เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ ละครคือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/3

อ่านละครออนไลน์ > คือหัตถาครองพิภพ

ละครคือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/3

ในห้องดนตรี… ธรรม์กับพราวพิลาสเล่นดนตรีสีไวโอลินด้วยกันจบเพลง ทั้งคู่มองหน้ากันอย่างเศร้ามาก

“คุณพราว พี่สัญญาว่าจะกลับมาทันทีที่เรียนจบ”
“อีกกี่ปีคะ พี่ธรรมม์จึงจะเรียนจบ”
“สี่ปีเท่านั้น คุณพราวรอพี่นะครับ”
“พราวคงเหงามาก สัญญาหรือเปล่าคะว่าจะกลับมาเล่นดนตรีกับพราวอีก”
“แน่นอนครับพี่สัญญา คุณพราวครับพี่จะรีบกลับทันทีที่พี่เรียนจบ แม้แต่ใบปริญญาก็ไม่รอรับ จะขอให้เขาส่งกลับมาให้ที่เมืองไทย”
“ถ้าพี่ธรรม์สัญญา พราวก็จะรอค่ะ”
“ขอบใจมากครับ คุณพราว…เออ ถ้าพี่จะ…เออ…”
“อะไรหรือคะ”
ธรรม์ยกมือพราวขึ้นมาแล้วจูบลงบนนิ้วของเธอ พราวเขินมาก
“นี่คือสัญญาจากหัวใจของพี่ครับ”
สองคนสบตากันมองหน้ากัน รู้กันและกันว่าชอบกัน…ศีลถือสมุดโน้ตเพลงสามสี่เล่มในมือเดินมาที่ประตูมองภาพดังกล่าวเงียบๆเก็บความรู้สึก ศีลหันกลับ วางสมุดโน้ตเพลงไว้ที่โต๊ะใกล้ๆในห้องก่อนออกมาใกล้ๆกันนั้น แพรวพรรณรายแอบมองถอนใจ
“อย่างไรกันนี่ คุณธรรม์ก็โจ่งแจ้งแสดงตัว คุณศีลก็พึงพอใจคุณพราวแต่เก็บงำไม่กล้าแสดงให้ใครรู้ เฮ้อ คุณพราวหนอคุณพราวมีแต่คนอยากทะนุถนอม เราสิมีแต่คนอยากรุมด่าทอ”
แพรวพรรณรายยักไหล่ตามนิสัยไม่แคร์

เมขลายืนอยู่หน้าตึกเจ้าคุณมองสมบัติที่ได้รับอย่างพึงพอใจ จุ๋มกับจิ๋มแอบค้อนไม่พอใจ
“ไหนรถทำไมยังไม่เห็นมารอนานแล้วนะ ไปเรียกนายบุญมาสิ”
สองคนมองหน้ากัน ศีลเดินหน้านิ่งออกมาพอดี ชะงักเห็นเมขลาจะถอยก็ไม่ทันแล้ว เมขลาเห็นศีลแล้วดีใจมาก
“คุณศีล สวัสดีค่ะ”
“ครับ สวัสดีครับ เออ ผม…”
“จะไปส่งเมขลาที่คอนแวนต์หรือคะ ขอบคุณมากค่ะ นี่เธอสองคนขนของคุณพริ้มที่ฉันมารับไปให้ซิสเตอร์บริจาคไปใส่รถคุณศีลสิ”
จุ๋มกับจิ๋มงงๆ
“มาช่วยกันทำบุญแก่เด็กยากไร้ค่ะ”
แพรวพรรณรายมาพอดีหัวเราะคิกคักยื่นหน้าไปบอกศีล
“เด็กยากไร้คนนั้นชื่อเมขลาไงคะคุณศีล”
“เธอกล่าวหาฉันอีกแล้วนะแพรวพรรณราย”
“หรือจ้ะ เออ…คุณศีลคะ นายแม่ท่านถามหาน่ะคะ เห็นท่านว่าจะปรึกษาคุณศีลเรื่องห้าง ยังไม่เห็นไปหา ท่านรออยู่นะค่ะ”
“เออ…ครับ ขอโทษนะครับคุณเมขลา ผมขอตัวรีบไปพบนายแม่ก่อนครับ”
ศีลรีบไปทันที เมขลาหน้างอพึมพำ
‘อีแพรวพรรณราย แกเอาอีกแล้ว แกแกล้งฉันจนได้’
จุ๋มกับจิ๋มกำลังยกของเก้ๆกังๆ ไม่ไปต่อ แพรวพรรณรายหันไปถาม
“นั่นจะยกไปไหน”
สองคนอึกอัก
“เออ…”
“ยกออกไปที่หน้าบ้านให้คุณเมขลาเขาสิ สงเคราะห์กันหน่อย” แพรวพรรณรายสั่ง
เมขลาไม่พอใจ
“แต่พริ้มเพราให้นายบุญไปส่งฉัน”
“แต่ฉันจะให้นายบุญไปซื้อขนมเปี๊ยะให้ฉัน จุ๋ม จิ๋ม เอาไปไว้ที่หน้าบ้าน เมขลาถ้าเธอไม่มีค่าแท็กซี่ นี่ฉันให้”
เมขลาสุดแสนแค้นใจแพรวมากๆ
“ฉันไม่ใช่ขอทาน”
เมขลาปัดเงินตก เดินเชิดออกไป จุ๋มกับจิ๋มหิ้วของตาม
“ใจอยากได้แต่มือไม่ยอมรับ เพราะกลัวเสียศักดิ์ศรีก็หิ้วเป็นบ้าหอบฟางขึ้นรถเมล์ไปเถิด อ้อ ขอบอกนะว่าคุณศีลที่เธอหมายมั่นปั้นใจเขาไม่มีใจให้เธอหรอกย่ะ เขาชอบไปแอบมองน้องสาวฉันเล่นเปียโนบ่อยจะตายไป เขากลัวเธอไปขอเขาจนหมดตัว”
เมขลาคำราม
“ฉันจะจองล้างจองผลาญพวกแกสามคนพี่น้องให้สุดชีวิตจิตใจ นังแพรวพรรณราย”

