อ่านละครออนไลน์ สะใภ้จ้าวออนไลน์ ตอนที่ 17 จบบริบูรณ์

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครสะใภ้จ้าวออนไลน์ ตอนที่ 17

สะใภ้จ้าว
สะใภ้จ้าว

สะใภ้จ้าว ตอนที่ 17

วันต่อๆมา ที่ห้องนั่งเล่น ตำหนักใหญ่

เสด็จประทับที่เก้าอี้ ทอดเนตรข่าวหน้าสังคมแต่ไม่ใช่คอลัมน์ของวิรงรอง สอางค์ สร้อย มาลา วรรณานั่งรายล้อมหน้าตาไม่สู้ดีตามไปด้วย แต่เสด็จทรงเลิกพระขนง ตรัสมีแววขัน
“ตาย นี่ฉันเป็น “เจ้าย่ายุคจรวด ใช้สมบัติล่อพระลอหลานชายแทนไก่ ให้มาสู่สมกับพระเพื่อนพี่แพงน้อง” ต๊าย…..เจ้าย่ายุคจรวด”
“มันบังอาจมากนะเพคะ เขียนข่าวจาบจ้วงถึงขนาดนี้” สอางค์บอก
“แต่ไม่ได้ออกชื่อ ออกพระนาม อย่ากริ้วเลยเพคะ”
“ใครว่าฉันโกรธล่ะ มันน่าขันออกจะตาย เอ….ไม่ใช่คอลัมน์ยายติ่ง นี่ฝีมือใครกัน”
“กำลังสืบอยู่เพคะ”
สร้อยบอก “นี่หม่อมฉันก็จะไปสืบความที่บ้านสวนเพคะ ว่าแม่สองคนนั่นกำเริบเสิบสานไปให้
ข่าวหรือเปล่า ฮึ ถ้าจริงฉันจะเอาเรื่องมันให้จมธรณี”
เสด็จมองสร้อยอย่างระอาใจ แต่ไม่ได้ทรงห้ามปราม

ที่เคาน์เตอร์ห้องสมุด ลลิตา บราลี แว่น สุมหัวกันอ่านหนังสือพิมพ์หน้าสังคมตามเคย
ลลิตาบอก “ถึงไม่เอ่ยชื่อ แต่ก็รู้ว่าวังวุฒิเวสม์”
“งั้นที่ยายสาบอกว่า พี่สาวเป็นคู่หมั้นคุณชายรองก็จริงน่ะซี” บราลีบอก
“พี่สาวคนสวยคนนั้นใช่ไหมครับ คุณสาก็สวยคมขำ คุณศรีก็สวยหวานแอร่ม”
“แล้วยังไงยะ คุณชายรองจะรวบทั้งพี่ทั้งน้อง เป็นคุณชายเทครัวหรือ” ลลิตาว่า
“ข่าวเขาเรียกว่าพระลอยุคจรวดย่ะ เอ๊ะ..ทำไมคุณจินนี่ยังไม่มาอีก” บราลีว่า
จิตริณีถือแฟ้มเดินมา ไนเจิลเดินตามมายังเคาน์เตอร์ ลลิตา บราลี โยนหนังสือพิมพ์ทิ้ง แว่นรีบรับมาอ่าน
ลลิตาถลาไปพิมพ์เป็นข้าวตอกแตก บราลีไปปั๊มหนังสือคืนเป็นจักรผัน แต่หูกางผึ่ง
“บอสคะ ฉันมาทานกลางวันกับแบรี่และโลลิต้า คุณตามชั้นมาทำไม”
“จินนี่ เมื่อไหร่จะยอมผมซะที”
“ยอมอะไรคะ”
“ยอมรับคำขอโทษของผมไง โธ่….นี่เห็นไหม ผมใส่เนคไทของคุณแล้ว เราดีกันนะ”
“ไม่ค่ะ เพราะสิ่งที่คุณทำ มันยากที่จะให้อภัย มันคือการปลุกปล้ำ ล่วงเกินทาง
เพศนะคะ”
ทั้งหมดหยุดกิจกรรมแล้วหันมามองทั้งคู่ทันที
“คืนนั้นผมเมา ผมลืมตัว ผมทำลงไปเพราะความหึงหวง ถึงได้จับมือถือแขน จับเนื้อต้องตัว กอดรัดฟัดเหวี่ยง แล้วบดขยี้คุณด้วย…”
ลลิตาโพล่งอย่างลืมตัว “หา…บดขยี้อะไรคะ”
“บอสคะ ไม่ต้องอธิบายค่ะ”
บราลี ลลิตา แว่นอ้าปากค้าง
“ให้อภัยผมนะ ผมขอโทษจริงๆ”
จิตริณีใจอ่อนลง
“ก็ได้ค่ะบอส”
“ขอบคุณมากจินนี่”
“ฉันยังพูดไม่จบ ฉันจะให้อภัยคุณ ถ้าคุณรับลินซี่กลับมาทำงาน”
บราลี ลลิตา แว่น ยิ้มให้กันทันที
“ไม่มีปัญหาครับ เพราะผมยังไม่ได้ไล่เธอออกนี่ ผมทำตามที่คุณบอกไง ให้เธอลาพักร้อน”
จิตริณียิ้มยั่ว “ขอบคุณค่ะ”
“ทานกลางวันกับผมนะ”
“ได้ค่ะ เชิญนั่งสิคะ”
“ไม่ครับ ต้องสองต่อสอง”
จิตริณีจับเนคไท แล้วลูบแผงอก
“เนคไทนี่..ทำให้คุณหล่อขึ้นนะ”
จิตริณียิ้มเซ็กส์แล้วเดินยั่วกรายผ่านไนเจลไป ไนเจลกลืนน้ำลายเอื๊อก
“จินนี่”
ไนเจลตามไป
“ลินซี่จะกลับมาทำงานแล้ว” ลลิตาบอก
“บอสล่วงเกินอะไรคุณจินนี่ จับเนื้อต้องตัว กอดรัดฟัดเหวี่ยง”
บราลีบอก “ฉันสนใจตอนบดขยี้นี่แหละ บดขยี้กันยังไง ตรงไหน ตำแหน่งอะไร”

รถของบ้านราชดำริแล่นมาจอดหน้าประตูรั้วบ้านสวน ภายในรถตอนหลัง สร้อยนั่งเชิดอยู่ ส่วนสอางค์มีท่าทั้งโกรธ ทั้งเศร้า ประตูรั้วเปิดอยู่ แต่ไม่มีคน
“ประตูเปิดอยู่น่ะครับ ผมบีบแตรก่อนไหมครับ” ยอดบอก
“ไม่ต้องพิธีรีตองมาก ขับเข้าไปเลย” สร้อยบอก
ยอดขับเข้าบ้าน สองคนลงจากรถยืนมอง
“จะดีเหรอ” สอางค์ว่า
“ดีสิคะคุณพี่”
สร้อยเดินนำสอางค์ตาม

สอางค์และสร้อย เดินมาหลังบ้าน เลียบเทอเรซเข้ามา คุณตา คุณยายนั่งอยู่บนยกพื้น ที่นอกชานอุ่นเรือนกำลังหั่นผัก เช่น ก้านคะน้า ขิง ลงแช่ในน้ำปูนใส ส่วนสาลิน กับยายพิณเอาหัวผักกาดเค็มลงเรียงในกระด้งผึ่งแดด แล้วมานั่งข้างศรีจิตราที่กำลังหั่นผักเช่นกัน
“คุณแม่ขา ทำไมหัวไชเท้าเค็ม เขาถึงเรียกหัวไชโป๊ล่ะคะ”
ยายหมั่นไส้
“เพราะมันถูกลอกเปลือก ไม่นุ่งผ้ามั้งยะ มันถึงได้โป๊”
สาลินหัวเราะคิก ศรีจิตราขำ อุ่นเรือนอ่อนใจ
สอางค์และสร้อยมาถึงเชิงบันได สร้อยตาเบิกกว้าง
“ว้าย….พวกมันคุยกันเรื่องแก้ผ้าค่ะคุณพี่” สร้อยว่า
ที่ชานเรือน สาลินหยิบขิงในน้ำปูนใสที่จะทำซีเซ็กไฉ่ขึ้นมา
“แล้วทำไมผักรวมดองที่แม่กำลังทำ ถึงได้เรียกซีเซ็กไฉ่ล่ะคะ หนูไม่เห็นมันจะเซ็กซี่
ตรงไหน”
“เซ็กภาษาจีนลูก ไม่ใช่เซ็กซ์ภาษาฝรั่ง”
“ว้าย มันคุยเรื่องเซ็กซ์ต่อค่ะ เป็นจีนควบฝรั่ง”
สอางค์ดมยาดม ตาผลเดินมาข้างหลังสองพี่น้อง
“สวัสดีครับ”
สร้อยร้อง “ว้าย”
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”
“มาตอนนี้แหละ”
“งั้น…..ผมไปรายงานคุณท่านก่อน”
ผลเดินนำสองสาวเข้ามา
“คุณผู้หญิงบ้านราชดำริมาครับ”
สร้อย อางค์ ก้าวมายืนเชิด สร้อยเชิดเต็มร้อย แต่สอางค์ยังลังเล อุ่นเรือน ศรีจิตรา สาลิน ยกมือไหว้ สอางค์เกือบร้องไห้จะเข้าไปกอดสาลินและศรี แต่สร้อยกรายแขนออกขวางไว้
“เอากองไว้ตรงนั้นล่ะย่ะ”
คุณยายหน้าบึ้ง คุณตาหนวดกระดิก ยายพิณขยับผ้าแถบ
“สวัสดีค่ะ คุณพ่อคุณแม่”
ตา ยายรับไหว้ สร้อยมองสอางค์อย่างตำหนิ
“คุณพี่เชิญนั่งในเรือนก่อนเถอะค่ะ” อุ่นเรือนบอก
“ไม่ล่ะย่ะ ฉันกลัวตัวเสนียดจังไรจะมาติดตัวฉัน”
สาลินโกรธจนขำ
“คุณป้าขา ตัวเสนียดนี่หน้าตาเป็นยังไงหรือคะ”
“ยายสา จุ๊ๆๆๆลูก”
สร้อยขยับตัวก้าวมา
“อ้อ ยังดี ยังสอนลูกให้มีสัมมาคารวะ รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”
“ย่ะ แต่หล่อนน่ะ คงไม่มีใครสอน ถึงได้ไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักหัวหงอก หัวดำ” ยายว่า
สร้อยและสอางค์สะดุ้งเฮือก คุณตา คุณยาย ลุกมาเชิดไม่แพ้กัน
“มีธุระอะไรก็ว่ามา” ตาบอก
“เอ้อ ดิฉันมาเรื่องยายศรี ยายสา กับคุณชายรองน่ะค่ะ” สอางค์ว่า
สาลิน ศรีจิตรา มองหน้ากันอย่างงง ๆ ศรีจิตราบีบมือสาลิน
“ข่าวในหนังสือพิมพ์มันบอกว่าหล่อน 2 คนน่ะ ยินดีพลีกายให้คุณชายรองเชยชมพร้อมๆกัน”
“เสด็จทรงกริ้วแหว ดิฉันถึงต้องมาถามว่าเกิดอะไรขึ้น” สอางค์ว่า
“คุณป้าขา ไปเชื่อหนังสือพิมพ์ทำไมคะ คุณรองบอกว่าจะแต่งกับยายสา ไม่ใช่หนู”
“ใช่ คุณชายพูดอย่างนั้น แต่หล่อนสองคนวางแผนอะไรไว้รึเปล่า พอเกิดเรื่องฉัน คิดว่าจะถึงกับตัดพี่ตัดน้อง ที่ไหนได้มากอดกันหน้าระรื่น หรือว่าตกลงกันได้ จะเป็นพระเพื่อนพระแพงยุคจรวดเหมือนในข่าว แม่พี่จะเป็นหลวง นังน้องจะเป็นน้อยงั้นสิ”
สาลิน ศรี อุ่นเรือน พูดไม่ออก แต่คุณยายเต้นผาง
“นี่แม่ผู้ดีแปดสาแหรกเก้าไม้คาน พูดอะไรให้เกรงหัวหงอกบ้าง” ยายบอก
“ฉันไม่เกรงทั้งหัวหงอกหัวดำนั่นแหละ ต๊าย…หลานทำเรื่องบัดสี กลับมายุยงส่งเสริม”
“ฉันไปส่งเสริมอะไรยะ”
“ก็เมื่อกี้ฉันได้ยินเต็ม 2 หู ต๊ายพูดกันให้โป๊ ให้ไปแก้ผ้า”
คุณยายมองสาลิน สาลินมองกระด้งหัวไชโป๊
สร้อยลอยหน้า
“ซ้ำ…นังแม่ก็พูดเอง เซ็กซ์จีน เซ็กซ์ฝรั่ง ดีนะยะ ไม่มีกามสูตร เซ็กซ์แขก”
อุ่นเรือนมองศรีจิตรา ศรีจิตรามองผักในมือ ทุกคนโกรธจนขำ
“คุณป้าขา หนูกับแม่กับคุณยาย กำลังตากหัวไชโป๊ แล้วก็ทำซีเซ็กไฉ่กัน”
สร้อย สอางค์ชะงักหน้าแตก แต่สร้อยก็ยังเชิดหน้า
“แกอย่ามาทำตะแบงข้าง ๆ คู ๆ ยังไงแกก็ตัวต้นเหตุแห่งความงามหน้า”
“ใครกันแน่ยะที่ตะแบง ที่คุณชายรองมารักยายสาไม่ใช่เรื่องงามหน้า แต่เป็นเรื่องได้หน้าต่างหากล่ะยะ”

“อ้อ….ผู้ใหญ่ก็เป็นซะเอง ที่เลวว่าน่ารัก ที่เป็นกงจักรก็ว่าดอกบัว”

คุณตาโบกมือ ตาผลเข้าห้องไป คุณตาก้าวมา

“นี่ไม่ต้องมาสำบัดสำนวน ที่หลานฉันทำอาจจะไม่ถูกหมด แต่ก็ไม่ได้ไปทำผิดคิดร้ายอะไร”
“คนที่เป็นผู้ใหญ่น่ะ มีอะไรก็ต้องเยือกต้องเย็น มาคิดอ่านแก้ไขกัน ไม่ใช่มาด่ากันฉอด ๆ เอ๊ะ….หรือว่ายังไม่ใช่ผู้ใหญ่พอ เพราะยังไม่มีผัวกันทั้งคู่” ยายว่า
สร้อยสะดุ้งสุดตัว สอางค์ยกมือทาบอก
สาลินหัวเราะพรืดหนึ่ง ศรีจิตรารีบตะครุบปากตัวเอง อุ่นเรือนกัดริมฝีปากกลัวหลุด
สร้อยชี้นิ้วถลาเข้าไป สอางค์ดึงไว้ สร้อยหัวทิ่ม
“อี… อีพวกไพร่ อีพวกอาซิ่มบ้านสวน ต่ำเหมือนเลนเหมือนตม”
“แม่สร้อย พอ ๆ” สอางค์บอก
ตาผลกลับมาข้างคุณตา
สร้อยหันมาเถียง
“ไม่พอค่ะไม่พอ ปล่อยหนู”
สร้อยผลักสอางค์หมุนคว้างไป หันไปหาคุณตาคุณยาย
“หนูจะด่ามันให้”
ส่วนสร้อยถลาไป หน้าชนเข้ากับกระบอกปืนยาว
“เป็น…ชุด”
“เรอะ พ่อก็จะยิงเป็นชุดเหมือนกัน” ตาบอก
สร้อยตาเหลือก สอางค์ร้องวี๊ด อุ่นเรือน สาลิน ศรีจิตราตกใจ ยายพิณส่งสากให้คุณยาย สร้อยฉีกยิ้มขยับถอย โบกมือโบกไม้
“คุณตาขา คุณยายขา เราผู้ใหญ่กันแล้ว มีอะไรก็ต้องเยือกต้องเย็นมาคิดอ่านแก้ไขกันดีกว่านะคะ” สร้อยกลับลำ
“ไม่เย็นแล้วโว้ย” ตาบอก
“ไม่แก้ ไม่ไขอะไรทั้งนั้น” ยายบอก
“ตาย ! อีชาววังบางกระตุ๋ย”
คุณตายิงปืนขึ้นฟ้าเปรี้ยง สร้อยร้องกรี๊ดวิ่งเตะกระด้งกล้วยตากกระจาย สอางค์วิ่งตามไป

สร้อยวิ่งนำ สอางค์วิ่งตาม อ้อมไปทางหลังบ้านที่รถจอด ยอดยืนรออยู่ รถหันหัวพร้อมออกประตูอยู่แล้ว
“มีอะไรกันครับคุณท่าน”
“นายยอด ช่วยด้วย” สอางค์บอก
สร้อยสั่ง “รีบออกรถเลย”
สอางค์ สร้อยจะขึ้นรถ คุณตา คุณยายตามมา พร้อมทั้งกลุ่ม คุณตายิงปืนขึ้นฟ้า นายยอดสะดุ้งโหยงรีบยกมือไหว้
“คุณตา คุณยาย อย่ายิงครับ ใจเย็น”
“ไม่เย็นแล้ว ไป ออกไปจากบ้านข้า อีผู้ดีตีนแดง”
ยอดขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ตาผลรีบวิ่งไปปิดประตูรั้ว ทุกคนมองหน้ากัน คุณยายยังถือสาก ทุกคนหัวเราะพรืดออกมาพร้อมกัน

สองวันต่อมาที่ไนท์คลับ “เดอะ คาสเซิล”ตอนกลางวัน โสภาพรรณประคองอัศนีย์มาที่โซฟายาว อัศนีย์ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน
“ระวังนะคะ”
ขาดคำ โสภาพรรณก็หงายหลัง อัศนีย์ร้องอุทาน ล้มทาบทับโสภาพรรณบนโซฟา
“โอ้ย ขอโทษครับ ผมไม่น่าเลย”
“สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ”
โสภาพรรณหน้าแดง อัศนีย์มองอย่างเผลอไผลหลงใหล โสภาพรรณตะลึง
“คุณโสภาพรรณ คุณสวยเหลือเกิน”
“ขอบคุณค่ะ สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ”
อัศนีย์ก้มลงจุมพิต โสภาพรรณระทวย ประตูเปิดผัวะออก วิรงรองเข้ามา
“อาร์นี่ ว้าย”
โสภาพรรณเบิกตากว้าง ผลักอัศนีย์ลอยขึ้นทั้งตัวไปนั่งลงบนโซฟาเดี่ยวตรงข้าม แล้วลุกขึ้นเอียงอาย หน้าแดงแล้วก้มหน้าปิดชายกระโปรงเกือบขาด
“ไม่มีอะไร คุณโสภาพรรณตัวเล็กนิดเดียว ประคองฉันไม่ไหวก็เลยหกล้มแค่นั้น ใช่ไหมฮะ คุณโสภาพรรณ”
“สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
โสภาพรรรณรีบออกจากห้องไป
“นี่หมอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วหรือคะ”
“โธ่…..ไม่เป็นอะไรมากซักหน่อย แล้วก็เป็นห่วงไนท์คลับด้วย เออ นี่คุณสาไปไหน”
“ตั้งแต่คืนเกิดเรื่อง ก็ไม่เห็นมาอีกเลย”
อัศนีย์ครุ่นคิด

นักศึกษาแว่นยืนเกาะเคาน์เตอร์ดวงตาเชื่อม สาลินยืนหลังเคาน์เตอร์ปั๊มบัตรยืมอยู่ พลางเหลือบมองหน้านักศึกษาแว่น แล้วฝืนยิ้มนิดๆ
“ผมดีใจจริง ๆ ฮะที่คุณกลับมา พอคุณไม่อยู่ผมก็ไม่มีกระจิตกระใจจะดูหนังสือ ไม่ทาน ไม่ดื่ม ไม่นอน ไม่ถ่าย”
“ค่ะ ฉันกลับมาแล้ว คุณเองก็รีบไปดูหนังสือและไปถ่ายทุกข์ได้แล้วนะคะ เพราะกลิ่นคุณเริ่มระเหยฉมออกมาทางผิวหนังแล้วค่ะ”
นักศึกษาแว่นมีอาการเหมือนไม่ได้ยิน ยังคงมองสาลินตาเชื่อม
บราลี ลลิตาเดินเข้ามานั่งร่วม
“ดีนะยะ อยากจะออกอยากจะเข้า ทำได้ดังใจไปหมด เชอะ….ลองเป็นฉันซี ป่านนี้ต้องไปนั่งแคะขนมครกขายแล้ว” ลลิตาบอก
“นี่เธอเล่ามา มันยังไงกันแน่ เรื่องเธอ เรื่องพี่สาว เรื่องคุณชายรอง” บราลีว่า
ขาดคำ เสียงไม้เท้าเคาะกับพื้นห้องสมุดดังมา ทั้งหมดหันมอง อัศนีย์เดินเข้ามากลางโถง พร้อมไม้เท้า มองสาลินอย่างไม่พอใจ
“นี่คุณ….กลับมาทำงานที่นี่ได้ยังไง”
“อ๋อ…..คุณจินนี่บังคับบอสให้รับฉันกลับมาทำงานค่ะ”
“จินนี่อย่างนั้นหรือ แล้ว แล้วสัญญาของเราล่ะ”
“อ๋อ……สัญญามันจบลงตอนที่คุณพยายามลวนลามฉันแล้วล่ะ”
ลลิตา บราลี แว่นมองหน้ากัน
บราลี ลลิตา แว่นโพล่งพร้อมกัน “อีกแล้ว !”
“เซ็กซ่วล ฮาราสเมนท์” บราลีว่า
“เซ็กซ์ในที่ทำงาน” ลลิตาบอก
“ไปทำงานวันเดียว โดนลวนลาม”
นักศึกษาแว่นแค้นจัด
“โอ ก็อต นี่คุณคงไปฟังคำใส่ไคล้ของคุณชายรอง ผมไม่ได้ล่วงเกินอะไรนะ ผมอุ้มคุณแล้วก็ปวดหลัง จนล้มไปนอนข้างคุณ ไอ้เจ้าคุณชาย จู่ ๆ ก็เข้ามาต่อยผมจนหลังเดาะ คอเคล็ด”
ไนเจล จิตริณีเดินมาด้านหลัง
“ส่วนกรามหักนั่น น่าจะเป็นฝีมือผม”
อัศนีย์สะดุ้งหันไป เห็นจิตริณีกับไนเจลยืนอยู่ จิตริณีมองอย่างหมดเยื่อใยแกมสังเวช ไนเจลยังคงหึง
“อ้อ จินนี่”
จิตริณีเสียงเย็นชา ” ไฮ อาร์นี่”
“นี่คุณสา ผมทำให้คุณหญิงกับคุณชายรองคืนดีกันได้ คุณต้องรักษาสัญญาซี”
“คุณมัวไปอยู่ที่ไหนมาคะ”
“ก็นอนอยู่โรงพยาบาลนะซี่”
สาลินถอนใจอย่างเสแสร้ง
“มิน่าคุณถึงตกข่าว”
“ข่าวอะไรครับ”
“ก็ข่าวคุณชายรอง มาทาบทามขอฉันแต่งงานน่ะซี”
สาลินรับสมอ้าง อัศนีย์อ้าปากค้าง ลลิตา บราลียิ้มแป้น จิตริณีดีใจ อัศนีย์ส่ายหน้าดิก
“แค่นั้นคุณก็เชื่อหรือ ผู้ชายน่ะเวลาอยากได้ผู้หญิง จะพูดอะไรก็พูดได้ทั้งนั้น”
“ค่ะ แบบคุณใช่ไหมคะ”
“นี่….ผมขอเตือนไว้ คุณชายรองน่ะรักแต่คุณหญิงคนเดียวเท่านั้น”
สาลินสะอึกอึ้ง ดวงตาไม่มั่นใจขึ้นมา
“เรื่องเขามาขอคุณแต่งงาน ก็อาจเป็นแค่การโกรธกันไปงอนกันมาของเขากับคุณหญิงอีกก็ได้”
“ลินซี่ อย่าไปฟังที่อาร์นี่พูดเลยค่ะ” จิตริณีว่า
“โธ่ ฟังเถอะฮะ ฟังผมอีกซักคำถามนึง คุณชายรองเคยบอกรักคุณแล้วหรือยัง”
สาลินแทบผงะ กระทบจุดอ่อนเข้าอย่างจัง อัศนีย์ยิ้มเยาะ
“คงไม่ล่ะซี โธ่เอ๋ย…..น่าเวทนาเหลือเกิน”
แว่นมาสะกิดไหล่ อัศนีย์หันไป แว่นอยู่ตรงหน้า ดูเหี้ยมเกรียม ดวงตาวิกลจริต
“ว็อท”
“แกนั่นแหละที่น่าเวทนา นี่แน่ะ”
ขาดคำนักศึกษาแว่นก็ต่อยโครมเข้าเต็มหน้า อัศนีย์หงายหลังผลึ่งไม้เท้ากระเด็นกระดอน ทุกคนชะเง้อดู นักศึกษาแว่นหันมาหาสาลิน
“ผมต้องปกป้องเกียรติของคุณครับ ลินซี่”
สาลินยังคงอึ้งอัดอั้น อัศนีย์สะบัดหน้าไล่ความมึนงง

