อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 3

3bb

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 3

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 3

ชานนท์ใช้กุญแจดอกนั้นไขประตูเข้าไปในห้องเขมิกา ชานนท์เปิดตู้เสื้อผ้าเห็นกระเป๋าเป้ หยิบออกมาดูในกระเป๋าตามช่องเล็กช่องน้อยไม่พบอะไรน่าสงสัย ชานนท์มองไปที่โต๊ะข้างเตียงเห็นกระเป๋าโน้ตบุ๊ควางอยู่ ชานนท์รูดซิบเปิดล้วงเข้าเหมือนจะดึงโน้ตบุ๊คออกมา แต่ปรากฏว่าสิ่งที่ดึงออกมาเป็นแค่หนังสือการ์ตูน 3 เล่ม ชานนท์ถึงกับเซ็ง
บนเรือใหญ่ แพปลาที่รถยอง ปิ้งเปิดตู้แช่ปลาแล้วตกใจ ร้องลั่น
“เถ้าแก่ เรื่องใหญ่แล้ว”
จุมพลรีบลงเรือ
“อะไรวะ มีอะไร”
“ปลาเน่า ตายหมู่เลย”
“ตู้อื่นๆ ล่ะ”
คนงานอื่นรีบเปิดดู ปิดจมูกเหม็น
“เน่าหมด”
จุมพลรีบดูในตู้หยิบปลาขึ้นมาดม
“กลิ่นแอมโมเนีย”
ปิ้งมองไปบนสะพานปลา
“ฝีมือมัน ไอ้พวกเฮียเม้ง”
“ของขวัญของฝากจากเฮียเม้ง ถูกใจมั้ยครับเถ้าแก่จุมพล” สอนบอก จุมพลแค้น ใช้ไม้ตะพดชี้หน้า
“ไอ้พวกใจชั่ว จับมันไว้ ข้าจะแล่เนื้อแล้วเอาเกลือทา ส่งไปให้ไอ้เฮียเม้งมันดู”
“คราวนี้ฉันไม่ยอมแกอีกแน่ ตามลูกพี่มา ฆ่ามันนนน”
ปิ้ง คนงาน ขึ้นจากเรือเข้าไปตะลุมบอนกับลูกน้องเฮียเม้ง

รถโยธินจอดที่หัวสะพานปลา เขมิกาลงจากรถเห็นคนงานของจุมพลตะลุมบอนกับลูกน้องเฮียเม้ง จุมพลเอาไม้ตะพดตีหัวสอน แล้วยกขาถีบ สอนจับขาจุมพลไว้ ดันจุมพลล้ม เขมิกาวิ่งมาพร้อมโยธิน
“ปู่! ไอ้เลวเอ๊ย”
เขมิกาเข้าไปลุยกับสอน บู๊กันกระจาย โยธินเข้าไปพยุงจุมพลลุกยืน
“ปู่เจ็บมากหรือเปล่า”
“เฮ้ยข้ากระดูกเหล็กไม่เป็นไร ไปช่วยไอ้เข็มก่อน”
โยธินยังไม่ทันไป ลูกน้องเฮียเม้งคนหนึ่งกระชากโยธินหันไปแล้วชกหน้า โยธินเซ จุมพลเอาไม้ตะพดกระดุ้งท้อง ลูกน้องเฮียเม้งตัวงอ โยธินเตะเสยคางจนมันลงไปนอนหงาย จุมพลยกเท้ากระทืบอกลูกน้องเฮียเม้งไปอีกสองที
อีกมุมเข็มกระโดดเตะสอนจนล้มไป
“ช่วยด้วยลูกพี่”
ปิ้งโดนรุมอัดทีเดียวสามคน เขมิกาเข้าไปเตะต่อยช่วยปิ้ง จนลูกน้องเฮียเม้งถอยไปรวมกัน โยธินมาข้างหลังเอาอวนตาข่ายคลุม ทั้งสามคนล้มลง ปิ้งกับโยธินช่วยกันเตะๆ ทั้งสามร้องลั่นติดตาข่าย
อีกมุม สอนสู้กับจุมพล เขมิกาวิ่งเข้าไปช่วย เขมิกาจับล็อคแขนสองข้างสอน
“เอาเลยปู่ อัดมันให้หนำใจ”
จุมพลโยนไม้ตะพดทิ้ง แล้วกำหมัดชกใส่หน้าสอน ซ้ายขวา จบด้วยชกใส่ท้องจนสอนจุก ลูกน้องเฮียเม้งอีกคนเห็นท่าไม่ดีจุดประทัดโยนใส่
“ปู่ ระวัง”
เขมิการีบดึงจุมพลหลบ ถอยหนี เสียงประทัดดังสนั่นกระจุยกระจาย พวกลูกน้องเฮียเม้งประคองกันวิ่งหนี เมื่อประทัดหยุด ลูกน้องเฮียเม้งหนีเรียบ
“ปู่ ปลอดภัยใช่มั้ย”
“เฮ้ยไอ้นักเลงกระจอกพวกนี้ ไม่ครณามือปู่หรอก”
เขมิกาเพิ่งรู้สึกเจ็บขา
“อู๊ย”
โยธินรีบวิ่งมาหา
“เข็ม บาดเจ็บหรือ” โยธินถามอย่างเป็นห่วง
“นิดหน่อยเฮียประทัดมันกระเด็นโดนเท้าเข็ม” โยธินก้มดู
“เป็นรอยไหม้เลย แสบมั้ย”
“โอ๊ย แค่นี้ไม่ตายหรอกเฮีย ไกลหัวใจตั้งแยะ” เขมิกายกขาโชว์แต่เจ็บ “อู๊ย”
“ไอ้โย แบกไอ้เข็มขึ้นหลังเลย เอามันกลับไปทายาที่บ้าน” จุมพลบอก ปิ้งเสนอหน้าเข้ามา
“ขี่หลังฉันก็ได้พี่เข็ม เบาะหลังนุ่มสบายระดับเฟิร์สคลาส”
จุมพลดันหน้าปิ้งหงายเงิบไป
“ถอยไปไกลๆ ไอ้นี่ มาเอี่ยวอยู่เรื่อย”
โยธินรีบย่อตัวให้เขมมิกาขี่หลัง
“ไปเข็ม”
“เฮ้ย วันนี้ได้ขี่หลังเฮียโว้ย ดีๆ นะเฮีย ตกไปน่ะโดนตึ๊บ”
“พูดมาก ขึ้นมาเร็วๆ” เขมิกากระโดดขี่หลัง โยธินโวย “เบาๆ ไอ้เด็กคนนี้ จะฆ่าเฮียหรือไง”

โยธินแบกเขมิกาเดินไปอย่างสบายๆ จุมพลยืนมองด้านหลังเขมิกากับโยธิน รู้สึกวางใจ

เมื่อกลับถึงบ้าน จุมพลมองโยธินแปะพลาสเตอร์ให้เขมิกา จุมพลยิ้มๆ พอใจโยธิน

“ทำไมเฮียเม้งชอบมาก่อกวนปู่ละครับ” โยธินถามขึ้นมา
“พวกมันชอบใช้วิธีจับปลาแบบผิดๆ บางทีก็ระเบิดปลา ตอนหน้าลมสงบมันก็ใช้เรือปั่นไฟจับปลากะตัก ทำให้ลูกปลาอื่นๆ ติดอวนตาถี่ไปด้วย ต่อไปวันข้างหน้าชาวประมงจะหาปลาที่ไหนให้จับ”
“พอปู่ขัดขวาง มันก็เลยแค้นปู่ คอยตามหาเรื่องตลอด” จุมพลหนักใจ
“ปู่ต้องรีบหาสามีให้เอ็งแล้ว จะได้มีดูแลคุ้มครองเอ็งตอนปู่ไม่อยู่” เขมิกาตกใจ
“สามีเลยหรือปู่ เข็มยังไม่มีแฟนเลย” ปิ้งหวงเขมิกาขึ้นมา
“ใช่ ยังเด็กอยู่แท้ๆ จะให้รีบมีผัวไปไหน”
จุมพลเงื้อไม้ตะพดจะตีปิ้ง
“ไอ้ปากเสีย ออกไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้เลย ไป!” ปิ้งกลัวรีบคลานออกไป “เรื่องแต่งงานเดี๋ยวปู่จัดการให้เอง”
“เข็มไม่เอาด้วยนะปู่”
“อยู่เฉยๆ ทำตามปู่ก็พอ เจ้าโย” โยธินสะดุ้ง
“ครับปู่”
“ตามข้ามา”
จุมพลเดินออกไปที่สนาม โยธินตามไปแบบงงๆ
“ความซวยมาเยือนแล้วตรู” เขมิกาบ่นพึมพำออกมา

วันต่อมาที่บ้านจุมพล เสียงสมคิดหัวเราะลั่นดังออกมาจากในบ้าน
“ฮ่าๆๆ อาพูดได้ดีจริงๆ ไอ้โยมันลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น มันต้องดูแลหนูเข็มได้ดีเหมือนผมดูแลเมียๆ ทุกคน” สมคิดบอก โยธินรีบปราม
“ป๋า เวอร์ไป” สมคิดรู้ตัว รีบเชียร์ลูก
“แต่ไอ้หมอนี่มันรักเดียวใจเดียวครับ ตามรับตามส่งหนูเข็มตั้งแต่ประถมยันมหาวิทยาลัย”
“ก็เพราะอย่างนี้ข้าถึงไว้ใจมันที่สุด ว่ามันคงไม่มีเมียเล็กมีน้อยเหมือนพ่อมันแน่” สมคิดสะดุ้ง โยธินขำ “เอาเป็นว่าทางป๋าคิดไปหาฤกษ์หมั้นมาได้เลย ส่วนงานแต่งข้าขอให้พ้นปีนี้ไปก่อน” โยธินดีใจมาก
“เอ๊ะ นี่ผมยังไม่เห็นหนูเข็มเลยนะครับ” สมคิดถามหาเขมิกา ปิ้งวิ่งเข้ามา
“เถ้าแก่ ผมหาพี่เข็มไม่เจอ เจอแต่ไอ้นี่”
ปิ้งส่งจดหมายให้จุมพล จุมพลรีบอ่าน
“เข็มต้องรีบเข้าอบรมด่วน ไม่ต้องห่วงเข็ม ถึงกรุงเทพฯ แล้วจะโทรหา” จุมพลมองโยธิน
“ไอ้เข็มมันกลับกรุงเทพฯ ยังไง ก็เอ็งยังยืนอยู่นี่”
เขมิกาใส่ชุดเสื้อหนังกางเกงยีนส์ ใส่หมวกกันน็อค ขี่มอเตอร์ไซด์ช็อปเปอร์คู่ใจ สะพายเป้ข้างหลังอย่างเท่ มุ่งตรงสู่กรุงเทพฯ

เขมิกาขี่มอเตอร์ไซด์มุ่งไปทางเข้าประตูด้านหน้าบ้านเลิศวิริยะ เสียงเม่นตะโกนลั่นออกมา
“ไม่ไปๆ ไม่เอาๆ อย่าทำผม ผมกลัวแล้ว” เขมิกาหันไปมองที่กำแพง เห็นเม่นหน้าตามอมแมม โผล่หัวขึ้นมาพยายามตะกายจะปีนกำแพงออกมาด้านนอก “กลัวๆ ไม่เอาๆ”
เม่นเหมือนถูกดึงลงไปจากกำแพง หายไป เขมิกาคิดว่าเม่นโดนทำร้าย เขมิการีบบิดมอเตอร์ไซด์ตรงไปหน้าบ้าน เลี้ยวเข้าไป เขมิกาจอดมอเตอร์ไซด์อย่างเร่งรีบ วางหมวกกันน็อค วิ่งสุดชีวิตไปหลังตึก
เขมิกาวิ่งเข้าสวนอย่างเร็วเพื่อช่วยชีวิตเม่น
เขมิกาได้ยินเสียงเม่นดังออกมา เขมิกาวิ่งไปที่บ้านพัก แอบดูที่ช่องหน้าต่างเห็นพวกชานนท์กับโย่ง อยู่ด้านหลังของตัวบ้าน กำลังช่วยกันจับเม่นลักษณะเหมือนรุมทำร้าย
“จับไว้แน่นๆ”
ชานนท์บอก เม่นร้องไม่หยุด เขมิกาอ้อมไปด้านหลัง

เขมิกาโผล่มาด้านหลังเห็นหลังของชานนท์กับโย่งช่วยกันจับเม่นอยู่ เม่นร้องไม่หยุด เขมิกาตวาดลั่น
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
เขมิกาผลักชานนท์ให้หลุดจากเม่น ชานนท์เซไปเสียหลักล้มนั่ง โย่งหันมาเห็นเขมิกา
“คุณผู้หญิง เรื่องอะไรมาผลักคุณผู้ชายของไอ้โย่ง”
โย่งถกแขนเสื้อ เขมิกาชี้หน้าโย่ง
“พวกนายรวมหัวกันกักขัง หน่วงเหนี่ยว ทุบตี ประทุษร้ายหมายเอาชีวิต แค่นี้ฉันก็แจ้งตำรวจจับยกแก๊งได้แล้ว”
โย่งชะงัก ชานนท์ลุกยืน
“อะไรนะ ใครทุบตีใคร ใครเอาชีวิตใคร”
เขมิกาชี้ไปที่เม่น เม่นถอดเสื้อเหลือแต่โสร่งก้มหน้างุดอยู่ ตัวเปียก
“คนนั้นไง คุณคิดฆ่าเขา”
ชานนท์ยกสายยางฉีดน้ำให้ดู
“ฉันใช้สายยางฉีดน้ำเนี่ยนะฆ่าคน”
“เรากำลังช่วยกันอาบน้ำให้ไอ้เม่น ไอ้นี่มันเกลียดการอาบน้ำ ผมกับคุณผู้ชายก็เลยต้องช่วยกันจับไว้” โย่งบอก เข็มถึงกับหน้าแตก
“อาบน้ำหรือ”
เม่นเงยหน้ามองเขมิกา เม่นตกใจหวาดกลัวสุดขีด
“ผีๆ ผีนางฟ้ามาบีบคอ อย่า อย่าเข้ามา”
เม่นร้องลั่นวิ่งหนีออกไป ชานนท์รีบตาม

“เม่น”

เม่นวิ่งหนีมาทางหลังบ้าน ชานนท์ไล่ตามมาทันคว้าไหล่เม่น เม่นแรงเยอะเหวี่ยงชานนท์เซไป เขมิกาตามเข้ามาคว้าแขนเม่น เม่นฟาดแขนอีกข้างใส่ เขมิกาจับไว้ เม่นเห็นหน้าเขมิกาก็ร้องลั่น กลัวจัดผลักเขมิกาวิ่งไปเอาหัวซุกพุ่มไม้ ไม่ยอมมองหน้าเขมิกา ชานนท์ค่อยๆ ย่องไปข้างหลัง พูดอ่อนโยนกับเม่น

“ใจเย็นนะเม่น ไม่มีอะไร ไม่มีใครทำอะไรเม่น ฉันจะพากลับบ้าน ไปกินไอติมที่เม่นชอบ โย่งซื้อมาแล้วใช่มั้ย”
“ซื้อมาแล้วครับ อยู่ในตู้เย็น”
เม่นยังมุดหัวในพุ่มไม้
“ตู้เย็นมันเสียหลายวันแล้วครับ”
โย่งแป่ว ชานนท์แก้แทน
“โย่งเขาหมายถึงตู้เย็นที่ตึกใหญ่น่ะเม่น เม่นเข้าบ้านก่อนแล้วฉันจะให้โย่งเอามาให้”
“เป็นไอติมกะทิหรือเปล่า ผมไม่กินไอติมแท่งเป็นเด็กๆ นะ”
“เจ้าเก่าที่เม่นชอบแหละ ใส่ถั่วราดนมด้วย”
เม่นดึงหัวออกมาจากพุ่มไม้ เขมิการู้ว่าเม่นกลัว จึงรีบหลบหลังต้นไม้อีกต้น เม่นมองหาไม่เห็นเขมิกาแล้ว
“แต่ผมเห็นผี เห็นจริงๆ”
ชานนท์พยักหน้าให้โย่งรีบพาเม่นไป
“ผีเผอที่ไหนมีเล่า ไล่ไปหมดแล้ว”
โย่งจูงมือเม่นเดินออกไป ชานนท์หันมาจ้องเขมิกาแบบไม่พอใจเขมิกาถึงกับจ๋อย
“ฉันขอโทษนะ ที่ไม่ได้ดูตาม้าตาเรือให้ดีก่อน”
ชานนท์กระชากแขนเขมิกาแบบหึงๆ
“เธอไปทำอะไรที่คอนโดนั่น นัดเจอกับใคร บอกมา”