เมขลาน้ำตาซึม

คุณหญิงสะบันงากับปานวาดทานอาหารว่างด้วยกัน

“ตอนนี้ฉันไม่ดื่มไวน์วันละขวด แต่ลดลงมาเหลือวันละแก้วแล้วค่ะ”
“ดีค่ะ คุณอาคมขอร้องหรือคะ”
“อุ๊ย…คุณอาคมมีแต่จะสปอยล์และตามใจฉันค่ะ ลูกค่ะ ลูกธรรม์มาขอร้องฉันค่ะ คนอย่างฉันรั้นหัวชนฝา ใครมาขออะไรต่อให้เป็นพ่อแม่ก็ไม่ยอม แต่สำหรับลูกแค่เขาเข้ามากอดแล้วขอคำเดียว ใจฉันอ่อนยวบ และเพื่อความสุขของลูกฉันยอมค่ะ”
“ดื่มมากไปมันก็ไม่ดีกับสุขภาพนะคะ”
“ค่ะทั้งที่รู้ฉันก็ไม่สามารถข่มใจ แต่ฉันยอมข่มใจได้เพื่อลูก”
ศีลเคาะประตู
“กระผมศีลเองขอรับ”
“เชิญจ้ะ”
ศีลเดินเข้ามาไหว้ทั้งสอง
“นายแม่เรียกกระผมให้มาพบหรือขอรับ”
สะบันงางงๆ
“ใครบอกศีลว่านายแม่เรียก”
ศีลนึกออกว่าโดนแพรวพรรณรายหลอกแน่
“เออ…เออ…”
คุณหญิงสะบันงาเข้าใจทันที
“คุณแพรวละสิ”
“ขอรับ”
คุณหญิงสะบันงาส่ายหน้า
“ลูกคนนี้ร้ายกาจนัก เข้าใกล้ใครเป็นได้กลั่นแกล้งเขาไปทั่ว ขอโทษด้วยนะศีล”
“ขอรับ ไม่เป็นไรขอรับ ถ้าไม่มีอะไรกระผมขอตัวกลับห้างนะขอรับ”
“ศีลมานี่มาหาท่านเจ้าคุณหรือเปล่า”
ศีลอึกอักภาพธรรม์กับพราวจูบมือสบตากัน ตอนที่เขาถือสมุดโน้ตเพลงจะเอาไปให้พราวพิลาสแว่บเข้ามา
“กระผมผ่านมาธุระใกล้ๆนี้ขอรับ เลยแวะมาดูเผื่อว่าทั้งท่านและนายแม่จะมีอะไรให้รับใช้ขอรับ”
“ขอบใจมาก คงไม่มีอะไรหรอก อยู่ทานอาหารเย็นกับท่านเจ้าคุณไหมจ้ะ”
“เออ ไม่ขอรับ ขอบพระคุณขอรับ”
ศีลไหว้สองคนถอยออกไป ปานวาดมองตาม
“เด็กหนุ่มคนนี้ช่างน่ารัก อยากมีลูกสาวสักคนแล้วยกให้เขาจะได้เหมาเอามาเป็นเขยเสียเลย เธออย่างไรเล่ามีลูกสาวตั้งสามคน”
คุณหญิงสะบันงากับปานวาดหัวเราะให้กัน

