เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ ละครคือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/4

อ่านละครออนไลน์ > คือหัตถาครองพิภพ

ละครคือหัตถาครองพิภพ

คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/4

ในห้องอาหารตึกเจ้าคุณ เจ้าคุณกับสังเวียน กินอาหารด้วยกัน กินไปนิดหนึ่ง เจ้าคุณนึกได้

“สังเวียน ฉันไม่ได้ไปหาคุณหญิงมานานแล้วสังเวียนกินอาหารคนเดียวเถิดนะ”
สังเวียน ยิ้มๆ
“เชิญเจ้าค่ะ”
“ขอบใจ มาก”
“มีอะไรสำคัญมากอยากจะบอกท่านเจ้าค่ะ”
“ได้สิ รอฉันกลับมาก่อนนะ”
“ได้เจ้าค่ะสังเวียนจะรอ”
เจ้าคุณหันเดินออกไป สังเวียนก็เริ่มโอ๊กอ๊าก
“แหวะ โอ๊ย บ้านหมุน เวียนหัวเหลือเกิน”
เจ้าคุณหันกลับมา สังเวียนทำให้มันโอเว่อร์เกินเหตุทำท่าจะเซล้ม เจ้าคุณปราดมาประคองไว้
“สังเวียนเป็นอะไร”
“นี่ไงเจ้าคะ เรื่องสำคัญที่สังเวียนจะรอบอกท่านเจ้าคุณ”
เจ้าคุณมองหน้าสังเวียนดีใจมากดึงสังเวียนมากอด
“สังเวียนท้อง”
“เจ้าค่ะ”
“ฉันดีใจมาก”
“ฉันจะมีทายาท ฉันจะบอกให้คุณหญิงและทุกคนรู้ไปด้วยกัน”
เจ้าคุณดึงแขน สังเวียนดึงแขนกลับ ส่ายหน้า
“อย่านะเจ้าคะ”
“ทำไม นี่คือเรื่องน่ายินดีที่สุดของบ้านเรา”
“ใช้เจ้าค่ะ น่ายินดี แต่ที่บ้านของสังเวียนถือเจ้าค่ะ ถ้าเที่ยวไปประกาศให้ใครรู้ไวเกินไป บางทีเด็กอาจจะไม่อยู่กับเราเจ้าค่ะ”
สังเวียนก้มลงกอดขาเจ้าคุณร้องให้
“สังเวียนทำอะไรน่ะ”
“กราบขอร้องท่านนะเจ้าคะ เพื่อความปลอดภัยของลูกท่าน ช่วยสังเวียนปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับนะเจ้าคะ”
เจ้าคุณก้มลงประคองสังเวียนมากอดไว้
“ไม่มีปัญหาเพื่อความสบายใจของสังเวียน ฉันจะปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”
เจ้าคุณกอดสังเวียนไว้ดีใจที่จะได้ลูก

น้อยเข้ามาที่ประตูหน้าตึกเงียบๆได้ยินได้เห็นหมดทุกอย่าง
“นังสังเวียนท้อง”
น้อยถอยออกไป ทำตะโกนเบาๆพอได้ยิน
“บ่าวเอาขนมจีบฝีมือสะบันงามาให้รับประทานเจ้าค่ะ ขออนุญาตเข้าไปได้ไหมเจ้าคะ”
น้อยยิ้มย่องดีใจได้รู้ความลับของสังเวียน

น้อยมารายงานเมี้ยนเรื่องสังเวียนท้อง เมี้ยนไม่ทำตื่นเต้นนักทำนิ่งๆ
“อ้อ สังเวียนท้องแล้วหรือ ดีแล้วนี่”
“วุ๊ยมันอ้อนให้ท่านปิดเรื่องนี้เป็นความลับ บอกว่าเดี๋ยวจะเป็นลางร้าย ถ้าใครรู้เข้าลูกมันจะมีอันเป็นไปค่ะ”
“อ้อ อย่างนั้นหรือ ช่างเชื่ออะไรได้แปลกประหลาด แต่ก็เอาเถิด เรื่องของเขาในเมื่อเขาไม่อยากให้ใครรู้ ก็อย่าไปทำรู้เรื่องของเขา”
“เอ้อ ฉันว่า บางทีที่มันต้องการปิด อาจเป็นเพราะมันกลัวก็ได้ค่ะ”
“กลัวอะไร ทำไมต้องกลัว”
“อ้าว ก็มันกับนายยอดไงคะ มันกะลิ้มกะเหลี่ยกันมาก่อนหน้าที่สังเวียนจะขึ้นหม้อไปบนตึกท่านเจ้าคุณ”
“ไม่น่าเชื่อนะ”
เมี้ยนทำหน้าไม่เชื่อแต่ใจคิดแผนร้ายๆ
“ก็ตอนมันแสร้งทำไส้จะขาด มันก็ปล่อยให้นายยอดอุ้มทำตาหวานใส่กันฉันเห็นกับสองตา อ้อ คุณเมี้ยน แบบนี้สักวันมันก็ต้องปรนนิบัติท่านต่อไปไม่ได้ถูกไหมคะ”
“คงอย่างนั้นแหละ”
“เอ้อ แล้วจะส่งใครไปให้ปรนนิบัติท่านอีกคะ สะบันงาหรือคะ”
เมี้ยน สวนทันควัน
“ไม่ได้หรอก”
“ถ้าอย่างนั้น” น้อยมีความหวัง
“ถ้าสังเวียนท้องจริง น้อยก็คงต้องไปทำหน้าที่แทน”
เมี้ยนตอบอย่างรู้ใจน้อย น้อยยกมือไหว้เมี้ยน
“ขอบคุณมากค่ะ”
เมี้ยนเองก็ยิ้ม วางแผนต่อ

คุณหญิงศรีฟังเมี้ยนพูดจบ แล้วพยักหน้า
“อยากยินดีกับท่านเจ้าคุณแต่ทำไม่ได้ ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่อยากให้ใครรู้ก็อย่าได้ไปทำเป็นรู้เรื่องของเขาทีเดียว”
“แต่สักวันก็ต้องบอกเพราะท้องมันป่องขึ้นทุกวัน ทีนี้ใครจะเป็นรายต่อไปเจ้าคะ นังน้อยมันตีปีกรอแล้วเจ้าค่ะ”
“ก็ดีแล้วนี่”
“แล้วจะทำอย่างไรกับนังสังเวียนเจ้าคะ”
“ไม่ต้องทำอย่างไรกับมัน ถ้ามันไม่ได้มาทำอะไรกับเรา ฉันเบื่อแล้วทุกวันนี้ คราใดที่นึกถึงสังวร ก็ให้นึกถึงว่าลูกของมันจะเป็นอย่างไร แล้วก็ไม่สบายใจมากๆ เด็กคนนั้นคงลำบากยากแค้นนัก”
คุณหญิงศรีถอนใจ