เขมิกาเดินหนีเข้ามาในตึก ชานนท์ตามเอาเรื่อง
“เธอหายไปข้ามวันข้ามคืนแบบนี้ไปอยู่กับผู้ชายคนนั้นใช่มั้ย ฉันถาม อย่าเดินหนี”
แววนิลนั่งกินของว่าง ลุกยืน มณฑายืนข้างๆ
“อะไรนะ นี่แกสวมเขาให้พี่ชายฉันอีกแล้วหรือ”
ชานนท์ตกใจที่แววนิลได้ยิน เพราะในใจลึกๆ กลัวแววนิลเล่นงานเขมิกา เขมิกาหยุดเดินหันมามองแววนิลแล้วร้องทัก
“อ้าว ไงเจ๊ วู้ นี่ชงกาแฟมาให้ฉันใช่มั้ย แหม กำลังอยากซด”
เขมิกาตรงดิ่งไปแย่งกาแฟมาซด แววนิลกับมณฑาตาค้าง แววนิลจะด่าแต่ด่าไม่ออก
“แก ไอ้ อี”
“คนบางคนชอบทำตัวเหมือนเป็นกระสือ ลอยไปลอยมา หากินแต่ของสกปรก อย่าไปถือสาเลยค่ะคุณหนู” มณฑาพูดลอยๆ เขมิกาตกใจบ้วนกาแฟใส่ถ้วย
“แหวะ กาแฟนี่มันสกปรกหรือ โธ่แล้วก็ไม่รีบบอก ปล่อยให้กินเข้าไปได้ เอ้า เอาคืนไป”
เขมิกาจะยื่นกาแฟคืน มณฑาโกรธปัดถ้วยตก แล้วผลักเขมิกาเซ เขมิกาเจ็บแผลที่โดนประทัด
“โอ๊ย” เขมิกางอขาด้วยความเจ็บ
ชานนท์ตกใจที่มณฑารุนแรงกับเขมิกา
“คุณนม”
มณฑารีบแก้ตัว ยืนป้องกันแววนิล
“นมไม่ได้ตั้งใจจะใช้กำลังนะคะ แต่นมคิดว่าคุณผู้หญิงจะเข้ามาทำร้ายคุณหนู นมก็ต้องป้องกันไว้ก่อน”
แววนิลจ้องขาเขมิกา
“นมผลักที่ตัว แต่ทำไมเจ็บที่ขา สำออยไม่เนียนเลยนะ”
ชานนท์มองขาเขมิกา
“ขาเธอเป็นอะไร”
เขมิการีบยืดขาให้ตรงไม่ให้มีพิรุธแล้วพูดกวนๆ เพื่อกลบเกลื่อน
“ขาก็เป็นขานะสิ ทูนหัว ถามแปลก” ชานนท์ไม่เกรงใจ เดินไปดึงเขมิกานั่งโซฟาด้วยความเป็นห่วง ชานนท์ถกขากางเกงเขมิกาขึ้น เขมิการ้องโวยวาย “โอ๊ยๆ ทำอะไรเนี่ย ใจคอจะถอดกางเกงฉันต่อหน้าสาธารณะชนเลยหรือ ประเจิดประเจ้อ ห้องหับก็มีนะคุณ”
ชานนท์เห็นพลาสเตอร์ยาแปะอยู่
“ไปโดนอะไรมา”
เขมิกาคิดๆ ตาล่อกแล่กหาคำตอบ
“ไปจูบกับท่อไอเสียมาฮะ” เขมิกาไม่อยากโดนซักต่อ รีบโผเข้ากอดคอชานนท์ “โอ๊ย เมียเจ็บจังเลยสามีขา ช่วยเป่าพ่วงๆ ให้ทีนะคุณนนท์ ขวัญจะได้หายไวๆ”
แววนิลปรี่เข้ามาดึงมือเขมิกาออกจากคอชานนท์
“อย่ามาโดนตัวพี่ชายฉัน ผู้หญิงมั่วผู้ชายอย่างเธอน่าขยะแขยง”
เขมิกาแกล้งวี้ดว้าย ซอยเท้าแบบตัวอิจฉา
“อ๊าย ที่รักดูสิคะ น้องสาวคุณจะตบพี่สะใภ้ ใจร้ายใจดำที่สุด”
“เจ้าโย่ง” ชานนท์ตะโกนเรียก โย่งกับแป้นวิ่งเข้ามาอย่างเร็ว “พาคุณผู้หญิงไป”
“คุณผู้หญิงเชิญกลับห้องครับ” โย่งบอก
“ไม่ใช่ พาไปให้พ้นจากบ้านฉัน แล้วอย่าให้เข้ามาอีก เดี๋ยวนี้เลย”
โย่งกับแป้นเข้าไปดึงเขมิกา เขมิกาดิ้น
“เฮ้ย ปล่อย ฉันมีสิทธิ์อยู่ที่นี่” ชานนท์โกรธมาก
“เธอสวมเขาให้ฉันซ้ำแล้วซ้ำอีก ยังจะกล้าพูดว่ามีสิทธิ์อีกหรือ”
“ออกแรงกันหน่อยสิ ไม่ได้กินข้าวกันหรือไง ฉันเอง” มณฑาจะเข้าไปช่วย แต่ยังไม่ถึงตัว
“ใครเข้ามาแหลก พ่อจะเสยให้หลับคาหมัดเลย อยากลองมั้ย” ช่วงท้ายเขมิกาตวาดใส่แป้นกับโย่ง
“ไม่”
แป้นกับโย่งตอบออกมาพร้อมกันแล้ววิ่งหนีไปยืนหลังนนท์ มณฑาเองก็ไม่กล้า ชานนท์เข้าไปกระชากแขนเขมิกา เขมิกาจะชกใส่
“ถ้าฉันเอาจริง คิดว่าเธอจะสู้กับฉันได้หรือ”
เขมิกาเงื้อหมัดค้าง เสียงเก่งกาจดังขึ้น
“ขอประทานโทษ ผมเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่า”
เขมิการีบลดหมัดลง ทั้งหมดมองไปทางประตูเห็นเก่งกาจห้อยกล้องตัวใหญ่แต่งตัวทะมัดทะแมงแบบนักข่าว ส่งยิ้มให้ชานนท์
“สวัสดีครับคุณชานนท์”

ทุกคนมองอย่างแปลกใจว่าใคร

แววนิลยืนอ่านบัตรนักข่าวของเก่งกาจ

“เก่งกาจ สุขมงคล จากหนังสือพิมพ์โลกธุรกิจ”
ชานนท์นั่งขรึมอยู่ข้างเขมิกา
“ลูกน้องผมไม่ได้รายงานเลยว่าจะมีนักข่าวมาขอพบ” ชานนท์บอก เก่งกาจหน้าตายียวน
“มีคนโทรไปนัดให้ผมมานะครับ บอกว่าเป็นคนของคุณชานนท์ เขาให้ข้อมูลกับผมว่า คุณขวัญตากลับมาแล้ว” เก่งกาจมองเขมิกา ยิงคำถามทันที “คุณขวัญตากลับมาอีกเพื่อขอแบ่งสินสมรส ข่าวนี้เป็นจริงแค่ไหนครับ”
ชานนท์คิดๆแล้วรีบเข้าไปกลบเกลื่อนโอบไหล่เขมิกาทันที เขมิกางงมีอาการขัดขืน ชานนท์ยิ่งโอบแน่นขึ้นแล้ว
ยิ้มแย้ม
“ผมว่าคงมีการเข้าใจผิดแล้วละครับ ผมกับภรรยาไม่เคยมีเรื่องระหองระแหง ความสัมพันธ์ของเราราบรื่นดีทุกอย่าง”
“แต่ที่ผมเห็นเมื่อครู่…”
“อ๋อ ผมแค่ขัดใจเขา เขาก็เลยงอนเอา ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละครับ ง้อหน่อยก็หาย” ชานนท์หอมแก้มเขมิกาจ๊วบ เขมิกาตกใจพูดไม่ออก แววนิลกับมณฑามองอย่างตกใจ “ยังไม่หายงอนหรือจ๊ะที่รัก”
ชานนท์หอมแก้มอีกจ๊วบ
“เฮ้ย”
เขมิการ้องอย่างตกใจจะผลักชานนท์ แต่ชานนท์รีบกอดไว้แน่น
“คุณขวัญตาไม่สบายหรือเปล่าครับ ดูหน้าตาไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“ขวัญเขาขี้อาย ยังไม่ชินกับการเป็นข่าว” ชานนท์ตอบแทน เขมิกายิ้มแหยๆ อายที่ถูกชานนท์กอดมากกว่า
“แล้วเรื่องคลิปฉาว” เก่งกาจถามต่อ
“อาจมีคนตัดต่อเพื่อคิดใส่ร้ายภรรยาผมก็ได้ ผมว่าเอารูปไปลงข่าวเลยดีกว่า ว่าเรายังรักกันดีอยู่”
ชานนท์จับคางเขมิกาหันมา แล้วจูบที่ปากอย่างรวดเร็วค้างไว้ เขมิกาช็อกตาโต แววนิลตะลึง เก่งกาจรีบกดชัตเตอร์รัวเร็ว เสียงแชะๆ ดังเป็นชุด

แววนิลเดินโกรธๆ กลับเข้าห้อง มณฑาเดินตามหลัง
“มันปากดี เอาความในไปบอกคนภายนอก”
“นมเองค่ะ ที่แอบโทรนัดนักข่าวนั่นมา”
“ทำไมละคะ”
“นมต้องการให้หนังสือพิมพ์ตีข่าวว่านังขวัญตามันกลับมาเพื่อหลอกเอาสมบัติของคุณผู้ชาย ยิ่งคนพูดถึงความเลวของมันเท่าไหร่ คุณผู้ชายก็จะยิ่งเกลียดมันเท่านั้น แต่คิดไม่ถึง เหตุการณ์กลับตาลปัตรเป็นตรงกันข้าม”
“เราจะให้มันได้อยู่ต่อไม่ได้นะคะนม ทำอะไรสักอย่างสิคะ”
มณฑานิ่งคิด

เขมิกาเดินเข้าห้อง เช็ดปากไปมา
“หวะ ขนลุก”
ชานนท์เดินตามเข้ามาไม่พอใจ
“อย่าคิดว่าฉันมีใจกับเธอ ก็แค่เล่นละครตบตานักข่าว”
“ไม่ใช่ว่าตั้งใจฉวยโอกาสลวนลามฉันหรือ นิสัยผู้ชาย มันก็ชอบเอาเปรียบผู้หญิงวันยังค่ำ”
“ล่วงเกิน น่าขำ ระหว่างฉันกับเธอมันเกินคำว่าคิดล่วงเกินไปแล้ว”
เขมิกาโกรธมาก เข้าไปขยุ้มคอเสื้อชานนท์
“นายชานนท์ ชักจะดูถูกกันมากไปแล้วนะ”
ชานนท์เห็นเขมิกาโกรธจัดเลยอ่อนลง ชานนท์มองหน้าเขมิกาซึ่งอยู่ใกล้มากทำให้หวั่นไหว เขมิกาจ้องชานนท์ด้วยหน้าตาเอาเรื่องมาก แต่ชานนท์กลับมองซึ้งๆ
ปรียาเดินมาหยุดหน้าประตูห้องเขมิกา ยืนลังเล แล้วตัดสินใจหมุนลูกบิดเบาๆ แง้มประตูแอบดู
ภายในห้องชานนท์ดึงมือเขมิกาออกจากคอเสื้อ กุมไว้ เขมิกาชักอึ้งๆ
“อะ อะไรหรือ”
“วันที่เราสองคนเคย…” ภาพในคลิปที่ขวัญตากอดกับผู้ชายลึกลับผ่านเข้ามาแว่บหนึ่ง ชานนท์โกรธขึ้นมาอีก สะบัดมือเขมิกาออก “จะวันอะไรก็ช่างเถอะ มันหมดความหมายไปแล้ว”
“ก็แหงล่ะที่เมียคุณไม่มีความหมาย ไม่งั้นคุณจะกล้าพาปรียามาอยู่ร่วมชายคาเดียวกับเมียตัวเองหรือ”
“ปรียาไม่เกี่ยว เขามาอยู่ที่นี่เพราะเป็นความต้องการของน้องสาวฉัน” ชานนท์พลั้งปากออกมา
“พูดเหมือนคุณไม่ได้รักปรียา”
ชานนท์อึดอัดที่จะตอบ
“เรื่องส่วนตัวของฉัน”
ชานนท์เดินออก นอกห้อง ชานนท์เดินพ้นไป ปรียายืนหลบอยู่ได้ยินได้เห็นทั้งหมด เสียใจสุดๆ

ที่ห้องนอนเก่าของพ่อแม่ชานนท์ มณฑายกมือไหว้ แล้วปักธูปลงกระถาง ชานนท์เดินเข้ามาหยุดมอง มณฑาหันไปมองชานนท์
“คุณนมเชิญผมที่ห้องนี้มีอะไรหรือครับ”
มณฑามองรูปพ่อแม่ชานนท์แล้วบีบน้ำตา
“คุณท่านก่อนจากไป สั่งนักสั่งหนาให้นมดูแลคุณหนูแววนิลให้ดี เพราะคุณหญิงท่านก็มาเสียไปตั้งแต่คุณหนูยังเล็กนัก” มณฑาหันมาหาชานนท์ “นมเลี้ยงคุณหนูมาเหมือนลูกแท้ๆ จนแทบไม่มีเวลาดูแลลูกตัวเอง”
“ผมทราบ และซาบซึ้งในความเสียสละของคุณนมมาตลอด”
“ถ้าอย่างนั้นนมขอ ได้โปรดเห็นแก่ความดีที่นมทุ่มเททุกสิ่งให้กับตระกูลเลิศวิริยะ อย่าให้คุณผู้หญิงอยู่ที่นี่อีกเลยค่ะ นมสงสารคุณหนู เพราะคุณหนูกังวลไปสารพัดว่าพี่ชายเธอจะถูกหลอกซ้ำ” มณฑารุกทันที ชานนท์อึดอัดใจพูดไม่ออกจะเดินหนี
“เราค่อยคุยกันทีหลังเถอะครับ ผมมีงานต้องสะสาง”
“หรือคุณผู้ชายลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับคุณท่านแล้ว”
มณฑารีบพูดออกมา ชานนท์ชะงัก เครียดมาก มองรูปพ่อ
“ผมจำได้ขึ้นใจว่าห้ามทิ้งน้อง แต่นักข่าวโผล่มาจนผมไม่ทันตั้งตัว ผมจำเป็นต้องเลือกวิธีรักษาชื่อเสียงของ
เราไว้ หรือคุณนมอยากให้เขาขุดคุ้ยเรื่องเน่าๆ ขึ้นมาอีก” มณฑาเป็นฝ่ายเงียบไป เถียงไม่ออก “คุณนมสบายใจเถอะครับ ผมเป็นลูกชายเพียงคนเดียว เป็นพี่ชายของน้องสาว เป็นผู้นำครอบครัว เป็นเจ้านายของลูกน้อง ผมไม่มีสิทธิ์ทำเพื่อตัวเองมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
ชานนท์เดินออกไป มณฑาจ้องรูปพ่อแม่ชานนท์อย่างแค้นๆ
“แกสองคนมันเลว”

บ้านพักเม่น ชานนท์ทายาให้เม่นที่รอยไม้เรียวหลายจุด
“แผลแห้งหมดแล้วนะเม่น”
“พอหายแม่ก็มาตีใหม่อีก มีแผลอีก คุณผู้ชายก็มาทายาให้อีก”
“ขอโทษนะที่ฉันช่วยนายได้แค่นี้” ชานนท์บอกอย่างสงสาร เม่นยิ้มสดใจ ไม่ทุกข์ร้อน
“ไม่เป็นไร เม่นไม่เจ็บ รักวัวให้ผูกรักลูกให้ตี ในทีวีเขาบอก”
ชานนท์ทึ่งเม่น นึกถึงเรื่องตัวเอง
“บางทีฉันก็อยากเป็นเหมือนนาย”
“เม่นอยากเป็นคุณผู้ชายจะได้มีเงินเยอะๆ มีบ้านหลังโตๆ” คำพูดของเม่นทำให้ชานนท์รู้สึกขมขื่น
“แต่โดนเมียสวมเขา แล้วยังโง่รักเขาอยู่นะหรือ อย่าเป็นฉันเลยเม่น” เม่นเกาหัวฟังอย่างไม่เข้าใจ ชานนท์พูดลอยๆ “ฉันต้องรู้ให้ได้ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร”

