อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 1

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 1

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 1


ตอนค่ำวันนั้น บริเวณชายหาดบ้านเพ จ.ระยอง เกิดฟ้าแลบแปลบปลาบ เสียงฟ้าร้องครืนครืนอย่างน่ากลัว ฝนตกหนักชนิดไม่ลืมหูลืมตา ลมพายุพัดกระหน่ำรุนแรง แต่ ขวัญตา หญิงสาวสวยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในชุดแต่งงานสีขาวสะอาด กำลังวิ่งหนีสุดชีวิต ล้มลุกคลุกคลานมาตามชายหาด

ตรงถนนริมชายหาดบ้านเพ บัณฑิต ขับรถกระบะ เพ่งสายตาไปทางวิวด้านข้าง มองหาบ้านชายทะเลที่นัดกับขวัญตา ผู้เป็นบุตรสาวเอาไว้ ก่อนจะบัณฑิตกดมือถือหาขวัญตา
ขณะนั้นขวัญตาหลบอยู่หลังเรือประมงที่จอดเกยชายหาดอยู่ เสียงมือถือดัง ขวัญตาควานหามือถือที่เหน็บไว้ในหน้าอกออกมา
“ช่วยหนูด้วย”
บัณฑิตตกใจเมื่อได้ยินเสียงลูกสาว
“เกิดอะไรขึ้น หนูอยู่ไหน พ่อหาบ้านหลังนั้นไม่เจอ”
“หนูถูกมันตามฆ่า ตอนนี้หนู…”
เงาไอ้โม่งโผล่มาข้างหลัง กระชากแขนขวัญตา จนมือถือหล่นบนทรายข้างตัว ขวัญตาหันไปมอง ตกใจร้องกรี๊ดออกมา
“ฮัลโหลๆๆๆ”
เสียงบัณฑิตดังออกมาจากโทรศัพท์ ขณะที่ขวัญตาต่อสู้กับไอ้โม่งท่ามกลางฟ้าแลบแปลบปลาบ ก่อนจะผ่าเปรี้ยง กลบเสียงปืนที่ดังขึ้นพร้อมๆ กัน ที่ผืนทรายข้างโทรศัพท์มีรอยเลือดกระเซ็น
“ขวัญตา”
บัณฑิตตกใจเร่งเครื่องแซงรถบรรทุกคันหน้า เจอรถยนต์สวน หักหลบ รถเสียหลักหมุนคว้างพลิกลงข้างทางพงหญ้าหลายตลบ รถหงายท้องแน่นิ่ง บัณฑิตเลือดอาบหน้า แน่นิ่งอยู่ในรถ

3 เดือนผ่านไป ที่บ้านเลิศวิริยะ รถหรูคันใหญ่วิ่งเข้ามาในบริเวณบ้านช้าๆ ที่หน้าตึก โย่งคนรับใช้ยืนเพ่งอยู่ โย่งตื่นเต้นดีใจสุดขีด หมุนตัวกลับวิ่งไปที่ประตูเข้าตึกแล้วตะโกนลั่น
“มาแล้ว มาแล้ว”
โย่งวิ่งมารอตรงจุดเดิมอีกครั้ง รถเข้ามาจอดเทียบ ประชาเปิดประตูด้านข้างคนขับลงมาก่อน ประชาเปิดประตูให้ชานนท์ ชานนท์ลงจากรถในมาดขรึมหล่อเหลาในชุดสูท ชานนท์มองหน้าตึกอย่างคิดถึง โย่งลืมตัววิ่งเข้ากอดชานนท์แบบรักเหลือเกิน
“คุณผู้ชาย นึกว่าจะไม่กลับมาหาไอ้โย่งแล้ว นึกว่าลืมกันไปแล้ว ฮือๆ”
ประชาไม่พอใจ ดึงโย่งออก
“ให้มันรู้ฐานะบ้างว่าใครเป็นใคร”
ชานนท์มองโย่งหน้านิ่ง
“ผอมไปนะ กินข้าวให้เยอะหน่อย” ชานนท์บอกแล้วเดินผ่านโย่งเพื่อเข้าตึก โย่งเหล่ประชาแบบไม่ชอบขี้หน้า
“ไปยกกระเป๋าสิ แล้วก็อย่าแตะของฝาก ถ้าหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวฉันจะถือว่านายขโมย”
ประชาตามชานนท์เข้าตึกไป โย่งหมั่นไส้
“ทำเป็นวิ่งสั่นหางตามไปเชียว มันก็เป็นขี้ข้าเหมือนกันละเว้ยเฮ้ย”
โย่งไปช่วยคนขับยกกระเป๋าท้ายรถ

ชานนท์เดินเข้ามาในบ้านพบมณฑา แป้น สาวใช้นับสิบ ยืนต้อนรับเป็นระเบียบ บรรยากาศโดยรอบตกแต่งด้วยลูกโป่ง ดอกไม้สีสันสดใส
“พี่นนท์”
ชานนท์เงยหน้าขึ้นไปที่บันไดเห็นแววนิล น้องสาวยืนยิ้มเริงร่า และปรียายืนอยู่ในกริยาเรียบร้อยถือช่อดอกไม้อยู่ข้างๆ แววนิลวิ่งลงมาเร็วจี๋สวมกอดพี่ชายก่อนจะเงยหน้าพูดเสียงสดใส
“ต้อนรับกลับบ้านค่ะ พี่นนท์ คิดถึงพี่นนท์ที่สุด”
ชานนท์ยิ้มน้อยๆ มองทุกคนแล้วพูดสั้นๆ
“ขอบใจทุกคน”
ปรียายืนอยู่ที่บันไดขั้นสุดท้าย แววนิลพยักหน้า ปรียาในชุดกระโปรงเรียบร้อยเดินมามอบช่อดอกไม้ให้ชานนท์ ชานนท์รู้สึกว่าปรียาสวยขึ้นมาก
“เป็นความคิดของปรียาเขาค่ะ ทั้งดอกไม้ ลูกโป่งพวกนี้ปรียาเขาก็ลงมือแต่งเอง เพื่อต้อนรับพี่นนท์โดยเฉพาะ”
ปรียาพนมมือไหว้ ชานนท์รับไหว้หน้านิ่ง พูดเสียงเรียบ ไม่ยิ้ม
“ขอบใจมาก สบายดีนะ”
ปรียาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา เขินอายก่อนจะตอบออกมาด้วยกริยาเรียบร้อย อ่อนโยน
“ค่ะ”

ชานนท์เดินมาหยุดมองอีกมุมของห้องโถง
“แต่งบ้านใหม่หรือจ๊ะนิล”
แววนิลเดินตามมา พูดมีอย่างเลศนัย
“น้องเห็นว่าของบางอย่างถ้ามันอยู่ ก็สกปรกเกะกะสายตาโละมันทิ้งไปซะ บ้านเราจะได้ดูน่าอยู่ขึ้น พี่นนท์ว่าดีมั้ยคะ”
แววนิลแปลกใจที่ชานนท์ไม่ตอบจึงมองตามชานนท์ที่จ้องเขม็งไปที่หลังตู้ มุมที่ไม่เห็นชัดเจนนักซึ่งมีกรอบรูป ใส่รูปขวัญตาในชุดผ้าถุงไทยๆ สวยๆ ทัดดอกไม้โปรโมทจวงจันทร์สปา ทุกคนมองตาม มณฑาตกใจ หันไปดุแป้น
“ฉันกำชับแล้วไม่ใช่หรือ ว่าให้เก็บสิ่งของเครื่องใช้ของคุณผู้หญิงไปให้หมด” แป้นสะดุ้งกลัว
“คือๆ หนูไม่ทันมอง” แป้นจะพูดต่อแต่มณฑาสวนขึ้นมาก่อน
“ฉันไม่ชอบไอ้พวกที่ชอบพูดแก้ตัว ขายผ้าเอาหน้ารอด”
“ไม่เป็นไรคุณนม ก็แค่ขยะ โยนทิ้งก็จบ” ชานนท์บอกเสียงเรียบ แววนิลยิ้มดีใจ พูดเบาๆ
“พี่นนท์ ลืมผู้หญิงคนนั้นได้แล้วหรือคะ” ชานนท์บอกเสียงขรึม ใบหน้าไร้ความรู้สึก
“ผู้หญิงคนนั้นคือคนไหน พี่ไม่เคยรู้จัก” แววนิลชอบใจ
“น้องก็ไม่อยากเอ่ยชื่อมันให้เป็นเสนียดปากเหมือนกันค่ะ” ปรียาจับแขนแววนิล ส่ายหน้าน้อยๆ เชิงปรามไม่ให้พูด แววนิลขัดใจ “ไม่เห็นจะต้องไปแคร์มันเลย มันไม่มีวันได้ยินหรอก”
“พี่ขึ้นไปพักผ่อนก่อนนะ” ชานนท์บอกน้องสาวแล้วหันไปสั่งประชา “พรุ่งนี้ค่อยคุยกันที่ร้าน”
ประชาก้มหัวนอบน้อมรับคำ ชานนท์เดินหน้านิ่งขึ้นบันไดไป แววนิลหันมาทางปรียา เสียงสดใส
“อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนนะ อย่าเพิ่งกลับ”

ประชาที่เดินไป หันกลับมาจ้องรูปขวัญตาแล้วถอนใจ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ภายในห้องนอนชานนท์ ตรงผนังห้องมีกรอบรูปขนาดใหญ่ประดับอยู่ ทว่าในกรอบว่างเปล่าไม่มีรูปถ่ายใดๆ เพราะรูปถูกดึงทิ้งไปแล้ว

ชานนท์ยืนจ้อง คิดถึงขวัญตาขึ้นมา เป็นภาพขวัญตาในชุดเจ้าสาวยืนอยู่บนแท่นสำหรับลองชุดในห้องเสื้อ ยิ้มหวานให้เขา ภาพสองคนถ่ายรูปแต่งงานคู่กัน ชานนท์สลัดความคิดถอยไปนั่งที่ขอบเตียง ในใจยังเจ็บปวดอยู่

เย็นวันเดียวกันนั้นบนชายหาดแถวบ้านเพมีชายฉกรรจ์ 2 คนช่วยกันแก้เชือกที่ผูกเรือประมงขนาดเล็ก ชายฉกรรจ์อีก3คนเข้ามาช่วยดันเรือลงทะเล รีบเร่งมีพิรุธ
บนเรือหาปลาลำใหญ่เขมิกาหรือเข็มอยู่ในชุดกางเกงยีนส์เสื้อกล้ามขาวคลุมด้วยเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับมาครึ่งศอก ใส่หมวกเหมือนทอมบอย ขณะนั้นฝนตกกระหน่ำไม่ขาดสาย เขมิกาขับเรือเข้าเทียบสะพานปลา ปิดเครื่องรีบวิ่งมาหัวเรือ เขมิกามัดเชือกยึดกับเสาท่าทางทะมัดทะแมง มัดเสร็จมองไปที่ชายหาดเห็นคนขโมยเรือกำลังดันเรือลงทะเล เขมิกาลุกยืน ตะโกนลั่น
“เฮ้ย หยุดนะโว้ย”
เขมิกาคว้าไม้พาย วิ่งไปอย่างเร็ว
พวกชายฉกรรจ์หน้าตาตื่นรีบเร่งดันเรือ
“เร็วโว้ย! ไอ้ลมสลาตันมันมาแล้ว” เขมิกาวิ่งชูไม้มา
“ไอ้สอน คิดขโมยเรือหรือวะ”
สอนกับลูกน้องคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหาเขมิกาเพื่อสกัดเขมิกาไว้ ที่เหลือยังคงดันเรือต่อ จังหวะนั้นโยธินพุ่งมอเตอร์ไซด์มาขวางหน้าสอนกับลูกน้อง โยธินถอดหมวกกันน็อคอย่างเท่ห์ ชี้หน้าสอน
“แฟนข้าใครหย่าแหยม แหยมมาเจ็บ” เขมิกาวิ่งมาถึงโยธิน
“ลุยมันเลย เข็มจัดการทางนี้ เฮียไปทางโน้น”
เขมิกาเอาไม้พายฟาดตีด้วยวิชาป้องกันตัว เล่นงานตีหัวตีขาจนสอนน่วมลงไปนอน โยธินใช้หมวกกันน็อคเป็นอาวุธฟาดแขน ฟาดไหล่ ฟาดหัวลูกน้องสอนลงไปนอน เขมิกาไม่ลดละตามไปตีอีกสามคนที่เหลือ สามคนรุมเขมิกา โยธินวิ่งเข้ามาช่วยลุยลูกน้องสามแต่โดนเตะล้ม โยธินเตะทรายใส่ตาลูกน้องสอนแล้วถีบเข้ากลางเป้า จนลูกน้องสอนกระโดดร้องลั่น
สอนกับลูกน้องอีกคนเข้ามาสมทบเล่นงานเขมิกาจนไม้หลุดมือ โยธินถอยมาพิงหลังกับเขมิกา ทั้งห้าล้อมกรอบเขมิกากับโยธิน เขมิกากับโยธินลุยเตะต่อยสู้ยิบตา โยธินพลาดท่าโดนชกท้องจนจุก ลูกน้องสอนสองคนเข้าด้านหลังเขมิกาจับล็อกแขน เขมิกากระโดดถีบสอนพร้อมกับเสียงปืนดังขึ้น เปรี้ยง!ๆ ทั้งหมดชะงักหันไปมอง

จุมพลถือปืนยาววิ่งเข้ามาพร้อมคนงานชาวเลอีกสองคนซึ่งขณะนั้นฝนเริ่มซาแล้ว
“ปู่”
“ไอ้พวกหมาหมู่ มึงกล้าแตะหลานกูหรือวะ”
จุมพลยิงปืนใส่แบบเฉียดขาหลายนัด ทรายกระจุย พวกสอนโกยแน่บล้มลุกคลุกคลานหนี จุมพลยังยิงไล่หลัง
“ไปบอกไอ้เฮียเม้งนะโว้ย ต่างคนต่างทำมาหากินอย่ามาตีรวนกันอีก ไม่งั้นไม่เอ็งกับข้าต้องตายกันไปข้างหนึ่ง”
เขมิกาวิ่งมาจับปลายปืนไว้ โยธินตามติด
“พอแล้วฮะ เดี๋ยวก็โดนพวกมันจริงๆ ได้ติดคุกกันหรอก”
“จุมพลเจ้าสมุทรไม่เคยกลัวใครโว้ย เอ็งก็เหมือนกันไอ้เข็ม ปู่สั่งไม่ให้ออกทะเล ยังจะดื้อรั้นไม่ฟังกัน”
“ก็เข็มอยากทำงานแทนพ่อนี่ฮะ เห็นเปล่าปู่” เขมิกากางแขนให้ดู “กลับมาไม่เห็นบุบสลาย ไอ้เข็มสลาตันซะอย่าง”
โยธินจุกท้องขึ้นมา กุมท้องตัวงอ
“โอ๊ย”
เขมิกาตกใจมากรีบประคอง
“เฮีย เป็นไง”
“สงสัยจะตับแตก” จุมพลรู้ทัน ส่องปืนไปหาโยธิน
“กินลูกปืนสักนัดมั้ยเจ้าโย จะได้หายสำออย” โยธินรีบยืดตัวตรง ยกสองมือยอมแพ้
“อย่าๆ นะปู่ ผมหายแล้ว” เขมิกาหมั่นไส้กระทุ้งศอกใส่ท้องโยธิน
“นี่ กะล่อนนักนะเฮีย”
“โอ๊ย โหดกันทั้งปู่ทั้งหลาน”

ขณะนั้นปิ้งซิ่งมอเตอร์ไซด์มากับคนงานอีกคนเข้ามาจอดริมถนน ปิ้งร้องลั่น
“เถ้าแก่! นายฑิต(อ่านว่าดิด)ฟื้นแล้ว” เขมิกาดีใจมาก
“จริงหรือไอ้ปิ้ง ปู่ เข็มล่วงหน้าไปก่อนนะ”
“เฮียไปส่ง”
เขมิกาวิ่งไปที่มอเตอร์ไซด์ช้อปเปอร์ของโยธิน คว้าหมวกกันน็อคใส่ โยธินตะบึงไปอย่างเร็ว จุมพลออกคำสั่ง
“ไอ้ปิ้ง เอ็งเอาเรือขึ้นมาผูกให้แน่นหนา แล้วไปตามพรรคพวกมานอนเฝ้าที่แพปลาคืนนี้ เผื่อมันจะกลับมาแว้งกัดเอาอีก ข้าจะไปโรงพยาบาลก่อน”
“ไม่ต้องห่วงเถ้าแก่ ใครแหยมเข้ามา เป็นได้เจอเกือกไอ้ปิ้งแน่”
จุมพลเอาปืนชี้กราด ตวาด
“เออ อย่าเก่งแต่ปาก ไม่งั้นพวกเอ็งนั่นแหละจะโดนเหยียบ”
ปิ้งกับคนงานอีกคนจ๋อยก้มหน้างุด จุมพลรีบเดินไปกับคนงาน

เขมิกากับโยธินดีใจวิ่งเข้ามาในห้องผู้ป่วยของโรงพยาบาล แล้วทั้งคู่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหมอและพยาบาลยืนล้อมเตียง หมอดึงหูตรวจชีพจรออก หันมาทางเขมิกา เขมิกายิ้มแย้มมีความสุข
“พ่อเข็มฟื้นแล้วใช่มั้ยฮะอาหมอ”
หมอเดินเข้ามาหาเขมิกาแล้วแตะบ่า
“ไปกราบพ่อซะ ท่านจะได้จากไปอย่างสงบ”
หมอเดินออกไป พยาบาลตามไป เขมิกาช็อก วิ่งถลาไปหาพ่อ โยธินตามไปยืนข้างๆ เห็นบัณฑิตหลับตานอนนิ่ง
“พ่อ” เขมิกาปล่อยโฮ “พ่อ! ไม่นะ อย่าตายนะ แม่ทิ้งเข็มไปแล้ว พ่อจะหนีเข็มไปแบบนี้ไม่ได้นะ” เขมิกาเขย่าตัวพ่อ “พ่อเคยรับปากเข็มไว้ว่ายังไง พ่อลืมแล้วหรือลูกผู้ชายพูดคำไหนคำนั้นสิฮะ ผิดคำพูดได้ไง”
สัญญาณการเต้นของหัวใจดังรัวๆ เขมิกากับโยธินหันไปมองจอวัดชีพจร ชีพจรเต้นอีกครั้ง
“อาฑิตได้ยินเข็มพูดแล้ว” โยธินบอกอย่างตื่นเต้น
“อาหมอ ช่วยพ่อเข็มด้วย อาหมอ” เขมิกาตะโกนเรียก
หมอ พยาบาล จุมพลวิ่งกันเข้ามา หมอกับพยาบาลมารุมที่เตียง เขมิกาถอยไปยืนกับจุมพล และโยธินไม่
“ต้องร้องไห้ ถ้ามันมีเลือดของปู่ มันต้องไม่ใจเสาะหนีไปง่ายๆ ไม่อย่างงั้นปู่จะตัดพ่อตัดลูกกับมัน” จุมพลบอก
ที่จอแสดงการเต้นหัวใจที่นิ่ง กลับเป็นกราฟขึ้นมาอีกครั้ง เขมิกากับจุมพลยิ้มทั้งน้ำตา เขมิกาหันมาทางโยธิน โยธินยิ้มโอบไหล่เขมิกาเป็นกำลังใจ

