เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ ละครคือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/2

อ่านละครออนไลน์ > คือหัตถาครองพิภพ

ละครคือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/2

สะบันงาเดินท่องคำภาษาอังกฤษมาตามทาง ลืมเรื่องสองคนที่ผ่านมา

“ ฮาว อาร์ ยู แปลว่า สบายดีหรือคะ ไอ แอม ไฟน์ แท้งคิ้ว แปลว่า ฉันสบายดี ขอบคุณ”
เจ้าคุณเดินตรงมา สะบันงาอ้าปากค้างไม่กล้าท่องต่อยืนนิ่ง เพราะเกรงกลัวเจ้าคุณ และไม่คิดว่าจะเจอ เพราะคอยหลบเลี่ยง เธอนึกถึงคำพูดของเมี้ยน
“อย่าพยายามไปพบเจอเจ้าคุณ เลี่ยงได้เป็นเลี่ยง”
เจ้าคุณเดินยิ้มเข้ามา
“จะไปไหนสะบันงา”
“เอ้อ…”
สะบันงาตอบไม่ถูกหันกลับจะวิ่งหนีเอาดื้อๆหนังสือตกหล่นลงพื้น เจ้าคุณงงๆ
“ทำไมต้องวิ่งหนี”
เจ้าคุณจับข้อมือสะบันงาดึงไว้ สะบันงายิ่งตกใจ…เมี้ยนกับคุณหญิงศรีอยู่ที่เรือนเห็นกับตาว่าเจ้าคุณคว้ามือสะบันงา
“หนีไม่พ้นแล้วสินั่น” เมี้ยนหนักใจ
“สะบันงาเจอกับเขาจนได้”
“เมี้ยนสั่งแล้วนะเจ้าคะ ว่าให้พยายามหลบเจ้าคุณ”
“คนพยายามหลบ มันหลบยากกว่าคนพยายามเจอ” คุณหญิงศรีถอนใจ “ฉันมองออกว่าเขาสนใจสะบันงามาก แต่เขาไม่ใช่คนตะกละตะกราม”
“ดูสิเจ้าคะ ท่านเจ้าคุณก็กระไร นั่นน่ะยังเด็กยังละอ่อน ไปจับมือถือแขน เด็กมันจะคิดมาก ประเดี๋ยวก็คุ้นมือผู้ชายเอาง่ายๆหรอกเจ้าค่ะ”
“สะบันงาไม่ใช่พวกอยากคุ้นมือผู้ชายเหมือนนังสามคนนั่น ไม่ต้องกังวล ระยะนี้สังวรมันรับใช้อยู่ ถ้าไม่ใช่เพราะจะเก็บไว้ให้คุณศุกล สะบันงานี่แหละ ที่ไปรับใช้เจ้าคุณแล้วไม่คิดถีบหัวส่งฉัน แม้ว่าจะมี ลูกกับท่าน”
คุณศรีมองต่อไป เมี้ยนมองไม่สบายใจ

เจ้าคุณจับข้อมือไว้ สะบันงานิ่งเหมือนหุ่น
“เห็นฉันเป็นยักษ์เป็นมารหรือ ถึงต้องวิ่งหนี หรือว่าฉันเหมือนยักษ์”
สะบันงาอึกอัก
“เอ้อ…”
“จะบอกว่าฉันเหมือนยักษ์ ตอบมาสิ ฉันอยากฟังเธอตอบ อยากรู้ว่าเธอเห็นฉันเป็นอย่างไร” เจ้าคุณนึกสนุก
“ท่านเจ้าคุณตัวใหญ่มากเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณหัวเราะชอบใจ
“แต่ฉันไม่ใช่ยักษ์สักหน่อย แต่ถ้าฉันเป็นยักษ์ ก็เป็นยักษ์ใจดีนะ”
เจ้าคุณก้มลงหยิบหนังสือที่ตกมาส่งให้สะบันงา แต่อีกมือยังจับข้อมือเธอไว้ แรงก้มของเจ้าคุณดึงเอาสะบันงาล้มลงไปที่พื้นตรงหน้า
“ว๊าย”
“อ้าว”
สะบันงาสบตาเจ้าคุณ ที่มองยิ้มๆขำๆ เธอพยายามจะถอยหนีจะลุก เจ้าคุณยังยึดข้อมือไว้ สะบันงาหน้าซีด
“เอ้อ หนู หนู…”
เจ้าคุณเอาสองมือรวบเอวสะบันงายกขึ้น

สังเวียนกับน้อย ยืนมองตาโตเอามือปิดปาก
“เจ้าคุณอุ้มมัน”
“ถ้าพี่สังวรเห็นละก้อ…”
“อาเจียนออกเป็นเลือดแน่ๆ”
สังวรปราดมาถึง
“แกสองคนดูอะไรกันน่ะ”
สองคนชี้ สังวรตะลึง
“อีนังสะบันงา อีสาระแน มันจะแย่งผัวกู”
แกละเดินเข้ามาอีกคนหัวเราะ
“พูดยังกับผัวเป็นสมบัติผลัดกันชม มันขึ้นอยู่กับท่านกับคุณหญิง ไฟริษยาเผาใจจนลุกลามดับไม่ไหวแล้วล่ะสินังสังวร ระวังไฟมันจะไหม้ใจตัวเองวอดวาย”
สามคนหันไปด่า
“นังแกละปากหมา”
“ไก่ต่างหาก ไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่ แกสามคนน่ะนังงูพิษ”
แกละเดินจากไป สังวรกระทืบเท้า
“กูจะต้องรีบท้องกับท่านให้ไวๆเสียแล้ว แล้วกูจะใหญ่ที่สุดในบ้านนี้”
สังเวียนกับน้อยพูดพร้อมเพียง
“สมพรปากเถิด”
สามคนยังมองต่อด้วยความอิจฉา สังวรเจ็บแค้น
“อยากโลดแล่นไปตบหน้าอีนังสะบันงาให้ลูกตาพลัด”