ชานนท์ตบบ่าเม่นแล้วเดินออกไป

ที่สำนักพิมพ์โลกธุรกิจ เก่งกาจนั่งกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปอยู่ที่โต๊ะทำงาน แต่ตาจ้องคอมพิวเตอร์ เป็นคลิปขวัญตากอดกับชายลึกลับ ต้นฉบับถูกปาลงตรงหน้า เก่งกาจสะดุ้ง เงยหน้ามองเห็น บก.แปะผ้าก๊อซที่หน้าผาก

“นี่หรือข่าวเด็ดที่นายคุยฟุ้งว่า มันจะทำยอดขายพุ่งกระฉูด”
“ใจเย็นน่าบก.อันนี้แค่ลงชิมลางไปก่อน”
“แต่ข่าวรักหวานชื่นแบบนี้คนมันไม่อ่าน มันต้องเล่นข่าวเมียติดชึ่งกับชู้ หรือผัวตึ้งโป๊ะกับเมียน้อย มันถึงจะขายออก”
“งั้นเราเปลี่ยนไปทำหนังสือซุบซิบดาราดีกว่ามั้ง”
บก.ตบโต๊ะสะเทือน
“อย่าท้า ถ้ายอดขายสิ้นปีนี้ไม่กระเตื้อง หนังสือเราก็ต้องปิดตัว” บก.ตบบ่าเก่งกาจ “หญิงแก่แม่หม้าย ไฮโซ ไฮซ้อต่างสนใจไอ้นักธุรกิจหน้าหล่อคนนี้ นายไปเจาะข่าวเน่าๆ มันมาให้ได้” เก่งกาจลุกยืน
“มันก็จริงนะ เรื่องในมุ้งใครๆ ก็อยากรู้ ขนาดผมยังอดสงสัยไม่ได้เลยว่า ไอ้ตรงหน้าผากบก.เนี่ย โดนเมียคนที่เท่าไหร่ตีแซกหน้า ท่าทางจะมือหนักไม่ใช่เล่น”
เก่งกาจยิ้มๆ เดินออกไปบก.โกรธจัด
“ไอ้เก่ง ไอ้ปากเสีย ถ้าไม่เห็นว่าเป็นญาติกัน แกโดนตัดหางปล่อยวัดไปแล้ว”

ที่บ้านเลิศวิริยะ โย่งหิ้วเครื่องดูดฝุ่นเห็นเขมิกาเดินตรงมา โย่งรีบหันหลังจะเดินหลบแต่เขมิกาตามไปคว้าไหล่ไว้
“หันมาคุยกันก่อน มีเรื่องจะถามหน่อย”
โย่งไม่อยากจะคุยด้วย
“โอ๊ย จะถามอะไรกันนักกันหนาละครับ”

เม่นนั่งลูบๆ คลำๆ ลูกฟุตบอลแบบพลาสติกของเด็กเล่นอยู่หน้าบ้าน เขมิกากับโย่งยืนมองห่างๆ ไม่ให้เม่นเห็น”มันเป็นลูกแม่นม ตัวมันโตก็จริงแต่สมองเท่าเด็ก6 ถึง 8 ขวบเอง น่าสงสารที่มีแม่เป็นนางยักษ์”
“ทำไมเหรอ”
โย่งทำเสียงเบาลง
“มีเสียงซุบซิบกันว่าแกกินยาขับ ไอ้เม่นก็เลยเป็นแบบนี้”
“ลูกแกนะ”
“ก็แกอายชาวบ้านที่ท้องป่องแต่หาผัวเป็นตัวเป็นตนไม่ได้”
เขมิกานึกถึงตัวเอง โกรธแม่ขึ้นมา
“เลว! พอๆ กับแม่ที่ทิ้งลูกตัวเองนั่นแหละ คุณผู้ชายนายก็เลวที่ทำร้ายเม่น”
“ทำร้ายที่ไหนเล่า ก็เล่าไปแล้วว่าวันนั้นปืนมันลั่นเอง”
“แต่ก็ไม่ควรจับเจ้าเม่นมากักขังเหมือนเป็นสัตว์เลี้ยง”
“คุณผู้ชายทำถูกแล้ว ไอ้เม่นมันติงต๊อง จะปล่อยให้เดินเพ่นพ่านไปทั่วได้ยังไง แล้วแม่มันเองก็เห็นดีเห็นงามเพราะอายชาวบ้านชาวช่องที่มีลูกปัญญาอ่อน”
เขมิกามองเม่นอย่างเห็นใจ
“ไม่สงสัยเลยว่าทำไมคนบ้านนี้ถึงอยู่ด้วยกันได้อย่างสงบสุขเพราะมีความคิดแย่ๆ เหมือนกันนี่เอง ทั้งนายทั้งบ่าว”
เขมิกาเดินออกจากสวน โย่งหมั่นไส้เขมิกาจึงบ่นออกมาเบาๆ
“เชอะ พูดอย่างกับตัวเองดีซะตาย”

เขมิกาเดินมาแล้วก็ได้ยินเสียงคนสะอึกสะอื้นร้องไห้ เขมิกาหยุดเดิน ตั้งใจฟังว่าเสียงมาจากทางไหน เขมิกาเดินตามเสียงไปหยุดมองที่ซุ้มศาลา เขมิกาหลบดูเห็นปรียานั่งร้องไห้กอดเสา

เขมิกากลับเข้าห้องเปิดตู้เสื้อผ้า ที่พื้นตู้มีตะกร้าเตี้ยๆ สำหรับใส่เสื้อผ้า มีผ้าขนหนูวางซ้อนๆ ทับๆ โน้ตบุ๊คอยู่
เขมิกาดึงโน้ตบุ๊คออกมาจากตะกร้า
เขมิกาเปิดโน้ตบุ๊คนั่งมองหน้าจอ ที่หน้าจอเขมิกากำลังพูดอัดคลิป
“ฉันยังไม่ปักใจเชื่อสิ่งที่โย่งเล่าเกี่ยวกับนายชานนท์ เพราะยังไงโย่งก็เป็นคนสนิทของเขา อีกเรื่องที่ฉันมองข้ามไปไม่ได้คือความสัมพันธ์ระหว่างปรียากับเจ้าของคฤหาสน์ยังคงน่าสงสัย ตอนนี้ฉันยังไว้ใจใครไม่ได้เลยสักคน”
เขมิกาหยุดพูด คิดๆ แล้วนึกขึ้นได้
“จริงด้วย นายเม่นน่าจะเชื่อถือได้มากกว่าคนสติดีๆ”

วันต่อมาที่สปา ชิ้นเดินเซๆ เมาๆ เข้ามา เห็นเก่งกาจยืนลับๆ ล่อๆมองเข้าไปในสปา ชิ้นตะปบไหล่เก่งกาจแล้วถามแบบเมาๆ
“มาจ้องหาสวรรค์วิมานอะไร ไม่รู้หรือไงวะแถวนี้ใครคุม”
เก่งกาจยิ้มดีใจ
“น้าเป็นยามอยู่ที่นี่หรือ”
“เฮ้ย” ชิ้นตบอก “ฉันเป็นข้าเก่าของคุณจวงยายของเจ้าของสปาเว้ย ไม่ใช่คนงานกระจอกๆ”
“ถ้างั้นก็ต้องรู้จักคุณขวัญตาดีนะสิครับ”
ชิ้นตาล่อกแล่กมีพิรุธ โบกมือไปมา
“ยิ่งกว่ารู้” ชิ้นบอกแล้วนึกได้ “ไม่รู้ไม่เห็น ไม่เคยข้องเกี่ยวด้วย”
ชิ้นจะเดินหนี เก่งกาจดึงมือไว้ รีบยัดเงินใส่มือชิ้นแบบเนียนๆ ชิ้นมองหน้า
“เอาไว้ซื้อยาดองบำรุงกำลังนะน้า ฉันเป็นนักข่าว มาหาข้อมูลนิดหน่อย”
ชิ้นมองซ้ายขวา รีบเก็บเงิน พูดเบาๆ
“ความจำฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ให้แค่คำถามเดียวเท่านั้นนะ” เก่งกาจลดเสียงตาม
“คุณขวัญตาหนีตามผู้ชายไปจริงหรือเปล่า”
ชิ้นยืนโงนเงนคิดๆ โอบไหล่เก่งกาจป้องปากจะกระซิบ เก่งกาจเอียงหูฟังเต็มที่
“คืองี้ ความจริงก็คือ…”
“เล่ามาเลยน้า”
ประชาเดินเข้ามา
“นายชิ้น”
ชิ้นตกใจถอยห่าง ประชาคว้ากล้องจากมือเก่งกาจ
“เอาคืนมา คุณไม่มีสิทธิ์ล่วงละเมิดสมบัติผู้อื่น”
ประชากดดูภาพ ปากพูดไป
“ผมฟ้องคุณได้ ถ้าคุณแอบบันทึกภาพสปาของเรา”
ประชาเห็นภาพชานนท์จูบเขมิกาวันที่เก่งกาจไปสัมภาษณ์ ประชาเกิดอารมณ์หึงขึ้นมา จับกล้องแน่น
“ภาพนั้นคงยืนยันได้นะครับว่า คุณชานนท์รู้จักผมดี”
ประชาส่งกล้องคืนให้
“ผมดูแลที่นี่อยู่ ยังไงก็ช่วยติดต่อผ่านผมทุกครั้ง ผมจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ ดีกว่าเดินลับๆ ล่อๆ คนจะเข้าใจผิด”
ประชายื่นนามบัตรให้ เก่งกาจรับมา ในใจหมั่นไส้ประชา

เขมิกาเดินตรงมาที่บ้านเม่น ประตูปิดอยู่ เขมิกาเปิดประตูได้ ย่องเข้าบ้าน บรรยากาศภายในบ้านทึมๆ เขมิกามองสภาพห้องรกๆ ไม่เป็นระเบียบ มองสำรวจหาเม่น เขมิกาได้ยินเสียงกุกกักจากข้างบนจึงเดินขึ้นบันไดไป เขมิกาเดินถึงบันไดขั้นบนโผล่หัวขึ้นไปเจอกับหน้าเม่นที่ยื่นมาพอดี ทั้งเขมิกาและเม่นต่างตกใจร้องออกมา
“อ๊ายยย”
“ผี ผีหลอก ผีนางฟ้า”

เม่นผลักเขมิกาล้ม วิ่งหนีลงข้างล่าง เขมิการีบลุก ตามไป

เม่นวิ่งหนีมาถึงต้นไม้ใหญ่ หันไปมองเห็นเขมิกาวิ่งตามมา เม่นกลัวรีบปีนขึ้นต้นไม้ เขมิกาวิ่งมาถึง

“เม่นลงมาคุยกันดีๆ ฉันเป็นคนไม่ใช่ผี”
เม่นหักกิ่งไม้ปาใส่เขมิกา เขมิกาหลบ
“ไม่เชื่อ แม่บอกว่าคุณผู้หญิงตายไปแล้ว จะมาหักคอผม”
“คุณนมโกหก”
“ว่าแม่บาปกรรมตายไปตกนรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด”
“ก็ได้ อยากให้เป็นผีหรือ ได้เลยไอ้น้อง ฉันจะขึ้นไปควักตับไตไส้พุงนายมาลวกจิ้มให้อร่อยไปเลย”
“ฆ่าคนโดนตำรวจจับ เหมือนพวกฆ่าหั่นศพในทีวีนะ”
“ผีที่ไหนกลัวตำรวจ จะลงมาดีๆ หรือจะให้ขึ้นไปหักคอ หนึ่ง สอง”
เม่นกลัว ตะโกนโหวกเหวก
“ช่วยด้วย ๆๆ”

ทุกคนที่ตึกใหญ่ได้ยินเสียงเม่น วิ่งออกมารวมกันหน้าตึก แววนิลชี้
“ดูมันพี่นนท์ ทุเรศทุรังที่สุด”
ทุกคนมองไป ในระยะไกลเห็นเขมิกากำลังปีนขึ้นต้นไม้ เม่นค้างอยู่ข้างบน มณฑาโกรธจัดเนื้อตัวสั่น
“ไอ้เม่น”

เขมิกาปีนอยู่บนต้นไม้
“จะลงไม่ลง”
“ไม่ลง ลองขึ้นมาสิ จะเป่าน้ำมนต์ใส่หัวให้ ลองดูมั้ย”
เม่นทำปากอูมเหมือนจะพ่นน้ำลาย
“เฮ้ย น้ำมนต์หรือน้ำลาย ไม่เอานะเว้ย อย่า ซกมก” เขมิกากลัวจนลื่นตกลงมา ก้นจ้ำเบ้า “โอ๊ย บั้นท้ายฉัน”
พวกชานนท์เข้ามา
“เล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย ไม่มีอะไรจะทำหรือไง”
เขมิกาค่อยๆ ลุก เจ็บก้น
“ฉันจะปีนไปช่วยเม่น ยังมาด่ากันอีกเว้ยเฮ้ย คนเรา”
“อย่าไปเชื่อมัน ที่ฉันเห็นแกจะแกล้งไอ้เม่นมันชัดๆ” แววนิลบอก มณฑาเงยหน้าจ้องเม่น
“ไอ้เม่น จะลงมาดีๆ หรือจะให้ฉันเอาตะขอเกี่ยวแกลงมา”
เม่นมองลงไป กลัวไม่กล้าลง
“ลงไปก็โดนตี เม่นจะอยู่บนนี้ โอ๊ยๆๆ มดๆ มดกัด”
เม่นปัดมดจนเกือบลื่นตก ทุกคนร้องลั่น “ว้าย” โย่งกับแป้นยกบันไดเข้ามา
“ถอยๆ หน่วยกู้ภัยมาแล้วครับคุณผู้ชาย”
โย่งรีบวางบันไดพาดต้นไม้
“เม่น ถ้าขืนยังดื้ออยู่บนนั้น มดมันกัดตายแน่ ค่อยๆ หย่อนขาลงมา ฉันจะคอยรับ”
“เชื่อคุณนนท์นะเม่น ลงมาเถอะ” ปรียาบอก เม่นมองไปที่มณฑา กลัวโดนตีมากกว่า
“ไม่ลง โดนมดกัดแค่เจ็บๆ คันๆ เนื้อไม่แตกเลือดไม่ออก”
เขมิกาแกล้งหลอกเม่น
“แม่เจ้าโว้ย งูๆ ไอ้หลาม ไอ้หลามมันเลื้อยอยู่บนหัวนั่น มันอ้าปากจะงาบหัวนายแล้ว หูย กินนายได้ทั้งตัวสบายๆ”
แววนิล ปรียา แป้น โย่งไม่เห็นแต่หลับหูหลับตาร้องไว้ก่อน วิ่งมาหลบหลังชานนท์กันหมด เม่นเองก็ร้องลั่น “งูๆ ไม่ชอบงู กลัวงู”
เม่นลงจากต้นไม้เร็วจี๋ไปเกาะแขนชานนท์อีกคน ชานนท์มองหน้าเขมิกา
“จะเล่นกับเด็กดื้อ มันก็ต้องมีลูกเล่นกันหน่อยฮะคุณสามี”

เม่นยืนตัวสั่นหลบหลังชานนท์ มณฑาจ้องเม่นเขม็งหันมาทางเขมิกา
“คุณผู้หญิงมีเจตนาอะไรหรือคะ ถึงกล้าปล่อยคนสติไม่ดีออกมา หรือว่าต้องการให้มันตกลงมาคอหักตาย จะได้กลายเป็นข่าวใหญ่ ทำให้เลิศวิริยะฉาวโฉ่อย่างที่ผ่านมา”
“ปัดโธ่ ใครจะคิดแผนได้ซับซ้อนขนาดนั้น จะมีก็แต่คนบ้านนี้แหละ”
“แล้วเธอเข้าไปหาเม่นทำไม ต้องการอะไร”
“ฉันจะพาเม่นไปหาหมอ”
“มันไม่ใช่ธุระอะไรของเธอ คุณผู้หญิงนะคะ”
“อ้าว คุณนม ไม่รู้หรือว่าเด็กพิเศษ สามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ อยู่ร่วมกับคนในสังคมได้ เอาเขาไปกักบริเวณไว้อย่างนี้มันจะยิ่งทำให้เขาแย่ลง”
มณฑากระชากเม่นมา
“ดิฉันเลี้ยงของดิฉันมาแบบนี้ คุณผู้หญิงไม่ควรมายุ่มย่ามข้ามหัวกัน ไอ้เม่นมันเป็นยังไง ดิฉันรู้ดีที่สุด ต่อไปกรุณาอย่าเข้าใกล้มันอีก ดิฉันคงไม่ต้องแปลไทยเป็นไทยนะคะ”
“อ๋อ กลัวฉันเข้าใกล้ ถึงขนาดหลอกเม่นว่าฉันเด๊ดสะมอเร่ไปแล้วงั้นสิ”
ชานนท์มองมณฑา มณฑาพูดมีนัย
“คุณผู้หญิงน่าจะรู้อยู่แก่ใจ ไม่มีแม่คนไหนอยากเห็นลูกหยิบของหวานฉาบยาพิษเข้าปากหรอกค่ะ”
เขมิกามองหน้าชานนท์
“คุณทนทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้อยู่ได้ยังไง เก่งนะ นิสัยตายด้านกันหมดทั้งบ้าน”
เขมิกาเดินหนีเข้าตึก
“มันหลอกด่าเรา พี่นนท์ทนได้ แต่น้องไม่ยอม” แววนิลจะตามไป ปรียาดึงไว้
“นิล ต่างคนต่างอยู่เถอะ แรงใส่กัน คนตรงกลางจะลำบากนะ”