ในห้องหนังสือ…อุดรกำลังเตรียมหนังสือที่พริ้มเพราคิดว่าจะเอาติดตัวไปอ่านที่เมืองนอก
“พริ้มไม่ชอบหนังสือประเภทนวนิยายหรอกค่ะ อ่านได้แต่ไม่ติดใจ ชอบอ่านประเภทหนังสือเกี่ยวกับศาสนา ทั้งไทย คริสต์ อิสลามและอื่นๆมากกว่าค่ะ” หญิงสาวบอกถึงความต้องการ
“ยังมีเวลาอีกหลายวันกว่าคุณพริ้มจะไป ผมจะไปเสาะหามาให้นะครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ แต่แหมรบกวนจังค่ะ”
“ไม่เลยครับ ผมก็ชอบอ่านแบบนั้นเหมือนกันครับ คงหาได้ไม่ยาก”
“ขอบคุณมากอีกครั้งค่ะ”
“คุณพริ้ม จะไปนานสักแค่ไหนครับ”
“ไปต่อเกรดสิบเอ็ดสิบสองสองปี ปริญญาตรีอีกสามถึงสี่ปี ไม่เกินหกปีหรอกค่ะ พอดีคุณอุดรจบเป็นหมอ”
“หกปีนานมากนะครับ”
“ฉันจะเรียนทางด้านปรัชญา เน้นหนักไปทางเรื่องศาสนาเปรียบเทียบค่ะ”
“ผมเออ จะรอคุณพริ้มกลับมาพร้อมด้วยวิชาเกี่ยวกับศาสนาทั้งหลายในโลกนี้ครับ”
“ค่ะ พริ้มก็จะรอว่ากลับมาจะได้พบว่านักเรียนแพทย์อุดรกลายเป็น เป็นคุณหมออุดรหมอประจำบ้านพริ้มอีกคนไงคะ”
“ด้วยความยินดีครับ”
สองคนสบตากันยิ้มให้กัน แพรวพรรณรายโผล่มาหน้าประตู
“วู้ๆ จ้องตากันแล้วเห็นอะไรบ้างไหมนอกจากขี้ตา”
พริ้มเพราเอือมๆ
“คุณแพรว ไม่มีอะไรทำหรือคะ”
“มีค่ะ แพรวแกล้งคนไปได้หลายรายแล้วคะ ตั้งแต่ยัยเมขลา คุณศีลและสุดท้ายก็คุณพริ้ม”
“ตายจริง คุณแพรวไปแกล้งอะไรเมขลาคะ”
“ก็แค่แกล้งให้ขนสมบัติพระศุลีของคุณพริ้มใส่รถเมล์หรือแท็กซี่ไปเองสิคะ”
“แย่จริง พี่สงสารเขานะคะ”
“แต่แพรวรำคาญ ยัยนี่เรียนจบไปต้องไปต่อปริญญาตรีสาขาขอๆค่ะ ไปละ ไปหาคนแกล้งที่อื่นต่อไป”
แพรวพรรณรายกลับไป พริ้มเพราหันมาหาอุดร
“ดูสิคะ เธออายุสิบหกยังซุกซนมากค่ะ”
อุดรยิ้ม
“เธอน่ารักดีออกครับ”
“เพราะคุณอุดรยังไม่โดนเธอแกล้งนี่คะ เธอคงเกรงใจคุณอุดรค่ะ”
สองคนหัวเราะเอ็นดูแพรวพรรณราย