เจ้าคุณวางสะบันงาให้ยืนเอง แล้วสองมือยังไม่ปล่อยเอวของเธอ
“เห็นหรือยังว่าฉันคือยักษ์ใหญ่ใจดี นี่หนังสือเรียนรับเอาไปสิ”
เจ้าคุณปล่อยมือ สะบันงายังเงอะงะ ไม่หายกลัว เจ้าคุณจับมือเอาหนังสือใส่มือให้ สะบันงารับไว้ใจเต้นโครมคราม
“รู้ไหมว่าก่อนที่จะมาเจอเธอ ฉันดูอะไรอยู่”
“เอ้อ…ไม่ทราบเจ้าค่ะ”
“ฉันดูต้นสะบันงา ฉันอยากเห็นว่าเป็นอย่างไร จึงสั่งให้คนไปหาเพิ่งได้มาวันนี้ กำลังรอให้มีดอก อยากเห็นว่าจะสวยงามหอมสักแค่ไหน เธอเล่าทำไมถึงชื่อ สะบันงา”
“เอ้อ…หนู เกิดตอนที่แพของแม่ไปจอดใกล้ซุ้มสะบันงาเจ้าค่ะ แม่ก็เลยตั้งชื่อให้ว่าสะบันงาเจ้าค่ะ”
“แม่เข้าใจตั้งชื่อนะ ตอนนี้แม่ไปไหน”
สะบันงาน้ำตาร่วงพรู เจ้าคุณตกใจ
“เป็นอะไร หรือว่า แม่…”
“ตายแล้วเจ้าค่ะ”
“โธ่เอ๊ย เด็กเอ๊ย ช่างน่าสงสาร ขอโทษฉันไม่ควรถามถึงแม่ จนทำให้เธอร้องให้ ไปเถิด ตั้งใจเรียนนะ คุณหญิงท่านมีน้ำใจ มีเมตตาและคงจะวางอนาคตที่ดีให้เธอไว้แล้ว”
สะบันงาย่อตัวไหว้ แล้วก้มหน้างุดรีบเดินออกจากที่นั่น เจ้าคุณไม่ได้หันไปมองตามสะบันงาที่เดินรีบเร่งจากไป
“เด็กน้อยที่น่าสงสาร ที่ขาดแม่มาคอยมาดูแลปกป้อง”
เจ้าคุณรู้สึกสงสารสะบันงามาก

สังวร สังเวียน น้อยจะคลั่งตาย
“มันยั่วเจ้าคุณ” สังวรโกรธ
“มันให้ท่าท่าน” สังเวียนแค้น
“มันกำลังจะตัดหน้าเราทุกคน แม้แต่แกนังสังวร สักวันท่านจะเรียกหามันไม่ใช่แก” น้อยใส่ไฟ
สังวรเครียดแค้น
“กูไม่ยอม”
น้อยมองหน้า
“แล้วแกทำตามอำเภอใจได้หรือ ดูท่วงท่าท่านที่พูดจากับมันสิ แม้ไม่ได้ยินแต่ก็ดูออกว่ามีแต่คำหวานหู สมน้ำหน้าใครจริงๆน้อ”
น้อยหัวเราะเยาะ สมน้ำหน้าสังวรไม่น้อย สังวรโกรธมาก ระบายความแค้นตบหน้าน้อย
“มึงอย่ามาสมน้ำหน้ากู”
“เพราะมึงมันน่าสมน้ำหน้า”
น้อยตบคืน สองคนตบตีกัน สังเวียนไม่ร่วมด้วย
“อย่ากัดกันเองๆ”
พวกคนอื่นในครัวพากันออกมายืนหัวเราะ
“หมาตัวเมียกัดกัน มาดูเร็วๆ” แกละแดกดัน
“หมากัดกันเขาให้เอาน้ำสาด แล้วหมามันจะหยุด” ซ้งบอก
โรเบิร์ตกำลังผสมแป้งตะโกนบอก
“น้ำอยู่นี่ ผสมแป้งด้วย กะจะเอาไปทำขนม”
“นี่แหละเหมาะ เอามาเลย”
ทองหยอด เอาน้ำผสมแป้งไข่ สาดใส่สองคนที่ตีกันไม่หยุด

คุณหญิงศรีพาสะบันงามาแนะนำกับครูแหม่ม
“สะบันงา นี่ครูแหม่ม ที่จะมาสอนหนังสือให้”
สะบันงายกมือไหว้
“สวัสดีเจ้าค่ะ คุณครู”
ครูแหม่มส่ายหน้า
“โน ไม่ต้องพูดเจ้าค่ะกับไอ พูดคะ ขา ก็พอ”
“ค่ะ”
“เรียกฉันว่าครูแหม่ม”
“ค่ะ ครูแหม่ม”
“ตั้งใจเรียนให้เหมือนกับที่ตั้งใจเรียนกับฉันนะ” คุณหญิงศรีกำชับ
“เจ้าค่ะ”