แววนิลมองชานนท์ ยอมหยุด

ที่บ้านพักเม่น มณฑาถือโซ่เดินเข้าหาเม่น เม่นคลานหนี

“ไม่ ไม่เอาโซ่ โซ่มันมีไว้ล่ามหมานะแม่”
“สิ่งที่ฉันเกลียดที่สุดคือไอ้พวกดื้อด้าน พูดไม่รู้ฟัง”
เม่นจนมุมห้อง ยกมือไหว้
“เม่นจะไม่ออกไปข้างนอกอีกแล้ว เม่นจะเชื่อฟังแม่”
“โกหก แกมันก็เหมือนไอ้ผู้ชายชาติชั่วที่มันยัดเยียดตราบาปที่น่าขยะแขยงมาให้ฉัน ฉันเกลียดแก” ในอดีตมณฑาเคยโดนข่มขืน มณฑาเลยเกลียดเม่น
“ทีแม่โกหกว่าคุณผู้หญิงตาย เม่นยังไม่เกลียดแม่เลย”
เม่นเถียง มณฑาทุบเม่นหลายที
“แกกล้าย้อนฉันหรือไอ้ตัวอัปมงคล แกไม่รู้หรอกว่าฉันต้องทนทุกข์ทรมานแค่ไหน ที่ถูกชาวบ้านชาวช่องมันนินทาว่าท้องไม่มีพ่อ”
เม่นเจ็บรีบกอดขามณฑา ร้องไห้อ้อนวอน
“เม่นจะไม่ทำให้แม่เสียใจ เม่นจะเป็นคนดี แม่อย่าตีเม่นอีกนะ” มณฑาทุบตีเม่นจนเหนื่อย
“เด็กปัญญาอ่อนอย่างแก มันจะทำอะไรดีๆ ได้ แกมันไม่น่าดื้อด้านเกิดมา น่าจะตายๆ ไปซะตั้งแต่แรก” มณฑาจิ้มหน้าผากเม่นจนหน้าหงาย “แกมันเกิดมาเพื่อทำให้ฉันตกนรกทั้งเป็น”
เม่นกอดขามณฑาสะอึกสะอื้น
“แต่เม่นรักแม่”
มณฑาสะบัดขาออก
“ไม่ต้องมารักฉัน จำไว้ ห้ามไปยุ่งกับนังขวัญตาอีก ถ้าฉันจับได้ แกอย่าหวังว่าจะได้ออกไปเห็นเดือนเห็นตะวันอีก”
มณฑาเดินปึงๆ ออกไป เม่นร้องไห้น่าสงสาร

ห้องทำงานชานนท์ แววนิลหันมาหาชานนท์
“ไม่ค่ะ น้องจะไม่ไปเกลี่ยกล่อมนม อะไรที่มาจากความคิดขวัญตา น้องไม่ทำ นมก็คงเหมือนกัน”
“พี่ไม่ได้เชื่อใคร แต่พี่คิดมานานแล้วเรื่องรักษาเม่น ติดอยู่ที่เกรงใจคุณนม ถ้าเขาไม่เต็มใจ พี่ก็คงบังคับไม่ได้”
“ลองดูก็ไม่เสียหายนี่นิล เราจะช่วยพูดกับคุณนมด้วย” ปรียาบอก
“ทุกวันนี้นมยังอายไม่พออีกหรือที่มีลูกติงต๊อง จะเที่ยวโพนทะนาให้คนมันหัวเราะเยาะกันไปถึงไหน”
แววนิลไม่พอใจเดินออกไป ปรียาตัดสินใจพูดกับชานนท์
“พี่นนท์คะ ปรียาหาหอพักใหม่ได้แล้วนะคะ”
“ปรียาจะย้ายออกจากบ้านพี่หรือ ทำไมจ๊ะ”
“คือ ปรียาอึดอัดใจจริงๆ ปรียาไม่กล้ามองหน้าคุณขวัญ ปรียาละอายใจ บางทีพี่นนท์กับคุณขวัญอาจกลับมาคืนดีกันได้” ชานนท์นิ่งไป เดินไปหาปรียา
“ถ้าปรียาไม่มั่นใจในตัวพี่ นับแต่พรุ่งนี้ พี่จะไปส่งปรียาที่โรงแรมทุกเช้า ปรียาจะได้เชื่อพี่ ว่าพี่ไม่ได้คิดใช้ปรียาเป็นเครื่องมืออย่างที่เข้าใจ”
ปรียาอึ้งไปเพราะไม่คาดว่าชานนท์จะทำแบบนี้

ปรียาเดินออกจากห้องทำงานชานนท์ ยิ้มมีความสุข เกือบชนกับประชา
“อุ๊ย”
“ขอโทษครับ คุณนนท์อยู่ในห้องใช่มั้ยครับ ผมจะเอาเอกสารมาให้เซ็น”
“ค่ะ เชิญตามสบายนะคะ”
ปรียาจะเดินไป ประชาเรียกไว้
“คุณปรียาเคลียร์ปัญหากับคุณนนท์ลงตัวแล้วหรือครับ” ปรียามองหน้าประชาอย่างแปลกใจ
“เคลียร์เรื่องอะไรหรือคะ”
ประชามองไปทางประตูห้องทำงานชานนท์

เขมิกาเดินผ่านห้องครัวเสียงแป้นดังออกมา
“คุณผู้ชายนะหรือให้เลิกขังเม่น” เขมิกาถอย หลบฟังแป้นกับโย่งคุยกัน “แสดงว่าคุณผู้ชายเชื่อคุณผู้หญิงคิดจะเอาเจ้าเม่นไปรักษาซิวะ”
“ไม่ใช่โว้ย คุณผู้ชายกลัวว่าถ้ายังขังเจ้าเม่นต่อไป รู้ไปถึงหูนักข่าวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่”
เขมิกายิ้มพอใจ ในใจคิดว่าสามารถเข้าหาเม่นได้ง่ายขึ้น

ประชาพาปรียาหลบมาคุยที่มุมหนึ่ง ปรียาฝืนยิ้มออกมา
“อ๋อ เรื่องนั้นเอง นิลเล่าให้ปรียาฟังแล้วค่ะ”
“ผมอาจจะละลาบละล้วงเกินไป แต่เป็นเพราะผมเป็นห่วงคุณชานนท์ ทุกคนที่สปาไม่มีใครอยากให้เจ้านายกลับไปคืนดีกับคุณขวัญตาอีก”
“พี่นนท์ไม่คิดจะคืนดีกับคุณขวัญหรอกค่ะ”
“จริงหรือครับ แต่ภาพนั้นมันฟ้องชัดเจน”
“นิลยืนยันว่า พี่นนท์จำเป็นต้องเล่นละครหลอกนักข่าวค่ะเพื่อผลทางธุรกิจ” ประชารู้สึกพอใจ
“คุณชานนท์ก็ยืนยันแบบนี้เหมือนกันหรือครับ”
“เอ๊ะ เดี๋ยวนี้ผู้จัดการไม่อยู่ข้างคุณขวัญแล้วหรือคะ” ปรียาลองหยั่งเชิง “ปรียาจำได้ว่าผู้จัดการเกือบทะเลาะกับนิลเพราะไม่ยอมไล่คุณขวัญตาออกจากงาน”
ประชายิ้มมีเชิง
“ผมไม่อยู่ข้างใคร นอกจากคุณนนท์เท่านั้นครับ”
“ขอบคุณแทนพี่นนท์ค่ะ”

ปรียาเดินไป ประชาโล่งใจที่ขวัญตากับชานนท์ยังไม่คืนดีกัน

คืนนั้นที่คอนโดของโยธิน โยธินเดินออกมาจากลิฟต์ชั้นล่าง ตรงดิ่งไปหาฝ่ายติดต่อสอบถามของคอนโด

“ขอโทษครับ พอจะทราบมั้ยว่าผู้หญิงที่อยู่ห้อง 425 จะกลับเข้ามาสักตอนกี่โมงครับ” พนักงานนึกๆ
“เอ รู้สึกห้องนี้ไม่มีคนอยู่หลายคืนแล้วนะคะ เคยได้ยินแม่บ้านเล่าว่าไม่ได้กลับมานอนเลย”
โยธินตกใจ รีบกดโทรศัพท์หาเขมิกาแต่เป็นสัญญาณปิดเครื่อง โยธินจะรีบออกจากคอนโดจังหวะนั้นเสียงมือถือดัง โยธินชะงักมองจอเห็นชื่อ “ยัยสลาตัน” ก็รีบกดรับ
“เฮียซื้อเครื่องใหม่ให้แล้ว ทำไมไม่เปิดเครื่อง รู้มั้ยเฮียคิดไปต่างๆ นาๆ กลัวเข็มเกิดอุบัติเหตุ”
เขมิกาหลบคุยมือถืออยู่ที่พุ่มไม้หน้าตึก
“โทษนะเฮีย เข็มเพิ่งเอาซิมใส่เครื่อง”
“เฮียเกือบไปบอกปู่อยู่แล้วว่าเข็มหายไป เข็มอยู่ไหนเนี่ยไปนอนที่ไหน ทำไมไม่อยู่ที่คอนโด”
“ถ้าเฮียอยากรู้ พรุ่งนี้เช้าเฮียมาหาเข็มที่…” เขมิกามองที่แผ่นพับในมือเพื่อบอกสถานที่
ขณะนั้นชานนท์เดินออกมาจากตึก เห็นเงาตะคุ่มๆ ของเขมิกาจึงตรงดิ่งไปดู
“เข็มเป็นอะไรทำไมต้องให้เฮียไปที่นั่น เข็มต้องบอกเฮียก่อนว่าตอนนี้เข็มอยู่ไหน”
ชานนท์เห็นหลังพุ่มไม้ไหวๆ
“ใครอยู่ตรงนั้น”
เขมิกาสะดุ้งเห็นชานนท์เดินตรงมา
“แค่นี้ก่อนนะเฮีย พรุ่งนี้เจอกัน”
เขมิการีบตัดสายแล้วคลานหลบๆ ไปตามแนวพุ่มไม้ตัดแต่ง ชานนท์มาถึงหลังพุ่มไม้ไม่เห็นใครแล้ว ชานนท์มองหา ส่วนที่ด้านหลังชานนท์ เห็นเขมิกาวิ่งเข้าตึกไวเหมือนลิง แต่ชานนท์มองไม่เห็น
ชานนท์จะเดินไปแต่เห็นแผ่นพับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งตกอยู่ ชานนท์ก้มเก็บขึ้นมาดู

เช้าวันรุ่งขึ้นที่หน้าบ้านเม่น ประตูถูกก้อนหินปาดังโป๊ก ประตูค่อยๆ แง้ม เม่นโผล่หน้าออกมามองเห็นเขมิกาเดินตักไอติมกะทิเข้าปากผ่านไป เม่นตาโตมองไอติม เขมิกาเดินล่อ เม่นกลืนน้ำลายเดินตาม
“อร่อย หวานหอม ชื่นใจ” เขมิกาหันมา เม่นชะงัก “อ้าว นึกว่าใครเดินตาม นายไม่กลัวฉันแล้วหรือ”
เม่นยิ้มสดใส ถลาเข้ากอดเขมิกาแบบเด็กๆ
“พี่นางฟ้ายังไม่ตาย ไม่ใช่ผีจริงๆ ด้วย เพราะผีคงกินไอติมไม่ได้”
เขมิกาตกใจรีบผลักออก แล้วทำเสียงดุ
“เฮ้ยๆ ฉันเป็นผู้หญิง นายเป็นผู้ชายถูกเนื้อต้องตัวกันมันไม่ดี” เม่นมองงงๆ
“พี่นางฟ้าไม่เหมือนเดิม พี่นางฟ้าเคยใจดี ไม่เคยดุ”
“เออ ก็ พี่ก็ใจดีไง นี่จะพาไปกินไอติมด้วย ไปหรือเปล่า” เม่นรีบจูงมือเขมิกา
“เอาถ้วยใหญ่ๆ สูงๆ มีไอติมหลายๆ ชั้น แบบที่เห็นในทีวีนะ”
“ได้ ให้เบิ้ลสองถ้วยเลย แต่ว่า…เราต้องไปทางนี้” เขมิกาชี้ไปทางกำแพง มีบันไดพาดเรียบร้อย เม่นคิดช้า ยิ้มออก
“อ๋อ ใช่ครับ ถ้าไปทางประตู แม่เห็นแม่ตีตายเนอะ” เม่นรีบเกาะบันได เขมิกาจับเม่น เม่นหันมา “พี่ครับ พี่เคยสัญญากับผมไว้ว่ายังไง”
“สัญญาหรือ เออ พี่ไม่ได้ลืมนะ แต่อยากทวนความจำเม่นว่ายังจำที่พี่พูดได้หรือเปล่า พี่พูดว่าไงนะ”
“พี่นางฟ้าจะซื้อลูกฟุตบอลให้ผม”
“ความจำดีนี่ พี่ไม่ลืมสัญญาหรอก รับรองซื้อให้แน่” เม่นยิ้มดีใจ

เขมิกาพาเม่นมาที่โรงพยาบาล เม่นเดินเอียงไปเอียงมาตามเขมิกามา
“ไม่เห็นมีร้านไอติมเลยพี่นางฟ้า สงสัยเราจะหลงทางแล้ว”
เม่นยิ้มกว้าง ยิ้มให้คนนั้นคนนี้ที่เดินออกมา ดูเป็นมิตรกับคนไปหมด
“ร้านมันเปิดอยู่ข้างใน ต้องเข้าไปก่อน”
เขมิกาจูงมือเม่นเข้าไป พยาบาลสองคนกับหมอเดินผ่านหน้าเม่น เม่นตาเหลือกนึกถึงอดีตที่มณฑาถือเข็มฉีดยาเดินเข้าหา เม่นถอยหนี
“อย่าๆ แม่จะทำอะไรเม่น”
“ที่ฉันไม่พาแกไปรักษา ไม่ใช่เพราะฉันใจร้ายเหมือนอย่างที่นังคุณผู้หญิงมันด่าฉัน แต่ที่โรงพยาบาล หมอจะจับ แกขึงพืดแล้วเอาเข็มแหลมๆ แทงเข้าไปที่ก้นแก อยากไปมั้ยล่ะ” มณฑาขู่ เม่นส่ายหน้ามองเข็มหวาดเสียว
“ไม่อยากครับ”
มณฑายิ้ม ลูบหัวเม่น
“ถ้าอย่างนั้น ไม่ว่าใครจะพาแกไปโรงพยาบาล แกต้องไม่ไปเพราะมันคิดจะฆ่าแก”

เม่นปัดป่ายมือ ควบคุมสติไม่อยู่ด้วยความกลัว
“อย่า ไม่เอา ผมไม่อยากตาย”
เม่นวิ่งหนีเขมิกาตะโกนเรียก
“เม่น” เขมิกาไล่ตาม

ที่ลานจอดรถของโรงพยาบาล โยธินเปิดประตูลงจากรถ เดินตรงไปด้านหน้าทางเข้า
ขณะนั้นเม่นวิ่งหน้าตั้ง เขมิกากระโจนคว้าล็อคคอเม่นจากด้านหลังแล้วบิดแขนดันไปชิดผนัง
“ฟังพี่ก่อนเม่น ใจเย็นๆ” เม่นดิ้น “หมอใจดี จะเอาไอติมให้กินไง”
“โกหก พี่นางฟ้าโกหก ไม่เอาด้วยแล้ว ผมจะกลับบ้าน”
เม่นตัวสั่นหวาดกลัว

“โอเคๆ พี่ไม่บังคับเม่นแล้ว” เขมิกาปล่อย เม่นค่อยๆ หันมาจึงเห็นว่าเม่นร้องไห้ เขมิกานึกสงสาร “นี่พี่ทำให้เม่นกลัวมากขนาดนี้เลยหรือ” เขมิกากอดเม่นไว้ ลูบหลังปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะ เชื่อพี่สิ ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเม่น ที่นี่มีแต่คนดี คนที่อยากช่วยเม่น”

 