สังวรอยู่ที่บ้านจังหวัดราชบุรีกำลังจะคลอดลูก หมอตำแยกำลังช่วยทำคลอด
“โอ๊ย ปวด เจ็บจะขาดใจเมื่อไหร่มันจะหลุดออกมาเสียที โอ๊ย โอ๊ย”
“เบ่ง เบ่ง แม่สังวร เบ่งแรงๆ เบ่งสุดชีวิต”
สังวร กรีดร้องแล้วเงียบ แทบจะขาดใจ มีเสียงเด็กร้องไห้ดังต่อมาทันที หมอตำแยพูดขึ้น
“ลูกชาย”
สังวรน้ำตาไหลพรู
“ลูกชายของท่านเจ้าพระยา แต่ต้องมาอนาถาเกิดในกระท่อมชาวนาเพราะคนใจบาปหยาบช้ามันกลั่นแกล้งขับไสไล่ส่ง”
หมอตำแยส่งเด็กชายที่ห่อหุ้มด้วยผ้าซิ่นเก่าๆมาให้ สังวรรับลูกมากอดแนบอกน้ำตาไหลพรู
“แม่ขอสาปแช่งให้อีพวกนั้นมันพินาศล่มจม แม่สัญญาว่าจะพาลูกกลับไปทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืนมาให้ลูก เพราะลูกคือทายาท ลูกคือผู้สืบทอดสกุล สมิติภูมิ”
“จะให้เด็กคนนี้ชื่อว่าอะไรแม่สังวร” หมอตำแยถาม
สังวรมองหน้าลูกชาย
“ทอง”

เจ้าคุณมาหาคุณหญิงศรีหลังจากไม่ได้มานานมาก เพราะมัวแต่หลงใหลสังเวียนที่กำลังท้อง
“ขอโทษด้วยนะศรี ที่ไม่ค่อยได้มาดูแลศรี เป็นห่วงเสมอนะ”
“ขอบคุณมากที่เป็นห่วงค่ะ แต่ไม่เป็นไรค่ะ ที่นี่เราดูแลกันเองได้ค่ะ สังเวียนสบายดีนะคะ พักนี้ไม่ค่อยเห็นออกมาเดิน”
“เอ้อ สังเวียนเขา เขาไม่ค่อยสบาย”
“อ้อ เป็นอะไรหรือคะ”
“ก็กระเสาะกระแสะนะ”
“เมื่อไหร่จะท้องสักทีคะ” คุณหญิงศรีถามหยั่งเชิง
เจ้าคุณอึกอัก
“เอ้อ…เอ้อ ก็คงอีกไม่นานจ้ะ”
สะบันงาถือหนังสือเดินย่อตัวมาหา เจ้าคุณหันไปถาม
“สะบันงา เรียนหนังสือเป็นอย่างไรบ้าง”
“ก็ดีอยู่เจ้าค่ะ”
“เขาอ่านนิยายง่ายๆ ภาษาอังกฤษพอได้ใจความแล้ว” คุณหญิงศรียิ้มแย้มบอก
“อ้อ วันหลังจะเอาหนังสือสวยๆสำหรับเด็กฝรั่งมาให้อ่าน”
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ คุณหญิงคะ หนูขอตัวไปจัดอาหารว่างมาให้รับประทานนะคะ”
คุณหญิงศรียิ้ม
“วันนี้ทำอะไรกินหรือ”
“ขนมไทยก็ข้าวเกรียบปากหม้อค่ะ”
“ไม่มีขนมฝรั่งหรือ” เจ้าคุณถามบ้าง
สะบันงายิ้มแย้มตอบ
“เอแคร์ เจ้าค่ะ”
“อยากกินมาก จัดเผื่อฉันที่หนึ่งนะสะบันงา”
“เจ้าคะ”
สะบันงา เดินจากไปเจ้าคุณมองตามสะบันงา แอบถอนใจ คุณหญิงศรีเห็นอาการทำไม่รู้ไม่ชี้
“เมี้ยนไปไหน”
“ไปบ้านคุณเตี่ยค่ะ ให้ไปดูว่าน้องชายของฉันกลับมาจากต่างประเทศหรือยัง”
“ฉันยังไม่เคยรู้จักน้องชายของศรี พามาให้รู้จักกันบ้างสิ”
“ได้สิคะ”

คุณหญิงศรีนึกถึงแต่ศุกลว่าน่าจะมาแล้ว

รถบ้านเจ้าสัวมาจอดเทียบหน้าตึก คนรถเดินลงมาเปิด เมี้ยนนั่งคู่ด้านหน้าลงมาเช่นกัน คนรถเปิดประตูด้านหลัง ศุกลก้าวลงมาจากรถมองไปรอบๆ

“นี่แหละค่ะ บ้านท่านเจ้าพระยาสมิติภูมิพี่เขยของคุณศุกลไงเจ้าคะ”
“กว้างขาวใหญ่โตมาก มีทั้งตึกฝรั่งทั้งเรือนไทย แล้วนั่นเรือนอะไร ชั้นเดียวแต่ดูสวยงาม”
ศุกลมองเรือนชั้นเดียวสวยงามสร้างแบบอังกฤษ เมี้ยนบอกชื่อเรือน
“เรือนพะไลเจ้าคะ ชื่อยังกับไข่พะโล้เอาไว้รับแขกเจ้าคะ เชิญข้างใน คุณหญิงคงดีใจตกใจแปลกใจมากเจ้าค่ะที่จู่ๆให้เมี้ยนไปสืบข่าวคุณศุกลว่ามาหรือยัง แหมมาทันใจทีเดียวเจ้าค่ะ คุณหญิงอยู่เรือนไทยเจ้าค่ะ”
“พี่หญิงไม่ได้อยู่เรือนฝรั่งหรอกหรือ”
“เรือนฝรั่งท่านเจ้าคุณอยู่คนเดียวเจ้าค่ะ”
ศุกลมองไป
“เอ๊ะ”