คุณหญิงศรีออกไป สองคนเริ่มเรียน

สังวรกับสังเวียนสุมหัวกันวางแผนกลั่นแกล้งสะบันงา

“อย่าให้มันได้ผุดได้เกิด ใส่ไคล้ ใส่ความมันเข้าไปให้หนัก” สังวรยุ
สังเวียนยังหวาดๆ
“แต่ถ้ามันแค้นขึ้นมาบอกว่าฉันกับนังน้อยรุมตบตีมันคืนนั้น”
น้อยเดินยิ้มร้ายๆเข้ามา
“แกสองคนพี่น้องก็จบเห่ ฉันจะมาบอกพวกแกว่า เราแยกทางกันทางใครทางมัน ฉันไม่ต้องการถึงทางตัน ไม่ต้องการเป็นหมาจนตรอก”
“นังกะล่อน แกตัวตั้งตัวตีถึงเวลาจะถอนตัว” สังวรโวย
สังเวียนไม่พอใจ
“แกคิดอะไรอยู่ จะเอาตัวรอดคนเดียวหรือ”
“ฉันแค่ระวังตัวมากขึ้นตอนนี้พวกมันเป็นใหญ่ ใครก็ทำอะไรมันได้ยาก ยิ่งเห็นเจ้าคุณทำท่าอารีอารอบใส่มัน ฉันขอถอยไปตั้งหลักก่อน”
น้อยเดินออกบ่นพึมพำคนเดียว
“จู่ๆจะดันทุรังเอาหัวไปชนกำแพง ก็มีแต่หัวแตกสถานเดียวหาทางเอาตัวรอดเป็นยอดดี”
น้อยคิดว่าจะเข้าไปฟ้องเมี้ยน เรื่องสองพี่น้องจะเล่นงานสะบันงากับเมี้ยน

น้อยมาพบเมี้ยน มุมหนึ่งในบ้าน เมี้ยนมองน้อยที่มานั่งตรงหน้ายกมือไหว้
“มีอะไรนังน้อย”
“ฉันมาขอโทษ เรื่องสะบันงาคืนนั้นค่ะ”
“เรื่องอะไรไม่เห็นสะบันงาจะว่าอย่างไรนี่นา”
“นังสังวรมันสั่งนังสังเวียนน้องมันให้จับตาดูสะบันงา กลัวว่าจะไปแข่งดีแข่งเด่นกับมัน คืนนั้นมันมาเผยแผนการชั่วให้ฉันฟัง สะบันงามาได้ยินเข้า ฉันกลัวความผิดมันสั่งให้ช่วยทำร้ายสะบันงาฉันก็ทำ แต่ฉันมาเสียใจภายหลัง กินไม่ได้นอนไม่หลับ มโนธรรมเรียกร้องไห้มาบอกความจริงกับคุณเมี้ยน”
“อย่างนั้นหรือ จำได้ว่าสั่งให้แกจับตามองมันสองคนพี่น้อง แล้วจะมีรางวัล คิดว่าแกลืมเสียแล้ว”
“ไม่ได้ลืมหรอกค่ะ จ้องหาโอกาสทุกขณะจะมารายงาน ไอ้ครั้นจะออกนอกหน้าว่าไม่ใช่พวกมันก็จะเอาตัวไม่รอดจะทำงานตามที่คุณเมี้ยนสั่งไม่สำเร็จค่ะ ตอนนี้สบช่อง มีข่าวความคืบหน้ามารายงานแล้วค่ะ”
“ว่ามา”
น้อยเล่าทันที เมี้ยนพยักหน้า ส่งเงินให้น้อยถุงเล็กๆ
“ทำดีมาก ทำต่อไป วันนี้ได้เงินวันต่อไปแกจะได้ทอง”
น้อยรับออกไป เมี้ยนมองตาม พึมพำกับตัวเอง
“กลับคำพูดเอาง่ายๆนิสัยตลบตะแลง ในกระบวนนังสามคน อยากจะจับมาแข่งหาผู้ชนะเลิศคนเลวนัก ใครเชื่อมันออกลูกเป็นหมา”
เมี้ยนยิ้มขำๆ

สะบันงา เรียนกับครูแหม่ม…สังวรปรนนิบัติ เจ้าคุณ…สะบันงา มานั่งร้อยพวงมาลัย ให้คุณหญิงศรีกับเมี้ยนดูและติชม…สังวรกับสังเวียนแอบนินทา จีบปากจีบคอ…น้อยมาฟ้องเมี้ยนลอยหน้าลอยตา เมี้ยนให้รางวัล…สะบันงา ไปหัดทำอาหารกับกุ๊กจีน ฝรั่ง และทองหยอดมีแกละช่วยอีกคนอย่างสนุกสนาน

หกเดือนผ่านไป…เจ้าคุณจิบน้ำชายามบ่ายกับคุณหญิงศรี เมี้ยนคอยปรนนิบัติ
“ขนมนี่อร่อยมาก ฝีมือศรีหรือ”
“ฉันไม่ชอบทำขนม ฉันชอบอ่านหนังสือค่ะ”
“กุ๊กคนไหนทำหรือเมี้ยน”
เมี้ยนยิ้มแย้มบอก
“สะบันงาค่ะ”
ไม่ทันขาดคำสะบันงาก็ถือถาดสาคูไส้หมูเข้ามา คุณหญิงศรีหันไปถาม
“อะไรน่ะสะบันงา”
สะบันงายิ้ม
“สาคูไส้หมูค่ะ”
“ทำเองอีกหรือเปล่า” เจ้าคุณถาม
“เจ้าค่ะ”
“ขอลองสักหน่อย อยากจะรู้ว่าจะอร่อยเท่าพายไก่ที่ฉันกำลังกินนี่ไหม”
เมี้ยนรับมาจากสะบันงามาวางลง เจ้าคุณหยิบส้อมจิ้มมาชิม ยิ้ม
“อร่อยมาก”
คุณหญิงศรีชิมบ้าง
“อร่อยมากจริงด้วยสะบันงา ทำเป็นหมดทุกอย่างแล้วหรือยัง”
“เกือบแล้วค่ะ”
“เรื่องเรียนเล่าเป็นอย่างไร”
“เอ้อ…พอได้ความบ้างเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีมองยิ้มๆ
“ถ่อมตัวน่ะสิ ครูแหม่มบอกว่า เขียนจดหมายภาษาอังกฤษเป็นแล้ว”
เจ้าคุณมองอย่างชื่นชม
“คนเก่งจริงมักถ่อมตัว คนโง่เขาเบาปัญญามักอวดตัว”
คุณหญิงศรีมองสะบันงาภูมิใจมาก สะบันงายิ้มอายๆก้มหน้า เจ้าคุณมองยิ่งนึกเอ็นดู คุณหญิงศรีสบตาเมี้ยนแบบรู้กัน แต่แล้วเจ้าคุณก็ถามขึ้นมาโต้งๆ
“เมื่อไหร่จะอายุสิบหกล่ะ”
คุณหญิงศรี เมี้ยน สะบันงา ไม่มีใครตอบออกมา เพราะอึ้ง