ร้านอาหารโรงพยาบาล เขมิกายกกาแฟจะซด โยธินดึงไปจากมือเขมิกา
“กินมากๆ เดี๋ยวก็ตาค้างปวดหัวอีกหรอก กินนี่ดีกว่า”
โยธินวางชามโจ๊กกับปาท่องโก๋บนโต๊ะ
“โจ๊กกับปาท่องโก๋หรือ โรงพยาบาลมีขายหรือเฮีย”
“เฮียไปซื้อมาจากปากซอย โจ๊กหมูไม่ใส่ขิง”
“ปาท่องโก๋กรอบนอกนุ่มใน เนื้อฟูๆ” โยธินกับเขมิกาพูดออกมาพร้อมกัน
ทั้งคู่ยิ้มให้กัน โยธินรู้ใจฉีกปาท่องโก๋ใส่ในโจ๊กให้เขมิกา เขมิกามองซึ้งใจ
“เฮียทำแบบนี้ให้เข็มมากี่ปีแล้ว”
“ทุกเช้าก่อนที่เข็มจะไปโรงเรียน เฮียก็ซื้อมาให้ แล้วรอจนเข็มกินเสร็จ เฮียถึงปั่นจักรยานไปส่งเข็มที่โรงเรียน
ไม่ต่ำกว่าสิบปีมั้ง กินได้ละ ระวังร้อนนะ”
เขมิกาจับช้อนกินไม่ลง ก้มหน้านิ่ง
“ตอนเด็กพ่อเคยหมั่นไส้เฮียด้วยล่ะ เพราะเข็มติดเฮียมาก”
หางเสียงเขมิกาสั่นๆ โยธินรู้ว่าเขมิการ้องไห้จึงแตะบ่าเขมิกา
“กลัวพ่อไม่ฟื้นหรือเข็ม”
เขมิกายังก้มหน้า ส่ายหน้าและทำปากแข็งแต่เสียงสั่น
“เปล่า พ่อต้องฟื้นแน่”
โยธินลุกไปนั่งข้างๆ เขมิกา โอบไหล่เขมิกาแล้วจับหัวเขมิกามาซบบ่า
“ถ้าเชื่ออย่างนั้นจริง ก็ต้องเข็มแข็ง แต่คนเข็มแข็งจะร้องไห้บ้างก็ไม่เป็นไรหรอกนะ”

เขมิกาฟังจบก็สะอื้นออกมา

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

วันต่อมาที่ห้องนวดระดับวีไอพีของสปาจวงจันทร์ อึ่งกับกุ้งกำลังช่วยกันปูผ้าบนเตียงนวด เม้าท์กัน

“ได้ข่าวว่าคุณชานนท์กลับมาแล้วหรือ”
“มั้ง หนีไปเมืองนอกเพื่อเลียแผลใจ ไม่รู้ว่าแผลจะแห้งสนิทแล้วหรือเน่ายิ่งกว่าเดิม”
สองคนหัวเราะกันคิกคัก ขณะนั้นชานนท์เดินมาข้างหลังได้ยินพอดี มีประชา เยาว์ ชิ้น เดินตามเป็นขบวน ทั้งคู่หน้าเสีย กุ้งเห็นชานนท์ก่อนรีบยืนสงบ ปากคอสั่น
“นังขวัญน่ะมันมารยาเยอะ มีแต่เจ้านายเราที่ตาบอดไปยกมันขึ้นมาเป็นเมีย แล้วเป็นไง เห็นปะ ชื่อกระฉ่อน”
เยาว์ทนไม่ไหว
“นังอึ่ง!”
อึ่งตะโกนกลับไปยังไม่หันไปมอง
“โอ๊ยแม่ อย่าเรียกชื่อนี้ หนูเปลี่ยนชื่อเป็นพัชราภาแล้วนะ” อึ่งบอกพร้อมกับหันไปด้านหลัง “เรียกให้เต็มๆ ด้วย” อึ่งเห็นชานนท์ยืนหน้าบึ้งตึงจึงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “คุณชานนท์”
ประชาเดินไปหาอึ่ง
“ไปเบิกเงินเดือนที่เหลือ แล้วพรุ่งนี้ไม่ต้องมาอีก ทั้งสองคน”
อึ่งกับคนงานหญิงร้องลั่น อึ่งยกมือไหว้
“อย่านะคะ หนูไม่กล้าพูดอีกแล้ว พ่อ!”
อึ่งมองชิ้น ชิ้นหันไปหาชานนท์เชิงขอร้อง ชานนท์เห็นแก่คนเก่าแก่ สีหน้าอ่อนลงหันไปหาประชา
“แค่คาดโทษไว้ก็พอ”
ประชาจ้องอึ่ง อึ่งก้มหน้ากลัวหงอ

ชานนท์เดินไปแค่สองก้าวก็ชะงักเมื่อได้กลิ่นน้ำมันหอมระเหยสูตรดอกนางแย้มของขวัญตา ชานนท์โกรธขึ้นมาทันที หันมาทางเยาว์
“ผมสั่งให้เลิกใช้น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ ทำไมยังใช้กันอยู่”
“กลิ่นอะไรคะ” เยาว์พยายามดม “เอ๊ะ มันก็กลิ่นดอกจวงจันทร์สูตรคุณย่าจวงที่ใช้อยู่เป็นประจำไม่ใช่หรือคะ”
“ผมก็ไม่ได้กลิ่น เออ…ที่คุณชานนท์ว่าเหมือนกัน” ประชาพูดแบบเกรงใจ ชานนท์ไม่พอใจมาก เดินเร็วๆ ไปเปิดห้องนั้นห้องนี้ที่ไม่มีลูกค้า 2 ห้อง ประชากับเยาว์รีบตาม “คุณชานนท์ครับ ผมให้คนทิ้งไปหมดแล้ว รับรองว่าไม่
หลงเหลืออยู่แน่”

ชานนท์พุ่งไปเปิดประตูห้องผสมน้ำมันหอมระเหยเจอจรรยายืนถือขวดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้ม ยกดมชื่นใจ ชานนท์ปรี่เข้ามาคว้าไป แล้วปาทิ้งลงพื้น แตกกระจาย
“อ๊าย” จรรยาร้องอย่างตกใจ ประชา เยาว์ตามเข้ามา
“ยังมีหลงเหลือที่ไหน เอามาเททิ้งให้หมด และถ้าใครขัดคำสั่งเก็บไว้ ไล่ออกได้เลย” ชานนท์สั่งประชา จรรยาก้มหน้านิ่ง ชานนท์เดินออกไป
“ได้ยินชัดแล้วใช่มั้ย” ประชาถามขึ้นมา
“ค่ะ” เยาว์รีบตอบ ประชาจ้องจรรยา เยาว์สะกิดแขนจรรยา จรรยาจึงจอบแบบไม่เต็มใจ
“ค่ะ”
ประชาเดินไปตรงหน้าจรรยา
“เธอเก็บไว้ทำไม ไม่รู้หรือว่าคุณชานนท์เกลียดมัน”
“มันคงหลงๆ อยู่ ฉันผิดด้วยหรือที่บังเอิญเจอ” จรรยาบอกเสียงเรียบ ประชาไม่พอใจ เยาว์รีบช่วยจรรยา
“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว รีบไปเก็บกวาดเร็วเข้า” เยาว์จับแขนประชาดึงไปทางประตู “ผู้จัดการออกไปก่อนดีกว่าค่ะ กระเบื้องจะบาดเท้าเอานะคะ ทางนี้น้าดูแลให้เอง”
ประชาเดินออกไป จรรยาก้มเก็บขวด เยาว์หันมามองพร้อมถอนใจ

เขมิกากำลังยกลังโฟมใส่ปลาลงจากท้ายรถ โดยมีโยธินช่วย
“มา เฮียเอง”
“เข็มไหวน่า”
“รู้ว่าไหว แต่เฮียอยากช่วย เราน่ะชักจะทำงานเกินตัวไปแล้ว”
“เข็มต้องทำงานแทนพ่อ ถ้าเข็มไม่ทำ ลูกน้องก็ต้องเหนื่อยกันมากขึ้น ตอนนี้ก็งานเต็มมือกันทุกคน” โยธินแย่งลังมา
“ลืมไปหรือเปล่า ว่านอกจากพ่อกับปู่ เข็มยังมีเฮียสุดหล่อนี่อีกคน”
“เฮียกลับไปช่วยป๋าขายคอมเถอะ ค่อยมายุ่งเรื่องชาวบ้าน” เขมิกาแย่งลังมาเดินเข้าประตูโรงแรม
“ป๋ามีพนักงานเป็นร้อย ไม่ต้องถึงมือเฮียหรอกน่า”
โยธินจะตาม เขมิกาหันมาสั่งเสียงเฉียบ
“รออยู่ที่รถแหละ ไม่ต้องตาม ในครัวเขาไม่ให้คนนอกเข้า”
โยธินชะงักเท้าทันที เขมิกาเดินไป โยธิน ตะโกนตามหลัง
“มาเร็วๆ นะจ๊ะ เฮียคิดถึง”

เขมิกายกลังปลายืนตรงหน้าผู้จัดการที่หน้าประตูครัวของโรงแรม
“คือพ่อฉันป่วยอยู่ คนงานก็ไม่ว่าง ฉันก็เลยมาส่งแทนฮะ” ผู้จัดการจ้องเขมิกาแบบแปลกใจมาก “หน้าฉันมีอะไรหรือฮะ”
“คุณขวัญตาใช่มั้ยคะ” ผู้จัดการถาม เขมิกาถึงกับงง
“ไม่ใช่ฮะ ฉันชื่อเขมิกา เรียกเข็มเฉยๆ ก็ได้ แต่พวกแพปลาเขารู้จักฉันในชื่อไอ้เข็มสลาตัน”
“เออ ตายจริง สงสัยดิฉันจะจำผิดคน แต่หน้าตาเหมือนกันมากจริงๆ”
“เหมือนใครหรือฮะ”

ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์ เขมิกายืนจ้องโปสเตอร์รูปขวัญตาในชุดผ้าถุงโปรโมทสปาจวงจันทร์ เขมิกาถึงกับตะลึงโดยมีผู้จัดการยืนข้างๆ
เขมิกาเดินออกมาด้วยท่าทางเหม่อๆ ครุ่นคิด สับสน โยธินยืนรออยู่ที่รถ
“เรียบร้อยแล้วหรือเข็ม” เขมิกายังไม่ตอบ โยธินแปลกใจ “เข็ม”
เขมิกาสะดุ้งมองหน้าโยธิน
“เฮียว่าอะไรนะ”
“ใจลอยไปไหน เอ๊ะหรือว่าลอยมาหาเฮีย แหม ห่างกันแค่ไม่กี่นาทีเองนะจ๊ะ”
เขมิกาดูเครียดๆ ไม่เล่นด้วย
“ในครัวมันร้อนมากน่ะเฮีย หัวหมองเลยมึนๆ ตึ้บ”
“เห็นมั้ยก็เฮียบอกแล้ว เข็มไม่ต้องทำงานให้เหนื่อยหรอก ลูกเศรษฐีอย่างเฮีย เลี้ยงเข็มได้”
“ทำไมเข็มต้องให้เฮียเลี้ยงด้วย”
“อ้าว ก็เข็มกับเฮีย เราสองคนเป็น…เออ เป็นคนที่รู้ใจกันไง” เขมิกาดูเครียดๆ
“มั่วแล้วเฮีย เข็มไปรู้ใจเฮียตอนไหน กลับดีกว่า เข็มมีงานต้องทำต่อ”
เขมิกาขึ้นรถไปฝั่งคนขับ โยธินยิ้ม
“ดูๆ มีเขินด้วยวุ้ย แฟนใครวะยิ่งเขินก็ยิ่งน่ารัก” โยธินขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับ
“เฮีย”
“จ๋า” โยธินทำเสียงหวานลอยหน้ามาหาเขมิกา
“ถ้าไม่อยากตาย คาดเข็มขัดด้วย”

โยธินหุบยิ้มทันที เขมิกาขับรถออกไป

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

 

เขมิกาอยู่ในห้องนอนบัณฑิต เปิดกล่องเก็บสมบัติของพ่อ หยิบมือถือมากดๆ หารูปดูก็มีแต่รูปตัวเองถ่ายคู่กับพ่อที่แพปลา

เขมิการื้อในกล่องอีกเจอถุงผ้าไหมขนาดพอใส่รูปได้ เขมิกาเปิดออก ดึงของในนั้นออกมาเป็นรูปขวัญตายิ้มสดใส เขมิกาเอามาเทียบกับโปสเตอร์ที่ขอมาจากโรงแรม หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ
เขมิกาคิดย้อนกลับไปตอนที่นั่งคุยกับผู้จัดการโรงแรม
“คุณขวัญตา เป็นคู่หมั้นของคุณชานนท์ เลิศวิริยะเจ้าของจวงจันทร์สปาค่ะ 3 เดือนก่อนเธอมาจัดงานโปรโมทธุรกิจสปาที่นี่ โปสเตอร์นี่ก็ติดไว้นานแล้วพนักงานคงลืมดึงออก”
“เออ ผู้หญิงคนนี้เขาเป็นคนยังไงหรือฮะ”
“อือ ดิฉันก็ไม่ได้คุยกับเธอมากนัก แต่เท่าที่เห็น ก็เป็นคนน่ารัก ไม่ถือตัว ดูคุณชานนท์กับคู่หมั้นจะรักกันมาก
นะคะ ตัวติดกันตลอด แต่น่าเสียดาย…”
“ทำไมหรือฮะ”
“ได้ข่าวว่า หลังจากกลับกรุงเทพฯ ไม่นาน ก็มีเรื่องกัน ถึงขั้นยกเลิกงานแต่งกลางคัน
“เรื่องอะไรฮะ”
“เออ ดิฉันไม่ควรเอาเรื่องลูกค้ามานินทา มันผิดกฎ ต้องขอโทษด้วยนะคะ” ผู้จัดการมองโปสเตอร์บนโต๊ะ “ถ้าคุณบอกว่าเป็น พี่น้องฝาแฝดกัน ดิฉันก็เชื่อนะคะ”
เขมิกาพลิกดูด้านหลังรูป เขียนว่า “ขวัญรักพ่อนะคะ รักมากที่สุด ขวัญตา” เขมิการีบถือรูปออกจากห้อง

จุมพลมือสั่นถือรูปขวัญตา หันมาหาเขมิกา เสียงดุ
“ไม่จริง ปู่มีหลานคนเดียวก็คือเอ็ง จำไว้แค่นี้”
“ปู่เคยบอกเข็มว่าแม่เข็มหนีไปกับชู้ แต่ปู่กลับปกปิดเรื่องที่เข็มมีพี่น้องฝาแฝด ทำไมต้องปิดเข็มด้วย เพราะอย่าง นี้ใช่มั้ยพ่อถึงเอาแต่กินเหล้า อยากจะไปตามหาแม่”
จุมพลเจ็บปวด กระแทกไม้ตะพดกับพื้น
“เอ็งจะให้ปู่พูดว่าเอ็งมีพี่สาว พี่สาวเอ็งได้อยู่กับแม่ ส่วนเอ็งมันไม่เคยแม้แต่จะติดต่อถามไถ่ เอ็งอยากได้ยินอย่างนี้หรือ” เขมิกานิ่งไป ในใจเจ็บปวด “ปู่สั่งนักสั่งหนาไม่ให้ไอ้ฑิตไปติดต่อกับนังกากีอีก แต่พ่อเอ็งมันหัวดื้อขัดคำสั่งปู่” จุมพลปารูปทิ้ง
“ผู้หญิงคนนั้นเข็มไม่สนหรอกฮะ แต่เข็มแค่อยากรู้ว่าพี่สาวเข็มอยู่ที่ไหน ถ้าพ่อกับพี่ติดต่อกัน บางทีเบอร์โทรศัพท์ที่โทรเข้าหาพ่อเป็นเบอร์สุดท้ายอาจจะเป็นเบอร์พี่ก็ได้”
“พอแล้ว ถ้าเอ็งไม่อยากเห็นปู่กระอักเลือดตาย เอ็งต้องลืมเรื่อง พวกนี้ไปให้หมด แล้วห้ามถามถึงสองแม่ลูกนั่นอีก”
“แต่เข็มอยากให้พ่อดีใจ”
จุมพลตัดบท ตวาดเสียงดัง
“พ่อเอ็งต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็นมาคนหนึ่งแล้ว เอ็งก็เห็น อย่าให้มันต้องเกิดขึ้นกับเอ็งอีกคน ปู่คงทนไม่ได้”
จุมพลเดินหนีไป เขมิกากระวนกระวายใจเก็บรูปขึ้นมา

ภายในห้องนอนจุมพล จุมพลนั่งเก้าอี้โยกที่นั่งประจำ มองรูปถ่ายเก่าๆ ซีดๆ ของขวัญตากับเขมิกาตอนยังเป็นทารก จุมพลปาดน้ำตา
อีกด้านหนึ่งที่ห้องนอนเขมิกา เขมิกานั่งอยู่หน้าจอคอมฯ ตาจ้องเว็บจวงจันทร์สปา เขมิกาพูดโทรศัพท์
“เฮีย พรุ่งนี้พาเข็มไปเที่ยวกรุงเทพฯหน่อย เฮียขับรถมารับเข็มตอน 6 โมงเช้า ถ้าไม่เห็นหน้าเฮีย เข็มกับเฮียเลิกนับถือกัน”
เขมิกาตัดสายมองเว็บในจอคอมที่เธอตั้งใจจะไป