สังเวียนออกมายืนหน้าตึกส่ายตารอเจ้าคุณ
“หายไปเยี่ยมนังศรีนานเกินไปแล้ว หรือว่าจะไปใช้สายตาเลียมโลมนังสะบันงาให้อิ่มเอมใจ แล้วจึงกลับมา เอ๊ะ นั่นนังเมี้ยนไปพาผู้ชายที่ไหนมา ทั้งหนุ่มทั้งหล่อ กิริยาท่าทีงดงาม ทำไมอีสังเวียนไม่ได้อย่างนี้สักคนบ้างหนอ”
สังเวียนให้นึกชมศุกลที่หน้าตาดีมาก

ศุกล มองแปลกใจ เมี้ยนมองตาม
“นั่นนังสังเวียนเมียบ่าวของท่านเจ้าคุณค่ะ”
ศุกลไม่ชอบใจ
“แล้วพี่หญิงว่าอย่างไร ถูกไล่มาอยู่เรือนไทย”
“ท่านไมได้ถูกไล่เจ้าค่ะ ท่านขออยู่เรือนนี้เองตั้งแต่ท่านเจ้าคุณขอแต่งานแล้วเจ้าค่ะ”
“พี่หญิงทำอะไรแปลกๆอีกแล้ว”
“แล้วนังสังเวียนคนนั้น มันก็ถูกคุณหญิงส่งไปปรนนิบัติท่านเจ้าคุณเจ้าค่ะ”
ศุกลชะงักอึ้ง
“เมี้ยน อย่าพูดนะว่า พี่หญิงยัง เอ้อ…”
“เจ้าค่ะ จนปานนี้ยังไม่เคยเอ้อ…คือคุณหญิงท่านหลบไปเลี่ยงมาเจ้าค่ะ”
ศุกลส่ายหัว
“ฉันมึนกับพี่หญิงแท้ๆ เอ้อ แล้ว แล้ว…”
สะบันงา ถือถาดอาหารว่างมาถึงหน้าตึก ตกตะลึงพรึงเพริด ศุกลก็เห็นสะบันงาพร้อมกัน ตกตะลึงเช่นกัน สองคนมองกันพูดไม่ออกต่างดีใจ

ในห้องนั่งเล่น…คุณหญิงศรีเตือนเจ้าคุณ
“มานานเกินไป สังเวียนไม่สบายไม่ใช่หรือคะ”
“เล็กๆน้อยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ศรีจ๋าพาฉันไปดูดอกไม้ที่เรือนต้นไม้กัน ระหว่างรออาหารว่างได้ไหม please”
“ค่ะ”
เจ้าคุณโอบบ่าคุณหญิงศรีเดินออกไป

ศุกลกับสะบันงามองหน้ากัน เมี้ยนมองสองคน คนโน้นที คนนี้ที ดีใจแทน เมี้ยนพึมพำ
“ศรกามเทพช่างแล่นช้าเสียเหลือเกิน”
“สะบันงา” ศุกลเอ่ยเรียกเบาๆ
“คุณศุกล” เรียกตอบ
เมี้ยนถอนใจ
“โล่งอก นิ่งเสียจนนึกว่าจำกันไม่ได้”
ศุกลตั้งสติได้ดีใจมาก เดินเข้าหาสะบันงาที่ยังยืนนิ่ง
“สะบันงา สวยมากขึ้นเป็นกอง”
สะบันงายังยืนนิ่งใจสั่นทำอะไรไม่ถูก
“เอ้อ…”
ศุกลก้าวเข้าไปอีก จนชิดตรงหน้าสะบันงา ประตูเรือนคุณหญิงศรีกับเจ้าคุณโอบกันออกมา เจ้าคุณมองเห็นภาพ ศุกลยืนตรงหน้าสะบันงาสองมือจับต้นแขนสะบันงาไว้ก้มหน้ามองจนชิด
“ขอมองหน้าสะบันงาให้ชื่นใจ ให้เต็มตา สมกับที่รอคอยสักหน่อย”
คุณหญิงศรี ดีใจมากเห็นศุกล สะบันงาค่อมตัวจากการโอบของศุกล
“ศุกล นายมาแล้ว”
เจ้าคุณชะงัก
“ศุกลหรือ”
คุณหญิงศรีปราดไปหาศุกล ปากก็บอกไปด้วย
“ศุกล น้องชายสุดที่รักคนเดียวในโลกของฉันค่ะ”
ศุกลหันไปหาคุณหญิงศรี สะบันงาตกใจที่คุณหญิงศรีกับเจ้าคุณออกมาเห็นภาพกลัวมาก สะบันงามองไปเจอสายตาดุดันของเจ้าคุณมองมา เจ้าคุณมีแววตาไม่พอใจ เพราะแอบหึงหวงนั่นเอง สะบันงาตกใจ จะปล่อยถาดตก
“อุ๊ย”
ทั้งเจ้าคุณทั้งศุกลผวาไปที่สะบันงา เหมือนจะช่วยกันประคองถาดไม่ให้ตก เจ้าคุณจับได้ด้านหนึ่ง ศุกลจับได้อีกด้านหนึ่ง สะบันงาหน้าซีดเผือด คุณหญิงศรีกับเมี้ยนมองแลแวถอนใจ เจ้าคุณกับศุกลจ้องหน้ากัน ไม่พอใจกันในทีต่างรู้ว่าอีกคนคิดอะไรในใจเรื่องสะบันงา…น้อยแอบมองเดาเรื่องเรียบร้อย
“คุณศุกลคนนี้นี่เองที่คุณหญิงเก็บสะบันงาไว้รอท่า แต่ดูสายตาของท่านเจ้าคุณสิ จ้องดุดันใส่เอาราวกับจงอางหวงไข่ สบายใจแล้วอีน้อย วันนี้มีเรื่องเล่าสนุกในครัวอีกแล้ว”
สังเวียนตามมาดูเช่นกันเข้าใจแบบเดียวกับน้อย
“หลงหึงหวงเกลียดชังนังสะบันงาจะเป็นจะตาย ที่ไหนได้ผู้ชายแสนหล่อนั่นมันผู้ชายขอนังสะบันงา ดีละต้องใส่ไฟให้ท่านเจ้าคุณไม่พอใจไม่สนใจนังสะบันงาให้ได้”
สังเวียนมีแผนร้ายเผาสะบันงา