เมขลาเดินอยู่ข้างถนนแถวบ้านเจ้าคุณหิ้วของพะรุงพะรัง หนักก็ต้องทนเพราะอยากได้
“ไอ้ของบ้า หนักจะเป็นจะตาย อุตส่าห์ตากหน้ามาขอมันเพื่อจะได้ดูดีมีฐานะกับเขาบ้าง นังแพรวพรรณรายก็มากลั่นแกล้ง เงินก็ไม่มีค่าแท็กซี่ มันบอกว่าคุณศีลแอบมองน้องมัน เชอะ นังโง่นั่นน่ะหรือไม่กลัวหรอก”
ของหล่นจากมือเมขลาตกกระจายออกมานอกถุง
“ว๊าย”
เมขลาก้มลงเก็บของ ขณะเดียวกันนั้นมีรถแล่นมาจอด เมขลาสะดุ้งมองไป ศีลลงมาจากรถ
“ผมช่วยเก็บของให้ครับ”
“คุณศีล เออ เมขลากำลังมองหาแท็กซี่ค่ะ แต่ช่างหายากเหลือเกิน แต่เพื่อเด็กยากจนที่น่าสงสาร เมขลาเลยตั้งใจว่าถ้าไม่มีแท็กซี่ จะเดินหิ้วไปให้ถึงคอนแวนต์ค่ะ”
“ผมจะไปส่งครับ”
เมขลาตาวาวโรจน์
“ตายจริงรบกวนมากนะคะ เมขลาเกรงใจ เผื่อคุณศีลมีธุระ”
“ผมผ่านไปให้ได้ครับ”
ศีลเปิดประตูรถให้
“เชิญครับ”
“ขอบคุณมากค่ะ”
เมขลาก้าวขึ้นรถไปพึมพำเบาๆ

“ในที่สุดฉันก็ชนะพวกแก”

เจ้าคุณกับคุณหญิงศรี มาที่หลุมศพศุกล

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนฉันคงไม่ยอมให้คุณมาหาศุกลแน่ แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจโลกและชีวิตมากขึ้นจริงๆ และเชื่อว่าคุณไม่ได้มีเจตนาทำให้เขาตาย”
“ขอบใจมาก ฉันอยากจะมาบอกศุกลว่า เออ…เรียกว่าอะไรนะ”
“อโหสิกรรม แปลว่ายกโทษ”
“โอเค มาขอโทษเขาที่เคยโกรธเคืองเขา และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิด Tragedy เรียกว่าอะไรนะ”
“โศกนาฏกรรม”
“ฉันรู้สึกว่าชีวิตนี้เหลือสั้นมาก อยากจะทำทุกสิ่งให้ดีงามกับทุกคน”
“ฉันก็คิดเช่นนั้นค่ะฉันจึงยกมรดกให้พริ้มเพรา คุณมีอะไรที่คุณคิดว่าติด ค้างก็ควรรีบทำนะคะ”
“ฉันนึกถึงลูกของฉันที่เกิดจากสังวร ป่านนี้เขาคงโตมากแล้ว”
“ทำไมไม่ส่งคนออกตามหาเขา”
“ถ้าฉันทำเช่นนั้น สะบันงาจะว่าอย่างไรหนอ”
“ระหว่างความถูกต้องกับความเกรงใจ คุณควรเลือกสิ่งไหนหรือคะ”
“ความถูกต้องสิ”
“สะบันงาก็คงเป็นเช่นนั้น”
“อายุอานามคงประมาณนายทองนั่นแหละ”
“ตอนนี้นายทองมันหายไปไหน”
“มันกลับไปรักษาแม่แม่มันป่วย น่าสงสารนะ เฮ้อ…ชีวิตคนเราบางทีกลับมีทุกข์มากกว่ามีสุข”
“บางที่ทั้งที่ควรจะสุขแต่กลับสร้างทุกข์ให้ตนเอง หลังจากที่ฉันยอมเปิดโอกาสให้ตัวเองกับแม่น้อยไปวันก่อน เราสองคนสบายใจด้วยกันทั้งคู่ เลิกอึดอัดขัดข้องหัวใจกันเสียที ขอบคุณมากที่คุณช่วยแนะนำให้ฉันทะลายกำแพงความกลัวพังไปได้”
เจ้าคุณเอามือพาดบ่าคุณหญิงศรี ทั้งสองบ่า
“เราสองคนคู่ควรกันที่สุดนะศรี แม้ตอนนี้ฉันอยู่กับสะบันงา แต่ฉันก็รู้ว่าเราไม่เหมาะสมกันเท่ากับศรี”
“แต่คุณรักสะบันงามาก”
“มากเท่ากับรักศรี แต่สะบันงาไม่เคยรักฉันไม่เคยต้องการฉัน”
“แต่คุณคือสิ่งที่ดีที่สุดของสะบันงา คือสิ่งที่ดีที่สุดของกันและกัน”
“ศรีพูดถูก ถ้าฉันเป็นอะไรไปในช่วงนี้ฝากศรีดูแลทุกคนด้วยนะ หมายถึงให้คำแนะนำผ่านทางเมี้ยนก็ได้”
“อ้าว เปลี่ยนเรื่องพูดเสียแล้ว อายุแค่หกสิบเศษมาฝากผีฝากไข้กันทำไม อย่าพูดเรื่องหดหู่ใจสิคะ พริ้มเพรากำลังจะไปเรียนต่อนะ”
“ระยะหลังฉันรู้สึกว่าเหนื่อยง่ายมาก พอมีสิ่งใดมากระทบใจ ฉันก็มักจะหายใจหายคอไม่ออก ก็เลยต้องคิดการณ์ล่วงหน้าเพื่อทุกคนที่ฉันรัก”
“ไม่มีเรื่องราวอะไรมากระทบใจให้ขุ่นข้องอีกแล้ว เรื่องลูกของสังวร สะบันงาเขามีน้ำใจคงไม่รังเกียจรังงอนหรอกค่ะ ขอเพียงตามหาให้พบ”
เจ้าคุณพยักหน้าเห็นดีด้วย

