อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 4

อ่านละครออนไลน์ – อ่านละครเจ้าสาวสลาตันออนไลน์ ตอนที่ 4

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 4

เขมิกานั่งเกลือกกลิ้งกุมท้องคาอยู่ตรงบันไดทางขึ้น

“โอ๊ย ปวดท้อง ไส้จะขาดแล้ว”
มณฑาพยายามจับไว้
“ใจเย็นๆ ก่อนนะ ดิฉันจะไปหายาให้”
มณฑาลุกยืน ยิ้มเจ้าเล่ห์ ชานนท์ แป้น โย่งวิ่งเข้ามา
“คุณผู้หญิงเป็นอะไร”
มณฑารีบแกล้งตกใจ
“นมก็ไม่ทราบค่ะ จู่ๆ ก็ล้มลง นอนบิดไปบิดมา”
ชานนท์รีบไปอุ้มเขมิกา โย่งวิ่งไป
“โย่ง เอารถออกเร็ว ฉันจะพาคุณผู้หญิงไปโรงพยาบาล”
เขมิการีบห้ามชานนท์
“ฉันไม่ไป ฉันไม่ถูกโรคกับโรงพยาบาล ไม่นะ ไม่ โอ๊ย”
“เป็นขนาดนี้ไม่ไปได้ยังไง ทนไว้ก่อนนะ”
เขมิกาดึงคอเสื้อชานนท์แน่น
“ฉันอยากเข้าห้องน้ำ โอ๊ย” ท่าทางเขมิกาปวดท้องมาก “ไม่ไหวแล้ว พาฉันไปห้องน้ำก่อน มันอาจจะดีขึ้น โอ๊ย เร็วมันจะพุ่งแล้ว”
ชานนท์รีบอุ้มขึ้นไป แป้นรีบตาม แววนิลเดินเข้ามา มณฑารีบเดินไปหาแววนิลแล้วพูดเบาๆ
“กว่าจะให้มันกินเข้าไปได้ ก็แทบแย่”
“มันสงสัยหรือ”
“ไม่น่านะคะ มันคงกวนประสาทนมเล่นมากกว่า” แววนิลตาร้าย
“นิลอยากเห็นมันตาย”

ชานนท์เดินไปมาหน้าห้องน้ำ เสียงเขมิกาอาเจียนดังออกมาเป็นระยะๆ
“เมื่อเช้าคุณผู้หญิงกินอะไรเข้าไป” ชานนท์ถามแป้น
“ข้าวต้มค่ะ”
“ใครเป็นคนทำ”
“เออ หนู หนูเองค่ะ สงสัย เออ กุ้งมันคงไม่สด”
“ทีหน้าทีหลังให้ระวังหน่อย ออกไปได้แล้ว ฉันจะดูคุณผู้หญิงเอง” แป้นรีบค้าน
“ไม่ได้ค่ะ คุณผู้หญิงต้องเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อ เปลี่ยนกางเกง คุณผู้ชายทำให้ไม่ได้หรอกค่ะ”
“ทำไมจะไม่ได้ ฉันเป็นสามี” ชานนท์บอกอย่างลืมตัวคิดว่ายังเป็นสามีอยู่
“ไหนบอกว่าเลิกกันแล้ว” แป้นถามเสียงอ่อย
“แป้น” ชานนท์ไม่พอใจ เขมิกาเดินหมดแรงออกมา
“แป้นพูดถูก ถ้าคุณปรียามาเห็น มันจะไม่ดี”
แป้นเข้าไปประคองเขมิกา
“ไปเอายา กับเกลือแร่มาให้ฉันที”
แป้นปล่อยเขมิกา เขมิกาเซ ชานนท์เข้าไปประคองไว้แทน

แป้นกระแทกปิดตู้ยาอย่างไม่พอใจ
“ผู้ชายเหมือนกันหมด มีหนึ่งจะเอาสอง หลายใจ เกลียดๆ คุณผู้ชาย”
แป้นหันมา โย่งลุกยืน
“ถอนคำพูดนะนังแป้น คุณผู้ชายของฉัน ใครอย่าแตะ”
“ตราบใดที่คุณผู้ชายยังไม่หย่า ก็ไม่มีสิทธิ์ไปรักไปชอบใคร คุณผู้ชายผิดเต็มประตู”
“หย่า มันเป็นแค่กระดาษโว้ย เป็นฉัน ฉันก็ไม่แคร์เมียที่มันวิ่งตามชู้ไปหรอก”
“ผู้ชายมันก็คิดแต่ความสุขตัวเองเป็นใหญ่ เห็นแก่ตัว”
“แล้วมีใครไม่เห็นแก่ความสุขตัวเองบ้างวะ”
“ฉันจะเชียร์ให้คุณผู้ชายคืนดีกับผู้หญิง คุณปรียานั่นแหละต้องกระเด็นออกไป”
“งั้นฉันจะเชียร์คุณปรียา ต่อให้ครึ่งควบลูกเลยเอ้า” โย่งตะโกน
“ไอ้บ้า”
แป้นถือยา สะบัดพรืดออกไป

