อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 2

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 2

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 2

มณฑาล็อกแขนเขมิกาอยู่หลังตึก แววนิลเงื้อมือจะตบแต่เขมิกาหลบทันแววนิลจึงตบโดนมณฑา

“โอ๊ย”
แววนิลตกใจห่วงมณฑารีบเข้ามาดู
“นม นมเจ็บมากมั้ย” แววนิลโมโหหันขวับไปหาเขมิกา เขมิกายืนรอท่า ระวังตัว “แก คิดสู้ฉันหรือ เอามันเลยนม”
มณฑากับแววนิลพุ่งเข้าใส่เขมิกาพร้อมกัน เขมิกาสู้ ผลักมณฑากระเด็น แววนิลตบเขมิกา เขมิกาชกกลับ
แววนิลเซไป มณฑาเข้ามากอดรัดเขมิกาให้แววนิลตบ แววนิลพุ่งเข้าไปจะตบแต่โดนเขมิกายกเท้าขึ้นถีบที่ท้อง แววนิลกระเด็นล้มลง ร้องโอดครวญจุกพูดไม่ออก มณฑาปล่อยเขมิกา
“คุณหนู”
มณฑาวิ่งเข้าประคองแววนิล เขมิกาถกแขนเสื้อขู่เดินเข้าหา
“มันเป็นบ้า นังหมาบ้า” แววนิลต่อว่าเขมิกา
“ถ้าไม่อยากพิการก็พอแค่นี้ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน” เขมิกาบอกด้วยท่าทางเอาเรื่อง
“ไปก่อนเถอะค่ะ คุณหนู”
มณฑารีบพาแววนิลหนี เขมิกาจับแก้มตัวเองเพราะเจ็บ
“พี่ขวัญโดนขนาดนี้เลยหรือ”

แววนิลโหนกแก้มเขียวช้ำ ร้องไห้ฟ้องชานนท์
“พี่นนท์ต้องให้ความยุติธรรมกับน้องนะคะ มันชกน้อง ถีบน้อง หลักฐานชัดเจนอยู่บนหน้าน้องนี่ ดูสิคะ”มณฑาช่วยผสมโรง
“คุณหนูเห็นมันลับๆ ล่อๆ เหมือนนัดเจอใคร พอคุณหนูเข้าไปถามดีๆ คุณผู้หญิงก็ขู่ทำร้าย นมไม่ชอบจริงๆ ไอ้พวกที่ดีแต่ใช้กำลังมากกว่าใช้สมอง รังแกคนที่อ่อนแอกว่า”
ชานนท์หน้าเครียดรู้จักนิสัยน้องสาวตัวเองดีว่าสมัยก่อนคอยหาเรื่องขวัญตาตลอด
ภาพในอดีตหวนกลับมา แววนิลนั่งร้องไห้ที่พื้น มณฑานั่งประคอง ขวัญตายืนบนบันไดหน้าตึก ตกใจ ชานนท์เปิดประตูรถลงมา
“นิล”
“ขวัญตาผลักน้องค่ะพี่นนท์ ดูสิคะเลือดออกด้วย”
ขวัญตารีบลงมาหาชานนท์
“คุณนิลลื่นหกล้มเองนะคะ ขวัญยังไม่ได้โดนตัวเธอเลย”
“ไม่จริง เธอโกหก ขวัญตาตั้งใจ เขาเกลียดน้อง เขาด่าน้องว่านังขี้โรค เป็นภาระต้องให้พี่นนท์คอยดูแล”
“พี่ไม่เชื่อว่าขวัญจะพูดอย่างนั้น”
“แต่น้องโดนรังแกจริงๆ พี่นนท์จะเข้าข้างคู่หมั้นหรือคะ น้องเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีความหมายแล้วใช่มั้ยคะ”ขวัญตามองชานนท์
“เพื่อให้คนกลางไม่ลำบากใจ ขวัญยอมขอโทษเอง”
“ฉันจะว่าไปตามถูกผิด ไม่อย่างนั้นคนผิดก็จะได้ใจ” ชานนท์บอก ขวัญตายิ้มสดใส
“แค่เรื่องเล็กๆ จบที่คำว่าขอโทษง่ายกว่าค่ะ” ขวัญตายกมือไหว้แววนิล “ขวัญขอโทษนะคะ”
แววนิลเชิดใส่ ชานนท์ประทับใจขวัญตา

ปัจจุบัน เขมิกายืนอยู่ท่ามกลางสายตาของทุกคน เธอพูดออกมาเสียงดังฟังชัด
“ฉันไม่ขอโทษ เพราะที่ทำไปเป็นการป้องกันตัว คุณน้องสามีกับคุณนมมณโฑทำป่าเถื่อนกับฉันก่อน”
มณฑาโกรธ แววนิลลุกยืนทันที
“ไม่จริง นมเป็นพยานได้ว่ามันเริ่มก่อน”
“คุณนมมณโฑก็เป็นคนของคุณ เชื่อได้ไงฮะ”
มณฑาโกรธจี๊ด แต่พูดเสียงเรียบ
“ฉันชื่อมณฑา ระวังปากของเธอ เอ่อ ของคุณด้วย”
เขมิกาเดินไปนั่งข้างชานนท์ แกล้งออเซาะ
“สามีขา แก้มขวัญก็โดนตบเหมือนกันนะค้า ดูสิ” ชานนท์ขยับตัวออกห่าง
“เธอมีพยานหรือว่าน้องสาวฉันทำเธอก่อน” เขมิกายักไหล่
“คิดว่าไม่มี แต่ต่างฝ่ายก็ต่างไม่มีนี่ฮะ เพราะฉะนั้นคุณจะมาตัดสินด้วยการเชื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด มันไม่ได้” เขมิกามองหน้าแววนิล “เอางี้ก็แล้วกัน เลิกแล้วต่อกันไป วินๆ แฟร์ๆ”
เขมิกาบอกแล้วลุกขึ้นจะเดินออกไป แววนิลวิ่งไปหาพี่ชาย
“พี่นนท์จะยอมมันง่ายๆ หรือคะ แต่ก่อนพี่นนท์เข้าข้างมัน น้องยังพอเข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่คนในครอบครัวเราแล้วนะคะ พี่นนท์น่าจะทำอะไรสักอย่าง”
ชานนท์อยากแกล้งเอาคืนเขมิกา
“ขวัญตา อย่าเพิ่งไป”
เขมิกาชะงักหันมามอง
“ยังไม่จบอีกหรือฮะ ทำไมคนบ้านนี้เรื่องเยอะกันจัง”
“ขอโทษน้องสาวฉันก่อน”
เขมิกาจ้องหน้าเอาเรื่อง
“ทำไมต้องขอโทษ”
“เพราะเธอทำน้องฉันเจ็บ” แววนิลยิ้มเชิดใส่เขมิกา
“ฉันก็เจ็บ”
“ฉันไม่สน นี่บ้านของฉัน ถ้าเธออยู่ที่นี่ต้องเคารพเจ้าของบ้าน”
“มิน่าพี่ขะ เอ่อ ฉันถึงอยู่ด้วยไม่ได้”
“ฉันเข้าข้างเธอมามากพอแล้ว แต่สิ่งที่ฉันได้รับคือการหักหลัง”
ชานนท์จ้องเขมิกา เขมิกาจ้องตอบ รู้สึกว่าชานนท์ท่าทางจะเอาจริงเลยตัดสินใจยอมๆ ไปก่อน
“อย่าทำหน้าอย่างนี้สิ มันทำให้อ่อนระทวยทุกที เอาๆ ขอโทษก็ขอโทษ น้องปลานิลจ๋า พี่สะใภ้ขอโทษนะน้องนะ มากอดที รักกันรักกัน”
เขมิกาโผเข้าสวมกอดแววนิล รัดแน่น
“ปล่อยฉัน ออกไป นังงูพิษ”
เขมิกาปล่อยแววนิล หันไปหาชานนท์
“สามีไม่ต้องชมฉันว่ามีสปิริตก็ได้นะ ขอบคุณ”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์เวียนหัวกับเขมิกามาก เขมิกาเดินออกไป แววนิลกับมณฑาแค้น

แป้นกับโย่งกำลังช่วยกันเช็ดหน้าต่าง แป้นดันหน้าต่างไม่ออก เขมิกาเอื้อมมือมาออกแรงดันทีเดียว หน้าต่างเปิดได้

“แรงดีนี่ไอ้โย่ง เลี้ยงไม่เสียข้าวสุกของคุณผู้ชาย” แป้นบอกโดยที่ยังไม่ได้หันมามอง ขณะที่โย่งยืนมองเขมิกาอยู่
“ไม่ใช่ฉันโว้ย” แป้นมองตามโย่งแล้วสะดุ้ง
“อุ้ย! คุณผู้หญิง”
“ใครก็ได้เล่าเหตุการณ์ในวันแต่งงานให้ฉันฟังหน่อย”
แป้นกับโย่งไม่สน รีบหันหลังให้ เช็ดๆ หน้าต่าง เขมิกาฉุนเดินไปหาโย่งกระชากมือโย่งพาดขอบหน้าต่าง อีกมือจะดึงหน้าต่างงับมือโย่ง
“เฮอออ คุณผู้หญิงอย่าๆ โอ๊ย” โย่งแหกปากร้อง แป้นตกใจ
“ยัง! ยังไม่ได้ทำ” เขมิกาบอก โย่งจะดึงมือออกแต่เขมิกากดแน่นไม่ปล่อย “อยากตั้งป้อมเป็นศัตรูกันหรือไง ข้องใจอะไรฉันก็พูดมาตรงๆ แมนๆ เลยดีกว่า”
โย่งอดรนทนไม่ไหวจึงโพล่งออกมา
“ก็คุณผู้หญิงหักอกคุณผู้ชายเกือบตาย” เขมิกาปล่อยโย่ง
“เจ็บแทนกัน ว่างั้นเถอะ”
“ใครทำคุณผู้ชายก็เท่ากับทำไอ้โย่งด้วย คุณผู้หญิงไม่น่ากลับมา ทำให้คุณผู้ชายต้องเจ็บกระดองใจอีกเลย คุณผู้หญิงไปซะเถอะ จะให้ไอ้โย่งกราบก็ได้”
โย่งจะยกมือ แต่แป้นคว้ามือไว้
“จะไปกราบทำไมให้เสียมือ”
แป้นดึงมือโย่งเดินหนีไป เขมิกาเริ่มสับสนมากขึ้น

ค่ำวันนั้นภายในห้องกินข้าวสายตาทุกคนรุมมองไปที่เขมิกา เขมิกาใช้มือแกะหอยแมลงภู่ จิ้มน้ำจิ้ม กินเข้าปากโดยไม่สนใจสายตาทุกคู่ที่มองมา
“น้ำจิ้มยังไม่แซ่บเท่าไหร่ อ่อนมะนาวไปหน่อย วันหลังจะทำให้ รับรองสะแด่วแห้วกว่านี้เยอะ”
เขมิกาแกะหอยใส่จานให้ชานนท์ ชานนท์เอาช้อนเขี่ยออกแบบไม่เกรงใจ เขมิกาหมั่นไส้
“นม แบบนี้เขาเรียกว่าอะไรนะ” แววนิลแกล้งถามมณฑา
“กริยาส่อสันดานหยาบช้าปัญญาเบา หรือเรียกอีกอย่างว่าไพร่ สถุล”
มณฑามองมาทางเขมิกาแต่เขมิกาไม่แคร์ แกล้งถามชานนท์
“แล้วขวัญสมัยก่อนเนี่ย ต้องกินยังไงฮะ หรือว่าคอยให้คุณสามีป้อนถึงปาก เป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว”
“เลิกดัดจริตได้แล้วใครๆ ก็รู้กันหมดแล้วว่าแกวิ่งแล่ตามชู้ไปในวันแต่งงาน ทิ้งให้พี่ชายฉันต้องแบกหน้าเดินขอโทษแขกทั่วทั้งงาน เพราะผู้หญิงเดือนสิบสองอย่างเธอ”
“คำก็ชู้ สองคำก็ชู้ มันจะเป็นไปได้ยังไง ถ้าผู้หญิงรักคนอื่นอยู่จะยอมแต่งงานกับผู้ชายอีกคนไปเพื่ออะไร หัดคิดอะไรให้มีตรรกะกันหน่อย นี่มันยุคส่งจรวดไปสำรวจดาวอังคารแล้ว”
ชานนท์ถูกสะกิดแผลเก่า ฉุนขึ้นมาทันที
“เธอก็เลยทันยุคทันสมัยด้วยการแอบมีชู้ สวมเขาให้ฉันอย่างไม่แคร์ใครหน้าไหนงั้นสิ คุณนมครับ ช่วยจัดอาหารอีกชุดที่ครัวสำหรับผู้หญิงคนนี้ด้วย ผมกลืนไม่ลง”
แววนิลกับมณฑายิ้มเย้ย
“ได้ยินหรือเปล่า พี่นนท์ไล่แกไปกินก้นครัว”
เขมิกาลุกยืนมองชานนท์อย่างท้าทาย
“ฉันไม่ยอมรับกับสิ่งที่พวกคุณรุมกล่าวหา คุณจะประณามใครก็ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่บ้าจี้หลับหูหลับตาเชื่อไปหมด”
ทุกคนมองไปที่ชานนท์ ชานนท์ลุกยืน
“ยังมีหน้าเรียกหาหลักฐานอีกหรือ”
“ไม่มีงั้นสิ ฉันว่าแล้ว” ชานนท์เดินเข้าหาเขมิกา คว้าข้อมือเธอบีบแน่น “โอ๊ย ขี้แพ้ชวนตีหรือคุณ”

ชานนท์พาเขมิกามาที่ห้องทำงานแล้ววางแฟลชไดรฟ์บนมือเขมิกา เขมิกามองหน้าชานนท์อย่างแปลกใจ
“อะไรหรือฮะ”
ชานนท์จ้องหน้าเขมิกาด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งเกลียด คิดถึงอดีต
ภาพในอดีต 3 เดือนที่แล้วในงานแต่งงานของชานนท์กับขวัญตาซึ่งจัดขึ้นที่บ้านเลิศวิริยะ ชานนท์มีสีหน้ากังวลใจขณะยืนถ่ายรูปกับแขกที่จุดซุ้มดอกไม้ ปรียายืนมองเศร้าๆ ชานนท์ผละจากแขกเดินมาหาปรียา
“ขวัญตายังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือ”
“เออ เดี๋ยวปรียาไปดูให้นะคะ”
“รบกวนหน่อยนะ บอกให้เร่งหน่อย แขกเริ่มมากันแล้ว”
“ค่ะ”
ปรียาจะเดินไป แต่แป้นร้องลั่นวิ่งเข้ามา
“แย่แล้วค่ะ คุณผู้หญิงหายไป”
ชานนท์ตะลึง กลุ่มพนักงานมองหน้ากัน แขกพากันตกใจเสียงพูดกันอื้ออึง
“หายไป จะหายไปได้ยังไง ค้นดูทั่วหรือยัง ห้องแต่งตัวล่ะ”
“ทุกห้อง ทุกที่ ทั้งในตึก ทั้งข้างนอก ไม่เห็นเลยค่ะ”
แววนิลรีบร้อนเข้ามาพร้อมไอแพด
“พี่นนท์คะ ดูคลิปนี่สิคะ ถูกแชร์ต่อๆ กันไปว่อนเน็ต”
“คลิปอะไร”
“ก็คลิปลับภรรยาสุดที่รักของพี่นนท์สิคะ”
ชานนท์รีบดึงไอแพดมาดูแล้วตะลึง

กลับมาปัจจุบัน ชานนท์มีสีหน้าเจ็บปวดแค้นใจ
“สิ่งที่เธอต้องการไง ดูเอาเองก็จะรู้”
ชานนท์เดินออก เขมิกามองไปที่เครื่องคอมฯในห้องชานนท์
ที่หน้าจอคอมฯ เขมิกาดับเบิ้ลคลิกไฟล์คลิปวีดิโอ เปิดออกมาแล้วเขมิกาก็ต้องใจเมื่อเห็นคลิปพี่สาวกอดกับผู้ชายคนหนึ่งจุดที่ทั้งคู่กอดกันมีต้นไม้ประดับบังตัวผู้ชายเอาไว้จึงเห็นแค่ครึ่งไหล่และไม่เห็นหน้าจึงไม่รู้ว่าเป็นใคร
“ใครกัน”
เขมิกาพึมพำออกมาแล้วนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่แอบได้ยินจรรยาตอนทะเลาะกับอึ่ง
“ทำไม ได้ยินชื่อนี้แล้วมันบาดใจมากหรือไง ก็น่าหรอกนะผู้หญิงหน้าด้านอย่างมัน ใฝ่ต่ำคบชู้ ดันโง่คบมันเข้าไปได้”
“หรือว่าแกรู้เห็นเป็นใจให้มันสวมเขาให้เจ้านาย”

เขมิกากดปิด หน้าขวัญตาในจอหายไปทันที

อีกด้านหนึ่งขณะนั้นมณฑาอยู่กับแววนิลในห้อง

“นิลเกลียดมัน เกิดมาไม่เคยเห็นใครโกหกปลิ้นปล้อน ตีสองหน้าเก่งอย่างมันเลย”
“กลัวอย่างเดียว คุณนนท์จะใจอ่อนหลงเชื่อมันอีก เราต้องตัดไฟแต่ต้นลมนะคะคุณหนู”
แววนิลมองหน้ามณฑา