โยธินวางโทรศัพท์แล้วร้องออกมาอย่างดีใจ
“ในที่สุดเข็มก็เห็นใจเฮีย ชวนเฮียออกเดทแล้ว เยสๆๆ”
สมคิด พ่อของโยธินเลื่อนหนังสือพิมพ์ที่บังหน้าอยู่ลง
“น่าดีใจตรงไหน เห็นเลี้ยงต้อยมาเป็นชาติเพิ่งจะได้ออกเดท”
“ผมไม่เหมือนป๋านี่ เดทกับสาวอาทิตย์ละคน ลูกเต้าไม่เคยแยแส”
“โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้ว ยังต้องอุ้มโอ๋กันอีกหรือวะ”
สมคิดเดินไปนั่งข้างโยธินโอบไหล่ลูก
“ป๋าจะสอนให้นะไอ้หนูโย”
“ป๋า บอกกี่ทีแล้วอย่าเรียกแบบนี้”
“โทษทีมันติดปาก ฟังป๋านะพรุ่งนี้แกต้องจู่โจมขอแต่งงานกับหนูเข็มไปเลย อย่ามัวแต่เงื้อง่าราคาแพงอยู่ เชื่อป๋า” โยธินคิดตาม

เช้าวันรุ่งขึ้น โยธินอยู่หน้าประตูรั้วบ้านจุมพล ยืนรอเขมิกาอยู่ที่รถแวนราคาแพงของตัวเอง โยธินกำลังเปิดดูที่เที่ยวในไอแพด เขมิกาสะพายเป้เดินออกมา
“ล้อหมุนเลยเฮีย”
“เดี๋ยวๆ เข็ม เฮียมีเดย์ทริปมานำเสนอให้เข็มเลือกก่อน” โยธินยื่นไอแพดให้เขมิกาดู “เข็มชอบที่นี่มั้ย ร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้า มองเห็นวิวกรุงเทพฯ แบบ 360 องศา บรรยากาศงี้โรแมนติกสุดๆ หรือจะขึ้นไปบนดาดฟ้าพื้นหมุนบนตึกที่สูงที่สุดในเมืองไทยดี”
“บนตึกสูงที่สุดดีกว่า หวาดเสียวดี” เขมิกาหยิกแก้มโยธิน “เฮียเนี่ยน่ารักจริงๆ เลย รู้ใจเข็มไปหมด” โยธินยิ้มหน้าบาน “แต่เฮียไปส่งเข็มที่นี่ก่อนนะฮะ”
เขมิกาส่งกระดาษแผนที่ให้ โยธินรับมาดู

“แผนที่ไปไหนอ่ะเข็ม”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ไม่นานต่อมา รถโยธินวิ่งมาเรื่อยๆ ตามเส้นทางในกรุงเทพฯ เขมิกามองแผนที่แล้วรีบบอก

“จอดตรงนี้ๆ เฮีย”
“ถึงแล้วหรือ เข็มบอกอีกสองร้อยเมตรถึงไม่ใช่หรือ”
“เข็มกลัวเข้าไปแล้วจะกลับรถออกมาลำบาก ในแผนที่มันเป็นซอยตันด้วย เฮียจอดรอที่นี่ดีแล้ว เดี๋ยวเข็มกลับมา”
เขมิกาถือเป้จะไป โยธินดึงมือเขมิกาไว้
“เข็มยังไม่บอกเฮียเลยนะว่าจะไปไหน”
“เข็มยังบอกตอนนี้ไม่ได้ เดี๋ยวเข็มกลับมาบอกละกัน”
เขมิการีบลงไปทันที โยธินรั้งไว้ไม่ทัน
“เข็ม! เฮ้ย ปิดๆ บังๆ อย่างนี้หรือจะทำเซอร์ไพรส์ให้เราดีใจ หรือเข็มจะ…”
“เฮีย”
โยธินหันไป เห็นเขมิกานั่งอยู่ในรถก็ตกใจ
“ทำไมเข็มกลับมาไวจังละ” เขมิกายิ้มหวาน
“ขอมือเฮียหน่อยสิ” โยธินงงค่อยๆ ยื่นออกไป เขมิกาสวมแหวนทองเกลี้ยงๆ ให้โยธินที่นิ้วนาง “เข็มจองเฮียแล้วนะ ห้ามปันใจไปให้หญิงอื่น ไม่งั้นตาย” โยธินดีใจมาก
“เข็ม เข็มก็ใจตรงกับเฮียเหมือนกันหรือจ๊ะ”
เขมิกายิ้มหวานพยักหน้า โยธินดึงเข็มเข้ามากอด แต่กลายเป็นว่าโยธินเพ้อสร้างภาพไปเอง โยธินกอดหมอนอิงแนบอก หลับตาเคลิ้มอยู่คนเดียว โยธินลืมตาขึ้นมา
“ถ้าเข็มเซอร์ไพร์สแบบนี้ก็ดีนะสิ เฮียจะได้ขอเข็มแต่งงานตามแผนที่วางไว้”
โยธินยิ้มฝันหวาน

เขมิกาปลอมตัวเป็นผู้ชายใส่สูทแบบเสื้อเอวเชฟ ใส่หมวก ใส่วิกผมสั้นแบบผู้ชาย ใส่แว่นดำยืนอยู่หน้าสปา มองป้ายชื่อ “จวงจันทร์สปา”
เขมิกายืนมองทางเข้าพอจะก้าวเท้า ชิ้นก็ถืออุปกรณ์ซ่อมประปาตรงมาจากอีกทาง
“มาหาใครหรือครับคุณ” เขมิการีบหันมา
“คือ น้าคือ…”
“ผมชื่อชิ้น เป็นหัวหน้าช่างซ่อมบำรุงที่นี่ วันนี้ที่ร้านปิดซ่อมระบบประปา 1 วัน ถ้าจะมาใช้บริการคงต้องเป็นพรุ่งนี้ครับ”
เขมิการีบดึงโปสเตอร์ที่พับไว้ส่งให้ชิ้น
“ผมเป็นโมเดลลิ่ง อยากจะติดต่อผู้หญิงนุ่งผ้าไทยในรูปนี้ ไปเป็นดารา เป็นละครแนวจักรๆ วงศ์ๆ นะครับ”
อึ่งได้ยินวิ่งแจ้นเข้ามา
“เป็นดาราหรือ ช่อง 7 หรือเปล่า พัชราภาเล่นได้ทุกบท แต่บทคนใช้ไม่เอานะ กลัวคนดูไม่อิน พอจะมีบ้างมั้ยจ๊ะ” เขมิการีบซัก
“ได้สิครับ แต่ต้องบอกผมก่อนว่าผู้หญิงคนนี้อยู่ที่ไหน ขอเบอร์โทร หรือที่อยู่ก็ได้ พี่พอจะมีมั้ยครับ จะได้ชวนไปเทสหน้ากล้องพร้อมกันเลย”
ชิ้นคลี่ดูเห็นรูปขวัญตาก็ท่าทางตกใจ
“ที่นี่ไม่มี ไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้”
เขมิกาหันไปทางอึ่ง
“โอ๊ย ฉันไม่รู้หรอก” อึ่งเดินหนีไปเลย
“อ้าว เดี๋ยวสิพี่ ไม่เล่นละครแล้วหรือ”
ชิ้นดึงแขนเขมิกา เขมิกาเห็นท่าไม่ดี
“ออกไปซะดีกว่า ขืนถามมากๆ คุณอาจจะเดือดร้อน”
เขมิกามองชิ้นท่าทางเอาเรื่อง
“โอเคๆ ครับน้า ผมเดินออกไปเองได้”
เขมิการีบเดินไป แล้วแกล้งเดินเลี้ยวหลบมุมคล้ายจะไปหน้าสปา เยาว์โผล่มาหน้าอาคาร
“พี่ชิ้น มัวทำอะไรอยู่ คนงานมันรอพี่มาสั่งงานอยู่”
“ไปเดี๋ยวนี้จ้ะ”
ชิ้นตามเยาว์ไป เขมิกาโผล่หน้าออกมา รีบเดินกลับเข้าไปคนละทางกับชิ้น

เขมิกาแกล้งทำเป็นเดินหลงเข้าไปตรงจุดสระน้ำแร่ด้านนอก เขมิกามองสำรวจหาคน
“จะเริ่มจากตรงไหนดีวะ”
เขมิกามองไปทางสระน้ำแร่ เห็นชานนท์นอนแช่สบายใจ ท่อนบนเปลือยหมด เขมิกาตกใจรีบถอยหลบหลังต้นไม้ จ้องหน้าชานนนท์
เขมิกานึกย้อนกลับไปตอนที่พิมพ์ชื่อชานนท์ เลิศวิริยะ ในกูเกิ้ล หน้าจอปรากฏรูปชานนท์
“ชานนท์ สามีพี่ขวัญนี่” เขมิกาพึมพำออกมาอย่างจำได้ ชานนท์ลุกจากสระน้ำแร่ เขมิกาเห็นชานนท์โป๊ไม่ได้ใส่กางเกง “โหย เต็มๆ”
เขมิกาตาโตตกใจลุกยืนจะหลบไปจากตรงนั้น แต่หัวดันไปชนกับโมบายแท่งอลูมิเนียมที่แขวนอยู่บนกิ่ง
ต้นไม้เหนือหัวของเขมิกาพอดิบพอดี
“โอ๊ย!”
เสียงโมบายดังกรุ๊งกริ๊ง ชานนท์ตกใจรีบลงแช่ในสระต่อ
“ใครน่ะ”
เขมิกาหลบวูบ รีบวิ่งหนีเข้าไปในตัวอาคาร ชานนท์มองเห็นไม่ถนัด รีบขึ้นจากสระคว้าเสื้อคลุม

ตะกร้าหวายใส่ผ้ากระเด็นมาโดนขาจรรยา จรรยากำลังเก็บอุปกรณ์นวดตัวอยู่ จ้องหน้าอึ่ง อึ่งที่เก็บคลุมเตียงยิ้มเย้ยลอยหน้าลอยตา
“ต๊ายขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจ มันลอยออกจากมือพัชราภาไปเอง” จรรยาไม่อยากยุ่ง จะเดินหนี “เป็นไงไม่มีนังขวัญตาคอยแทะเห็บหมัดให้ หงอยเลยละสิ”
จรรยาหันขวับ โกรธ
“จะพูดถึงชื่อนี้ขึ้นมาอีกทำไม”
ขณะนั้นเขมิกากำลังวิ่งหลบชานนท์ผ่านมาพอดี เขมิกาหูผึ่ง รีบหลบฟังหลังกระถางต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ตกแต่งหน้าห้องอยู่
“ทำไม ได้ยินชื่อนี้แล้วมันบาดใจมากหรือไง ก็น่าหรอกนะผู้หญิงหน้าด้านอย่างมัน ใฝ่ต่ำคบชู้ ดันโง่คบมันเข้าไปได้” จรรยากำมือแน่น อดกลั้นไว้ “หรือว่าแกรู้เห็นเป็นใจให้มันสวมเขาให้เจ้านาย”
“นังวอนนอนคุก ขอสักทีสองทีเถอะ”
จรรยาโกรธจัดหยิบตะกร้าใบเดิมขึ้นมาพุ่งเข้าหาอึ่ง เอาตะกร้าฟาดอึ่ง
“โอ๊ยๆๆ อีหนังหน้าปลากระเบน เล่นทีเผลอหรือ”
อึ่งเจ็บ จับตะกร้าอีกด้านได้ ยื้อกัน
“ขวัญส่วนขวัญ ฉันส่วนฉัน อย่าเอามาเกี่ยวกันอีก”
“ว้าย แบบนี้เขาเรียกว่า พอเพื่อนตกต่ำก็ถีบหัวส่ง ดีเนอะ”
จรรยาตบเปรี้ยง อึ่งสู้

เขมิกายืนอึ้งอยู่หน้าห้องไม่คาดคิดว่าจะได้ยินเรื่องแบบนี้
“พี่ขวัญหนีตามผู้ชายหรือ”
เขมิกาเห็นเยาว์วิ่งมาแต่ไกล เขมิการีบก้มหลบอย่างระวัง เยาว์วิ่งเข้าห้อง แยกสองสาว
“อย่าๆ เห็นหน้ากันอยู่ทุกวี่ทุกวัน ตีกันทำไม นังอึ่งไม่ได้ยินหรือบอกให้หยุด”
“ก็มันตบฉันก่อนนี่แม่” อึ่งโวยวาย จรรยาเดินหนี อึ่งจะตาม เยาว์ยึดมือไว้
“อยากโดนไล่ออกหรือไง ลืมแล้วหรือว่าแกโดนคาดโทษอยู่” อึ่งชะงัก

เขมิกาหาทางหลบออกมานอกอาคาร เขมิกาเห็นชานนท์เดินเลี้ยวมุมอาคารมองหาเธอ เขมิกาสะดุ้ง ชานนท์เห็นเขมิกาเต็มๆ เขมิกาวิ่งหลบ ชานนท์ไล่ตาม
เขมิกาวิ่งมาเจอทางตัน เขมิกาเลิ่กลั่กมองกำแพงไม่สูงนักจึงตัดสินใจปีนขึ้นแท็งก์น้ำ กระโดดเกาะขอบกำแพง ชานนท์วิ่งมาถึง มองไปตรงจุดที่เขมิกาปีนกำแพงแต่ไม่เห็นเขมิกาแล้ว ประชาวิ่งตามมา
“เกิดอะไรขึ้นหรือครับ”
“มีคนลักลอบเข้ามา น่าจะมีจุดประสงค์ไม่ดี พอผมเห็นก็รีบวิ่งหนี คุณช่วยโละรปภ.ชุดเก่า แล้วเปลี่ยนทีมใหม่ พรุ่งนี้เลย”

ชานนท์หน้าขรึมเดินไป

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เขมิกาวิ่งหน้าเริ่ดตรงไปที่รถโยธิน เปิดประตูขึ้นไปนั่งหอบ โยธินตกใจ

“เฮ้ย ใครวะเนี่ย คิดปล้นรถหรือ อย่านะ” โยธินตั้งการ์ดเตรียมพร้อม “พ่อฉันมีญาติเป็นนายตำรวจใหญ่ มีเพื่อนซี้เป็นนายพล เพื่อนฉันก็เป็นลูกสส. ถึงแกจะได้รถไปก็ไม่มีทางหนีรอด”
เขมิกาดึงแว่นดำกับวิกออก
“อย่าขี้โม้นักเลยเฮีย เข็มเอง” โยธินงง
“เดี๋ยวๆๆ ตอนออกไปจากรถ เข็มไม่ได้แต่งตัวแบบนี้นี่”
“เข็มไปเดินแบบมา”
“เดินแบบอะไร ทำไมเฮียไม่รู้เรื่อง”
“โห นี่เข็มเห็นอนาคตเลยนะเนี่ย ถ้าได้เฮียเป็นสามี เข็มคงโดนซักขี้แตกขี้แตนเวลาจะทำอะไรแหงๆ”
โยธินยอม เพราะกลัวเขมิกาไม่ยอมแต่งงานด้วย
“ก็ได้ๆ เดินแบบก็เดินแบบ เฮียจะท่องไว้ให้ขึ้นใจ “รักเมีย อย่าเถียงเมีย คำพูดเมียใหญ่กว่าใคร รักเมียต้องเข้าใจ ไม่มีใครใหญ่กว่าเมีย ” เขมิกาหัวเราะ
“ไปคอนโดเฮียเลย ก่อนเข็มจะอ้วกใส่รถเฮีย” โยธินตกใจ
“เฮ้ย ไปทำไมคอนโดเฮีย”
“ที่คอนโดมีคอมใช่มั้ยเฮีย เข็มอยากเล่นเกม” เขมิกาตอบหน้าตาเฉย ดูไม่จริงจังอะไร
“เล่นเกม! แล้วไหนบอกว่าอยากไปเที่ยว”

คอนโดหรูของโยธิน โยธินเดินนำมาถึงหน้าห้องแล้วรีบหันไปหาเขมิกา
“เข็มยืนรอเฮียอยู่หน้าห้องก่อนนะ เฮียขอเก็บข้าวของข้างในให้เรียบร้อยก่อน คือๆ มันรกมาก”
“ไม่เห็นเป็นไรนี่ เข็มไม่ถือ”
เขมิกาจะเปิดประตู โยธินรีบดันไว้
“แต่เฮียถือ เฮียไม่อยากให้เข็มเสียความรู้สึกถ้าเห็น…”
“เห็นอะไร”
“เห็นๆ หนู แมลงสาป ยั้วเยี้ยเต็มห้องไง” เขมิกาสงสัย ดันโยธินออก
“หลีกไป เฮียเก็บความลับอะไรไว้ในห้องแหงๆ ท่าทางเฮียมันฟ้อง”
เขมิกาเดินเข้าห้อง โยธินคิดว่าตัวเองซวยแน่เพราะลืมเก็บหนังสือโป๊

เขมิกาเข้ามาในห้องกวาดตามองหา มองไปที่เตียง เห็นหนังสือโป๊หน้าปกชุดว่ายน้ำเซ็กซี่ เขมิกาเดินไปหยิบดู โยธินรีบวิ่งมาดึงหนังสือจากมือเขมิกาแล้วซ่อนไว้ข้างหลัง
“ไม่ๆ ใช่ของเฮียนะ สงสัยไอ้ช่างที่มาซ่อมแอร์มันลืมทิ้งไว้”
เขมิกามองไปยังหนังสือโป๊อีก 3-4 เล่มบนเตียง
“ท่าจะลืมไว้หลายเล่มเลยนะ”
“เฮ้ย ยังมีอีกหรือ”
โยธินตกใจรีบตามเก็บโยนลงถังขยะ
“เป็นธรรมดาของผู้ชายที่ชอบหมกมุ่นกับเรื่องพรรคนี้”
“ไม่จริง เฮียคนหนึ่งล่ะที่ไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักเข็มอย่างมั่นคง ซื่อตรง ไม่เคยเปลี่ยนแปลง” โยธินบอกเสียงจริงจัง แต่เขมิกาคิดว่าโยธินตลก
“ตลกแล้วเฮีย เข็มว่าเฮียไปหาซื้อข้าวมาให้เข็มกินแก้เลี่ยนหน่อยเหอะ เข็มทนฟังไม่ไหวละ”
“อ้าว แล้วดินเนอร์สุดโรแมนติกบนตึกลอยฟ้าของเราล่ะ”
เขมิกาดันหลังโยธินไปที่ประตู
“ตอนค่ำๆ สิเฮีย ที่สั่งเนี่ยเอามารองท้องก่อน”
“ขอเฮียเก็บห้องให้เรียบร้อยก่อนไม่ได้หรือ”
“อู๊ยย ไม่ต้องแล้ว เข็มหิว รีบไปสิเฮีย อยากเห็นเข็มเป็นลมหรือไง แสบท้องไปหมดแล้วเนี่ย”
“จ้ะๆ ไปเดี๋ยวนี้ เอาอย่างเคยนะ”
“ฮะ ไม่ต้องรีบ เข็มจะเล่นเกมรอ”
โยธินเดินออกไป ปิดประตูห้อง เขมิกามองไปที่คอมพิวเตอร์