ในห้องรับแขกเรือนคุณหญิงศรี ศุลกยกมือไหว้เจ้าคุณ
“สวัสดีครับ ท่านเจ้าคุณ”
“สวัสดียินดีที่ได้รู้จัก ไปเรียนหนังสือจบมาแล้วหรือ”
“ครับ จบแล้วเรียนพวกวรรณคดี คอร์สสั้นๆครับ”
ศุกลพูดไปตลอดเวลาสายตาวนไปที่สะบันงาที่นั่งที่พื้นห่างออกไปกับเมี้ยน เจ้าคุณสังเกตเห็น คุณหญิงศรีก็สังเกตเห็นจึงตัดบท
“รับประทานอาหารว่างกันเถิดเมี้ยนไปจัดมาอีกที่ให้คุณศุกล”
“ไม่ต้อง ฉันกำลังจะกลับเรือนโน้นเสียที เป็นห่วงสังเวียน”
เจ้าคุณเดินแบบมีอารมณ์ขุ่นมัวออกไป ตวัดตาไปมองสะบันงา
“พี่น้องจากกันนานจะได้พูดคุยเรื่องราวส่วนตัวสู่กันฟัง”
สะบันงาก้มหน้า เจ้าคุณเดินพ้นไป ศุกลดูท่าทีของท่านเจ้าคุณออก
“เขาดูหงุดหงิด เขาเจ้าอารมณ์หรือพี่หญิง”
“ช่างเขาเถิด เอ้าสะบันงามัวแต่นั่งก้มหน้า สวัสดีคุณศุกลหรือยัง”
“สวัสดีค่ะ”
ศุกลมองหน้าคุณหญิงศรี กระซิบ
“ผมไม่อยากให้สะบันงานั่งที่พื้น แล้วผมนั่งบนเก้าอี้”
“สะบันงา ขึ้นมานั่งเก้าอี้” คุณหญิงศรีสั่ง
สะบันงาอึกอัก
“เอ้อ…”
“มาสิ สะบันงา” เมี้ยนเรียก
สะบันงามานั่ง ศุกลยิ้มพึงใจ
“ผมอยากให้สะบันงา มานั่งกินอาหารว่างกับเรา”
สะบันงาส่งสายตาหนักใจไปยังคุณหญิงศรี…เจ้าคุณยืนอยู่หน้าห้องได้ยินทั้งหมด
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง สะบันงา ศรี”
เจ้าคุณหงุดหงิดมากขึ้น
สังเวียนมายืนรอเจ้าคุณหน้าตึกเห็นเจ้าคุณเดินมาหน้าตาเฉยเมยมากสังเวียนพึมพำ
‘หน้าตาผิดหวังหึงหวงนังสะบันงามาทีเดียว สมน้ำหน้าไอ้แก่ ไอ้เฒ่าหัวงู มีเมียเท่าไหร่ไม่รู้จักพอ’
เจ้าคุณมองอย่างแปลกใจ
“ออกมายืนหน้าบ้านทำไมสังเวียน”
“ออกมายืนรอท่านเจ้าค่ะ เห็นท่านหายไปนานก็เลยเป็นห่วงเจ้าค่ะ”
“ห่วงตัวเองก่อนเถิดสังเวียน คิดอะไรแปลกๆมีลูกต้องปิดบัง หล่อนจะเที่ยวเอาอะไรมารัดท้องลูกของฉันไว้นานเกินสามเดือนไม่ได้นะ พ้นสามเดือนหล่อนต้องปล่อยท้องออกมา”
“ท่านเคืองใครมาหรือเจ้าค่ะ”สังเวียนเริ่มยั่วประสาท
“เปล่า เข้าบ้านไปเถิดสังเวียน”
เจ้าคุณเดินเข้าบ้าน สังเวียนเดินตามไม่วายพูดส่อเสียด
“สังเวียนเห็นผู้ชายหนุ่มรูปงามมาหาสะบันงา ที่แท้สะบันงามีคู่รักแล้วนี่เอง มิน่าคุณหญิงจึงหวงแหนนัก”
“เขาชื่อคุณศุกลเป็นน้องชายคุณหญิง เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกไม่ใช่คู่รักสะบันงา”
“อ้อ แต่แหมสังเวียนเห็นตอนเขาเจอกัน เขายืนตะลึงมองกัน แล้วก็เข้าไปจับสองแขนสะบันงาสบตาหวานซึ้ง”
“พอทีสังเวียน ฉันไม่ชอบฟังเรื่องของคนอื่น”
สังเวียนลอบยิ้มสมใจ หารู้ไม่ว่ายิ่งทำให้เจ้าคุณไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจึงไม่ได้สะบันงาเลยอยากได้อยากแย่งศุกลขึ้นมาทันใด

สะบันงานั่งตะขิดตะขวงร่วมโต๊ะอาหารว่างกับศุกล และคุณหญิงศรี
“เอ้อ หนูขอตัวไปดูแลอาหารเย็นให้คุณหญิงก่อนนะคะ”
ศุกลมองหน้าคุณหญิงศรี
“อ้าว พี่หญิงมีบ่าวตั้งหลายคนไม่ใช่หรือครับ ทำไมต้องเป็น สะบันงาด้วย”
“สะบันงาชอบทำอาหาร เขาไปฝึกทำโน่นทำนี่ ทั้งไทยฝรั่งจีนพี่ก็เห็นดีด้วย เผื่อออกเรือนไปจะได้ปรนนิบัติสามีได้สบายๆ”
สะบันงาหน้าม้านที่คุณหญิงศรีพูดเรื่องนี้หน้าตาเฉย
“แต่วันนี้ให้เมี้ยนไปดูแทนสะบันงาเถิดนะเจ้าคะคุณหญิง” เมี้ยนเสนอ
“เออเมี้ยนพูดถูก ฉันก็จะไปดูด้วยเหมือนกัน มาอยู่ที่ตั้งนานยังไม่เคยเข้าไปดูในโรงครัวสักครั้ง มีแต่ใช้เมี้ยนไปดูแทน”
ศุกลมองพี่สาวที่เปิดโอกาสให้อยู่กับสะบันงาสองต่อสองอย่างขอบคุณ
“เอ้อ…”สะบันงากังวล
“อยู่นี่แหละ อยู่เป็นเพื่อนคุณศุกลไม่พบเจอกันตั้งนานคงมีเรื่องถามไถ่กันหลายเรื่อง”
“คุณหญิงกับคุณศุกลก็ไม่พบเจอกันตั้งนานนะคะ” สะบันงาแย้ง
“เอ๊ะเด็กนี่ไอ้ที่อยากให้พูดไม่พูด พอกล้าพูดออกมากลายเป็นย้อนมาถอนหงอกฉันเสียแล้ว”
คุณหญิงศรีไม่ได้โกรธ แต่ขำๆ หัวเราะเดินออกไปกับเมี้ยน สะบันงาตกใจ
“หนูขอประทานโทษค่ะ หนูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นค่ะ”
“คุณหญิงท่านไม่ได้เคืองเราหรอกสะบันงาท่านขำต่างหาก”