ส่วนที่บ้านประชา ประชาวางแก้วเหล้าที่กินหมดแล้วกระแทกโต๊ะ นั่งโงนเงน กลุ้มใจเรื่องขวัญตากลับมา
อู๋ผลักประตูเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน
“แกหายหัวไปไหนมา”
“เรื่องที่พี่ส่งข้อความเข้ามือถือผม เป็นเรื่องจริงหรือพี่”
“วันนั้นขวัญตาคงหนีรอดไปได้ อาจมีใครช่วยไว้”
“อย่างนี้มันก็แฉเราได้สิพี่ แล้วทำไมพี่ยังนั่งเฉยอยู่ได้ ทำไม ไม่หนี ผมจะไปติดต่อพรรคพวกให้”
อู๋จะออกไป ประชาดึงไว้
“ขวัญตาความจำเสื่อม จำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ได้”
“งั้นก็ดีเลย ปิดปากมันซะ ก่อนที่มันจะจำได้” ประชาลังเล “ถ้าพี่ทำไม่ได้ ผมลงมือเอง”
“อย่า”
“ทำไมละครับ”
“ฉันไม่อยากให้คนที่บ้านสงสัย อีกอย่างฉันอยากรู้ว่า ขวัญตาจะมาไม้ไหน”
“แต่ว่า…”
“ตอนนี้แกไปสืบแถวที่นั่นว่าใครเป็นคนช่วยขวัญตา หรือรู้เห็นเรื่องวันนั้นบ้าง แล้วรีบรายงานฉัน”
“ครับ”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

วันต่อมาที่บ้านจุมพล จุมพลออกมาเดินยืดเส้นยืดสายที่ระเบียงบ้านแต่สายตามองหาปิ้ง
“ปิ้ง ไอ้ปิ้ง” เงียบ “ไอ้นี่ บอกให้ตื่นเช้าหน่อย ป่านนี้ยังไม่โผล่”
“ปู่รอน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋อยู่ใช่มั้ยล่ะ”
โยธินหิ้วถุงใส่น้ำเต้าหู้ยื่นมาตรงหน้า จุมพลหันมอง โยธินยิ้มให้จุมพลอย่างสดใส
“ข้าไม่ได้สั่งสักหน่อย เอามาทำไม”
“ก็เจ้าสลาตันมันไม่อยู่ ผมก็เลยทำหน้าที่แทน ปู่ขาดไม่ได้ต้องกินทุกเช้าตอนเจ็ดโมง และต้องเป็นร้านเจ๊กี่เจ้าประจำด้วย”
“เข็มมันสั่งไอ้ปิ้งไว้แล้ว เอ็งมายุ่งอะไรด้วย”
“โธ่ปู่ ขืนรอเจ้าปิ้ง ปู่ก็อดกินแหง มาครับ ปู่นั่งลงก่อน” โยธินดึงจุมพลนั่ง “ผมจะไปเทใส่ชามให้ จัดเสิร์ฟให้พร้อมไม่ต้องห่วง”
โยธินจะเดินออกไป จุมพลดุไล่หลัง
“จะหยิบจานชามให้มันเบามือล่ะ แตกพังไปข้าจะเตะโด่งออกทะเลไปโน่น”
จุมพลพูดจบ อมยิ้มเอ็นดูโยธิน

เมื่อดูแลจุมพลเสร็จแล้วโยธินก็ไปดูบัณฑิตที่โรงพยาบาล บัณฑิตยังนอนิ่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย โยธินโกนหนวดให้
“ระหว่างที่เข็มไปอบรม ผมจะคอยมาโกนหนวดให้อาอยู่เรื่อยๆ นะครับ เวลาเข็มกลับมาเยี่ยม อาจะได้ดูหน้าตาสดใสหล่อเหลาเหมือนผม” โยธินบอกพร้อมกับโกนหนวดเสร็จพอดี จังหวะนั้นมือถือโยธินดัง โยธินยิ้มรีบรับ “ไงจ๊ะยาหยี วันนี้โทรแต่เช้า คิดถึงเฮียหรือ”
“อย่ามัวพูดเล่นน่าเฮีย เข็มคิดถึงพ่อ พ่อเป็นยังไงบ้าง”
“เฮียอยู่กับอาฑิตพอดี เดี๋ยวนะเข็มรอก่อน”
โยธินกดกล้องวีดิโอ ถ่ายบัณฑิตส่งไปให้เขมิกาดู ภาพบัณฑิตหน้าตาสดใส ปรากฏขึ้นบนจอมือถือของเขมิกา เขมิการ้องไห้ออกมา เขมิกาปิดปากกลั้นเสียงร้องไว้ไม่ให้โยธินได้ยิน
“เห็นมั้ยเข็ม”
“เห็น ชัดเป๊ะ พ่อ สบายดีนะฮะ เข็มสบายดี พ่อไม่ต้องห่วง”
สีหน้าเขมิกาฮึดสู้เพื่อพ่อ เขมิกามองไปที่ชุดผ้าถุงบนเตียงนอนซึ่งเป็นชุดพนักงานสปาของขวัญตา

ชานนท์แต่งตัวไปทำงาน โย่งถือกระเป๋าเดินตาม คนขับรถยืนรอด้านประตูคนขับ
“คุณผู้ชายเสร็จงานแล้วก็รีบกลับเลยนะครับ อย่าให้ค่ำนัก”
ชานนท์หยุดถามโย่ง
“โย่ง” โย่งยิ้มหน้าเป็น
“ครับ”
“แกเป็นเมียฉันหรือ”
“ครับ เจ้ย เปล่าครับ คุณผู้ชายอ่ะพูดอะไรก็ไม่รู้ โย่งเป็นห่วง”
ชานนท์เดินไปที่รถแล้วชะงักเมื่อเห็นผู้หญิงนุ่งผ้าถุงเป็นชุดที่ขวัญตาเคยใส่ไปทำงาน ยืนหันหลังให้ เขมิกาหันหน้ามา ชานนท์อึ้งคิดถึงขวัญตาในอดีต
ภาพในอดีตชานนท์เดินเข้ามาพร้อมประชา เห็นคนรุมกันอยู่เสียงเอะอะ
“เกิดอะไรขึ้น” ชานนท์ถาม ชิ้นหันมา
“จรรยาเดินไปเหยียบตะขาบมันก็เลยกัดเอาครับ ไม่รู้เข้ามาในนี้ได้ยังไง”
ชานนท์รีบเข้าไปดู เห็นจรรยานั่งบนเก้าอี้ ขวัญตานั่งคุกเข่ายกขาจรรยาพาดบนเข่าตัวเอง ขวัญตากำลังใช้ผ้าเช็ดหน้าผูกเหนือแผลรัดแน่นๆ ชานนท์ถามประชาเบาๆ
“นั่นใคร”
“พนักงานใหม่ครับชื่อขวัญตา ทำงานได้เกือบสองอาทิตย์แล้ว”
ประชาเดินไปหาขวัญตาแล้วถามเสียงนุ่ม
“ต้องส่งหมอหรือเปล่า”
ขวัญตาเงยหน้ามองประชากับชานนท์
“ใครมีกุญแจบ้างคะ” ชานนท์หยิบส่งให้ทันที
“ฉันมี”
ขวัญตารับมา กดกุญแจไปที่บาดแผล ให้แผลตรงกับรูกลมๆ ของกุญแจ แล้วออกแรงกดจนเลือดไหลออกมา”โอ๊ย เจ็บ”
“ทนหน่อยนะ เราต้องรีดพิษออก” ขวัญตาพูดกับชานนท์ “คุณแรงดีกว่าช่วยกดทีค่ะ กดให้แรงสุด ให้เลือดออกมามากที่สุด”
ชานนท์ทำแทนขวัญตา เยาว์เข้ามา
“ทิงเจอร์มาแล้วค่ะ”
ขวัญรับมาทำท่าจะราดแผล ชานนท์รีบบอก
“ระวังจะไหลลงผ้าถุงเธอ มันจะซักไม่ออก”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ขวัญตาบอกพร้อมกับยิ้มสดใส “ขวัญจะได้มีเหตุผลลาหยุดงานไงคะ”
อึ่งกับกุ้งหมั่นไส้ ชานนท์ยิ้มให้ขวัญตา
“ต้องให้ฉันทำแทนอีกมั้ย”
ชานนท์มองขวดทิงเจอร์ในมือขวัญตา ขวัญตาจึงแกล้งล้อจรรยา
“อุ๊ย! จรรยาเตรียมใจไว้นะ มันแสบแทบขาดใจเลยแหละ เอาละนะ หนึ่ง” จรรยาปิดตา โวยวาย
“บ้าหรือ จะทำก็ทำ จะนับทำไมเล่า มันเสียว”

ทุกคนหัวเราะบรรยากาศหายเครียด ชานนท์มองขวัญตาที่หัวเราะร่าเริง

ปัจจุบัน ชานนท์หน้าบึ้งมองผ้าถุงเป็นรอยเปื้อนทิงเจอร์ยิ่งทำให้คิดถึงขวัญตาจึงพาลใส่เขมิกา
“ทำไมแต่งแบบนี้”
“อ๋อ เห็นหลงๆ อยู่ในห้องซักรีด คิดว่าฉันคงจะใส่ชุดนี้ไปทำงานที่สปาใช่ปะ เพราะใส่ได้พอดีเป๊ะ”
“ใครอนุญาตให้เธอไป”
“ไม่มี” เขมิกาเดินไปที่รถ โย่งวิ่งไปขวางกางมือ เขมิกาจึงพูดขู่เสียงเบา “จำรสเตะคราวที่แล้วไม่ได้เหรอ อยากฟื้นความจำมั้ย”
โย่งแหยรีบถอย เขมิกายิ้มเปิดประตูรถ ชานนท์เข้ามายั้งมือเขมิกาไว้
“เธอจะไปทำไม”
“ไปรื้อฟื้นความจำระหว่างเราที่สปาไงฮะ”
“เห็นพฤติกรรมตัวเองในคลิปแล้ว ยังกล้าไปเจอผู้คนอีกหรือ”
“โธ่ คลิปมันตัดต่อกันได้ เด็กป.6ยังทำเป็นเลย”
“เธอคิดว่าฉันโง่จนไม่คิดตรวจสอบหรือ ฉันเชื่อเพราะคลิปนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าคือของจริง”
เขมิกาอึ้ง แต่โกหกเอาตัวรอดไปก่อน
“คนตรวจสอบของคุณอาจมั่วก็ได้ ใครจะรู้จักฉันดีเท่าตัวฉันเอง ฉันไม่ได้นัดกับผู้ชาย ฉันโดนไอ้โม่งจับไปต่างหากเล่า ขึ้นมาเร็วสิคุณสามี เกรงใจคนขับรถบ้าง”
ชานนท์มองคนขับ ไม่อยากมีเรื่องต่อหน้า เลยจำใจขึ้นไปนั่งข้างเขมิกา

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

รถจอดหน้าสปา ชานนท์ลงจากรถ เขมิกาลงตาม ชานนท์เดินไป เขมิกาจะรีบตามแต่ผ้าถุงรัดไม่แน่นเกือบหลุด เขมิการีบดึงไว้ทัน
“เฮ้ย” ชานนท์มองแบบไม่สนใจ เขมิกาชักอาย “เออ คุณใส่เข็มขัดมาไม่ใช่หรือ ขอฉันยืมก่อนได้มั้ย”
ชานนท์มองเฉย
“ถ้าเธอกลับบ้านไปตอนนี้ ก็แก้ปัญหาได้แล้ว”
ชานนท์เดินลิ่วไปเลย
“ผู้ชายอะไรวะใจดำไม่มีน้ำใจ”
เขมิกาอารมณ์เสียหันมาอีกทาง อึ่งเดินเข้ามาตรงหน้าเขมิกา เขมิกาถึงกับสะดุ้ง
“ที่เจ้านายฉันเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอนั่นแหละ”
“นึกว่าใคร ชื่ออึ่งใช่มั้ย”
“ฉันเปลี่ยนชื่อแล้วยะ เรียกฉันว่าอั้ม ชื่อเต็ม พัชราภา”
“หน้าให้เนอะ”
“ใช่ ใครๆ ก็บอกว่าฉันหน้าเหมือนอั้ม ยังกะฝาแฝด”
เขมิกานึกถึงความเป็นฝาแฝดของตน
“มีคนที่หน้าตาเหมือนเราทุกอย่างดีตรงไหนกัน นี่ ฉันจำได้เลาๆ ว่า ฉันมีเพื่อนทำงานอยู่ที่นี่ด้วย เอ๊ จำไม่ได้ว่าคนไหนนะ”
“นังจรรยาน่ะหรือ”
“เขาทำงานอยู่แผนกไหนหรือ พาฉันไปหน่อย”
“มีขาก็เดินไปเองสิ”
“เว้ยเฮ้ย คนงานที่นี่กล้าพูดกับเมียนายจ้างขนาดนี้เลยหรือ”
“โอ๊ย นี่นังคุณผู้หญิง แกยังคิดว่าตัวเองขึ้นแท่นเป็นคนโปรดอยู่หรือไงยะ ใครๆ ก็รู้เช่นเห็นชาติเธอหมดแล้ว”
“คนที่นี่ก็เหม็นขี้หน้าฉันด้วยหรือ”
“เอ้อ ฉันอยากถามมานานล่ะ ว่าต่อมอยากผู้ชายของเธอเนี่ยทำงานตลอด24ชั่วโมงหรือไง แม้แต่มั่วกันในที่ทำงานก็ยังไม่เว้น เธออย่าคิดว่าไม่มีใครรู้เรื่องเน่าๆ ที่เธอกลบไว้นะ”
“ฉันมั่วกับใคร” เขมิกาแกล้งถามต่อ อึ่งจะอ้าปากพูด
“นังอึ่ง”
เยาว์เดินเข้ามาจ้องอึ่งเขม็ง

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เยาว์ดึงหูอึ่งเข้ามาอีกมุม
“แกไปพูดกับคุณขวัญอย่างนั้นได้ยังไง”
“โอ๊ย ก็มันจริงนี่แม่ ฉันเคยเห็นกับตา เคยเล่าให้แม่ฟังแล้วไง” เยาว์ตีแขนอึ่ง
“ก็แค่เห็นเขาเดินลับๆ ล่อๆ ออกจากห้องซาวน่าแค่นั้น ที่เหลือคิดไปเองมั่วเอาเองทั้งนั้น”

ขณะนั้นกุ้งกำลังจับกลุ่มคุยกับพนักงานสองคน
“แต่ฉันเห็นเงาผู้ชายในตู้อบ ถึงจะไม่รู้ว่าเป็นใครก็เถอะ แต่รับประกันว่าไม่ใช่คุณชานนท์แน่ๆ เพราะวันนั้นเจ้านายอยู่ต-จ-ว”
เขมิกายืนฟังได้ยินชัด กุ้งหันมาเห็น
“เล่าต่อสิ กำลังมันส์เลย” เขมิกาบอก กุ้งกับพนักงานมองเขมิกาอย่างรังเกียจแล้วพากันเดินหนี เขมิกาจึงตะโกนตามหลัง “ไม่คุยก็อย่าคุย แต่ช่วยบอกหน่อยว่า คนชื่อจรรยาทำงานห้องไหน”
ไม่มีใครหันมาตอบ เขมิกาเซ็งมองไปที่ห้องนวดเท้า
เขมิกาแง้มประตูห้องนวดเห็นแต่พนักงานคนอื่นนวดเท้าลูกค้าอยู่แต่ไม่เห็นจรรยา เขมิกาปิดประตูเบาๆ พอหันไปเจอประชายืนอยู่ตรงหน้าก็สะดุ้ง ประชาส่งยิ้มให้เขมิกา
“คุณขวัญมองหาใครอยู่หรือครับ”
“ฉันหรือ อ๋อ มองหา เออ มองหาคุณไง คุณผู้จัดการ”
ประชาชะงักไปนิด แต่พยายามรักษาท่าที
“มีธุระกับผมหรือครับ”

ประชาพาเขมิกามาที่แผนกผสมน้ำมันหอมระเหย เขมิกาหันมาหาประชา
“นี่หรือฮะ ห้องทำงานที่ฉันเคยทำ”
ประชามองเขมิกาประเมินทดสอบ หยิบน้ำมันหอมระเหยขึ้นมาหนึ่งขวดแล้วเปิดจุกออก
“น้ำมันหอมระเหยขวดนี้ ลองดมดูสิครับ กลิ่นของมันอาจเรียกความทรงจำคุณกลับมาได้บ้าง”
เขมิการับไป ลองดม พอได้กลิ่นแทบสำลัก
“ฉุนเป็นบ้า ฉุนอย่างนี้ใครจะอยากใช้”
ประชาชักเชื่อว่าเขมิกาจำไม่ได้
“คุณไงที่ชอบใช้นวดปลายเท้า คุณว่ามันกำจัดกลิ่นและช่วยรักษาพวกเชื้อราได้ดี”
“นี่คุณรู้ลึก รู้จริง รู้ถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ของฉันอย่างนี้เลยหรือ เราสนิทกันมากหรือไง”
ประชาไม่อยากให้เขมิการื้อฟื้นความจำ
“ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกครับ แต่ต้องเรียกว่าผมเป็นคนใส่ใจลูกน้องมากกว่า เพราะครั้งหนึ่งคุณเคยเป็น…ลูกน้อง
ผม ผมคงไม่รบกวนแล้ว เชิญตามสบายนะครับ”
ประชาเดินไป เขมิกายังยืนมองน้ำมันหอมระเหย
“เหม็นๆ แบบนี้ชอบไปได้ไงวะ”
จู่ๆ มีมือมาคว้าข้อมือเขมิกา เขมิกาตกใจ
“เฮ้ย”
“ตามฉันมานี่”
จรรยาบอกเสียงห้วนเพราะยังโกรธเขมิกา เรื่องที่เธอมีชู้ เขมิกายอมให้จรรยาดึงไปเพราะอยากรู้ว่าจรรยาจะคุยอะไร

มุมลับตาด้านนอกอาคาร จรรยาผลักเขมิกาเซไปชนกำแพง เขมิกางง จรรยาเจ็บใจมาก ด่าเป็นชุด