เม่นอ่อนลงกอดเขมิกาแน่น โยธินเดินเข้ามาเห็นเขมิกากอดเม่น เม่นก็ซบบนไหล่เขมิกา โยธินถึงกับช็อก

“เข็ม”
เขมิกาเห็นโยธินก็ดีใจ
“เฮีย”
โยธินเจ็บปวดไม่อยากจะเชื่อสายตา จึงตะโกนใส่เขมิกา
“เข็มทำแบบนี้กับเฮียได้ยังไง นี่หรือสิ่งที่อยากให้เฮียเห็น”
เขมิกามองเม่น เริ่มคิดได้ว่าโยธินเข้าใจผิด
“คือ มันไม่ใช่”
“ที่เข็มรีบหนีมากรุงเทพฯ ไม่ยอมอยู่คุยเรื่องงานหมั้น ก็เพราะไอ้หมอนี่ใช่มั้ย”
“เฮีย เพ้ออะไรของเฮีย”
“ที่เข็มหายไปทุกคืน ไม่ยอมกลับคอนโด ก็เพราะไปอยู่กับไอ้หมอนี่ เข็มเรียกเฮียมา เพื่อบอกกับเฮียเรื่องนี้ใช่มั้ย เข็มทำแบบนี้กับเฮียได้ไง เข็มหลอกเฮียทั้งหมด เข็มหลอกใช้เฮียเป็นเครื่องมือ เข็มเห็นเฮียเป็นไอ้งั่ง ไอ้โง่ พอกันที”
โยธินเดินหนีเร็วๆ เม่นงงๆ
“เฮ้ย ไปกันใหญ่แล้วเฮีย เฮีย” เขมิกาหันมาพูดกับเม่น “เม่นรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ อย่าไปไหน พี่ขอคุยกับเพื่อนแป๊ปเดียว” เม่นพยักหน้าหงึกๆ เขมิกาวิ่งไปดึงแขนโยธิน “เฮีย มาคุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
เขมิกาดึงโยธินเข้าห้องข้างๆ ประตูปิดปังดดยไม่รู้ว่าเป็นห้องพักศพก่อนนำไปเข้าห้องเย็น
เม่นยืนตัวลีบเห็นบุรุษพยาบาลเข็นเตียงเปล่าผ่านไป เม่นกลัวรีบหันหลังเข้าหาผนัง

ภายในห้องพักศพ เขมิกากับโยธินยืนข้างประตู โยธินหน้าบึ้ง
“ปล่อย อย่ามาโกหกหลอกลวงเฮียอีก พอกันที”
“นี่เฮียเอาจริงหรือ เฮียเชื่ออย่างที่เฮียคิดเอง จริงหรือ”
“เข็มไปซะ ไม่ต้องห่วงว่าเฮียจะฟ้องปู่หรอก เฮียเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่คิดเอาผู้ใหญ่มาบีบเข็มแน่” โยธินตวาดไล่ เขมิกาชักโมโห โวยใส่มั้ง
“อย่าแสนงอนนักเลย โตแล้วนะไม่ใช่เด็กๆ”
“เข็มต่างหากที่เห็นเฮียเป็นเด็กอมมือ จะหลอกล่อยังไงก็ได้” โยธินเสียงสั่น ยิ่งน้อยใจ เขมิกาอึ้งไปเพราะตอนแรกหลอกโยธินจริง “ตั้งแต่แม่เสียไป ป๋าก็เลี้ยงเมียเด็กๆ แก้เหงาไม่รู้กี่คนต่อกี่คน เฮียอยู่กับเข็มมากกว่าป๋าเสียอีก สิบหกปีของเราอาจไม่มีความหมายกับเข็ม แต่สำหรับเฮีย เฮียมีความสุข ถ้าวันหนึ่งชีวิตเฮียไม่มีเข็ม เฮียคง…คงไม่รู้จะทำไง”
เขมิการู้สึกผิด
“เฮีย” เขมิกาจับมือโยธิน “เฮียช่วยเปิดหูกว้างๆ แล้วฟังเข็มให้ดีนะ เฮียกำลังเข้าใจผิด ผู้ชายที่เฮียเห็นไม่ใช่แฟนเข็ม ที่เข็มเรียกเฮียมาก็จะให้ช่วยพาเขาไปหาหมอ เข็มกลัวว่าคนเดียวจะเอาไม่อยู่”
โยธินส่ายหน้าไม่เชื่อ เดินไปที่ปลายเตียงศพแต่ศพโดนคลุมผ้าไว้หมดจึงยังมองไม่ออกว่าเป็นอะไร โยธินพูดโดยไม่ยอมหันหน้ามา
“แต่เฮียเห็นกับตา เข็มกอดกับมัน แล้วยังเรื่องที่เข็มไม่เคยกลับมานอนที่คอนโดเลย ไอ้อบรมบ้าอะไรนั่นมันก็ไม่มีจริง”
“โอเค เข็มบอกความจริงก็ได้ ที่เข็มหายตัวไปเพราะไปตามหาพี่สาวฝาแฝดตามที่พ่อขอร้องไว้”
“พี่สาวฝาแฝด เฮอะ อย่า เข็มอย่ามาหลอกเฮียอีก”
“เข็มไม่ได้หลอก เข็มก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีพี่สาวเพราะปู่ปิดเข็ม แต่ตอนนี้เค้าหายตัวไป เข็มก็เลยต้องสืบหา”
โยธินตกใจ หันมาหาเขมิกา
“มันเป็นไปได้ยังไง”

ที่หน้าห้อง เม่นชะเง้อชะแง้หาเขมิกา ระหว่างนั้นนางพยาบาลเดินเร่งรีบถือถาดใส่เข็มฉีดยามาชนเข้ากับเม่น เข็มหล่น เม่นเห็น
“ตายแล้ว เดินระวังหน่อยซิคุณ”
นางพยาบาลต่อว่าแล้วเก็บเข็มขึ้น เม่นตกใจ เดินหนีออกไป
ภายในห้องเขมิกาตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดกับโยธิน
“เรื่องที่เล่า เป็นความจริงทั้งหมด แต่เฮียห้ามบอกปู่นะ เรื่องนี้เป็นความลับของเราสองคน”
“แต่ว่า ปู่คงเอาเฮียตาย”
“ระหว่างตายเพราะเข็ม กับตายเพราะปู่ เฮียเลือกอันไหน” โยธินคว้ามือเขมิกา
“เฮียต้องเลือกตายด้วยมือเข็มอยู่แล้ว แต่เข้มต้องรับปากว่าจะรักเฮียคนเดียว”
ผ้าคลุมศพเลื่อนหลุด เขมิกาเห็นดึงมืออกจากโยธิน
“ปล่อย”
“ไม่พูดก็ได้ แต่หอมแก้มแทนได้ป่ะ”
โยธินทำแก้มป่อง
“เตียง เตียงนั่น” เขมิกามองเตียงศพ
“เตียง หะ เข็ม เฮียขอแค่หอม แต่เข็มจะ…เอ่อ ชวนเฮียนอนเตียงเลยเหรอ”
“โว้ย หันไปดูข้างหลังบนเตียง”
เขมิกาผลักโยธินถลาลงไปหน้าเกือบชนศพ โยธินอึ้ง แล้วร้องลั่นออกมา
“จ๊าก ผีหลอก”
ทั้งคู่วิ่งออกไป

เขมิกากับโยธินวิ่งมาหยุดยืนหอบตรงจุดที่ให้เม่นรออยู่
“หัวใจจะวาย”
เขมิกานึกออก มองหาเม่น
“เม่น หายไปไหนแล้วเนี่ย”
“ไหนบอกมันไม่ใช่แฟน แล้วทำไมต้องดูเป็นห่วงเป็นใยมันขนาดนี้”
“เขาเป็นเด็กพิเศษนะเฮีย”

“เด็กบ้าอะไรตัวออกโต อะไรนะ เด็กพิเศษหรือ” เขมิกาพยักหน้า

บ้านเลิศวิริยะ แป้นวิ่งเข้ามาหาแววนิล

“คุณผู้หญิงก็ไม่อยู่ค่ะ ในห้องก็ไม่มี”
แววนิลหันขวับไปทางชานนท์ที่นั่งนิ่งอยู่
“มันต้องเป็นคนพาเม่นหนีไปด้วยกันแน่”
มณฑายืนข้างชานนท์ถามขึ้นมา
“ทำไมต้องพาเม่นหนีไปละคะ”
“นมจำไม่ได้หรือมันสองคนเคยสนิทกันแค่ไหน ไอ้เม่นมันหลงรักขวัญตาเทิดทูนเป็นนางฟ้าของมัน ธาตุแท้ของขวัญตามันบ้าผู้ชาย มีหรือตอนที่มันเคยคลุกคลีอยู่ด้วยกัน ไอ้เม่นจะไม่เสร็จมันไปแล้ว”
“ผู้หญิงแบบนี้ก็มีด้วย บัดสีสิ้นดี”
“เหลวไหล พี่ไม่อยากให้นิลคิดอกุศลแบบนี้ ผมจะไปพาเม่นกลับมาให้เอง” ชานนท์บอกกับมณฑา
“พี่นนท์”
ชานนท์เดินออกไป มณฑาแค้นเขมิกา

เม่นเดินงงๆ หลงอยู่ในหมู่บ้านจัดสรรข้างโรงพยาบาล จิ๊กโก๋ 2 คนเดินผ่าน เม่นรีบเข้าไปหา
“พี่ครับๆ ผมชื่อเม่น อายุ 20 ปี อยู่บ้านเลขที่ 212/55 ถนนพิบูลสงคราม ต.สวนใหญ่ จ.นนทบุรี เบอร์โทรศัพท์
02-5484563”
“แล้วมาบอกพี่ทำไมวะไอ้น้อง หลงทางหรือ”
“ผมไม่ได้หลงทางครับ แต่จะให้พี่พากลับบ้านที”
“โตจนหมาเลียก้นไม่ถึงแล้วยังกลับบ้านเองไม่เป็น ปัญญาอ่อนหรือเปล่าวะ” จิ๊กโก๋บอกอย่างอารมณ์ไม่ดี เม่นพูดซื่อๆ ไม่โกรธไม่โมโห
“พี่โย่งสอนว่า ถ้าใครเรียกผมว่าปัญญาอ่อน ให้ตอบกลับไปดีๆ ว่า มึงนั่นแหละ” เม่นเน้นเสียง ยิ้มซื่อสดใส “ไอ้โง่”
จิ๊กโก๋โกรธจัด ขยุ้มคอเสื้อเม่น
“เฮ้ยไอ้นี่ มึงด่ากูหรือ”

ขณะนั้นโยธินขับรถตามหาเม่น เขมิกามองหาเม่น
“เขาหายไปไหนของเขานะ ถ้าพาเม่นกลับบ้านไม่ได้ ยัยนมมณโฑต้องแจ้งตำรวจจับเข็มเข้าซังเตแน่ แล้วเรื่องก็จะรู้ถึงหูปู่ โอ๊ย เข็มโดนปู่ตีตายแน่”
“ก็เข็มทำอะไรไม่เคยปรึกษา คิดเอง ทำเอง เฮียว่าคงไปไหนไม่ไกลหรอก รปภ.ที่รพ.ก็บอกว่าเจ้านั่นวิ่งมาแถวนี้”
เขมิกามองไปข้างหน้าเห็นจิ๊กโก๋กำลังรุมอัดเม่น
“เฮีย อยู่นั่น”

เม่นโดนชกท้องตัวงอกลิ้งบนพื้น
“เกิดมาไม่เคยมีใครกล้าด่ากูเจ็บปวดขนาดนี้ มึงอย่าอยู่เลย”
จิ๊กโก๋ชักมีดพกออกมา จับไหล่เม่นลุกขึ้นจะจ้วงแทงที่ท้อง
“อย่าๆ”
เขมิกาโดดเตะข้อมือจิ๊กโก๋ มีดหล่น
“สอดอะไรด้วย”
เขมิกาชกเข้าหน้าจิ๊กโก๋ด้วยความโกรธ
“รังแกเด็กหรือ ไอ้เลวเอ๊ย”
จิ๊กโก๋อีกคนจะช่วยเพื่อน โยธินเข้ามาขวาง อัดกับจิ๊กโก๋ ขณะที่เขมิกาลุยกับจิ๊กโก๋อีกคน จิ๊กโก๋โดนอัดน่วม พากันวิ่งหนี
“อะไรว่ะ แค่นี้ก็ม้วนเสื่อแล้ว ยังไม่หายคันมือเลย” โยธินตะโกนตามหลัง
เขมิกาหันมาทางเม่น เม่นนั่งยองๆ ตัวสั่น เขมิกาเข้าไปแตะบ่า
“พวกมันไปหมดแล้ว กลับบ้านกันดีกว่า”
เม่นเห็นหน้าเขมิกา กลัวพาไปโรงพยาบาลอีก
“อย่า อย่าเข้ามา ผมไม่อยากกลับไปโรงพะบาล”
เม่นผลักเขมิกาล้ม แล้ววิ่งหนี เขมิกาไล่ตาม
“เฮียช่วยกันจับหน่อยเร็ว”
โยธินวิ่งคู่ไปกับเขมิกา โยธินแซงหน้าเขมิกาเข้าไปคว้าตัวเม่นไว้ได้ก่อน เขมิกาเข้าไปช่วยอีกแรง
“ปล่อยผม พี่ไม่ใช่พี่นางฟ้า พี่ไม่ใช่คุณผู้หญิง พี่นางฟ้าไม่ใจร้ายใจดำแบบนี้ ไปให้พ้น”
เม่นหลบหน้าไปทางอื่นไม่ยอมมองเขมิกา
“เข็มถอยไปก่อน เฮียกล่อมเอง” เขมิกาถอยออก “ใจเย็นนะเม่น พี่เป็นกัปตันทีมฟุตบอล ได้ยินว่าเธอชอบฟุตบอลหรือ” เม่นตื่นเต้นพยักหน้า “อยากไปดูเขาเตะกันจริงๆ ที่สนามมั้ยล่ะ”
“ดูบ่อยแล้ว”
“เฮ้ย ที่สนามเลยหรือ”

“ในจอทีวี ที่สนามไม่ไปหรอก คนดูชอบตีกัน ผมกลัวลูกหลง”

คนขับรถของโยธินมองแผ่นพับในมือ ขณะที่ชานนท์นั่งอยู่ที่เบาะด้านหลัง

“ขับตรงไปที่โรงพยาบาลนี้เลย”
“ครับ คุณชานนท์”
รถโยธินวิ่งตรงมาทางชานนท์ ในรถเม่นพยายามจะเปิดประตูแต่เขมิกาดึงไว้
“บอกให้นั่งดีๆ ไม่อยากไปดูบอลหรือ”
เม่นกดไปโดนปุ่มหน้าต่างเลื่อนลง เม่นยื่นหัวออกไปร้องโวยวาย
“ผมไม่โง่หรอกนะ ทางนี้มันไม่ใช่ไปสนามฟุตบอล พวกพี่จะหลอกผมไปฉีดยา ผมไม่ไป ผมจะลง จอดรถ ผมจะลงช่วยด้วย”
เขมิกาพยายามดึง
“โธ่โว้ย เอาหัวเข้ามา มันอันตราย”
ชานนท์เพ่งไปที่รถโยธินเห็นเม่น
“นั่นเม่นนี่ หยุดรถ”
ชานนท์รีบลงจากรถ ชานนท์เห็นรถโยธินจอด เขมิกาวิ่งลงมาด้านเม่น เปิดประตูดึงเม่นลงมา เม่นเห็นชานนท์”คุณผู้ชายมารับแล้ว ผมจะไปกับคุณผู้ชาย”
เม่นสะบัดเขมิกาวิ่งไปหานนท์ เขมิกาเห็นชานนท์จึงรีบบอกโยธิน
“เฮีย กลับรถไปเร็ว”
“แต่เฮียอยากไปเห็นว่าเข็มอยู่บ้านหลังไหน”
ชานนท์เพ่งมองไปข้างหน้าเห็นผู้ชายเป็นคนขับรถให้เขมิกา ชานนท์หึง รีบสาวเท้าจะไปที่รถโยธิน เขมิกาเห็นชานนท์กำลังเดินตรงมาจึงเร่งโยธิน
“เฮียไปก่อนหน้า ถ้าสามีพี่ขวัญมาเห็นเฮีย ความแตกแน่ แล้วคืนนี้เข็มจะไปหา ไปเร็วสิเฮีย”
“นั่นหรือสามีพี่สาวเข็ม ยังหนุ่มแน่นอยู่เลย นี่เข็มสวมรอยเป็นพี่สาวต้องนอนห้องเดียวกันหรือเปล่า เฮียไม่ยอมนะ เฮียจะลงไปแสดงตัวว่าเฮียเป็นใคร” เขมิกาตกใจ
“เฮ้ย ไม่ได้ เข็มไม่ได้นอนกับเขา เข็มสาบานได้”
“ถ้าเข็มผิดคำพูดกับเฮีย เฮียจะฟ้องปู่ เฮียเอาจริงนะ” โยธินรีบเลี้ยวรถกลับ
ชานนท์เดินเข้ามาใกล้แต่ไม่ทันได้เห็นหน้าโยธิน เห็นแต่ท้ายรถโยธินที่แล่นออกไป ชานนท์นึกหึง อารมณ์ไม่ดีขึ้นมาฉับพลัน จ้องหน้าเขมิกา เขมิกาฉีกยิ้มกลบเกลื่อน
“ออกมาเดินเล่นหรือฮะคุณสามีสุดที่รัก”