ศุกลยิ้มมองสะบันงาอย่างมีความสุขไม่พูดไม่จาใดๆ มองอย่างเดียวสะบันงาก้มหน้าอายมาก

เจ้าคุณนั่งนิ่งสีหน้าขุ่นเคืองไม่หาย นึกถึงตอนที่ศุกลสบตาสะบันงาแล้วเข้าไปจับต้นแขน และเจ้าคุณกับศุกลเข้าไปช่วยสะบันงารับถาดที่กำลังจะตก…เจ้าคุณใจร้อนรุ่ม แต่ยังวางท่าสงบสังเวียนนั่งห่างออกไปหมั่นไส้มากชายตาดูเจ้าคุณรู้ว่าท่าทางแบบนี้อารมณ์ไม่ดีสังเวียนพูดเบาๆ

“หมาหวงก้าง กินเองไม่ได้ยังกลัวคนอื่นมากิน”
สังเวียนก็หงุดหงิด มองไปนอกหน้าต่างแล้วชะงัก

คุณหญิงศรีกับเมี้ยนพากันเดินไปทางเรือนครัว
“สงสารคุณศุกลเขา เลยเปิดโอกาสให้ได้อยู่กันตามลำพังถามไถ่ทุกข์สุขพูดจาให้สะบันงามั่นใจว่าเขาคุ้มครองสะบันงาได้”
“คนแสนดีสองคน ใจคอโอนโยนขี้สงสารสองคนมาอยู่ด้วยกัน มันอาจจะโดนคนเลวรุมทำร้ายก็ได้นะเจ้าคะ ดีเกินไปไม่มีเล่ห์เหลี่ยมก็ลำบาก”
“นั่นนะสิ ฉันว่าจะแบ่งเล่ห์เหลี่ยมของเมี้ยนไปให้สองคนนั่นสักนิด”
“แหม คุณหญิงละก็ เอ้อ…สังเกตทีท่าท่านเจ้าคุณบ้างไหมเจ้าคะ”
“เขาหงุดหงิด ช่างเถิด ฉันจะคุยกับคุณศกลให้จัดการเรื่องสะบันงากับเขาให้ไวที่สุด พอสะบันงาไปแล้วไม่นานท่านเจ้าคุณก็ลืมไปเอง”
“เมี้ยนเห็นสายตาที่ท่านมองสะบันงาผิดกับมองนังสังเวียนนังสังวรยกเว้นแต่กับคุณหญิงเท่านั้นนะเจ้าคะ”
“ฉันเห็น ถ้าไม่ติดว่าคุณศุกลรักสะบันงา ฉันยกสะบันงาให้ท่านไปแล้วสะบันงาจะไม่มีวันเป็นภัยต่อฉันแน่ และท่านก็จะมีความสุข แล้วบ้านเราก็มีแต่ความสงบสุข ทำไมความสงบสุขมันจึงเกิดยากหนักหนา”
“เพราะกิเลสหนาๆของคนเจ้าค่ะ”
“ตอบกำปั้นทุบดิน แต่ก็จริง”
สองคนเดินต่อไป

สังเวียนรู้ดีว่าถ้าบอกเจ้าคุณก็โดนว่ายุ่งเรื่องคนอื่นจึงใช้วิธีพูดลอยๆคนเดียว แต่ลอยไปถึงเจ้าคุณ
“อยากรู้นักว่านังสองคนนั่นมันพูดอะไรกัน”สังเวียนพูดเบาๆก่อนจะพูดดังๆขึ้น “อ้าว นั่นคุณหญิงกับคุณเมี้ยนเดินออกมาจากบ้านจะพากันไปไหน”
สังเวียนพูดจบปรายตาแอบมองเจ้าคุณได้ยินชัดจนคำราม
“ผลักดันให้เด็กมีผัวตั้งแต่อายุสิบห้าสิบหก บ้าจริง”
เจ้าคุณเดินหนีไปจากห้องขึ้นชั้นบนไปเลยสังเวียนมองตาม
“สมน้ำหน้า นังสะบันงามันไม่เอาหรอก ผัวแก่คราวพ่อ มีผัวหนุ่มผัวหล่อผัวรวย รอท่าอยู่ทั้งคน มีแต่พวกกูนี่แหละที่หมดท่าจำยอมเป็นเมียไอ้แก่เพื่อความอยู่ดีกินดีมีสุข ทำไมกูไม่มีวาสนาเหมือนนังสะบันงามันบ้าง”
สังเวียนคับแค้นใจ

ศุกลนั่งจ้องหน้าสะบันงาอยู่นาน ไม่พูดไม่จาแล้วที่สุดก็เอ่ยออกมา
“ฉันนั่งมองหน้าสะบันงามาสิบห้านาทีกว่า คิดคำกลอนได้ยาวเหยียดรู้ไหม”
“ไม่ทราบหรอกเจ้าค่ะ”
“เคยบอกไว้ตั้งแต่ก่อนไปเมืองนอกว่าอย่าพูดเจ้าคะเจ้าขากับฉันเพราะว่าฉันกับเธอ…เราสองคน…”
“ค่ะ”
“สะบันงารับคำ แปลว่าสะบันงารับรู้ ฉันจะบอกพี่หญิงว่าสะบันงาไม่ขัดข้อง”
สะบันงากังวล
“มันไม่รวดเร็วรวบรัดมากไปสักหน่อยหรือคะ คือ คือ ฉันเป็นผู้หญิงนะคะ”
“ฉันจะไปบอกคุณเตี่ยกับแม่ใหญ่ แม่เล็กเรื่องนี้ แล้วก็…”
สะบันงามีสีหน้าตกใจมาก ศุกลไม่เคยรู้เรื่องสะบันงาโดนไล่
“เอ้อฉันว่าคุณศุกลไปปรึกษาพูดคุยกับคุณหญิงเรื่องนี้ก่อนจะดีกว่าค่ะ”
“ฉันใจร้อนไปนิด ขอโทษที่ทำให้ตกใจ เรามาเปลี่ยนเรื่องคุยนะจะไม่ถามสักคำหรือว่าไม่พบกันนานฉันเป็นอย่างไร”
“ค่ะ เอ้อ คุณศุกลไปอยู่เมืองนอก เป็นอย่างไรคะ”
“สบายอากาศมันดี แต่หัวใจมันว้าวุ่นรุ่มร้อนคิดถึงเมืองไทย คิดถึงคนที่ฉันรักและผูกพันที่เมืองไทย”
“คุณหญิงท่านก็คิดเช่นกันกับคุณศุกลค่ะ”
“ไม่ใช่เพียงคุณหญิงที่ฉันรักและผูกพัน คนที่ทำให้ฉันทุรนทุรายหัวใจที่สุดยามนึกถึงใครรู้ไหม”
“เอ้อ…”
ศุกลดึงมือสะบันงามากุมไว้
“สะบันงาคนนี้แหละที่ฉันคิดถึงทุกลมหายใจ สะบันงาคือลมหายใจของฉันรู้ไหม”
“เอ้อ ปล่อยมือก่อนเดี๋ยวใครมาเห็นมันจะไม่เหมาะค่ะ”
ศุกลปล่อยมือแล้วยิ้มมองหน้าสะบันงาอย่างมีความสุข