สังวร กับสังเวียนแอบซุ่มมอง สังวรยิ้มย่อง สังเวียนมองค้อนๆ
“กูทำสำเร็จแล้ว ดีใจกับกูสินังสังเวียน”
“แน่ใจหรือมั่นใจแล้วหรือ”
“แน่ใจสิวะ ที่กูบอกมึงนี่ กูจะให้มึงรับช่วงงานนี้ต่อจากกู”
สังเวียนดีใจ
“จริงหรือพี่สังวร”
“หรือมึงจะให้กูเอานังน้อย นังสะบันงาไป แทนที่จะเป็นมึง”
“พี่บอกท่านได้หรือ ท่านจะเชื่อพี่หรือ”
“มีรึจะไม่เชื่อกู ไม่เห็นหรือว่าหกเดือนที่ผ่านมานี่ กูอยู่กับท่านทุกคืน บางทีมีแถมกลางวัน ทีนี้ล่ะจะขอบ้านท่านปลูกเรือนสักหลังเอาให้ใหญ่กว่าเรือนอีนังนั่น”
“แล้วอีนังนั่นมันจะยอมหรือ เจ้าคุณเกรงใจมันจะตาย”
“ระหว่างมันที่ไม่เคยนอนกับผัว กับกูนอนมาหกเดือน แถมกำลังจะ…”
สังวรอาเจียนออกมา สังเวียนหน้าตื่น
“พี่สังวรท้องจริงๆด้วย”
น้อยแอบมอง

น้อยมาบอก เมี้ยนฟังเงียบๆ
“จริงหรือ”
“น่าจะจริงเกือบจะร้อยเปอร์เซนต์นะคะ มันโอ้กๆ เมื่อเช้ามันหามะขามสดมะขามเปียกกินทั้งวัน”
“ขอบใจที่มาบอก น่ายินดีกับมันออกนะ”
น้อยหน้าเหวอ
“อ้าว ไม่น่าหมั่นไส้มันบ้างหรือคะ”
“บอกแล้วว่าน่ายินดี ขอบใจที่มาบอก”
น้อยรีรอ เมี้ยนควักเงินส่งให้เงียบๆ แต่ในใจร้อนรุ่มมาก

ในห้องนอน คุณหญิงศรีรับรายงานจากเมี้ยน
“มันท้องกี่เดือนแล้ว”
“น่าจะเพิ่งเริ่มๆเจ้าค่ะ เพราะมันเพิ่งมีอาการแพ้ท้อง”
“ท่านรู้หรือยัง”
“มันคงจะแจ้นไปบอกคืนนี้แหละเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีนิ่งเงียบ เมี้ยนมองแบบเห็นใจ
“จะจัดการอย่างไรดีเจ้าคะ”
“ไปยินดีกับมัน เตรียมของให้ลูกมัน”
เมี้ยนอึ้งงง
“คุณหญิง”
“หรือว่าจะไปฆ่ามันเหมือนไอ้แขกยาม ให้ใครจับได้ว่าเป็นฆาตกร”
“แต่มันฝืนหัวจิตหัวใจมากเกินไปนะเจ้าคะ”
“เราต้องทำตามนี้ สถานะของเราคือ ผู้ดูแลคนในปกครองที่นี่ ฉันเป็นคนส่งมันไป ทำไมฉันจะต้องเขียนมันด้วยมือ แล้วลบมันด้วยเท้า เกียรติยศของคุณหญิงศรีจะโดนกระชากลากลงไปติดดิน”
เมี้ยนมองหน้าคุณหญิงศรีขัดใจ เมี้ยนรำพึงในใจ
“แต่เกียรติยศศักดิ์ศรีของอีเมี้ยนไม่เคยมี”
เมี้ยนกอดเข่าคุณหญิงศรีไว้

เจ้าคุณนั่งบนเตียงประคองสังวรที่ก้มลงกราบแทบเท้ามากอดไว้แนบอก
“ฉันดีใจมากที่สังวรท้อง ฉันจะมีลูกขอบใจมากจริงๆสังวร”
“สังวรจะดูแลสายเลือดของท่านให้ดีที่สุดเจ้าค่ะ”
“ฉันก็จะดูแลสังวร ให้ดีที่สุดเหมือนกัน”
“เอ้อ…แต่ที่ห้องพักของสังวรมันคับแคบ อากาศก็ไม่ค่อยจะดีมันอาจพาลให้สังวรสุขภาพไม่ดี ลามปามไปถึงลูกในท้องนะเจ้าคะ”
“รอให้คลอดแล้วฉันจะให้เขาสร้างเรือนใหม่ให้สังวรอยู่กับลูก”
“มีห้องว่างตั้งมากมายให้สังวรกับลูกอยู่สักห้องก่อน ชั้นล่างก็ได้เจ้าค่ะ”
“ได้นะ ถ้า…คุณหญิงเธออนุญาต”
สังวรหันมาพึมพำ
“อีมารความสุข”
สังวรหันไปอ้อน
“ท่านขอให้สังวรนะเจ้าค่ะเพื่อเห็นแก่ลูกของเรา สังวรฝันด้วยนะเจ้าคะว่าลูกของเราเป็นลูกชายเจ้าค่ะ แกมายืนร้องให้เรียกสังวรว่าแม่ๆ”