ชานนท์พาเขมิกาและเม่นกลับบ้าน มณฑาจ้องเม่น มีรอยฟกช้ำที่หน้าเล็กน้อย มณฑาหันขวับมาทางเขมิกา
“คุณผู้หญิงทำอะไรกับมัน หน้าตาถึงเป็นแบบนี้”
“นิดหน่อยน่า เป็นผู้ชายมันก็ต้องมีเรื่องชกต่อยบ้าง ถึงจะเรียกว่าชายอกสามศอก”
มณฑาจ้องเม่น เม่นก้มหน้างุดหลบหลังชานนท์
“โย่ง พาเม่นกลับไป หายาให้ทาด้วย”
โย่งพาเม่นออกไป มณฑาหันขวับไปหาเขมิกา
“ดิฉันเคยขอร้องคุณผู้หญิงดีๆ แล้วไม่ใช่หรือคะ ว่าอย่ามาก้าวก่ายครอบครัวคนอื่น”
“ฉันหวังดีอยากพาเม่นไปรักษาฉันผิดตรงไหน”
“รักษาไอ้เม่นหรือรักษาความอยากผู้ชายของเธอกันแน่”
แววนิลบอก เขมิกาแกล้งกรี๊ดกร๊าด
“อ๊าย แน่ใจนะว่าปาก คิดได้ไงเนี่ยคุณนิลขา วิปริตผิดมนุษย์”
“อย่ามาดัดจริต อย่างแกมันทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ”
“ดิฉันคงต้องแจ้งตำรวจว่าคุณล่อลวงลูกชายฉัน”
“ให้ไวเลยคุณนมมณโฑ เราจะได้ขึ้นข่าวหน้าหนึ่งพร้อมๆ กัน แม่ใจยักษ์กักขังลูกในไส้ ได้ดังไปทั่วประเทศเลยนะเจ๊”
“แกกล้าขู่นมหรือ” แววนิลจะก้าวไปเอาเรื่อง มณฑาจับมือแววนิล มองตาให้ทนไว้ก่อน
“เธอเองก็ทำไม่ถูก คุณนมเป็นผู้ปกครองของเม่น เธอควรขออนุญาตก่อน ไม่ใช่คิดจะทำอะไรได้ตามใจชอบ”
ชานนท์บอก เขมิกามองมณฑา
“แล้วถ้าขอก่อน คุณนมจะให้หรือฮะ”
มณฑาแค้นแต่แกล้งยิ้มอารีย์ เดินเข้าไปจับมือเขมิกา ตบหลังมือเบาแบบผู้ใหญ่เอ็นดูเด็ก
“ขอบคุณคุณผู้หญิงนะคะที่เป็นห่วงมัน” แล้วมณฑาก็เอียงไปพูดเบาๆ โดยที่ชานนท์ไม่ได้ยิน “เวลาที่ฉันโกรธใครมากๆ ฉันจะระบายความโกรธเกลียดใส่ไอ้เด็กเวรนี่ ดังนั้นอย่าท้าทายฉันอีก”
มณฑาถอยหน้าออกมา ยิ้มร้าย บีบมือเขมิกาจนเจ็บ เขมิการีบกระชากมือออก รู้สึกหวาดหวั่นกับความร้ายของมณฑา มณฑาจูงมือแววนิลไป ชานนท์มองเขมิกาอย่างคาใจเรื่องผู้ชายที่ขับรถมาส่ง

เม่นกินไอติมอย่างอร่อย กินไปยิ้มไป
“อร่อยมั้ย” ชานนท์ถามเม่น
“สวดดดดยอด”
“เม่นไปชกต่อยกับใครมา”
“ผู้ชาย 2 คนมันเป็นคนเลว มันชกผม แต่คุณผู้หญิงมาชกหน้ามัน เตะมัน วิ่งหนีจุกตูดเลย สมน้ำหน้า”
ชานนท์รีบซักเรื่องที่อยากรู้
“แล้วผู้ชายที่ขับรถมาส่งเม่นน่ะ รู้จักกับคุณผู้หญิงหรือเปล่า”
“ไม่รู้” เม่นบอกแล้วเปลี่ยนเป็นพยักหน้า “รู้ๆ”
“เขาบอกมั้ยว่าเขาเป็นใคร”
“เป็น…อ๋อ เป็นกัปตัน หล่อด้วย” เม่นยกนิ้ว ชานนท์หึงขึ้นมา
“เป็นกัปตันหรือ”

เขมิกาเข็นรถมอเตอร์ไซด์คู่ใจแบบหลบๆ ตามมุมมืด เพื่อออกไปหาโยธินที่คอนโดเพราะกลัวโยธินฟ้องจุมพล ชานนท์เดินออกมาจากในสวน เห็นเขมิกาลับๆ ล่อๆ จึงเดินตรงไปหาทันที
“จะไปไหนกลางค่ำกลางคืน”
“เว้ย ทำไมเกาะติดเป็นปลิงทะเลอย่างนี้วะ” เขมิกาพูดออกมาเบาๆ แล้วหันไปยิ้มให้ชานนท์ “เอารถมาล้างฮะ” เขมิกาจอดรถ ทำเป็นมองหาสายยาง “เฮ้อ เจ้าโย่งเอาสายยางไปเก็บไว้ตรงไหนนะ”
ชานนท์มองรถมอเตอร์ไซด์อย่างแปลกใจ
“ไปเอารถคันนี้มาจากไหน ทำไมขี่เป็น ใครสอน”
“พี่น้องครับ เล่นถามเป็นชุด เอาทีละข้อสิฮะ รถเนี่ยฉันซื้อมาเอง ไม่มีใครสอน แค่ขึ้นคร่อม สตาร์ทสองสามที ขี่ได้เลย”
“เอาเงินที่ไหนไปซื้อ เงินสินสอดที่เธอเชิดหนีไปหรือเปล่า”
เขมิกานึกถึงสิ่งที่จรรยาเคยบอกไว้
“ฉันไม่ได้เอาเงินนั่นไปนะ เงินซื้อรถคันนี้ฉันเปียแชร์ได้”
“เธอนี่มันจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แถมโกหกเป็นไฟ อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้อะไร เธอกับไอ้กัปตันนั่น ถ้าฉันจับได้คาหนังคาเขาเมื่อไหร่ ฉันไม่เอาเธอไว้แน่” ชานนท์เดินออกไป เขมิกายืนงง

“กัปตันอะไรของเขาวะ”

เขมิกากลับเข้าห้องโทรศัพท์คุยกับโยธิน

“เฮีย คืนนี้เข็มออกไปไม่ได้จริงๆ สามีพี่ขวัญจ้องจับผิดเข็มอยู่ทุกฝีก้าวเลย”
“แต่เข็มต้องกลับไปหาปู่ ลืมแล้วหรือ”
“เฮียก็ช่วยรับหน้าไปก่อน เข็มอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวาน วันนี้นะแม่ของไอ้เม่นขู่เข็ม หูย เฮีย ยัยขาโหดเนี่ย เล่นเอาเข็มหนาว คนแบบนี้เข็มว่าฆ่าคนได้ไม่กะพริบตา”
“ฆ่าเลยหรือ ไหนเข็มบอกว่าแค่ตามหาพี่สาวเฉยๆ ไง”
“เข็มแค่เปรียบเทียบให้ฟัง ถ้าถึงขั้นฆ่ากัน เข็มก็โกยเหมือนกันแค่นี้ก่อนนะเฮีย เข็มจะนอนล่ะ กู๊ดไนท์” เขมิการีบตัดสาย “เกือบไป”
เขมิการีบหันไปที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค อัดคลิป
“วันนี้สรุปว่าฉันเสียเวลาเปล่าไม่ได้อะไรเลย”
ขณะนั้นชานนท์เดินหงุดหงิดเข้ามาในห้อง
“ผู้หญิงอะไรไหลลื่นได้ตลอด24ชั่วโมง”
ชานนท์นั่งบนเตียงอารมณ์บูด

คืนเดียวกันนั้นรถของประชาจอดอยู่ในเงามืด อู๋ใส่หมวกเดินตรงไปที่รถ อู๋เปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับ
“โรงพยาบาลหรือคลินิกแถวนั้น ไม่ได้รับคนเจ็บที่ชื่อขวัญตาในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาไว้เลยครับ” ประชาหัน
มา
“แล้วใครที่ช่วยขวัญตาไว้ ช่วงสามเดือนที่หายไป ไปอยู่ที่ไหนทำไมถึงเพิ่งกลับมา”
“ผมจะลงมืออีกครั้ง”
“นี่มันเมืองใหญ่ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อน คิดว่าฆ่าคนตายจะรอดเงื้อมือตำรวจได้ง่ายๆ หรือ ปล่อยให้ฉันจัดการเอง”
“แล้วถ้าขวัญตาบอกเรื่องวันนั้นกับนายชานนท์”
“แกก็รู้ดีพอๆ กับฉันว่าเขาไม่มีทางกล้าพูดอะไรแน่ สิ่งที่ฉันต้องรีบรู้ให้ได้ เงินสินสอดหนึ่งล้านมันอยู่ที่ไหน”
ประชาหน้าเครียด

เช้าวันรุ่งขึ้น รถของชานนท์จอดอยู่หน้าตึก ชานนท์นั่งที่นั่งคนขับปรียาในชุดทำงานเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างๆ
เขมิกาวิ่งออกจากตึก วิ่งผ่านหน้ารถไปหาชานนท์ที่นั่งด้านคนขับ เขมิกาเคาะกระจกให้เลื่อนลง
“จะไปที่สปาใช่ปะ ขอฉันติดรถไปด้วยคน”
“เธอต้องไปเอง รถฉันไม่ว่าง เพราะต้องไปส่งปรียาทำงานทุกเช้า เอ๊ะ เท่าที่ฉันรู้ เธอมีกัปตันขับรถให้นั่งไม่ใช่หรือโทรเรียกมาสิ”
เขมิกายังคิดไม่ออกว่าใคร
“กัปตันเครื่องบินหรือ คุณสามีเล่นมุกไหนฮะ ไม่เก็ตเลย”
“อย่าทำเป็นไขสือดีกว่า ถอยไป ฉันรีบ”
“โธ่ ครอบครัวเดียวกันไปรถคันเดียว ประหยัดน้ำมันดีออก” เขมิกาไปเปิดประตูหลัง แต่ชานนท์ไม่ยอมปลดล็อคให้ ชานนท์เลื่อนกระจกด้านตัวเองขึ้น “เปิดหน่อย”
ชานนท์ไม่สน กำลังจะออกรถ แต่มองไปเห็นเก่งกาจอยู่ริมรั้ว

เก่งกาจใช้กล้องติดเลนส์เทเล ส่องเข้าไปในบ้านชานนท์ ภาพในกล้องเห็นรถชานนท์จอดนิ่ง เขมิกายืนเท้าเอวมองอยู่ ชานนท์เปิดประตูรถลงมาเปิดประตูรถข้างปรียา
“ปรียาช่วยลงไปนั่งด้านหลังได้มั้ยจ๊ะ”
“ทำไมละคะ” ปรียาถามอย่างแปลกใจ
“ถ้าไม่ทำแบบนี้ เราอาจมีปัญหาใหญ่ตามมา พี่ขอร้องนะ แค่วันนี้วันเดียว” ปรียางง แต่ก็ไม่กล้าขัดใจชานนท์ ยอมลงจากรถ ชานนท์เดินมาหาเขมิกาแล้วโอบไหล่เธอ “ไปขึ้นรถ ฉันส่งปรียาแล้วจะแวะไปส่งเธอ” เขมิกางง
“ยังไงกัน เดี๋ยวให้ไปเดี๋ยวไม่ให้ไป พักนี้คุณประสาทดีหรือเปล่าเนี่ย ต้องหมั่นกินโอเมก้า3 บ้างแล้วนะ”
ชานนท์เปิดประตูด้านหน้าให้ ดันเขมิกาเข้าไปนั่ง
“นักข่าวดักถ่ายรูปเราอยู่ด้านนอก เรื่องเล่นตลกตบตาคนเป็นงานถนัดของเธอไม่ใช่หรือ” ชานนท์บอกเบาๆ แล้วปิดประตู เขมิกามองไปที่รั้วไม่เห็นใครแล้ว

รถชานนท์เคลื่อนพ้นประตูออกมา มีรถคันหนึ่งจอดนิ่งอยู่ เก่งกาจแอบอยู่หลังรถ เล็งกล้องเตรียมถ่าย พอรถเคลื่อนผ่าน เขมิกาเอียงตัวไปซบไหล่ชานนท์ เก่งกาจถ่าย แชะ! เก่งกาจมองไปข้างหลังเห็นปรียานั่งซึม เก่งกาจถ่าย แชะ! รถชานนท์เคลื่อนผ่านไป เก่งกาจสงสัยรีบเปิดดูรูปในกล้อง ดูรูปปรียา
“คนนี้ใครวะ”

เขมิกาเหลือบไปด้านหลังเห็นปรียาซับน้ำตาเพราะน้อยใจชานนท์ เขมิกาสงสาร ปรียาควบคุมเสียงไม่ให้รู้ว่าร้องไห้
“พี่นนท์คะ ช่วยจอดรถให้ปรียาลงแถวนี้ได้มั้ยคะ”
“ทำไมละจ๊ะ ปรียาจะไปทำธุระอะไรหรือ”
“ปรียาจะไปโรงแรมค่ะ พี่นนท์จะได้ไปส่งคุณขวัญเลย ไม่ต้องขับไปขับมา เพราะมันคนละทางกันนะคะ”
“ไม่เป็นไร พี่บอกจะไปส่ง ก็ต้องไปส่ง”
“เขาบอกให้จอดก็จอดเถอะน่า ตรงนั้นเลย มีที่ว่างพอดี” เขมิกาจะเอื้อมมือมาจับพวงมาลัย ชานนท์เลยต้องจอด เขมิกาไวมากลงจากรถก่อนปรียาแล้วก้มลงมาบอกชานนท์ “ฉันจะไปที่ร้านเอง ขี้เกียจนั่งกันไป 3 คน มันอึดอัด” เขมิกาบอกชานนท์แล้วหันมาพูดกับปรียา “ขึ้นมานั่งข้างหน้าสิคุณ”
เขมิกาเดินไปโบกเรียกแท็กซี่ที่วิ่งมาพอดี ปรียางง ขึ้นไปนั่งด้านหน้าข้างชานนท์ ชานนท์มองตามเขมิกา

ห้องคนป่วยในโรงพยาบาลที่ระยอง โยธินวางช่อดอกไม้ที่ข้างหัวเตียงของบัณฑิต
“เข็มอยากกลับมาเยี่ยมอา แต่ติดปัญหาอยู่ทางโน้น เข็มให้ผมมาบอกว่าจะพาพี่สาวฝาแฝดมาหาอาให้เร็วที่สุด อารีบฟื้นขึ้นมาเพื่อเป็นกำลังใจให้กับเข็มด้วยนะครับ”
จุมพลเข้ามาพร้อมปิ้ง
“มาถึงแต่เมื่อไหร่ ไม่เห็นบอกกัน แล้วเจ้าเข็มล่ะ”
โยธินยิ้มทะเล้น ส่งรูปให้
“นี่ครับเข็ม” จุมพลรับมาแบบงงๆ