ที่ศาลาท่าน้ำ สาลินกลับมาจากทำงานเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน นั่งเหม่อมองกอผักตบชวาที่ออกดอกสีม่วงชมพูขาวพราวไปหมด ศรีจิตรา อุ่นเรือน คุณตา คุณยาย ยายพิณเดินเข้ามามองดูอย่างแปลกใจ แล้วทั้งหมดขึ้นมาบนศาลา
“ยายสา”
“ขา”
“ถ้าเสด็จประทานพระอนุญาต หนูจะแต่งงานกับคุณชายรองไหมลูก”
สาลินชะงัก เชิดหน้าน้อยๆ
“ไม่คะ ไม่แต่ง”

“แล้วหนูจะให้เขาจูบฟรี ๆ เหรอ” อุ่นเรือนถาม

สาลินชะงัก ยกมือแตะปาก อุ่นเรือนเบื่อ คุณยายค้อน ศรีจิตรายิ้ม คุณตากลั้นหัวเราะ

“คิดว่าทำบุญทำทานไปค่ะ”
“แต่เราขาดทุนนะ ยายสา” ศรีจิตราบอก
“หนูไม่ใช่ของซื้อของขายนะคะ”
“ย่ะ คนที่ขาดทุนคือฉันมากกว่า ฮึ หมดเปลืองข้าวสารไม่รู้กี่เกวียนกี่หาบ” ยายว่า
“เออ….ไอ้เราก็คิดว่าจะได้เขยผู้ดีได้ถอนทุนคืนซะหน่อย” ตาว่า
สาลินขยับถอย รู้สึกว่าถูกรุม
“ไม่เอาค่ะ หนูไม่อยากแต่งงาน หนูอยากอยู่คนเดียว”
“หญิงไม่อยากมีสามี หาในโลกนี้หาไหน”
“อันปวงบุปผามาลัย เกลียดแมลงว่าไซร้ไป่มี” อุ่นเรือนว่า
“ควรจำธรรมดานาไร่ จักไม่รับไถใช่ที่” ตาว่า
“ฉันใดชาดานารี พึงมีสามีแนบตัว” ยายบอก
สาลินอ้าปากค้าง ทุกคนมองราวบังคับ ยายพิณขยับผ้าแถบ
“ตกลงยอมให้ไถเถอะค่ะ ที่นาคุณสาน่ะ”
ทุกคนร้อง “ยายพิณ”
“ก็มันจริงนี้คะ อยู่แค่นี้เรียกซะตกใจ”
ทุกคนหันขวับมามองยายพิณว่าอันนี้ล้ำเส้นศีลธรรมอันดี ยายพิณทำไม่รู้ไม่ชี้ สาลินลุกออกจากศาลา ออกไปทางสวนทันที

สาลินเดินปั้นปึ่งออกมาที่สวน ชายเล็กในชุดหมียืนลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ กระโดดมาขวางหน้า
“จ๊ะเอ๋”
“คุณพล อุ๊ย….ทำไมไม่เข้าไปในบ้านล่ะคะ ฉันจะได้แนะนำให้รู้จักพี่ศรีเสียที”
“อย่าเพิ่งเลยครับ”
“ทำไมล่ะ พี่ศรีกำลังอกหักนะคุณ”
“หรือฮะ”
“แต่ไม่ใช่จากคุณชายรองหรอกนะ พี่ศรีเขาไม่ได้รักคุณชายรองหรอก ฉันเข้าใจผิดไปเอง”
ชายเล็กตากระจ่างวูบ ยิ้มจนแก้มปริ
“แล้วคุณศรีรักใครล่ะฮะ”
จังหวะนั้นศรีจิตราเดินตามมา แอบฟังทั้งคู่คุยกัน สีหน้าสลดไปนิด เพราะยังเข้าใจว่าบดินทร์รักสาลิน
“นี่…..คุณห้ามไปบอกใครนะ พี่ศรีเขารักคุณชายเล็ก”
“เหรอครับ”
“แต่อีตาคุณชายเล็กเพื่อนคุณน่ะ ตาไม่มีแวว ดันไปรักคนอื่นอยู่ เห็นว่าเป็นยายประแหลดอยู่แถวบ้านสวน พี่ศรีอกหักเลยระเห็จออกจากวัง”
“พี่ศรีบอกคุณอย่างนั้นหรือฮะ”
ศรีจิตราแอบหัวเราะ
“ฮื่อ อีตาคุณชายเล็กนี่คงตาถั่ว” สาลินว่า
ชายเล็กคอย่นหลับตาปี๋
“โธ่….อย่าว่าเขาบ่อยนักซีครับ”
“ก็มันจริงนี่ พี่ศรีน่ะดีแสนดีไม่ยักชอบ ดันไปชอบยายแจ๊ดแจ๋ ฮึ ยายนั่นจะมาสู้พี่ศรีได้ยังไง”
สาลินค้อนลมค้อนแล้ง บดินทร์เหลือบดูแล้วกลั้นหัวเราะ
“นี่…..ตกลงคุณจะยอมช่วยรักษาแผลหัวใจให้พี่ศรีใช่ไหม”
“ฮะ ผมว่าไม่มีใครที่จะรักษาแผลใจให้คุณศรีได้ดีเท่าผมอีกแล้ว”
บดินทร์ดวงตาเชื่อมเปี่ยมหวัง ศรีจิตราตัดสินใจแสดงตัว
“ยายสา คุยกับใครอยู่น่ะ”
ศรีจิตราแกล้งทำชะงักไป ชายเล็กอ้าปากค้าง ทำอะไรไม่ถูก สาลินยิ้มร่า
“พี่ศรี มาพอดี นี่ไงคะคุณพล ที่สาเล่าให้ฟัง โอ้โฮ กว่าจะได้เจอกัน คุณพลคะ นี่พี่ศรีของฉัน”
ศรีจิตราไหว้
“สวัสดีค่ะคุณ…”
“พลครับ ผมชื่อพล”
“เราเคยเจอกันใช่ไหมคะ”
“ครับ เราเคยเจอกันแล้ว แนะนำตัวแล้ว เพียงแต่อาจจะสับสนเล็กน้อย”
“สับสนระหว่างคุณกับคุณชายเล็กใช่ไหมคะ ”
“ใช่ครับ”
“แล้วเมื่อไหร่คุณจะทำให้ใครต่อใครหายสับสนเสียที”
ชายเล็กเก้อไป สาลินมองทั้งคู่อย่างลุ้น สงสัยนิด ๆ ศรีจิตราคุยกับ “นายพล” อย่างมีความนัยแปลก ๆ
“อีกไม่นานนี่ล่ะครับ ถึงเวลาที่ผมจะแสดงตัวซักที”
ศรีจิตรายิ้มพึงใจ
“เชิญเข้าบ้านก่อนซีคะ กำลังเตรียมสำรับพอดี จะได้ทานข้าวเย็นด้วยกัน”
“วันนี้ผมขอตัวก่อนครับ เพราะต้องไปตรวจปั๊มต่อ งั้นผมลาเลยละกัน”
“อ้าว”
“ผมไปนะครับ”
ชายเล็กผละไป
“ว๊า…..เลยไม่ได้อยู่คุยเลย ไงพี่ศรี คุณพลหล่อไหม ลืมตาคุณชายเล็กเถอะ เดี๋ยวสานัดคุณพลมาบ้านเราบ่อย ๆ”
“จ๊ะ เข้าบ้านเถอะสา”
ศรีจิตรายังมองตามบดินทร์ สีหน้าสลดไปนิดนึง

รถบริษัทน้ำมันจอดอยู่ ชายเล็กกำลังตรวจเช็คจดบันทึกอยู่ พุดซ้อนยืนเชิดตรงหน้า
“นี่…แก รู้ไหม แม่สาลินเดี๋ยวนี้นะ แต่งตัวไปทำงานแต่เช้า คงไม่กล้าอยู่สู้หน้าพี่สาว ก็ตัวเองน่ะไปแย่งผัวเขานี่”
“แค่ว่าที่คู่หมั้นครับ หมั้นหมายอะไรก็ยังไม่มี”
“เหมือนกันนั่นแหละ เอ๊ะ….แต่แม่พี่สาวเองก็ไวไฟอยู่ไม่ใช่น้อยนี่ แกเองไปจับมือถือแขน ถึงเนื้อถึงตัวมาแล้วไม่ใช่หรือ”
ชายเล็กถอนใจ แต่มีแววยิ้มนิดหนึ่ง
“ยิ่งอกหักมาอย่างนี้ อาจจะเซซังมาให้แกดามหัวใจก็ได้นะ”
“นี่เจ๊ ผมมาตรวจปั๊มนะครับ ไม่ได้มาตรวจสำมโนประชากร”
“อย่ามาทำพูดเลย โถ…เป็นแค่เด็กปั๊ม ยังจะใฝ่ฝันถึงลูกสาวผู้ดี แต่กับหนูชบาทิพย์ อย่าหวังนะ ลูกสาวฉันรักนวลสงวนเนื้อ ขาอ่อนน่ะแกไม่ได้เห็นหรอก”
“แบบนั้นน่ะเหรอฮะ”
ด้านหลังพุดซ้อน ชบาทิพย์ยืนแนบสนิทกับสมชาย กระโปรงไมโครสเกิร์ต ถลกเห็นเกือบถึงลำไส้ใหญ่ สมชายกุมมือ ชบาทิพย์ระริกคิกคัก
“ว้าย ”
พุดซ้อนถลาไป บชายเล็กโคลงหัวตามไปดู
“อีชบา หยุดเดี๋ยวนี้นะ … นี่แกมาจับมือถือถันอะไรลูกสาวฉัน”
“แค่จับมือ ไม่ได้ถือถันครับ” สมชายบอก
“แหม….แม่ พี่สมชายเขาแค่ดูหมอให้หนู”
“ใช่ ๆ”
“อ้อ ดูหมอดูมดกัน ระวังเถอะย่ะ มันจะไม่ได้ดูแค่มือ มันจะดูไปถึงมด…ลูก”
“แม่ !”
ชบาเว้าอีสานเถียงแม่ฉอด ๆ พุดซ้อนด่าลูกด้วยอีสาน ไม่มีใครฟังใคร
ทันใดมีรถสปอร์ตหรูเลี้ยวขวับมาในปั๊ม สองแม่ลูกหันมามอง หน้าบึ้งตึงกลายเป็นยิ้มยวน บดินทร์เป็นอึ้ง
อัศนีย์ก้าวลงจากรถอย่างลำบาก ที่คอมีเฝือกเด่นชัด
“สมชาย รีบไปเถอะว่ะ เดี๋ยวความแตก นายเอาเอกสารให้ยายพุดซ้อนเซ็น”
“ครับ”
“เฮ้ย แล้วทำตามที่ฉันบอกนะ”
ชายเล็กกระซิบบางอย่าง แล้วเดินไปที่รถหยิบเอกสารให้สมชาย
“วุ๊ย สวัสดีค่ะ คุณอัศนีย์ เถ-ลิง-การ”
“คอไปโดนอะไรมาคะ” ชบาทิพย์ถาม
“ช่างมันเถอะครับ คุณน้า สาลินกลับมารึยังครับ”
“เอ ไม่ทราบค่ะ อาจจะยังมังคะ เดี๋ยวนี้กลับดึกดื่นค่ะ เพราะไม่กล้าสู้หน้าพี่สาว ไปแย่งผัวเขาไง เห็นข่าวลงว่า….”
“ไม่เป็นไร ผมเข้าไปหาที่บ้านเลยดีกว่า”
“พี่สาไม่ได้ทำงานเป็นพาสสะเน่อร์กับคุณแล้วเหรอคะ”
“เขาลาออกแล้วน่ะซีครับ”
สองแม่ลูกเป็นงง อัศนีย์มองคุ้นชายเล็ก
“เอ๊ะ นั่นใครครับ”
“อ๋อ คุณพลค่ะ เขามาตรวจปั๊ม” ชบาทิพย์บอก
“คุณพล”

อัศนีย์เดินตรงมาหาบชายเล็กทันที พยายามมองหน้าให้ชัด ๆ บดินทร์หันหลังให้

อัศนีย์เดินมาหา ชายเล็กยังยืนอยู่กับสมชาย พุดซ้อน ชบาทิพย์มองอยู่ห่าง ๆ

อัศนีย์เห็นแล้วว่าคือ ใคร แต่ถามลองใจ
“สวัสดีครับคุณพล”
สมชายหันมาทันที บดินทร์หันตาม
“สวัสดีครับ เออ….รู้จักผมเหรอครับ ว่าแต่คุณเป็นใคร”
อัศนีย์เข้าใจว่าชบาทิพย์พูดถึง “พล” ที่คือสมชาย เลยไม่ติดใจอีก
“ไม่มีอะไร อ้าว…..สวัสดีครับคุณชายเล็ก”
สมชายแยกไป เอาเอกสารไปให้พุดซ้อนเซ็น
“สวัสดีครับคุณอัศนีย์ มาหาสาลินเหรอครับ”
“ใช่….. แล้วคุณล่ะ ”
“ผมมาตรวจปั๊ม ได้ข่าวว่าเธอลาออกจากไนท์คลับของคุณแล้วนี่ เป็นโชคดีของเธอที่ไม่ต้องไปทำงานในที่อโคจรแบบนั้น”
“เฮ้ย….พูดให้เกียรติกันหน่อย ฝากไปบอกพี่นายเลยนะ ว่าฉันจะตามตัวสาลินกลับมาทำงานกับฉันให้ได้ แล้วก็ไม่ต้องมาเล่นละครมาหลอกสาลินว่าเลิกกับหญิงก้อยแล้ว มุขมันตื้นเกินไป”
“เฮ้อ….บอกให้เอาบุญว่ะ พี่รองไม่ได้เล่นละครหลอกสาลิน ที่พี่รองกลับมาหายายก้อย เขาเล่นละครหลอกทั้งนายทั้งยายก้อยให้ตายใจต่างหาก แล้วพี่รองก็ชนะ ได้สาลินกลับคืนมา”
อัศนีย์เป็นอึ้ง
“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเอาคืนด้วยแผลบนหัวแกก็แล้วกัน ฝากไปให้พี่แกดูต่างหน้า”
อัศนีย์เงื้อไม้เท้า ชายเล็กตั้งการ์ดรับ ยึดไม้เท้าไว้ได้ อัศนีย์ชก ชายเล็กเซไปข้างรถ จะฟาดไม้ที่หน้า ชายเล็ก สมชายวิ่งกลับมาเตะไม้เท้ากระเด็นจากมือ ชายเล็กสวนชกท้อง อัศนีย์จุกตัวงอ ตามด้วยเสยหมัดเข้าปลายคาง อัศนีย์ล้มฟาดไปทั้งยืน พุดซ้อน ชบาทิพย์ร้องกรี๊ดวิ่งเข้ามาดู
“ว้าย ตายแล้ว กล้าดียังไงมาชกอภิมหาเศรษฐี”
“แมนจังเลยคุณพล พี่สมชาย คุณอัศนีย์ ต๊าย….โดนชกก็ยังล้อหล่อ”
อัศนีย์สลึมสลืมเต็มที แล้วทันใดภาพก็ดับวูบลง

ม.ร.ว.กิตติราชนรินทร์เดินออกมายังโถงแล้วชะงัก ตาตุ้มนั่งอยู่ในมือมีไดอารี่เปิดอยู่ จรวยแต่งชุดสีอ่อน หน้างามละมุน
“อะไรนี่”
เขาก้าวไปดึงไดอารี่ออกจากมือตาตุ้ม ตาตุ้มเบะ จรวยตกใจดึงมากอดไว้
“อะไรกันคะ คุณชาย”
“ไดอารี่เก่าฉันหายไป หาอยู่เป็นนานสองนาน นี่เธอเอามาให้ลูกฉีกเล่นหรือ”
“ดิฉัน ดิฉันไม่เกี่ยวนะคะ”
“ไม่เกี่ยว แล้วมาอยู่นี่ได้ยังไง”
จรวยน้ำตาหยด เจียม น้อมเดินเข้ามา
“ดิฉัน ดิฉันเห็นหม่อมเอามาทิ้งถังผง ปกมันสวยดี ตาตุ้มเลยเอามาเล่นค่ะ”
ชายรองพลิกเปิดดูเห็นบางหน้าที่เขียนไว้สั้นๆ 1 บรรทัด มีลายมือเขียนแต้มรัมมี่ มีชื่อ อำพันและขาไพ่
“อ้าว คุณชายหาอยู่หรือคะ”
“อิฉัน เห็นหม่อมเอามาจดแต้มรัมมี่มาตั้งนานแล้วค่ะ” น้อมบอก
จรวยสะอื้นน้ำตาไหล อำพันกับชายโต นมย้อยเดินมา
“มีอะไรกัน ตารอง อ้าว นังจรวยสวยเก๋หล่อนร้องไห้ทำไมยะ”
“จรวยร้องไห้ทำไม”
ชายโตลงประคอง จรวยยิ้มละมุนเช็ดน้ำตา
“ไม่มีอะไรค่ะ”
“ต้องมีซี ยังไงหรือคะ คุณชาย” ย้อยว่า
ชายรองชูไดอารี่ให้ดู
“สมุดไดอารี่เก่าผมฮะ ที่ผมหาอยู่เป็นปีแล้ว เพิ่งรู้ว่าหม่อมแม่เอามาจดแต้มรัมมี่”
อำพันอึ้งนิดหนึ่งแล้วค้อนคม
“ก็ใครจะรู้ล่ะจ๊ะ เห็นเอาไปหมกไว้ห้องใต้ถุน แม่เห็นมีหน้าก็เหลือก็เอามาจดสถิติ”
จรวยยิ้มเศร้า สูดน้ำมูกพรืด ชายรองหันมามอง
“ดิฉันขอประทานโทษค่ะ ที่ปล่อยให้ตาตุ้มเอามาฉีกเล่น”
” ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ฉันผิดเองจรวย”
จรวยชะงักมองหน้าชายรอง ชายโตขมวดคิ้ว
“นี่นายประชดใช่ไหม”
“เปล่าฮะ พี่โต ผมทำไม่ถูกจริง ๆ แทนที่จะซักถาม ก็ไปปึงปังกล่าวโทษจรวยเข้าแล้ว ฉันขอโทษจรวย”
ชายรองพูดอย่างจริงใจ ดิเรกอึ้ง นมย้อย เจียม น้อม มองกันงง ๆ อำพันค้อนขวับ
“ต้องไปขอโทษ ขอโพยอะไรมัน”
จรวยหน้าสดใสยกมือขึ้นพนม
“ฮือ ไม่เป็นไรค่ะ คุณชาย”
“ขอบใจ ผมขอตัวก่อน”
ชายรองเข้าไป อำพันเชิดใส่ตามชายรองไป นมย้อยนั่งลง เจียม น้อมมองดูชายโตประคองเมีย
“ฮือ คุณชายพูดดีกับรวย”
“ฉันก็ดีใจที่เธอกลับเนื้อกลับตัวได้”
“เห็นไหม เวลาที่เราทำดีกับใคร เขาก็จะดีตอบเรา”
จรวยยิ้มออกได้