เขมิกานั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ พลิกดูรูปแต่งงานขวัญตาด้านหลัง
“หลังรูปแต่งงานของพี่ขวัญ ลงวันที่กำกับไว้ ก่อนวันที่พ่อเกิดอุบัติเหตุแค่สองวัน คนที่โรงงานด่าว่าพี่ขวัญหนีตามผู้ชายไป แสดงว่าเรื่องมันต้องเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน”
ที่หน้าจอคอมเป็นเว็บไซด์ข่าว เขมิกาคลิกดูข่าวย้อนหลังไป 3 เดือน เขมิกากวาดตาเจอข่าวภาพงานแต่งชานนท์ก็ตกใจรีบอ่าน
“งานแต่งชานนท์ เลิศวิริยะนักธุรกิจแฟรนไชส์สปา ล่มไม่เป็นท่า เจ้าสาวหายเข้ากลีบเมฆ เจ้าบ่าวบินหนีไป
ต่างประเทศ หลบกระแสข่าว ลือหึ่ง เจ้าสาวมีชู้ หลังจดทะเบียนสมรสผ่านไปไม่ทันข้ามวัน”
เขมิกาคิดๆ แล้วคลิกไฟล์ที่เปิดทิ้งไว้ขึ้นมาเป็นภาพบ้านเลิศวิริยะอันใหญ่โต

บ้านเลิศวิริยะรายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศสดใส ท้องฟ้าปลอดโปร่ง ทางเข้าสวนผลไม้หลังตึก
แป้นพยายามเอาไม้ตะขอเขี่ยชมพู่ มณฑาเดินพรวดเข้ามา
“นังแป้น”
แป้นสะดุ้งโหยง
“ว้าย คุณนม!”
มือแป้นกระตุกพวงชมพู่หล่นใส่หัวมณฑาพอดี มณฑาโกรธจัด
“นี่แกมาขโมยผลไม้อีกแล้วหรือ” มณฑาเสียงแข็ง ห้วน พูดเน้นๆ “ไม่รู้หรือว่าตรงนี้คือเขตหวงห้าม ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้ามา”
“หนูเห็นมันงอมเต็มที่แล้ว ดีกว่าปล่อยเน่าคาต้นอ่ะ”
“ตะกละตะกลาม ไม่รู้ตายอดตายอยากมาจากไหน อย่าให้เห็นอีก”
“ค่ะ คุณนม”
“เจ้าค่ะ ไม่ใช่ค่ะเฉยๆ ฉันไม่ชอบพวกไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักเด็ก ไม่รู้จักผู้ใหญ่ ใช้ไม่ได้ กลับไปทำงานของแกได้แล้ว”
“เจ้าค่ะ”
แป้นรีบไปอย่างไว มณฑาเดินเข้าไปด้านในของสวน ในมือหิ้วปิ่นโตใส่อาหาร

แป้นวิ่งหลบออกมาจากตึก ชนกับโย่งที่มุมตึกตกใจร้องลั่นกันทั้งคู่
“ว้าย/เย้ย”
แป้นหน้าตื่น โย่งก็หน้าตื่น
“ตกใจอะไรมาไอ้โย่ง”
“ไม่รู้เหมือนกัน”
“อ้าว แล้ววิ่งมาทำไมเล่า”
“มันบอกไม่ถูกอ่ะ เหมือนมีคนดะดะเดินตามตลอดเวลา” แป้นชี้ไปข้างหลัง
“เฮ้ย” โย่งสะดุ้งรีบมาหลบหลังแป้น
“เย้ย อะไรๆ เห็นอะไร” แป้นหันมาหาโย่ง
“เปล่า ฉันจะบอกว่า รู้สึกเหมือนกันเลย พูดแล้วขนลุก” โย่งกลอกตาไปมา
“ผีคุณผู้หญิงหรือเปล่าวะ”
“แกกล้าแช่งคุณผู้หญิงหรือ แรงไปหรือเปล่า” แป้นโวยวาย
“ฉันไม่ได้พูดเอง แต่คนในตลาดเขาลือกันให้แซดว่าคุณผู้หญิงของเลิศวิริยะถูกฆ่าตายเพราะหนีตามชู้”
“ตายแล้วหรือ ไม่จริงมั้ง”

ที่คอนโดโยธิน โยธินหิ้วกล่องข้าวกับน้ำดื่มเดินออกมา
“อะไรวะ อยากจะมาเที่ยวกรุงเทพฯแต่ดันมานั่งเล่นคอม เฮ้ย หรือว่าต้องการอยู่กับเฮียแบบสองต่อสองเพื่อที่จะ ดู๋ดี๋ จู๋จี๋ อะจึ้ย อิอิ” โยธินเคลิ้มเดินถึงหน้าห้อง ผลักประตูเข้าไป “เข็ม เฮียซื้อข้าวผัดปลาเค็มของโปรดมาให้แล้ว” ภายในห้องว่างเปล่า โยธินเดินเข้าไปมองหาเขมิกา “เข็มจ๋า”
ที่หน้าจอคอมปิดเรียบร้อยแล้ว แต่มีกระดาษแผ่นใหญ่แปะไว้ โยธินดึงมาอ่าน
“เฮีย เข็มจะไปหาเพื่อนเก่า เย็นๆ จะกลับ ถ้าปู่โทรมา ให้บอกปู่ว่าเราจะถึงระยองไม่เกิน 2 ทุ่ม”
โยธินปวดหัว เสียงมือถือดัง โยธินเห็นชื่อ “ปู่จอมโหด” ก็ตกใจ รีบรับสาย
“ครับปู่ อ้อ โทรหาเข็มไม่ติดหรือครับ คือมือถือของเข็มแบตหมดครับปู่”
จุมพลยืดเส้นยืดสายอยู่ที่ระเบียง
“ตอนนี้ไอ้เข็มมันทำอะไรอยู่”
“ตอนนี้ ตอนนี้เข็มกำลังเดินซื้อของอยู่ครับ”
“ท่าทางมันดูสบายใจขึ้นมาบ้างหรือเปล่า”
“สบายครับปู่ ยิ้มแย้มแจ่มใส เดินซื้อของเพลินเลยครับปู่”
“ดีแล้ว อย่ากลับดึกกันนักล่ะ ขับรถกลางคืนมันอันตราย”
“กลับไม่ดึกครับปู่ ผมขับรถปื้ดเดียวถึงหัวกระไดบ้านปู่ รับรองไม่เกิน 2 ทุ่ม คร้าบปู่ สวัสดีครับ” โยธินวางสายแล้วทอดถอนใจ

“เข็มนะเข็ม ทำให้เฮียต้องโกหกผู้ใหญ่อีกแล้ว”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ขณะนั้นกำลังเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง ท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างฉับพลัน โย่งวิ่งฝ่าฝนออกมาเก็บปลาตากแห้ง

“หัวตรูจะรอดจากอัสนีบาตหรือเปล่าวะเนี่ย ยัยแก่แร้งทึ้งเอ๊ย ดีแต่ใช้ ดีแต่สั่ง ดีแต่ด่า นี่ถ้าไม่รักไม่ห่วงคุณผู้ชาย ไอ้โย่งลาขาดไปแล้ว” มีมือคนมาเขี่ยไหล่ โย่งปัดออก “อย่ามาสะกิด เห็นมั้ยว่ารีบ” มือเขี่ยอีก โย่งโมโหหันไปด่า “ฟังไม่รู้ภาษาคนหรือไง ว่ากำลังรีบๆ เจ้ย จ๊ากกกก”
เขมิกายืนตัวเปียกปอนอยู่หลังโย่ง ผมยาวเปียกแนบหัว หน้าซีดเผือด ผมบางส่วนปิดหน้าดูเหมือนผี และยิ่งฟ้าแลบ ทำให้หน้าเขมิกาเดี๋ยวสว่างเดี๋ยวมืด โย่งตกใจอ้าปากค้าง พยายามจะพูดแต่พูดไม่ออก หน้าเหยเก
“เป๊ะเลย” สุดท้ายก็ร้องบ้านแตก “ผีหลอกกกก”
โย่งจะวิ่ง เขมิการีบดึงไว้ โย่งยิ่งร้องใหญ่
“ฉันจะมาหาคน คุณชานนท์อยู่มั้ย”
แววนิล มณฑา แป้นได้ยินเสียงโย่ง จึงวิ่งมาหน้าตึก เขมิกาปัดผมที่บังหน้าออก แววนิลเห็นหน้าเขมิกา
“ขวัญตา”
เขมิกาหันไป แววนิลวิ่งเข้าหาเขมิกา กระชากแขนเขมิกาแล้วตบหน้าชนิดไม่ทันตั้งตัว เขมิกาถลาล้มลง
แววนิลเข้าไปตบตีเหมือนคนบ้า
“แก ยังจะกล้ากลับมาอีกหรือ”
“เฮ้ย อะไรวะ อยู่ๆ ก็เข้ามาตีเอาๆ”
เขมิกาผลักแววนิลกระเด็น แต่ยังนั่งเจ็บอยู่ที่พื้น มณฑาเข้ามาประคองก่อนล้ม แววนิลแค้น
“จับมันไว้” แป้น โย่ง ไม่กล้าจับเขมิกา
“กล้าขัดคำสั่งคุณหนูหรือ” มณฑาบอกเสียงเข้ม แป้นกับโย่งรีบเข้าไปล็อกแขนเขมิกา
“เดี๋ยวสิ ฟังก่อน ฉันแค่อยากจะมาคุยกับคุณชา…”
แววนิลจิกผมเขมิกากระแทกหัวเขมิกากับพื้นหญ้า มีเสียงดังโป๊ก! แววนิลตกใจปล่อยมือ เขมิกาค่อยๆ เงยหน้า เลือดไหลจากหน้าผาก เขมิกาหน้ามืดหมดสติ แป้นร้องลั่น
“ตายแล้ว คุณผู้หญิงตายแล้ว คราวนี้ตายจริงแน่ๆ”
แววนิลช็อก โย่งมองก้อนหินที่หญ้าคลุมอยู่
“หัวโขกโดนหินครับ ผมไม่ได้ทำนะครับ ไม่รู้ไม่เห็น” โย่งบอกแล้วลุกยืนถอยหนี แป้นถอยตาม
“หนูก็ไม่ได้ทำ”
มณฑารีบอังจมูกเขมิกา
“ยังหายใจอยู่ค่ะ คงแค่หัวแตก” แววนิลรีบบอกมณฑา
“ลากมันออกไปทิ้งนอกบ้าน แล้วแกสองคนเย็บปากให้สนิท ถ้าไม่อยากไปทัวร์ฮ่องกง” แป้นกับโย่งมองหน้ากัน “เร็วๆ”
แววนิลตวาด แป้น โย่ง รีบพยุงปีกเขมิกาออกไป

ฝนหยุดตก รถชานนท์วิ่งมาช้าๆ รถชะลอจอดเพื่อรอประตูรั้วเปิดแต่แล้วจู่ๆ เขมิกาก็โผล่มาเกาะกระจก
ชานนท์สะดุ้งเฮือก เห็นหน้าผู้หญิงเลือดไหลเป็นทาง เขมิกาที่คุกเข่าอยู่เลื่อนตัวจากกระจกล้มลง ชานนท์รีบเปิดประตู
“คุณ!” ร่างเขมิกาหมอบอยู่ที่พื้น ชานนท์บอกคนขับรถ “มีคนบาดเจ็บ” ชานนท์รีบประคองเขมิกาขึ้นมา พลิกดูหน้าจึงเห็นหน้าเขมิกา ชานนท์ถึงกับช็อกคิดว่าเป็นขวัญตา “ขวัญตา”
ชานนท์มองเขมิกาด้วยสายตาที่ทั้งรักทั้งชิงชัง

เขมิกานอนอยู่บนโซฟาในห้องโถงบ้านเลิศวิริยะ แป้นแปะพลาสเตอร์ให้เขมิกาแบบแหยงๆ ชานนท์ยืนมองเฉย โย่งยืนก้มหน้าเหลือบมองกันกลัวความผิดที่เอาเขมิกาไปโยนทิ้ง แววนิลวิ่งเข้ามา มณฑาตามติด
“พี่นนท์ๆ พามันเข้าบ้านเราทำไมคะ มันอาจออเซาะคิดหลอกพี่นนท์อีก”
ชานนท์ลุกยืนหน้านิ่ง
“นิลรู้หรือว่าเขาอยู่ข้างนอก”
แววนิลตกใจที่ตัวเองเผลอหลุดไป
“เออ มันบอกว่าต้องการกลับมาเอาเงินสินสมรส น้องก็เลยไล่มันไป แต่ที่มันเป็นอย่างนี้ น้องไม่รู้เรื่องนะคะ”
เขมิการู้สึกตัว ตกใจกระเด้งนั่งขึ้นมา
“เฮ้ย ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย” เขมิกาบอกเสียงดัง โย่งกับแป้นตกใจเสียงเขมิกา จึงร้องเสียงดังประสานกัน
“ว้าย!/เฮอ!”
“พี่ชายต้องไล่ผู้หญิงคนนี้ไปนะคะ มันคบชู้ทำให้ตระกูลเราต้องอับอายขายหน้า” แววนิลบอก เขมิกาลุกยืน”ไม่ใช่นะฮะ คือฉันเป็นน้อง…”
“หนีตามผู้ชายไป แล้วยังมาตีหน้าซื่อ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หน้าด้านไม่มียางอาย” แววนิลต่อว่าเขมิกางง
“ถ้าคิดจะกลับมาเอาเงินสินสมรส อย่าหวัง ฉันไม่มีวันให้เธอแม้แต่บาทเดียว โย่ง แป้น เชิญผู้หญิงคนนี้ออกไป” ชานนท์บอกเสียงเรียบแล้วเดินเข้าด้านใน เขมิกาจะตาม
“เดี๋ยวก่อนสิคุณ ฟังฉันพูดก่อน”
“ไม่ได้ยินที่คุณผู้ชายสั่งหรือ”
มณฑาบอก แป้นกับโย่งดึงแขนเขมิกาคนละข้างดึงไป เขมิกาพยายามอธิบาย
“ฉันมาดีนะไม่ได้มาร้าย ฉันต้องการมาถามข่าว…”
“ช้าอยู่ทำไม เอานังโสเภณีนี่ไปให้พ้นหน้าฉัน และอย่าให้มันกลับเข้ามาได้อีก ไม่งั้นพวกแกจะถูกเฉดหัวออกไปแทน”
แป้นกับโย่งรีบดึงเขมิกาออกไป

“ปล่อยฉันก่อน”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เขมิกาถูกผลักออกมานอกประตูรั้ว แป้นกับโย่งรีบปิดประตู เขมิกาพยายามดันประตู

“ฟังนะ ฟังฉันพูดให้ดี แล้วไปบอกเจ้านายเธอด้วย ว่าฉันไม่ใช่พี่…”
แป้นกับโย่งล็อคประตู
“คุณผู้หญิงรีบๆ ไปซะเถอะ อย่าให้พวกหนูต้องเดือดร้อนไปกว่านี้”
“ใช่ไปซะ ก่อนที่ไอ้โย่งจะทนไม่ไหวแก้แค้นแทนคุณผู้ชาย ไปโว้ยนังแป้น”
โย่งกับแป้นรีบไป เขมิกาเขย่าประตูรั้ว
“ไรเนี่ย บ้านนี้ต้อนรับแขกกันแบบนี้หรือ”
ขณะนั้นชานนท์ยืนมองเขมิกาที่ประตูรั้ว สายตายังอาวรณ์ ทั้งรัก ทั้งแค้น

ค่ำวันเดียวกันนั้นโยธินขับรถเข้ามาจอดหน้าคอนโดแล้วตรงดิ่งไปหารปภ.
“ขอโทษครับ เห็นเพื่อนผมกลับมาหรือยังครับ”
“ผู้หญิงที่พี่ให้ผมดูรูปในมือถือนะหรือครับ ยังไม่เห็นเลย จะหลงทางหรือเปล่าครับ” โยธินร้อนใจเพราะเป็นห่วงเขมิกา
“ผมขับรถวนหาแถวนี้หลายรอบแล้ว ไม่มีใครเห็น”
“ผมว่าแจ้งตำรวจช่วยตามหาดีกว่า”
“ดีเหมือนกัน ขอบคุณครับพี่”
โยธินจะตรงไปที่รถ เสียงมือถือดัง โยธินเห็นรูปจุมพลโทรเข้ามา โยธินทำหน้าหวาดเสียวขณะรับสาย
“ครับปู่”
“นี่ก็ปาเข้าไป 2 ทุ่มแล้ว ทำไมยังไม่กลับกันอีก ขอสายเข็มหน่อยสิ พอปู่ใจดีเข้าหน่อยก็หลงระเริงกันหมด” โยธินทำหน้าสยอง
“ขะเข็ม ไปหาเพื่อนครับปู่ ยะยะยังไม่กลับมาเลย”
“ว่าไงนะ” จุมพลเสียงดังลั่น โยธินแสบหูรีบดึงมือถือห่างหู