จุมพลนั่งมองรูปในห้องอบรมมีคนนั่งกันเต็มห้องเห็นเขมิกานั่งอยู่ชัดเจน
“เข็มกลับมาไม่ได้ ต้องอบรมทุกวันเลย ฝากผมมาบอกปู่ว่าช่วงนี้ยุ่งจริงๆ”
“อื้อ คนอบรมกันเยอะเหมือนกันเว้ย”
ปิ้งยื่นหน้ามาดู
“แปลก ทำไมพี่เข็มดูหัวโตกว่าตัว”
โยธินตกใจที่ปิ้งสังเกตเห็น จึงมั่วนิ่มไป
“ก็อยู่โน้นมันกินเก่ง กินจุกกินจิกทั้งวัน กินจนไปพองที่หัว”
“เหลวไหล ไอ้เด็กคนนี้พูดไม่เป็นคำพูด อาทิตย์หน้าถ้าข้าไม่เห็นหน้าไอ้เข็ม เอ็งต้องเจอแบบนี้ ไอ้ปิ้งวิ่งไปโน่น” จุมพลตวาด
“เอ๊ะ วิ่งทำไมครับเถ้าแก่”
“ข้าให้วิ่งก็วิ่งสิวะ ไม่วิ่งตาย”
“วิ่งแล้ววิ่ง” ปิ้งวิ่งไป จุมพลชักปืนสั้นออกมาเล็ง ปิ้งหันมา “จ๊าก ฉันไม่ใช่หนูทดลอง โอ๊ย ๆ วิ่งก็ตาย ไม่วิ่งก็ตาย”
จุมพลยิงออกไป แกล้งยิงเฉียดไปเฉียดมา เปรี้ยง! เปรี้ยง! โยธินอุดหู หลับตาปี๋ จุมพลหันมาทางโยธิน
“ดูไว้เป็นหนังตัวอย่างนะหลานโย”

จุมพลตบบ่ายิ้มๆ เดินไป โยธินสยอง

โยธินเดินบ่นมองรูปในมือไปด้วย

“เกือบไปแล้ว ดันรีบร้อนไปหน่อย เลยตัดต่อไม่เนียนเข็มนะเข็ม โยนเผือกร้อนให้เฮียอยู่เรื่อย”
ปิ้งสะกดรอยตามมาด้านหลังได้ยินแว่วๆ
“เผือกร้อนอะไรวะ”
ปิ้งสงสัย

ในห้องอาหารพนักงาน จรรยานั่งร้อยอุบะไทยดังภาพ พนักงานชายยกซุ้มเหล็กเข้ามาตั้งวาง 2 ซุ้ม พนักงานหญิงมีกุ้งและคนอื่นถือตะกร้าใส่พวกดอกบัว ใบตอง ดอกไม้ไทยเข้ามาวางที่พื้นใกล้กับซุ้มเหล็ก เขมิกาเดินเข้ามาพวกกุ้งมองอย่างรังเกียจรีบสะกิดกันเดินออกไป จรรยามองเขมิกาแล้วก้มหน้าไม่สนใจ
“เตรียมงานอะไรกันหรือ” เขมิกาถาม จรรยาพูดโดยไม่มองหน้า
“คุณชานนท์ไม่ได้บอกหรือไง”
“รายนั้นหรือ มัวแต่คอยรับคอยส่งหวานใจคนใหม่” จรรยาตกใจ
“คุณชานนท์มีคนอื่นหรือ แล้วทำไมเธอยอม” น้ำเสียงจรรรยาบอกถึงความเป็นห่วง
เขมิกานั่งลงขัดสมาธิ”
“ทำเสียงแบบนี้เหมือนห่วงฉันนะ”
จรรยารู้ตัวรีบหยุดพูด ร้อยอุบะต่อ เขมิกาหยิบอุบะที่ร้อยเสร็จแล้วขึ้นดู
“พวงมาลัยอะไรสั้นจุ๊ด” จรรยาแปลกใจ
“มันคืออุบะ เธอก็เคยร้อยนี่ ฉันเคยสอนเธอเอง”
“เหรอ ฉันนึกไม่ออกสักที เฮ้อ” เขมิกาหยิบเข็มร้อย หยิบดอกกุหลาบ “ไม่น่ายากนะ ถ้าสมัยก่อนฉันทำได้ ตอนนี้ฉันก็น่าจะทำได้”
เขมิกาลองเอาดอกกุหลาบเสียบเข็มทั้งดอกเลย แต่กำแน่นไปดอกกุหลาบแหลกคามือกลีบร่วงหมด จรรยารำคาญ ดึงเข็มร้อยคืน
“เธอไปเถอะ อย่ามาทำให้ฉันทำงานลำบากขึ้น”
“แต่ฉันตั้งใจมาหาเธอนะ ฉันอยากจำอะไรได้บ้าง เธอเล่าให้ฉันฟังบ้างสิ นะ ขอร้องล่ะ” เขมิกาพูดเบาๆ ทำให้จรรยาใจอ่อน แต่เสียงยังแข็งๆ อยู่
“อยากรู้อะไรล่ะ”
“เม่นลูกชายคุณนม สมัยก่อนสนิทกับฉันแค่ไหน”
“ใครๆ ก็รังเกียจเม่น มีแต่เธอที่คอยเอาใจใส่เขาสารพัด จนทำให้เม่นรักเธอมาก เขาบอกใครต่อใครว่าเธอเป็นนางฟ้า แต่หลังจากเธอหายตัวไป เม่นก็คลุ้มคลั่ง จนคุณนนท์จับขัง”
“ทำไมคลุ้มคลั่ง”
“ฉันก็อยากรู้เหมือนกันแต่บ้านนั้นไม่ใช่ใครอยากเข้าออกก็เข้าไปได้ตามใจชอบ”
เข็มคิดๆ ไม่เข้าใจ กุ้งพาอึ่งเข้ามาหาเรื่องเขมิกา
“แหม เห็นเพื่อนเก่ากลับมาขึ้นหิ้งเลยเลียกันตัวเปียกเลยนะ” อึ่งต่อว่า
“เสียงตัวอะไรมาเห่าแถวนี้”
“อ๋อ หมาบ้านะ ขวัญ มันชอบหลุดมาอาละวาดบ่อยๆ”
“แกด่าฉันเป็นหมา มาเลย มาลุยกันให้แตกหักกันไปข้างหนึ่ง”
อึ่งยกตะกร้าดอกไม้ที่ถือมาฟาดใส่เขมิกา เขมิกาเอามือรับไว้ทัน จรรยาช่วยยกพานใส่ดอกรักทุ่มใส่หัวอึ่ง
กุ้งเข้ามาตีจรรยา เขมิกาลุกยืน อึ่งตบใส่ เขมิกาหลบทันแล้วออกแรงเหวี่ยงอึ่งกระเด็นไปโดนซุ้มเหล็ก ซุ้มเหล็ก 2 อัน ล้มเป็นโดมิโน ทับใส่กระด้งดอกไม้บนพื้น แหลกไปหมด อึ่งแค้น คว้าตะกร้าวิ่งเข้าหาเขมิกา
“หยุด หยุดเดี๋ยวนี้ หัดทำตัวให้มีการศึกษากันหน่อย” ประชาต่อว่า อึ่งหยุด ชี้ไปทางเขมิกา
“คุณขวัญมาก่อกวนการทำงานของพวกเราค่ะ ดูสิคะ” อึ่งชี้ดอกไม้ที่แหลกหมด “เขาแกล้งทำให้ข้าวของพังหมดเลย เธอตั้งใจทำให้พวกฉันถูกเจ้านายด่า จรรยาก็ร่วมมือด้วย”
“ฉันทำคนเดียว ไม่เกี่ยวกับจรรยา” เขมิกาบอก จรรยาซึ้งใจ “จะเอาผิด ก็มาเอาผิดกับฉันได้เลย”
เขมิกาจูงมือจรรยาไป ประชามองตาม

จรรยาเข้ามานั่งในห้องผสมน้ำมันหอมระเหย แล้วดึงมือเขมิกาไปทายาหม่อง เขมิกาดึงมือออก
“ไม่ต้องหรอกน่า ไกลหัวใจ”
“เธอกล้าขึ้นมากนะ แต่ก่อนเธอไม่ยอมสู้ใครเลย ได้แต่ยอมให้ยัยอึ่งแกล้งอยู่ฝ่ายเดียว”
เขมิกาแกล้งยกมือปิดหน้า สะอื้น
“ฉันไม่น่ากลับมาเลย น่าจะตายๆ ไปซะ” จรรยาตกใจ
“ขวัญ เป็นอะไร ทำไมพูดอย่างนี้”
“เธอลองคิดดูนะ ถึงฉันจะกลับมา แต่ก็เหมือนตัวคนเดียว ไม่มีใครเลย จะพูดจะคุยกับใครก็ไม่มีคนเขาคบด้วย ฉันมันเลวอะไรนักหนา”
“คนเราต่อให้ทำดีมาทั้งชีวิต แต่ถ้าพลาดทำผิดเพียงครั้งเดียวความดีทั้งหมดมันก็หายวับไปจนหมด”
“เธอก็เชื่อหรือว่าฉันคบชู้จริงๆ”
“จริงหรือไม่จริงเธอก็รู้อยู่แก่ใจ รวมถึงเรื่องที่เธอบอกว่าความจำเสื่อมด้วย”
เขมิการู้สึกผิด ฝืนยิ้ม

ชานนท์หน้าเครียดหลังฟังประชาเล่าเหตุการณ์การตีกันของพนักงาน
“คุณนนท์คิดดูให้ดีนะครับ คุณขวัญกลับมาได้ไม่กี่วัน ก็ทำให้พนักงานแบ่งกันเป็นฝักฝ่าย แตกแยก ไม่เป็นอันทำงานทำการ ขืนให้คุณขวัญมาที่นี่ พนักงานส่วนใหญ่อาจไม่พอใจ”
“พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามคำสั่งของผู้จัดการอยู่แล้ว คุณควรควบคุมให้เขาทำงานตามหน้าที่ไม่ใช่หรือ”
“แต่อดีตพนักงานที่ทำตัวไม่เหมาะสม สามารถกลับมาเดินในสปาได้เหมือนไม่มีอะไรเคยเกิดขึ้น เป็นผมก็ทำใจยอมรับยาก” ชานนท์อึดอัดใจ
“เรากำลังจะขยายตลาดไปจีน ถ้าปัญหาระหว่างผมกับขวัญตาถูกตีข่าวให้เสื่อมเสียขึ้นมาอีก ธุรกิจเราก็จะสะดุดทันที ผมจึงต้องเลือกวิธีอดทนรอ”
“แต่ผมก็ห่วงคุณ”
“ดูแลงานให้ดี เท่ากับคุณห่วงผมแล้ว ถ้าคุณไม่ช่วยผม ผมปะทะกับทุกด้านที่เข้ามาพร้อมๆ กันไม่ไหวหรอกประชา”

ชานนท์ขอร้องอย่างจริงใจ ประชาจนด้วยคำพูดของชานนท์

ประชายืนดักรอเขมิกาอยู่ตรงทางออก เขมิกาเดินอาดๆ ออกมาเพื่อจะกลับ ประชาอยากทดสอบจึงเดินมาขวางหน้า

“คุณขวัญแวะเวียนมาที่นี่อยู่เรื่อยๆ เพราะอยากตามหาอดีตของตัวเองหรือไงครับ”
“เขาว่าคนอ่านใจคนเก่งเนี่ย ล้ำลึกและน่ากลัวใช่ย่อยนะ”
“ผมก็แค่อยากจะช่วย ตามประสาคนที่เคย…” ประชาแกล้งยั้งไว้ “เป็นลูกน้องที่ดี”
“แล้วคุณผู้จัดการคิดว่าจะช่วยให้ฉันผุดความจำอะไรขึ้นมาได้บ้างละ”
ต่างคนต่างหยั่งเชิงกัน

ประชาเปิดประตูห้องซาวด์น่าให้เขมิกาเดินเข้ามา เขมิกามองตู้อบแบ่งเป็นสัดส่วน เขมิกามองสำรวจ ประชายืนจ้องอยู่ด้านหลังด้วยท่าทางไม่น่าไว้วางใจ
“ห้องนี้มีอะไรดี ทำไมถึงพาฉันมาเดินทัวร์”
“ลองพยายามนึกๆ ดูซิครับ ว่าคุณขวัญ มีความทรงจำบางอย่างกับห้องนี้หรือเปล่า”
เขมิกาหันกลับไป แกล้งทำเป็นนึก
“อะไรน้า น่าจะมีคำใบ้ หรือแย็บๆให้ฟังหน่อย”
ประชาคิดถึงขวัญตา อดใจไม่ได้ เดินเข้าไปใกล้เขมิกา เอื้อมมือมาแตะต้นแขนเขมิกาเบาๆ เหมือนการลูบ
เขมิกาตกใจหันมาสะบัด ผลักอกประชา
“เฮ้ย เล่นอะไรแบบนี้” เขมิกาง้างหมัดจะต่อย
“อย่าเข้าใจผิด ผมแค่จะสะกิดให้คุณเดินไปอีกทางทำไมครับ คุณกลัวผมจะทำอะไร”
“ถ้ากลัวคุณ ฉันจะกล้าเข้ามากับคุณสองต่อสองหรือ”
“ตอนโดนจับ คุณมีของมีค่าติดตัวด้วยหรือเปล่า ไอ้โม่งมันถึงคิดร้ายกับคุณ”
ประชาเริ่มซักอยากรู้เรื่องเงินสินสอด เขมิกาคิดๆ ไปมาว่าจะตอบยังไงดี
“ของมีค่าหรือ ฉันไม่แน่ใจ” มือถือเขมิกาดังขึ้นพอดี เขมิการีบเบี่ยงตัวออกไปรับโทรศัพท์ “ฮัลโหล”
ประชามองตามเสียดายที่พลาดโอกาส

ชุดไทยแบบเสื้อทรงกระบอกแขนยาวอยู่ในตัวหุ่นวางโชว์อยู่กลางห้องโถง ปรียาเข้าไปมองใกล้ๆ แล้วหันมาทางชานนท์
“ชุดนี้ของปรียาหรือคะ”
แววนิลมายืนข้างปรียา
“พี่นนท์อยากให้ปรียาใส่ในงานเลี้ยงขอบคุณเฟรนไชน์ของเรา” แววนิลบอก ปรียายกมือไหว้ชานนท์
“ขอบคุณนะคะพี่นนท์ มันสวยจนปรียาไม่กล้าใส่”
เขมิกาเดินเข้ามา
“โอ้โห อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเลยแฮะ”
“แน่ล่ะสิ ปรียากำลังจะได้ออกงานเลี้ยงคู่กับพี่นนท์ แต่ขอบอกไว้ซะก่อนนะว่า งานนี้ส่วนเกินไม่เกี่ยว”
“งานสร้างภาพพวกนี้ฉันไม่สนหรอก คุณเรียกหาฉัน มีอะไรหรือ” เขมิกาหันไปถามชานนท์แล้วแกล้งถลาเข้าไปเกาะแขน “หรือว่าคิดถึง มอ สระเอีย เมีย”
ชานนท์เกรงใจปรียา ดึงแขนออก
“โน่น ของเธอ” เขมิกามองไปที่ถุงใบใหญ่บนโซฟาจึงเดินไปหยิบ ดึงมาดูหน่อยหนึ่ง “เธอต้องใส่ไปงาน เอาไปลองดู ถ้าใส่ไม่พอดีจะได้แก้ทัน”
“โอ๊ย ให้ใส่ชุดแบบนี้คงคันคะเยอ ไม่เอาด้วยหรอก”
เขมิกาวางถุง ชานนท์เข้ามาหยิบใส่มือเขมิกา
“จะไปงานหรือจะไปจากบ้านนี้ ฉันคิดว่าเธอคงคิดเองได้”
เขมิกาอึ้งไป ปรียาหน้าเสีย
“แต่น้องไม่ยอม น้องไม่ให้มันไป” แววนิลบอกอย่างไม่พอใจ เขมิกาอยากแกล้งแววนิลจึงแกล้งทำดัดจริตใส่
“อู๊ย คุณน้องปลานิลแอ่นอกขวางซะขนาดนี้ คุณพี่สะใภ้ยิ่งอยากไป ตกลงฮะ ฉันยินดีรับคำเชิญ” เขมิกาหันไปบอกชานนท์

แววนิลตามมาคุยกับชานนท์ต่อที่ห้องทำงาน
“ถ้าพี่นนท์ให้มันไป เกิดคนถามเรื่องที่มันสวมเขาให้พี่นนท์เราจะอายเขาเปล่าๆ นะคะ แล้วนักข่าวก็มากันเยอะแยะ”
ชานนท์ยืนหันหลังอยู่ที่โต๊ะทำงาน หันมา
“เพราะนักข่าวคนนั้นมาวนเวียนแถวบ้านเรา พี่ถึงต้องให้ขวัญตาไป”
“นายเก่งกาจนะหรือ”
“ใช่ พี่เลยคิดว่าจะอาศัยงานนี้ สยบข่าวลือทั้งหมด ไม่ให้มีข่าวเสียหายกระทบธุรกิจเรา” ชานนท์มองไปทางปรียา “ปรียาเข้าใจพี่นะ รอให้พี่หย่าก่อน แล้วพี่จะเปิดตัวปรียาอีกที”
“ปรียาจะระมัดระวังตัวไม่ให้เกิดปัญหายุ่งยากค่ะ”
แววนิลแกล้งถอย
“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแบบนี้ น้องจะแย้งอะไรได้อีก”
แววนิลทำเป็นงอนไป ชานนท์จับมือปรียา
“พี่หันไปทางไหนก็มีแต่คนทำให้พี่ปวดหัว มีแต่ปรียาที่ทำให้พี่สบายใจขึ้น” ปรียายิ้มเศร้า
“ปรียาไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเชื่อว่าพี่นนท์จริงใจค่ะ”