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้ ฉันเป็นเพื่อนเธอแต่เธอกลับหลอกลวงฉัน รู้มั้ยใครๆ ก็หาว่าฉันรู้เห็นเป็นใจกับเธอ ฉันถูกด่า ถูกเกลียดก็เพราะเธอขวัญตา”
“โห มาเป็นชุด ขี้หูร่วงเลยนะเนี่ย เธอชื่อจรรยาใช่มั้ย”
“อะไรนะ”
“ไม่มีใครบอกเธอหรือว่าฉันโดนไอ้โม่งตีหัว จำอะไรไม่ได้เธอบอกว่าเป็นเพื่อนฉัน เล่าให้ฟังหน่อยสิว่า นอกจากเรื่องที่ฉันหนีไปกับผู้ชาย ฉันยังทำเรื่องอะไรแย่ๆ อีก”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว”
จรรยาจะไป เขมิการีบดึงไว้แล้วพูดยั่ว
“นี่ เพื่อนกันมันก็น่าเชื่อใจกันสิ แค่คลิปมันไม่น่ามีน้ำหนักพอ แถมผู้ชายก็เป็นแค่เงาดำๆ มองไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าเป็นใคร เธอเชื่อคนง่ายไปหรือเปล่า”
จรรยายิ่งโกรธ สะบัดแขนออก
“แล้วเงินสินสอดหนึ่งล้านที่หายไปพร้อมกับเธอ มันยังยืนยันไม่พออีกหรือว่าเธอหลอกแต่งงานกับคุณนนท์ เพื่อเชิดเงินหนีไปกับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้”
“เงินหรือ ฉันไม่เห็นมีใครพูดถึงเลย”
“เพราะมีคนช่วยปิดบังให้เธอนะสิ”

เหตุการณ์ในวันแต่งงาน หลังจากขวัญตาหายตัวไป จรรยายืนนิ่งในห้องทำงานชานนท์ เธอไม่กล้าสบตาชานนท์ ชานนท์ลุกจากโต๊ะทำงานเดินมายืนตรงหน้าจรรยา
“คุณเป็นเพื่อนสนิทขวัญตา ไม่รู้จริงๆ หรือว่าเขาอยู่ที่ไหน”
“ฉันไม่รู้จริงๆ ค่ะ ขวัญไม่เคยพูดอะไรเลย ฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันว่าขวัญจะทำแบบนี้”
“เงินสินสอดทั้งหมดหายไป ถ้าคุณยังช่วยปกปิดให้เพื่อน คุณอาจจะต้องเดือดร้อนไปด้วย ถ้าเรื่องถึงตำรวจ”
“ฉันสาบานได้ ฉันไม่รู้ว่าขวัญอยู่ไหน”
ชานนท์มองหน้าจรรยา จรรยาสบตาไม่หลบ
“ผมเชื่อคุณ แต่ผมอยากขอร้อง ขอให้เรื่องนี้รู้แค่คุณกับผม”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ปัจจุบัน เขมิกาทำหน้าแปลกใจเมื่อรู้ว่าชานนท์ไม่ได้แจ้งตำรวจเรื่องเงินที่หายไป
“คุณนนท์ไม่ได้แจ้งตำรวจหรือ เขาเล่นงานขวัญตา เออ เล่นงานฉันฐานต้มตุ๋นหลอกลวงได้นะ”
“เขาไม่ทำ ยอมแบกรับความเจ็บปวดไว้คนเดียว เพราะอะไรเธอก็น่าจะรู้ดีที่สุด ถ้าฉันเป็นเธอ ฉันไม่มีหน้ากลับมาหรอก”
จรรยาเดินไป เขมิกาเสียใจแทนชานนท์ เหมือนมีอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย

เขมิกาเดินคิดๆ เรื่องขวัญตา อึ่งเดินตรงดิ่งมาหาเธอ
“ขวัญตาจ๋า ร้อนมั้ยจ๊ะ”
เขมิกาเงยหน้ามอง
“ถามทำไม”
“ก็ไม่ทำไมหรอก แค่อยากช่วยให้หายร้อน” อึ่งยกถังน้ำที่ซ่อนไว้ข้างหลังสาดใส่เขมิกาจนเปียกไปทั้งตัว “ผู้หญิงหน้าทน ไปให้พ้น พวกฉันไม่ต้อนรับเธอ ออกไป”
“มากเกินไปแล้ว ทำกันขนาดนี้เชียวเหรอ”
“นี่มันยังน้อยไป ถามพนักงานที่นี่ดู ใครใครก็อยากจะเอาน้ำสาดไล่เธอทั้งนั้น”
พนักงานรวมกลุ่มกันส่งเสียงไล่เขมิกา
“ใช่ๆ ออกไปเลย ออกไปๆๆๆ”
พนักงานช่วยกันปาโคลนพอกตัวสีดำใส่เขมิกา เขมิกายกมือปัดป้องพัลวัน โคลนเปื้อนเสื้อผ้าเขมิกา ชานนท์รีบเข้ามาเอาตัวบังเขมิกาแล้วตวาดสั่ง
“หยุด! พอได้แล้ว”
โคลนปาโดนหน้าชานนท์ ทุกคนชะงักตกใจ หยุดกันหมด เยาว์เพิ่งวิ่งมาอีกทาง
“ตายแล้ว นี่พวกเธอทำอะไรกันนี่ นังอึ่ง”
“เปล่านะ ฉันแค่ลื่นล้มเลยทำน้ำหกใส่คุณขวัญตา”
“โห ทางตั้งกว้าง ต้องมาลื่นใกล้ๆ ฉันเนี่ยนะ”
“ขอโทษด้วยค่ะ นังอึ่งแกกราบขอโทษ คุณขวัญเดี๋ยวนี้ พวกเธอด้วย”
“ไม่ต้อง ทุกคนกลับไปทำงาน น้าเยาว์ คุมคนให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีก ลูกค้าเห็นเข้าจะหาว่าพนักงานเรากริยาป่าเถื่อน” ชานนท์บอก
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณ คุณชานนท์ น้าจะอบรมให้ดีกว่านี้”
เยาว์หันไปทำตาดุใส่ ทุกคนสลายตัว ชานนท์หันมาทางเขมิกาแล้วดึงมือเขมิกาไปแรงๆ

เขมิกาเดินตามชานนท์มาที่รถ ชานนท์หันมา
“ฉันเตือนเธอแล้วใช่มั้ยว่าอย่ามาอีก ทีนี้ได้รื้อฟื้นความจำสมใจอยากหรือยัง”
เขมิกานิ่งไปไม่โต้ตอบเหมือนเก่า มองหน้าชานนท์ที่เปื้อนโคลนแทนตน เขมิกาดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากผ้าถุง ยัดใส่มือชานนท์ ชานนท์มองผ้าในมือ เขมิกาขึ้นไปนั่งเงียบๆ ในรถ ชานนท์ขึ้นนั่งข้างๆ ยัดผ้าเช็ดหน้าคืนกลับใส่มือเขมิกาแล้วเอาทิชชูในรถเช็ดหน้าเอง
“ฉันไม่ชอบใช้ของปนกับใคร หรือแบ่งกับใครก็ไม่เอา”
“ฉันเข้าใจดีแล้ว กลับบ้านเลยฮะ”
เขมิกาบอกคนขับรถแล้วหันหน้าไปทางอื่นไม่คิดโต้เถียงแทนพี่สาวอีก ชานนท์มองแปลกใจ รถเคลื่อนออกไป ประชายืนหลบมุมจ้องอยู่ด้วยความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้น

พอกลับเข้าห้องเขมิกาหยิบเสื้อผ้าที่กองบนเตียงยัดใส่กระเป๋าเป้ รูปบัณฑิตตกลงมา เขมิกาหยิบรูปขึ้นมา
“พี่ขวัญไม่เหมาะจะเป็นลูกพ่อหรอกฮะ เขาทำผิด ทำร้ายจิตใจคนอื่น ทำแบบนี้มันใช้ไม่ได้ เข็มตัดสินใจแล้ว เราอย่าไปยุ่งกับเขาเลยนะพ่อนะ”
เขมิกาเอารูปบัณฑิตใส่กระเป๋า โยนโปสเตอร์ขวัญตาวางทิ้งไว้บนเตียง
เขมิกาสะพายเป้กับโน้ตบุ๊คเดินตรงไปทางลงชั้นล่างพลางคุยมือถือเบาๆ
“เฮีย เข็มไปรอที่คอนโดนะ ถึงกรุงเทพฯ แล้วโทรบอกด้วย”
จังหวะนั้นเขมิกาได้ยินเสียงปืนดัง เปรี้ยง! เขมิกามชะงักตัดสายทันที เสียงเม่นร้องลั่น เขมิการีบทิ้งเป้ รีบไล่ตามเสียงลงชั้นล่าง

“เฮียถึงบางนาแล้วเข็ม เอ้าเข็ม ฮัลโหลๆๆๆ” โยธินขับรถ แต่จู่ๆ รถสั่น “เฮ้ยๆ เป็นอะไรวะ”

เขมิกาวิ่งมาหยุดตรงทางเข้าสวน

“โอ๊ย อย่า อย่า”
เสียงเม่นร้องออกมา เขมิกาวิ่งเข้าไปในสวนทันที
เขมิกาชะลอฝีเท้า เดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ บรรยากาศวังเวง
“ช่วยด้วย ช่วยด้วย อย่าๆ”
เขมิการีบตามเสียงไปหลบดูอยู่หลังพุ่มไม้ แล้วเขมิกาก็เห็นชานนท์กับโย่งช่วยกันจับเม่น ลักษณะเหมือนกำลังคิดทำร้าย เขมิกาเห็นปืนเหน็บหลังกางเกงชานนท์ ชานนท์กับโย่งลากเม่นเข้าบ้าน เขมิกาตกใจกับภาพที่เห็น คิดว่าชานนท์กับโย่งเอาเม่นเข้าไปทรมาน เสียงเม่นร้องลั่นเสียงโหยหวนมากเหมือนเจ็บปวดโดนทำร้าย
“หยุดร้อง อย่าดิ้น บอกว่าอย่าดิ้น”
ชานนท์ทำเสียงดุ เขมิกาคิดช่วยเม่น ออกจากที่ซ่อน ย่องๆ ไปทางบ้าน ชานนท์กับโย่งเปิดประตูเดินออกมา เขมิการีบหลบเกือบไม่ทัน โย่งล็อคกุญแจขังเม่น เขมิการอจนชานนท์กับโย่งเดินพ้นไปจึงรีบวิ่งไปที่บ้าน เขมิกากำลังจะเปิดประตู แต่ได้ยินเสียงมณฑา
“ค่ะ นมจะระมัดระวังไม่ให้มันหลุดออกมาอีก”
เขมิกาหันไปมองเห็นหลังชานนท์ผละจากมณฑาไปลิบๆ มณฑาถือปิ่นโตตรงมา มณฑามองหญ้าแล้วบ่น
“ไอ้พวกขี้เกียจสันหลังยาว สั่งให้มาตัดหญ้ากันบ้าง ก็ปล่อยให้รกไปหมด”
มณฑาเดินมาถึงหน้าบ้านไม่เจอเขมิกาแล้ว มณฑาไขประตูเข้าไป

ชานนท์ยืนมองกระเป๋าเป้กับโน็ตบุ๊คของเขมิกาที่ทิ้งเอาไว้ ชานนท์มองซ้ายขวา สายตาจ้องจับที่กระเป๋าโน็ตบุ๊คก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นมา
เขมิกาเดินครุ่นคิดถึงเรื่องที่ชานนท์ทำร้ายเม่น แต่แล้วเขมิกาก็ชะงักเมื่อมองไปข้างหน้าแล้วเห็นชานนท์กำลังรูดซิบกระเป๋าโน็ตบุ๊ค
“เฮ้ย นั่นคุณกำลังทำอะไรอ่ะ” ชานนท์ตีหน้าเฉยไม่สะทกสะท้อน เขมิกากระชากคืน ไม่พอใจ “ไม่มีมารยาท”
“ฉันมีสิทธิ์ตรวจสอบ เกิดข้าวของในบ้านหายไป จะเอาเรื่องก็คงไม่ยอมรับ เพราะคนอย่างเธอมันจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน”
“ฉันว่าคุณนั่นแหละ ซ่อนมีดไว้หลังหน้ายักษ์ๆ ของคุณ ช่วยถอยไปหน่อย”
เขมิกาจะไป ชานนท์ประชด
“ที่บอกว่าเข้าใจดีแล้ว เลยคิดจะกลับไปอยู่กับชู้รักเธอสินะ”
“ใครบอกว่าฉันจะไป” เขมิกาแกล้งไก๋
“แล้วกระเป๋าเสื้อผ้านี่”
“ก็แค่เอาออกมาผึ่งลมเฉยๆ อย่าคิดลึก”
เขมิกาจะกลับห้อง ชานนท์ดึงแขนไว้
“อย่ามากวนประสาท ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นของเธอ คิดหรือฉันจะทำให้เธอไปจากบ้านนี้ไม่ได้ ถ้าฉันเอาจริง”
เขมิกาเห็นชายเสื้อชานนท์มีเลือดติดเป็นวงใหญ่ เขมิกากลืนน้ำลายลงคอ ชักกลัวๆ
“ถ้าฉันไม่ไป คุณจะฆ่าฉันงั้นสิ”
ชานนท์มองเสื้อตัวเองเพิ่งเห็นรอยเลือดจึงแกล้งขู่
“ถ้าโดนบีบมากๆ ก็ไม่แน่”
เขมิการีบดึงแขนออกจากชานนท์
“น่ากลัวเนอะ แต่โทษที นิสัยฉันเหมือนลมสลาตัน เจออะไรขวางหน้าเป็นไม่ได้ ต้องพัดให้เปิงกันไปข้างหนึ่ง” เขมิกาพูดมีเลศนัย ชานนท์หมั่นไส้กระชากเป้มา เขมิกาจะแย่งคืนชานนท์หลบไปมา “เอาคืนมานะ”
ชานนท์แกล้งดึงเสื้อผ้าเขมิกาออกมาทิ้งลงพื้น
“เก็บให้หมด อย่าเอาอะไรมาขวางหน้าฉัน เพราะฉันจะไม่เกรงใจเหมือนกัน”
ชานนท์เดินข้ามเสื้อผ้าเขมิกาไปเลย เขมิกาจี๊ดแต่สะกดอารมณ์ไว้ กำมือแน่น

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

โยธินยังอยู่ที่ริมถนนบางนา-ตราดนั่งมองยางรถที่แตกแล้วถอนใจ
“ดันไม่มียางเปลี่ยนด้วย”
ขณะนั้นปรียานั่งอยู่ในรถตู้ของโรงแรม มุ่งหน้าเข้ากทม.เหมือนกัน ปรียาคุยมือถือกับหัวหน้า
“งานสัมมนาเรียบร้อยดีค่ะ พรุ่งนี้ปรียาจะทำรายงานให้หัวหน้าแต่เช้าเลยค่ะ สวัสดีค่ะ”
คนขับสัปหงกจะหลับใน รถเฉียงไปทางริมถนนพุ่งไปทางโยธิน ปรียาเห็นโยธินยืนอยู่ท้ายรถกำลังกดมือถือ
“นายปองขับยังไงเนี่ย ระวัง”
โยธินตกใจที่รถตู้วิ่งมาหา
“เฮ้ย”
คนขับสะดุ้งตาโตรีบหักพวงมาลัยหลบเฉียดฉิว เลยรถโยธินไปแล้วเบรกตัวโก่ง ปรียาหอบตกใจ หันไปมองโยธิน

หน้าร้านซ่อมยาง ช่างกำลังดูยางรถโยธิน โยธินผละจากรถเดินมาหาปรียา
“ต้องขอโทษแทนนายปองด้วยนะคะ” โยธินยิ้มแย้ม
“ถือว่าเราหายกันครับ ถ้าไม่ได้รถตู้คุณช่วยลากมาให้ ผมก็คงต้องรอรถลากถึงค่ำมืดแน่”
ปรียาส่งนามบัตรโรงแรมให้
“ถ้าจะจัดงานหรือต้อนรับแขก ใช้บริการที่นี่ได้นะคะ ดิฉันจะใช้ส่วนลดพนักงานให้ค่ะ ลานะคะ”
ปรียายกมือไหว้ โยธินรับไหว้แทบไม่ทัน ปรียาขึ้นรถตู้ไป โยธินมองตามเผลอตัวเคลิ้ม
“กริยางดงาม พูดจาก็ไพเราะนุ่มนวล ทำไมไอ้เข็มไม่ได้อย่างนี้สักนิดวะ”

เขมิกาอยู่ที่ห้องนอน ตกใจเมื่อโยธินโทรมาบอกเรื่องรถยางแตก
“อะไรนะเฮีย ยางแตกเลยหรือแล้วเฮียเป็นไง”
“พอดีมีสาวสวยมาใช้ไว้ เห็นหรือยังเสน่ห์เฮียไม่ธรรมดา”
“อื้อดีแล้ว”
“อ้าว ที่พูดนี่ให้หึง ช่วยหึงกันหน่อยสิ”
“ทำไม่เป็นวุ้ย เข็มก็เป็นของเข็มแบบนี้แหละ”
“แล้วทำไมยังมาไม่ถึงคอนโด”
“เข็มเปลี่ยนใจจะอยู่อบรมต่อแล้วเฮีย เสาร์นี้ค่อยกลับไปเยี่ยมปู่ตามแผนเดิมละกัน”
“เอาอีกแล้วไอ้เข็ม พูดกลับไปกลับมาตลอด” เสียงโยธินโวยลั่น
“เข็มขอโทษ ไว้เข็มเลี้ยงข้าวแก้ตัวแล้วกัน”
“ไม่เอา แต่ขอเปลี่ยนเป็นบอกรักเฮียสักคำได้ปะ”
“โอ๊ย ไปผุดไปเกิดที่ไหนก็ไปเลยเฮีย ประสาทดีหรือเปล่าเนี่ย” เขมิกาตัดสาย บ่นพึมพำ “บอกรักหรือ เลี่ยน พูดกันเข้าไปได้ยังไง”
เขมิกาเปิดโน้ตบุ๊คแล้วอัดคลิป

“ฉันเห็นเจ้าของคฤหาสน์กักขังทุบตีผู้ชายคนหนึ่ง มีคนในบ้านรู้เห็นและให้ความร่วมมือ สิ่งที่ทุกคนพยายามประณามขวัญตาอาจเป็นแค่แผนลวงตา ที่เล่นเอาฉันเกือบหลงกล ขวัญตาอาจรู้เห็นอะไรบางอย่างจึงต้องหนีไป ฉันต้องหาทางเข้าไปในสวนให้ได้อีกครั้ง บางทีคำตอบที่ฉันอยากรู้อาจอยู่ที่นั่น”