อัศนีย์นอนหลับตาพริ้มแล้วค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เห็นเพดานห้อง พบว่าตนเองนอนอยู่บนเตียงเล็ก ๆ ห่มผ้าถึงหน้าอก ก็ชันตัวขึ้นนั่ง มองดูรอบตัวคือห้องในปั๊มพุดซ้อนนั่นเอง ผ้าห่มร่วงจากอกเห็นแผงอกเปลือย อัศนีย์ก้มลงมองตัวเองแล้วคลำๆขา พบว่าไม่มีกางเกง อัศนีย์ใจหาบวาบ แง้มผ้าดูก็แน่ใจว่าไม่มีเสื้อผ้าเหลืออยู่ มีอ่างน้ำวางอยู่บนโต๊ะเล็กใกล้ มีกลีบกุหลาบแขวนลอยอยู่
“ฮะ ชบาทิพย์ เธอใช่ไหม”
มีเสียงฮัมเพลงดังมา ชบาทิพย์เดินออกมา อยู่ในชุดนอนบางเบาแนวเบบี้ดอล ถือขวดน้ำอบออกมาด้วย
“ตื่นแล้วหรือคะ คุณอัศนีย์”
อัศนีย์ผงะดึงผ้าห่มมาปิดแนบอก ดวงตาหวาดหวั่น
“นี่ผมหมดสติไปอีกแล้วเหรอ”
“ค่ะ ชบาดูแลคุณเอง ชบาพาคุณมานอน เพื่อผสม”
“หา….ผสม ผสมอะไร”
“พูดผิดค่ะ ปฐม ปฐมพยาบาล”
“คุณน้าล่ะ”
“คุณแม่ไปกู้เงิน เอ๊ย ไปเก็บดอกเบี้ยเงินกู้น่ะค่ะ”
“แล้ว…เสื้อผ้าผมหายไปไหน”
“ก็ตอนคุณล้ม เสื้อผ้าคุณเปื้อน ชบาก็เลยถอดให้ แล้วผสม”
“ผสมอะไร”
“ผสมน้ำกับผงซักฟอกแช่ไว้ไงคะ อย่าห่วงเลยค่ะ ชบาไม่เห็นอะไรเลย”
อัศนีย์ดูตัวเอง เชื่อแค่เสี้ยวเดียว
“ตัวผมไม่เห็นมีรอยเปื้อนอะไรเลย”
“จะมีได้ยังคะ เมื่อกี้ชบาเช็ดตัวคุณไปรอบนึงแล้ว”
อัศนีย์รู้สึกเหมือนเสียตัว
“อะไรนะ”
“อย่าห่วงเลยค่ะ ชบาไม่เห็นอะไรเลย นี่ชบาเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้ว มาเถอะค่ะ ชบาจะผสม”
“ผสมอะไรอีก”
“ผสมน้ำอบไว้เช็ดตัวให้คุณอีกรอบไงคะ”
ชบาเทน้ำอบลงในอ่างน้ำ แล้วเด็ดกลีบกุหลาบทีละกลีบลงในน้ำ มองอัศนีย์มาดมั่น
“ไม่เอา เดี๋ยวผมผสม เอ๊ย เดี๋ยวผมทำเอง”
อัศนีย์ตวัดผ้าพันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเซผ้าเลื่อนหลุด
“ว้าย”
อัศนีย์ใจหายวาบ ตะครุบผ้าไว้ กระโดดถอยหลัง
“อย่าห่วงเลยค่ะ ชบาไม่เห็นอะไรเลย
อัศนีย์วิ่งเข้าห้องน้ำไป ชบาทิพย์หยิบกลีบกุหลาบมาวางในมือ แล้วเป่าปลิวไป ดวงตาวามวาว
“ฮิฮิฮิ ชบาเห็นหมดทุกอย่างเลย”

วันต่อ ๆ มา บนศาลาการเปรียญ บรรดาญาติธรรมทั้งหลายคุยกันเซ็งแซ่ มุมหนึ่ง คุณตา คุณยาย ยายพิณ ตาผลนั่งเชิดไม่กลัวใคร อุ่นเรือน ศรีจิตรา สาลิน มีท่าทางสงบ พุดซ้อน ชบาทิพย์นั่งอยู่อีกมุม มองมายังสองพี่น้อง ยายปริกนั่งอยู่ในกลุ่มด้วย
ด้านหนึ่งของศาลา จัดโต๊ะเก้าอี้อย่างดีไว้ มีแจกันดอกไม้ และพรมปูพื้นอย่างดี
“แม่ขา…..วันนี้มีแขกสำคัญเหรอคะ ทางวัดจัดสถานที่กันยกใหญ่” สาลินถาม
“ไม่รู้ซีลูก คงคนใหญ่คนโตจากกรุงเทพมาทำบุญละมัง”
“ก็คงจะอย่างนั้น มรรคทายกประกาศให้มาทำบุญที่ศาลาใหญ่” ตาบอก
“แถมยังบอกชาวบ้านให้แต่งตัวสวยมาต้อนรับ” ยายบอก
ศรีจิตรายิ้ม รู้เรื่องการเสด็จอยู่คนเดียว
ทางกลุ่มพุดซ้อน
“ต๊าย มากันทั้งพี่ทั้งน้อง หน้าเห่อราวกับขึ้นปราสาทเหม”
“ทำไมพี่สากับพี่ศรีไม่ตบกันล่ะแม่ คราวพ่อมุดมุ้งน้าดาหวัน แม่ยังจิกหัวตบน้าแทบเป็นแทบตาย”
บรรดานางบุญรอบข้างตาโพลง พุดซ้อนตาเหลือกหยิกชบาทิพย์
“ลูกชบา เงียบลูก พวกนั้นน่ะพวกผู้ดี คงถือคติสมบัติ ผลัดกันชม”
ปริกบอก
“ต๊ายนี่ไม่มีหิริโอตัปปะบ้างหรือ ไหนว่าเป็นชาววังไง”
“คงเหมือนชาววังในเรื่องพระลอมั้งคะ นางรื่นนางโรย สนุกน้ำสนุกบกกับนายแก้ว นายขวัญ 2 ดอก แล้วถึงถามชื่อเสียงเรียงนาม”
มหาดเล็กเดินเข้ามากระซิบมรรคทายก
“ทุกคน…ได้เวลาแล้ว มาตั้งขบวนต้อนรับกัน”

นมย้อยแต่งตัวราวท่านผู้หญิง ลงมาพร้อมเจียม น้อม และนางข้าหลวง ม.ร.ว. บดินทราชทรงพลก้าวลงมาจากอีกด้าน
บนศาลา คนฮือลุกขึ้นดู สาลินชะเง้อตาม
“อุ๊ย พี่ศรี คุณพลมาด้วย เอ….นั่นคุณนมย้อย คนจากในวังนี่คะ”
“ไอ้เจ้าพล มาหายายสาเหรอ” ตาว่า
“คงรู้ข่าวคุณชายเลยมาตัดหน้า เอ แต่ทำไมมากับคนในวังล่ะ” ยายว่า
“ก็คุณพลเขาเพื่อนสนิทกับคุณชายเล็กนี่คะ เดี๋ยวคุณชายเล็กอาจจะมาด้วยก็ได้” พิณว่า
ศรีจิตรายิ้ม รู้แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น วันนี้ บดินทร์คงแสดงตัวเป็นแน่
ทางกลุ่มพุดซ้อน
“แม่ วันนี้พี่พลหล่อจัง อย่างกะคุณชายแน่ะ ”

“อุ๊ย….ขี้ข้า ยังไงก็ขี้ข้า”

ทันใด…บรรดามหาดเล็ก มาลา วรรณาและนางข้าหลวงอีกสามนางลงมา

ถือพุ่มดอกไม้บูชาพระ มหาดเล็กพลันกางกลศกั้น ประตูรถเปิดออก สอางค์ลงนำมา เครื่องเพชรพราว จับพระหัตถ์เสด็จที่ทรงภูษาเรียบกริบ ราวมีรังสีแผ่ออกเป็นปริมณฑล ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์ตามลงมา คุณยาย ยายพิณ ตกตะลึงพรึงเพริด ศรีจิตราน้ำตาเอ่อ หลวงตายืนอึ้ง ชาวบ้านมองกันเลิ่กลั่ก
“แม่ คุณชายรอง เสด็จพระองค์หญิง”
คุณชายสองพี่น้องเข้าไปจูงพระหัตถ์เสด็จ สอางค์ยืนประสานมือ สาลินมองหน้า ศรีจิตรายิ้มแก้มปริ
พุดซ้อนตาเหลือก ชบาทิพย์ยกมือกุมอก
กระบวนเสด็จเริ่มขึ้น สอางค์เดินนำ ชายรอง ชายเล็กกับเสด็จก้าวตาม นมย้อย มาลา วรรณา มหาดเล็ก นางข้าหลวงเดินตามเป็นแถว เจียม น้อมตามหลัง

ขบวนเสด็จขึ้นบนศาลา ประทับบนเก้าอี้ สองคุณชายลงนั่งกับพื้น บรรดาผู้ติดตามทั้งหมดลงนั่ง
กันทั้งหมด

สาลิน ตา ยาย อุ่นเรือน พิณ ยังตาค้างอยู่ พุดซ้อน ชบาตาค้างยิ่งกว่า แล้วกราบเสด็จพร้อมหน้ากัน
พระมานั่งบนอาสนะเป็นทิวแถว สงบสำรวมเกร็งกว่าทุกวัน
สอางค์นั่งยิ้มละไม มาลา วรรณา นางข้าหลวง มหาดเล็กนั่งล้อม พานพุ่มบูชาพระทั้ง 10 วางราย นมย้อย เจียม น้อมนั่งด้านหลัง นมย้อยพยักหน้าให้คุณชายทั้งสอง ทั้งสองคลานเข่าอย่างชำนาญมาหากลุ่มคุณตา

ศรีจิตราและสาลินไหว้คุณชายทั้งสอง ศรีจิตรารอดูการเปิดเผยตัวของ ม.ร.ว. บดินทราชทรงพลอย่างใจจดใจจ่อ ด้านหลัง พุดซ้อน ชบาทิพย์มองดูตาเขม็ง
“สวัสดีครับ คุณแม่ คุณตา คุณยาย ยายพิณ” ชายรองว่า
“สวัสดีค่ะ โธ่ เป็นบุญของพวกเราจริง ๆ ได้เฝ้าบารมีเสด็จพระองค์หญิง” ยายบอก
“งามเหลือเกินนะเพคะ” พิณบอก
“วันนี้มากันพร้อมหน้า ทั้งผมและเจ้าเล็ก”
“คุณชายเล็กมาด้วยเหรอคะ ไหนล่ะคะ” สาลินถาม
กิตติเป็นงง
“อ้าว…..ก็นั่งอยู่ตรงหน้าเธอนี่ไง”
“แต่นี่คือคุณพล”
ทุกคนยิ่งงง ยกเว้นศรีจิตรา ชายรองมองน้องชาย
“นี่มันอะไรกันเจ้าเล็ก”
ชายเล็กยิ้มเอียงอาย
“คุณตา คุณยาย คุณแม่ครับ คุณสา ผมขอโทษ ที่ผ่านมาผมยังไม่ได้แนะนำตัวผมอย่างเป็นทางการเสียที”
อุ่นเรือนถาม “คุณไม่ใช่คุณพล แต่คือคุณชายเล็กเหรอคะ”
“คุณศรีครับ ช่วยอธิบายหน่อย”
“คุณตา คุณยาย แม่ ยายสา นี่คุณชายบดินทราชทรงพล วุฒิวงศ์ คุณชายเล็กของวุฒิเวสม์ค่ะ”
สาลินตาวาวทั้งโมโห ทั้งดีใจ อุ่นเรือนมองแล้วรู้แจ้ง คุณตา คุณยายยังงง ๆ ยายพิณกุมอก
พุดซ้อนตากลับล้มมาทาลูกสาว ชบาทิพย์ประคองไว้ ชาวบ้านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“คุณโกหกพวกเรา”
“โกหกแม้แต่ฉัน ตกลงเจ้าพลก็คือแกนั่นเอง” ชายรองว่า
“โธ่ ผมไม่ได้โกหกนะครับ พล ก็ชื่อท้ายของผมไง ตอนอยู่เมืองนอก ผมก็ชื่อพล ฝรั่งเรียกผมว่า พอล ทำงานทั้งขนขยะ ล้างจาน ตรวจน้ำมันตามปั๊ม ไม่ได้เป็นเจ้าเป็นนายใครสักหน่อย”
“แต่คุณไม่บอกนี่ว่าคุณคือคุณชายเล็ก”
“เอาเป็นว่าผมบอกไม่หมดก็แล้วกันฮะ”
ชายรองส่ายหน้าระอาใจ สาลินหน้าบึ้ง
“ตกลง คุณชายมีสองสถานะนะคะ อยู่กับพวกเราคุณคือนายพล เจ้าหน้าที่ตรวจน้ำมัน”
“แล้วเวลาอยู่ที่วังล่ะครับ” ตาถาม
“ก็เป็นคุณชายเล็ก ที่ชอบแกล้งหลอกเป็นคนอื่นอยู่เนือง ๆ” ศรีจิตราบอก
“หา….มีหลอกเป็นคนอื่นอีกเหรอ” ยายว่า
“ค่ะ เดี๋ยวหลอกเป็นคนรถ เดี๋ยวหลอกเป็นขโมย”
“อย่างนี้นี่เอง คุณถึงหลบหน้าฉันทุกครั้งที่ฉันเข้าวัง”
“คุณศรีรู้มาตลอดเหรอครับ”
“มาจับพิรุธผู้ร้ายได้ช่วงหลัง ๆ นี่ล่ะค่ะ”
“โอ้โฮ…..ผมผิดถึงขั้นผู้ร้ายเลยเหรอครับ”
“ค่ะ ถึงขั้นต้องมีบทลงโทษขั้นอุกฤษณ์ด้วยซ้ำไป”
“คุณตา คุณยาย คุณแม่ช่วยผมด้วยครับ”
ตา ยาย พิณ ผลหัวเราะกัน
“ซนจริง ๆ นะคะคุณพล เอ๊ย คุณชายเล็ก ซนเหมือนคุณสาไม่มีผิด”
“ใช่ เหมือนยายสายังไงยังงั้น” อุ่นเรือนบอก
บรรยาครึกครื้นขึ้น สอางค์ ขยับมาทางยังกลุ่มคุณยาย สวัสดีผู้ใหญ่ทั้งสอง
“ก่อนอื่น ดิชั้นต้องกราบขอโทษที่ล่วงเกินเมื่อครั้งก่อน และขอโทษแทนน้องสาวดิชั้นด้วยนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันก็ไม่ถือสาหาความอะไร ขอโทษท่านข้าหลวงใหญ่ อีกอย่างตัวอิชั้นฝากขอโทษไปถึงน้องสาวของคุณด้วย” ยายบอก
“ขอบคุณค่ะ เสด็จพระองค์หญิงโปรดให้เข้าเฝ้าค่ะ”
คุณยายเชิด ๆ ใส่ สอางค์ แต่เห็นมาดีก็เลยพยักหน้ายิ้มรับ

เสด็จทรงทอดพระเนตรอย่างปรานี ทุกคนก้มกราบพร้อมกัน นมย้อยขยับมาข้างสอางค์
“คุณตา คุณยายของแม่ศรีกับยายสาเพคะ เสด็จ” สอางค์บอก
“คุณตา คุณยาย เลี้ยงหลานสาว 2 คนได้ดีจริง”
คุณยายยิ้มแป้น คุณตานึกคำตอบไม่ออก สะกิดคุณยาย กระซิบ
“จะทูลเสด็จยังไงดี”
“ฉันก็นึกไม่ออก”
ยายพิณพนมมือแต้ขยับมากระซิบ
“เป็นพระกรุณาล้นเกล้าล้นกระหม่อมเพคะ”
“เป็นพระกรุณาล้นเกล้าล้นกระหม่อมเพคะ แต่มิใช่เพียงพวกหม่อมฉัน คุณป้าทั้งสอง
ก็เลี้ยงหลานสองคนได้ดีเหมือนกันเพคะ”
“จริงไหมสอางค์”
“เพคะ”
สอางค์ยกมือคุณยายมาบีบรักใคร่ใยดี สองคุณชาย สาลิน ศรีจิตรา อุ่นเรือนกลั้นยิ้ม
“ไง….ศรีจิตรา วันนี้สบายอกสบายใจแล้วซี”
“เพคะ”
“คุณศรีได้ยาดีพะยะค่ะ”
“ฉันไม่ได้พูดกับแกเจ้าเล็ก”
ชายรองกระซิบเสด็จ
“เด็จป้าพะยะค่ะ”
เสด็จเข้าเรื่อง ชายเล็กคอหด ชายรองอมยิ้ม ศรีจิตราสมน้ำหน้า สาลินยังค้อนขวับ
“ไง….สาลิน เรื่องที่ชายรองมาขออนุญาตฉัน”
สาลินใจหายวาบ คุณตา คุณยาย อุ่นเรือน พยักเพยิด ยายพิณกระซิบ
“หม่อมฉันยังอายุน้อย ยังไม่คิดเรื่องนี้เลยเพคะ”
“ยายสา ทูลอะไรแบบนั้น” ศรีจิตราว่า
“ไม่เป็นไร ฉันขอตัวคุยกับเจ้าอาวาสนะ”
ทุกคนสะดุ้งเฮือก สอางค์เกือบหยิก เสด็จทรงอึ้ง มัคนายกคลานมาพนมมือ การสนทนายุติลงโดยปริยาย กลุ่มคุณยายขยับมาด้านข้าง เสด็จทรงดำเนินไป ตามคุณตา คุณยาย สอางค์ อุ่นเรือน นมย้อย ลุกตามไป สองคุณชายขยับตาม สองพี่น้องยังนั่งอยู่ มาลา วรรณา เข้ามาใกล้ยายพิณ
“ยายพิณใช่ไหมจ๊ะ แหม….เพ็ตทูลเก่งยังกะชาววัง” มาลาว่า
พิณพนมมือ
“หม่อมฉันดูลิเกบ่อยเพคะ คุณพระสนม”
กลุ่มมาลา วรณาอึ้ง แล้วหัวเราะออกมาทั้งหมด
“แม่พิณ พวกเราไม่ใช่พระสนม พระสนมน่ะเมีย เราแค่นางข้าหลวง” น้อมว่า
“อ๋อ คนใช้ งั้นก็….เหมือนกัน นี่ก็คนใช้เพคะ”
น้อมยิ้มเจื่อนกับความงงของยายพิณ เจียม มาลา วรรณาหัวเราะคิก
ศรีจิตราดึงแขนสาลิน
“ยายสา ทูลอะไรแบบนั้น”
“คุณศรีฮะ เด็จป้าทรงโปรดให้คุณศรีไปประเคนภัตตาหารด้วย”
ศรีจิตรากับชายเล็กลุกไป สาลินปั้นปึ่ง
พุดซ้อนฟื้นจากเป็นลม มองดูบุญบารมีคนอื่นแล้ว ผลักชบาทิพย์ล้มคว่ำ
“นังลูกตาต่ำ หม่อมราชวงศ์แท้ ๆ เห็นเป็นไพร่ มีตาหามีแววไม่”
ชบาทิพย์มองแม่ เบะหน้าจะร้องไห้
“แม่เองไม่ใช่เหรอ ไปหาว่าเขาเป็นเด็กปั๊ม”
“ไม่รู้ ก็มันแต่งตัวแบบนั้น”
“ฮือ….หนูเลยอดมีผัวเจ้าเลย ฮือ”

ชบาทิพย์เริ่มคร่ำครวญ ไม่อายแขกเหรื่อ

สองพี่น้องเดินมาด้วยกัน ในบ้านสวน

“แกเล่นกลปั่นหัวฉัน ปั่นหัวทุกคนมาตลอดเลยนะ เจ้าเล็ก แกทำไปทำไม”
“โธ่….ก็พอ ๆ กับที่พี่เล่นละครหลอกทุกคนนั่นแหละครับ”
“ไม่เหมือน ที่ฉันทำเพื่อให้เรื่องมันยุติ แต่ของแก ทำให้เรื่องมันวุ่นวายขึ้นไปอีก”
“ผมก็อยากลองใจพี่ ลองใจคุณสาบ้างซีครับ”
“แกจะมาลองใจอะไรฉัน”
“พี่รองอย่าลืมนะ ผมน่ะทำความรู้จักกับคุณสามาก่อนพี่ด้วยซ้ำ แล้วผมก็ชอบเขามาก ๆ กะจะจีบ แต่แล้ววันนึงพี่ก็มาแสดงตัวว่าพี่ก็ชอบเขา แถมยังหึงเป็นบ้าเป็นหลัง”
“ฉันแสดงออกขนาดนั้นเชียว”
“นี่ไง ไม่รู้ตัวเอง พี่น่ะหึงหวงทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเสียจนผมหมั่นไส้ เลยลองแกล้งเล่นสองบทบาทเสียเลย เป็นเจ้าพลรูปหล่อไง แล้วตอนนั้นก็คิดว่าใครดีใครได้”
“แล้วทำไมแกยอมยกธงขาว”
“ผมขอความรักเขาแล้ว แต่เขาไม่ได้รักผม ผมถึงได้รู้ตัวว่าผมรักเขาแบบน้องหรือเพื่อน จริง ๆ คนที่ผมรักมากที่สุดคือคุณศรีต่างหาก”
“เฮ้อ วันเวลาชักพาให้นายกับฉันพบสิ่งที่ตัวเองต้องการจริง ๆ เสียที นั่น สาลินอยู่นั่น ไปขอโทษเธอเสียให้เป็นเรื่องเป็นราว แล้วนั่นคุณศรีอยู่ที่ศาลา ไปบอกเธอเสียทีว่านายฉลาดขึ้นแล้ว”
ทั้งสองมองไปที่ซุ้มไม้ สาลินนั่งหน้าบึ้งอยู่ในซุ้มไม้ใกล้บ้านเขียว ศรีจิตรานั่งอยู่ที่ศาลา ชายเล็กกลืนน้ำลายเอื๊อก ชายรองแยกกลับไป

สาลินนั่งเชิดหน้า ชายเล็กทำท่าวิงวอนอยู่ตรงหน้า
“โธ่…..เราดื่มชาสาบานกันแล้วนะฮะ ว่าใครทำผิด ก็จะให้อภัยโดยไม่มีเงื่อนไข”
“คุณหลอกฉัน หลอกมาเป็นปี ๆ ฮึ พี่ศรีทั้ง ๆ ที่รู้ ก็ไม่ยอมบอกฉันแต่แรก”
“ไม่โกรธนะ ไม่โกรธผมนะ ผมขอโทษแล้ว”
สาลินหน้าบึ้ง แล้วยิ้มออกมาได้
“ไม่โกรธก็ได้ คุณเจ้าเล่ห์เพทุบายแบบนี้นี่เอง พี่ศรีเลยชอบ”
“ก็เหมือนคุณน่ะแหละ พี่รองก็เลยชอบคุณไง”
“อย่าพูดเรื่องพี่ชายคุณให้ฉันฟังอีกนะ”
“รู้ไหมฮ ผมทำอะไรคุณก็ไม่โกรธ เพราะเราเป็นเพื่อนกัน แต่กับบางคนเขาทำอะไรผิดนิดผิดหน่อย ก็ขัดตา ขัดอก ขัดใจ ตั้งแง่ไปกับเขาทุกอย่าง แต่ขณะเดียวกัน ก็รักเขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น”
“ฉันบอกแล้วว่าห้ามพูดเรื่องพี่ชายคุณ ถ้าเขาไม่มาขอ”
“อะไรฮะ ขออะไร”
“ไม่มีอะไร”
สาลินแยกไป ชายเล็กมองตาม แล้วมองเลยไปเห็นศรีจิตราที่ศาลาท่าน้ำ