เจ้าคุณอึ้งไปอยากได้ลูกชายมาก สังวรแอบยิ้ม
คุณหญิงศรียังคงนิ่ง เมี้ยนกระทุ้งต่อ

“ป่านนี้มันคงออดอ้อนจะนอนบนตึกกับท่าน”
“แล้วเมี้ยนจะให้ฉันทำอย่างไรไปด่ามันไปห้ามมันหรือ ไม่ได้หรอก”
“ใช่เจ้าค่ะ มันกำลังมีแต้มต่อ พอลูกมันออกมานะเจ้าคะ มันจะทำตัวเป็นใหญ่แข่งกับคุณหญิง”
“พอก่อนเถิดเมี้ยน แค่เพิ่งจะเริ่มท้องรอดูมันไปก่อน ถ้ามันสงบเราก็เสงี่ยม”
“ถ้ามันไม่สงบ แถมมาระรานบานเบ่งวางก้ามใส่คุณหญิง เมี้ยนไม่รับประกันนะเจ้าคะ”
“จะทำอะไรให้สมน้ำสมเนื้อ อย่าทำเกินกว่าเหตุ”
“เจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรียังนิ่ง เมี้ยนมองเทิดทูน เอื้อมมือมาจับเท้าคุณหญิงศรี บีบนวดไปมา คุณหญิงศรีมองหน้าเมี้ยน ทรุดตัวลงมาหาซบอก เมี้ยนกอดลูบหลังเบาๆ
“ทูนหัวของเมี้ยน จะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีเหยียดหยาม ดูถูกศักดิ์ศรีคุณหญิงของเมี้ยนหรอกเจ้าค่ะ”
“ขอบใจ ขอบใจมากเมี้ยน”
ในห้องนอน…คุณหญิงศรีกับเมี้ยนยังคงนิ่ง ต่างใช้ความคิดเรื่องสังวร
“ป่านนี้มันคงกำลังลอยหน้าลอยตา อวดอ้างสรรพคุณเด็กในท้องของมันกับท่านเจ้าคุณอยู่เจ้าค่ะ” เมี้ยนพูดถึงสังวรอย่างเกลียดชัง
“ท่านคงดีใจคล้อยตามมันไปหมด เพราะกำลังเห่อดีใจจะได้ลูก”
“มันต้องพยายามโน้มน้าวให้ท่านเข้าใจว่ามันจะได้ลูกชาย ทั้งที่จะได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ได้”
“การท้องของมันเท่ากับเติมแต้มต่อ ให้มันสามารถเรียกร้องอะไรๆจากท่านได้หลายๆอย่าง” คุณหญิงศรีพูดอย่างไตร่ตรอง
“เรียกร้องจนเกินเลย ก้าวล่วงมาถึงคุณหญิง เราทำอะไรมันไม่ได้หยุดมัน ไม่ได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ” เมี้ยนกังวล
“รอดูมันไปก่อนยื่นไมตรีไปให้มันอย่างที่ฉันบอก ถ้ามันสงบมันยอมรับไมตรีเราด้วยความจริงใจ เราก็เสงี่ยมสงวนทีท่าอย่าแสดงตนว่าริษยามัน”
“แต่ถ้ามันไม่เป็นดั่งที่คุณหญิงคาดหวัง มาเบ่งมาวางก้ามมาล่วงเกิน ซึ่งมีแนวโน้มว่ามันจะทำเช่นนั้น เมี้ยนไม่รับประกันว่าจะอดทนได้นานแค่ไหนเจ้าค่ะ”
“ผู้ที่มีความอดทนสูงกว่ามักชนะ จะทำอะไรก็ให้สมน้ำสมเนื้อ อย่าทำเกินกว่าเหตุ มันจะลุกลามบานปลายสัญญานะเมี้ยน”
“เจ้าค่ะ มันแรงน้อยเมี้ยนอดทน มันแรงมากเมี้ยนตอบโต้”
คุณหญิงศรีเงียบ เมี้ยนมองเทิดทูน มือเมี้ยน เอื้อมมาจับเท้าคุณหญิงศรีกุมไว้ บีบนวดเบาๆให้กำลังใจ คุณหญิงศรีมองหน้าเมี้ยน ทรุดตัวลงไปหาซบหน้ากับอกเมี้ยน
“ในโลกนี้คงมีแต่เมี้ยนที่เข้าใจฉันรักฉัน ทำเพื่อฉันมากขนาดนี้ ขอบใจจริงๆ”
“คุณหญิงคือส่วนหนึ่งของชีวิตเมี้ยน ชีวิตนี้มอบให้คุณหญิงแล้วเจ้าค่ะ”
เมี้ยนโอบกอดคุณหญิงศรีไว้ ลูบหลังปลอบโยน