วันใหม่…ทองมาถึงหน้าบ้านเจ้าคุณ มองเข้าไปถอนใจแค้นๆ
“แม่กูตายคากระท่อมสัปปะรังเค แต่มึงกับชื่นสุขอยู่ในคฤหาสน์ใหญ่ราวกับวัง หลังจากฆ่ามึงตายกูจะบอกพ่อกูว่ากูคือลูกของแม่สังวร”
ทองเดินเข้าบ้านไปอย่างมุ่งมั่น

เจ้าคุณคุยกับคุณหญิงสะบันงาเรื่องลูกของสังวร ที่ระเบียงบ้าน
“ฉันยินดีรับลูกของสังวรมาอยู่กับเราค่ะ”
“ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ เพิ่งมีคนบอกว่าสะบันงามีน้ำใจเขาพูดถูกต้อง”
“ลูกของสังวรคือลูกของท่าน ฉันยินดีต้อนรับเขาเสมอ”
เจ้าคุณเชยคางคุณหญิงสะบันงามามอง แล้วก้มหน้าถาม
“ฉันอยากถาม อยากรู้มาตลอดเวลาว่าสะบันงารักฉันไหม”
คุณหญิงสะบันงานิ่งเงียบไป
“ท่านเลี้ยงดูเชิดชูฉันมาเนิ่นนาน ท่านคือผู้ให้ของฉันตลอดมาค่ะ”
คุณหญิงสะบันงาซุกหน้ากับอกของเจ้าคุณตรงหัวใจ เจ้าคุณพึมพำ
“เอ ตอบไม่ตรงคำถาม”
“หัวใจท่านประเสริฐต่อเด็กผู้หญิงบ้านแตกสาแหรกขาดอย่างฉันยิ่งนักค่ะ”
เจ้าคุณกอดคุณหญิงสะบันงาพึมพำ
“ฉันจะรอวันนั้นวันที่สะบันงาตอบรับรักฉัน แม้จะเนิ่นนานเพียงใด แม้วันสุดท้ายของลมหายใจ”
คุณหญิงสะบันงารำพึงในใจ
“ค่ะ ถ้าถึงวันนั้น ฉันจะบอกท่านโดยไม่ลังเลรีรอ”
ทองเดินเข้ามามองเห็นภาพนี้แต่ไกลๆ หยุดมองนิ่งแค้นใจนัก
“พ่อกูหลงเสน่ห์นังคุณหญิงจนโงหัวไม่ขึ้น แล้วแม่กูผิดตรงไหน”
คุณหญิงสะบันงาเห็นทองก่อน ใจหายวับกับสายตาที่น่ากลัวของทองที่ปรากฏมาแว่บหนึ่ง
“นายทอง”
คุณหญิงสะบันงาผละจากเจ้าคุณ
“ทองกลับมาแล้วค่ะท่าน”
เจ้าคุณหันมาเรียก
“ทองเข้ามาสิ”
ทองจึงเดินเข้ามา
“แม่เป็นอย่างไรบ้างนายทอง” คุณหญิงสะบันงาเอ่ยถาม
“ตายแล้ว” ทองตอบห้วนๆหงุดหงิด “เออ ตายแล้วขอรับ”
“เสียใจด้วยนะทอง”
“คนจนตายง่ายขอรับ คนใหญ่คนโตคนมีอำนาจคนมีเงินตายยากขอรับ”
เจ้าคุณกับคุณหญิงสะบันงาสะกิดใจคำพูดของทองแต่คิดว่าเขากำลังขวัญเสีย
“พวกเด็กผู้ชายคงดีใจกันยกใหญ่ที่นายทองกลับมา ไปสิไปหาพวกเขา”
“ขอรับ”
ทองเดินจากไป สะบันงามองตามหลัง
“นายทองคงเสียใจมากที่แม่ของเขาตาย สีหน้าท่าทางเขาจึงดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย”
“อายุเขาคงพอๆกับลูกของฉันที่เกิดจากสังวรจริงๆด้วย เห็นเขาแล้วคิดถึงลูกคนนั้นแท้ๆ”
เจ้าคุณพึมพำถึงลูก
ในเรือนเก่าของเจ้าคุณที่เดือนพักอยู่…พจน์ พฤกษ์ เดือน ธรรม์กำลังรุมล้อมหมาชื่อเม่นกันอยู่