สาลินเดินผ่านหน้าบ้านเหลือง ชายรองยืนรออยู่แล้ว สาลินเห็นแล้วรีบหันกลับ จะเดินเลี่ยงไป
“จะไปไหน สาลิน”
“ปละ เปล่านี่คะ”
“ขึ้นมาบนศาลาก่อน ฉันมีเรื่องจะพูดกับเธอ”
สาลินเดินกลับมา แต่ก็ไม่กล้ามองหน้า เขาอยู่ดี
“มีอะไรคะ”
“ฉันมีเรื่องจะสารภาพ”
“จะสารภาพรักกับเราแน่ ๆ พูดมาซีคะคุณชาย พูดมาเลยค่ะ” สาลินหน้ายิ้มเคลิ้มฝัน “พูดซีคะคุณชาย”
“หืมม์ เธอเป็นอะไร”
สาลินรู้สึกตัว
” เออ เปล่าค่ะ สารภาพเรื่องอะไรคะ”
“ที่จริงฉันจะขอโทษน่ะ”
“ฮึ ขอโทษเรื่องจูบแน่ ๆ เลย” เสียงความคิดสาลินบอก
“ฉันขอโทษเรื่องที่ฉันขับรถจนโคลนเปื้อนเธอถึง 2 ครั้ง”
“อะไรนะคะ” ในใจคิดว่า “อีตาบ้า มาพูดอะไรตอนนี้”
“ฉันบอกแล้วไง ว่าถ้าฉันเจอหลักฐานว่า วันนั้นฉันไปแถวร้านที่เธอทานข้าว ฉันจะขอโทษเธอ นี่ฉันเจอไดอารี่ที่หายไปแล้ว 2 วันนั้นฉันไปแถวนั้นจริง ๆ”
สาลินค้อนวงใหญ่
“นี่น่ะหรือ เรื่องที่คุณจะบอกฉัน”
“ก็ใช่นะซี เธอเป็นคนย้ำอยู่เสมอไม่ใช่หรือ ว่าถ้าผิดก็ต้องยอมรับผิดและขอโทษ”
“ค่ะ ขอบคุณที่ขอโทษ แล้วไม่มีเรื่องอะไรที่คุณจะพูด จะสารภาพ จะขอโทษอีกเหรอ”
“ไม่มีนี่”
” อีตาบ้า / งั้น….ฉันขอตัวค่ะ”
สาลินกลับเข้าบ้านทันที
“สาลิน เดี๋ยว”

ที่ศาลาท่าน้ำไม้เลื้อยออกดอกพราวยิ่งกว่าทุกวัน ศรีจิตรายืนอยู่ในมือมีดอกผักตบ ชายเล็กเดินเข้าไปช้า ๆ ศรีจิตราหันมา
“คุณศรีเอาผักตบมาทำไมครับ”
“มันทำให้ฉันนึกถึงประวัติมันนะค่ะ สมเด็จพระพันปีทรงนำมาจากชวา มาเป็นไม้ประดับในวัง แต่ลงท้ายก็ออกจากวัง มาอยู่ตามคลองตามแม่น้ำกับชาวบ้านเหมือนเดิม”
“ก็เหมือนคุณศรีซีฮะ แต่คุณศรีต้องกลับไปเป็นดอกไม้ในอุทยานวุฒิเวสม์อีกครั้งนะฮะ”
เขากุมมือศรีจิตรามองลึกลงในดวงตา
“คุณศรีฮะ ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณศรีต้องออกจากวังมา วันนั้นผมเปิดใจกับคุณศรีหมดแล้ว”
“ก็คุณชายสารภาพกับดิฉันว่า คุณชายชอบยายสาไม่ใช่เหรอคะ”
“แล้วต่อจากนั้นล่ะฮะ”
“ยาที่คุณหมอให้ดิฉันแรงมากค่ะ ดิฉันเลยหลับไปก่อน”
“เฮ้อ กะอยู่แล้ว คุณหมอนี่เองที่ทำผิด แล้วคุณศรีอยากให้ผมฉายหนังซ้ำไหมครับ”
ศรีจิตราพยักหน้า บดินทร์คุกเข่าลงข้างศรี จับมือกุมไว้
“ผมพูดว่าผมชอบคุณสามาก มากจนคิดว่าเป็นความรัก จนเมื่อผมได้อยู่ใกล้คุณศรี ผมถึงได้รู้ว่า ผมชอบคุณสาแบบเพื่อน ผมชอบคุณสา….แต่ แต่ผมรักคุณฮะ รักหมดทั้งชีวิตจิตใจของผม”
“ตอนนี้ฉันรู้แล้วค่ะ ฉันรู้แล้ว”
บดินทร์จูบมือศรีจิตรา ลมแรงพัดมา ดอกไม้เหนือศาลาไหวพรู น้ำกระเพื่อมสะท้อนแดดระยงระยับ กอผักตบไหวตามคลื่น ดอกผักตบงามอย่างน่าพิศวง

สองวันต่อมา ในห้องทรงงาน เสด็จประทับบนตั่ง ในพระหัตถ์ ใบโพธิ์บุหงาของชำร่วยทรงเย็บตรึงอย่างชำนาญ สร้อยกราบอยู่ที่พื้น มาลา วรรณานั่งประดิษฐ์ใบโพธิ์อยู่ถัดไป
“หม่อมฉันไปทำบุญ 9 วัด 9 จังหวัดมาเพคะ ไปโดน…เออ…กาลกิณีมา ก็เลยต้องไปล้างอาถรรพ์เพคะ เอ….พี่ใหญ่ล่ะเพคะ”
“วุ่นอยู่ข้างในกระมัง”
“หม่อมฉันกลับมา ทางบ้านบอกพี่ใหญ่มีธุระร้อน เรื่องอะไรหรือเพคะ”
มาลา วรณา คิกคัก
“เดี๋ยวถามเขาเองก็แล้วกัน”
“หม่อมฉันไปหัวเมืองคราวนี้ ไปพบหลานสาวลูกพี่ลูกน้องเพคะ งามมากเลย เลยคิดว่า จะพาเข้าเฝ้าเสด็จ ควรมิควรแล้วแต่จะโปรดนะเพคะ”
“นี่….แม่สร้อย มันยุคจรวดแล้ว ผู้คนก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เราจะมามัวยึดมั่นถือมั่น คลุมถุงชนอยู่ได้ยังไง”
“เราก็ปฏิบัติกันมาแต่เก่าก่อน ถ้าเราเปลี่ยน ก็แปลว่าเราต้องยอมแพ้ ยอมตามโลกสมัยใหม่หรือเพคะ ฮึ หม่อมฉันยอมตายซะดีกว่า”
“อะไรใหม่ ๆ ไม่ได้แปลว่ามันเลวไปเสียหมดนี่ อะไรดีเราก็รับไว้ อะไรแย่ก็อย่าไปรับมัน”
“เพคะ อย่างนังชะนีบ้านสวนนั่น เป็นไงเป็นกัน อย่าทรงยอมนะเพคะ”
เสด็จนิ่งพระพักตร์ มาลา วรรณาเซ็งกับการตกข่าวของสร้อย
สร้อยนิ่วหน้าไม่ยอมรับ สอางค์หน้าระรื่น คล้องแขนมากับบชายเล็ก สร้อยหันไปมองอย่างงง ๆ
สอางค์ ชายเล็กมาคุกเข่าลงกราบ แล้วหันไปทักสร้อย
“อ้าว มาแล้วหรือ”
“ไม่เจอคุณสร้อยแป็ปเดียว สวยขึ้นกว่าเดิมอีกนะฮะ”
“วุ๊ย ดิฉันเลิกเชื่อคุณชายมานานแล้วล่ะค่ะ”
“เอ้ายังไง มีข่าวอะไรคืบหน้าบ้าง” เสด็จถาม

“เกล้ากับคุณศรีเกลี้ยกล่อมยังไงก็ไม่สำเร็จพะยะค่ะ สรุปว่าจัดงานแต่ง เกล้ากะคุณศรีแต่งก่อนก็ได้พะยะค่ะ”

สร้อยสะดุ้งสุดตัว สอางค์หันมายิ้มพยัก

“ไม่เอาล่ะ ป้าอยากให้พี่แต่งก่อนน้อง”
“ก็ใช่พะย่ะค่ะ ก็คุณศรีแต่งก่อนคุณสาไง”
“แกอย่ามาเล่นลิ้นกับป้า ให้ชายรองแต่งกับสาลินก่อนน่ะดีแล้ว”
สอางค์พยักเพยิดกับสร้อยอีก
“หา…..นี่ใช่ไหมคะ ธุระร้อนที่พี่สอางค์จะพูดกับหนู”
“ย่ะ แม่สร้อย”
“ก็แปลว่า 2 คู่ชู้ชื่นอย่างหวังไว้ แค่สลับคู่เท่านั้นเอง”
สร้อยยิ้มปากคลี่ไปเกือบถึงรูหู ดวงตาเจิดจ้า จนมาลาวรรณาสะดุ้ง
“แม่ศรีกับคุณชายเล็ก”
“ย่ะ”
“ยายสากับคุณชายรอง โถหลานรัก ทูนหัวของป้า”
“เมื้อกี้ยังเรียกนังชะนีบ้านสวนอยู่นี่คะ” วรรณาบอก
“ไม่ใช่ย่ะ นังเมียตะเข้ ยายศรีน่ะดั่งแก้วตา ยายสาน่ะดังดวงใจ”
เสด็จทรงอึ้ง มาลา วรรณา บชายเล็กเซ็งกับพัฒนาการตัวละครของสร้อย
“ฮือ ไม่มีใครต้องเป็นหม้ายขันหมากแล้ว” สอางค์บอก
“อาถรรพ์ถูกล้างแล้ว แล้วเรื่องมันเริ่มตั้งแต่เมื่อไร พี่สอางค์”
เสด็จตอบแทน
“ฉันเห็นมาตั้งเป็นปีแล้ว คู่ตารองกับสาลินน่ะเริ่มก่อน คู่ตาเล็กกับแม่ศรีน่ะเริ่มทีหลัง”
“แต่จบแฮปปี้เอนดิ้งก่อนนะ พะยะค่ะ”
“นี่ทรงรู้มาตั้งนานแล้วหรือเพคะ”
เสด็จพยักพระพักตร์
“แต่ทรงงำความปิดเงียบ แกล้งหม่อมฉัน 2 คนให้วิ่งวุ่น เป็นนังบ้ามาตลอดใช่ไหมเพคะ”
“ก็ใช่น่ะซี สนุกจะตาย”
เสด็จทรงแย้มสรวล มีแววเจ้าเล่ห์แสนกลเหมือนสาลินไม่ผิดเพี้ยน

ชายรองก้าวเข้าไปในห้องสมุด
“นี่คู่นั้นหมดปัญหาแล้วนะ ว่าแต่ของเราเถอะ จะยังไง”
“ยังไม่ทราบเกล้า เลยพะยะค่ะ”
“ยังไงก็อย่าให้ป้าต้องมาเล่นละเม็งละครอะไรอีกก็แล้วกัน บทเนรเทศเธอน่ะยาวเป็นหน้าๆ ป้าต้องท่องอยู่ตั้งสามวัน”
ชายรองยิ้มนิดๆ
“นี่สาลินเขาโกรธเธอเรื่องอะไร”
ชายรองถอนใจ
“เกล้าไม่ทราบเลยพ่ะย่ะค่ะ ใจสตรียากแท้หยั่งถึงจริงๆ”
“ผู้หญิงน่ะไม่มีอะไรหรอก นอกจากเจ้าเล่ห์เพทุบาย มารยาร้อยเล่มเกวียน แล้วก็ปากกับใจไม่ตรงกัน”
“แค่นั้นก็ก่อสงครามโลกครั้งที่สามได้แล้วนะ พะยะค่ะ เด็จป้า แต่ดูท่าเขาโกรธเกล้าจริงๆ หรือว่าเขาไม่ได้รักเกล้า”
“สมน้ำหน้า เธออยากไปรังแกเขา”
“เกล้าไม่ได้รังแก เกล้าจูบเพราะเกล้ารักเขาจนไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
เสด็จทรงฉุกพระทัย
“เอ๊ะ นี่เธอไปจูบเขา ไปเที่ยวประกาศว่าจะแต่งกับเขาน่ะ จริงๆแล้วเธอเคยบอกรักเขาหรือเปล่า”
“บอกพะยะค่ะ เกล้าทูลหน้าพระพักตร์เด็จป้า บอกต่อหน้าคุณตา คุณยาย คุณแม่”
“อ้าว…..แล้วเจ้าตัวเขาล่ะ เคยบอกต่อหน้าเขาหรือเปล่า เคยคุกเข่ากุมมือขอความรักเขาไหม”
ชายรองยุ่งยากใจ
“ต้องทำด้วยหรือพะยะค่ะ”
เสด็จทรงส่ายพระพักตร์
“ยังจะมาถาม สำหรับผู้หญิงน่ะ ต่อให้เธอเอาเพชรเท่าภูเขามาให้แทนความในใจ ก็ไม่มี ค่าเท่าคำว่า “รัก” จากปากเธอหรอก”
ชายรองนิ่งอั้น

สองวันต่อมา รถบริษัทน้ำมันแล่นมาจอดในปั๊ม สมชายและชายเล็กลงมา
“เอ ไม่ยักมี”
“อะไร”
“ก็พรมแดงที่สองแม่ลูกมาปรับหม่อมน่ะซี”
“ฉันเป็นคุณชายโว้ย หม่อมน่ะมันคนธรรมดาที่เป็นเมียเจ้า”
ทันใดมีเสียงกรีดร้องยางโหยหวน คล้ายมีการฆ่าข่มขืนชำเราหญิงชรา ทั้งสองตาเหลือกรีบเข้าไปในออฟฟิศ เห็นพุดซ้อนน้ำตาไหลพราก หัวฟู มาสคาร่าไหลเป็นทาง เมื่อหันมาเห็นบชายเล็กก็ถลามา
“ฮือ คุณชายขา คุณชาย อีชบา เอ๊ย หนูชบาค่ะ”
“ทำไมฮะ ชบาทิพย์เป็นอะไร”
“มันหายไปแล้วค่ะ ฮือ ลูกชบาน่ะไร้เดียงสา เป็นคนซื่อ ต้องมีผู้ชายมาล่อ”
ทั้งสองสะดุ้ง
“มาล่อลวงฉุดคร่าไปแน่คะ ต้องเป็นไอ้หนุ่มกรุงใจคด …เอ๊ะ หรือว่าแก”
สมชายโบกมือว่อนๆ
“เฮ้ย ไม่ใช่ จะบ้าหรือเจ๊ อย่าเอาขี้มาป้ายผม”
“ฮือ เสื้อผ้าสวยๆ ก็หายไปหมด”
“นั่นไง ฉุดคร่าอะไรกัน มีการขนเสื้อผ้าไปด้วย อย่างนี้มันหนีตามผู้ชายมากกว่า”
“นั่นไง….รับออกมาแล้ว แกแน่ ๆ โธ่ ลูกชบาของแม่ แม่อุตส่าห์ทะนุทะถนอม กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงมา มดไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม คำน้อยก็ไม่มีว่าให้กระเทือนใจ”
ชายเล็กมองไปรอบ ๆ แล้วชะงัก
“เจ๊ มีเขียนบนกระดานน่ะ”
พุดซ้อนปาดน้ำตา ทั้งคู่ขยับมาดู ตรงหน้าคือกระดานดำ มีลายมือโย้เย้ตัวเท่าหม้อแกงเขียนด้วย
ชอล์ก
“แม่จิกหนูใช้ยิ่งกว่าอีเย็น ทั้งตีทั้งด่าหนูสาดเสียเทเสีย คราวคุณชายเล็กก็ว่าหนูตาบอด ไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าใครเป็นไพร่”
พุดซ้อนตาเบิกกว้าง ชายเล็กทำตาปริบ ๆ สมชายกลั้นหัวเราะ
ชบาเขียนต่อว่า “ก็ได้ หนูจะพิสูจน์ให้แม่เห็น หนูจะหาผัวดี ๆ มาให้แม่กราบเท้า”
“โถ หนูชบาคงรีบจนเขียนสลับคำ”
“อ้อ อีกอย่าง หนูขอยืมเครื่องเพชร เครื่องทองกับเงินสดในเซฟไปก่อน ถ้าเหลือหนูจะเอามาคืน”
พุดซ้อนตบอกผาง วิ่งไปเปิดเซฟ เห็นข้างในวางเปล่า มีดอกชบาวางอยู่หนึ่งดอก พุดซ้อนหยิบมาแล้วร้องกรี๊ด เต้นเร่า ๆ แล้วด่าเป็นชุด
“อีชบา อีลูกชั่ว อีเนรคุณ อีอกตัญญู อีทรพี อีลูกล้างลูกผาญ อีกะแหร่ง”

ไนเจลยืนประจันหน้าจ้องตาไม่ลดละกับจิตริณี สาลินถือแฟ้มงานวันเล่านิทานแนบอก อยู่ตรงกลาง ยืนมองซ้ายทีขวาที
“บอสคะ ไหนว่าคุณเข้าใจแล้วไง ไม่หึงแล้วไง”
“ต้องหึงซี เพราะพอคุณเห็นข่าวนายแอสควงลูกสาวรัฐมนตรี คุณถึงกับไม่เป็นอันทำงานทำการ”
“ฉันทำงานไม่ได้ เพราะเสียงกระแนะกระแหนของคุณต่างหาก”
“ผมกะอยู่แล้วว่าคุณต้องอ้างแบบนี้”
“คุณจงรู้ไว้ว่าต่อให้ไม่มีอาร์ ฉันก็ไม่มีวันสนใจผู้ชายพาลพาโล ขี้ใจน้อยแสนงอน แล้วก็ปากจัดอย่างคุณ”
“ฮึ่ม”
จิตริณีสะบัดไป ไนเจลขบกราม กำหมัด ตัวสั่นเทิ้ม
“บอสคะ กำหนดการวันเล่านิทานค่ะ” สาลินบอก
“ฮั่ม”
ไนเจลคำรามอีก สาลินผวา ไนเจลหน้าบิดเบี้ยว แล้วกลายเป็นเบะ
“ฮือๆๆ จินนี่ไม่รักผมเลย”
“บอสคะ”
ไนเจลโผเข้ากอดสาลิน ซบหน้ากับไหล่สาลินสะอื้น ฮั่กๆ สาลินตาเหลือก ยกมือเก้ ๆ กัง ๆ
“ผมเบื่อเหลือเกินแล้วที่ต้องเป็นมดแดงแฝงฝีมะม่วง”
“แฝงพวงมะม่วงค่ะ” ไนเจลร้องฮือ ” โอ๋….ไม่ร้องนะคะ ไม่ร้อง”
สาลินตัดสินใจยกมือลูบผมไนเจล แล้วตีแปะๆ
“โอ๋ คุณจินนี่ชอบบอสมากนะคะ แต่บอสชอบประชดประชันเขา เขาก็โกรธน่ะซีคะ”
ที่หน้าประตู ชายรองถือกุหลาบก้าวมาพอดีมองไป บราลี ลลิตา เดินตามมาอ้าปากค้าง
สาลินกอดไนเจลมือลูบผม
“บอสน่ารักออกอย่างนี้ ใครจะไม่รักไม่มีหรอกคะ ”

ชายรองยืนนิ่งอึ้ง มองอย่างเย็นชา

บราลี ลลิตาตาม ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์ออกมา

“คุณชายคะ อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ยายสากับบอสไม่ได้มีอะไรกันนะคะ” บราลีบอก
“บอสเขาเสียใจที่คุณจิตริณีไม่รับรักเขาน่ะค่ะ” ลลิตาว่า
“ขอบคุณครับที่ช่วยแก้แทนให้สาลิน แต่ผมไม่ได้เข้าใจผิดสาลินหรอกครับ ผมรู้ว่าสาลินไม่ได้มีใจกับมิสเตอร์ไนเจล”
บราลีถาม “อ้าว…..แล้วจะรีบกลับทำไมล่ะคะ ทำไมไม่อยู่คุยกับสาลินก่อน”
“เฮ้อ….มันมีเหตุผลอื่นน่ะ ผมขอตัวนะครับ อ้อ ไม่ต้องบอกนะครับว่าผมแวะมา”
ชายรองแยกไปพร้อมกุหลาบในมือ สองสาวถอนใจ
“แล้วเหตุผลอะไรล่ะ”
สาลินออกมาพอดี
“บอสร้องไห้กับไหล่ฉัน เสื้อฉันเปียกไปหมดเลย”
บราลี ลลิตาทำหน้าเศร้า
“มีอะไรเหรอ”
“ปละ เปล่า ไม่มีอะไร”
สาลินงง ๆ แล้วแยกไป จิตริณีเดินผ่านมาพอดี
บราลีบอก
“คุณจินนี่คะ มีเรื่องจะปรึกษา”
“เรื่องอะไรคะ”
ลลิตาบอก
“ดูเหมือนบอสของเราจะทำให้คุณชายรองกับลินซี่หมางใจกันแล้วล่ะค่ะ”
“เล่าซีคะ เรื่องเป็นอย่างไร”