วันใหม่…สะบันงาและบรรดาบ่าวทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ในครัว สะบันงาวิ่งวุ่นวายช่วยคนโน้นช่วยคนนี้อย่างสนุกสนาน
“ป้าทองหยอดจ๋า กลางวันนี้ให้หนูช่วยทำข้าวแช่ให้คุณหญิงรับประทานนะจ๊ะ”
“จ้ะ ไม่ต้องช่วยก็ทำเองได้แล้ว ทำเก่งจนทำแทนป้าได้แล้ว วันหลังจะปล่อยให้ทำเอง”
“ก็ไม่อร่อยพอสิจ๊ะ ฝีมือหนูยังไม่เข้าขั้นป้าหรอกจ้ะ”
“สะบันงาทำขนมเปี๊ยะเป็นแล้ว ต่อไปจะสอนให้ทำขนมจีบ ซาลาเปา” ซ้งบอก
“ขนมปังก็อบเป็น ชีสก็กำลังหัดทำ อีกหน่อยยกให้สะบันงาทำคนเดียวหมดเลยทั้งไทย จีน ฝรั่ง” โรเบิร์ตเย้าแหย่
ทันใดนั้นมีเสียงโอ๊กอ๊ากนำมา สังวรปรากฏตัว แกละกระซิบสะบันงา
“คุณนายบ่าวตั้งตัวเองมาแล้ว”
สังวรเดินเข้ามาหน้าตาซีดเซียว ทุกคนมองไป สังวรเบ่งทันที
“มองอะไร ไม่เคยเห็นคนท้องหรือ ในท้องนี่มีลูกชายของท่านเจ้าคุณ พวกแกรับรู้ไว้ด้วย มีอะไรเปรี้ยวๆกินบ้าง”
“แกก็ปีนไปเก็บกินเอาเองสิ มะปริง มะปราง มะขาม มะม่วง ทางด้านโน้นไง” แกละบุ้ยหน้าไป
สังวรจ้องหน้า
“แต่ฉันอยากจะกินที่นี่”
“ที่นี่มีนะ แต่เป็นมะเหงกเขกหัวแก้แพ้ท้องชะงัดนัก โป๊กเดียวหายแพ้ ท้องทันที” ซ้งชูมะเหงก
สังวรตวาดแว๊ด
“ไอ้ซ้ง แกบังอาจนัก ลามปามฉันมากไปแล้ว แกก็รู้ว่าฉันเป็นอะไรในบ้านนี้”
ซ้งลอยหน้าลอยตา
“โอ๊ย ทำไมจะไม่รู้ว่าแกน่ะนางบ่าวพญาเพลิง เพลิงริษยาอย่างไรล่ะ ไปที่ไหนประกายไฟริษยาอาฆาตกระเด็นตกไปทั่ว”
สังวรโกรธ
“มึงเย้ยหยันกู กูจะบอกให้ท่านเจ้าคุณไล่มึงออก”
“พี่สังวร…พูดจาระวังหน่อย กำแพงมีหูประตูมีช่อง” สังเวียน เตือนสติ
“กูเป็นเมียท่าน ทำไมกูต้องระวัง คนอื่นสิต้องระวังอย่ามาทำให้กูโกรธรวมทั้งนังสองคนนั่นด้วย”
สะบันงาอดสงสัยไม่ได้หันมาถามแกละ
“นังไหนหรือจ้ะ”
แกละกระซิบ
“มันหมายถึงคุณหญิงกับคุณเมี้ยน”
สะบันงาตกใจ
“ตายจริง”
สังวรตะคอก
“นังโง่ ก็นังลูกพี่แกอย่างไร จะพากันตกกระป๋องยังไม่รู้ตัว แกก็อีกคน ชอบแอบลอบฉอเลาะท่าน จะเฉดหัวออกไปให้พ้นบ้านคอยดู”
แกละสวนทันที
“ใครจะเฉดหัวใครออกมีได้สองคนในบ้านนี้คือ เจ้าคุณกับคุณหญิง”
“และท่านเจ้าคุณก็มอบอำนาจเด็ดขาดนี้ให้คุณหญิงคนเดียว” น้อยเสริม
เมี้ยนเดินเข้ามา
“และคุณหญิงก็มอบอำนาจนี้ผ่านมาที่ฉันคนเดียวเหมือนกัน”
“อำนาจมันเปลี่ยนมือได้อย่ามาข่มขู่ฉัน ยัยเมี้ยน” สังวรฮึดสู้
“นังสังวร” ทุกคนตะลึง
สังวรมองเย้ย
“ยัยเมี้ยนถ้าแกไม่เชื่อฉัน แกรอดูสิ ว่าเช้านี้ท่านเจ้าคุณผัวฉันจะสั่งอะไรนายแกเกี่ยวกับฉันที่โต๊ะกินข้าว”
เมี้ยนชะงักไป ในใจโกรธแทบอยากตบสังวรทุก คนตกใจมากอุทานอีกครั้ง
“สังวร”
“นังกิ้งก่าได้ทองเท่าหนวดกุ้ง รอดูไปก็แล้วกันว่าฝันของแกจะสลายวันใด”
เมี้ยนมองหน้าสังวรร้ายๆดุดันมาก หันกลับออกไป

ในห้องอาหารเรือนคุณหญิงศรี…เจ้าคุณกับคุณหญิงศรีทานอาหารเช้าด้วยกัน เจ้าคุณไม่รู้ว่าคุณหญิงศรีรู้แล้วว่าสังวรท้อง จะขอให้สังวรมาอยู่บนตึก ตามที่ขอ เจ้าคุณลอบมอง คุณหญิงศรีรู้ตัวตลอด
“ลอบมองฉันอีกแล้ว มีอะไรจะพูดไม่ทราบคะ”
“สังวรท้อง”
คุณหญิงศรีนิ่งไปยิ้มเล็กน้อย
“อ้อ ยินดีด้วยค่ะ ทั้งกับคุณและสังวร”
เจ้าคุณแปลกใจนิดหนึ่งที่คุณหญิงศรีไม่มีทีท่าไม่พอใจ
“เอ้อ ศรีไม่หงุดหงิดหรือ”
“หงุดหงิดทำไมคะ ลูกของคุณไม่ว่าจะเกิดกับใคร ฉันย่อมยินดีเสมอ ที่บ้านนี้จะมีทายาท”
“ศรีใจกว้างมีน้ำใจมาก ฉันถึงรักและชื่นชมศรีเหลือเกิน”
“ขอบคุณมากค่ะ ที่ให้เกียรติฉัน”
“แต่ถึงอย่างไรใช่ว่าฉันจะไม่อยากมีลูกกับศรี ฉันอยากมีลูกกับศรีมากที่สุด ฉันจะรอวันที่ศรีพร้อม”
“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ ฉันจะจัดหาทุกอย่างให้ลูกของสังวร และตัวสังวรค่ะ”
“สังวรคงดีใจมาก ฉันขอขอบคุณแทนสังวรด้วย”
“มีอะไรอีกไหมคะ”
“ฉันห่วงลูก ห้องหับที่สังวรอยู่มันคับแคบ อากาศอาจถ่ายเทไม่สะดวกพอซึ่งอาจจะมีผลมาถึงลูก”
คุณหญิงศรีอึ้งนิดหนึ่ง
“จริงอย่างที่คุณพูดค่ะ คุณคิดว่าสมควรจะทำอย่างไรคะ”
“ศรีเป็นผู้ดูแลปกครองคนในบ้าน ฝากศรีช่วยจัดการได้ไหมเรื่องขยับขยายที่อยู่ให้สังวร”
“ได้สิคะ เต็มใจมากด้วยค่ะ”
“รบกวนศรีเหลือเกิน”
“ไม่ต้องคิดว่ารบกวน เรามาช่วยกันรอวันที่บ้านของเราจะมีเสียงเด็กอ่อนร้องไห้ หัวเราะ และต่อมาก็จะมีเด็กเล็กๆมาวิ่งเล่น ให้คุณมีความสุข บ้านเราก็จะสดชื่นเป็นบ้านที่สมบูรณ์”
อีกมุมหนึ่ง เมี้ยนมาแอบฟัง หน้าเครียด