วันต่อมาที่บ้านเลิศวิริยะ แววนิลกำลังดึงปรียาลงจากรถ

“ลงมาสิคุณหญิง ต้องเอาเสลี่ยงมาอัญเชิญไปหรือไงจ๊ะ”
ปรียาลงมาแบบไม่เต็มใจ
“เราบอกแล้วไงว่าไม่อยากมา เราจะกลับแท็กซี่แล้วกัน”
ปรียาจะไป แววนิลดึงไว้
“คิดว่าจะลืมพี่นนท์ได้หรือ ถ้าทำได้ง่ายๆ เธอคงทำไปได้ตั้งนานแล้ว อย่าหลอกตัวเองเลยน่าปรียา” ปรียานิ่งอึ้ง แววนิลเขย่ามือ “แทนที่จะวิ่งหนี สู้วิ่งชนไม่ดีกว่าหรือ สมหวังผิดหวังมันจะได้รู้กันไปเลย”
มณฑาเดินออกมาพูดเบาๆ กับแววนิล
“คุณผู้ชายอยู่ที่ศาลาค่ะ แค่คนเดียว”
แววนิลยิ้มๆ มองปรียา

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ซุ้มศาลามีดอกนางแย้มดอกใหญ่วางอยู่บนโต๊ะเหล็ก ชานนท์คว้าขึ้นมามองดอกนางแย้มแบบโกรธแค้น ชานนท์ขยี้ขยำดอกนางแย้มจนแหลกคามือแล้วปาทิ้งอย่างโกรธจัด
“ใคร ใครเอามันมาปลูกอีก”
ปรียาวิ่งเข้ามาเห็น
“พี่นนท์ ไม่พอใจอะไรหรือคะ” ปรียามองดอกไม้ที่แหลกบนพื้น “ดอกนางแย้มนี่คะ”
ชานนท์ลืมตัวเสียงดังใส่
“อย่าพูดถึงชื่อนี้ พี่ไม่อยากได้ยิน”
“ปรียาขอโทษค่ะ ที่ทำให้พี่นนท์อารมณ์เสีย”
ปรียาจะไป ชานนท์สับสนอยากตัดขวัญตาออกไปจากใจ ความคิดบางอย่างพุ่งขึ้นมาโดยไม่ทันได้คิดให้รอบคอบ ชานนท์คว้ามือปรียา
“เดี๋ยวก่อน ไหนเธอบอกพี่ว่าจะไม่มาเห็นหน้าพี่อีก”
ปรียาอึกอัก ไม่รู้จะตอบยังไง ห่างออกไป แววนิลมองคนทั้งคู่ รีบเข้าไปในระยะที่ได้ยินการสนทนา
“บอกไปสิว่าคิดถึง” แววนิลพูดเบาๆ
“ถ้าพี่นนท์ไม่อยากเห็นหน้าปรียา ปรียาก็จะกลับค่ะ”
ปรียาจะดึงมือออก แต่ชานนท์ไม่ยอม
“พี่อยากเดินหน้าต่อ เรื่องของเรา” ปรียาตกใจ
“แต่พี่นนท์มีคุณขวัญตาอยู่ทั้งคนนะคะ”
“พี่อยู่กับอดีตนานเกินไปแล้ว มันทำให้พี่รู้สึกแย่มาก”
ปรียาเจ็บปวด ค่อยๆ ดึงมือออก
“พี่นนท์เลยอยากจะเริ่มคบกับปรียา เพื่อต้องการลืมคุณขวัญ” ชานนท์นิ่งไป
“พี่ยอมรับว่าพี่เห็นแก่ตัว พี่เสียใจที่พูดอะไรบ้าๆ แบบนี้ออกไป”
ชานนท์ละอายใจ เดินหนี
“พี่นนท์คะ เดี๋ยว”
ปรียาจะตามแต่หน้ามืดเซ ล้มลง ชานนท์ได้ยินหันกลับมา พุ่งไปประคองปรียา
“ปรียา”
แววนิลตกใจห่วงเพื่อนมาก วิ่งไปดูปรียา
“ปรียา”

เขมิกาเดินลงมาที่ห้องโถงแล้วแปลกใจที่เห็นบ้านเงียบๆ มีแต่แป้นปัดฝุ่นเฟอร์นิเจอร์อยู่คนเดียว
“แป้น คนในบ้านนี้หายไปไหนกันหมด”
“ก็ยืนอยู่นี่ไงคะ”
เขมิกาอารมณ์บูด เดินเข้าไปคว้าเครื่องลายครามที่แป้นกำลังปัดฝุ่น ยกขึ้นสูงเหนือหัว ทำท่าเหมือนจะทุ่มทิ้ง
“จะบอกไม่บอก”
“อ๊ายๆ อย่านะคุณ ไอ้ใบนี้นี่เป็นของเก่าตั้งแต่รุ่นคุณย่าจวงเชียวนะคะ ขืนแตกไป คุณผู้ชายเอาคุณตายแน่”
“ไม่ใช่ฉันมั้ง เธอนั่นแหละที่ซุ่มซ่ามทำแตก”
“คุณผู้หญิง เล่นกันแบบนี้เลยหรือ”
“ไม่อยากเล่นกับฉัน ก็รีบบอกว่า” เขมิกายกขึ้นจะทุ่มทิ้งอีก
“อย่าๆ ไปโรงพยาบาล” แป้นรีบบอก
“ใครเป็นอะไร”
“เพื่อนสนิทคุณนิล”
“ปรียา คนที่ชอบมาบ้านนี้บ่อยๆ นะหรือฮะ” แป้นพยักหน้าไม่เต็มใจ “แล้วไปกันหมดเลยหรือ คุณนมมณโฑล่ะ”
“ไปด้วย” เขมิกายิ้มดีใจ
“ทางสะดวก”
เขมิกาโยนเครื่องลายครามให้แป้น แป้นตกใจรีบรับไว้กลัวแตก
“ว้ายๆ ตกๆ แม่ตก”
แป้นรับทัน โล่งอก จะหันไปด่าแต่เขมิกาหายไปแล้ว

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เข็มเดินเร็วๆ กะเข้าไปในสวนเต็มที่ แต่ชะงักเมื่อเห็นโย่งไถหญ้าอยู่ทางเข้าสวนพอดี เขมิกาเซ็ง โย่งมองหน้าเขมิกาอย่างไม่สนใจ
“นายโย่ง ช่วยย้ายก้นนายไปทำตรงอื่นได้มั้ย”
โย่งหยุดเครื่อง
“ทำไมผมต้องไปทำตรงอื่น”
“ก็ฉันสั่ง เสียงมันหนวกหู ฉันอยากนั่งกินลมชมวิวแถวนี้”
“ตรงนี้นั่งไม่ได้”
“ฉันก็เป็นเจ้าของบ้านนี้เหมือนกัน จะนั่งตรงไหน ยืนตรงไหนก็ได้”
“แต่ยกเว้นแถวนี้” เขมิกายิ่งสงสัย
“แถวนี้มีอะไรดีๆ ที่ไม่อยากให้ใครเห็นหรือ”
“ไม่มีครับ แต่ผมต้องรีบทำงานไม่งั้นโดนคุณนมเล่นเอา” โย่งรีบแก้ตัว เขมิกาไม่สน กวนประสาทเดินไปนั่งบนพื้นหญ้าอย่างสบายอารมณ์ โย่งคาดไม่ถึง เขมิกาหันมามอง
“เอาเลยสิ ไถเลย ถ้าเศษหญ้ากระเด็นมาใส่หน้าฉัน นายเจ็บ”
“อย่างนี้หาเรื่องกันเห็นๆ”
“ก็ฉันบอกแล้วว่าอยากนั่งเล่นแถวนี้ หาเรื่องตรงไหนโน่น แถวรั้วหน้าตึก หญ้างี้ขึ้นสูงท่วมหัว ก็ไปตัดสิ”
“ไม่ไป ผมจะตัดตรงนี้ คุณผู้หญิงนั่งได้นั่งไป อย่าลุกหนีแล้วกัน ไอ้โย่งจะไถให้เกรียนเลย”
โย่งเอาจริง ติดเครื่อง
“เฮ้ย อย่านะโว้ย ฉันเป็นคุณผู้หญิงนะ”
โย่งกำลังจะเข็น แต่จู่ๆ เครื่องตัดหญ้าดับ โย่งงง
“อ้าว เป็นอะไรไปอีกวะ ไอ้นี่ชอบเกเรอยู่เรื่อย”

โย่งพยายามซ่อม เขมิกามอง

ที่โรงพยาบาล แววนิลดูร้อนใจจับมือมณฑา

“ใจเย็นค่ะ เดี๋ยวผลก็ออกมา” มณฑาพูดปลอบ ชานนท์เดินออกมาจากห้องทำงานหมอ แววนิลรีบถาม
“พี่นนท์ คุณหมอว่าไงบ้างคะ”
“ร่างกายปรียาอ่อนแอมาก แทบจะไม่มีอาหารตกถึงท้อง เลยไม่มีเรี่ยวแรงแม้แต่จะยืน ทำไมปล่อยตัวเองแบบนี้นะ”
แววนิลไม่สบายใจมาก
“ก็เพราะเขาผิดหวังเรื่องที่พี่นนท์จะคบกับเขา แล้วก็มายกเลิกถ้าเป็นนิลคงฆ่าตัวตายไปแล้ว”
“ดีนะคะที่มาเป็นลมที่บ้านเรา ถ้าเกิดวูบไปตอนอยู่ที่หอพักใครจะเห็นละคะ แล้วที่กรุงเทพฯคุณปรียาก็ไม่มีญาติที่ไหนด้วย” มณฑาช่วยผสมโรง แววนิลกับมณฑามองกันมีพิรุธ
“น้องจะให้ปรียามาอยู่ที่บ้านเรา พี่นนท์ว่าดีมั้ย” ชานนท์นิ่งไปนึกถึงเขมิกา “พี่นนท์คงไม่ได้กลัวว่าเมียเก่าพี่จะว่าเอานะคะ”
“นิลควรถามเจ้าตัวก่อนว่าเต็มใจจะมาอยู่หรือเปล่า ไม่ใช่เรามาสรุปเอาเอง”

เขมิกาดึงหัวเทียนออกมาเป่าๆ ให้หายสกปรก แล้วใส่เข้าไปใหม่ โย่งมองแบบดูถูก
“อย่ามั่วดีกว่าคุณผู้หญิง ทำไม่เป็นก็พอเหอะ”
เขมิกาทำเสร็จลุกยืน
“ลองดูก่อน แล้วค่อยบ่น”
โย่งติดเครื่อง เครื่องติด
“เฮ้ย ติดด้วย คุณผู้หญิงซ่อมเป็นได้ไงเนี่ย” เขมิกาปัดมือ
“ไม่เห็นยาก หัวเทียนมันสกปรก เครื่องมันเลยรวน อย่าดีแต่ใช้ บำรุงรักษาบ้าง ใบมีดเหมือนกันเปลี่ยนได้แล้ว”
โย่งทึ่งมาก เดินเข้าไปมองใกล้ๆ
“นี่ใช่คุณผู้หญิงตัวจริงหรือ” เขมิกากลัวโดนจับได้
“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ เอาล่ะ ฉันเข้าไปเดินเล่นในนี้ได้แล้วใช่มั้ย”
โย่งดันรถตัดหญ้าขวาง
“ไม่ได้ครับ คุณผู้ชายไม่อนุญาตให้ใครเข้าไป”
“ฉันก็ซ่อมเครื่องตัดหญ้าให้แล้วเป็นการแลกเปลี่ยน คิดเบี้ยวหรือ”
“กับคนใจร้ายอย่างคุณผู้หญิง ไม่ต้องรักษาคำพูดก็ได้ หลีกทางหน่อยผมจะทำงานต่อ”
โย่งแกล้งตัดหญ้าขวางทางเข้าไว้
“นายโย่ง กวนประสาทฉันหรือ”
เครื่องยนต์เสียงดัง โย่งแกล้งตะโกน
“ว่าไงนะ ผมไม่ได้ยิน”
เขมิกาอารมณ์บูด เจอคนกวนประสาทพอกัน

แววนิลเดินเข้ามาในห้องที่จัดไว้ให้ปรียา ปรียาเดินตาม มณฑารีบปิดประตู
“ฉันยกห้องนี้ให้เธอ กว้างขวางใช้ได้เลยนะ เรื่องข้าวของส่วนตัวของเธอ ฉันสั่งคนขับรถไปเอาที่หอพักแล้ว”
“แต่มันน่าเกลียดนะ เรายังไม่ได้เป็นอะไรกับพี่นนท์”
“เธอเป็นเพื่อนฉันและกำลังจะเป็นพี่สะใภ้ฉันในอนาคต”
“คุณปรียาคะ อย่าคิดมากเลยคะ กุลสตรีอย่างคุณปรียาเทียบกับขวัญตาแล้ว ไม่มีใครคิดถึงคุณไปในทางเสื่อมเสียหรอกค่ะ”
“ยังไงเราก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี”
“ถ้าไม่อยู่ ก็ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกัน”
“นิลต้องการใช้เรา ไล่คุณขวัญออกไปจากบ้านนี้ใช่มั้ย” ปรียาถามตรงๆ แววนิลอึ้งไปนิดหนึ่ง
“ฉันยอมรับว่าใช่ แต่ฉันต้องการทำให้เธอสมหวังกับพี่นนท์”
“พี่นนท์ก็อยากคบกับเรา เพื่อไล่คุณขวัญไปเหมือนกัน” ปรียาร้องไห้ออกมา “เรารู้สึกว่า เราเหมือนตัวอะไรก็ไม่รู้” แววนิลตกใจ
“อย่าคิดอย่างนั้นสิ ถ้าพี่นนท์พูดออกมา แสดงว่าอยากคบกับเธอจริงๆ พี่นนท์ไม่ใช่ผู้ชายปากพล่อย เธอก็รู้”
แววนิลประคองเพื่อนนั่งที่เตียง “ตอนนี้เธออยู่ในฐานะผู้ป่วย ควรนอนพักมากๆ จะได้สมจริง” แววนิลเดินออกจากห้องพร้อมมณฑา พูดเบาๆ “พี่นนท์ใจอ่อนกับปรียาแล้ว เราต้องรีบกำจัดนังขวัญตานะคะ”
“นมคิดไว้แล้วค่ะ ให้เป็นหน้าที่นมเอง”

เขมิกาเดินหงุดหงิดมาเห็นแป้นกำลังตากผ้า เขมิกาเงยหน้ามองท้องฟ้า ท้องฟ้ายังโปร่งแต่เขมิกากับพูดขึ้นลอยๆ ว่า
“ไม่ต้องตากหรอก ตากไปเดี๋ยวฝนก็ตก”
“คุณผู้หญิงรู้ได้ยังไง” เขมิกาชี้ท้องฟ้า
“มองฟ้าเอาก็รู้ ง่ายติ๊ดเดียว ไม่เกินสิบนาทีพายุฝนจะเข้า”
แป้นมองตามเห็นฟ้าสว่างโร่ เขมิกาเดินเลยไป

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ที่ทางเข้าสวน โย่งหยุดตัดหญ้าแล้ว นั่งเฝ้าทางเข้าอยู่ โย่งชะเง้อมอง
“หวังว่าคงไม่กลับมาอีก”
แป้นเดินรีบร้อนมาหาโย่ง
“ไอ้โย่ง”
“แกเดินมาทางนี้เจอคุณผู้หญิงหรือเปล่าวะ เข้าตึกไปหรือยัง”
“เจอนะสิ ถึงต้องรีบแจ้นมานี่ ฉันว่าคุณผู้หญิงท่าทางประสาทไม่ดีวะ บอกฉันว่าฝนจะตก ตกบ้าอะไรฟ้าใสแจ๋ว”
“สมองเพี้ยนเพราะโดนตีหัวหรือเปล่าวะ ขนาดเครื่องตัดหญ้ายังซ่อมเป็น เครื่องยนต์กลไกงี้รู้หมด”
“จริงหรือวะ”
“เฮ้อ สงสารคุณผู้ชายว่ะเจอแต่ตัวก่อปัญหา เมื่อวานก็เกือบไป”
“แกนั่นแหละทำความสะอาดปืนยังไง ปล่อยให้มันหยิบไปเล่นดีนะที่ปืนลั่นแค่ถากขามันนิดหน่อย”

“หูย ก็คนมันง่วง แค่คำนับฟ้าดินไปสองสามที มันมาแอบเอาไปได้ ดีนะที่คุณผู้ชายแย่งปืนมาได้ เครียดแทนคุณผู้ชายวุ้ย”

ส่วนที่ระยอง ปิ้งจอดรถกระบะบรรทุกปลาที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งแล้วลงมาเปิดท้ายรถ ยกลังปลาวาง แต่แล้วจู่ๆ เท้าของสอนเหยียบบนลัง ปิ้งเงยหน้ามอง