พวกในครัวกำลังคุยกันเรื่องท่านเจ้าคุณ
“วันนี้ได้ยินสะบันงาว่าท่านเจ้าคุณมากินอาหารว่างกับคุณหญิงแหมท่านไม่มาเรือนคุณหญิงเสียตั้งนานแล้ว” ทองหยอดบอก
“ขี้ใหม่หมาหอม กำลังติดใจเสน่ห์นังสังเวียน มันเก่งนะ” แกละเยาะๆ
“มันเก่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสี มันเก่งเรื่องประจบประแจง” น้อยบอกอย่างเกลียดชัง
“มันเก่งที่สามารถทำให้คนอื่นดูเลวแต่ตัวมันดูดี” ซ้งเสริม
“นกมีหูหนูมีปีกใช่ไหม” โรเบิร์ตถาม
ทุกคนเฮ พร้อมกัน สังเวียนเดินเข้ามาหน้างอมาก
“เฮ้ย ทำอะไรกันอยู่ งานการไม่มีจะทำกันหรืออย่างไร”
“โอ้โฮ” ทุกคนโพล่งออกมาพร้อมกัน
“คุณนายบ่าวหมายเลขสอง มาตรวจงานพวกเราแล้ว” ซ้งประชด
“จะมาหาเรื่องอะไรที่นี่หรือ หรือว่าจะมาเก็บรอยตีนเก่าๆที่ลืมทิ้งไว้” น้อยลอยหน้า ลอยตาถาม
“รอยตีนวัวหรือ ไหนว่าวัวลืมตีนไว้ทำไมกลายเป็นสังเวียนไปได้” โรเบิร์ตงงๆ
ทุกคนหัวเราะสังเวียนไม่พอใจ
“อย่ามาหัวเราะขบขันฉัน สักวันจะโดนเฉดหัวไปจากที่นี่ให้หมด”
คุณหญิงศรีกับเมี้ยนเข้ามาพอดี
“วันไหนดีเล่าสังเวียน ไหนลองบอกเล่าเก้าสิบให้ฉันฟังบ้างว่าหัวใคร คนไหนที่หล่อนต้องการเฉด รวมหัวฉันอยู่ด้วยไหม”
ทุกคนอึ้งๆ เมื่อเห็นคุณหญิงศรี ต่างรีบนั่งแต่แอบสะใจคำพูดคุณหญิงศรีสังเวียนเองก็ตกใจเงียบกริบไป
“ถ้าวันใดที่บ้านนี้เปลี่ยนนายคนใหม่ ทุกคนคงไม่ต้องรอให้ใครเฉดหัวหรอก ไม่มีใครเขาอยากเป็นข้าสองเจ้าบ่าวสองนาย นายประเภทวัวลืมตีน คางคกขึ้นวอ แต่ว่ามั่นใจหรือว่าจะมีวันนั้นสังเวียน” เมี้ยนถามเย้ยๆ
“ฉันจะกลับไปดูแลท่านเจ้าคุณ ก็แค่แวะมาดูอาหารการกินของท่านท่านไม่ต้องการให้ฉันทิ้งท่านไว้ลำพังคนเดียวนานๆ ท่านไม่ต้องการให้ฉันออกมาจากตึกมาพบเจอคนโง่เง่าเต่าตุ่นด้วยซ้ำ” สังเวียนเชิด
“ถ้าเช่นนั้นเก็บตีนที่ลืมทิ้งไว้แล้วรีบไปให้พ้นๆสิ แม่คนผัวรักผัวหลง”
สังเวียนเดินออกไปแบบกระทืบเท้า
“ฉันมาเยี่ยมทุกคนว่าใครมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าใครมีอะไรขัดข้องให้รายงานผ่านเมี้ยนเขาได้ทุกอย่าง” คุณหญิงศรีหันมองทุกคนอย่างเมตตา
“ขอบพระคุณคุณหญิงขอรับ / เจ้าค่ะ” ทุกคนพากันยกมือไหว้
“คุณหญิงท่านเปิดโอกาสให้แล้ว ใครมีอะไรเรียนท่านตอนนี้ได้เลย” เมี้ยนถาม
ทุกคนมองไปที่แกละกับซ้งที่อ้ำอึ้งสบตากันหวานๆ คุณหญิงศรีมองตาม
“แกละ กับกุ๊กซ้งมีอะไรจะบอกฉันหรือเปล่า”
“เอ้อ เจ้าค่ะ คือว่า…”
“เราสองคนจะขอลาออกขอรับ”ซ้งโพล่งขึ้นมา
คุณหญิงศรีแปลกใจ
“ลาออก มีปัญหาอะไรหรือ”
“ปัญหาบิ๊กๆ เขาอยากเป็นผัวเป็นเมียกันขอรับ” โรเบิร์ตแย่งพูด
ทุกคนมองโรเบิร์ตแบบไอ้นี่ช่างกล้าพูดคุณหญิงศรีขำ
“เรื่องปกติไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยินดีด้วย จะลาออกเมื่อไหร่”
“รอให้กระผมหาคนทำอาหารได้ดีพอมาทดแทนก่อนขอรับ”
“ขอบใจที่มีน้ำใจห่วงเรื่องอาหารของพวกฉัน แต่งงานแล้วจะไปทำอะไรกันหรือ”
“ร้านอาหารจีนขอรับ”
“ดีมากที่คิดหาความเจริญให้ตัวเอง อย่าลืมไปลาฉันวันที่จะไปจะให้เงินทุนก้นถุงไปช่วยตั้งตัว”
สองคนรีบไหว้คุณหญิงศรีดีใจมาก
“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ / ขอรับ”
คุณหญิงศรีหันกลับออกไป เมี้ยนหันมากระซิบบอกทุกคน
“เห็นหรือยังว่าเจ้านายที่ดีเป็นเช่นไร”