ชานนท์ฝืนยิ้มไม่ค่อยสบายใจ

เช้าวันรุ่งขึ้น จรรยายืนรออยู่ที่ซุ้มศาลาบ้านเลิศวิริยะ แววนิลกับมณฑาเดินเข้ามา

“มาเร็วดีนี่”
“คุณนิลเรียกดิฉันมา จะเรียกใช้อะไรหรือคะ”
แววนิลนั่ง พยักหน้าให้มณฑาพูด
“ฉันรู้มาว่าเธอทำหน้าที่ดูแลรูปแบบงานเลี้ยง”
“ใช่ค่ะ คุณนนท์ให้ดิฉันประสานงานกับทางออกาไนซ์ค่ะ”
“ใครเป็นคนที่จะเดินแบบโชว์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของบริษัท”
“คุณชานนท์ไม่ได้สั่งเปลี่ยนตัว ก็น่าจะเป็นคนเก่าค่ะ”
“แม่ขวัญตาเนี่ยนะ คุณหนูต้องการให้เธอเปลี่ยนคน เป็นคุณปรียาแทน”
“ถ้าเป็นคำสั่งคุณนนท์ดิฉันยินดีจะเปลี่ยนค่ะ” มณฑาเข้ามาล็อกแขนจรรยาด้านหลังอย่างเร็วจนจรรยาตกใจ “คุณนม”
แววนิลเดินมาบีบแก้มจรรยา
“แกคิดจะเข้าข้างเพื่อนแกหรือจรรยา ถึงกล้าขัดใจฉัน”
“เอาเลยค่ะ คุณนิลถนัดใช้กำลังอยู่แล้วนี่ แต่ฉันไม่เหมือนขวัญที่ยอมให้ใครกดขี่ยังไงก็ได้”
“อย่างงั้นหรือ”
แววนิลเงื้อมือตบจรรยา และจะตบอีกทีแต่จรรยาเริ่มไม่ยอม
“ฉันเป็นลูกจ้างทำงานแลกเงิน ไม่ใช่ข้าทาสที่คุณจะใช้อำนาจกดขี่กันอย่างนี้นะคะ”
“ฉันจะให้พี่นนท์ไล่แกออก”
“บอกคุณชานนท์เลยค่ะ ฉันก็จะได้บอกเหตุผลที่จำเป็นต้องขัดใจพวกคุณ โดยไม่ต้องเป็นฝ่ายฟ้องก่อน”
“ระหว่างน้องสาว กับลูกจ้างกระจอกๆ อย่างแก คุณผู้ชายจะเชื่อใคร”
“ฉันไม่รู้” จรรยาจับแก้มตัวเอง “แต่รอยตบนี่จะเป็นพยานให้ฉัน”
แววนิลมองหน้ามณฑาจะเอาไง มณฑาผลักจรรยาเซไปกระแทกโต๊ะ จรรยาจะยืดตัวยืน แต่มณฑาตามไปกดไหล่จรรยาแนบโต๊ะ จรรยาเจ็บ
“อย่าคิดนะว่าจะขู่คุณหนูของฉันได้ ระวังตัวให้ดี แกพลาดเมื่อไหร่ คุณหนูจะเฉดหัวแกออกจากบริษัทให้ดู”

แววนิลตบโต๊ะอย่างโมโหที่ทำอะไรจรรยาไม่ได้
“น่าโมโหจริงๆ ต้องเป็นนังขวัญตาที่ให้ท้ายมันแน่ๆ มันถึงได้กล้าต่อต้านนิล”
“จรรยามันเป็นคนหัวแข็งมาแต่ไหนแต่ไร คุณหนูไม่เห็นต้องเอาทองไปลู่กระเบื้อง เราเขี่ยนังขวัญตาไปเองก็ได้”
แววนิลสนใจ
มณฑาถือตะกร้าเปล่าเดินเข้าสวนแต่รู้สึกเหมือนมีคนสะกดรอยตาม มณฑาหยุดเดิน หันหลังมาแต่ไม่เห็นอะไร มณฑาเดินต่อ เร่งฝีเท้าเร็วขึ้น
มณฑาเดินมาหยุดที่ต้นรักท้ายสวน สวมถุงมือพลาสติก ใช้มีดตัดช่อดอกรักใส่ตะกร้า เขมิกาโผล่หัวออกมาดูจากมุมที่หลบอยู่
“นึกว่าจะมาทรมานเม่น แค่ตัดดอกไม้”
เขมิกาเซ็ง ค่อยๆ ถดหลังออกช้าๆ แต่มือไปจับโดนอะไรบางอย่างนิ่มๆ เขมิกาหยิบขึ้นมาดู เป็นซากงูตัวที่อยู่ในห้องใต้หลังคา เขมิกาคิดว่างูยังมีชีวิตอยู่ เผลอตัวร้องออกมา
“เฮออออ”
เขมิกาโยนงูทิ้งเห็นมันนอนนิ่ง มณฑาได้ยินเสียงสะดุ้งหันมาดู มณฑามองไปตรงเขมิกา กระชับมีดในมือ ก้าวเท้าไปช้าๆ เขมิกามองมีดในมือมณฑา มองหาช่องทางเอาตัวรอด ด้านหลังเขมิกาเป็นร่องสวนไม่มีน้ำ มีใบมะพร้าวทับๆ กันอยู่หลายชั้น มณฑาก้าวเท้าเร็วขึ้น ท่าทางเอาจริงพร้อมฆ่าคนได้ เขมิกาคลานหลบๆ ลื่นตัวลงไปในร่องสวน
มณฑาเข้ามาใกล้ทุกที เขมิกานอนขนานไปกับร่องสวน ดึงใบมะพร้าวมาทับๆ ตัว มณฑามาถึงตรงที่เขมิกาหลบ เขมิกาซ่อนตัวอยู่ใต้ใบมะพร้าวมิดชิด
มณฑามองไปที่ร่องสวนเหมือนจะรู้ ยกมีดขึ้น ค่อยๆ เดินลงไปในร่องสวน มองกองใบมะพร้าว มณฑาไม่ได้สงสัย เก็บมีด เดินขึ้นไปหยิบตะกร้าออกจากสวน เขมิกาโผล่หัวออกมา รีบดึงใบมะพร้าวออกจากตัว โล่งอก เขมิกานึกอะไรออกรีบขึ้นจากร่องสวน จับงูที่ตายแล้วขึ้นมาพินิจดูจำได้ว่าเป็นงูที่เข็มจับใส่ตะกร้า

เมื่อกลับเข้าห้องเขมิกาอัดคลิปกับโน้ตบุ๊ค
“ฉันมั่นใจ มันคืองูตัวที่ฉันจับได้ในห้องใต้หลังคาแม่นมคนนี้ใจคอโหดเหี้ยม หรือพี่ขวัญตาจะไม่ได้หายตัวไป แต่ถูกยัยมณโฑนี่ฆ่าตายไปแล้ว นี่ฉันมาช้าไปหรือ”

เขมิกาหยุดการอัดคลิป หน้าเขมิกาหายไปจากจอโน้ตบุ๊ค

แววนิลมาหามณฑาที่ห้องแล้วก็ต้องตกใจกับสิ่งที่มณฑาบอก

“มีขโมยเข้ามาในสวน”
“อาจจะเป็นไอ้พวกติดยาที่อยู่แถวท้ายสวน คงคิดเข้ามาขโมยผลไม้ของเรา เสียดายที่จับไม่ได้”
“ช่างมันเถอะ เอางานใหญ่ของเราก่อนดีกว่า ได้มามั้ยคะ”
มณฑาวางตะกร้าที่มีดอกรักเต็มตะกร้า แววนิลมองแล้วยิ้มร้าย

เวลาผ่านไป ก่อนถึงวันงาน 1 วัน อึ่ง กุ้ง ชิ้น เยาว์ พนักงาน ช่วยกันตกแต่งซุ้มดอกไม้ จรรยา พนักงานหญิง ช่วยกันจัดกระเช้าลูกประคบสูตรใหม่ ประชาเดินตรวจงานไปมา
ส่วนที่บ้านเลิศวิริยะ แป้นกำลังทำข้าวต้มกุ้งอยู่ในครัว แป้นหมุนตัวมาข้างหลัง มณฑาโผล่มายืนตรงหน้าแป้น แป้นถึงกับสะดุ้งด้วยความตกใจ
“ว้าย! ผีปอบ อุ๊ย!” มณฑาโกรธ
“ปากเปียกปากแฉะสอนแกให้มีสมบัติผู้ดี ไม่เคยซึมเข้าไปในกมลสันดาน”
“ก็หนูตกใจ นึกว่าเจอผีหลอกแต่เช้า”
“อย่าเถียงผู้ใหญ่ คุณหนูเรียกหาแก รออยู่ที่โถงใหญ่”
“แต่หนูต้มข้าวต้มอยู่”
“ฉันดูให้เอง รีบไปสิ อย่าให้คุณหนูรอนาน”
แป้นออกไป มณฑามองไปที่หม้อข้าวต้มบนเตา

ขณะนั้นเขมิกายังหลับอุตุอยู่บนเตียง แต่มีมือคนไขกุญแจห้อง เปิดประตู เดินเข้ามาและคนที่เดินเข้ามาก็คือชานนท์ ชานนท์ยืนข้างเตียง ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงมองเขมิกา ชานนท์เหมือนอดใจไม่ได้ก้มลงจูบที่แก้ม เขมิกาลืมตาสะดุ้ง
“อ๊าย ไอ้บ้า ไอ้ลามก ไอ้คนฉวยโอกาส”
เขมิกาเงื้อหมัดซัดเปรี้ยงออกไป เขมิกาในท่ากระเด้งนั่งชกมือออกไปแต่ไม่มีใครอยู่ตรงหน้าเลย เขมิกางงมองหมัดตัวเอง มองหาคน
“ฝะฝันหรือ” เขมิกาจับแก้มสองแก้ม “ค่อยยังชั่วหน่อย”
เขมิกากลืนน้ำลายคอแห้ง เดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง มีขวดน้ำวางอยู่ เขมิกาหยิบขวดเขย่าดู น้ำหมด

เขมิกาถือขวดน้ำเปล่าเดินมาที่ประตูห้องครัว เขมิกามองเข้าไปในห้องครัวเห็นมณฑากำลังเปิดฝาขวดเล็กๆ ในมือ เทน้ำสีขาวซึ่งเป็นยางต้นดอกรัก ลงในหม้อข้าวต้ม เขมิกาสงสัย มณฑารีบปิดขวด ยัดใส่เสื้อ มณฑาคนๆข้าวต้มให้เข้ากันแล้วปิดเตา มณฑาเดินออกจากครัว เขมิการีบหลบ มณฑาเดินผ่านเขมิกาไป

เขมิกาถือขวดน้ำที่หยิบมาใหม่แล้วรีบร้อนกลับเข้าห้อง หัวใจเต้นเร็ว รีบปิดประตู กดล็อกแน่นหนา
เขมิกามีอาการหวาดกลัวกับสิ่งที่เจอ เขมิกาเดินมาที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง เทน้ำดื่มใส่แก้ว มือสั่นๆ ยกกินรวดเดียวหมดถึง 2 แก้ว เขมิกามองหน้าตัวเองในกระจก
“พวกมัน รวมหัวกันใส่ยาพิษ กะจะฆ่าฉัน ไม่ใช่สิจะฆ่าพี่ขวัญต่างหาก พี่ไปทำอะไรให้คนพวกนี้เคียดแค้นขนาดนี้นะ”
เขมิกาพยายามตั้งสติ

มณฑากับแป้นยืนรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วมณฑาก็บ่นออกมา
“พวกไม่รู้จักเวล่ำเวลา ไม่มีทางเจริญ”
“สงสัยคงไม่ลงมากินแล้ว เก็บเลยมั้ยคะ” แป้นบอก
“อย่าสาระแน ถ้าฉันยังไม่สั่ง”
“ค่ะ” แป้นเสียงอ่อย มณฑาตวาดเสียงดัง
“หล่อนพูดว่าไงนะ”
“อุ๊ยลืม เจ้าค่ะ”
เขมิกาเดินเข้ามานั่ง
“อ้าว วันนี้มีฉันคนเดียวหรือ คุณสามีขี้เก็กของฉันล่ะ”
“ออกไปกินอาหารจีนที่ทำงานของคุณปรียาค่ะ” แป้นบอกแล้วยกชามวางตรงหน้าเขมิกา
“ฉันขอเปลี่ยนใจไม่กินแล้วนะ ขอกาแฟถ้วยเดียวพอ”
“เห็นทีคงจะไม่ได้ กฎของบ้านนี้ อาหารที่ทำต้องมีคนกิน” มณฑาบอก
“ฉันจ่ายค่าเสียหายเอง ยกไปแป้น”
แป้นยก มณฑาตวาด
“วางลง”
แป้นถือค้าง เขมิกาแกล้งดึงจากมือแป้น
“งั้นคุณนมก็กินเองแล้วกัน เฮ้ย” เขมิกาแกล้งทำข้าวต้มหก
“ว้าย แป้นไม่ได้ทำนะคะ คุณผู้หญิงถือไม่ดีเอง” แป้นรีบบอก
“แป้น ตักให้คุณผู้หญิงใหม่”
แป้นตักข้าวต้มใส่ชามใหม่ เขมิกาลุกยืน
“คุณนมนี่ก็แปลกนะ ทำไมต้องบังคับให้ฉันกินด้วย ข้าวต้มหม้อนี้มีอะไรพิเศษหรือ”
มณฑาหน้านิ่งไม่สะทกสะท้าน
“ดูเหมือนคุณผู้หญิงจะลืมไป ว่าเวลาที่ดิฉันโกรธขึ้นมา ดิฉันชอบไประบายอารมณ์กับใครมากที่สุด” เขมิกาคาดไม่ถึง จ้องหน้ามณฑา มณฑาแกล้งสั่ง “นังแป้น ไม่ต้องตักแล้ว”
เขมิกาอยากเล่นสนุกกับมณฑาจึงแกล้งทำจ๋อยๆ
“เพื่อความสบายใจของท่านผู้อาวุโส ฉันกินก็ได้”
มณฑากระหยิ่มคิดว่าเขมิกาหลงกล แป้นวางชามข้าวต้มชามใหม่ให้ เขมิกาหยิบช้อนเขี่ยๆ แกล้งทำเป็นฝืนใจตักขึ้นมา มณฑาจ้อง ลุ้นให้กิน เขมิกากินเข้าไป ฝืนใจกลืนลงคอ มณฑายิ้มมุมปาก เขมิกาตักกินอีกหลายคำ
“ก็อร่อยดีนะ”

รถชานนท์แล่นเข้ามาจอดหน้าตึก โย่งยืนรออยู่ รีบเปิดประตูด้านหลังให้ ชานนท์กับแววนิลลงมา แววนิลหันมาสั่งคนขับ
“เย็นนี้อย่าลืมไปรับคุณปรียาที่โรงแรมด้วยนะ”
คนขับรถน้อมหัวรับคำ แป้นวิ่งออกมา
“คุณผู้ชายๆๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
“คุณนมเคยอบรมแกแล้วไม่ใช่หรือ ไม่ให้วิ่ง ไม่ให้เสียงดัง” แววนิลตวาด
“ไม่เสียงดังไม่ได้แล้วค่ะ เพราะคุณผู้หญิงกำลัง…”
“คุณผู้หญิงก่อเรื่องอะไรอีก”
“คุณผู้หญิงชักตาตั้งเลยค่ะ”

ชานนท์ตกใจรีบวิ่งไปก่อนอย่างเร็ว โย่งกับแป้นวิ่งตาม แววนิลยังยืนเฉย ยิ้มออกมาคิดว่าแผนสำเร็จ – อ่านต่อ เจ้สาวสลาตัน ตอนที่ 4

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

บทละครเจ้าสาวสลาตัน, ละครเจ้าสาวสลาตัน, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ เจ้าสาวสลาตัน, อ่านเจ้าสาวสลาตันออนไลน์, เจ้าสาวสลาตัน, เจ้าสาวสลาตันย้อนหลัง, เจ้าสาวสลาตันดาวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังเวียงร้อยดาวทุกตอน

 

เจ้าสาวสลาตัน
- 2014-01-14 3:13:38 โพสต์โดย : zoomza 3,019 ดูละครย้อนหลัง