“ถ้าไม่อยากให้ต่อมเดือดพี่ทำงาน รีบยกเท้าแกออกไปซะ”
สอนกับลูกน้องอีกสองคนหัวเราะลั่น
“หน้าอย่างแกนะหรือ กล้าแลกกับฉัน ลูกพี่แกไปไหนวะ ถึงปล่อยให้ลูกน้องมาเห่าหอนแถวนี้” ปิ้งชี้หน้าสอน
“พูดงี้ก็สวยเลยเพ่ ทำไมวะอยากตายหรือไง” ปิ้งเดินเข้าหาแล้วเดินเลยสอนไป “ แน่จริงอย่าเดินหนีสิวะ ไอ้ลูกหมา”
พวกสอนงงหันหลังมองตาม
“ฉันยืนอยู่นี่” ปิ้งได้ทีรีบวิ่ง
“ก็ยืนต่อไปสิวะ ใครจะอยู่ต่อให้โง่”
สอนกับพวกไล่ตาม สอนคว้าคอเสื้อปิ้งได้ ปิ้งโดนรุมอัด แต่แล้วโยธินก็ซิ่งมอเตอร์ไซด์เท่ๆ เข้ามาแหวกกลางวง พวกสอนล้มกลิ้งกระเจิงไปคนละทาง
“ปิ้ง ขึ้นมา”
ปิ้งกระโดดขึ้นซ้อน แต่พอจะซิ่งหนี รถมอเตอร์ไซด์ดันกระตุก 2-3ที่ เครื่องดับ
“เฮ้ย ไงงี้ล่ะคุณโย”
“น้ำมันหมด โทษทีโว้ย ลืมตรวจดู”
สอนถือไม้พุ่งเข้ามา
“จ๊าก หลบคุณโย”
โยธินกับปิ้งลงจากรถ สู้กับพวกสอน โยธินสู้ไปถอยไป ปิ้งโดนลูกน้องสอนอัดจุก โยธินใช้ความเจ้าเล่ห์รีบควักมือถือออกมา กดปุ่มกล้องส่องไปทางสอน
“หยุดนะโว้ย ไม่งั้นฉันจะอัดคลิปพวกแกส่งให้ตำรวจ”
สอนเดินเข้าหา โยธินถอยหลัง
“คิดว่าพี่จะโง่ปล่อยน้องไปแจ้งตำรวจหรือ” โยธินหัวเราะ
“ใครโง่กันแน่ เดี๋ยวนี้มันโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คแล้ว ฉันแค่แชร์รูปเข้าไปตอนนี้เลย คนก็รู้จักแกทั่วประเทศ”
สอนหันไปถามลูกน้อง
“โซเชียลอะไรวะ”
“อย่ายุ่งกับมันดีกว่า พ่อมันใหญ่นะลูกพี่” ลูกน้องกระซิบ สอนชี้หน้าปิ้ง
“อย่าข้ามเขตมาถิ่นนี้อีกนะโว้ย เฮ้ยไป”
พวกสอนไป ปิ้งทำอวดเก่งพูดเบาๆ
“คิดว่ากลัวหรือวะ”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ปิ้งเดินนำโยธินเข้าบ้านเพื่อฟ้องจุมพล แต่โยธินเรียกไว้
“อย่าบอกปู่ดีกว่า มีเรื่องกับพวกนักเลงมันไม่คุ้มหรอก”
“แล้วจะให้มันคอยหาเรื่องอยู่อย่างนี้หรือคุณโย ถ้าพี่เข็มอยู่ไม่มีทางยอมหงอหรอก”
“ผมจะให้พ่อไปเจรจากับเฮียเม้งเอง แต่นายปิ้งห้ามบอกปู่เด็ดขาด เพราะคนอย่างปู่คงไม่ยอมใช้ไม้อ่อนกับใคร”
“เฮียเม้งมันเป็นหัวคะแนนให้ส.ส. มันไม่กลัวพ่อค้าอย่างพ่อคุณหรอก ผมว่าเรียกพี่เข็มกลับมาดีกว่า”
“เข็มเป็นผู้หญิงจะให้ไปต่อยตีได้ไง” จุมพลเดินออกมา
“พูดถึงเจ้าเข็มเรื่องอะไรกัน”
ปิ้งจะอ้าปากบอก
“คืองี้…” โยธินพูดเบาๆ ขู่ปิ้ง
“ถ้านายพูดให้ปู่ไม่สบายใจ ฉันจะบอกปู่เรื่องที่นายชอบหนีงานไปตามจีบลูกสาวแม่ค้าส้มตำ” ปิ้งอ้าปากค้าง
“ไม่มีอะไร คือฉันคิดถึงพี่เข็มก็เลยถามข่าวคราวดู”
“ข้าก็จะถามอยู่พอดี เข้าไปคุยด้วยกันข้างใน”
จุมพลเดินเข้าบ้าน โยธินเดินตาม ปิ้งมองโยธินแบบเจ็บใจ

เขมิกาผลักประตูเดินเข้าห้อง กำลังเดินผ่านโต๊ะเครื่องแป้งเพื่อไปเข้าห้องน้ำแต่เขมิการู้สึกเหมือนกระจกมีอะไรบางอย่างจึงหยุดเดิน หันหลังมามอง ที่กระจกเงามีตัวหนังสือตัวใหญ่เขียนด้วยลิปสติกสีแดงว่า “ตาย” เขมิกาตกตะลึง ที่ประตูมีสายตาคนแอบดู เขมิกาหันไปมองเห็นประตูแง้ม
“นั่นใคร”
เขมิกาวิ่งออกไปดูนอกห้อง เห็นหลังคนใส่ผ้าคลุมสีดำมีฮู้ด ดูไม่ออกว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย เขมิกาไล่ตามไป
เขมิกาวิ่งขึ้นมาอีกชั้น คนชุดดำวิ่งหายไป เขมิกาเดินหาช้าๆ ข้างหลังเขมิกาเหมือนมีคนพุ่งเข้าทำร้าย เขมิกาหันไปด้านหลังอย่างเร็วๆ แต่ไม่มีอะไร
เสียงประตูดัง แอ๊ดดดดด เขมิกาหันไปมองทางเสียงเห็นประตูห้องใต้หลังคาเปิดอ้า เขมิกาขึ้นบันไดเตี้ยๆ คิดว่ามันจะต้องอยู่ในนี้ แต่พอเดินเข้าไป ประตูปิดปัง! เขมิกาตกใจ รีบวิ่งไปที่ประตูดึงลูกบิดพยายามเปิด แต่เปิดไม่ออก
ด้านนอกเห็นมือคนล็อคกุญแจห้องเอาไว้
“ช่วยด้วย มีคนติดอยู่ในนี้ ช่วยด้วย”
เขมิกาตะโกนขอความช่วยเหลือแต่ฟ้าร้องเสียงดังกลบเสียงเรียกของเขมิกา

ฝนตกหนักเสียงฟ้าร้องรุนแรง โย่งกับแป้นช่วยกันเก็บผ้าแทบไม่ทัน
“อะไรว่ะเมื่อกี้ฟ้ายังแจ่มๆ แป๊ปเดียวเทโครมลงมาซะแล้วรู้งี้เชื่อคุณผู้หญิงซะก็ดี”
“คุณผู้หญิงนี่อย่างกับกรมอุตุ”
ขณะนั้นเขมิกาพยายามดันหน้าต่างห้องใต้หลังคาให้เปิด แต่หน้าต่างฝืดมากยังเปิดไม่ได้
“ไม่เคยใช้งานกันบ้างเลยหรือไงวะเนี่ย ฝืดเป็นบ้า”
เสียงขู่ ฟู่ๆ เข็มชะงักค่อยๆ เหลียวหน้าไปดูด้านหลัง เห็นงูกำลังแผ่แม่เบี้ย เขมิกาตกใจยืนนิ่งไม่กล้าขยับ
กวาดตามองหาตัวช่วย สายตาเขมิกามองไปเห็นกระป๋องฉีดยุงวางอยู่ข้างผนังไม่ห่างจากมือนัก เขมิกาค่อยๆ เอื้อมมือไปหาช้าๆ จนหยิบมาได้ จากนั้นเขมิกาก็ฉีดใส่งูไปที่หัวแบบเต็มๆ เขมิกาฉีดไม่หยุด

คนชุดดำยืนอยู่ที่บันไดห้องใต้หลังคา คนชุดดำแหงนขึ้นไปบนห้องใต้หลังคาแล้วก็ได้ยินเสียงเขมิการ้อง
“โอ๊ย”
คนชุดดำคิดว่าเขมิกาโดนงูกัดแน่ จึงค่อยๆ เดินลงจากบันไดไป
ที่ห้องใต้หลังคา งูถูกจับใส่ตะกร้าแล้ว เขมิกาอยู่ในท่าคว้าฝาตะกร้า ปิดปากตะกร้าไม่ให้งูออกอย่างรวดเร็ว เขมิกากดไว้ด้วยอาการหอบเหนื่อย ข้างๆ ตัวเขมิกามีพลั่ววางอยู่
“ไม่รู้จักไอ้เข็มสลาตันซะแล้ว”

เขมิกามองหาของหนักมาทับไว้

แววนิลอยู่ที่ห้องโถง คุยมือถือกับมณฑา

“ทิ้งมันไว้อย่างนั้นซัก 2 คืนแล้วค่อยว่ากันอีกที” ชานนท์กลับจากที่ทำงานเดินเข้ามาเห็นแววนิล แววนิลรีบตัดสายลุกไปหาพี่ชาย
“ปรียาเป็นยังไงบ้าง”
“หลับอยู่ค่ะ นิลโทรไปลางานที่โรงแรมให้แล้ว ความจริงปรียาน่าจะลาออก แล้วมาช่วยงานพี่นนท์ที่สปา พี่นนท์จะได้เหนื่อยน้อยลง”
“ถ้าเขาอยากทำ พี่ก็ไม่มีปัญหา” ชานนท์มองหาเขมิกา
“นังนั่นไม่อยู่หรอกค่ะ มันหายหัวไปตั้งแต่เช้า น้องได้ยินมันคุยโทรศัพท์กับผู้ชายด้วยนะคะ” แววนิลโกหก “น้องว่าที่มันชอบหายไปข้ามวันข้ามคืนบ่อยๆ คงไปอยู่กับชู้มัน”
ชานนท์แสลงใจ แต่ปากแข็ง
“ก็ดีแล้วนี่ พี่จะได้มีเหตุผลในการฟ้องหย่า”
เสียงร้องโหวกเหวกของโย่งกับแป้นดังเข้ามา ชานนท์กับแววนิลวิ่งออกไปดูข้างตึก

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

โย่งกับแป้นแหงนหน้ามองขึ้นไปด้านบน ทำหน้าหวาดเสียวกลัวคนข้างบนตกลงมา แป้นชี้ขึ้นไป
“ไอ้โย่งแกดูชัดๆ สิ ไอ้ที่ตะกายตึกอยู่นี่ ใช่ไอ้แมงมุมหรือเปล่า”
“ใช่ เย้ย แมงมุมบ้านแกนะสิ หา! นั่นมัน…”
ชานนท์กับแววนิลวิ่งเข้ามาดู มองขึ้นไป ชานนท์ตกใจ
“ขวัญตา”
แววนิลปิดปากไม่อยากเชื่อ
เขมิกาเกาะเชือกเส้นใหญ่ห้อยโตงเตงลงมาจากหน้าต่างของห้องใต้หลังคา เขมิกามองลงไปเห็นชานนท์
“เฮ้ย นายชานนท์” เชือกแกว่ง ตัวหมุน “โอ๊ย”
“ว้าย” แป้นกับแววนิลร้องออกมา
“ตกลงมาล่ะหมองเละแน่” โย่งบอก
“ระวัง” ชานนท์ตะโกนบอก เขมิกาหยุดหมุนได้จึงตะโกนลงไป
“ฉันจะตกลงไปก็ไอ้เพราะเสียงพวกนี้แหละ เงียบๆ กันหน่อย”
“นี่แกอย่าตกลงมาตายในบ้านฉันนะ ฉันขี้เกียจเช็ดถู” แววนิลบอก ชานนท์หันมาดุ
“นิล”
เขมิการูดตัวลงมา พอใกล้จะถึงพื้นเชือกขาด ทุกคนร้องลั่น ชานนท์ลืมตัวห่วงเขมิกา พุ่งเข้าไปรับตัวเขมิกาที่หล่นลงมาได้ทัน ล้มไปด้วยกัน เขมิกานอนทับบนตัวชานนท์ แววนิลหวงพี่ วิ่งเข้าไปดึงเขมิกาออก
“หลีกไป พี่นนท์ๆ เป็นยังไงบ้างคะ แขนขาตรงไหนหักหรือเปล่า”
แววนิลพยุงชานนท์ลุก ชานนท์ทั้งห่วงทั้งโกรธเขมิกา
“ว่างมากไปหรือไง ถึงเล่นพิเรนทร์อย่างนี้” เขมิกาโกรธ
“มีคนขังฉัน แล้วยังเอางูมาปล่อยไว้ ต้องการให้ฉันโดนงูกัดตาย”
“เลิกพูดพล่อยๆ ซะที”
“อยากดูหลักฐานมั้ยล่ะ”
แววนิลกลัวความแตก

เขมิกายกตะกร้าใส่งูมาวางต่อหน้าทุกคน
“งูอยู่ในนี้”
ทุกคนพากันตกใจ
“เธอเป็นคนจับมันหรือ”
“ไม่เห็นยากนี่ แค่ฉีดยาฆ่าแมลงใส่มัน พอมันมึนๆ ฉันก็เอาพลั่วกดคอมันไว้ไม่ให้กระดุกกระดิกได้ แล้วก็จับส่วนหัว โยนลงตะกร้าไป”
“ประทานโทษที่พูดเนี่ย งูเขียวหรือครับ”
เขมิกาดึงมือโย่งจะดึงไปทางตะกร้า
“มานี่มา ลองเปิดดูเอง นายก็จะรู้”
“เฮอออ ไม่ดีกว่าครับ ผมถนัดดูเมียงูมากกว่า”
โย่งร้องเสียงหลง แววนิลซีด ชานนท์เดินไปที่ตะกร้าก้มมองตรงรูตะกร้าอย่างระวัง ชานนท์ยืดตัวขึ้นมองหน้าเขมิกา
“ไม่เห็นมีอะไร” เขมิกางง
“ล้อเล่นเปล่าเนี่ย พี่เน็กตัวเบ้อเริ้ม สงสัยมันคงสลบอยู่”
ชานนท์ยกตะกร้าขึ้นเท ทุกคนกลัวถอยหนีไปรวมกัน ร้องกรี๊ด
“อ๊าย!/เฮอ!”
ไม่มีงูตกลงมา แววนิลโล่งใจ
“นังบ้า แกกุเรื่องขึ้นมาหลอกทุกคนหรือ” แววนิลต่อว่า
“ฉันพูดความจริง ไอ้ฆาตกรมันใส่ผ้าคลุมสีดำ มันเขียนขู่จะฆ่าฉันไว้บนกระจกด้วย”
เขมิกามองไปทางชานนท์ให้เชื่อ

เขมิกาเดินนำทุกคนเข้ามาในห้อง ชี้ไปที่กระจกโดยที่ตัวเองยังไม่ทันมอง
“นี่ไงที่มันเขียนขู่ ดูให้เต็มตาเลย” ทุกคนมองไปที่หน้ากระจก คำว่า “ตาย” ถูกลบออกไปแล้ว เขมิกาชี้นิ้วค้าง
“มันหายไปไหน ต้องมีมือดีมาลบออกไปแน่ๆ” ชานนท์โมโห
“พอได้แล้ว โกหกแล้วโกหกอีก เธอทำแบบนี้เพื่ออะไร”
“แกเข้าไปขโมยของในห้องใต้หลังคาใช่มั้ย พอออกมาไม่ได้ ก็เลยปีนลงมาทางหน้าต่าง แกขโมยอะไรไหนดูสิ”
แววนิลเข้าไปค้นตัวเขมิกา เขมิกาบิดแขน แววนิลร้องลั่น “โอ๊ย พี่นนท์ มันจะฆ่าน้อง เห็นหรือยังว่ามันร้ายแค่ไหน”
ชานนท์กระชากเขมิกาเหวี่ยงล้มไปบนเตียง ปรียาวิ่งเข้ามาขวางชานนท์
“อย่ามีเรื่องกันเลยนะคะ ค่อยๆ คุยกันเถอะค่ะ”
“หลีกไปปรียา” ชานนท์หันมาพูดกับเขมิกา “เธอจะไปจากบ้านฉันเอง หรือให้ฉันโยนออกไปทางหน้าต่าง”
เขมิกาลุกยืนไม่ยี่หระ
“กลัวฉันจะอยู่เจอความลับของคุณหรือ ใครที่มันทำอะไรไว้ก็ปิดให้มิดละกัน” แววนิลหน้าเจื่อน เขมิกามองหามณฑา “ขนาดคุณปรียาไม่สบาย ยังลุกขึ้นมาดู แต่ดูเหมือนว่าจะมีอยู่คนหนึ่งที่หายไป” เขมิกาพูดกับแววนิล “ทุกทีตัวติดกันเป็นปาท่องโก๋ ไม่ใช่หรือฮะ”
“แกหมายความว่ายังไง”
“ช่วงที่ฉันปีนลงมาจากตึก มีเวลาเหลือเฟือที่จะมีใครสักคนเข้าไปทำลายหลักฐานทั้งที่ห้องใต้หลังคา แล้วก็ในห้องนี้” เขมิกาเดินไปจับข้อมือแป้นกับโย่งคนละข้าง ลากออกจากห้อง “ไปกับฉัน”
“ผมไม่ได้เป็นคนทำนะ ช่วยด้วยครับคุณผู้ชาย ไอ้โย่งถูกใส่ร้าย”

เขมิกายืนต่อหน้าแป้น โย่ง
“นายโย่งไปดูว่านมอยู่ในสวนหลังตึกหรือเปล่า ส่วนแป้นตามฉันมา”
แววนิลกับชานนท์เดินตามเข้ามา
“เรื่องอะไรมาออกคำสั่งกับคนของฉัน พวกแกไม่ต้องทำตาม”
เขมิกาพูดกับชานนท์
“ต้องมีคนเอางูไปจากตะกร้าและลบข้อความขู่ฉัน คุณนมไม่อยู่ที่นี่ เป็นคนที่น่าสงสัย ถ้าพวกคุณบริสุทธิ์ใจก็ไม่ควรห้าม”
แววนิลกลัวความแตก
“อย่าไปฟังมันนะคะพี่นนท์ มันกำลังปั่นหัวเรา”
ชานนท์หันมาชี้หน้าเขมิกา
“ถ้าไม่เป็นอย่างที่เธอพูด เธอต้องหย่าให้ฉัน”
เขมิกาตอบรับเสียงมั่นใจ
“ได้”
“โย่ง ไปทำตามที่คุณผู้หญิงสั่ง แป้น เรียกคนใช้ทุกคนแยกย้ายกันตามหาคุณนมให้ทั่วตึก” แววนิลตื่นกลัว
“พี่นนท์”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์เดินนำไปทางห้องมณฑา เขมิการีบตาม แววนิลกลัวมณฑาโดนจับได้