ทุกคนพยักหน้ารับ เมี้ยนหันกลับตามคุณหญิงศรีออกไป

ศุกลคุยเรื่องราวกับคุณหญิงศรีตามลำพังสองคนพี่น้อง ศุกลเริ่มหนักใจเรื่องพ่อแม่

“ไม่นึกเลยว่าคุณเตี่ย กับแม่ๆของพวกเราจะรังเกียจสะบันงา”
“พวกท่านไม่รังเกียจสะบันงาหรอก แต่ท่านรังเกียจการมีสะใภ้ยากจนต่างหาก”
“ยากจนแต่เป็นคนดีงาม กับร่ำรวยแต่เลวร้าย สุดท้ายผลที่ได้รับมันต่างกันนะครับพี่หญิง ทำไมพ่อแม่ของพวกเรา จึงมองแค่เฉพาะหน้าไม่มองยาวไกลลึกซึ้งถึงความสุขที่พวกเราสมควรจะมี ที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก”
“เพราะพวกท่านแต่งงานกับใครก็ได้ที่เหมาะสมไม่ใช่ความรัก อยู่ๆกันไปก็รักกันเอง พวกท่านเป็นพวกความรักสั่งกันได้ แต่มาสมัยเราๆความรักต้องเลือกได้”
“แล้วผมจะทำอย่างไรพี่ศรีช่วยผมด้วย”ศุกลหนักใจ
“ดื้อตาใสเท่านั้น เรียนให้พวกท่านทราบ ท่านปฏิเสธก็เฉยเสียจะทำเสียอย่าง”
“แล้วทำไมพี่ศรีจึงยอมแต่งงานกับท่านเจ้าคุณ”
“พี่ก็รักเขานะ เขาคือชายที่ดีที่สุดสำหรับพี่ เขายอมรับความเป็นตัวพี่ที่สำคัญที่สุด ได้โอกาสที่จะตอบแทนพระคุณพ่อแม่ ท่านสมหวังในตัวพี่แล้วจะผิดหวังในตัวศุกลบ้างก็พอจะชดเชยกัน ความดีของสะบันงาจะทำให้พวกท่านหายเคืองนาย เพราะพวกท่านรักนายและตามใจนายมาก”
“ขอบคุณพี่หญิงที่ให้กำลังใจ ชีวิตนี้ถ้าไม่มีพี่ให้คำปรึกษา ผมคงจะต้องบ้าตายเพราะไม่มีพลังใจมากพอที่จะต่อต้านขัดขืนคำสั่งพ่อแม่”
“พ่อแม่ท่านรักเรา แต่พ่อแม่ท่านอยู่กับเราไม่นานเท่าผัวหรือเมียที่ต้องอยู่ด้วยกันจนตายจาก เราจึงสมควรเลือกเอง ไปเถิดกลับไปบอกพ่อแม่เราเรื่องนี้ ถ้ามีปัญหาเราจะมาช่วยกันแก้ไข”
ศุกลยกมือไหว้คุณหญิงศรีอย่างซาบซึ้งใจ

เจ้าคุณนั่งนิ่งเงียบอยู่บนเรือน แต่ภาพศุกลสบตาจับบ่าสะบันงา ติดตาติดใจเจ้าคุณไม่เลิกรา
“ผู้ชายคนนั้นอาจจะยิ่งกว่าร่ำรวยด้วยซ้ำ หน้าตาดีกว่าหนุ่มกว่าเราเทียบเขาไม่ได้ มิน่าสะบันงาจึงไม่เคยแสดงว่าใยดีเราแม้แต่น้อย ต่อหน้าเราแสร้งทำไร้เดียงสา แต่ต่อหน้าเขาสบตาหวานปานจะหยด ยั่วให้เขาหลง”เจ้าคุณถอนใจ
สังเวียนเดินมานั่งมองเจ้าคุณอยู่พักหนึ่งรู้ว่าคิดถึงสะบันงาอยู่
“ตอนนี้สะบันงากับคู่รักกำลังล่ำลากันอยู่ที่หน้าเรือนคุณหญิงเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณเผลอตัวปัดหนังสือตกลงไปที่พื้น สังเวียนรีบเก็บ
“ขอโทษค่ะ ไม่ได้คิดจะมาพูดเรื่องนี้ แต่แค่แปลกใจที่ตลอดมาสะบันงา ทำตัวเหมือนเด็กไร้เดียงสา ที่แท้ก็เป็นสาวแล้ว”
“พูดทำไม ฉันไม่อยากฟังเรื่องของคนอื่น ทำไมไม่จำบ้าง”
สังเวียนแอบยิ้ม ยั่วเจ้าคุณได้สำเร็จ เดินเข้าไปกอดเอวเจ้าคุณซบหน้า
“สังเวียนโง่เขลาต่ำต้อยนัก มักพูดจาโง่เง่าเตาตุ่นให้ท่านขุ่นเคืองรำคาญใจเสมอ แต่สังเวียนคนนี้จงรักภักดีต่อท่าน ตายแทนท่านได้นะเจ้าคะอภัยให้กับความโง่ของสังเวียนด้วยเจ้าค่ะ”
เจ้าคุณใจอ่อนยวบนึกสงสารสังเวียน
“แล้วไปเถิดสังเวียน ฉันไม่ได้โกรธ สังเวียนทำใจให้สบาย”
“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ท่านปวดเมื่อยตรงไหนเจ้าคะสังเวียนจะนวดให้เจ้าค่ะ”
เจ้าคุณส่ายหน้า
“ไม่ต้อง ตอนนี้สังเวียนควรพักผ่อนให้มากไม่จำเป็นต้องคอยดูแลฉัน ให้เหนื่อย สังเวียนควรได้พักผ่อน แล้วดูแลลูกให้ดีที่สุด สังเวียนไปพักเถิด”
สังเวียนจ๋อยไปเริ่มสังหรณ์ลางไม่ดี
“เจ้าค่ะ”
“พรุ่งนี้สังเวียนกลับไปพักที่ห้องเดิมของสังเวียนเถิด”
สังเวียนฟังแล้วนิ่ง พูดไม่ออกไปเลย นึกในใจว่าเป็นเพราะสะบันงาสังเวียนน้ำตาร่วง เจ้าคุณก้มไปโอบกอดอย่างปลอบโยน
“อย่าคิดว่านี่คือการขับไล่ไสส่งนะสังเวียน สังเวียนต้องเข้าใจนะว่าสังเวียนกำลังท้อง มันไม่เหมาะที่เราจะหลับนอนด้วยกัน”
สังเวียนยิ่งแค้น มั่นใจว่าเจ้าคุณอยากไปนอนกับสะบันงา
“เพื่อไม่ให้ใครคิดว่าฉันขับไล่ไสส่งสังเวียน สังเวียนไปพักที่เรือนพะไลเรือนต้อนรับแขกของฉัน จะให้นายยอดกับนายสอนช่วยจัดการย้ายข้าวของให้”
สังเวียนค่อยยิ้มออกมาบ้าง
“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ”