ม.ร.ว. ศศิรัชนีหน้าซึมเศร้า กำลังจัดดอกไม้อย่างเฉยชา รื่นกับโรยหัวเราะระริกระรี้เข้ามายอบตัวลง อ้าปากจะรายงาน
“นายเล็กมาล่ะซี”
2 นางหน้าม้าน
“เจ้าค่ะ”
คุณชายบดินทราชทรงพลเดินยิ้มเข้ามา รื่น โรยกลับไปทางเดิม
“นายเล็กนั่งซี ยินดีด้วยนะ ได้ข่าวเธอกับคุณศรีจิตราแล้ว จะเข้าประตูวิวาห์อยู่รอมร่อแล้วใช่ไหม”
“ยังหรอก ต้องรอพี่รองกับคุณสาก่อน ”
หญิงกลางหน้าหมองลง
“ทุกคนสมหวังกับความรักของตัวเอง น่ายินดีจริง ๆ”
“แล้วเธอเองล่ะ เมื่อไหร่จะยอมคุยกับเฮียศุภรเขาเสียที เธอก็รู้แล้วนี่ว่าวันนั้นเฮียเขาเล่นละคร มันไม่ใช่เรื่องจริง”
“ฉันไม่ชอบการหลอกลวงน่ะซี”
“โธ่ เฮียเขาเล่นไปตามแผนของพี่รอง ไม่ใช่ความผิดเฮียเขาเสียหน่อย”
“แล้วฉันควรจะทำยังไง”
“ก็คุยกันให้รู้เรื่องไง”
รื่น โรยหัวเราะแว่วมาอีกครั้ง ทั้งสองพูดกับใครบางคน
“รื่น โรยคุยกับใครในสวนน่ะ” หญิงกลางถาม
“ไป ไปดูกัน”
ชายเล็กพาหญิงกลางที่มุมสวน

รื่น โรยคุยกับศุภร หัวเราะระริก ศุภรถือช่อดอกไม้สวยในมือ
“เธอพาเขามาทำไม”
“ยังไงก็ต้องคุยกัน เฮียเขาคิดถึงเธอจะแย่อยู่แล้ว อ้อ นี่….มีอีกเรื่องจากพี่รอง”
“อะไรเหรอ”
ชายเล็กส่งจดหมายปิดผนึกให้ ม.ร.ว. ศศิรัชนี
“พี่รองบอกว่าช่วยส่งให้หญิงก้อยด้วย เอาล่ะ ฉันขอทำหน้าที่ทูตประสานสัมพันธ์ครั้งสุดท้ายนะ”
ชายเล็กเดินตรงไปหาศุภร แล้วกระซิบกระซาบ ศุภรหันมาหา แล้วเดินตรงมาหาหญิงกลาง
“คุณกลางครับ ยกโทษให้ผมเถอะนะครับ”
หญิงกลางเป็นอึ้งไป ศุภรส่งดอกไม้ให้ เธอรับมา
“วันนี้ผมมาขอทานเค้กสายรุ้งของคุณกลาง ได้ไหมครับ”
เธอใจอ่อนยวบลงทันที แล้วค่อย ๆ ยิ้มออกมา น้ำตารื้นขึ้นนิด ๆ
“เชิญค่ะ แต่ต้องช่วยทำนะคะ เพราะเลิกทำไปหลายวันแล้ว”
“ใช้ผมมาเถอะครับ ผมยินดีทำทุกอย่างเพื่อคุณกลาง”
คุณหญิงกลางพาศุภรกลับไปที่เทอเรซ ชายเล็กถอนใจ รื่น โรยยิ้มปลื้ม
“คุณชายขา คงเข้าใจกันได้แล้วนะคะ เพราะช่วงนี้พวกเราทานอะไรไม่ลงเลย” รื่นว่า
“ตรอมใจแทนหญิงกลางเหรอรื่น” ชายเล็กถาม
“เปล่าค่ะ อาหารเค็มจัดทุกประเภท” โรยบอก
“ตั้งแต่คุณกลางเสียใจเรื่องคุณศุภร ทำกับข้าว ทำขนม ผิดรสหมดเลยค่ะ”
ชายเล็กงง รื่น โรยหัวเราะคิกคัก

ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงกำลังอ่านเนื้อความในจดหมาย ขยำทิ้งปาลงกับพื้น แล้วหันขวับ สะบัดผ้าบาง มามองพี่สาว ที่มีเค้กสายรุ้งเพิ่งทำสดใหม่วางอยู่
“จะมาทวงแหวนของท่านพ่อคืน ฮึ จะเอาไปให้นังนั่นล่ะซี หญิงไม่หวงเอาไว้หรอก”
“จ้ะ หญิงเก็บแต่เครื่องเพชรแพง ๆ เอาไว้ก็พอ แหวนคุณรองเป็นแค่พลอยไม่มีราคาค่างวดอะไร”
หญิงก้อยเชิด ไปนั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักหาแหวน
“นี่คงหมั้นหมายกันแล้วล่ะซี เห็นไหมคะว่าเด็จป้าอยุติธรรมแค่ไหน อคติกับหญิงสารพัด แต่กับนังหลานสาวแม่บ้านนั่นน่ะทรงยอมง่าย ๆ”
“ใครบอกว่าเสด็จป้าทรงยอมง่าย ๆ ทรงลงทุนลงแรงไปตั้งเยอะ”
“หมายความว่าอะไรคะ”
“ก็เสด็จป้าทรงอุตส่าห์เล่นละครร่วมกับคุณรอง ทรงทำเป็นเนรเทศคุณรองออกจากวัง เพื่อพิสูจน์ว่าใครรักคุณรองที่ตัว ใครรักที่เปลือกไงจ๊ะ”
หญิงก้อยลุกพรวดมา ประจันหน้า เพราะไม่คิดว่าพี่สาวจะรู้
“พี่หญิง! พี่หญิงรู้ได้ยังไง อ้อ… หรือว่าคุณเล็กกับนายศุภรเอามาเที่ยวพูด”
“ข่าวจากวังวุฒิเวสม์น่ะมาสายตรงที่วังรัชนีกุลเสมอนะจ๊ะ เพียงแต่รู้จากคุณศุภรเพิ่มมาว่า คุณศุภรก็ต้องร่วมมือเล่นละครกับคุณรองด้วย”
“บทบาทไหนไม่ทราบคะ”
“ก็เจ้าของรถบุโรทั่งที่เธอนั่งอยู่นั่นไง”
หญิงก้อยอยากร้องกรี๊ดออกมา รื่น โรยเข้ามา
“คุณหญิงกลางขา อาหารค่ำพร้อมปรุงแล้วค่ะ”
“ชิมเค้กแล้วหรือยังรื่น โรย”
“อร่อย หวานมันเหมือนเดิมแล้วค่ะ” โรยบอก
“คุณศุภรกับคุณชายเล็กขอเค้กกลับไปทาน คนละหลายชิ้นเลยนะคะ” รื่นบอก
ม.ร.ว. ศศิรัชนี ยิ้มหน้าบาน
“ขอตัวไปปรุงมื้อค่ำก่อนนะจ๊ะหญิง”
หญิงกลางจะตามรื่น โรยออกไป หญิงก้อยประกาศเสียงลั่น
“อ้อ ร่วมมือกันเป็นทีม ได้ค่ะ งานนี้หญิงก็จะให้เสด็จป้าได้ทรงรู้ว่า นังศรีสะใภ้ของเสด็จป้า…เคยทำระยำตำบอนอะไรเอาไว้บ้าง”
หญิงก้อยมองแหวนในมือด้วยดวงตาอาฆาตแค้น หญิงกลาง รื่น โรยหน้าเสีย

ในร้านอาหารโต๊ะด้านสุด หญิงก้อยนั่งรออยู่ จรวยเดินสงบเสงี่ยมมา ชุดสีอ่อน แต่หน้าตาอิ่มบุญเดินมา หญิงก้อยมองตาปริบ ๆ จรวยยกมือไหว้แช่มช้อย เธอรับไหว้ ชี้ให้จรวยนั่ง
“คุณหญิงมีอะไรให้รวยรับใช้คะ”
“ฉันเอาแหวนมาฝากเธอ คืนคุณรอง”
เธอหยิบกล่องแหวนมาส่งให้จรวย
“ได้ค่ะ”
“แล้วฉันยังมีของฝากไปถวายเด็จป้าด้วย”

หญิงก้อยตาวาว เลื่อนซองกระดาษสีน้ำตาลขนาดกลางมา จรวยรับมาอย่างงง ๆ หญิงก้อยทำหน้านางร้ายแต่สวย

จรวยเดินเข้ามาในห้อง

วางกระเป๋าถือ ซองน้ำตาลและกล่องแหวนลงที่โต๊ะเครื่องแป้ง เจียมและนางข้าหลวง สองนางเพิ่งทำความสะอาดห้องเสร็จ จรวยยิ้มให้อย่างแสนดี
เจียมมองไปที่กล่องแหวน
“ทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วค่ะคุณจรวย
“ขอบใจจ๊ะเจียม”
เจียมมองจรวยอย่างไม่วางใจนัก ออกไปพร้อมสาวใช้
จรวยถือซองไปนั่งบนเตียง มองซองในมืออย่างชั่งใจ
“ของฝากอะไรกัน หรือคุณหญิงจะกลับตัวกลับใจ เลยส่งของมาขอประทานอภัยเสด็จ ต้องใช่แน่ ๆ เลย”
จรวยยกซองที่ผนึกทากาวมาดู
“ถ้าฉีกออกดูก็เสียมารยาท แต่ไม่ผิดศีลธรรม คงไม่เป็นไร”
จรวยฉีกซองออก หยิบรูปถ่ายออกมาแล้วเบิกตากว้าง

ที่เทอเรซหลัง เจียมและสองนางข้าหลวงเข้ามาสมทบแม่น้อมและข้าหลวงอีกนาง ทั้งหมดช่วยกันทำใบโพธิ์บุหงา
“เออ นังเจียม แล้วเรื่องเรือนหอนี่ยังไง” น้อมถาม
อำพันหน้าบูดบึ้ง ออกมาทันได้ยินพอดี
“เห็นว่าคุณชายรองกับคุณสาจะอยู่ตำหนักใหญ่ทางปีกขวา”
“อ้าว….งั้นเรือนหอก็เป็นของคุณชายเล็กกับคุณศรีน่ะซีนะ”
ข้าหลวง1บอก “งั้นตำหนักเล็กนี่ ต่อไปก็เป็นของคุณชายโตกับคุณจรวยน่ะซีคะ”
อำพันหน้าบูดบึ้งก้าวมา

“ใคร ใครมาแส่จัดสรรปันส่วนแบ่งสมบัติฉัน”
เจียม น้อม สามข้าหลวงก้มหน้างุด
“เฮอะ…..คงได้หรอกย่ะ นังสะใภ้นอกคอกน่ะ”
“แหม….แต่เดี๋ยวนี้คุณจรวยก็ดีขึ้นเยอะนะคะ” เจียมบอก
“มันแกล้งทำน่ะซี อุ๊ยตาย….ฉันเลยลืมเลย”
“ลืมอะไรคะ”
“ฉันจะมาถามพวกแกว่า แหวนเพชรฉันเอามาเตรียมขัด วางไว้แป๊ป ๆ หายไปแล้ว
พวกแกเห็นบ้างหรือเปล่า”
“เอ….ไม่เห็นนะคะ แต่….เมื่อกี้เจียมเห็นคุณจรวยถือกล่องแหวนอยู่ค่ะ”
อำพันตาเบิกกว้าง ตบอกผาง

ในห้องนอน จรวยยังคงนั่งอึ้งมือถือรูปอยู่ ประตูห้องเปิดผางออก จรวยสะดุ้งสุดตัว เลื่อนรูปซ่อนใต้หมอน อำพัน , น้อม , เจียม เข้ามา 3 ข้าหลวงชะเง้ออยู่ข้างนอก
“นี่นังจรวย หล่อนเอาอะไรซุกใต้หมอน”
“ไม่ ไม่มีอะไรเจ้าค่ะหม่อม”
ทุกคนเห็นพิรุธก็ยิ่งแน่ใจ
“แกขโมยแหวนเพชรฉันไปใช่ไหมยะ”
“เปล่านะคะ”
เจียมชี้มือไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง
“นั่นไงคะ กล่องแหวน”
อำพันเต้นผางเข้าไปจิกหัว จรวยพยายามแกะมือ อำพันเหวี่ยงจรวยไปล้มตะแคงที่พื้น บรรยากาศนางทาสคุกรุ่น
“นี่แน่ะ อีขี้ขโมย”
น้อมเข้าไปคว้ากล่องมาส่งให้อำพัน จรวยผมหลุดลุ่ย น้ำตาไหลดูเป็นนางเอกรันทด ม.ร.ว. ดิเรกราชวิทย์เดินมาจากอีกห้อง
“หม่อมครับ เกิดอะไรขึ้นครับ”
ชายโตเข้าประคองจรวย
“คุณชาย ช่วยรวยด้วยค่ะ หม่อมหาว่ารวยขโมยแหวนไป แต่รวยไม่ได้ขโมย”
“ต๊าย จับได้คาหนัง คาเขา คากระดูก ยังมาปากแข็ง แหวนอยู่ในมือมันเห็นทนโท่”
อำพันเปิดกล่องแหวน
“นี่ไง แหวนฉัน เอ๊ะ ไม่ใช่นี่”
อำพันหยิบแหวนมาดู ชายโตรับมาดู
“แหวนพลอยท่านพ่อนี่ครับ แหวนต้นตระกูลเรานะครับหม่อมแม่ เธอไปได้มาจากไหน”
“ฮือ….นี่คือแหวนคุณชายรองค่ะ คุณหญิงก้อยเธอให้รวยเอามาคืนคุณชาย”
จรวยปาดน้ำตา อำพันหน้าแตกเล็กน้อย
“เอ๊ะ นี่เธอยังคบหากับหญิงก้อย มาทำตัวเป็นไส้ศึกอยู่งั้นเหรอ”
“ไม่แล้วค่ะ คุณหญิงแค่นัดรวยออกไปพบ บอกว่ามีของจะฝากคุณรองและมีของถวายเสด็จด้วย”
น้อมโพล่ง “เอ๊ะ แล้วที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าปู คืออะไร”
จรวยรีบพรวดไปนั่งทับหมอน
“ไม่มี ไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ”
“ชายโต จัดการ ”
ม.ร.ว. ดิเรกราชวิทย์ดึงร่างจรวยออก เห็นซองรูป
“ซองอะไร รูปอะไร”
“รูปไม่สลักสำคัญอะไร คุณชายขา อย่าดูเลยค่ะ”
“หา หรือแกถ่ายรูปลามกของแกกับชายโตเอาไว้”
“หม่อมครับ ไม่มีครับ”
เจียมลืมตัวอยากดู “อุ๊ย เสียดาย”
เจียมรีบหุบปาก น้อมสะกิดบ่มพึมพำ ชายโตดึงรูปออกดู ชะงักไป จรวยหมดแรงนั่งแปะลงกับพื้น อำพันชะเง้อ
“อย่าดูเลยครับหม่อม มันไม่ดี”
“ยังไงก็ต้องดู ต๊าย รูปลามกจริง ๆ แต่ไม่ใช่ชายโต ผู้หญิงก็ไม่ใช่แกเพราะนมเล็ก ไม่ใหญ่เท่าของแก”
“ผู้หญิงหน้าคุ้น ๆ นะครับ”
“ว้าย นี่มัน แม่สาโทใช่ไหม”
เจียม น้อมรับรูปมาดู มีหลายรูป ร้องวี๊ดพร้อมกัน ดิเรกงุนงง
“ใช่เจ้าค่ะ / คุณสาลินแน่ ๆ ค่ะ”
จรวยน้ำตาไหล อำพันตาเหลือกเต้นผาง ๆ อีก นมย้อยเข้ามาในมือมีกล่องแหวน
“ต๊าย นี่น่ะเหรอจะมาเป็นเมียตารอง มาเป็นสะใภ้ฉัน”
“หม่อมครับใจเย็น ๆ”
“อ้าว….เอะอะอะไรกันคะหม่อม” นมย้อยว่า
“อ้าว นี่แหวนที่หายไปใช่ไหมครับ”
“ก็ใช่น่ะซีคะ อิฉันไปเจออยู่ในกองไพ่นกกระจอก”
ทุกคนมองจรวย จรวยปาดน้ำตา อำพันอึ้งไป
“อ้าว เหรอ”
“มีอะไรคะหม่อม”
“นมก็ดูเอาเองก็แล้วกัน”
อำพันส่งรูปให้ นมย้อยรับมาหมุนดู แล้วร้องอุทาน ชายโตประคองร่างจรวยลุกขึ้น
“ไม่เป็นไรนะจรวย รูปพวกนี้หญิงก้อยเอามาให้งั้นเหรอ”
“ค่ะ กำชับว่าให้ถวายเสด็จให้ได้ จรวยเห็นรูปก็ตกใจแทบตาย ถึงไม่อยากให้ใครเห็น”
“หม่อมครับ จรวยไม่ได้ทำผิดอะไรเลยนะครับ จรวยกลับเนื้อกลับตัวแล้ว อย่าอคติ จรวยอีกเลยนะครับ”
“ย่ะ เอาเป็นว่าฉันขอโทษหล่อนก็แล้วกัน”
นมย้อยบอก “ทุกคนก็ขอโทษแม่จรวยเขาด้วย”
“ขอโทษนะคะคุณจรวย / ต่อไปจะไม่อคติอีกแล้วค่ะ”
นางข้าหลวงเด็กยกมือไหว้ จรวยยิ้มทั้งน้ำตา ไหว้ตอบกลับ
“ขอบคุณทุกคนค่ะ”
“แต่ที่จะยกโทษให้ไม่ได้ ก็นังหลานสาวยายคุณแม่บ้านนี่แหละ นี่ใช่ไหมที่เขาลือกันว่าไปเป็นนังพาสสะเน่อร์ เบียร์ฮอลล์ แหม… ทำงานได้ไม่เท่าไหร่ ขึ้นเตียงกับนายจ้างเสียแล้ว หัวเด็ดตีนขาด ฉันไม่ยอมมีสะใภ้เป็นนังออหรี่หรอก”

ทุกคนเป็นอึ้ง อำพันหน้ามุ่งมั่น

เสด็จประทับอยู่กลางโถง ห้องนั่งเล่นตำหนักใหญ่

สร้อยกับสอางค์หน้าบานนั่งอยู่เบื้องพระพักตร์ มาลา วรรณาถวายงาน
“ยายสาน่ะฉลาดเป็นกรด แคล่วคล่องว่องไว ภาษาก็ดี คุ้นเคยกับฝรั่งมังค่า สมกับเป็นภริยาท่านทูตในอนาคตเพคะ” สร้อยบอก
“ส่วนแม่ศรีน่ะ เป็นแม่ศรีเรือน เยือกเย็นเป็นน้ำ คงทำให้คุณชายเล็กเลิกร้อนรนปรู๊ดปร๊าดได้เพคะ” สอางค์ว่า
เสด็จทรงแย้มสรวล มาลา วรรณาเซ็ง
“ทีนี้ล่ะเห็นเหมาะสม เป็นเนื้อคู่ตุนาหงันกันเชียวนะ ”
สอางค์ สร้อยหัวเราะคิก
นางข้าหลวงสาวใหญ่เดินนำเข้ามา อำพันถือซองหน้าเคร่ง สร้อย สอางค์เชิดโดยอัตโนมัติ
“อ้าว…..แม่อำพัน เชิญจ๊ะ”
อำพันลงกราบ
“มีอะไรหรือ”
“แหมลำบากใจจริง ๆ เพคะ ความไม่ควรจะกราบทูลให้ระคายเบื้องพระบาทเพคะ”
เสด็จแย้มสรวล
“งั้นก็ไม่ต้องบอกดีไหม”
สร้อย สอางค์ยิ้มเยาะ อำพันมองทั้งสองพี่น้องแล้วยิ้มมาดมั่นเหนือกว่า
“แต่จะอุบเงียบงำความไว้ ก็ยิ่งไม่บังควรเพคะ”
“เลิกอารัมภบทได้แล้ว ไหนเอามาดูซิ”
อำพันส่งซองให้สอางค์ สอางค์รับมาแล้วเปิดซอง ดึงรูปออกแล้วร้องอุทาน สร้อยชะเง้อดูแล้วตาเหลือก สอางค์เอารูปกดแนบอก
“ความไม่ควรจะกราบทูลให้ระคายเบื้องพระบาทจริง ๆ เพคะ”
“ภาพไม่ควรจะทรงดูให้ระคายพระเนตรเพคะ”
อำพันยิ้มเยาะ นมย้อยถอนใจ เสด็จทรงยื่นพระหัตถ์ ทรงมองสอางค์อย่างเอาเรื่อง สอางค์ยื่นรูปไป เสด็จทอดพระเนตรแล้วขมวดพระขนง ทรงลดรูปลง
“นี่อะไรกัน”
“รูปแม่พาร์เนอร์กำลังทำงานน่ะซีเพคะ”
“องค์หญิงเพคะ ยายสาไม่มีวันทำเรื่องแบบนี้เป็นอันขาด”
“หม่อมฉันเอาหัวเป็นประกัน”
“หม่อมฉันก็เอาหัวเป็นประกันเช่นกันเพคะ ว่าจะไม่ขอรับแม่พาสสะเน่อร์นี่เป็นสะใภ้เด็ด ขาด”
สร้อยตาเขียว สอางค์ซับน้ำตา มาลา วรรณาดูรูป ปริวิตก แต่เสด็จทรงทำพระพักตร์เฉย