โย่งกับคนใช้คนอื่นๆ วิ่งเข้าสวนเพื่อหามณฑา

“แยกย้ายกันหา ใครเจอคุณนมให้ส่งสัญญาณด้วย”
ทั้งหมดแยกย้าย โย่งกับคนขับรถของชานนท์วิ่งผ่านที่กำบังตัวของมณฑา มณฑานั่งเจ็บข้อมือเพราะโดนงูกัด ที่ข้อมือมณฑาจึงเห็นรูสองรู งูตัวที่เขมิกาจับได้ความจริงเป็นงูไม่มีพิษ มณฑาไปขโมยออกมาจากตะกร้าเพื่อทำลายหลักฐานแต่ถูกงูกัด พอทุกคนไปหมดแล้วมณฑารีบประคองตัวเองกลับเข้าตึก

ชานนท์เดินนำทุกคนไปทางห้องนอนมณฑา แววนิลมีพิรุธพยายามห้ามดึงชานนท์เพื่อถ่วงเวลา
“พี่นนท์เชื่อมันหรือว่านมเป็นคนทำ”
“คุณนมเป็นคนเก่าแก่เลี้ยงนิลมา ไม่มีทางใจคอโหดเหี้ยมฆ่าใครได้หรอก แต่พี่ต้องการเห็นธาตุแท้ของใครบางคน” ชานนท์บอกแล้วมองไปทางเขมิกา
“นี่ อย่ามัวถ่วงเวลาอยู่เลยน่า”
ชานนท์เดินไปก่อน เขมิกาตาม ปรียาดึงแววนิลไปถาม
“นิลบอกว่าจะช่วยเรา มันคงไม่ใช่ฝีมือนิลใช่มั้ย”
“ฉันไม่ใช่คนใจคออำมหิตอย่างนั้นนะ มันโกหกแต่งเรื่องขึ้นเอง เพื่อหาเรื่องฟ้องแบ่งสินสมรส” แววนิลบอกแล้วหลบตาปรียา

ชานนท์เคาะประตูห้องมณฑา
“คุณนม อยู่ข้างในหรือเปล่าครับ คุณนมๆ”
ไม่มีเสียงตอบ เขมิกาขี้เกียจรอ
“เสียเวลาเปล่า ถอยออกมา”
ชานนท์ไม่รู้ว่าเขมิกาจะทำอะไร แต่ก็ยอมถอย เขมิกาถอยมาตั้งหลักรวบรวมแรงทั้งหมดเพื่อพังประตู
“เธอจะทำอะไร” เขมิกาพุ่งเข้ากระแทกประตูแต่ไม่เปิด เขมิกากระแทกอีก 2 ที ก็ไม่เปิด ชานนท์ตวาด “หยุดทำบ้าๆ ได้แล้ว” เขมิกาหันมา
“แค่นี้ไม่ระคายผิวฉันหรอกน่า อีกทีเดียวเปิดได้แน่”
“ฉันกลัวประตูพัง ไม่ได้ห่วงเธอ หลีกไป”
ชานนท์รำคาญ ดึงเขมิกาออกจากประตูแล้วหยิบกุญแจออกมาไข ประตูเปิด เขมิกางง
“แม่เจ้า มีกุญแจห้องแม่บ้านด้วย”
“ไม่รู้หรือว่าพี่นนท์มีกุญแจดอกเดียวก็ไขได้ทุกห้องในในตึกนี้” แววนิลบอก เขมิกาตกใจ
“งั้นคุณก็เข้าออกห้องใครก็ได้น่ะสิ”
ชานนท์ไม่ตอบเดินนำเข้าไปก่อน เขมิการีบตาม

ในห้องมณฑา ที่เตียงว่างเปล่าไม่มีมณฑา แววนิลเริ่มเป็นกังวล
“น่าแปลกนะฮะ คนแตกตื่นกันทั้งบ้าน แต่คุณนมกลับหายจ้อย” เขมิกาบอกกับชานนท์
“ฉันอยู่นี่” ทุกคนหันไปทางห้องน้ำ มณฑาเดินออกมา แกล้งเดินกระเผลก “นมหลับไป ก็เลยไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น มีอะไรหรือคะ” มณฑาบอกกับชานนท์
“คุณผู้หญิงเขาหาว่ามีคนคิดฆ่าเขา”
“ตายจริง”
เขมิกามองขามณฑาที่พันผ้าไว้
“ขาคุณนมเป็นอะไรฮะ”
แววนิลห่วงมณฑา กลัวมณฑาโดนงูกัด
“ฉันปวดข้อเท้า นวดน้ำมันแล้วก็เลยพันผ้าไว้ สงสัยอะไรหรือ”
แววนิลรีบเดินไปยืนข้างมณฑา
“มีงูเลื้อยเข้ามาในบ้าน ฉันก็เลยเป็นห่วงคุณนมว่าจะโดนงูมันฉกเอา ช่วยเปิดผ้าให้ดูหน่อยได้มั้ยฮะ” เขมิกาบอก
“ทำแบบนี้ มันหาเรื่องนมชัดๆ”
มณฑาแอบดึงปลายแขนเสื้อข้างที่โดนงูกัดให้ปิดแผลไว้ดีๆ แต่ทำอย่างเนียนๆ จนเขมิกาไม่ผิดสังเกต
“ถ้าเป็นคำสั่งคุณผู้ชาย นมยินดีทำตามค่ะ”
ทุกคนมองไปที่ชานนท์เป็นตาเดียว
“เขารับปากว่าจะหย่าถ้าสิ่งที่เขากล่าวหาไม่จริง ช่วยหน่อยนะครับ”
“ค่ะ” มณฑาเดินไปนั่งที่เตียง “ขอโทษนะคะ บั้นเอวฉันเจ็บ ก้มมากไม่ค่อยได้”
“ปรียาช่วยเองค่ะ” ปรียาเปิดผ้าพันแผล ทุกคนจ้องแต่ปรากฏว่าข้อเท้ามณฑาไม่มีรอยงูกัด ปรียาเงยหน้าบอก “ข้อเท้าคุณนมไม่มีบาดแผลหรอกค่ะ คุณขวัญคงเข้าใจผิด”
เขมิการีบเข้าไปดู บิดขามณฑาไปมาเพื่อค้นหารอยงูกัด มณฑาแกล้งร้องเจ็บ
“โอ๊ย! คุณจะหักขาฉันหรือยังไง ฉันปวดขามากนะคุณ คนอะไรใจดำอย่างกับอีกา กับคนที่เจ็บอยู่ก็ยังไม่นึกเห็นใจ”
แววนิลเข้าไปกระชากเขมิกาออกมา แล้วผลักสุดแรงจนเขมิกาเซไปกระแทกประตู เขมิกาเจ็บ ชานนท์ตกใจจะก้าวเท้าไปช่วย แต่รีบควบคุมตัวเองไว้ แววนิลชี้หน้าเขมิกา
“แกสร้างสถานการณ์ทั้งหมดขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายนมใส่ร้ายฉัน รายต่อไปก็คงเป็นปรียา แล้วหลังจากนั้นแกจะได้เสวยสุขอยู่ในบ้านหลังนี้โดยไม่มีใครคอยขัดขวางใช่มั้ย”
ชานนท์มองหน้าเขมิกา เขมิกาหน้าเสีย

ชานนท์ลากเขมิกาออกมา
“ปล่อย อย่าทำให้ฉันคิดว่าคุณก็ร่วมมือกับไอ้โม่งพวกนั้น”
ชานนท์สะบัดมือเขมิกาอย่างรังเกียจ
“อย่าเบี่ยงประเด็นดีกว่า พรุ่งนี้ไปที่เขตด้วยกันตามข้อตกลง”
“นี่คุณเชื่อคำพูดฉันด้วยหรือ”
“พอแล้วนะขวัญตา ฉันเริ่มจะเหลืออดกับเธอเต็มทนแล้ว”
“ไม่เอาน่า ผัวเมียก็เหมือนลิ้นกับฟัน งี่เง่าใส่กันก็ท้าหย่าท้าเลิก มันเป็นเรื่องธรรมดา จะจริงจังไปทำไมละคะคุณสามี”
ชานนท์ไม่ขำด้วย ยิ่งโกรธมากขึ้น
“เธอต้องการเท่าไหร่สำหรับการหย่า ฉันจะจ่ายให้”
“จริงหรือ อือ” เขมิกาประชด ทำท่าคิดๆ “ฉันอยากได้ไม่มากหรอก เอาแค่บ้านหลังนี้กับธุรกิจสปาของคุณ สองอย่างแค่นั้นแหละ”
“อยากประกาศศึกกับฉันใช่มั้ย”
“ก็น่าหนุกดีนะ ชีวิตแต่งงานจะได้ไม่จืดชืด” เขมิกาเจ้าเล่ห์ หาทางเอาตัวรอด “อู๊ย! ฉันขอไปเข้าห้องน้ำก่อนล่ะ ไม่ไหวแล้ว อั้นไว้นานมากเดี๋ยวท่อปัสสาวะอักเสบ”
เขมิกาชิ่งหนีเดินเข้าตึก ชานนท์พยายามสะกดกลั้นความโกรธ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

แววนิลยังอยู่ที่ห้องมณฑา แววนิลตกใจเมื่อรู้ว่ามณฑาโดนงูกัด
“นมโดนงูกัดหรือ” มณฑาเปิดแขนเสื้อให้ดู เห็นผ้าพันแผลปิดไว้ “ตายแล้ว แล้วทำไมนมไม่เป็นอะไร”
“นมแค่อยากขู่มัน นมก็เลยไปซื้องูที่ไม่มีพิษมา”
“ขวัญตาคนใหม่มันไม่ธรรมดาเลย ขู่อย่างเดียวคงทำอะไรมันไม่ได้ คราวต่อไป มันต้องเจอหนักกว่านี้ แล้วงูล่ะนม”
“นมจัดการทำลายหลักฐานไปแล้วค่ะ”
“ดีนะที่นมไหวพริบดี ล่อหลอกมัน จนมันหน้าแตกหมอไม่รับเย็บ สะใจจริงๆ คราวเนี่ยพี่นนท์คงสาปส่งมันไปไกลๆ แน่”
“โอ๊ย”
แววนิลห่วง รีบจับข้อมือมณฑา
“นมเจ็บมากมั้ย นิลว่าไปให้หมอดูหน่อยดีกว่านะ” มณฑาพยักหน้า “แล้วทีหลังอย่าเอาตัวเองเข้าเสี่ยงแบบนี้อีก”
มณฑาจับมือแววนิล
“ไม่เป็นไรค่ะ เพื่อคุณหนูของนม นมทำได้ทุกอย่าง”
แววนิลซึ้งใจ บีบมือมณฑา
“ขอบใจนะนม”

มณฑาอยากกอด แต่ทำได้เพียงลูบมือแววนิล

เขมิกาอยู่ในห้อง นั่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊คเพื่ออัดคลิป

“ถึงจะจับไม่ได้คาหนังคาเขา แต่ฉันแน่ใจว่ายัยคุณหนูปลานิลกับยัยนมมณโฑคือคนชุดดำที่ขังฉันไว้ในห้องใต้หลังคาแต่ที่ยังไม่แน่ใจคือนายชาเย็นจะร่วมรู้เห็นเป็นใจด้วยหรือเปล่า ถึงกับยอมเสนอเงิน เพื่อให้ขวัญตาไปให้พ้นจากบ้านนี้ หรือว่าพี่ขวัญจะรู้ความลับของนายชาเย็น”
เสียงสัญญาณSMS เขมิกาหยิบมือถือมาอ่าน
“เฮียอยู่กรุงเทพฯแล้วนะ กำลังจะไปหาเข็มที่ห้อง มีเรื่องด่วนมากเกี่ยวกับปู่”
เขมิกาตกใจ พิมพ์ข้อความกลับ
“คือรถติดมากเข็มยังกลับไม่ถึงห้องเลย เปลี่ยนมาเจอกันที่อื่นนะเฮีย”

เขมิกาผลักประตูร้านกาแฟเข้ามาด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ โยธินนั่งรออยู่ยกมือให้ เขมิการีบไปนั่ง
“ปู่เป็นอะไรเฮีย ถึงต้องรีบร้อนบึ่งรถมาแบบนี้” โยธินหน้าเครียด
“เข็มทำใจดีๆ ไว้นะ อย่าตกใจ”
“รีบพูดมาเร็วสิเฮีย”
โยธินก้มหยิบถุงใส่ทุเรียนทอดกรอบถุงใหญ่ให้
“ปู่ให้เอามาฝาก ปู่หลังขดหลังแข็งทำเองกับมือเพราะรู้ว่าเข็มชอบ ซื้อกินเจ้าไหนก็ไม่ถูกใจเท่าฝีมือปู่”
แป่ว! เขมิกาง้างหมัดจะชกใส่โยธิน
“เนี่ยนะเรื่องด่วนของเฮีย เล่นเอาตกใจหมด”
“อย่า ก็เข็มเจอ ยาก เจอเย็น เห็นติดอบรมตลอดมันก็ต้องเล่นไม้นี้แหละ” เขมิกาคว้าถุงมา
“ยังไม่ถึงวันนัดเลย รีบร้อนมาทำไมเล่า”
“ก็อยากเห็นหน้าเข็มเร็วๆ คืนนี้เฮียจะไปนอนด้วย ขี้เกียจไปหาที่พัก”
“เฮ้ย ไม่ได้ เข็มเป็นสาวแล้วนะเฮีย ใครรู้ก็เสียราคากันพอดี”
“นี่หรือสาว นึกว่าทอม” โยธินบ่นเบาๆ
“เข็มได้ยินนะเฮีย ไม่ได้หูหนวก เฮียว่าเข็มเป็นทอมหรือ”
“เปล่าจ้ะ เฮียกล้าว่าเจ้าสาวในอนาคตของตัวเองก็บ้าแล้ว” โยธินฉีกยิ้มกลบเกลื่อน

แววนิลประคองมณฑาเดินออกมาจากคลินิกใกล้ร้านกาแฟที่เขมิกานัดเจอกับโยธิน
“นมอย่าลืมกินยาแก้อักเสบตามหมอสั่งนะคะ”
“ความจริงนมมาเองก็ได้ คุณหนูไม่เห็นต้องขับรถมาส่ง”
“นิลอยากออกมาซื้อของใช้ส่วนตัวอยู่แล้ว”
โยธินกับเขมิกาเดินออกมาจากร้านกาแฟ แววนิลกับมณฑาเดินตรงมาที่รถ เขมิกาเห็นแววนิล แววนิลเกือบมองเห็นเขมิกาแต่เขมิกาไวหันหลังหลบใช้โยธินบังๆ ตัวไว้
“เป็นอะไรเข็ม ปิดหน้าทำไมกลัวแดดหรือ”
แววนิลยังมองอยู่
“เข็มร้อน เข็มขอยืมเสื้อหน่อยเฮีย ถอดเร็วๆๆๆ” โยธินถอดเสื้อให้ “แยกกันตรงนี้นะเฮีย เข็มกลับเอง เจอกันเช้าวันเสาร์”
เขมิการีบเอาเสื้อโยคลุมหัวเหมือนบังแดดวิ่งหายไป
“อะไรของเขา พักนี้ทำไมทำตัวแปลกๆ ชอบกล”
โยธินส่ายหัวเดินไปยังรถที่จอดอยู่ แววนิลยังชะเง้อมองอย่างสงสัย
“คุณหนูมองใครคะ”
“เหมือนนังขวัญตา แต่ไม่แน่ใจนิลเห็นไม่ถนัด”
“คงไม่ใช่หรอกค่ะ ตอนเราออกมามันก็ยังอยู่ที่บ้าน”
“ถ้าคราวนี้พี่นนท์ไม่เฉดหัวมันออกไป นิลฆ่ามันแน่” แววนิลบอกอย่างเจ็บใจ

ห้องทำงานชานนท์ที่สปา ประชากำลังคุยเรื่องงานกับชานนท์อยู่ในห้อง
“คุณชานนท์จะให้ผมนัดทนายมาด้วยเรื่องอะไรครับ เออ คือผมจะได้เตรียมเอกสารได้ถูก”
“ผมจะฟ้องหย่า”
ประชาแอบดีใจ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์ยืนนิ่งอยู่หน้าห้องผสมน้ำมันหอมระเหยเหมือนลังเลที่จะเข้าไป แต่แล้วชานนท์ก็ตัดสินใจเปิดประตูเดินเข้ามา ยืนมองที่นั่งทำงานที่ขวัญตาเคยนั่ง ชานนท์นึกถึงอดีต
ภาพในอดีตชานนท์ตรวจงานในแผนกต่างๆ เช่น แผนกนวดตัว นวดเท้า นวดแผนโบราณ ประชากับเยาว์เดินตามหลัง ประชาเป็นคนพูดอธิบาย เสียงเอะอะดังมาจากห้องนวดเท้า
“ทำไมนวดไม่ได้”
ชานนท์หยุดเดินหันไปทางห้องนวดเท้า
ชานนท์ ประชา เยาว์ อึ่ง เดินเข้ามาในห้องนวดเท้าเห็นลูกค้าแต่งตัวไฮโซยืนเอาเรื่องกับขวัญตา ลูกค้าเห็นชานนท์ก็ทำท่าหยิ่งๆ ใส่
“นี่คุณ ฉันเสียเงินเพื่อมาใช้บริการอย่างคุ้มค่า แต่ทำไมถึงส่งพนักงานหน้าใหม่ที่ไม่ได้เรื่องมาให้ สั่งให้นวดเท้าก็ไม่ยอมทำ”
ชานนท์มองขวัญตา
“ผมต้องขอโทษด้วยครับถ้าทำให้คุณผู้หญิงขัดใจ” ชานนท์หันไปสั่งประชา “เปลี่ยนมือนวดดีๆ มาให้คุณผู้หญิงใหม่”
อึ่งรีบเสนอหน้า
“พัชราภารับหน้าที่เองค่ะ”
“ไม่ได้นะคะ จะมือนวดคนไหนก็นวดเท้าให้คุณลูกค้าไม่ได้ทั้งนั้น” ขวัญตาบอก อึ่งค้อนขวับ
“มีพนักงานไม่เต็มใจทำงานอย่างนี้ ไล่ออกไปเลยดีกว่า” ลูกค้าบอกอย่างไม่พอใจ
“เธอออกไปก่อนนะ” ประชาบอกเสียงเบา
“ฉันยอมโดนไล่ออกค่ะ ถ้าทำให้เด็กในท้องปลอดภัย” ขวัญตาบอก
“เธอหมายความว่ายังไง”
ขวัญตาหันไปทางเยาว์
“น้าเยาว์สอนขวัญเองไม่ใช่หรือคะ ว่าการนวดกดจุดที่เท้าห้ามทำให้คนท้อง เพราะฝ่าเท้าเป็นศูนย์รวมของเส้นประสาททั้งหมด ถ้านวดสุ่มสี่สุ่มห้าไป อาจมีผลกับเด็กในท้อง”
ทุกคนมองลูกค้าที่ท้องแบน
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันท้องอ่อนๆ” ลูกค้าถามอย่างแปลกใจ
“ขวัญเห็นคุณอาเจียนในห้องน้ำ แล้วก็บ่นกับลูกในท้องว่าอย่าทำให้แม่เหนื่อยนัก คือขวัญไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะคะ พอดีว่าขวัญเข้าห้องน้ำอยู่พอดี”
ประชา ชานนท์ เยาว์มองขวัญตาอย่างชื่นชม
“ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าคนท้องไม่ควรนวดเท้า เลยไม่ได้ให้ข้อมูลกับพนักงานไว้” ลูกค้าบอกแล้วจับมือขวัญตา “ขอบใจเธอมากนะ ฉันนี่มันแย่จริงๆ น่าจะถามเหตุผลเธอก่อน อย่าถือสาอารมณ์คนท้องเลยนะจ๊ะ”
ขวัญตายิ้มสดใส
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกค่ะ สปาไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ฝีมือนวดอย่างเดียว แต่เพราะเราให้ความเป็นมิตรด้วยขวัญภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้ค่ะ”
อึ่งหมั่นไส้ ชานนท์มองขวัญตาที่ยิ้มสดใสกับลูกค้า ชานนท์เริ่มตกหลุมรักขวัญตาแล้วโดยไม่รู้เลยว่าความจริงแล้วขวัญตาจ้างผู้หญิงคนนี้มาเล่นละคร
กุ้งกับอึ่งเดินซุบซิบกันมาทางห้องผสมน้ำมันหอมระเหย
“พักนี้เจ้านายขยันมาตรวจงานถี่จัง มาได้มาดีทุกวัน”
ชานนท์โผล่มายืนตรงหน้า
“เจ้านายจะได้ใกล้ชิดกับลูกน้องมากยิ่งขึ้น ไม่ดีหรือ” อึ่งกับกุ้งถึงกับผงะด้วยความตกใจ
“ว้าย ดีค่ะ”

