉลองไม่นาน โลมฤทัยยังทำใจไม่ได้แต่ก็นิ่งลงมาก

ลำเพาอยากปลอบประโลมลูกเหมือนเคยแต่นพรัตน์ห้ามไว้

“ลูกโตแล้ว…ถึงเวลาที่ต้องต่อสู้และเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง ประสบการณ์จะเป็นครูสอนและเตือนใจให้โลมฤทัยหันมาระลึกถึงความดีและการทำความดีให้เพื่อนมนุษย์บ้าง”

ลำเพาเห็นด้วย…หวังว่าเวลาจะช่วยให้สถานการณ์ของลูกสาวคนเล็กดีขึ้น

ด้านปัทม์กับรจนาไฉน…ขี่ม้าชมไร่ด้วยกันอย่างมีความสุข พ่อเลี้ยงหนุ่มประคองภรรยาคนสวยลงจากหลังม้าและตระกองกอดด้วยความรัก ปลื้มใจเหลือเกินที่ได้อยู่เคียงข้างกัน

“คุณทำให้โลกของผมเปลี่ยนไป ความดีของคุณเป็นแสงสว่างนำทางให้ผม”

“ฉันมีความลับจะบอกค่ะ ฉันถูกส่งจากเบื้องบนมาจัดการกับมัจจุราชที่ทำร้ายหัวใจคน…ตอนนี้ต้องกลับแล้ว”

“งั้นคุณกลับไม่ได้แล้วล่ะเพราะภารกิจล้มเหลว มัจจุราชคนนี้ยังเป็นมัจจุราชที่ทำร้ายหัวใจทุกดวง”

“แน่ใจเหรอคะ พ่อเลี้ยงปัทม์…มัจจุราชสีน้ำผึ้ง… มัจจุราชที่เหลือเพียงความอ่อนโยนและความอ่อนหวาน”

“จริงสิ…งั้นลองมาชิมสิว่าฉันหวานแค่ไหน”

ปัทม์จะจูบแต่เธอเบี่ยงหน้าหนีเขินๆ ทั้งคู่ดีใจที่ได้ ครองรักในอาณาจักรสวยงามราวเจ้าหญิงกับเจ้าชายในตำนาน

ooooooo

-อวสาน-

เรื่องย่อละคร ที่มา: นิยายไทยรัฐ

—————————————————-

ละครมัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ออกอากาศ: ทุกวันจันทร์ – อังคาร เวลา 20.30 น.

นำแสดงโดย: เคน ธีรเดช, น้ำตาล พิจักขณา, ต๊ะ วริษฐ์, สายป่าน อภิญญา, บอย พิษณุ, ไอซ์ อภิษฎา, เดี่ยว สุริยนต์

บทละครโดย: อุปถัมภ์ กองแก้ว

อำนวยการผลิตโดย: บริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด

กำกับการแสดงโดย: ภวัต พนังคศิริ

 

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง เป็นเรื่องราวของครอบครัว “วิชนี” ตระกูลไฮโซชื่อดัง กำลังประสบปัญหาทางการเงิน คุณลำเพา (ฮันนี่ – ภัสสร) และ คุณนพรัตน์ (สุเชาว์) จึงต้องรีบแก้ปัญหา โดยการไปทวงสัญญา กับ คุณเปรม ปัทมกุล (ต่อง – สาวิตรี) เจ้าของไร่ชาแห่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะให้ ปัทม์ (เคน – ธีรเดช) ลูกชายคนเดียวของครอบครัว ปัทมกุล แต่งงานกับลูกสาวของครอบครัววิชนี ปัทม์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องยอมทำตามข้อตกลง ส่วนครอบครัววิชนี โลมฤทัย (สายป่าน – อภิญญา ) น้องสาวคนเล็ก เมื่อรู้ว่าตนเองต้องแต่งงานกับชายที่ไม่รู้จัก และคิดเอาเองว่าต้องเป็นพวกชาวไร่ชาวสวน ก็ไม่พอใจ จึงไปบังคับรจนาไฉน (น้ำตาล – พิจักขณา) พี่สาวแสนดีของเธอให้ไปแต่งงานแทน เพราะ รจนาไฉนไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริง ควรที่จะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ รจนาไฉนไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมแต่โดยดี เธอตัดสินใจเลิกกับคนรัก ปวุฒิ (ต๊ะ – วริษฐ์) แต่หารู้ไม่ว่า เธอจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของมัจจุราชอย่างปัทม์ ที่มีอคติและเกลียดชังรจนาไฉน เพราะเข้าใจว่าเธอยอมแต่งงานเพื่อเงินสินสอด ปัทม์จึงตั้งใจว่าจะสั่งสอนและแก้แค้นผู้หญิงหิวเงินอย่างรจนาไฉน เรื่องราวของปัทม์และรจนาไฉน จะจบลงอย่างไร ความดีของรจนาไฉนจะเปลี่ยนพญามัจจุราชอย่างปัทม์ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

เรื่องย่อละครมัจจุราชสีน้ำผึ้งจบบริบูรณ์ ] [ ดูมัจจุราชสีน้ำผึ้งย้อนหลัง]

ละครย้อนหลัง >ละครย้อนหลังช่อง 3 > อ่านละครออนไลน์

  •   
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง, อ่านละครออนไลน์
- 19-06-2013 11:39:40 โพสต์โดย : zoomza 546 ดูละครย้อนหลัง
loading...
  • ละครย้อนหลังล่าสุด

  • ผลหวย ตรวจหวย