“พี่ธรรม์ให้เม่นกับพฤกษ์จริงๆหรือครับ” พฤกษ์บอกอย่างดีใจ
“จริงสิครับคุณพฤกษ์ พี่จะไปเมืองนอกแล้ว ถ้ามันอยู่กับคุณแม่และคุณพ่อมันจะเหงาไม่มีใครวิ่งเล่นกับมัน”
“พฤกษ์จะวิ่งเล่นกับมันครับ จะกอดจะจูบมันด้วยครับพี่ธรรม์”
“พจน์ก็จะวิ่งเล่นกับมันครับพี่ธรรม์”
ธรรม์ยิ้มให้ทั้งสอง
“ขอบคุณมากครับ”
“จะเอามันไปนอนที่ไหนคะ เขาว่าหมาฝรั่งใจเสาะเลี้ยงยากแต่ตายง่ายค่ะ” เดือนถามอย่างสงสัย
“ก็นอนในบ้านแม่เดือนสิ นอนกับพจน์ไงละ” พฤกษ์แนะ
“จริงสิครับแม่เดือน ให้เม่นนอนกับพจน์นะครับ” พจน์ดีใจ
“อย่าให้มันมาทำบ้านสกปรกเลอะเทอะก็แล้วกันค่ะ จะให้ทำความสะอาดกันเองนะคะ”
ธรรม์ยิ้ม
“มันมีระเบียบครับ มันไม่ทำเลอะเทอะหรอกครับแม่เดือน ผมขอตัวก่อนนะครับ จะไปหาคุณพราว”
ธรรม์เดินออกไปยังตึกเจ้าคุณหลังใหญ่ ทองเดินสวนมาเพื่อมาหาพจน์กับพฤกษ์ เม่นมองทองแล้วเห่า ราวกับรู้ใจทองว่าไม่ได้มาดี พฤกษ์หันไปเห็นดีใจมาก
“นายทองมาแล้วดีใจจังเลย”
พจน์รีบเรียก
“นายทองมาดูหมาของเราสิ มันน่ารักมาก”
“ขอรับมันน่ารักมาก”
เม่นกระโดดเข้าใส่และกัดทอง ท่ามกลางความตกใจของทุกคน
“โอ๊ย”
“เม่น เม่น ทำไมไปกัดนายทอง” เดือนดุหมา
ทองคำรามเบาๆมองหน้าแม่นด้วยสายตาดุดันมาก เขาพึมพำเบาๆ
“ไอ้หมาระยำมาทำร้ายกู ประเดี๋ยวเถิดมึง”
พฤกษ์สงสัย
“แปลกจริง ทำไมมันจ้องจะกัดนายทองคนเดียว”
“มันเห็นผมยากจนแตกต่างกับพวกคุณหนูกระมังขอรับ ไม่ใช่แค่คนที่รังเกียจคนจน หมามันยังรังเกียจ”
เดือนขัดขึ้น
“นายทองคิดมาก พูดจาเหลวไหล หมามันจะไปรู้เรื่องของคนได้อย่างไรเพิ่งกลับมาถึงก็ได้แผลเสียแล้ว ไปทำแผลเสียเถิดนายทอง”
ทองเดินออกไป พจน์กับพฤกษ์วิ่งตามไปทันที
“เราไปด้วย”
“อ้าวดีใจเจอเพื่อน แล้วมาทิ้งเจ้าเม่นไว้กับแม่เดือน”
เดือนจูงเม่นกลับเข้าบ้าน