อึ่งกับกุ้งรีบดึงกันออกไป ชานนท์ได้กลิ่นนางแย้ม ชะงักเท้า หันไปทางห้องผสมน้ำมันหอมระเหย

ชานนท์ยืนหน้าประตูห้องเห็นขวัญตานั่งอยู่กับอุปกรณ์ทำน้ำมันหอมระเหยและดอกไม้หลายพันธุ์ ชานนท์มองดอกนางแย้มในมือขวัญตา

“นั่นดอกอะไร กลิ่นหอมมากนะ ขนาดฉันอยู่ด้านนอกยังได้กลิ่น”
ขวัญตารีบลุกยืน ยิ้มสดใส
“ดอกนางแย้มค่ะ ขวัญเก็บมาจากสวนหลังสปา เห็นมันกลิ่นหอมดี ก็เลยลองเอามากลั่นด้วยน้ำร้อนดู ได้กลิ่นหอมไม่แพ้กลิ่นจวงจันทร์เลยค่ะ”
ขวัญตาส่งผอบให้ ชานนท์รับมาดม
“เธอทำเองจริงหรือ ปกติการกลั่นด้วยน้ำร้อนถ้าให้ความร้อนไม่สม่ำเสมอ จะมีกลิ่นไหม้ปนมาด้วย”
“ก็ต้องทดลองอยู่หลายทีค่ะ ไม่ได้ก็เอาใหม่”
ชานนท์ทึ่ง แต่ยังวางมาด
“ฉันเคยเห็นเธออยู่ในแผนกนวดไม่ใช่หรือ เข้ามาผสมนู้นนี่เองรู้มั้ยว่ามันไม่ถูกต้อง”
“ขวัญขอผู้จัดการมาช่วยจรรยาแล้วนะคะ อีกอย่างการที่พนักงานใส่ใจหาความรู้เพิ่มเติมเพื่องานของบริษัท ขวัญสงสัยว่ามันไม่ถูกต้องตรงไหน” ชานนท์ยิ้ม
“ตรงที่เธอได้ผลงานที่ดีแล้วไม่รายงานให้รู้นะสิ กลิ่นดอกนางแย้มนี่ สามารถผลิตขายให้กับสปาอื่นๆ ได้เลยนะ”
ขวัญตายิ้มสดใสดีใจ
“จริงหรือคะ”
“แล้วเธอก็จะได้เงินเป็นค่าสูตรด้วย ฉันจะจ่ายให้”
ขวัญตาลืมตัวจับมือชานนท์
“ขอบคุณค่ะ ตอนแรกขวัญตกใจแทบแย่นึกว่าเจ้านายจะไล่ขวัญออกซะแล้ว แถมยังโชคดีได้เงินไปใช้หนี้ ยิ่งกว่าถูกหวยอีก”
ชานนท์หวิวมองมือที่โดนจับ ขวัญตารู้ตัวมองมือตัวเอง แล้วรีบดึงออก ขวัญตาเงอะงะยิ้มเขินๆ ชานนท์อมยิ้มตากรุ่มกริ่ม

กลับมาปัจจุบัน ชานนท์นอนที่เตียงเผลอยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงยิ้มที่สดใสน่ารักของขวัญตาคนเดิม แล้วก็ชะงักนึกได้ แค้นใจหงุดหงิด รู้ว่าตัวเองตัดใจไม่ได้ เลยคิดจะแก้เผ็ดขวัญตา ชานนท์ตัดสินใจลุกนั่งหยิบโทรศัพท์เปิดเบอร์โทรประชาขึ้นมา ชานนท์ชั่งใจ สุดท้ายก็กดหาประชา
“ขอโทษด้วยที่โทรมารบกวน ผมกลัวว่ารอถึงพรุ่งนี้ จะบอกคุณไม่ทัน คุณไม่ต้องนัดทนายให้แล้ว ผมเปลี่ยนใจ”
ประชาตัดสายมือถือจากชานนท์ หน้าเครียด มองไปที่กรอบรูปขวัญตายิ้มสดใสบนหัวเตียง ประชาเดินไปคว่ำกรอบรูปแรงๆ อารมณ์ทั้งรักทั้งแค้น

เช้าวันรุ่งขึ้น ชานนท์นั่งรอทุกคนอยู่ในห้องอาหาร เขมิกาเดินเข้ามาก่อน เขมิกาโบกมือทักทายชานนท์
“มอร์นิ่ง ดาร์ลิ่ง”
ชานนท์หันไปทางแป้น
“คุณนมไม่ได้สั่งให้เธอจัดอาหารให้คุณผู้หญิงในครัวหรือ” แป้นจะอ้าปากตอบแต่เขมิกาชิงตอบแทน
“แป้นเขาจัดให้แล้ว แต่ฉันกินไม่ลงถ้าไม่ได้เห็นหน้าสามี เหมือนกินปลาทูแต่ขาดน้ำพริกยังไงยังงั้น” เขมิกานั่งข้างๆ ชานนท์ยิ้มให้ ชานนท์ยกนสพ.บังหน้าทันที เขมิกาเหวอเลยหันไปมองกับข้าวแทน “แป้นวันหลังทำหอยชักตีนให้กินหน่อยสิ”
ชานนท์หันมามอง
“อุ๊ย ไม่มีหรอกค่ะ หอยอะไรชื่อพิสดารพันลึก” เขมิกาหัวเราะ
“คนกรุงนี่เชยวะ ไว้จะเอามาฝาก”
“เอามาจากไหนคะ”
“จากบ้าน(ฉัน)” เขมิกาเกือบหลุดแต่นึกขึ้นได้ซะก่อน “เออ จากชาวบ้านร้านตลาดที่มันมีน่ะ รู้จักมั้ย” แป้นส่ายหน้าไม่เข้าใจที่เขมิกาพูด “ช่างมันเหอะ ขี้เกียจอธิบาย ลืมๆ ไปซะ” ชานนท์จ้องเขมิกาอย่างสงสัย จับผิด “ มองทำไมคะ ที่รัก หรืออยากให้เมียป้อน”
เขมิกาหยิบอาหารป้อน ชานนท์เบี่ยงหน้าหนี เสียงมือถือเขมิกาดังเป็นเสียงของโยธินที่อัดไว้ในเครื่องเขมิกาเวลาเบอร์โยธินโทรมา
“รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า , รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า , รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า”
ชานนท์หึง เขมิกาเหวอ รีบตัดสาย
“เสียงนี้กำลังฮิตน่ะ เอาบ้างมะคุณสามี”

ขณะนั้นโยธินอยู่ในห้องคอนโด
“ตัดสายทำไมเนี่ย”
โยธินกดอีก ชานนท์ยังจ้องเขมิกาอยู่ มือถือดังอีก
“รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า , รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า , รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า”
เขมิกาจะตัดสายอีก แต่ชานนท์ไวมากแย่งมือถือไปจากมือเขมิกา
“เฮ้ย เอาคืนมานะ” ชานนท์ถอยหนี
“ชู้เธอโทรมาหรือ ถึงไม่กล้ารับสายต่อหน้าฉัน”
“ชู้อะไรเล่า ไม่มี”
เสียงริงโทนดังอีก “รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า , รับสายด้วยจ้ะที่รักจ๋า” ชานนท์กดรับและกลอกเสียงลงไปทันที “ฮัลโหล”
จังหวะนั้นโยธินตัดสายทิ้งพอดี
“สงสัยจะไปอบรมแต่เช้า” โยธินมองรอบๆ ห้อง “แฟนฉันห้องหับไม่เคยดูดฝุ่น ตายๆๆๆ ไม่มีเฮีย เข็มไม่มีวันขายออกหรอก ต้องสำนึกบุญคุณเฮียนะเนี่ย อู๊ย พ่อบ้านพ่อเรือนน่ารักจริงจริ๊งเรา”
โยธินหันไปยกเครื่องดูดฝุ่น ดูดฝุ่นให้เขมิกา

“ฮัลโหล” สัญญาณตัดไป ชานนท์ยื่นมือถือคืนให้เขมิกา “สงสัยจะรู้ตัวเลยไม่กล้าตอบกลับมา เล่นกันได้เข้าขาดีนี่” เขมิกาโล่งอก
“นี่แกยังไม่ไปจากที่นี่อีกหรือ”
แววนิลเข้ามาพร้อมปรียา
“ไปได้ยังไงฮะ สามีอยู่ที่นี่ทั้งคน ฉันต้องอยู่เพื่อปรนนิบัติพัดวี”
“พี่นนท์ยอมมันอีกหรือคะ”
“เขาอยากกินน้ำใต้ศอกก็ปล่อยเขาสินิล” ชานนท์ตั้งใจแกล้งเขมิกาเดินไปหาปรียา จับมือปรียา ปรียางง “ที่พี่เคยขอคบกับปรียา ปรียามีคำตอบให้พี่หรือยัง”
ปรียาอึกอักมองหน้าเขมิกา แววนิลตอบแทนเพื่อน
“ปรียาเขาตกลงค่ะ เขาบอกกับน้องแล้ว”
แววนิลมองเย้ยเขมิกา ปรียาตกใจ แววนิลบีบมือไว้ห้ามปรายาพูด เขมิกาจ้องหน้าปรียาแล้วประชดใส่
“ไม่ต้องเกรงใจ มีเมียแล้วก็มีกิ๊กอีกคนได้ แบ่งๆ กันใช้ ใครเขาจะด่าว่าศีลธรรมเสื่อมก็เอาสีข้างแถๆ ไปว่า สมัยนี้ใครๆ เขาก็ทำ จบ”
“เธอกับฉันเลิกกันไปนานแล้ว ติดอยู่ที่ใบหย่าแค่นั้น” ชานนท์บอก
“เลิกกันตอนไหนฮะ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง หรือตอนฉันหลับใน”
“แกต้องการจะแกล้งพี่ชายฉันหรือ” แววนิลตวาด
“โอ๊ย คุณปลานิลฟังไม่ได้ศัพท์จับไปกระเดียดอีกแล้ว ฉันก็พูดชัดว่าฉันอนุญาต ต้องให้แต่งตั้งตำแหน่งเมียน้อยอย่างเป็นทางการหรือเปล่าฮะ ถึงจะพอใจ”
ชานนท์โอบไหล่ปรียาพาเดินมาตรงหน้าเขมิกา
“แต่ฉันต้องการคบกับปรียาอย่างเปิดเผย ถ้าเธอไม่ยอมหย่าเธอก็เป็นฝ่ายอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ไป ฉันไม่ว่า” ชานนท์หันไปหาปรียา แล้วพูดเสียงอ่อนโยน “ออกไปทานข้าวข้างนอกดีกว่า นิลด้วยนะจ๊ะ”
แววนิลยิ้มเย้ยเขมิกา เขมิกาลอยหน้าไม่แคร์
“ไม่ต้องชวนฉันนะ ฉันขี้เกียจไป” เขมิกาบอกกับชานนท์ ชานนท์จูงมือปรียาไป แววนิลเชิดใส่ตามพี่ชายไป เขมิกาหันมายิ้มกับแป้นไม่มีอาการเสียใจเลย “อยู่บ้านนี้มีความสุขดีพิลึก”
เขมิกาเดินเข้าด้านใน แป้นมึนตึ้บ

“อะไรวะ ผัวควงผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อตา ยังยิ้มได้อีก เฮอ คุณผู้หญิงนี่บ้าไปแล้วแหงๆ”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ที่ห้องครัว โย่งตบโต๊ะ ลุกยืน

“อะไรนะ ไอ้เลวนั่นมันโทรมาหาคุณผู้หญิง เย้ยคุณผู้ชายเลยหรือ ฉันจะไปด่าคุณผู้หญิงให้สำนึก” แป้นลุกตาม
“คุณผู้ชายก็พอกัน จะคบกับคุณปรียา ทั้งๆ ที่คุณผู้หญิงยังอยู่ทั้งคน” โย่งตบโต๊ะอีก
“แต่คุณผู้หญิงทิ้งคุณผู้ชายก่อน เล่นหนีไปกับคนอื่นในวันแต่งงานเลยนะโว้ย มันจบกันไปตั้งแต่วันนั้นแล้ว ไม่มีใครบ้าคิดว่ายังเป็นผัวเมียกันอยู่หรอก”
แป้นตบโต๊ะบ้าง
“แต่คุณผู้ชายก็ไม่ควรมีเมียน้อย”
โย่งตบโต๊ะแรงกว่า
“คุณผู้หญิงยังไม่ได้เป็นเมียคุณผู้ชาย แค่จดทะเบียนเฉยๆ” แป้นชี้หน้าโย่ง
“รู้ได้ไง แกอยู่กับคุณผู้ชายตลอด24ชม.หรือไง” โย่งชี้บ้าง
“เอ้อ สิวะ คุณผู้ชายของฉันยังบริสุทธิ์ผุดผ่องโว้ย”
“แกมันเป็นผู้ชายก็เข้าข้างผู้ชาย”
“แล้วแกไม่เข้าข้างผู้หญิงหรือ”
ต่างคนต่างไม่ยอมกัน กลายเป็นสงครามทางความคิดระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงไป

เมื่อไม่มีใครอยู่เขมิกาจึงลงมาในสวนหลังตึก เขมิกามองไปข้างหลัง ทางสะดวกจึงเดินเข้าสวนไป เขมิกาตรงดิ่งไปยังเป้าหมายคือบ้านพักของเม่น ด้านหลังเขมิกามีไอ้โม่งชุดดำน่าสะพรึงกลัวปรากฏตัวขึ้น สายตามุ่งทำร้าย
ระยะห่างจากเขมิกา พงหญ้าไหว เขมิกาหันไปมองเห็นหลังเม่นวิ่งเตะลูกมะพร้าวแทนฟุตบอล
“ผู้ชายคนนั้นนี่”
เขมิกาเพ่งมอง เม่นวิ่งหายไป เขมิกาเปลี่ยนทิศทางไม่ไปบ้านเม่นแต่ไล่ตามเม่นแทน เขมิกาวิ่งไปถึงริมคลอง หยุดมองหาเห็นมีแต่เรือแจวจอดอยู่ติดริมคลอง เขมิกามีความรู้สึกเหมือนมีอะไรเคลื่อนเข้ามาทางข้างหลังช้าๆ เขมิกา
หันขวับมาข้างหลัง แต่ไม่มีใคร เขมิกาหันกลับไปทางคลองอีกที ไอ้โม่งชุดดำโผล่มาด้านหลังเขมิกา ไอ้โม่งเงื้อมีดจะแทง เขมิกาเห็นเงา เบี่ยงหลบแล้วหันไปมองก็เจอไอ้โม่ง เขมิกาตกใจ ไอ้โม่งจะแทงอีกเขมิกาเตะสวน ไอ้โม่งเซ ชะงักงง ที่เขมิกาสู้เป็น เขมิกาตั้งการ์ด
“แกเป็นใคร”
ไอ้โม่งจ้วงอีก เขมิกาหลบๆ แต่ลื่นเสียหลัก หงายหลัง ตกน้ำ ตูม!