วันต่อมาบนเรือใหญ่ที่แพปลา จุมพลชี้ไม้ตะพดไปข้างหน้า
“จับมันไว้”
ปิ้งกับคนงานเข้าไปล็อกแขนโยธินที่ยืนจ๋อย
“ปู่ จะทำอะไรผม ผมไม่รู้จริงๆ ว่าเข็มอยู่ไหน เข็มบอกว่าจะไปหาเพื่อน แล้วๆ ก็หายไปเลย ผมรออยู่เกือบทั้งคืน ก็ไม่มา”
“เสียแรงที่ผมไว้ใจคุณ แต่คุณไม่เป็นสัปปะรดเลย” ปิ้งต่อว่า จุมพลเอาไม้ตะพดเคาะเข่าปิ้ง ปิ้งกระโดดเหยง “โอ๊ย!”
“อย่าแย่งข้าพูด” จุมพลพูดกับโยธินต่อ “ใจก็คิดว่าวันหนึ่งจะมาเกี่ยวดองเป็นญาติกัน ถึงได้ยอมให้ไอ้เข็มไปไหนมาไหนด้วย แต่เอ็งกลับไม่มีน้ำยา ทำหลานข้าทั้งคนหายไป เพราะฉะนั้นเอ็งต้องชดใช้ จับมันโยนลงไป”
โยธินกลัวปู่เอาจริง
“อย่านะปู่ ถ้าป๋าผมรู้ ปู่จะพูดกับป๋าผมยังไงอ่ะ”
“ไอ้คิดมันมีเมียเยอะ ให้มันปั๊มเอาใหม่สิวะ โยนลงไป”
โยธินโดนลากไปที่กาบเรือ โยธินรั้งตัวไม่ยอม

โยธินพยายามดิ้น เหลียวหน้าตะโกน
“ผมว่ายน้ำไม่เป็นนะปู่ ปู่ก็รู้นี่ เท่ากับฆ่าผมเลยนะเนี่ย”
“เรื่องของเอ็ง มันดื้อดึงนักก็ถีบมันลงไปเลย”
“ปู่ใจร้าย มิน่าอาฑิตถึงได้ไปร้องไห้กับป๋าบ่อยๆ”
จุมพลเข้าไปกระชากคอเสื้อโยธิน
“อะไรนะ ใครร้องไห้”
“อาฑิตลูกชายปู่นั่นแหละ เขาว่าปู่เป็นจอมบงการ” จุมพลโกรธจัด
“ก็เพราะมันอ่อนแอ เป็นได้แค่ไอ้ขี้แพ้ เกิดเป็นผู้ชายชาติหนึ่งมันต้องเข้มแข็ง เป็นหลักให้ครอบครัวได้ เอ็งก็เหมือนกัน ท่าดีทีเหลวดูแลไอ้เข็มไม่ได้ ก็สมควรลงไป”
โยธินร้องลั่น จู่ๆ เสียงเขมิกาก็ดังขึ้น
“อย่าปู่” จุมพลชะงัก เขมิกาวิ่งหน้าตื่นเข้ามา เขมิการีบดึงโยธินจากมือจุมพล “ปู่อย่าทำเฮียโยนะ มันเป็นความผิดของเข็มเอง”
จุมพลดีใจแว่บนึงที่เห็นหน้าหลาน แต่รีบทำเป็นโกรธชี้หน้า
“เอ็งหายไปไหนมา ไอ้ตัวดี”

เขมิกายืนก้มหน้าสำนึกผิด จุมพลนั่งหน้าบึ้ง
“คือๆ”
จุมพลกระแทกไม้ตะพด
“คือๆ อยู่นั่นแหละ คืออะไร”
เขมิกาสะดุ้ง รีบถอยไปยืนห่างๆ
“รถแท็กซี่ที่เข็มนั่งมันเสียกลางทาง ฝนก็ตกหนัก หารถไม่ได้สักคัน เข็มพยายามติดต่อปู่ ติดต่อเฮียโยแล้ว แต่มันโทรไม่ติด”
“แน่ใจนะว่าพูดเรื่องจริง”
“โธ่ เข็มจะโกหกปู่ไปเพื่ออะไร” จุมพลคิดๆ ลุกยืน
“ครั้งนี้จะยกโทษให้ แต่ต่อไปอย่าหายไปโดยที่ปู่ไม่รู้”
เขมิกาเดินไปหาจุมพล พูดแบบเกรงใจ
“เข็มไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะปู่ ปู่ไม่เห็นต้องเป็นห่วงเข็มเลย เข็มมีวิชาป้องกันตัวที่ปู่สอน รับรองเอาตัวรอดได้”
“แต่ปู่ไม่อยากเสียเอ็งไปอีกคน” จุมพลตวาด
“ทำไมปู่พูดเป็นลางไม่ดีอย่างนี้ฮะ เข็มชักใจไม่ดีแล้วนะ”
“มันเกิดขึ้นตอนที่เอ็งอายุแค่ขวบเดียว วันนั้น…”

จุมพลเริ่มเล่าถึงเหตุการณ์ในอดีต

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เหตุการณ์ภายในตอนนั้น ท้องฟ้าทะมึนน่ากลัว ลมพายุคลุ้มคลั่งรุนแรง ฝนยังไม่ตก อิงอรอุ้มลูกสองคนวิ่งออกมาที่ชายหาด บัณฑิตวิ่งตามออกมา

“อย่าไปนะอร อย่าทิ้งพี่ไป”
อิงอรหันมามอง
“อรอยู่กับพี่ต่อไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ทั้งอรทั้งลูกคงมีแต่กลิ่นปลาเน่าติดตัวไปจนตาย อรจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว”
อิงอรจะไป เจอจุมพลยืนขวางหน้า
“ถ้าหล่อนอยากจะไปก็ไปแต่ตัว ห้ามเอาหลานข้าไป เอามานี่”
จุมพลแย่งเขมิกามาได้ ทั้งเขมิกาทั้งขวัญตาร้องไห้จ้าเสียงดัง รถยนต์วิ่งมาจอดริมถนนติดกับหาด นักธุรกิจบีบแตรเร่งเร้า อิงอรเห็น รีบอุ้มขวัญตาจะไปที่รถ
“พี่ไม่ให้อรไป พี่รักอร พี่จะเลิกอาชีพนี้ แล้วไปอยู่กับอรที่กรุงเทพฯ ก็ได้” อิงอรสะบัด
“คนอย่างพี่หรือจะทำได้ อยู่เป็นลูกแหง่ของตาแก่นี่ต่อไปเถอะ”
จุมพลเดินตรงรี่มาหาอิงอร
“แก นังผู้หญิงแพศยา” อิงอรกลัวรีบวิ่งไปที่รถ เปิดประตูขึ้นไป บัณฑิตตามไม่ทันร้องเรียกอิงอร ร้องห่มร้องไห้ เขมิการ้องไห้ไม่หยุด “ไม่ต้องร้อง อยู่กับปู่นะ จำไว้มันไม่ใช่แม่เข็มอีกต่อไป”

“นับจากอิงอรพาพี่สาวเอ็งไป ปู่ก็ไม่รู้ความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับขวัญตาอีกเลย พ่อเอ็งก็ฝังอดีตลงในขวดเหล้าเมาหยำเปไม่เว้นแต่ละวัน” จุมพลบอกเสียงเครือ “ไอ้แก่คนนี้ไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่พ่อเอ็งมันก็เกลียดปู่ มีแต่ไอ้เด็กกำพร้าหัวดื้อเพียงคนเดียวที่ปู่ฝากความหวังได้”
เขมิกาเข้าไปกอดจุมพล ร้องไห้
“ปู่ไม่ได้มีเข็มแค่คนเดียว เข็มเองก็เหลือปู่แค่คนเดียวเหมือนกัน เข็มจะอยู่กับปู่”
จุมพลกลั้นน้ำตา ดันเขมิกาออกแล้วพูดเสียงดุ
“อย่าอ่อนแอ ห้ามร้องไห้ ถ้าร้องออกมาละก็ ปู่จะหวดให้”
เขมิกาพยักหน้ารีบปาดน้ำตา

บ้านเลิศวิริยะ ชานนท์ลงจากรถ โย่งยืนรออยู่เข้ามารับกระเป๋าทำงาน
“วันนี้คุณผู้ชายกลับเร็วกว่าทุกทีนะครับ ไอ้โย่งวิ่งมารับเกือบไม่ทัน”
“เขากลับมาอีกหรือเปล่า”
“ใคร เค้าไหนครับ คุณผู้หญิงน่ะเหรอ”
แววนิลกับมณฑาเดินออกมาได้ยิน
“มันไม่ใช่คุณผู้หญิงของบ้านนี้อีกต่อไป พี่นนท์ถามถึงมันอีกทำไมคะ พี่นนท์ใจอ่อนอีกแล้วเหรอ”
ชานนท์ปากแข็ง พูดจริงจัง
“นิลพูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยพี่ ถ้าพี่รักใครก็รักอย่างถึงที่สุด พร้อมจะเชื่อถือในตัวเขาทุกอย่าง แต่ถ้าพี่เกลียดใครแล้วต่อให้ร้องไห้ทุรนทุรายอยู่ตรงหน้า พี่ก็ไม่มีวันใจอ่อน” แววนิลยิ้ม
“น้องเชื่อพี่นนท์ค่ะ ต่อไปน้องจะไม่พูดถึงมันอีก”
“พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ แล้วค่อยเจอกันที่โต๊ะอาหารจ้ะ”
“ค่ะ”
ชานนท์เดินไป โย่งหิ้วกระเป๋าตาม
“นมคิดว่า พี่นนท์เกลียดนังขวัญตาจริงมั้ย”
“คงจะทั้งรักทั้งแค้น”
“ถ้ามันกลับมาอีก นิลจะฆ่ามันเอง คอยดู”

ที่โรงพยาบาล บัณฑิตนอนหลับตานิ่งบนเตียง เขมิกานั่งข้างเตียงจับมือพ่อมาแนบแก้ม
“พ่อตื่นขึ้นมาเร็วๆ นะ เข็มอยากให้พ่อได้ปรับความเข้าใจกับปู่ เข็มรู้ว่าปู่รักพ่อมาก แต่ปู่เป็นคนปากแข็ง พ่อก็รู้นี่” มือบัณฑิตขยับจับแก้มเขมิกา เขมิกาดีใจ “พ่อ”
บัณฑิตค่อยๆ ลืมตา พยายามขยับปากแต่เสียงแทบไม่มี เขมิกาเข้าไปฟังใกล้ๆ ปากพ่อ
“พ่อว่าอะไรนะ เข็มไม่ได้ยิน”
“ขวัญตา พ่ออยากเจอขวัญตา”
“แต่ปู่ไม่อยากให้เข็มติดต่อกับพวกเขานะพ่อ”
บัณฑิตส่ายหน้า เกิดอาการชักรุนแรง เขมิกาตกใจร้องเรียก
เขมิกาสะดุ้งเฮือกร้องออกมา
“พ่อ! เข็มยอมแล้ว เข็มจะไปตามพี่มาให้ พ่อๆๆ”
เขมิกาลืมตาปึ้ง เงยหน้าจากขอบเตียงพ่อ หน้าตื่นมองไปที่เตียงเห็นบัณฑิตนอนสงบนิ่ง เขมิกาบีบมือพ่อไว้แน่น สังเกตหางตาพ่อมีน้ำตาไหลลงมา เขมิกาเอื้อมมือไปแตะดู เขมิกายิ่งสงสารพ่อกุมมือพ่อแนบอก “เข็มจะไปพาพี่ขวัญมาให้พ่อฮะ พ่อต้องรอนะ”

โยธินโดนผูกตา เขมิกาจูงมาหยุดที่ชายหาด เขมิกาหันมาหาโยธิน
“เฮียเปิดผ้าได้แล้ว” โยธินดึงผ้าลงมา เขมิกาผายมือเก๋ “restaurant ยินดีต้อนรับค่า” โยธินมองตาม เห็นโต๊ะดินเนอร์ตั้งอยู่ที่ชายหาดก็ตะลึง “นั่งสิเฮีย มื้อนี้เข็มจัดเต็มเพื่อเฮียโดยเฉพาะ”
เขมิกาดึงโยธินไปนั่ง
“เนื่องในโอกาสอะไรหรือเข็ม วันเกิดเฮียก็ไม่ใช่”
“คืองี้เฮีย อยู่ๆ เข็มก็รู้สึกว่าเข็มละเลยเฮียไป เฮียดีกับเข็มทุกอย่าง เข็มก็เลยอยากทำสิ่งเล็กๆ น้อยๆ นี่เพื่อเฮียบ้าง ในสายตาเข็ม เฮียเจ๋งมาก”
โยธินปลื้ม ตื่นเต้นคิดว่าเขมิกาจะต้องพูดเรื่องความรัก
“เข็มจะบอกว่าผู้ชายอย่างเฮียหาไม่ได้ที่ไหนอีกแล้วใช่มั้ย”
“อื้อ”
“แต่เฮียว่าเข็มต้องมีมากกว่านี้ คงไม่ใช่แค่อยากเลี้ยงอาหารเฮียหรอก”
“เข็ม เข็มไม่กล้าพูดอ่ะ มันกระดากปากไงไม่รู้” เขมิกาอึกอัก โยธินคิดว่าเขมิกาจะสารภาพรัก
“ไม่เป็นไรหรอก พูดมาเถอะ เฮียจะไม่มีวันมองว่าเข็มเป็นผู้หญิงไม่ดี แต่เฮียจะดีใจมาก ถ้าเข็มเปิดใจกับเฮียตรงๆ เฮีย…จะได้เปิดของเฮียบ้าง”
“คือ เราสองคนก็สนิทกันมานานแล้วเนอะ”
โยธินตีหน้าจริงจังรอฟัง ลุ้นมาก
“ใช่ นานจนถึงเวลาแล้วละเข็ม”
“ถ้าเข็มขออะไรบางอย่างจากเฮีย ก็คงไม่น่าเกลียด” โยธินจ้องหน้าเขมิการอฟัง
“พูดมาเลยจ้ะ หัวใจเฮียเต้นตึ๊กตั๊กไปหมดแล้ว”
“เข็มอยากจะขอให้เฮียช่วยพูดกับปู่ ให้เข็มไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะปู่ไว้ใจเฮียที่สุด”
“นี่หรือที่เข็มบอกว่ากระดากปากจะพูด”
“เฮียก็รู้นี่ว่าปู่ดุแค่ไหน เฮียต้องเสี่ยงตายมากเลยนะ ถ้าเข็มจะให้เฮียออกหน้าพูดให้ เข็มเกรงใจอ่ะ”
โยธินผิดหวัง ลุกยืน เสียงเศร้า
“เฮียกินไม่ลงแล้ว ขอบใจสำหรับอาหารมื้อนี้นะจ๊ะ”
โยธินคอตกเดินไป เขมิกาลุกยืนตะโกนถาม
“เฮีย แล้วเรื่องที่เข็มขอร้องละ เฮียยังไม่ตอบเลย”

โยธินหันมามอง เห็นเขมิกาหน้าละห้อยก็ใจอ่อนถอนใจ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

วันต่อมาที่สะพานปลา คนงานกุลีกุจอแบกลังปลาขึ้นจากเรือ จุมพลกับปิ้งเดินเข้ามา ตวาดคนงานที่นั่งเฉย

“อ้าว ไอ้นี่นั่งเฉยทำไม กินแรงเพื่อนหรือ เดี๋ยวปัดฟาดด้วยเสากระโดงเรือซะนี่”
คนงานกลัวหงอรีบไปทำงาน เขมิกาตามตื้อ โยธินตามหลัง
“ปู่ว่าไงอ่ะ เข็มไปอบรมแค่สามเดือนเอง ค่าอบรมก็ฟรีเลี้ยง อาหารฟรี ไม่ไปน่าเสียดายนะปู่”
จุมพลกับปิ้งหันมาตวาดเสียงดัง
“ไม่ได้/ไม่ได้”
จุมพลเอาไม้ตะพดหวดปิ้ง ปิ้งหลบทัน
“อย่าเจ๋อ”
“ปู่ชอบเผด็จการ”
“ปู่เป็นปู่ จะทำอะไรก็ได้”
“สมัยนี้การแข่งขันมันสูงนะฮะปู่ เข็มจะได้เอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาพัฒนากิจการเรา อีกอย่างปู่จะให้เข็มคุมคนงานแทนพ่อ เข็มก็ต้องเก่งหลายๆ ทาง ลูกน้องมันถึงจะเชื่อถือ”
จุมพลคิดๆ เขมิกากระแทกศอกให้โยธินช่วย
“ผมเห็นด้วยนะครับปู่ เข็มไปพักที่คอนโดผม รับรองปลอดภัย”
จุมพลจ้องเขมิกา
“ใครจะรับประกันว่าพูดจริง คราวก่อนก็เหลวไหลมาทีนึงแล้ว” เขมิการีบชี้ไปที่โยธิน
“เฮียโยเลย เฮียโยเอาหัวเป็นประกัน”
โยธินมองหน้าเขมิกา เขมิกาถลึงตาใส่
“ครับปู่ ผมรับประกันเอง ปู่ให้ผมแก้ตัวอีกสักครั้งนะครับ” จุมพลจ้องหน้าโยธิน
“ก็ได้ คราวนี้ถ้าเอ็งพลาดอีก ข้าเอาจริง ยิงจริง กระสุนจริงๆ”
จุมพลทำนิ้วแทนปืนจ่อที่หน้าผากโยธิน
“ครับปู่ ผมมั่นใจว่าเข็มจะไม่ทำให้ผมหัวขาด”
โยธินมองเขมิกาหน้าแหยๆ เขมิกาโอบไหล่โยธิน
“อยู่แล้ว งั้นเข็มไปเก็บเสื้อผ้าก่อนนะฮะ”
เขมิกาจะไป จุมพลเรียกไว้เสียงดุ
“เดี๋ยว” เขมิกาหันมา “เอ็งต้องกลับมาหาปู่ทุกอาทิตย์ ถ้าหายหัวไป ไอ้นี่” จุมพลชี้โยธิน “จะโดนสับเป็นเหยื่อปลาฉลาม”
ปิ้งชูขวานสับๆ โชว์ โยธินสะดุ้งหวาดเสียว
“พรุ่งนี้เฮียขับไปส่งเข็มให้ถึงหน้าคอนโดเลยนะ แล้วก็ถ่ายคลิปมาให้ปู่ดูเป็นหลักฐานด้วย แฮปปี้มั้ยปู่”
จุมพลรับคำในลำคอดูน่ากลัว