“คุณหญิงเอาอีกแล้ว หาเหตุให้อีเมี้ยนต้องเล่นงานพวกไม่รู้จักพอ”

คุณหญิงศรีมาส่งเจ้าคุณขึ้นรถ

“เย็นนี้จะรีบกลับมากินข้าวกับศรีนะจ้ะ”
“ค่ะ ฉันจะรอ”
เจ้าคุณหอมแก้ม
“เลิฟ ยู”
สังวรพรวดมาเสนอหน้าทำไม่เห็นคุณหญิงศรีแต่มาหาเจ้าคุณ คุณหญิงศรีหันไปยิ้มด้วยปากไม่ใช่ตา
“สังวรจะมาส่งเจ้าคุณ หรือว่าจะมาบอกอะไร ตามสบาย”
สังวรเจอไม้นี้ ฝ่อไปนิดหนึ่ง เจ้าคุณหันมาบอก
“มีอะไรให้เรียนกับคุณหญิง ไม่ต้องมาบอกฉัน”
สังวรจ๋อย เจ้าคุณโบกมือให้คุณหญิงศรี
“บาย ซี ยู”
คุณหญิงศรียิ้มโบกมือตอบ รถแล่นออกไป คุณหญิงศรีหันกลับเดินผ่านสังวรเหมือนไม่มีตัวตน
“เดี๋ยวก่อน”
คุณหญิงศรีไม่หยุด สังวรวิ่งมายืนดักหน้า
“เดี๋ยวก่อนสิ”
เมี้ยนปราดมาจากที่ซ่อน
“แกพูดกับใคร แกสั่งใครเดี๋ยวก่อน”
“ไม่ได้พูดกับเราหรอกน่า ยัยเมี้ยน”
“นั่นคุณเมี้ยน ไม่ใช่ยัยเมี้ยน เรียกเขาให้ถูกต้องด้วยสังวร” คุณหญิงศรีพูดนิ่มๆ
สังวรไม่ค่อยกล้ากับคุณหญิงศรี
“ก็ตอนนี้ ฉัน เอ้อ…”
“ตอนนี้แกเป็นกิ้งก่าได้ทอง ว่ามาสิแก พูดเดี๋ยวก่อนทำไม” เมี้ยนดุ
“ฉันอยากรู้ว่าท่านเจ้าคุณสั่งให้ เอ้อ…ให้คุณทำอะไรให้ฉันบ้าง”
“สั่งให้กำหราบไม่ให้แกเหิมเกริมกระมัง” เมี้ยนสวน
คุณหญิงศรีจ้องหน้าสังวร
“ฉันไม่ได้ชื่อแค่คุณ ฉันชื่อคุณหญิงศรี เหมือนกันกับที่หล่อนชื่อสังวร ไม่ใช่นังสังวร”
สังวรจ๋อยนิดหนึ่ง เมี้ยนแอบหันไปยิ้ม ขำดีใจที่คุณหญิงอัดสังวรนิ่มๆ
“เจ้าคุณบอกฉันว่า จะสั่งให้คุณหญิงจัดให้ฉันมาพักบนตึกกับท่าน เพราะท่านห่วงลูกชายของท่านมาก”
คุณหญิงศรีมองหยัน
“อ้อ เทวดาองค์ไหนมาบอกมาเข้าฝันหล่อนหรือ ว่าหล่อนจะมีลูกชาย”
เมี้ยนเสริม
“หรือว่าฝันไปเอง คิดเองเออเอง”
“หล่อนย้ายขึ้นมาพักที่เรือนฉัน ห้องติดกับฉันได้เลย”
เมี้ยนตกใจ
“คุณหญิง”
“แต่ท่านรับปากว่าจะให้ฉันอยู่บนตึกกับท่าน” สังวรแย้ง
“แต่ฉันไม่ได้รับปากกับหล่อน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เนื่องจากหล่อนท้องย่อมไม่สะดวกกับสุขภาพของลูกที่อาจเป็นชายของหล่อน ฉันขอสั่งให้หล่อนหยุดปรนนิบัติรับใช้ท่าน”
สังวรตกใจ
“บ้าแล้ว ฉันไม่ยอมนะ”
“หล่อนต้องยอม หล่อนแหละบ้า ถ้ายังคิดปรนนิบัติท่านทั้งที่ยังท้อง นี่คือคำสั่งเด็ดขาดของฉัน”
“แต่…” สังวรจะแย้ง
เมี้ยนสวนทันที
“แต่ช้าแต่ ได้ยินชัดเจนแล้ว หรือว่าตอนนี้หล่อนแพ้ท้องจนหูดับ แพ้ท้องมากๆวุ่นวายมากๆระวังจะแพ้ภัยตัวเอง”
คุณหญิงศรีเดินจากไป สังวรขยับจะขวาง
“นี่…นี่…”
“นี่…นี่…แกนั่นแหละถอยไปถ้าไม่อยากวิ่งมาชนฉันแล้วหกล้มจนแท้งลูก”
เมี้ยนกันไว้ จ้องหน้าดุมากจนสังวรหนาวในใจ