สะบันงากับศุกลนั่งคุนอยู่ด้วยกันที่ม้านั่งหน้าเรือนคุณหญิงศรี
“ฉันคุยเรื่องของเรากับพี่หญิงแล้ว ขอโทษด้วยที่พ่อแม่ฉันไล่สะบันงาออกจากบ้านอย่างไม่ปราณีปราศรัย”
สะบันงากังวล
“คุณคงลำบากใจกับเรื่องของฉันมากนะคะ”
“พี่หญิงบอกให้ฉันเรียนให้พวกท่านทราบ แล้วเร่งสร้างเรือนหอของเราที่ริมน้ำ จุดที่แพของสะบันงาเคยจอดใครจะว่าอย่างไรฉันไม่สนใจ ขอเพียงมีสะบันงาเคียงข้าง ฉันเชื่อว่าสักวันความดีงามของสะบันงาจะสามารถเอาชนะใจพ่อแม่ของฉันได้”
“ช่างมั่นใจเหลือเกินนะคะว่าจะไม่มีอุปสรรค”
“อุปสรรคจะมากมายถ้าเราวิ่งหนี แต่มันจะไม่มีถ้าเราหันหน้ามาเผชิญแล้วแก้ไข สะบันงาที่รักฉันสัญญาจะปกป้องคุ้มครองเธอไปตราบจนวันตาย ของฉัน”
“ขอบพระคุณมากค่ะ”
สะบันงายกมือไหว้ขอบคุณ ศุกลกุมมือทั้งสองของสะบันงาเอาไว้สบตากันอย่างมีความสุข

น้อยแอบมองศุกลกับสะบันงาอยู่ ดีใจได้รู้เรื่องใหม่ๆ
“นี่หรือคุณศุกลน้องชายคุณหญิง ช่างหน้าตาสวยงามผิวพรรณผุดผ่อง ต่อไปนี้เราจะได้ไม่กังวลว่านังสะบันงาจะมาเป็นคู่แข่งของเรา หลังจากที่นังสังเวียนมันท้องโตจนปรนนิบัติท่านไม่ได้ เราจะได้เข้าไปแทนที่มัน”
น้อยลิงโลดดีใจสังเวียนมาเมื่อไหร่น้อยไม่ทันเห็น
“แกอย่าลิงโลดไปนังน้อย ท่านเจ้าคุณไม่ละความพยายามเรื่องนังสะบันงาหรอก ผิดจากฉันท่านไม่ถึงมือแกหรอก”
สังเวียนพูดจบเดินออกไป ทิ้งให้น้อยขบคิดปัญหาไปคนเดียว

คุณหญิงศรียิ้มแย้มโล่งอกที่สะบันงากำลังจะรอดพ้นจากเจ้าคุณ
“เข้าใจกันดีกับคุณศุกลแล้วใช่ไหมสะบันงา”
“ค่ะ” สะบันงายิ้มรับ
“ฉันดีใจ เบาใจ”
“แต่เมี้ยนยังหนักใจเจ้าค่ะ” เมี้ยนแทรก
“ทำไม”
“นังสังเวียนโดนอัปเปหิไปอยู่เรือนพะไลตามลำพังแล้วเจ้าค่ะกำลังขนย้ายจัดห้องกันโกลาหลเจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีแปลกใจ
“อ้าว ทำไมเล่า”
เมี้ยนกระซิบ
“ก็คงเพราะมันท้องน่ะสิเจ้าคะ”
คุณหญิงศรีเริ่มตระหนกไม่น้อยเจ้าคุณเดินยิ้มเข้ามา
“ต่อไปนี้จัดอาหารให้ฉันรับประทานกับคุณหญิงทุกมื้อ”
“เจ้าค่ะ”
คุณหญิงศรีมองเจ้าคุณอย่างสังเกต
“ได้ยินว่าให้สังเวียนมาอยู่เรือนพะไล ทำไมหรือคะ”
“เอ้อ เขาสุขภาพไม่ค่อยดีก็เลยให้ย้ายลงมา ขอโทษด้วยที่ไม่ได้ปรึกษาศรี”
“ฉันไม่ติดใจหรอกค่ะ แค่แปลกใจ เห็นเขาดูแลคุณดีมากอยู่นะคะ”
“ตอนนี้เป็นช่วงที่ฉันอยากอยู่ตามลำพังเงียบๆสักพัก”

เจ้าคุณตาชำเลืองมองสะบันงาที่หนาววูบขึ้นมา เมี้ยนแอบสบตาคุณหญิงศรี สองคนเริ่มไม่สบายใจอีกครั้ง

** เรื่องย่อคือหัตถาครองพิภพ **

อ่านต่อ >> คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/1 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/2, คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/3 , คือหัตถาครองพิภพ ตอนที่ 6/4

เรื่องย่อจบบริบูรณ์ คือหัตถาครองพิภพ ละครย้อนหลัง

หัตถาครองพิภพ-ช่อง7

 

ละครช่อง 7 > เรื่องย่อละครช่อง7คือหัตถาครองพิภพ

 

คือหัตถาครองพิภพ, อ่านละครออนไลน์
- 2013-12-17 2:40:23 โพสต์โดย : zoomza 855 ดูละครย้อนหลัง