เขมิกาเดินหนีโยธินมาตามทาง
“เฮียไม่ต้องไปส่งเข็มนะ เข็มไปเอง” โยธินเดินตาม
“ก็ไหนบอกปู่ว่าจะให้เฮียไปส่ง” เขมิกาหยุดเดินหันมา
“เฮียก็มารับเข็ม แล้วไปส่งที่คิวรถทัวร์ ปู่ไม่รู้หรอกน่า”
“ถึงปู่ไม่รู้แต่เฮียก็เป็นห่วง เฮียต้องไปเห็นกับตาว่าเข็มไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ตกลงตามนี้” เขมิกาเห็นโยธินเอาจริง เลยยอม
“เฮ้อ เอางั้นก็ได้ แต่เข็มมีกฎเหล็กที่เฮียต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด”
โยธินมองเขมิกาอย่างสงสัยว่าคืออะไร

เย็นวันใหม่ต่อมา แววนิลจูงมือชานนท์มาหยุดที่มุมหนึ่งของสวน
“วันนี้น้องตั้งใจจัดดินเนอร์พิเศษให้พี่นนท์ค่ะ”
ชานนท์มองไปที่ศาลาซุ้มดอกไม้ เห็นปรียาอยู่ชุดราตรียาวนั่งตัวลีบที่โต๊ะ มีเชิงเทียนประดับ โรแมนติก
ชานนท์จะเดินกลับแต่แววนิลดึงมือไว้
“น้องขอร้องนะคะ คนที่น้องรักมากที่สุดในโลกนี้ มีเพียงแค่สองคน คือพี่นนท์กับปรียา ถ้าพี่นนท์แต่งงานกับปรียา น้องคงนอนตายตาหลับ”
“อย่าพูดถึงเรื่องตาย” แววนิลน้ำตาคลอ
“คนผ่าตัดเปลี่ยนไตมีอายุไม่ยืน พี่ชายก็รู้ข้อนี้ดีนี่คะ”
“พี่จะดูแลนิลอย่างดี พี่สัญญา”
ชานนท์บอกแล้วจะเดินไป แววนิลรีบพูด
“แล้วปรียาละคะ ปรียาไม่มีญาติที่ไหนนอกจากน้อง”
ชานนท์หันกลับมา มองไปที่ปรียา ที่โต๊ะดินเนอร์ ปรียาลุกยืนมองไปที่พี่น้องสองคน แต่ไม่ได้ยินเสียงสนทนากัน
“ด้วยการบังคับให้พี่แต่งงานกับเขาหรือ” ชานนท์ถามน้องสาว แววนิลเข้าไปเกาะแขน อ้อนวอน
“น้องขอ แค่ลองเปิดใจคบดูไม่ได้หรือคะ ถ้าเข้ากันไม่ได้จริงๆ ก็ไม่ต้องแต่ง พี่นนท์เองก็ยังไม่มีใครนี่คะ หรือเพราะผู้หญิงคนนั้นทำให้พี่นนท์อยากครองโสดไปตลอดชีวิต” ชานนท์โดนจี้ใจ จ้องหน้าแววนิล “น้องขอโทษที่เอ่ยถึงมันอีก แต่น้องอยากเห็นพี่นนท์มีความสุข”
“ความสุขสำหรับพี่มันหมดไปนานแล้วนิล ทุกวันนี้พี่คิดแต่ว่าจะทำหน้าที่พี่ชายให้ดีที่สุดได้ยังไง ทำให้ลูกน้องมีกินมีใช้ได้ยังไง เท่านั้นแหละ สำหรับพี่”

แววนิลยิ้มกอดพี่ชายด้วยความรัก

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ปรียากับชานนท์นั่งกินข้าวกันเงียบๆ ปรียามีท่าทางเกรงใจชานนท์

“พี่นนท์ไม่ต้องทำตามที่นิลขอร้องหรอกนะคะ ปรียาไม่อยากทำให้พี่นนท์หนักใจ”
“ปรียาชอบพี่หรือ” ชานนท์ถามออกมาตรงๆ ปรียาก้มหน้า ส่ายหน้าน้อยๆ
“ปรียาไม่กล้าแม้แต่จะคิด พี่นนท์อยู่สูงกว่าปรียาทุกอย่าง ปรียาเป็นแค่เด็กที่มาจากครอบครัวแตกแยก ปรียาเทียบพี่นนท์ไม่ได้เลย” ชานนท์ยิ้มขมขื่น
“พี่เป็นแค่ผู้ชายที่ล้มเหลวคนหนึ่งเท่านั้น”
“แต่มันไม่ใช่ความผิดของพี่นนท์นะคะ”
“อย่าเข้าข้างพี่ ถ้าเธอไม่รู้อะไร” ชานนท์บอกเสียงเข้ม ปรียากลัวไม่กล้าโต้เถียง ก้มหน้านิ่ง ชานนท์มองปรียา แล้วตักกับข้าวให้ “สมมุติว่าถ้าเราเริ่มจากกินข้าวด้วยกันก่อน จากนั้นก็ค่อยๆ ศึกษาดูนิสัยกันไปเรื่อยๆ ลงเอยที่ตรงไหนตรง นั่นก็คือคำตอบ เธอคิดว่าไง”
ปรียายิ้มทั้งน้ำตาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง
“พี่นนท์” ปรียามองตาชานนท์ซาบซึ้งรักมาก “พี่นนท์พูดจริงหรือคะ”
ชานนท์หน้าขรึมไม่แสดงอารมณ์ยินดี
“เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาล้อเล่นกัน”
ฟ้าร้องเปรี้ยง! ปรียาตกใจปล่อยช้อน ปรียาเอามือปิดหู
“อ๊าย”
ชานนท์รีบลุกไปหาปรียา นนท์
“ฝนทำท่าจะตก รีบหลบเข้าด้านในดีกว่า”
แป้นวิ่งหน้าเริ่ดเข้ามา
“คุณผู้ชายๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ โน้น ทางโน้น มา มา มาอีกแล้ว”
โย่งวิ่งมาอีกคน กางแขนห้ามชานนท์
“คุณผู้ชายอย่าไปนะครับ เชื่อไอ้โย่ง” ชานนท์คิ้วขมวด
“พูดอะไรกันไม่รู้เรื่อง ถอยไป ฉันไปดูเอง”
ชานนท์รีบเดินไป ปรียาหันมาถามแป้น
“อะไรมาหรือ”
“คนที่คุณก็รู้ว่าคือใคร”

เขมิกาอยู่ในห้องโถงบ้านเลิศวิริยะพร้อมกับกระเป๋าเป้ใบใหญ่มา 1 ใบ กระเป๋าโน้ตบุ๊ก 1 ใบ แววนิลดึงเสื้อผ้าจากกระเป๋าเป้ออกมาปาทิ้งตรงหน้าเขมิกาซึ่งนั่งอยู่ที่โซฟา เขมิกานั่งยกขาข้างหนึ่งพาดเข่า ท่าทางกวนประสาท
“เอาเสื้อผ้าของแกออกไป ฉันไม่ให้แกอยู่ อย่าได้หวังว่าจะได้เหยียบเข้ามาได้อีก”
แววนิลปาใส่เขมิกา เขมิกาหลบ
“โอ๊ย ใจเย็นก่อนน่าเจ๊”
“ฉันไม่ใช่เจ๊! ไปให้พ้นพี่นนท์เขาไม่รักแกแล้ว เขาเกลียดแกเข้ากระดูกดำ รู้ตัวไว้ซะด้วย” แววนิลปากางเกงเล ใส่หน้าเขมิกา เขมิการับทันลุกยืน เดินเข้าหาแววนิล แววนิลตกใจถอยหลัง “แกจะทำอะไร”
เขมิกาสะบัดกางเกงเล ตรงหน้าแววนิล
“เซ็งเป็ด กางเกงยังไม่ได้ซัก ดันหยิบผิดมาจนได้”
แววนิลได้กลิ่นตุๆ พวกกลิ่นปลา
“กลิ่นอะไรเน่าๆ เหมือนกลิ่น กลิ่นคาวปลา”
“ถูกเผง พอดีไม่มีรับประทาน วันก่อนก็เลยไปรับจ้างทะลวงไส้ปลาในตลาด รู้จักมั้ยที่เขาเอามาทำไตปลาขายน่ะ ว้า อย่าง งี้ เสื้อพวกนี้” เขมิกาชี้ที่พื้น “ก็เน่าไปด้วยสิ”
แววนิลมองมือตัวเอง ยกดม
“อ้วก แหวะ อ๊าย ยี้ เหม็น ทุเรศ สกปรก อีชั้นต่ำ”
“อ้าว ของมันอยู่ในกระเป๋า ดันมือบอนมาหยิบเอง ช่วยไม่ได้” ชานนท์เดินเข้ามา ถึงกับตะลึงที่เห็นเขมิกามาอีก เขมิกาทำกวนๆ โบกมือทักทายชานนท์ “หวัดดีฮะ ฉันมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คงไม่ถือสากันนะฮะ” แป้นกับโย่งวิ่งเข้ามายืนหลังชานนท์ “อ้อ แป้นมาพอดี ช่วยเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปซักให้ที โอ๊ยเพลียโคตร ขอฉันขึ้นไปงีบก่อนนะ”
เขมิกาจะเดินขึ้นชั้นบน แต่โดนชานนท์ดึงไว้
“ใครอนุญาตเธอ”
เขมิกามองหน้าชานนท์
“ฉันคือขวัญตา เป็นเมียของคุณ แถมยังจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ทำไมจะอยู่บ้านนี้กับคุณไม่ได้”
ทุกคนตะลึงที่เขมิกาจะมาอยู่ด้วย
“ฉันไม่ให้แกอยู่” แววนิลบอกอย่างตกใจ
“มากับฉัน” ชานนท์บอกพร้อมกับเข้ามาดึงเขมิกา
“โอ๊ย ปล่อย จะดึงฉันไปไหน”
ชานนท์ลากเขมิกาไป ผ่านหน้าปรียาที่เดินเข้ามาพอดี เขมิกาไม่ได้มองปรียา ปรียามองเขมิกาอย่างตกใจ รีบเดินไปหาแววนิลที่ยังยืนตะลึงอยู่
“ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่มั้ยนิล นั่นคุณขวัญ”

แววนิลมองตามสีหน้าแค้นจัด

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์ดึงเขมิกาเข้ามาในห้องทำงาน เขมิกาสะบัดหลุด

“อย่ามาทำรุนแรงกับฉันอีก คราวนี้ยอมให้ เพราะเห็นว่าเป็นเจ้าของบ้านหรอกนะ”
“เธอต้องการอะไรจากฉันอีก เงินหรือ อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากฉันอีก นอกจากใบหย่า”
“หย่าทำไม เพิ่งจะจดทะเบียนกันแท้ๆ เกรงใจนายอำเภอบ้างเหอะ”
“เธอหนีตามผู้ชายไป ยังมีหน้าพูดแบบนี้อีก”
“ฉันหนีตามใครไป ไม่มี! ที่ฉันหายไปเพราะ…” เขมิกาบอกเสียงสูง ชานนท์อยากได้ยินเดินขึ้นมา
“อะไร”
เขมิกากลอกตาคิดๆ เล่าไปมั่วๆ
“มีคนจับตัวฉันไป”
ชานนท์รุกถามอยากรู้ความจริง
“ใครจับ”
เขมิกาเล่าสบายๆ คิดไป พูดไป เรื่อยเปื่อย
“ไม่รู้ มันๆ ปิดผ้าคลุมหัวเป็นไอ้โม่ง มันลากฉันไปขัง”
“ที่ไหน”
“ไม่รู้ ฉันโดนปิดตา แล้วพวกมันก็เอาของแข็งมาฟาดหัวฉันดังโป๊กๆ จนสลบไป”
“แล้วไงต่อ”
“ก็พอฉันฟื้นขึ้นมาพวกมันก็…”
“ก็อะไร” ชานนท์ถามเสียงจริงจัง
“พวกมันก็พามาส่งที่เดิม ที่หน้าบ้าน แล้วฉันก็ความจำบางส่วนหายไป ก็แค่นี้แหละ”
ชานนท์ควบคุมความโกรธไม่อยู่
“โกหกทั้งเพ! ถ้าฉันเชื่อที่เธอเล่ามาทั้งหมดก็บ้าแล้ว ฉันต้องการหย่า”
เขมิกาทำแขนกากบาท
“ลืมไปได้เลย เรื่องหย่า ฉันไม่หย่า”
“เธอมีคนอื่นแล้ว ไม่คิดบ้างหรือว่าฉันสามารถฟ้องหย่าได้ง่ายๆ”
เขมิกาเดินไปประจันหน้าชานนท์
“อยากเป็นข่าวดังอีกรอบก็ฟ้องเลย คุณได้ดังกระฉ่อนแน่”
ทั้งคู่จ้องหน้ากันแบบไม่มีใครยอมใคร

รถจอดรออยู่หน้าตึก แววนิลเดินมาส่งปรียาที่หน้าตึก
“ไม่ต้องห่วงนะ พี่นนท์เจ็บแล้วจำ ไม่มีทางให้มันอยู่ต่อแน่”
“อย่ามีเรื่องกันนะนิล ยังไงคุณขวัญก็เป็นภรรยาพี่นนท์”
“แต่ ฉันไม่ยอมรับมัน เธอก็เหมือนกันอย่าถอยนะยังไงก็ต้องเอาชนะใจพี่นนท์ให้ได้” ปรียาส่ายหน้า
“เราไม่ขอเป็นมือที่สาม มันไม่ถูกต้อง”
“แต่เธอมาก่อน รู้จักพี่นนท์ก่อน ไม่เห็นต้องแคร์”
มณฑารีบเข้ามากระซิบกระซาบบางอย่างกับแววนิล แววนิลตาลุกโกรธมากรีบวิ่งเข้าตึก ปรียามองตามไม่สบายใจ

แววนิลมาหาชานนท์ที่ห้องนอนด้วยสายตามีพิรุธ
“มันโกหก! ไอ้โม่งที่ไหนกัน พี่นนท์เชื่อมันด้วยหรือคะ เหตุผลบ้าๆ บอๆ นี่หรือคะ ที่ทำให้พี่นนท์ยอมมัน”
ชานนท์หันกลับมา
“ฟังพี่ก่อน”
“ไหนบอกว่าเกลียดแล้วเกลียดเลย ไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว” แววนิลโวยวาย ชานนท์โกรธ
“การไล่เขาไป มันไม่ง่ายอย่างที่นิลคิด”
“มันยากตรงไหน ก็แค่เฉดหัวมันออกไป”
“แล้วถ้าเขาขัดขืน ก็ต้องใช้กำลังตบตี แล้วลากไปโยนทิ้งหน้าบ้านอย่างที่นิลชอบทำใช่มั้ย”
แววนิลตกใจที่ชานนท์รู้
“พี่นนท์”
“พี่ไม่อยากให้ชื่อเสียงของจวงจันทร์สปาต้องเสียหาย นิลก็รู้ธุรกิจสมัยนี้มันต้องอิงภาพพจน์ของผู้บริหารด้วย เรื่องของขวัญตา พี่จะจัดการเอง นิลไปพักผ่อนเถอะ”
แววนิลยังไม่ค่อยพอใจ เดินสะบัดหน้าออกไป

ชานนท์หลับตาถอนใจ เครียดจัด

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

แป้นยกกระเป๋าเขมิกามาวางในห้อง เขมิกาเดินตามเข้ามา

“คุณผู้ชายให้คุณผู้หญิงพักที่ห้องนี้ค่ะ” แป้นบอกเสียงห้วน
เขมิกาทิ้งตัวลงนั่ง ไขว้ห้างแบบผู้ชาย แป้นมองที่ขา แปลกใจ เขมิกาเห็นแป้นจ้องขา เลยยกขาลงนั่งให้เรียบร้อยขึ้นกว่าเดิม
“แต่ก่อนฉันเป็นคนยังไงฮะ อย่างเช่น นิสัย การพูดคุย การแต่งตัวอะไรทำนองเนี่ย”
“ไม่ทราบค่ะ”
เขมิกาตบเข่าหงุดหงิดพูดเสียงดัง
“อะไรกัน เธอเป็นสาวใช้ของฉันไม่ใช่หรือ” แป้นตกใจเสียง
“หนูไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
แป้นวิ่งหนีออกไปทันที

แป้นอยู่ในครัวกำลังคุยกับโย่งเรื่องเขมิกา
“ฉันว่าคุณผู้หญิงดูเปลี่ยนไป”
“ก็ใช่นะสิ ลองหนีไปกับผู้ชายแล้วยังกล้ากลับมาอีก ถ้าหน้าไม่หนาเป็นถนนคอนกรีตก็ทำไม่ได้หรอก”
“ระวังคุณผู้ชายจะได้ยิน”
“คิดหรือว่าคุณผู้ชายจะสน แต่ก่อนน่ะอาจจะใช่ แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงของแกน่ะชิดซ้ายไปเลย”
โย่งเดินอาดๆ ออกไป แป้นตะโกนตาม
“เขาไม่ใช่คุณผู้หญิงของฉันแล้วเว้ย” แป้นหน้าเศร้า พึมพำ “คุณผู้หญิงนะคุณผู้หญิงเสียแรงที่นังแป้นถือป้ายไฟตามเชียร์มาตลอด ไม่น่าทำตัวเป็นนางวันทองสองใจเลยจริงๆ”

แววนิลเดินไปเดินมาในห้องด้วยท่าทางหงุดหงิด
“ทำไมพี่นนท์ไม่รีบไล่มันไปพ้นๆ นิลเกลียดมัน เกลียดมัน”
“ใจเย็นไว้ค่ะ” มณฑาปลอบ
“ใจเย็นได้ยังไง ถ้านังขวัญตายังอยู่ที่นี่ แล้วพี่นนท์รู้ความจริงว่า…”
มณฑารีบจุ๊ปากให้หยุดพูด
“หน้าต่างมีหูประตูมีช่องนะคะคุณหนู”
มณฑาเดินไปที่ประตูกดล็อค
“นิลไม่รู้จะพูดกับปรียายังไงดี”
“น่าสงสารเธอนะคะ เกือบจะได้คบหากับคุณผู้ชายอยู่แล้วแต่ก็ต้องมาผิดหวังซ้ำสองอีก” แววนิลโมโห “เพราะมันคนเดียว นังขวัญตา! แกเป็นมารหัวใจเพื่อนฉัน นึกว่าจะหายสาบสูญไปจากโลกแล้ว ดันกลับมาอีก”
“นมคิดว่ามันต้องมีแผนจะกลับมาฮุบสมบัติคุณนนท์ เห็นมั้ยคะว่ามาคราวนี้มันร้ายขนาดไหน”
“ไม่มีวัน นิลไม่ยอม”
“นมก็ไม่ยอม ทุกอย่างในเลิศวิริยะเป็นของคุณแววนิลครึ่งหนึ่ง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป”