สังวรเข้ามาในห้องปาข้าวของลงพื้นระบายอารมณ์
“มันกันท่ากู กีดกันกู อีศรี”
สังเวียนสงสัย
“มันไม่ยอมให้ท่านเจ้าคุณสร้างเรือนใหม่ให้พี่หรือ”
“มันไม่ยอมให้กูไปอยู่บนตึกกับท่าน มันสั่งให้กูหยุดปรนนิบัติท่าน”
“อ้าว ก็ในเมื่อพี่ท้อง ทำไมพี่ยังจะอยากไปปรนนิบัติท่าน” สังเวียนนึกดีใจว่าถึงคิวตัวเอง “มันอันตรายกับเด็กนา”
“ทำไมมันไม่ยอมให้กูอยู่กับท่าน มันดันให้กูไปอยู่ห้องข้างห้องมันบนเรือนของมัน”
“อ้าว เรือนของมัน ก็ต้องดีกว่าห้องนี้สิพี่สังวร”
“คับที่อยู่ได้คับใจอยู่อยากโว้ย กูไปอยู่ข้างห้องมันก็เท่ากับกูติดคุกอยู่เรือนของมัน อยู่ในสายตาทิ่มแทงหัวใจกูตลอดเวลาอีบ้านี่มันขี่เมฆมาข่มกู”
“แล้วมันบอกหรือเปล่าว่า จะเอาใครไปปรนนิบัติท่านแทนพี่สังวร”
“กูไม่รู้ไม่สนใจเท่ากับว่า ตอนนี้กูโดนตัดขาดจากท่านเจ้าคุณโดยปริยาย”
สังวรเตะข้าวของต่อไป สังเวียนนึกๆ
“หรือมันจะเอานังสะบันงาไปแทนพี่สังวร ไม่ได้การเสียแล้ว”
สังเวียนประสาทเสียมากกลัวสะบันงาได้ดี

น้อยแอบฟังอยู่หน้าห้องได้ยินทั้งหมด
“สมน้ำหน้า วันนี้ถึงตากูบ้างแน่ๆจะรีบไปอาบน้ำแต่งตัวให้สวยที่สุด”
น้อยแว่บหลบไป สะบันงาเดินมาเห็นน้อยทำท่าประหลาดก็แปลกใจ
“พี่น้อยเป็นอะไรยิ้มคนเดียว”
น้อยหันกลับมาหาสะบันงา
“เป็นอะไรที่กำลังจะได้ดิบได้ดี” น้อยมองสะบันงา “วันนี้แกรีบป่วยซะรู้ไหม”
สะบันงางง
“หนูไม่ได้ป่วยนี่นา”
“นั่นแหละ เออ ถามจริง แกมีคู่รักหรือยัง”
สะบันงาอึกอัก แล้วส่ายหน้า
“ฉันยังเด็ก”
“เออ รู้ตัวว่ายังเด็กก็ดีแล้ว เด็กขนาดแกยังไม่สมควรมีผัว ใครมาชวนไปบนเรือนบนตึกโน้น แกรีบอ้างว่าป่วยซะเข้าใจไหม”
“ไม่เข้าใจหรอกจ้ะพี่น้อย”
“แกรู้ไหม ว่านังสังวรมันท้อง”
“พอรู้แล้วจ้ะ”
“มันไปปรนนิบัติท่านไม่ได้แล้ว ยัย เอ้ย…คุณหญิงท่านก็เลยให้มันหยุดปรนนิบัติท่าน”
“คุณหญิงท่านทำถูกแล้วนี่จ้ะ”
“ก็ทำถูกน่ะสิ แต่มันก็ต้องมีคนไปปรนนิบัติท่านต่อไป”
สะบันงาเข้าใจ
“อ้อ”
“แกอยากไปล่ะสิ”
สะบันงาส่ายหน้า
“ไม่เคยอยากสักนิดจ้ะ”
“แต่บางทีคุณหญิงอาจจะอยากให้แกไป อาจสั่งคุณเมี้ยนให้มาเอาตัวแกไป แกไม่กลัวหรือ”
สะบันงาตกใจ
“กลัวสิ แล้วหนูจะทำยังไงดี”
“ก็ถึงบอกให้แกรีบป่วย แกจะไม่ได้ไม่ต้องไปเสนอหน้า นี่เตือนแกด้วยความหวังดี”
“ขอบคุณมากจ้ะ แต่หนูไม่ได้ป่วยใครจะเชื่อหนู นี่ก็เพิ่งไปเรียนหนังสือ ไปร้อยพวงมาลัยถวายพระให้คุณหญิงท่านมา”
“แกก็ต้องป่วยกะทันหัน เช่นท้องเสีย”
“หนูไม่ได้ท้องเสีย”
“หยุดเซ่อได้แล้ว อยากท้องเสียง่ายนิดเดียวไปหามะขามเปียกในครัวกินเข้าไป กินแยะๆให้ท้องร่วงไปเลย”
สะบันงาฟังน้อยดันหลังให้ไป น้อยมองตาม
“หมดคู่แข่งคนสำคัญไปหนึ่งราย เหลือแต่นังสังเวียนต้องรีบไปฟ้องยัยเมี้ยน ว่ามันนินทายัยเมี้ยนกับคุณหญิงเสียๆหายๆ”

น้อยรีบออกไป จากที่นั่น

** เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ **

อ่านต่อ >> คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/1, คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/2, คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/3 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 4/4

เรื่องย่อจบบริบูรณ์ คือหัตถาครองพิภพ ละครย้อนหลัง

หัตถาครองพิภพ-ช่อง7

 

ละครช่อง 7 > เรื่องย่อละครช่อง7คือหัตถาครองพิภพ

 

คือหัตถาครองพิภพ, อ่านละครออนไลน์
- 2013-12-16 3:20:37 โพสต์โดย : zoomza 702 ดูละครย้อนหลัง