เขมิกาจมดิ่งลงไปในน้ำ เขมิกาควบคุมสติได้ดำน้ำหนีให้พ้นจากไอ้โม่งไปหลบข้างเรือแจว ไอ้โม่งชะโงกดูที่ผิวน้ำเห็นว่าเงียบ แล้วมองไปที่เรือ เดินเข้าไป เขมิกาลุ้นอยู่ข้างเรือพอได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบดำหลบไปอยู่ข้างใต้ ไอ้โม่งมาถึงก้มมองไม่เห็น จังหวะนั้นเม่นถือไม้โผล่พรวดมาข้างหลังเงื้อฟาดกลางหลัง ไอ้โม่งหลังแอ่น
“นี่แน่ะ ไอ้ผู้ร้าย บังอาจจะมาขโมยเรือไอ้เม่นเหรอ” ไอ้โม่งเห็นเม่นกระชับไม้แน่น รีบตะเกียกตะกายวิ่งหนี “หนอยแน่ะ ไม่รู้จักไอ้เม่นซะแล้ว สมน้ำหน้า วิ่งหางจุกตูดเลย”
เขมิกาโผล่พรวดมาจากน้ำ ตะกายเกาะตลิ่ง ผมลู่ หอบแฮ่ก จับขาเม่น เม่นก้มมองแล้วตะลึง
“มันไปแล้วใช่มั้ย”
เขมิกาถามแต่เม่นตาโต เขมิกาปัดผมออก เม่นจึงเห็นหน้าชัด
“ผี ไม่เอา ช่วยด้วย ผี ๆๆ”
เม่นถอยหลัง ถดหนี เสียงชานนท์ดังมาแต่ไกล
“ไอ้เม่นๆ”
เม่นทิ้งไม้เตลิดหนีเข้าสวน
“เดี๋ยวซิกลับมาก่อน มาช่วยฉุดฉันหน่อย” เขมิกาบอกเสียงหอบ ชานนท์เดินมาถึงก็ตกใจ
“ขวัญตา” ชานนท์รีบฉุดมือเขมิกาขึ้นจากน้ำ เขมิกานอนหงายหมดแรงแกล้งสลบ ชานนท์เขย่าร่าง “ขวัญตาๆ”

ชานนท์แนบฟังที่อก หัวใจยังเต้นอยู่ ชานนท์รีบช้อนร่างเขมิกาอุ้มขึ้น

ชานนท์อุ้มเขมิกาอย่างร้อนใจมาก เขมิกาหรี่ตามอง อมยิ้ม

“สบายดีจริงจริ๊ง ไม่ต้องเดินให้เมื่อย”
ชานนท์มองหน้าเขมิกา
“เธอ! ไม่ได้เป็นอะไรหรือ”
“เปล่านี่ แค่เหนื่อยเลยนอนพักเล่นๆ” ชานนท์หมั่นไส้ ปล่อยเขมิกาตกลงพื้น “โอ๊ย! คุณ ฉันเจ็บนะ”
“อย่ามาล้อเล่นกับฉัน ไม่ตลก ไม่ขำ ไม่สนุกด้วย” เขมิกาลุกยืน
“ฉันก็ไม่สนุกเหมือนกัน เมื่อกี้ฉันเกือบตายไปแล้ว มีคนจะฆ่าฉัน”
“ใคร”
“ไอ้โม่งชุดดำ ถือมีดไล่จ้วงฉัน”
“เลิกสร้างเรื่องทีเถอะ”
“ฉันพูดจริง คุณคิดว่าฉันลงไปว่ายน้ำเล่นเหรอ”
“คนอย่างเธอ ทำอะไรก็ได้” ชานนท์บอกแล้วจะเดินออกไป เขมิกาต้องข่มความโมโหเอาไว้
“เดี๋ยว แล้ว ไหนบอกว่าจะไปกินข้าวข้างนอกไง” เขมิกาถามอย่างสงสัย
“ปรียาปวดหัว ก็เลยต้องวกรถกลับมา แล้วเธอล่ะพอเห็นฉันไม่อยู่ เลยได้จังหวะนัดเจอชู้ พอฉันตามมาเห็น ก็ปั้นน้ำเป็นตัวเรื่องไอ้โม่งขึ้นมาอีก ไอ้โม่งของเธอเนี่ยมันอยู่ไปทุกที่เลยนะ”
“นั่นสิ ฉันต้องกระชากหน้ากากไอ้โม่งให้ได้ อยากถามมันเหมือนกันว่าพิศวาสอะไรฉันนักหนา”
เขมิกาจ้องหน้าชานนท์อย่างสงสัย ชานนท์ไม่หลบตาคิดว่าเขมิกาเจ้าเล่ห์

ที่บ้านประชา ประชานั่งนิ่งหน้าเครียด ขณะที่อู๋ในชุดไอ้โม่งแต่ไม่ได้คลุมหัวยืนจ๋อยอยู่ ประชาหันมาตวาด
“ฉันสั่งแกให้ไปสืบเรื่องขวัญตาคืนนั้น ไม่ได้สั่งให้ไปฆ่าขวัญตา แกกล้าขัดคำสั่งฉันเหรอ” อู๋ก้มหน้า
“แต่ผมกลัวว่าขวัญตาจะปูดเรื่องของเรา”
“ถ้าจะพูด เค้าคงพูดไปนานแล้ว”
“อาจจะมีแผนอะไรก็ได้ ดีไม่ดี ขวัญตาอาจจะร่วมมือกับคุณนนท์จะจับผิดเรา”
“ขวัญตาทำชานนท์เจ็บแสบมาก ไม่มีทางที่ชานนท์จะยอมคืนดีง่ายๆ”
“พี่คงไม่ใจอ่อนกับขวัญตาอีกนะครับ พี่คงไม่ลืมสิ่งที่ขวัญตาทำ มันหักหลังพี่อย่างเจ็บแสบ มัน…”
“เงียบไปเลย แล้วก็ไสหัวไปทำตามที่ฉันสั่ง เรื่องที่นี่ฉันจัดการเอง” อู๋เซ็ง

เขมิกาแอบใช้โทรศัพท์บ้านโทรหาโยธิน เพราะเมือถือของเธอเปียกน้ำจนใช้การไม่ได้
“เฮีย โทษนะที่ไม่ได้รับสาย คือตอนที่เข็มจะกดรับ โทรศัพท์มันตกโถส้วมพอดี นี่เข็มต้องโทรตู้เอา”
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเฮียพาไปซื้อเครื่องใหม่ เฮียกำลังซื้อของไปฝากปู่ เข็มอยากได้อะไรมั้ย พรุ่งนี้จะได้ตรงดิ่งไปบ้านเลย”
“พรุ่งนี้แล้วหรือ อ๋อๆ ไม่ลืมหรอก แล้วเจอกันที่คอนโด อยากเจอสิ อยากเจอจะแย่อยู่แล้ว”
เขมิกาวางหูโทรศัพท์ เสียงประตูปิด เขมิการีบหันไปมองคว้ามือถือที่พังแล้วเดินออกจากห้อง เขมิกามองสำรวจที่หน้าประตูแต่ไม่เห็นอะไรผิดปกติจึงเดินกลับห้อง ชานนท์เดินออกมาจากที่หลบได้ยินการนัดหมายแล้ว

ปรียาเพิ่งหายจากปวดหัวเดินมึนๆ ออกจากห้อง ตรงบันไดปรียาเกือบพลาดลื่น แต่เขมิกามาคว้าข้อมือจับไว้ได้ทัน
“ระวังหน่อย คุณไม่ค่อยสบายอยู่ไม่ใช่หรือ”
เขมิกาเดินมาส่งปรียาที่หน้าห้อง ปรียาหันมา
“ขอบคุณนะคะ ที่เดินมาส่ง”
“ป่วยเป็นอะไรหรือฮะได้ยินว่าไม่สบายบ่อย”
ปรียาอึกอักไม่อยากตอบ
“คุณขวัญอย่าเข้าใจผิดนะคะ ถ้าปรียาหายดีแล้ว ก็จะย้ายออกไปค่ะ”
“ความจริงเธอก็ดูเป็นมิตรดีนะ ผิดกับคนอื่น”
“พวกเขาไม่ได้เกลียดคุณขวัญหรอกค่ะ แต่คงเพราะผิดหวัง”
“ผิดหวังเรื่องอะไร”
“ก่อนที่จะเกิดเรื่อง ปรียายืนยันได้ ว่าทุกคนรักคุณขวัญ คุณขวัญอ่อนโยนมีน้ำใจกับทุกคน ถ้าใครเดือดร้อนคุณขวัญต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ”
“คุณเคยเป็นแฟนกับสามีฉันมาก่อนหรือเปล่า” เขมิกาซักต่อ
“เปล่านะคะ พี่นนท์รักปรียาเหมือนน้องสาว”
“แล้วคุณล่ะ คิดแบบไหนกับเขา ตอนที่เขาแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ไม่รู้สึกอิจฉาหรืออยากเป็นเจ้าสาวแทนบ้างหรือ เคยคิดบ้างมั้ยว่าถ้าไม่มีคนชื่อขวัญตาคุณก็จะสมหวัง” เขมิการุก บีบคั้นถามปรียาเพื่อจับพิรุธ ปรียาถึงกับอึ้ง
“คุณ…”
“ทำไมอ่ะ คำถามฉันไม่ชัดเจนเหรอ”
“ชัดเจนค่ะ แต่ปรียาขออนุญาตไม่ตอบนะคะ ขอตัวค่ะ”

ปรียารีบเปิดประตูเข้าห้อง เขมิกาชักสงสัย

เขมิกากลับเข้าห้องเปิดโน้ตบุ๊ค อัดคลิปตัวเอง

“ฉันยังเข้าไม่ถึงบ้านหลังนั้น แต่สิ่งที่แน่ใจคือผู้ชายที่ชื่อเม่นยังมีชีวิตอยู่ ดูเหมือนนายชาเย็นจะตามเฝ้ามองฉันถึงได้ตามไปที่สวน หรือว่ามือลึกลับที่คิดฆ่าฉันจะเป็นนายชานนท์ จะเป็นไปได้มั้ยว่าเขามีความสัมพันธ์ลับๆ กับปรียา แล้วร่วมมือกันกำจัดขวัญตาด้วยการป้ายสีว่ามีชู้” เขมิกาเดินไปทิ้งตัวนอน “เฮ้อ!” แล้วก็หลับไปทันที

เช้าวันรุ่งขึ้นเขมิกาออกมายืนรอแท็กซี่อยู่หน้ารั้วบ้านเลิศวิริยะ
“ทำไมมาช้าจัง รู้งี้เอารถมาเองก็ดี”
แป้นกลับจากจ่ายตลาด ปรี่มาหาเขมิกา
“คุณผู้หญิง จะไปจากบ้านนี้แล้วหรือคะ เป็นหนูก็ไม่อยู่หรอก มันแสลงใจ”
“นี่ มาไม้ไหนอ่ะ”
“ก็เห็นใจค่ะลูกผู้หญิงด้วยกัน”
“เหรอ งั้นก็ฝากบอกคนในบ้านด้วยว่าฉันไปธุระ” แท็กซี่มาจอดรอ “เออ แล้วไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อนะ”
“อุ๊ย ไม่เคยทำเผื่ออยู่แล้ว”
เขมิกาขึ้นแท็กซี่ไป เสียงแตรรถดัง แป้นสะดุ้งเห็นรถชานนท์วิ่งออกมาจากในบ้าน แป้นรีบหลบให้รถไป
ชานนท์ขับรถตามรถแท็กซี่ที่เขมิกานั่งไป

ส่วนแป้น เมื่อกลับเข้าบ้านก็คุยกับโย่งเรื่องที่เห็นชานนท์ขับรถตามเขมิกา
“ฉันเห็นคุณผู้ชายขับรถตามคุณผู้หญิงไป ไม่รู้ไปไหนกัน เห็นมั้ยผู้ชายก็เป็นอย่างนี้ คิดจับปลาสองมือ”
“อย่ามากล่าวหาคุณผู้ชายนะ”
แววนิลออกมาได้ยิน
“ใครขับรถตามใคร”
แป้นกับโย่งหันมา

แท็กซี่จอดหน้าคอนโดโยธิน เขมิกาจ่ายเงินค่ารถให้คนขับ
“หนูรู้จักรถคันนั้นหรือเปล่า ลุงเห็นขับตามมาตลอด” ลุงขับแท็กซี่ถาม
“หา ไหนฮะ” เขมิกาหันไปด้านหลัง เห็นรถชานนท์จอดอยู่หน้าทางเข้าคอนโด “ลุง ขอหนูยืมโทรศัพท์หน่อยได้มั้ยฮะ”
ชานนท์จ้องเขมิกาอยู่เห็นเขมิกาลงจากรถแท็กซี่ เดินหายเข้าไปในลานจอดรถใต้คอนโด

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ที่ลานจอดรถใต้คอนโดมีรถจอดแน่นเอี๊ยด เขมิกายืนหลบอยู่หลังท้ายรถ4วีลคันใหญ่
“เฮียทำอะไรอยู่นักหนา บอกให้ลงมาเลย ลงมาเลย”
เขมิกาชะโงกหน้ามอง ชานนท์เดินตรงมาเห็นเขมิกาพอดี เขมิกาใจหายวาบ รีบวิ่งหนี ชานนท์ไล่ตาม
เขมิกาวิ่งหลบตามรถ ชานนท์เดินหาตามรถคันต่างๆ เขมิกาก้มหลบคลานหนี โยธินเดินมาที่รถแวนของตัวเองมองหาเขมิกา จู่ๆ มีมือคนมาตบบ่าด้านหลัง โยธินสะดุ้งหันไปมิงจึงเห็นเห็นเขมิกา
“เฮีย รีบไปเร็ว”
“แล้วไม่ต้องเอาของอะไรในห้องหรือ เสื้อผ้าล่ะ”
“ที่บ้านมีเยอะแยะ รีบไปเดี๋ยวนี้เลย เข็มรีบ เร็วๆ เฮีย เร็ว”
เขมิการีบขึ้นรถ โยธินขึ้นตามปากบ่นไปด้วย
“จะเร็วไปไหนเนี่ย”

ชานนท์มองหาเขมิกาที่รถคันหนึ่ง มือไปโดนรถ เสียงสัญญาณกันขโมยดังขึ้นมา ชานนท์ตกใจ รปภ.วิ่งเข้ามา”ขอโทษนะครับ นี่รถคุณหรือเปล่า”
ผู้หญิงในชุดทำงานเดินเร่งเข้ามา
“รถฉันเองค่ะ” ผู้หญิงรีบปิดสัญญาณเตือน
“ผมไม่ได้ตั้งใจนะครับ พอดีเดินผ่านก็เลยไปโดนรถเข้า” ชานนท์ยื่นนามบัตรให้ดู “ผมเป็นเจ้าของสปาครับ ไม่ใช่มิจฉาชีพ”
ผู้หญิงรับมาดู ชานนท์รีบมองหาเขมิกาแต่ไม่มีวี่แววแล้ว

รถโยธินขับออกมาทางด้านหลังคอนโด เขมิกามองถนนด้านหลังแล้วถอนใจอย่างโล่งอก
“เข็มทำอะไรแปลกๆ นะ ให้เฮียรออยู่ในห้องตั้งนาน พอมาถึงก็เร่งๆ แล้วยังให้ออกมาด้านหลังคอนโดอีก”
“ก็เข็มอยากดูวิวทิวทัศน์ เห็นมั้ยทุ่งหญ้าเขียวขจี ธรรมชาติสวยสดใส เห็นแล้วสบายตาสบายใจออกจะตาย”
โยธินมองตาม เห็นแต่ทาวน์เฮาส์เรียงเป็นตับ
“เข็มอย่าอธิบายเลย เข็มยิ่งพูดเฮียยิ่งปวดหัว”
เขมิกาอ้าปากจะพูดอีก
“คือ…”
“เข็มหลับไปเลย ถึงแล้วเฮียปลุกเอง”
เขมิกาอมยิ้มแล้วนั่งหลับตา

แววนิลบิดลูกบิดประตูห้องเขมิกาแรงๆ พยายามจะเปิดเข้าไป แต่เปิดไม่ได้ มณฑารีบเดินเข้ามา
“นมไปดูนอกตึกแล้ว มันปิดหน้าต่าง”
“ประตูมันก็ล็อค แล้วจะเข้าห้องมันได้ยังไงคะนม”
“ถ้างัดประตู มันก็จะรู้ มีทางเดียวค่ะ” แววนิลก็คิดออก
“จริงด้วย”

แววนิลมาค้นหากุญแจดอกที่ชานนท์ใช้เปิดห้องได้ทุกห้องที่ลิ้นชักโต๊ะทำงานชานนท์ มณฑาค้นหาตามลิ้นชักชั้นวางหนังสือ ชานนท์เปิดประตูเข้ามา
“ทำอะไรกัน” ชานนท์ถาม แววนิลสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ว้าย พี่นนท์” มณฑารีบหยุด ชานนท์จ้องโกรธ มณฑาไม่กล้ามองหน้า แววนิลรีบอ้อน “พี่นนท์อย่าโกรธน้องนะคะ คือน้องอยากได้กุญแจไปไขห้องของขวัญตา น้องอยากรู้ว่ามันมีความลับอะไรปกปิดเราอยู่ ตั้งแต่มันกลับมา มันทำตัวแปลกๆ หลายอย่าง พี่นนท์ไม่สงสัยหรือคะ”
“พี่จะนั่งตรวจงานหน่อย นิลออกไปก่อนนะจ้ะ”
“พี่นนท์ก็ไม่ไว้ใจมันไม่ใช่หรือ ถึงได้ตามมันออกไปข้างนอก”
“พี่ไม่อยากให้นิลกังวลในปัญหาของพี่ นิลเพิ่งปลูกถ่ายไตได้ไม่นาน ควรห่วงสุขภาพตัวเองก่อนนะจ๊ะ”

ชานนท์เดินไปนั่งก้มหน้าทำงานที่โต๊ะ มณฑาจับแขนแววนิลพาเดินออกไป ประตูห้องปิด ชานนท์เงยหน้า มองไปที่ภาชนะเซรามิกที่เสียบพวกปากกาดินสอ ชานนท์หยิบกุญแจดอกนั้นออกมาจากเซรามิก – อ่านต่อ เจ้สาวสลาตัน ตอนที่ 3

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

บทละครเจ้าสาวสลาตัน, ละครเจ้าสาวสลาตัน, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ เจ้าสาวสลาตัน, อ่านเจ้าสาวสลาตันออนไลน์, เจ้าสาวสลาตัน, เจ้าสาวสลาตันย้อนหลัง, เจ้าสาวสลาตันดาวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังเวียงร้อยดาวทุกตอน

 

เจ้าสาวสลาตัน
- 2014-01-14 3:05:27 โพสต์โดย : zoomza 7,871 ดูละครย้อนหลัง