ที่คอนโดโยธิน โยธินแหงนหน้ามองห้องตัวเองแล้วตัดสินใจเดินเข้าคอนโด แต่หมุนตัวเลี้ยวออกมายืนจุดเดิมอีก โยธินนึกถึงคำสั่งของเขมิกา
“กฎข้อหนึ่ง ห้ามถามเรื่องการอบรมของเข็มในทุกกรณี”
“อบรมก็เป็นความลับด้วยหรือ”
“กฎข้อสอง ห้ามมาหาที่คอนโดโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าและข้อสาม ถ้าโทรหาเข็มแล้วเข็มไม่รับสาย อย่าโทรจิก”
“มีกฎประหลาดอย่างนี้ด้วยหรือ เฮียทำไม่ได้หรอก” เขมิกากดมือถือ
“งั้นเข็มจะโทรหาเฮียต่ายลูกกำนันเปี๊ยก ให้ขับรถไปส่งเข็มที่กรุงเทพฯ ดีกว่า”
โยธินรีบยั้งมือเขมิกาไว้
“ตามใจๆ ตามนั้นก็ได้”
โยธินส่งสายตาไปบนคอนโดด้วยความคิดถึงเขมิกา
“ไม่เป็นไร ได้เห็นแค่หน้าต่างก็ยังดี”

คืนนั้นขณะที่เขมิกากำลังจะหลับ เธอก็ได้ยินเสียงรองเท้าผ้าเดินถูกับพื้น เขมิกาเดินมาที่ประตูห้อง เปิดออกมาเห็นหลังคนไวๆ เดินเลี้ยวมุมไป เขมิกาอยากรู้อยากเห็นรีบไล่ตาม
เขมิกาเดินลงมาชั้นล่างแต่บรรยากาศมืดสลัว ที่โต๊ะมุมบันไดมีตะเกียงโป๊ะวางอยู่ เขมิกายกตะเกียงขึ้น ส่องทางเดินออกไปหน้าตึก
เขมิกาถือตะเกียงออกมานอกตึกมองหาคนที่สะกดรอยตามมา เขมิกาเพ่งไปอีกทาง เห็นด้านหลังชานนท์ลิบๆ เดินหายเข้าไปในความมืด
“นายชานนท์!”
เขมิการีบตาม

เขมิกาเดินมาที่หลังตึกมองหาชานนท์แต่ไม่เจอ เขมิกามองไปตรงหน้า ต้นไม้ปกคลุมลักษณะเป็นสวนผลไม้แต่ปล่อยรก แต่มีซุ้มเป็นทางเดินเข้าไป เขมิกาค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว อย่างระมัดระวัง พอถึงหน้าซุ้ม กำลังจะเดินต่อไป จู่ๆ มีมือมาตะปบที่ไหล่ เขมิกาผวาตกใจสุดๆ ร้องออกมา ตะเกียงหลุดมือ รีบหมุนกลับถอยหนี เจอชานนท์ยืนหน้าขรึม
“ออกมาทำอะไร หรือแอบนัดใครไว้”
ชานนท์คิดว่าเขมิกานัดชู้
“แล้วนาย เออ คุณล่ะ ออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ” เขมิกาชี้ไปซุ้ม
“ทางนี้ไปไหนหรือฮะ”
“ทำไมเธอจำไม่ได้” ชานนท์แปลกใจ
“ก็เคยบอกไปแล้วไงฮะ ว่าถูกตีหัวความจำเสื่อม”
“กลับเข้าไปห้องเธอ แล้วอย่ามาแถวนี้อีก”
“ทำไมถึงมาไม่ได้ ข้างในมีอะไรที่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ งั้นหรือ” เขมิกาจะเดินเข้าไป “ ไหนดูสิ” ชานนท์โกรธลืมตัว กระชากเขมิกาแล้วเหวี่ยงไม่ให้เดินเข้าไป แต่แรงไปหน่อย เขมิกาจึงถลาล้มไปกับพื้น “โอ๊ย”
ชานนท์ตกใจ มีอาการห่วงจะก้าวเท้าไปช่วย แต่ชะงักทำใจแข็ง เขมิกาโมโห ลุกยืน
“โหย รังแกผู้หญิง ไม่เป็นสุภาพบุรุษเอาซะเลย”
“สำหรับเธอ ไม่จำเป็น”
“นี่หรือคนที่เคยรักกันมากถึงขั้นจะแต่งงานกัน”
“นั่นแหละคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน กลับเข้าไป”
ชานนท์จะเข้ามาคว้าแขนเขมิกา แต่เขมิกาง้างหมัด
“ลองเข้ามาสิ เจอหมัดสลาตันแน่”
ชานนท์ตกใจ จ้องเขมิกาแบบงุนงง
“นี่คือตัวจริงของเธองั้นสิ ก็ดีปล่อยตัวตนของเธอออกมาให้หมด”
เขมิการู้ตัวมองหมัดตัวเอง รีบหดกลับ
“ฉันแค่แสดงให้เห็นว่า ฉันเดินเองเป็น ไม่ต้องจูงเท่านั้นแหละ”

เขมิการีบเดินไป ชานนท์เดินตาม เขมิกาเหลียวมองชานนท์ที่เดินตามหลังอย่างไม่ไว้ใจ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เขมิกาเดินมาที่ประตู ชานนท์ยืนจ้องแล้วพูดขู่

“อย่าออกไปไหนกลางค่ำกลางคืนอีก ไม่งั้นฉันไม่รับประกันความปลอดภัย”
เขมิกาหน้าตายียวน
“พูดแบบนี้เขาเรียกว่าห่วง หรือขู่”
“แล้วแต่จะมีสมองคิด คิดได้แค่ไหน ก็แค่นั้น”
ชานนท์ส่งตะเกียงที่เขมิกาทำตกให้
“ขอบใจฮะ ฉันเดินคลำทางไปเองได้” ชานนท์ยัดตะเกียงใส่มือเขมิกา
“หยิบมาจากตรงไหน ก็เอาไปเก็บตรงนั้น บ้านนี้มีระเบียบ”
ชานนท์หน้านิ่งขึ้นข้างบนไป เขมิกาหน้าแตกพูดไม่ออก จะด่าก็ด่าไม่ออก
“นิสัยอย่างนี้นี่เอง ผู้หญิงที่ไหนมันจะทนอยู่ด้วยได้”

วันต่อมาเขมิกานั่งหน้าโน้ตบุ๊คของตัวเอง มองกล้อง เห็นหน้าตัวเองในจอโน้ตบุ๊ค เขมิกากระแอมเพื่อจะอัดคลิป
“ฉัน เขมิกา เข้ามาในบ้านเลิศวิริยะเพื่อค้นหาการหายสาบสูญของขวัญตาพี่สาวฝาแฝดของฉัน ถ้าฉันโชคร้ายเกิดมีอันเป็นไป หลักฐานจากคลิปนี้ จะเป็นข้อมูลช่วยยืนยันได้ว่า มีคนในบ้านนี้ปองร้ายฉัน”
ภาพแววนิลเข้ามาตบตีเขมิกาจนถึงตอนจิกผมเขมิกาโขกพื้นปรากฎ ประกอบการเล่าของเขมิกา
“แววนิล น้องสาวของชานนท์ ดูจะเกลียดชังพี่ขวัญเอามากๆ ถึงขั้นลงมือลงไม้จนฉันเองก็ตั้งตัวไม่ทัน เป็นคนหนึ่งที่ฉันต้องจับตามองพิเศษ”
ภาพชานนท์เดินหายไปหลังตึก ภาพชานนท์โผล่มาข้างหลังเขมิกาหลังตึก
“นายชานนท์ สามีของพี่ขวัญ ดูลับๆ ล่อๆ เหมือนมีเรื่องลับลมคมในบางอย่างที่ปิดบังอยู่”
กลับมาที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค
“คนในละแวกแถวตลาดลือกันว่า พี่ขวัญโดนฆ่าตายเพราะสามีแค้นที่คบชู้ น่าจะเป็นสมมุติฐานแรกที่ฉันต้องเริ่มค้นหาต่อไป พี่ขวัญตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ แล้วอยู่ที่ไหน”
เขมิกาปิดโน้ตบุ๊ค

เขมิกาเดินลับๆ ล่อๆ เมียงๆ มองๆ อยู่หน้าตึก จู่ๆ มีข้อความของโยธินเข้ามา เขมิกาหามุมหลบๆ กดดู
“ถึงฟ้าจะกั้นให้ฉันและเธอไกลกันสุดตา แม้แต่ภูผาก็อาจทลายมิอาจขวางกั้น คิดถึงนะยัยสลาตันของเฮีย จุ๊บๆ”
เขมิกาจะอ้วก เลี่ยนมาก

โยธินอยู่ที่บ้านโดยมีสมคิดนั่งอยู่ข้างๆ
“คอยดูนะเดี๋ยวต้องโทรกลับมา” สมคิดบอก จังหวะนั้นเสียงมือถือโยธินดังขึ้นพอดี โยธินดีใจ
“โทรมาแล้วป๋า”
“รับเลย ถ้าหนูเข็มถามว่ามีอะไร บอกรักไปตรงๆ เลย ผู้หญิงร้อยทั้งร้อย รอให้ผู้ชายพูดคำนี้ เขาถึงจะเชื่อมั่น
ในตัวเรา” โยธินรับสาย
“หวัดดีจ้ะ เข็มก็คิดถึงเฮียเหมือนกันละสิ ถึงรีบโทรหา”
สมคิดยกนิ้วให้
“เฮียมีธุระอะไรหรือเปล่า”
โยธินมองหน้าสมคิด สมคิดเร่งให้พูด
“มีๆ จ้ะ จำได้มั้ยเฮียซื้อกุหลาบให้เข็มทุกวันวาเลนไทน์เพิ่มขึ้นทีละหนึ่งดอกทุกปี มันหมายถึงอะไรรู้มั้ยเข็ม”
เขมิกามัวแต่มองสำรวจ กลัวคนมาเห็น ไม่ค่อยได้สนใจฟังโยธินสักเท่าไหร่
“เข็มไม่ค่อยคิดลึกซึ้งกับเรื่องพวกนี้หรอกเฮีย มันหมายถึงอะไรล่ะ”
สมคิดลุ้นให้พูดไปเลย
“หมายถึงความรักของเฮียที่ให้เข็มมันเพิ่มขึ้นทุกปี จนถึงวันนี้ความรักมันมากมายจนเฮียเก็บไว้ไม่ไหว เฮีย เฮียรักเข็มนะ”
สมคิดดีใจเขย่าบ่าโยธินแบบชื่นชม
“เยี่ยมๆ ไม่เสียชื่อป๋า หนูเข็มว่าไง” สมคิดเข้ามาใกล้มือถือโยธิน
เขมิกามองไปทางสวนหย่อม เห็นโย่ง
“เฮียเมาก็ไปนอนเหอะ เข็มต้องรีบเข้าห้องอบรมแล้ว ไปนะเฮีย”
เขมิการีบตัดสาย รีบร้อนเดินไปทางโย่ง เพื่อไปสืบเรื่องต่อ
โยธินจ๋อย มองหน้าสมคิด
“เข็มหาว่าผมเมา ไล่ให้ไปนอนอ่ะป๋า”
“คนแข็งๆ ห้าวๆ อย่างหนูเข็ม ก็ต้องพูดแบบนี้แหละเพราะเขาอาย มาถูกทางแล้วเจ้าโย” สมคิดชูสองมือทำไฮไฟส์ “มา เติมพลังกันหน่อย ไอ้เสือลูกป๋า สู้ไม่สู้”
โยธินยิ้ม ใจชื้นขึ้นมา ตบมือกับพ่อ
“สู้โว้ย”

ขณะนั้นโย่งกำลังรดน้ำต้นไม้ จู่ๆ เขมิกาก็โผล่มายืนข้างๆ
“เจ้ย” โย่งร้องอย่างตกใจ เขมิกาโอบไหล่โย่ง
“นายโย่ง วันก่อนนายทำกับฉันได้แสบมากนะ”
โย่งรีบพูดปากคอสั่น
“ผมไม่ได้อยากทำอย่างนั้น แต่ขัดคำสั่งไม่ได้จริงๆ” เขมิกาจับข้อมือโย่ง
“ถ้าฉันเกิดตายขึ้นมา นายก็เป็นฆาตกร เรื่องนี้ต้องถึงตำรวจ”
โย่งร้องโวยวาย
“อย่าๆ นะครับคุณผู้หญิง ไอ้โย่งไม่ห่วงตัวเอง แต่กลัวจะเดือดร้อนถึงคุณผู้ชาย เหมือนที่ใครบางคนเคยทำไว้”
เขมิกายิ้มปล่อยข้อมือโย่ง
“นายคงเกลียดหน้าฉันมากสินะ”
“ใช่ เจ้ย ผมไม่กล้าหรอกครับ”
“ฉันจะไม่บอกตำรวจก็ได้ แต่นายต้องขับรถไปส่งฉัน”

โย่งมองอย่างสงสัยว่าเขมิกาจะไปไหน

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

อึ่งถือตะกร้าใส่ผ้าขนหนูเดินเข้ามาในห้องซักผ้า จู่ๆ เครื่องซักผ้าทำงานได้เอง อึ่งตกใจร้องลั่น

“ผีเครื่องซักผ้าเล่นอีอึ่งเข้าให้แล้ว อ๊ายยย” อึ่งวิ่งหนีออกมา แต่มีมือมากระชากไหล่ไว้อีก อึ่งกรี๊ดลั่นหันตัวกลับมาคุกเข่ายกมือไหว้ ก้มหน้าก้มตาท่อง “พุทธังเอากะตังใส่ตู้ ธัมมังเอากะตังใส่ตู้ สังฆังเอากะตังใส่ตู้”
“พระไม่อยู่ทุบตู้เอากะตัง”
“เอ้อ ใช่” อึ่งลืมตา เขมิกายื่นหน้าเข้ามาหา “เจ้ย!” อึ่งติดอ่างปากคอสั่น รีบลุกยืน “คุ คุ คุณขวัญ ไอ้ ไอ้ พวกข้าง ข้าง นอก มันพูด กะกันว่าคุ คุณขวัญ ตะตายไปแล้ว อ๊าย ผีหลอกกก” เขมิกาคว้าข้อมืออึ่ง อึ่งหลับตาปี๋แหกปากลั่น “ช่วยด้วย แม่จ๋า พ่อจ๋า”
เยาว์ ชิ้น พนักงานนวดกรูกันออกมาดู ทุกคนพากันชะงักตกใจ
“คุณขวัญตา”
เขมิกาปล่อยมืออึ่ง อึ่งวิ่งไปหลบหลังแม่
“แม่ดูให้ที มันคนหรือผี”
เขมิกาเดินไปหาทุกคน ยิ้มให้
“คุณชานนท์ไม่ได้บอกหรือว่า ฉันกลับมาแล้ว” เขมิกากวาดตามอง “ชื่ออะไรกันบ้างล่ะฮะ”
ทุกคนจ้องหน้าเขมิกาแบบเกลียดๆ

เขมิกาหันมาถามเยาว์
“ปกติพี่ เอ๊ย ฉัน นั่งทำงานอยู่ที่แผนกไหนฮะคุณเยาว์”
“ฉันไม่รู้” เยาว์บอกเสียงห้วน เพราะไม่อยากตอบ
“อ้าว คุณเยาว์เป็นหัวหน้าพนักงานไม่ใช่หรือ”
“แต่คุณไม่ใช่นายผู้หญิงของฉันแล้ว ฉันไม่จำเป็นต้องตอบ”
เยาว์รีบไป เขมิกามองไปเจอชิ้นที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ชิ้นสะดุ้ง พูดโกรธๆ
“ผมก็ไม่อยากตอบ”
ชิ้นรีบหันหลังเดิน เขมิกามึนเพราะไม่เข้าใจว่ามันอะไรกัน

พนักงานรวมกลุ่มคุยกันที่มุมหนึ่งของสปา เสียงอื้ออึงเกี่ยวกับเขมิกา อึ่งวิ่งหน้าเริ่ดมา
“มาแล้ว เจาะข่าวเด็ด”
“ยังไม่มีอารมณ์อยากดูข่าวตอนนี้ย่ะ อยากรู้เรื่องคุณขวัญมากกว่า”
“ก็ข่าวเด็ดที่พัชราภากำลังจะรายงานนี่แหละ”
“อะไรๆ”
ทุกคนรุมกันเข้ามาฟัง ไม่เห็นว่าประชาเดินหิ้วกระเป๋าเอกสารเข้ามา
“ขวัญตาบอกพ่อฉันว่า โดนไอ้โม่งจับไป มันตีหัวยัยขวัญตาจนความจำเสื่อม กลับบ้านไม่ถูก”
“เฮ้ย งั้นก็ไม่ได้มีชู้นะสิ”
“แกเชื่อหรือ ฉันล่ะไม่เชื่อคนหนึ่งแล้ว เนี่ยพอเงินหมดก็คงโดนชายชู้ถีบหัวส่งกลับมาแหงๆ”
ทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย ประชางงเดินเข้ามา
“เมื่อกี๊พูดถึงใครกัน” ทุกคนหันไปและพูดออกมาพร้อมกัน
“ผู้จัดการ”