วันต่อ ๆ มา ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์ทำงานในร้านผ้าไหมมีแววกังวล ศุภรทำบัญชีอยู่
“เฮ้อ ต้องใช้ความกล้ากับจังหวะจริง ๆ นะ นายเล็กพาฉันไปหาหญิงกลางที่วัง ฉันปรับความเข้าใจกับหญิงได้ แล้วความรักก็กลับคืนมา ดูเหมือนจะมากกว่าเดิมเสียอีก”
“ยินดีกับนายด้วย ก็จริง มันต้องใช้ความกล้ากับจังหวะ”
“เฮ้ย แล้วจะเอายังไงวะ เรื่องที่ยายหญิงก้อยขู่ไว้”
เขาไม่ตอแต่ถอนใจ พนักงานสาวเข้ามา
“คุณจิตริณีมาขอพบคุณชายค่ะ”
จิตริณีเดินฉับ ๆ เข้ามา สองหน่มลุกขึ้นต้อนรับ
“สวัสดีครับคุณจินนี่ ทรามวัยกายสิทธิ์”
“แหม….พูดเหมือนฉันเป็น บาบาร่า อีเดน จินนี่จากตะเกียงวิเศษอย่างนั้นน่ะค่ะ”
“จริงนี่ครับ คุณมาทีไรเนรมิตรทางแก้ปัญหาให้พวกเราทุกที”
“หลายวันก่อน ฉันได้ข่าวว่าคุณมีเรื่องผิดใจกับสาลินอีกแล้ว เรื่องไนเจลกับคุณสา”
“ไม่ใช่หรอกครับ ผมเชื่อใจสาลิน คนเราต้องเชื่อมั่นในคนที่เรารัก”
จิตริณีซาบซึ้ง ศุภรหมั่นไส้กิตติ
“ฉันดีใจค่ะที่ได้ยิน แล้วบอกได้ไหมคะว่าทำไมไม่เคลียร์กับสาลินเสียตั้งแต่ตอนนั้น”
“ผมแค่รู้สึกว่า หลังจากที่ผมขอเธอแต่งงาน เธอก็ห่างเหินผมขึ้นทุกที เห็นเธอปลอบประโยนมิสเตอร์ไนเจลแล้ว ก็อดน้อยใจไม่ได้น่ะครับ”
“เข้าใจแล้วค่ะ ให้เธอตั้งตัวหน่อยซีคะ กลับไปหาเธออีกครั้งพร้อมช่อดอกไม้สวย ๆ คุณหายไปหลายวันแล้วนะ แล้วเธอก็คิดถึงคุณด้วย”
“เห็นไหมไอ้หม่อม คุณจินนี่ เป็นทรามวัยกายสิทธิ์จริง ๆ ”
“เอ เมื่อไหร่ดีล่ะครับ ที่เธอจะไม่ปฏิเสธผมอีก”
“เอาอย่างนี้ไหมคะ ฉันจะให้บอสเชิญคุณมาร่วมเล่านิทานในวันหนังสือเด็ก อาทิตย์หน้านี่แหละ ”
“เล่านิทานเด็กเหรอครับ ผมคงไม่ถนัด”
“ไม่เห็นยาก เดี๋ยวฉันเทรนให้ก็ได้”
“เรามีนิทานให้เลือกหลายเรื่องเลย จะส่งลิสท์รายชื่อมาให้นะคะ”
“ขอบคุณครับคุณจินนี่”
“ไหน ๆ คุณจินนี่มาแล้ว แกก็ลองปรึกษาเรื่องที่ยายก้อยขู่ซีวะ เผื่อจะเนรมิตทางออกให้เราได้”
“เรื่องอะไรกันคะ”
“หญิงก้อยแอบถ่ายรูป ที่นายอัศนีย์ลวนลามสาลินแล้วเอาไปถวายเด็จป้าน่ะครับ”
กิตติหยิบรูปส่งให้ จิตริณีดูรูปแล้วอ้าปากค้าง

สาลินนั่งหน้าเศร้าอยู่ที่ศาลาท่าน้ำบ้านสวน ด้วยความน้อยใจที่ กิตติไม่ติดต่อมา อุ่นเรือนกับศรีจิตราเข้ามาบนศาลา
“ไง ยายสา หมู่นี้ไม่เห็นพูดถึงคุณชายรองเลย”
“เขาหายหน้าไปตั้งหลายวันแล้ว”
“ก็เรามัวแต่เล่นองค์ทรงเครื่องอยู่น่ะซี”
“ฮึ…..พี่ศรี พี่ศรีก็แต่งงานไปนะ สาจะอยู่เป็นโสด แล้วก็แต่งนิยายขาย”
“เรื่องสาวทึนทึกใช่ไหมจ๊ะ” อุ่นเรือนบอก
สาลินค้อนแม่ ศรีจิตราสบตาอุ่นเรือน
“ถ้าสาไม่แต่ง แล้วพี่จะแต่งได้ยังไง”
“พี่ศรีเป็นพี่ ก็ต้องแต่งก่อน ก็ถูกแล้วนี่คะ”
“ไม่ได้ลูก งานนี้ต้องถือตามฝ่ายชาย ทางวุฒิเวสม์มีกฎประจำตระกูล น้องชายจะมา
แต่งก่อนพี่ไม่ได้”
“มีด้วยหรือคะกฎแบบนี้”
อุ่นเรือนแอบขยิบตากับศรีจิตรา ศรีจิตรากลั้นยิ้ม
“มีซิลูก ยายสา ถ้าหนูไม่แต่ง ก็จะทำให้พี่ศรีอดแต่งไปด้วย”
“แหม นี่ไม่ใช่ “Taming of the Shrew” “ปราบพยศนางตัวร้าย” ของเชคสเปียร์นะคะ”
“สาก็ร้ายพอ ๆ กับนางเอกเรื่องนั้นนั่นแหละ”
สาลินค้อนขวับ ทิฐิลดลง สายตาละห้อยเต็มที อุ่นเรือนอ่อนใจกอดลูกไว้

ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงนั่งวางท่าอยู่หน้ากระจกในร้านเกศมณี มวยมณีกำลังสานตะกร้อบนหัว ช่างอีกคนพาจิตริณีมานั่งเก้าอี้ตัวข้าง ๆ เธอเลิกคิ้วแล้วยิ้มพราย จิตริณียิ้มตอบ
“สวัสดีค่ะ คุณหญิง”
“อ้อ คิดว่าใคร”
มวยมณีบอก “อุ๊ย….รู้จักกันหรือคะ ดีจัง คุณหญิงจะได้มีเพื่อนคุย”
สองหญิงยิ้มให้กัน แต่ดวงตาเหมือนจะฆ่ากันได้
“เธอมาร้านแบบนี้เหมือนกันหรือ”
“ถึงดิฉันไม่ใช่เจ็ทเซ็ท แต่ก็ไม่ใช่ยาจกนี่คะ”
“ตาย….นี่เธอมีปมความรวย ความจนอะไรนี่ด้วยเหรอ”
“คนที่มีปมเรื่องความรวย ความจน เจ้าชายกับยาจกนี่ น่าจะเป็นคุณหญิงมากกว่านะคะ”
หญิงก้อยตาวาวหันขวับไป ช่างผงะถอย
“นี่เธอประกาศตัวเป็นพวกแม่นั่นซีน่ะ”
“คุณหญิงประกาศตัวเป็นฝ่ายตรงข้ามกับดิฉัน มาตั้งแต่แรกต่างหากค่ะ”
“ก็ใช่ซี เพราะเธอน่ะเครซี่อัศนีย์ออกหน้าออกตาขนาดนั้น”
“แหม….ดิฉันแค่เป็นเพื่อนสนิทของอาร์นี่เท่านั้นเอง”
“งั้นหรือ สนิทกันแค่ไหนล่ะ”
“แค่เป็นที่ปรึกษาให้ทุกเรื่องเท่านั้นเองค่ะ”
“เช่นเรื่องอะไรบ้างล่ะ”
จิตริณียิ้มเหี้ยมเกรียม
“ก็อย่างเรื่องที่….เขามาปรึกษาดิฉันว่า ถ้าเขาอยากคืนดีกับคุณหญิงจะทำยังไงดี”
หญิงก้อยเบิกตากว้าง
“ดิฉันก็เลยแนะว่า แค่ให้ดอกไม้ที่แพงที่สุด พร้อมด้วยสร้อยเพชรหรือสร้อยไข่มุก”
“อะไรนะ”
จิตริณียิ้มดวงตาเหี้ยมโหด ลุกขึ้นโน้มตัวมาพูดใกล้หู
“อาร์นี่ก็เลยให้คุณติ่งจัดการเรื่องดอกไม้”
“นังติ่ง”
“ให้จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา จัดการเรื่องสร้อยเพชร”
“นายจิตติน นังเลื่อม นังฉัตร”
“ส่วนอาร์นี่ ก็เป็นคนเขียนการ์ดด้วยลายมือของตัวเอง”
“ทำไม อัศนีย์ทำอย่างงั้นทำไม”

“เขาหลอกใช้ไอเดียของดิฉัน เพื่อหลอกใช้คุณหญิงให้เป็นเครื่องมือดึงคุณชายรองไปจากสาลิน เพื่อที่เขาจะได้ครอบครองสาลินไงคะ”

หญิงก้อยนั่งนิ่งขึง ดวงตาเจิดจ้าขึ้นทุกที จิตริณียืนดูผล มวยมณีมองอยู่ห่าง ๆ

ทันใด หญิงก้อยก็ผุดลุกขึ้นชนชั้นรถเข็นวางโรล กิ๊บ ประดามีล้ม คว้ากระเป๋าเดิน
ออกไป มวยมณีถลาตาม ฉีดสเปรย์ใส่ตะกร้อไปติดๆ
“สเปรย์ก่อนค่ะ คุณหญิงขา”
จิตริณีสาสมใจแต่ก็อ่อนใจด้วยทรุดนั่งลง

ไนท์คลับซ่อมเสร็จใหม่ ๆ จิตตินและวิรงรองนั่งอยู่ที่สตูลเคาน์เตอร์บาร์ คนงานเดินกันไปมา
“งานเปิดตัวครั้งที่ 2 นี่ ฉันจะลงโปรโมทให้อาร์นี่เต็มที่ หวังว่าไฟคงไม่ไหม้ซ้ำสองนะ”
จิตตินมองไป
“เฮ่ย ไฟประลัยกัลป์มาแล้ว”
วิรงรอง จิตตินมองดู หญิงก้อยเดินฉับ ๆ มา ผมตะกร้อแข็งครึ่งหัว อีกครึ่งหลุดมา 1 ปอย
“อุ้ย….หญิงมาได้ยังไง”
“มาดูหน้าเพื่อนทรยศอย่างเธอ 2 คนไง”
“เฮ้ย / ว้าย อะไรหญิง”
“เธอ 2 คนกล้าดียังไงถึงทำตัวเป็นมือเป็นเท้าให้อัศนีย์มาปั่นหัวฉันเล่น”
“หญิงพูดเรื่องอะไร”
“ก็เรื่องดอกคัทลียา กับสร้อยข้อมือ มุกล้อมเพชรนั่นไง”
วิรงรอง จิตติน มองหน้ากันอย่างเสือลำบาก
“ไม่ต้องมาปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นด้วย”
วิรงรองบอก “โธ่ หญิง พวกเราก็แค่อยากให้หญิงคืนดีกับคุณชายรองเท่านั้นเอง”
“ฉันไม่ต้องการความหวังดี พวกเธออย่ามาแส่เรื่องฉัน”
วิรงรองมีอาการเกือบทนไม่ได้ จิตตินอึ้ง
“แล้วนี่อัศนีย์ไปซุกหัวอยู่ที่ไหน”

อัศนีย์นอนคว่ำหน้าบนเตียงคนไข้ มือนุ่มนวลกำลังนวดกลางหลังให้ อัศนีย์หน้าซุกหมอนร้องคราง
“โอ๊ย”
โสภาพรรณกำลังนวดให้
“ทนเจ็บนิดนะคะ เกือบครบคอร์สแล้วค่ะ”
หญิงก้อยเปิดประตูผัวะเข้ามา จิตติน วิรงรองตามมาด้านหลัง
“ทำอะไรกันน่ะ”
“คุณอัศนีย์นวดกายภาพบำบัดอยู่ค่ะ”
คุณหญิงเชิดใส่
“ให้คุณครูแสนหวานนี่ออกไป”
โสภาพรรณอึ้
“คุณอัศนีย์คะ”
“คุณโสภากลับไปก่อนนะครับ”
“สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ ขอตัวนะคะ คุณหญิง”
โสภาพรรณเดินเรียบร้อยออกไป
“คุณหญิงมีอะไรให้ผมรับใช้”
“มีซิ นี่ไง”
เทพีเพ็ญแสงตบอัศนีย์ฉาด จนหน้าสะบัด วิรงรอง จิตตินร้อง
“นี่สำหรับดอกไม้กับมุกล้อมเพชรนั่น”
เธอตบช้ำอีก หน้าสะบัดไปอีกทาง
“แล้วก็นี่สำหรับนามบัตรจอมปลอม”
“คุณหญิงนี่จะมากเกินไปแล้วนะ”
“มันน้อยเกินไปต่างหาก ฉันอยากฆ่าเธอให้ตายคามือด้วยซ้ำ”
“อย่าลืม ว่าผมก็มีมือเหมือนกัน”
“กล้าเหรอ”
หญิงก้อยก้าวไปเงื้อมือ อัศนีย์ปัดไป แล้วตบสวนด้วยหลังมือ เธอตัวหมุนคว้าง 2 ตลบจึงล้ม
ซบกับพื้น ชุดแผ่งดงาม
วิรงรองกับจิตตินมองอย่างทึ่งมากกว่าตกใจ
อัศนีย์ตามติด กระชากขึ้นมา ประคองไว้ในวงแขน
“ปล่อยนะ”
อัศนีย์ตวาดวิรงรอง จิตติน
“ออกไป”
วิรงรองวิ่งแน่บออกไป จิตตินโคลงหัวเดินตาม กดล็อกประตู
“เธอจะทำอะไร”
“เดี๋ยวก็รู้คุณหญิง”
อัศนีย์ก้มจูบบดขยี้ หญิงก้อยเบิกตากว้าง

ฝ่ายวิรงรอง จิตตินเข้ามาในห้องทำงาน
“ต๊าย ตบกันอย่างกะลิซกับเบอร์ตัน”
จิตตินเข้ามารูดม่าน กระจกด้านเดียวเห็นอัศนีย์กำลังกอดจูบหญิงก้อยแล้วประคองไปที่เตียง ล้มลงนอนกอดก่าย วิรงรองอ้าปากค้าง
“ว้าย จิตติน ปิดม่าน”
“ปิดทำไม อยากดู”
“เมคเลิฟกันแล้ว ว้าย จิตติน แกทำอะไรน่ะ”
จิตตินหยิบกล้อง รัวถ่ายรูปทันที
“ไว้เป็นที่ระลึก ผัวเก่าเมียเก่า คืนดีกันแล้ว”

วันต่อมา ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงนั่งระทวย แต่งชุดอยู่บ้านแม็กซี่แต่ปักพลอยเทียม เข้ากับสลิปเปอร์ฝังพลอยเทียม ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่ลำพังที่เทอเรซหลังของวัง หม่อมวาณีเข้ามา หน้าตาตกใจ
“หญิงก้อย”
“คะ แม่”
“ไปเตรียมตัวไป คุณชายรองมาหา”
เธอประหลาดใจเล็กน้อย
“ไม่ต้องเตรียมตัวหรอกค่ะ”
“ชุดนี้เหรอลูก”
“หญิงจะออกไปพบเขาเดี๋ยวนี้”

ในห้องนั่งเล่นวังรัชนีกุล ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์นั่งอยู่ที่โซฟากับคุณหญิงกลาง รื่น โรย นั่งกับพื้น วาณีเดินนำหญิงก้อยมา
“มาทำไมคะคุณรอง อ้อ…..หรือว่ามาแจกการ์ดแต่งงานให้หญิงไปร่วมยินดี”
“เปล่า ผมมาเรื่องสาลินและคำขู่ของคุณ”
หม่อมวาณี กับหญิงกลางมองหน้ากันอย่างสงสัย
“หม่อมแม่ พี่หญิงคะ ขอเวลาส่วนตัวให้เราสักครู่”
สองแม่ลูกแยกไป แต่ไปหลบอยู่มุมนอกห้อง ไม่ห่างนักแอบฟังอย่างไม่เกรงใจแล้ว
“ไงคะ คงตระหนกกันทั้งวังซีนะ ไม่ใช่แค่คำขู่นะคะ หญิงทำจริง ในอีกวันสองวันนี่ ทั้งข่าวและรูปอื้อฉาวของนังว่าที่สะใภ้แห่งวังวุฒิเวสม์ ทอดกายให้เศรษฐีหนุ่มราวกับนังหญิงแพศยา จะกระฉ่อนไปทั้งเมือง”
วาณีตกใจมองหน้าหญิงกลาง
“หญิง หญิงก็รู้ว่ามันไม่ได้มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น”
“แต่หญิงมีภาพที่คนทั้งโลกจะเชื่อ”
“อย่าทำร้ายสาลินเลยหญิง ผมขอร้อง”
“งั้นก็คุกเข่าลงแทบเท้าหญิง แล้ววิงวอนซีคะ บางทีหญิงอาจจะใจอ่อนก็ได้”
ชายรองมองดูหญิงก้อย เหมือนสิ่งไร้ค่าที่สุดในโลก
“ถ้าหญิงต้องการอย่างงั้นก็ได้”
“งั้นทำซีคะ”
ชายรองคุกเข่าลงช้า ๆ ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงมองอย่างสาสมใจ
“แต่หญิงควรรู้ไว้ว่าผมไม่ได้คุกเข่าให้หญิง แต่ผมคุกเข่าให้กับคนที่ผมรักมากกว่าชีวิต มากกว่าทุกสิ่งในโลก มากกว่าที่เคยรักหญิงอย่างไม่มีทางเปรียบกันได้”
เธอผงะ สองแม่ลูกพรวดออกมา หม่อมวาณีดึงชายรองขึ้น น้ำตารื้น
“ลุกขึ้นค่ะคุณชาย ลูกหญิง หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
หญิงก้อยปาดวาณีเซไป
“หลีกไปค่ะ” แล้วก้าวไปหากิตติ “งั้นพรุ่งนี้มะรืนนี้ ก็จงดูข่าวนังคนที่คุณรักยิ่งกว่าชีวิตเป็นข่าวหน้าหนึ่ง แล้วก็อย่าลืมปลุกคนทั้งวังมาเป็นพยานด้วย โดยเฉพาะเด็จป้าจะได้พระเนตรสว่างเสียที”
“เด็จป้าพระเนตรสว่างมานานแล้ว ถึงได้ทรงทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ได้หญิงมาเป็นสะใภ้ไง”

“งั้นก็เตรียมรับความอับอายไปทั้งวุฒิเวสม์เถอะ อดีตว่าที่ท่านทูต”

“ตูดชาเลย” ฉัตรอาชาบอก

“เธอขู่ฉันเหรอหญิง”
“ฉันทำจริง รู้ไว้ ใครทำให้ฉันอับอาย มันต้องอับอายขายหน้ากว่าหลายเท่า”
“นี่คือพระเสาวณีย์ซีนะ ก็ได้ พรุ่งนี้เธอได้เห็นข่าวแน่”
“ดี ให้มันชูคออยู่ไม่ได้ตลอดไป”
“ใช่ ให้มันชูคออยู่ไม่ได้ตลอดไป หญิงก้อยคว้ากระเป๋าเดินไป เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาถลามา
“อย่าทำเลยค่ะคุณติ่ง คุณจะยอมเป็นเครื่องมือแก้แค้นของคุณหญิงทำไม” เลื่อมประภัสบอก
“มันผิดจรรยาบรรณ ผิดกฎหมายด้วยนะเธอ” จิตตินบอก
วิรงรองยักไหล่ไม่แยแส
“ฉันมีภาพข่าว ฉันก็ต้องลง ข่าวนี้ต้องลือลั่นที่สุดในบรรดาข่าวที่ฉันทำมา นี่แหละคือจรรยาบรรณของฉัน”
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชาหมดหวัง
“เปิดตูด เผ่นกันเถอะ”
วิรงรองสีหน้าเคียดแค้น

วันรุ่งขึ้น ณ ห้องโถงตำหนักเล็ก สามคุณชาย หม่อมอำพัน จรวย นมย้อยนั่งอยู่พร้อมหน้า น้อมนั่งข้างนมย้อย บีบนวดให้ มองหน้ากันใจเต้นไม่เป็นส่ำ ชายรองหน้าเครียดแต่ไม่แสดงความรู้สึก ชายโตจับมือน้องชายให้กำลังใจ เจียมวิ่งเข้ามาพร้อมหนังสือพิมพ์ ชายเล็กลุกพรวด
“มีข่าวรึเปล่าเจียม”
“มีค่ะ ลงหน้าหนึ่งจริง ๆ ด้วยค่ะ”
เจียมส่งหนังสือพิมพ์ให้ ชายเล็กรับมาดู หน้าตาตื่น
“เอามาให้แม่ดูเดี๋ยวนี้”
ชายเล็กส่งให้อำพัน ทุกคนชะโงกดู นมย้อยสะดุ้งเฮือก

“ว้ายตายแล้ว”

ณ ห้องทรงพระสำราญ

เสด็จเลิกพระขนงแล้วส่งหนังสือพิมพ์ให้สร้อยและสอางค์ สอางค์ตาเบิกกว้างล้มพับไป สร้อยตาเหลือกประคองไว้ หนังสือหล่น มาลา วรรณา ชะโงกดูแล้วสบตากันร้องวี๊ด

ที่ขานเรือนบ้านสวน คุณตา คุณยาย เอาศีรษะเบียดกันดูหนังสือพิมพ์ตาโตเท่าไข่ห่าน
“ว้าย ตายแล้ว” ยายร้อง
อุ่นรือนร้องอุทาน ศรีจิตราขยับมาดู แต่เมินหน้าหนี สาลินหันมา ยายพิณกางมือขวาง
“มีข่าวอะไรคะ ให้สาดูบ้าง”
“ยายสา อย่าดูเลยลูก”
อุ่นเรือนเสียงสั่น สาลินไม่ยอมก้าวเข้าไปดึงมาดู ยายพิณ ตาผลดูด้วย สาลินร้องวี๊ด ยายพิณตบอก
“อกอีแป้นแล่นลึกเข้าตึกแขก”
เจ้าแกะยื่นหน้ามาด้วย ตาผลผลักหัวทิ่มไป