ในบ้านหลังเล็ก คุณหญิงศรีลูบหัวพริ้มเพราไปมา
“พริสซี่โชคดีนะ”
“คุณป้าเรียกพริ้มว่าพริซซี่หรือคะ”
“ป้าคิดถึงคุณพริสซี่น่ะ ป้าก็เลยเรียกหนูว่าพริสซี่ ตั้งใจเรียนนะหลาน”
“ค่ะ”
“กลับมาก็คงเป็นสาวเต็มตัวแล้ว ป้าก็คงแก่ลงไปอีกแยะ”
“พริ้มจะเขียนจดหมายมาถึงคุณป้าสม่ำเสมอค่ะ”
“ต้องไปเรียนภาษาเพิ่มเติมก่อนไหมนี่”
“คุณป๋าบอกว่าคงไม่ต้องไปเรียนเพิ่มเติมหรอกค่ะ พริ้มเก่งเพราะคุณป้าสอนไงคะ คุณป๋าบอกว่าฝรั่งเขาพูดเก่งเพราะเป็นภาษาของเขา แต่จะเก่งไวยากรณ์เท่าเราคงไม่ใช่ค่ะ”
คุณหญิงศรีส่งกำไลหยกให้
“ใส่ไว้นะ กำไลนี่ใส่แล้วโชคดี สุขภาพดีรู้ไหม”
“ขอบคุณมากค่ะ สวยมากนะคะ”
“ของเก่าแก่ ป้าคงคิดถึงหนูมาก” คุณหญิงศรีเสียงสั่น “มาเรียนกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนไปนอกดีไหม”
“ค่ะ”
พริ้มเพราไปหยิบหนังสือมากาง ตรงหน้าคุณหญิงศรี

ในห้องเปียโน…พราวพิลาสกับธรรม์เล่นดนตรีด้วยกันจบพอดี
“พี่มีอะไรพิเศษมากมาฝากคุณพราวครับ”
“อะไรคะพี่ธรรม์”
ธรรม์ชูให้ดู
“พี่ไปอ่านเจอมา เลยคัดลอกมาให้คุณพราวอ่านมันเหมาะกับคุณพราวมากที่สุด”
พราวพิลาสกำลังเอามือจะมารับ แพรวพรรณรายมาจากไหนไม่รู้ฉกไปทันทีโดยเร็ว
“เอามานี่ เอามาให้แพรวอ่าน”
“คุณแพรวมาแย่งของพราวไปทำไมคะ พี่ธรรม์ให้พราวไม่ได้ให้คุณแพรว”
“คุณแพรวคืนคุณพราวมานะครับ” พราวไม่ค่อยพอใจ
“เรื่องอะไรจะคืนให้ เขาจะเอาไปอ่านให้คนในบ้านฟังให้ทั่วๆเลย”
พราวพิลาสตกใจ
“อย่านะ”
แพรวพรรณรายวิ่งออกไป พราวพิลาสจะร้องไห้ ธรรม์รีบบอก
“ตามไปขอคืนสิครับ”

พราวพิลาสจึงวิ่งไป ธรรม์ส่ายหน้าไปมา

** เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ **

อ่านต่อ >> คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/1 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/2 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/3 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 13/4

เรื่องย่อจบบริบูรณ์ คือหัตถาครองพิภพ ละครย้อนหลัง

หัตถาครองพิภพ-ช่อง7

ละครช่อง 7 > เรื่องย่อละครช่อง7คือหัตถาครองพิภพ

 

คือหัตถาครองพิภพ, อ่านละครออนไลน์
- 2014-01-3 1:30:29 โพสต์โดย : zoomza 1,638 ดูละครย้อนหลัง