เขมิกาเดินมาหยุดหน้าห้อง ติดป้ายหน้าห้องว่า “ห้องผู้จัดการ” เขมิกาลองดันเข้าไป ประตูเปิดได้ เขมิกาเข้ามาในห้องตรงดิ่งไปที่ตู้เหล็กเก็บเอกสาร เขมิกาไล่นิ้วอ่านป้าย หยุดที่ลิ้นชักประวัติพนักงานเก่า เขมิกามองไปทางประตู รีบดึงลิ้นชักออกหยิบแฟ้มออกมาเปิดๆ ดู เจอใบสมัครของขวัญตามีรูปติดชัดเจน เขมิกาไล่สายตาอ่านแล้วสะดุดที่คำว่า…
“เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิต มิน่า เลยไม่มีใครคิดว่าฉันเป็นพี่น้องฝาแฝด ทำไมต้องโกหกด้วย”
มีเสียงลูกบิดประตู เขมิกาสะดุ้งเฮือก รีบปิดตู้เอกสารแล้วถอยออกห่างตู้ ประตูเปิดผัวะ ประชาเดินหิ้วกระเป๋าทำงานเข้ามา ตกใจทั้งคู่ ประชาช็อกที่เห็นขวัญตายังมีชีวิตอยู่
“ขวัญตา! นี่คุณจริงๆ”
กระเป๋าในมือประชาหลุดมือ
“คือฉันเดินหลงเข้ามา คิดว่าเป็นห้องทำงานสามีฉัน คุณเป็นใครหรือ เราเคยรู้จักกันหรือเปล่า” ประชางง
“อะไรนะ”
“พยายามนึกอยู่ แต่นึกไม่ออก คุณชื่ออะไรล่ะ”
ประชาตื่นเต้น สับสน งงงวย
“ผมชื่อประชา เป็นผู้จัดการของที่นี่”
“เราสนิทกันหรือเปล่าฮะ”
“คุณจำอะไรไม่ได้เลยจริงหรือ ทุกเรื่องเลยหรือ” เขมิกาทำเป็นนึกๆ
“เช่นอะไรบ้างล่ะ ถ้าคุณพูดออกมาฉันอาจนึกออก”
“กลับมาแล้วหรือคุณประชา” เสียงชานนท์ดังขึ้นขณะเดินเข้ามา
“ครับคุณชานนท์”
ชานนท์มองเขมิกา
“เธอเข้ามาทำไมในห้องนี้”
ประชามีพิรุธ พยายามสงวนท่าที เขมิกาฝืนยิ้มกลัวโดนจับได้เรื่องเข้ามาหาค้นเอกสาร

ประชาตกใจมากกับสิ่งที่ชานนท์บอก รัวถามเป็นชุด
“คุณขวัญตาความจำเสื่อมหรือครับ มันเกิดขึ้นได้ยังไง เขาบอกหรือเปล่าว่าหนีรอดจากไอ้โม่งมาได้ยังไง”
“เขานึกไม่ออก จำไม่ได้ ช่างเถอะ คุยเรื่องงานของเราดีกว่าคุณไปเซี่ยงไฮ้มาผลเป็นยังไงบ้าง”
“ทางโรงแรมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อแบรนด์ของเรา หรือให้เราร่วมลงทุน คุณนายผิงจะนัดคุยรายละเอียดอีกรอบครับ”
“เรื่องนี้คุณเดินหน้าต่อได้เลย ผมเชื่อมือคุณ”
ชานนท์ตบบ่าประชาแล้วเดินออกจากห้อง ประชารีบกดมือถือ
“ไอ้บ้าเอ๊ย ทำไมไม่รับโทรศัพท์”

รถชานนท์แล่นอยู่บนถนน ภายในรถ ชานนท์ขับรถหน้าบึ้ง
“ฉันขอสั่งห้ามเธอไปที่สปาอีก”
“มีอะไรต้องปกปิดหรือฮะคุณสามี กลัวฉันสืบรู้อะไร”
“แล้วเธอคิดจะสืบอะไรล่ะ” ชานนท์ย้อนถาม
“ก็ฉันความจำเสื่อมก็เลยอยากรู้ว่าที่ผ่านมา ฉันเป็นยังไง พูดยังไง อยู่ยังไง กินยังไง ฉันจะได้เอาใจสวามีได้ถูกไง โถ มีสามีหล่อลากดินขนาดนี้ ต้องทูนขึ้นหิ้ง กราบไหว้เช้า กราบไหว้เย็น ไม่ยอมให้กระเด็นไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆ หรอกฮ่า”
เขมิกาเกาะแขนชานนท์ แกล้งทำตาพริ้ม
“เอามือเธอออกไป”
“กลัวถ่านไฟเก่ามันปะทุหรือฮะคุณสามีสุดเลิฟ”
ชานนท์ไม่ตอบ แต่เร่งความเร็ว แกล้งขับฉวัดเฉวียนจนเขมิกามือหลุดจากชานนท์ หัวทิ่มไปชนกระจกประตูดังโป๊ก
“โอ๊ย!” ชานนท์เฉยไม่แยแส ขับรถปกติ “นี่คุณ ทำแบบนี้มันจงใจทำร้ายคนให้บาดเจ็บนะ”
“ฉันทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าเธอไม่รีบไปจากครอบครัวฉัน”
“หรืออีตาชาเย็นจะเคยทำร้ายพี่ขวัญ” เขมิกานึกในใจ จึงแกล้งถามออกมา “เรื่องที่ฉันมีชู้ คุณช่วยเล่ารายละเอียดให้ฉันฟังหน่อยได้มั้ยว่ามันเป็นมายังไง เล่นกล่าวหาฉันลอยๆ มันไม่แฟร์นะคุณ” ชานนท์ไม่อยากพูดถึง ความโกรธพุ่งปรี๊ด เร่งความเร็วรถจนเขมิกาต้องจับข้างประตูแน่น “ฉันพูดแค่นี้ ทำไมต้องมีน้ำโหด้วย นี่คุณ อย่ามาขู่ให้ฉันกลัวซะให้ยากเลย โธ่ เรื่องความเร็ว ยิ่งกว่านี้พ่อก็ซิ่งมาแล้ว แน่จริงเหยียบมิดเลยซิพี่”
ชานนท์ยิ่งฉุนเหยียบจนมิด แซงรถคันอื่นๆ น่าหวาดเสียว เขมิกามองหน้านนท์

ที่บ้านเลิศวิริยะ โย่งยืนก้มหน้ากลัวความผิด มณฑายืนจ้อง แป้นแอบดู
“พวกสั่งไม่เป็นสั่ง เข้าหูซ้าย ทะลุออกหูขวากล้าดียังไง ถึงไปขับรถให้มัน”
“ถ้าผมไม่ทำ ก็โดนคุณผู้หญิงเล่นอีก”
“อย่าเถียง มันให้ไปส่งที่ไหน”
“ที่ร้านสปาขอรับคุณนม”
มณฑาหันไปทางแป้น
“คิดหรือว่าฉันมองไม่เห็น ออกมานี่” แป้นเดินออกมา “ฟังไว้ให้ดี แม่ขวัญตาไม่ใช่เจ้านายพวกแกอีกต่อไป ที่ยังอยู่บ้านนี้ก็อยู่อย่างคนอาศัย ไม่ต้องฟังคำสั่งใดๆ ทั้งสิ้น เข้าใจมั้ย” ทั้งสองคนพยักหน้า “พยักหน้าทำไม ไม่มีปากหรือ”
“ขอรับ/เจ้าค่ะ คุณนม”
มณฑาเดินคอตั้งไป

ชานนท์ขับรถมาจอดหน้าตึก เขมิกาลงจากรถ ชานนท์เปิดประตูลงมา เขมิกาลงจากรถ ยืนเชิด
“ฝีมือการขับรถน่าตื่นเต้นดีนะฮะ แต่น่าเสียดาย แค่มือสมัครเล่น”
ชานนท์แปลกใจเดินเข้ามาหา
“ฉันไม่อยากเชื่อ เมื่อก่อนเธอกลัวความเร็วมาก” เขมิการู้ตัวพลาดไป รีบมั่วนิ่ม
“ฉันหรือกลัวความเร็ว อ๋อ ก็กลัวแหละ ตอนนี้ก็ยังกลัวๆ อยู่หูย” เขมิกาจับหัวใจ “หัวใจเต้นตึกๆ เป็นกลองชุด นี่ถ้าไม่เชื่อก็ลองจับดูได้”
เขมิกาลืมตัวดึงมือชานนท์จะมาแตะที่หัวใจ ชานนท์ตกใจชักมือกลับ
“เธอจะบ้าหรือ หน้าไม่อาย”
“อายอะไร”

ชานนท์หวิวๆ ในใจ หวนนึกถึงขวัญตาคนเก่าผ่านเข้ามา

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

 

ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดขึ้นมาในห้วงคิด ตอนนั้นชานนท์นอนแช่ธาราบำบัด มีขวัญตาเดินยิ้มหวานถือถาดใส่ดอกไม้ น้ำหอมเข้ามา ขวัญตาลื่นตกน้ำ ชานนท์ถลาเข้ามาช่วยประคอง พยุงขวัญตาไว้ แต่มือข้างหนึ่งแปะอยู่ที่หน้าอกขวัญตา ขวัญตามองตกใจ อายมากผลักชานนท์ออก ปิดหน้าอกตัวเอง

“ขอโทษ ฉันๆ ไม่ได้ตั้งใจนะ” ชานนท์บอกอย่างตกใจ ต่างคนต่างเขินอาย
“ไม่ ไม่เป็นไรคะ”
กลับมาชานนท์มองเขมิกาแบบสับสน
“กำลังคิดถึงขวัญตาอยู่ละสิ ตาเยิ้มซะขนาดนั้น”
ชานนท์สะอึกที่เขมิกาเดาใจถูก แต่ปากแข็ง
“อย่างเธอมีอะไรให้นึกถึงด้วยหรือ คนอย่างฉัน โง่แค่ครั้งเดียว”
ที่หน้าตึกปรียากับแววนิลเดินออกมา ปรียาเห็นภาพบาดตา ซีดจ๋อย เขมิกาเงยหน้ามองปรียา พยายามรวบรวมความคิดว่าเป็นใคร ชานนท์เดินไปหาปรียา จูงมือเข้าตึกตั้งใจแกล้งเขมิกา แววนิลยิ้มเย้ย

ชานนท์พาปรียามาคุยที่ซุ้มศาลา ชานนท์มีสีหน้าไม่สบายใจ
“เรื่องที่เราคุยกันวันนั้น”
“ถ้าปรียาไม่ยอม พี่นนท์จะทำยังไงคะ” ปรียาขึงขัง
“พี่ไม่เชื่อว่าปรียาจะยอมคบกับพี่ ในขณะที่พี่ยังมีผู้หญิงอีกคน”
“ใช่ค่ะ ปรียาบอกตรงๆ ปรียาก็ไม่อยากเป็นคนที่รู้ผิดชอบชั่วดี ปรียาอยากเห็นแก่ตัวค่ะ” ชานนท์อึ้งไป ปรียาฝืนยิ้มสดใส “ปรียาจะไม่มาที่นี่อีก ถ้าไม่เห็นพี่นนท์ ใจของปรียาก็จะเข้มแข็งค่ะ”
“พี่เสียใจ พี่ก็ไม่คิดว่าเขาจะกลับมา”
“ปรียาขอตัวกลับก่อนนะคะ ได้เวลาเข้างานบ่ายแล้ว”
ปรียายิ้มให้ชานนท์ ชานนท์สงสารปรียา

ที่ข้างตึก เขมิกาเดินรุก แป้นถอยหนีติดกำแพง
“น้องแป้น บอกมาซะดีๆ ผู้หญิงที่ชื่อปรียา เป็นใคร”
“คุณผู้หญิงจำไม่ได้จริงๆ หรือแกล้งถามคะ”
เขมิกาชูงูเขียวตรงหน้าแป้น แป้นร้องกรี๊ด
“จะบอกหรือไม่บอก”
“เขาห้ามหนูพูด ทางโน่นก็บังคับ ทางนี้ก็บังคับ นังแป้นจะอกแตกตายอยู่แล้ว ฆ่าแป้นไปเลยดีกว่า”
“ใครห้าม”
“ทำอะไรกัน” เสียงมณฑาดังขึ้น เขมิกาหันมา เจอมณฑา จ้องหน้า “ฉันไม่ชอบจริงๆ ไอ้พวกที่ทำเสียงเอะอะมะเทิ่ง เป็นเจ๊กตื่นไฟหาความเป็นผู้ดีไม่ได้เอาเสียเลย”
เขมิกายิ้มกวนๆ โยนงูเขียวทิ้ง
“แล้วไอ้ผู้ดีเนี่ย มันต้องเป็นยังไงฮะคุณนม”
“เธอ”
“ถ้าต้องการให้ใครเคารพเรา เราก็ต้องให้เกียรติเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะสูงต่ำดำเตี้ย หรือร่ำรวยมีจนยังไง มันก็หายใจทางจมูกเหมือนกันนะ คุณนม หรือคุณนมหายใจทางเหงือก ขอตัวนะฮะ แล้วค่อยเสวนากันใหม่”
เขมิกาเดินไป มณฑาจ้องตามเขมิกาสายตาแค้น

แววนิลอยู่ในห้องนั่งเล่น ลุกขึ้นยืนอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่มณฑาฟ้อง
“มันกล้าด่านมหรือ นังนี่มันชักจะเอาใหญ่”
“มันคงคิดประกาศศึกกับคุณหนูกระมังคะ” แววนิลตาร้าย
“แสดงว่ามันไม่เข็ด”

ที่ห้องนอนชานนท์ เท้าของคน ค่อยๆ ก้าวๆ เข้ามา ประตูปิดเบาๆ เท้าก้าวไปหยุดหน้าตู้เสื้อผ้า เขมิกายืนหน้าตู้ ค่อยๆ เปิดตู้ ตู้ว่างเปล่า เขมิกาปิด มองไปที่ชั้นวางเห็นอัลบั้มรูป เขมิกาเดินไปหยิบ เปิดๆ ดู มีแต่รูปชานนท์ รูปแววนิล และมีรูปหนึ่งชานนท์ถ่ายคู่กับปรียา เขมิกามองอย่างสนใจ ชานนท์เข้ามาเห็นจึงกระชากอัลบั้มรูปไปจากมือเขมิกา
“เป็นแมวขโมยหรือ”
เขมิกาสะดุ้งเฮือก แล้วรีบทำไม่รู้ไม่ชี้
“ฉันจะเข้ามาเอาของ แต่…”เขมิกาชี้ไปที่ตู้ “มันหายไปไหนหมดฮะ แล้วยังรูปฉัน เป็นไปได้ไงว่าไม่มีสักรูป”
ชานนท์หน้านิ่ง เสียงเย็นชา
“เผาทิ้งหมดแล้ว”
“นี่คุณเกลียด…” เขมิกายั้งชื่อขวัญตาไว้ทัน “เกลียดเมียคุณขนาดนี้เลยหรือ”
ชานนท์วางอัลบั้มรูป
“คำตอบมันชัดอยู่แล้ว”
เขมิการุก เดินไปใกล้ชานนท์
“เกลียดมากก็แสดงว่ารักมาก”
ชานนท์จ้องหน้าเขมิกาแบบไม่พอใจ
“ออกไป” ชานนท์บอกเสียงเรียบ
“เอ หรือทั้งรักทั้งแค้น แบบพระเอกหนังไทย ตบๆ จูบๆ” ชานนท์โกรธมากจับต้นแขนทั้งสองข้างของเขมิกา
“เธอเป็นยังไงกันแน่” เขมิกาเป็นฝ่ายถูกรุกบ้าง “ทำไมจู่ๆ กลับมา ก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง”
“ฉันบอกแล้วไงว่าฉันโดนตีหัว ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่า ตัวฉันคนเดิมเป็นยังไง พูดยังไง นิสัยแบบไหน ฉันก็เครียดเหมือนกันนะที่ไม่รู้จักตัวเองเลย”
“ชู้รักเธออยู่ไหน”
“ไม่รู้ จำไม่ได้ เอ๊ย ไม่มี ทั้งสี่ห้องหัวใจยกให้สามีเพียงคนเดียว” เขมิกาปากไวตอบไปเรื่อยโดยไม่คิดก่อนทำให้ชานนท์ยิ่งโกรธ ตวาดลั่น
“จะบ้าหรือ ฉันซีเรียส แต่เธอกลับเห็นเป็นเรื่องเล่นๆ เธอมันโกหก ตลบตะแลง เหมือนเด็กเลี้ยงแกะไม่มีผิด”
“คนเราอ่อนแอก็ลุกมาสู้คนได้ หรือว่าแต่ก่อนฉันโดนคุณทรมาน โดนทุบโดนตีทำร้ายร่างกายอยู่ฝ่ายเดียว” ชานนท์อึ้งนิ่งไปเพราะรู้ว่าแววนิลชอบรังแกขวัญตาลับหลังเขาเสมอ เลยไม่อยากพูดถึง กลัวน้องเดือดร้อน “ที่นิ่งไป เพราะมันใช่ หรือไม่ใช่”
ชานนท์เดินหนีออกจากห้อง กระแทกประตูปิดดังปังอย่างไม่พอใจ เขมิกาสะดุ้ง ตะโกนไล่หลัง
“วัวสันหลังหวะทำไมต้องรีบเดินหนี คุณเคยซ้อมเมียจริงๆ ใช่มั้ยละ”
เขมิการีบเดินตามออกจากห้อง

แววนิลกับเขมิกาเดินมาเจอกันตรงมุมเลี้ยว สะดุ้งทั้งคู่ แววนิลจ้องเขมิกาไม่พอใจ
“หลีกไป” เขมิกามองทางข้างๆ ยังมีที่เดินกว้างจึงเป็นฝ่ายยอมเลี่ยงไป แต่แววนิลตั้งใจแกล้งจึงขยับตัวขวางทางไว้ “หลีกไป”
เขมิกาชักไม่พอใจ แต่ไม่อยากมีเรื่องจึงเลี่ยงไปอีกทางอีก แต่แววนิลขยับไปขวางทางอีกทำให้เขมิกาชักฉุน
“อย่ามีเรื่องกันดีกว่าฮะ บ้านออกกว้างใหญ่ มีที่ให้เราอยู่ในพื้นที่ของตัวเอง หรือพูดๆ สั้นๆ ง่ายก็คือ ต่างคนต่างอยู่”
“ฉันต้องฟังแกสอนด้วยหรือ นังขวัญตา”
มณฑาโผล่ขึ้นมาด้านหลังเขมิกา มณฑาล็อกคอเขมิกาจากด้านหลัง เขมิกาไม่ทันเห็นจึงโดนล็อกแน่น

แววนิลช่วยลากตัวเขมิกาไป เขมิกาพยายามดิ้นแต่ไม่หลุด   อ่านต่อ เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 2

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

บทละครเจ้าสาวสลาตัน, ละครเจ้าสาวสลาตัน, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ เจ้าสาวสลาตัน, อ่านเจ้าสาวสลาตันออนไลน์, เจ้าสาวสลาตัน, เจ้าสาวสลาตันย้อนหลัง, เจ้าสาวสลาตันดาวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังเวียงร้อยดาวทุกตอน

 

เจ้าสาวสลาตัน
- 2014-01-1 6:48:00 โพสต์โดย : ละครออนไลน์ 2,028 ดูละครย้อนหลัง