ห้องโถงวังรัชนีกุล ท่านจันทร์เงยพักตร์จากหนังสือพิมพ์ หม่อมวาณียกมือปิดปาก ม.ร.ว. ศศิรัชนีร้องอุทาน หันมามองหญิงก้อยที่เดินมาร่วมโต๊ะ ยิ้มเยาะ ชุดราตรีวูบวับกรายมือมา
“ขอหญิงดูบ้างซีคะ”
ท่านจันทร์ส่งให้ เธอรับมาดูปากยิ้มพราย แล้วชะงักกรีดร้อง รื่น โรยอุดหู หญิงก้อยผุดลุก
“ทำไม ทำไมมันเป็นแบบนี้”
“เธอไม่เคยได้ยินหรือ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว”
“ท่านพ่อ”
เธอปาหนังสือพิมพ์กระจาย ท่วงท่าคล้ายวิกลจริต เศษหนังสือ ปลิวไปตกลงที่หน้ารื่น โรย สองนาง
เอามาดู ร้องอุทานลั่น
ภาพขาวดำ เป็นรูปหญิงก้อยแหงนเงย อกเปลือย อัศนีย์เอาหน้าแนบคลอเคลีย เห็นหน้าชัดเจน
แต่มีคาดดำตาของทั้งคู่ไว้ พาดหัวข่าวเขียนว่า “ภาพลับเฉพาะ สาวสังคมนามกระเดื่อง ร่วมรักผัวเก่า” “นังติ่ง นังทรยศ”
วาณีก้าวมา
“หยุดทีหญิงก้อย เลิกเป็นนังแพศยาเสียที”
“หม่อมแม่ อย่ามาว่าหญิงนะคะ”
“ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ เพราะฉันไม่ว่านี่แหละ เธอถึงได้ชั่วช้าขนาดนี้”
“หม่อมแม่ไม่มีสิทธิ์ว่าหญิง หญิงเป็นลูกหม่อมเจ้า หญิงคือหม่อมราชวงศ์หญิง แต่หม่อมแม่นั่นแหละเป็นลูกไพร่”
ท่านจันทร์ร้องอุทาน ม.ร.ว. ศศิรัชนีคว้าแขนท่านพ่อไว้ วาณีหน้าเขียวคล้ำเส้นเลือดปูดโปนด้วยโทสะ เงื้อมือสูงแล้วตวัดลงเต็มเหนี่ยวลงบนหน้าลูกสาว หญิงก้อยเอียงล้มลงกับพื้นไม่ได้มีท่วงท่าอะไรแล้ว
รื่น โรย ร้องกรี๊ดตาม ขยับหลบไปกอดกัน
หญิงก้อยกุมแก้มร่างสั่นเทิ้ม ช็อค! มองวาณีอย่างไม่เชื่อสายตา วาณียืนตัวสั่น ท่านจันทร์ก้าวมายืนเคียง
“เธอไม่ใช่เจ้า เทพีเพ็ญแสง หม่อมราชวงศ์ที่กำกับหน้าชื่อเธออยู่ ไม่ได้ช่วยกล่อมเกลานิสัยสันดานของเธอให้พ้นจากความเป็นไพร่ เป็นนังเพศยา เธอมันคือความอับอายของรัชนีกุลต่างหาก”
หญิงก้อยคงนั่งกับพื้น ผมหลุดลุ่ย ดวงตาเบิกกว้าง หน้าเผือดข้าง อีกข้างแดงเป็นปื้นจากการโดนตบ ท่านจันทร์และ หญิงกลางประคองวาณีออกไป รื่น โรยรีบเก็บหนังสือพิมพ์ตาม
เธอยังนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น แล้วกรีดร้องโหยหวน

แสงทองส่องมาทางหน้าต่าง อาบจรวยและ ม.ร.ว. ดิเรกราชวิทย์ที่สวดมนต์เคียงกัน ทั้งคู่ลืมตาขึ้นพร้อมกัน หันมาสบตากันยิ้ม ๆสุขใจ ตาตุ้มนอนอยู่อย่างเป็นสุข
“ฉันภูมิใจในตัวเธอนะจรวย”
“ขอบคุณค่ะคุณชาย”
ประตูเปิดผางออก อำพันก้าวเข้ามา หน้าตาตื่น น้อม เจียมมองจากนอกห้อง
“ทำอะไรกัน”
“สวดมนต์อยู่ครับหม่อม”
“หา สวดมนต์เหรอ… สวดกับนังจรวยน่ะเหรอ”
“มีอะไรครับหม่อม เสียไพ่เหรอครับ”
“ใครบอก แม่เริ่มได้กินบ้างแล้ว สวดต่อเลยลูก แม่สวดด้วย”
อำพันลงนั่งสวดมนต์ร่วมด้วย เจียม น้อมหัวเราะกันคิก ๆ

ในร้านอาหารหรู วิรงรองยืนโพส หนังสือพิมพ์วางอยู่บนโต๊ะ จิตติน เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา ปรบมือให้
“เชียรส์กันหน่อย”
ทั้งสี่ชนแก้วกัน
จิตตินบอก “งานนี้ต้องขอบคุณไอ้อัศกับจิตริณีด้วย”
“คุณจิตริณี ทำไมเหรอคะ” เลื่อมประภัสถาม
“ยายจิตริณีเป็นคนไปขอร้องไอ้อัศ ให้มันอนุญาตลงรูปโจ๋งครึ่มนี่ได้น่ะซี”
เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา ถึงบางอ้อ
“คาดตาดำอยู่แล้ว ไม่เสียหายอะไรหรอกน่า” วิรงรองบอก
“แสดงว่าทุกคนร่วมมือร่วมใจกัน รุมเล่นงานนังหญิงก้อย”
“เพื่อไม่ให้หล่อนทระนงตัวไงครับ คิดว่าตัวเองสูงส่งแค่ไหน ก็ทำเรื่องไพร่ ๆ ได้ต่ำช้าเท่านั้น” อัตรอาชาบอก
ทั้งหมดหัวเราะกัน
“จิตติน ทำลายรูปกับฟิล์มที่ถ่ายคุณสาให้หมด”
“ได้ครับ ”
วิรงรองเดินไปที่ประตูออกสู่สระน้ำ แสงส่องเข้ามาทำให้ วิรงรองดูเป็นนางพญา จิตตินหยิบกล้องขึ้น
ถ่ายทันที
“ถึงฉันจะไม่ใช่นางแสนดี”
เลื่อมประภัสบอก “เป็นคนขายข่าวคาว ๆ ฉาว ๆ”
ฉัตรอาชาต่อ “แถมยังเป็นเมียน้อยเจ้าพ่อใหญ่”
วิรงรองสรุป “ถูกต้อง แต่ฉัน…..ก็มีจรรยาบรรณในแบบของฉัน”
วิรงรองโพสท่าให้ จิตตินถ่ายแบบ เลื่อมประภัส ฉัตรอาชา เข้าร่วมถ่ายด้วย ทำท่าเซ็กส์ต่าง ๆ จิตตินลงไปนอนกลิ้งเกลือกถ่ายเช่นที่เคย

ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์ยิ้มสดใส ก้าวมารับแสงทองที่หน้าต่างห้อ มองไปยังตำหนักใหญ่ นมย้อยและชายเล็กก้าวมาเบื้องหลังที่ยังถือหนังสือพิมพ์อยู่
“หมดทุกข์ หมดโศกนะคะคุณรอง”
“ครับนม”
“ถ้าอย่างนั้น เราก็เริ่มต้อนรับว่าที่สะใภ้ทั้งสองได้แล้วใช่ไหมคะ”
“ทำนองนั้นล่ะครับ”
ม.ร.ว. บดินทราชทรงพลกัดนิ้วยิ้มอียงอาย
“นมพูดอะไร พี่รองเขาต้องแต่งก่อนผมซีฮะ”
“ทราบค่ะ แต่เสด็จท่านไม่ทรงให้ทิ้งช่วงนานนักหรอกค่ะ เฮ้อ เดี๋ยวลงไปทานข้าวเช้าพร้อมหน้าพร้อมตากันนะคะ”
นมย้อยออกไป ชายเล็กมากอดคอพี่ชาย
“พี่…..งานนี้ ผมขอคืนคำ”
“เรื่องอะไร”
“ที่เคยดูแคลนยายคุณติ่งเอาไว้ คราวนี้ ผมนับถือจรรยาบรรณยายนี่จริง ๆ”
ทั้งสองหัวเราะ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ชายเล็กรับสาย
“สวัสดีครับ วังวุฒิเวสม์ครับ อ้อ คุณจิตริณี สักครู่นะครับ คุณ จิตริณีครับพี่”
ชายรองรับสาย
“ขอบคุณครับที่ช่วยเรื่องทั้งหมด คุณสมเป็นจินนี่ ทรามวัยกายสิทธิ์จริง ๆ อะไรนะครับ วันเล่านิทาน ตกลงผมควรไปช่วยเล่านิทานด้วยใช่ไหม อะไรนะครับผมต้องร่วมเล่นละครด้วย ได้ครับ ยินดี ขอบคุณครับ”
กิตติวางสาย
“มีอะไรครับพี่ เล่านิทานอะไร เล่นละครอะไรเหรอ”
“วันงานนิทานเด็กที่ห้องสมุดของสาลิน เขาเชิญฉันไปเล่นละครด้วย เชิญนายด้วย”
“เชิญผม กับเด็ก ๆ ไม่ถูกโฉลกกับผม ไม่ไปนะพี่”

“นายควรไป เพราะงานนี้ศรีจิตราก็ไปช่วยด้วยนะ”

ชายเล็กยิ้มกรุ่มกริ่มทันที

“งั้น….พร้อมช่วยเต็มที่ครับ ว่าแต่พี่จะเล่านิทานเรื่องอะไรล่ะครับ”
“มีอยู่เรื่องนึง เหมาะสมที่จะเล่าที่สุดแล้ว”
ชายรองยิ้มกรุ้มกริ่มเช่นกัน

สองสามวันต่อมา ท้องฟ้าสีครามสดเมฆขาวเป็นปุยเคลื่อนมา
เด็ก ๆ และผู้ปกครองนั่งกันเต็มที่เก้าอี้โรงละคร เงียบเสียงลงทันทีเมื่อไฟในห้องหรี่ลง ไนเจลนั่งอยู่ด้านหน้าแต่งตัวเป็นเจ้าชายเหมือนเจ้าชายฟิลลิปส์ ในการ์ตูน “เจ้าหญิงนิทรา” ของวอลท์ ดิสนีย์ ทั้งฮอลล์ปรบมือตาม ไฟสว่างขึ้นกลางเวที ร่างของจิตริณีในชุดนิทานเหมือนกัน แต่งเป็นจินนี่ ทรายวัยกายสิทธิ์ ก้าวออกมา
“ต่อไป….เป็นเทพนิยายเรื่อง “บิวตี้แอนด์เดอะบีสต์” ค่ะ แปลเป็นไทยว่า “สาวน้อยกับเจ้าอสูร” เทพนิยายเรื่องนี้ กำลังบอกเราว่า เปลือกนอกของเราเหมือนหน้ากากที่บดบังความจริงภายใน ซึ่งเป็นเนื้อแท้ของเรานั่นเอง เด็ก ๆ ดูแล้ว อย่าตัดสินใครหรืออะไรแค่เปลือกนอกหรือแค่ที่ตาเห็นนะคะ ภายในของเขาอาจจะงดงามอย่างที่เราคาดไม่ถึงก็ได้ เชิญปรบมือต้อนรับเดอะบีสต์ด้วยค่ะ”
คนดูปรบมือกราว
จิตริณีผายมือ ร่างในชุดเสื้อคลุมขนสัตว์ ปกเสื้อฟูราวแผงคอสิงโต สวมหน้ากากปิดเสี้ยวหน้า คล้ายหน้ากากมนุษย์หมาป่า เห็นชัดเจนว่าหล่อและคือ ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์ เดินมากลางเวที ม่านโรงละครแยกออก เฉากหลังเป็นปราสาทใหญ่
จิตริณีมานั่งกับไนเจล
ชายรองบอก “กาลครั้งหนึ่งมีเจ้าชายใจร้าย เย่อหยิ่ง เอาแต่ใจไม่เคยยอมรับผิด นางฟ้าจึงลงโทษเขา”
นางฟ้ากรายออกมาคือศรีจิตรา สวยสุดชีวิต แว่นในร่างเจ้าชายหันหลังให้คนดู
“เจ้าเป็นเจ้าชายที่เอาแต่ใจตัว เย่อหยิ่ง ใจร้าย ทำผิดแต่ไม่เคยยอมรับผิด ข้าจะลงโทษเจ้า ณ.บัดนี้”
“อย่า นางฟ้าผู้อารี อย่าสาปข้า อย่าสาปข้า”
แว่นยกมืออ้อนวอนกับนางฟ้า ศรีจิตราร่ายคฑา แว่นร้องโหยหวน ร่างแว่นทรุดลงล้มพับไป
ไฟระยิบ … คนดูและเด็กตื่นตาตื่นใจ ไนเจล จิตริณี ยิ้มปลื้ม
บนเวที กิตติเล่าต่อ ฉากหลังกลายเป็นบ้านของเบลล์
“ที่เมืองเมืองหนึ่ง มีพ่อค้ามีลูกสาว 3 คน”
ร่างของชายเล็ก ถือไม้เท้า ใส่หนวดเคราหงอกขาว ผมขาว เดินกระย่องกระแย่งออกมาพร้อม บราลี ลลิตา ที่ทำท่าสำรวยสวยกราก ถือกระจกส่องหน้าตัวเองตลอดเวลา
บดินทร์ ทำเสียงสั่น “ลูกคนสวยของพ่อ”
“ขา คุณพ่อ”
คนดู โดยเฉพาะเด็ก ๆ หัวเราะร่า
“พ่อจะต้องเดินทางไปค้าขายหลายวัน ลูกบราลี อยากได้อะไรบ้างละจ๊ะ แฮมกับไส้กรอกรมควันไหมลูก ทานเยอะ ๆ จะได้ไม่ผอมแห้งแรงน้อยอย่างนี้”
“พ่อขา หนูระหงทรงเพรียวสวยนางแบบอยู่แล้ว สิ่งที่หนูปรารถนาที่สุดคือ เพชรค่ะ เพชรต่างหู สร้อยคอ ข้อมือ ข้อเท้า จนถึงเพชรบนกบาล”
“หมายถึงมงกุฎใช่ไหมเธอ” ลลิตาถาม
“ถูกต้อง”
“แล้วโลลิตุ่ม เอ๊ย โลลิตา อยากได้อะไรบ้าง”
“พี่แบลลี่ปรารถนาเพชร ส่วนตุ่มขอเบา ๆ ไข่มุกค่ะพ่อ ล้อมคอ ล้อมมือ ล้อมแขน ล้อมหน้า ล้อมหลัง ล้อมก้น”
“คงหลายเมตรอยู่นะ เอ แล้วลูกสาวสุดท้องของพ่ออยู่ไหน”
“ยายเบลล์ออกมาซิยะ / ออกมาจากก้นครัวของหล่อนนั่นแหละ หลบเป็นนางห้องอยู่ทำไม”
สาลินก้าวออกมา สะสวยน่ารัก คนดูปรบมือกราว
“เบลล์ ลูกรักของพ่อ พ่อจะไปค้าขาย อยากได้ของขวัญอะไรบ้าง”
“อย่าลำบากเลยค่ะ เท่านี้ พ่อก็ทำเพื่อลูกมากแล้ว ลูกไม่ต้องการอะไรอีก”
“ต๊าย แม่แสนดี ขอแค่ชุดสวย ๆ สิบชุดใช่ไหมยะ / หรือผู้ชายรูปหล่อสักคนสองคน”
สองสาวหัวเราะร่า สาลินก้าวออกมาเบื้องหน้า
“ไม่ค่ะ เบลล์ต้องการแค่ดอกกุหลาบสวย ๆ สักดอกหนึ่ง เท่านั้นก็พอ”
บราลี ลลิตาหัวเราะนางร้าย สาลินสบตา ชายรองที่ยืนอยู่ข้างเวที ทั้งสองยิ้มให้กัน

จิตริณีรีบลุกขึ้น
“ถึงเวลาฉันเล่าแล้วค่ะ”
จิตริณีออกไป ไนเจลมองตาม

จิตริณีขึ้นมาทำหน้าที่ผู้เล่าเรื่องต่อ ฉากปราสาทเลื่อนมาอีกครั้ง
“แต่ช่วงนั้นเป็นฤดูหนาวอันทารุณ พ่อค้ากลับหาได้เพียงเพชรและไข่มุก”
บดินทร์โซเซเข้าไปหน้าฉากปราสาท
“พ่อค้าหลงทางไปถึงปราสาท แต่ไม่เจอผู้คน พ่อค้าออกไปที่สวน เจอกุหลาบงาม
ดอกหนึ่ง”
ชายเล็กหยิบกุหลาบที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ
“พ่อค้าเด็ดกุหลาบขึ้นมา มีเสียงคำรามกึกก้อง อสูรปรากฎกายขึ้น”
ชายเล็กผงะหงายไป อสูรชายรองผุดขึ้น เด็กๆ ร้องวี๊ด
“เจ้าขโมยดอกกุหลาบของข้า”
“ได้โปรดเถอะท่านอสูร ข้าจะนำกุหลาบดอกนี้ไปฝากลูกสาวข้า”
“โดยไม่ได้รับอนุญาตจากข้างั้นรึ ฉะนั้น เจ้าจะต้องนำลูกสาวของเจ้ามาอยู่กับข้าที่ปราสาทนี้ ”
“ไม่นะ ไม่”
อสูรหัวเราะร่า เสียงดนตรีสะเทือนลั่น ไฟดิมลง
จิตริณีบอก “พ่อจำใจพาเบลล์ไปที่ปราสาท ”
ชายเล็กพาสาลินมาที่ปราสาท สาลินมองไปรอบ ๆ อย่างหวาดหวั่น ร่างอสูรปรากฏขึ้น สาลินเห็นเข้ากรีดร้องเข้ากอดพ่อ
“เจ้าอสูร กักขังข้าไว้ ปล่อยลูกสาวข้าไปเถอะ”
“ไม่ค่ะ หนูต้องทดแทนบุญคุณพ่อ หนูยินดีอยู่ที่นี่กับเขา”
“ดีมาก เธอต้องอยู่กับฉันที่นี่ ตลอดไป”
ชายเล็กกลับเข้าหลังเวที ชายรองจูงมือสาลินมานั่งที่โต๊ะ มีอาหารวางอยู่
จิตริณีเล่า “เวลาผ่านไป เบลล์ได้สอนให้อสูรรู้จักการให้และการรับ สอนเรื่องความเมตตา
การรับผิด การขอโทษและการให้อภัย”
ชายรองสบตากับสาลิน สาลินยิ้มน้ำตารื้น มีแววดื่มด่ำบางอย่าง สาลินรู้ความนัย
จิตริณีบอก “จนเจ้าอสูรรักเธอจับใจ วันหนึ่งมันถามว่า”
ชายรองถาม “เบลล์ เจ้าจะแต่งงานกับข้าไหม”
“ไม่ได้ ข้าไม่ได้รักท่าน”
ชายรองแยกมา แล้วทำท่าเศร้า ทรุดลงกลางเวที สาลินมองตามอย่างสงสาร

สาลินดูกระจกมือถือ แล้วอุทาน
“ท่านอสูร กระจกวิเศษบอกว่าพ่อข้าป่วย ข้าต้องกลับไปดูแลพ่อ ปล่อยข้าไปเถอะนะ”
“เจ้าเป็นลูกกตัญญู ข้าจะปล่อยเจ้าไป แต่เจ้าต้องสัญญาว่าเจ้าจะต้องกลับมา ”
“ข้าสัญญา ข้าจะกลับมาภายในสองเดือน”
กิตติชูแหวนวงหนึ่ง
“แหวนวิเศษ จะพาเจ้าเดินทางไปได้ทุกที่ จงนำกลับไปพร้อมกระจกวิเศษนี้”
ไฟดิมลง จิตริณีก้าวออกมา ฉากหลังกลายเป็นบ้านของพ่อเช่นเดิม ชายเล็กนอนบนเตียง สาลินดูแล
จิตริณีเล่าเรื่อง “เบลล์กลับไปบ้านและพยาบาลพ่อจนหายดี แต่แล้วพี่สาวใจร้าย”
บราลี ลลิตา ถือกระจกและแหวนออกมา สาลินหันมา
“พี่บราลี พี่โลลิตุ่ม ผ่านมาสองเดือนสองวัน ฉันต้องกลับไปหาท่านอสูรที่ปราสาท”
“ฉันไม่ให้แกกลับ ”
“แกต้องอยู่ก้นครัว รับใช้เราตลอดไป”
“ไม่นะ ฉันสัญญากับท่านอสูรไว้แล้วว่าฉันต้องกลับ นี่ก็เลยมาสองวันแล้ว ขอแหวนกับกระจกคืนเถอะค่ะ”
“ไม่ให้ โลลิตุ่ม เอาไปซ่อนกันเถอะ”
“ไม่นะ”
สาลินแย่งกระจกและแหวนมาได้ มองภาพในกระจก เห็นด้านหลังผ่านม่านบาง ร่างอสูรเจ็บหนัก ๆ ค่อย ๆ ทรุดลง ในมือยังถือดอกกุหลาบ
“ท่านอสูรกำลังป่วยหนัก”

บราลีบอก “ช่างมันปะไร เอากระจกคืนมา”

สาลินผลักพี่สาวทั้งสองเซไป ลลิตาทับร่างบราลี บราลีร้องหายใจไม่ออก

ไนเจลหัวเราะร่า เด็กหัวเราะลั่นโรง สองสาวลุกขึ้นได้ จับร่างสาลินยึดไว้ สาลินร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร
สาลินวิ่งมาหาชายรองที่นอนสลบ มือถือกุหลาบ เบลล์ประคองอสูรที่คราง
จิตริณีว่า “เบลล์พบอสูรในสวน เขาหายใจแผ่วเบาเหลือเกิน เขาบอกว่า”
ชายรองบอกเสียงปนสะอื้น
“เธอกลับมาแล้ว ฉันดีใจที่เธอทำตามสัญญา”
“ค่ะ ฉันทำตามสัญญา ฉันจะกลับมาดูแลท่าน”
“ไม่มีเธอ ฉันจะอยู่ได้อย่างไร สาวน้อยของฉัน”
“ท่านจะไม่เป็นไร ฉันกลับมาแล้ว อย่าตายจากฉันไป นะคะ”
“ดีใจเหลือเกินที่เธอกลับมา แต่….มันสายเกินไปแล้ว”
กิตติกระตุกร่าง ก่อนจะแน่นิ่งไป กุหลาบหล่นจากมือ
ไนเจลหน้าเบะร้องสะอื้นเบา ๆ
บนเวที สาลินน้ำตาไหลพราก
“เธอต้องฟื้นนะ ฉันรักเธอ ฉันจะแต่งงานกับเธอ”
จิตริณีบอก “แต่อสูรก็ยังแน่นิ่ง”
สาลินก้มจูบชายรองแผ่วเบา คนทุกคนนิ่งงัน มีอาการลุ้น
จิตริณีบอก “ทันใดก็เกิดสิ่งอัศจรรย์ขึ้น”
ร่างของศรีจิตราก้าวออกมาอีกครั้ง พร้อมแสงมลังเมลืองรอบตัว
“เพราะเจ้าได้เรียนรู้ที่จะเป็นคนดี มีความเมตตา รู้จักการรับผิด การขอโทษ และการให้อภัย คำสาปทั้งหมดสิ้นสุดลงแล้ว”
ศรีจิตราโบกคฑาวิเศษ เกิดแสงเรืองรองรอบกายอสูร ชายรองค่อย ๆ ลุกขึ้นประคองสาลินขึ้นมา
ชายรองถอดหน้ากาก ถอดเสื้อคลุมออก เห็นเขาในชุดเจ้าชายงามสง่า หันมาโชว์หน้าหล่อเหลาให้คนดู
ศรีจิตราหลบเข้าข้างเวที
เด็ก ๆ ปรบทือ เด็กหญิงปลื้มความหล่อของเจ้าชาย
ไนเจลหัวเราะ ปรบมือพร้อมกัน
แล้วอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์คุกเข่าลงต่อหน้าสาลิน สาลินหน้าแดง ขัดเขิน ดีใจ ตื้นตัน ปั่นป่วน
“คุณชายทำอะไร ไม่มีในบทนี่คะ”
จิตริณีเก้อไป เลยไม่ได้เล่าเรื่องต่อ คุณชายเล่าเรื่องเสียเอง
” เจ้าชายคุกเข่าต่อหน้าเบลล์ กุมมือเบลล์ไว้และบอกว่า ฉันรักเธอยิ่งกว่าชีวิต เธอจะแต่งงานกับฉันไหม”
ไนเจลยิ้มทั้งน้ำตา ข้างเวที นักแสดงคนอื่นๆมองหน้ากัน
“ตกลงอยู่ในบทหรือเรื่องจริงฮะ” ชายเล็กถาม
ศรีจิตราบอก “น่าจะเรื่องจริงแล้วล่ะค่ะ”
บนเวที ชายรองแหงนมองวิงวอน สาลินพลันพยักหน้า
“ตกลงค่ะ ฉันจะแต่งงานกับคุณ”
เขาหยิบแหวนท่านพ่อออกมา บรรจงสวมแหวนให้ที่นิ้วนางซ้าย ทุกคนรอบด้านปรบมือกราว
ศรีจิตราน้ำตาเอ่อ ชายเล็กดึงมาโอบ แว่น บราลี ลลิตา โอบกอดกัน ไนเจลน้ำตาริน
สาลินมองแหวนในมือ
“แหวนนี่พาฉันไปที่ไหนบ้างคะ”
“ไปสู่หัวใจของฉันไง”
นักแสดงคนอื่นๆ เฮออกมาพร้อมโปรยกลีบกุหลาบ จิตริณีช่วยโปรยด้วย ไนเจลก้าวขึ้นเวที
“แล้วเขาก็ครองรักกันอย่างมีความสุข ตลอดชั่วนิรันดร์ครับ”
จิตริณีบอก “ขอขอบคุณนักแสดงกิตติมศักดิ์ทุกท่านด้วยนะคะ”
ทุกคนปรบมือ ไนเจลเข้าไปรวมกลุ่มเคียงข้างจิตริณี นักแสดงทุกคนโค้งให้คนดู กุหลาบและกระดาษสียังโปรยปราย จิตริณีเช็ดน้ำตาให้ไนเจล ชายรองเช็ดน้ำตาให้สาลิน ทุกคนชื่นมื่น
-fadeout-

วันต่อ ๆ มา ชายรองพาสาลิน ชายเล็กพาศรีจิตราเดินมาหน้าตึก เห็นรองเท้าผู้หญิงเยอะแยะ
“รองเท้าเยอะจัง มีงานอะไรหรือคะ”
แม้สาลินจะเคยเห็นบ่อนถูกบุกมาก่อน แต่ก็ไม่ทันคิด ชายรองอายนิดๆ
“เอ้อ วันนี้หม่อมแม่มี เออ….มีสังสรรค์น่ะ”
ชายเล็กหัวเราะพรืด ศรีจิตราหยิก

นมย้อยนั่งเก้าอี้ สาลิน ศรีจิตรากราบลงกับตัก นมย้อยน้ำหูน้ำตา น้อม เจียม 2 ข้าหลวงใหม่ยืนรับ ชายโตนั่งเก้าอี้ประจำ จรวยนั่งกับพื้นข้าง ๆ ยิ้มละไม คุณชายทั้งสองยืนมองสุขใจ
“อายุมั่นขวัญยืนเถอะจ๊ะ” ย้อยว่า
เสียงอำพันตวาดกึกก้อง
“มาแล้วเหรอ”
สาลินผวาหันไป อำพันก้าวมายืนตระหง่านกลางโถง ชุดดูเป็นนางพญาข่มทุกคน สาลินค่อย ๆ ลุกขึ้น ศรีจิตราจับแขนสาลิน สองคุณชายเตรียมรับศึก ชายโต จรวยลุกขึ้นตกใจ
อำพันก้าวเร็วตรงมาหาสาลิน สะบัดผ้าโดนแม่น้อม
“เอ้า แหก แหก แหก”
สาลินหน้าซีด อำพันจ้องหน้า สาลินนิ่ง เหมือนจะทะลุเข้าไปในสมอง
“หม่อมครับ อย่า” ชายเล็กบอก
“ถอยไปเจ้าเล็ก”
อำพันปาด ชายเล็กเซถลาไป แล้วโถมเข้ากอดสาลินแน่น สาลินตาเหลือก อำพันจูบจอมถนอมเกล้า
ทุกคนอ้าปากค้าง อำพันลูบหลังลูบไหล่สาลิน
“แม่คูณ ทูนหัวของแม่ แค่บอกว่าจะมาแค่นั้น แม่ก็กินทุกตามาตั้งแต่เช้า หนูคือ
เทวีแห่งโชค…..ลูกจ๋า”
อำพันกอดจูบสาลินต่อ ท่ามกลางการโล่งอกของทุกคน

คืนนั้น ม.ร.ว. เทพีเพ็ญแสงสวมแว่นตาดำปีกนก มีผ้าพันคอตวัดโพกผม ปิดหน้า เดินมาตามโถง ขึ้นบันไดไนท์คลับ “เดอะคาสเซิล” เดินผ่านห้องโชว์ เห็นนางกระต่ายกลุ่มหนึ่งทั้งร้อง ทั้งเต้นอยู่ นักร้องคือ ชบาทิพย์นั่นเอง กำลังร้องเพลงลูกทุ่งอยู่อย่างเมามัน แขกผู้ชายมีทั้งเสี่ย ฝรั่งและนิโกรเฮฮากันลั่น เธอเดินตรงไปยังโต๊ะวีไอพี เห็นอัศนีย์นั่งเบียดชิดโสภาพรรณที่เอียงอายอ่อนหวาน
“สุดแท้แต่คุณอัศนีย์เถอะค่ะ”
โสภาพรรณมองมาเห็น หญิงก้อยยืนโพส ถอดแว่น ดึงผ้าพันคออก โสภาขยับถอยห่างจากอัศนีย์ มองอย่างอย่างหวั่นๆ อัศนีย์ลุกขึ้น
“ออเซาะอะไรกันอยู่เหรอ นังครูปัญญาอ่อน”
“พูดจาสุภาพหน่อยครับ ผมกับคุณโสภากำลัยคุยเรื่องกำหนดวันหมั้น”
“อะไรนะ”
“ผมกำลังกำหนดวันหมั้นกับคุณโสภาพรรณอยู่”
“แล้วฉันล่ะ”
“ถ้าจำไม่ผิด เราหย่าขาดกันอย่างถูกต้องตามนิตินัยแล้วนะฮะ”
“แต่ตามพฤตินัยคุณยังยุ่งกับฉันอยู่”
“คุณหญิงต่างหากที่มายุ่งกับผม ขอทีเถอะคุณหญิง ผมไม่อยากมีภาพถ่ายโจ๋งครึ่ม
ลงหน้าหนึ่งอีก”
“ทำใจเถอะ เพราะวันนี้คงมีข่าวลงหน้าหนึ่งอีกแน่ ๆ”
“คุณหญิงจะทำอะไรผม”
“เปล๊า แค่ฉันจะตบนังครูสนิมสร้อยนี่ต่างหาก”
โสภาพรรณหวั่นไหวขยับถอยหลัง เธอย่างสามขุมเข้าหา อัศนีย์เข้าขวาง เทพีผลักไป อัศนีย์
เซล้มไปบนโซฟา
“โอ๊ย….หลังผม”
โสภาพรรณที่ถอยไปติดสระน้ำ เธอก้าวเข้าไป โสภาพรรณวิงวอน
“อย่าค่ะ คุณหญิง”
“อย่าห้ามฉัน นังครูอนุบาล”
หญิงก้อยเงื้อมือตบ โสภาพรรณยกแขนรับ แล้วย่อตัวลงเตะเลียดพื้น หญิงก้อยเสียหลักเซแซ่ดๆ
ทุกคนมองดูตกตะลึงตาค้าง อัศนีย์ยิ้มร่า
โสภาพรรณตามติด หมุนตัวเตะ หญิงก้อยลอยขึ้นกลางอากาศทุกคนมองตาม ตกโครมในสระน้ำ สำลักพรวดผมมวยเปียกน้ำหลุดมาทั้งยวง ร้องกรี๊ด ๆ ตะกายมาข้างสระ
บนเวที ชบาทิพย์หยุดร้องทันที รีบวิ่งมาดูเหตุการณ์
โสภาพรรณยืนค้ำพูดอ่อนหวาน
“ขอแก้ข่าวนะคะ ฉันเป็นครูพละที่วิทยาลัยค่ะ ไม่ใช่ครูอนุบาล”
โสภณบอก “ผมเตือนคุณแล้วว่าอย่ายุ่งกับน้องสาวของผม”
หญิงก้อยกรี๊ด ๆ อยู่ในสระน้ำ โสภาพรรณประคองร่างอัศนีย์ลุกขึ้นอย่างบึกบึน ชบาทิพย์ข้ามาดูอาการ
“คุณอัศนีย์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“หลังผม”
“ชบา ช่วยไหมคะ”
“ไม่ต้องค่ะ เดี๋ยวฉันจะทำกายภาพบำบัดให้คุณอัศนีย์เอง”
“ก็ชบาอยากช่วยนี้คะ”
โสภาพรรณตวาด “คุณชบาค่ะ”
“ค่ะ ค่ะ”
“ดีไหมคะ คุณอัศนีย์”
“สุดแท้แต่คุณโสภาเถอะครับ”

โสภาพรรณประคอง อัศนีย์เข้าห้องด้านใน ชบาทิพย์สั่งคนงานให้ลงไปช่วย หญิงก้อยที่ยังร้องกรี๊ด ๆ อยู่

วันต่อ ๆ มา ที่ศาลาการเปรียญมีการทำบุญเลี้ยงพระ ทุกคนพร้อมหน้านั่งรับศีลอยู่ บรรดาชาวบ้านชื่นชมบุญผู้ดี พุดซ้อนค้อนขวับอยู่ในกลุ่มญาติธรรม

ทันใดที่ลานวัดมีรถยุโรปคันยาวมาจอดลง ทุกคนหันไปดู … เห็นรองเท้าบู๊ทสีแดงมันวับก้าวออกมา
ยืนเด่นด้วยชุดกระโปรงสั้นพลาสติกสีแดง เสื้อแหวะอกเห็นบราดันทรง โชว์ดือวับแวมอันเป็นเครื่องแบบของ “เดอะ แคสเซิล” สาวเปรี้ยวถอดแว่นดำออก เห็นตาที่ตระหน่ำหนัก ปากมุก
พุดซ้อนเซซวน ชาวบ้านจำกันได้หมด พุดซ้อนชี้นิ้วระริกระรัว
“อี อีชบา”
พุดซ้อนมอง
“แล้วหนูจะหาผัวดี ๆ มาให้แม่กราบเท้า”
ชบาทิพย์จูงมือร่างหนึ่งลงจากรถ ทุกคนมอง ร่างนั้นออกมาเดินเคียงชบาทิพย์ เป็นนิโกรรูปหล่อ ผูกไทใส่สูท แต่ผิวดำสนิก
กลุ่มสาลินทึ่ง
ชบาทิพย์พาแฟนนิโกรขึ้นศาลา ผ่านกลุ่มคุณชาย ตรงมาหาพุดซ้อน นิโกรหนุ่มหล่อไหว้นอบน้อม
“แม่ขา นี่อุมแบร์โต้ ผัวหนู เรียกมันไอ้อู๊ดก็ได้”
“Hi Mom!”
“ไอ้อู๊ด แกไปรู้จักมันได้ยังไง”
“เค้าเป็นแขกที่ร้านจ๊ะแม่”
“แกไปตกถังไข่เยี่ยวม้ามารึไง รับบ่ได้”
พุดซ้อนตากลับ ร้องอุทานคล้ายประกาศชื่อละครภาคต่อ
“เขยนิโกร”
พุดซ้อนเป็นลมล้มพับ ยายปริก ชาวบ้านช่วยกันรับ กลุ่มตา ยายและชาวบ้านหัวเราะกันลั่น

วันต่อ ๆ มา วังวุฒิเวสม์เวลากลางคืน มีงานอาวาหมงคล ไฟประดับแพรวพรายระยิบระยับทั่วทุกหนแห่ง
ห้องหอใหญ่โตอลังการ เป็นห้องนอนใหญ่ดูราวห้องนอนในเทพนิยาย เตียงนอนมีหัวเตียงอลังการ มีมุ้งใหญ่ทอดจากเบื้องบนรวบไว้ มีกลีบกุหลาบโปรบเต็มเตียง ม.ร.ว. กิตติราชนรินทร์สวมสูทเรียบ สาลินสวมชุดไทยประยุกต์ดูงดงามมลังเมลือง นั่งอยู่หน้าเตียง เสด็จประทับนั่งบนเตียง ทรงถอดมงคลให้บ่าวสาวแล้ววางลงบนพานแก้วเจียระไน ทั้งคู่ราบลง
ทางด้านหนึ่ง สร้อย สอางค์ อุ่นเรือน อำพัน นั่งเป็นแถวมองดูอย่างปลาบปลื้ม ต่างคิดกันในใจ เพราะเสด็จเป็นประธานอยู่
อุ่น ” ลูกแม่ แม่ดีใจกว่าหนูเสียอีก”
สอางค์ ” ห้องหอควรจะเป็นของเรา โธ่เอ่ยเสด็จพระองค์ชายไม่น่าพระชนม์สั้นเลย”
สร้อย ” มาแต่งานเขา ไม่เคยมีงานของเรา”
อำพัน ” แม่สามาอยู่ที่นี่ โชคลาภมันยังแผ่ไปถึงตำหนักโน้นบ้างไหมนะ”
เสด็จทรงมองคู่บ่าวสาว
“ป้าขอให้เธอสองคนจงมีแต่ความสุขความเจริญ”
อุ่นเรือน – “ยายสาแม่ส่งหนูถึงฝั่งฝันแล้ว ต่อไปหนูต้องเดินต่อเองนะลูก”
สอางค์ – “ป้ารู้ว่าหนูจะเดินต่อไปได้อย่างงดงาม”
สร้อย – “คุณชายฝากยายสาด้วยนะคะ ทูนหัวของป้า”
อำพัน – “แม่สา ต้องแวะไปตำหนักโน้นทุกวันนะลูก”
คู่บ่าวสาว ยิ้มพลางยกมือไหว้รับคำ
“ไป….ออกไปกันได้แล้ว” เสด็จบอก
บรรดาผู้ใหญ่ทยอยออก แล้วปิดประตูลง ชายรองลุกขึ้น
“ลุกขึ้นซี”
“ไม่ไหวค่ะ ฉันเป็นเหน็บ”
เขาอ่อนใจ ดึงสาลินขึ้นเซเข้าอ้อมกอด เขามองลึกในดวงตาดื่มด่ำ
“มีอะไรก็พูดมาซีคะ ฉันไม่ได้มีเจโตปริญาณนะ”
“คนที่พูดน้อยที่สุด อาจมีความรักที่มากที่สุดก็ได้”
“ฮึ คุณจำแมรี่ คอเรลลี่มาพูด”
“ฉันพูดสิ่งที่อยู่ในใจฉันต่างหาก”
เขาประคองสาลินนั่งลงบนเตียง แล้วหันไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง ส่งกล่องของขวัญให้
“ฉันมีอะไรให้เธอ”
สาลินเบิกตากว้าง
“ขอบคุณค่ะ / กล่องเครื่องเพชร สมบัติต้นตระกูลแน่ๆ”
สาลินฉีกกระดาษของขวัญแล้วชะงัก เมื่อเห็นว่าคือหนังสือสองเล่ม
“หนังสือ / อีตาบ้า ให้หนังสือ”
“หนังสือบันเทิงทศวารกับจันดาราไง ฉันบอกแล้วไงว่าถ้าเธอแต่งงานแล้ว ฉันถึงจะ
ยอมให้อ่าน”
สาลินค้อน

ที่ศาลาใหญ่ ศรีจิตรากัยชายเล็กนั่งอิงแอบกัน ศรีจิตราอ่านนิทานจบลง ปิดหนังสือ
“จบแล้วค่ะ”
“โชคชะตานี่มหัศจรรย์จริงนะฮะ ไม่น่าเชื่อว่าผมจะมีคุณคอยเล่านิทานให้ผมฟังไปตลอดชีวิต”
“ฉันจะเป็น “เซเฮราซาด” ของคุณค่ะ”
เขาเลื่อนตัวลงหนุนตัก ศรีจิตราลูบผมแผ่วเบา เขาเอามือศรีจิตรามาจูบ บอกให้เล่านิทานอีก
เธอยิ้มอ่อนโยนแล้วเล่านิทานต่อ เขาเลื่อนกายลงนอนหนุนตักศรีจิตรา

เสียงพิมพ์ดีด พร้อมกับเสียงสาลินที่เล่าว่า
” คุณชายเล็กเลื่อนกายลงนอนหนุนตักหญิงสาว หญิงสาวก้มลงดูใบหน้าคมสันนั้นอย่างรัญจวน ”
ศรีจิตรามองหน้า ม.ร.ว. บดินทราชทรงพล
“เธอสอดนิ้วเรียวลงในเส้นผมหยักศกของชายหนุ่ม”
ศรีจิตราลูบเส้นผมของเขาอย่างรักใคร่

วันต่อมา สาลินกำลังพิมพ์ดีดอยู่หน้าตึก ดูเปล่งปลั่งขึ้น แต่ก็ยังปล่อยผมสยาย หน้าดูเยาว์วัย ดวงตาสดใสซุกซนเหมือนเดิม สาลินชะงัก
” ทำไมต้องหยักศกด้วยนะ”
สาลินพิมพ์ต่อ ข้างพิมพ์ดีดมีจานสตรอเบอรี่สด แก้วน้ำ เหยือก และตลับแป้ง
” นิ้วของเธอเลื่อนไล่ไปยังจอนผม สู่ผิวแก้ม มีไรหนวดเคราดูเขียวตัดกับผิวขาวสะอาด ชายหนุ่มพลันคว้านิ้วเรียวนั้นมาจุมพิต ริมฝีปากเร่าร้อนด้วยความรู้สึกภายใน หญิงสาวผวาเยือกขึ้นทั้งตัวราวมีประกายไฟฟ้าพุ่งจากปลายนิ้วเข้าสู่ส่วนลึก…ของ”
สาลินชะงักกึก
“ว้าย ทำไมยิ่งเขียนยิ่งโป๊ ต่ำกว่า 20 ห้ามอ่าน พี่ศรีต้องไม่ยอมแน่ ๆ เลย”
สาลินดึงกระดาษควากออกจากพิมพ์ดีด ขยุ้มเป็นก้อนกลมโยนลงถังผง แล้วใส่แผ่นใหม่เข้าเครื่อง นั่งคิดตีบตัน ชายรองแต่งกายลำลองเดินเข้ามาโอบไหล่
“เกือบจบหรือยัง”
“มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ เกือบจบแล้วค่ะ แต่ไม่รู้ว่าจะจบยังไงดี”
เขาก้าวมาใกล้ 2 มือเท้าพนักเก้าอี้ สาลินแหงนมอง
“จบยังไงก็ได้ ขอให้มันแฮปปี้เอ็นดิ้งก็พอ”
” ไม่ได้ซีคะ ฉันเป็นว่าที่นักเขียนใหญ่นะ”
“เธอเป็นคุณหญิงท่านทูต ที่เป็นนักเขียนกิตติมศักดิ์ต่างหาก”
สาลินยิ้มเชิดนิดนึง เขาหยิบปึกนิยายที่เป็นตั้งสูงมาอ่าน สาลินลุกขึ้นตาม เข้าไปใกล้
“เป็นยังไงคะ”
เขาก้มลงจูบผมสาลิน กอดจากด้านหลัง
“สวยแล้วก็หอมมากด้วย”
“นี่คุณไม่ได้พูดถึงนิยายนี่คะ”
เขาจับสาลินมาประจันหน้า
“นิยายจะสู้ความจริงแสนสวยตรงหน้าฉันได้ยังไง”
เขาประคองหน้า สาลินแหงนเงยสบตา คลี่ยิ้ม ปากเผยอ
“ความจริงแสนสวยที่ทำให้ฉันรักเธอ”
“ฉันรู้ค่ะ ฉันรู้”
สาลินพยักหน้า เขาก้มลงจุมพิตแผ่วเบา
เสียงดังมาจากเบื้องหลัง ชายเล็ก ศรีจิตราเดินตรงมา
“ฮั่นแน่ะ จูบกันหน้าตึกเลย เกรงใจกันหน่อยซีครับพี่รอง”
“ไง ยายสา เขียนจบหรือยัง พี่อยากอ่านต่อแล้ว”
“ยังเขียนต่อไม่ออกค่ะ”
“คุณรองคงต้องช่วยต่อจินตนาการให้ยายสาแล้วค่ะ ”
“จินตนาการที่คนแต่งขึ้น ก็ยังมหัศจรรย์ไม่เท่าสิ่งที่โชคชะตาบันดาลให้เป็นไปจริงไหม”
“จริงครับ โชคชะตาของเราทั้งคู่”
ทั้งสี่ชนแก้วกัน หัวเราะครึกครื้น เห็นเมฆขาวมหึมาเคลื่อนเกลื่อนกล่นออยูบนท้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย
ภาพนั้นงดงามยิ่งกว่าเทพนิยาย

“และพวกเขาก็ครองคู่อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาลนิรันดร์”

— จบบริบูรณ์ —

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

ดูละครออนไลน์, บทละครสะใภ้จ้าว, ละครออนไลน์, ละครสะใภ้จ้าว, อ่านละคร, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ สะใภ้จ้าว, อ่านสะใภ้จ้าวออนไลน์, เรื่องย่อละคร, สะใภ้จ้าว, สะใภ้จ้าวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังสะใภ้จ้าวทุกตอน

 

สะใภ้จ้าว
- 2015-11-26 3:39:41 โพสต์โดย : LaKorn 2,285 ดูละครย้อนหลัง