เขมิกาแกล้งนอนหมดแรง ชานนท์ยืนมอง
“ฉันคงไปงานไม่ได้แล้วนะ”
“ไปไม่ได้ก็ไม่ต้องไป เธอเองก็ไม่ได้สำคัญอะไรนักหรอก”
เขมิกาหมั่นไส้ แป้นรีบส่งแก้วยาให้
“คือว่าหนูมือเจ็บ คุณนนท์เป็นคนป้อนดีกว่าค่ะ”
ชานนท์รับยามาแล้วประคองหัวเขมิกาขึ้น
“กินยาซะ”
แป้นอมยิ้ม เขมิกาอึดอัดที่ชานนท์อยู่ใกล้มาก
“ฉันกินเองก็ได้” เขมิกาจะจับแก้วเอง ชานนท์ตีมือ “โอ๊ย!”
“จะกินดีๆ หรือให้ฉันพาส่งหมอ”
เขมิกากลัวแผนแตก เลยยอมกินโดยดี
ขณะนั้นมณฑากับแววนิลแอบดูตรงช่องประตู แววนิลทนไม่ไหว
แป้นยื่นผ้าขนหนูชุบน้ำให้ชานนท์

“รบกวนอีกอย่างค่ะคุณผู้ชาย”

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์กำลังจะรับผ้าขนหนู แววนิลเข้ามาคว้าไปจากมือแป้น

“นี่มันงานคนใช้ แกนั่นแหละเป็นคนทำ” แววนิลโยนผ้าใส่หน้าแป้น แป้นเจื่อน “พี่นนท์คะ น้องมีเรื่องอยากคุยด้วย ในเมื่อนางแบบของเรานอนเดี้ยงไปงานไม่ได้แล้ว น่าจะรีบหาคนแทนนะคะ”
“พี่จะรีบบอกทางออกาไนซ์ให้ช่วยหาคน แค่เดินแบบง่ายๆ น่าจะหาทัน”
“แต่น้องมีคนอยากเสนอค่ะ รับรองว่าเหมาะสมด้วยประการทั้งปวง”
แววนิลมองเขมิกาแบบเย้ยๆ เขมิกาเก็ต
“ที่จะเล่นฉันถึงตาย เพราะอย่างนี้นี่เอง” เขมิกานึกอยู่ในใจ
แววนิลเดินไปคล้องแขนชานนท์
“เราไปคุยกันข้างล่างนะคะ น้องอยากรู้เรื่องคิวงานด้วย”
ชานนท์มองเขมิกา เขมิกาโบกมือไล่แล้วบอกเสียงอ่อย
“แป้น ช่วยอัญเชิญคุณๆ ของเธอ ออกไปได้แล้ว ฉันอยากนอน”
แววนิลดึงชานนท์ออกไป มณฑาเสียงแข็งใส่แป้น
“แกไม่มีงานทำหรือไง”
แป้นชี้ไปทางเขมิกา
“ตะ แต่คุณผู้หญิง ไม่สบายอยู่”
“ฉันไม่ชอบไอ้พวกที่ไม่รู้จักหน้าที่ตัวเอง ตามฉันออกไป” มณฑาเน้นคำหนักๆ แล้วเดินนำออกไป แป้นกลัวต้องทำตามแต่ปากด่าขมุบขมิบ เขมิกาแกล้งหลับตา หมดแรงนอนซม

“นายโย่งบอกว่า คุณขวัญท้องร่วงหรือ เราน่าจะไปดูหน่อย”
ปรียาคุยกับแววนิลในห้องแล้วทำท่าจะเดินออกไปแต่แววนิลดึงไว้
“เธอเพิ่งกลับมาจากทำงาน รีบนอนพักจะดีกว่า พรุ่งนี้เป็นวันสำคัญของเธอนะ เธอต้องสวยที่สุดในงาน”
“แต่คุณขวัญ”
“มันไม่มีปัญญาไปงานหรอกน่า เธอน่ะเลิกเกรงใจมันสักทีถ้าคิดจะมีความรัก มันต้องรู้จักเห็นแก่ตัวบ้าง” แววนิลบอกอย่างหงุดหงิด ปรียานิ่งงัน แววนิลเดินไปที่ชุดไทยบนตัวหุ่น “ชุดนี่ยังเด่นไม่พอ ฉันจะจัดให้ใหม่ เอาที่ทำให้ใครต่อใครเห็นเธอแล้วต้องมองตาค้าง”

วันต่อมาที่ห้องจัดงานซึ่งตกแต่งสถานที่แบบไทยๆ มีวงไทยเดิมเล่นประกอบ มีซุ้มขนมไทย ซุ้มน้ำสมุนไพร ซุ้มสาธิตทำเครื่องหอมบุหงารำไป
ปรียาอยู่ในชุดราตรีสีขาวบนหัวมีมงกุฎเหมือนชุดเจ้าหญิง แววนิลอยู่ในชุดราตรียาวสีแดงเพลิง สองสาวก้าวเข้ามาในงาน แววนิลกวาดตามองแขกแต่งชุดไทย พวกแขกมองสองสาวแล้วซุบซิบกันใหญ่ ออกาไนซ์หญิงตกใจ “นังอี๊ด แกไม่ได้บอกธีมงานกับน้องสาวคุณชานนท์หรือไง”
ออกาไนซ์เกย์เพิ่งหันมาเห็นก็ตกใจ
“ว้าย อี๊ดบอกแล้วนะเจ๊ แต่ดูนางแต่งสิ งานไปทาง ชุดไปทางเหมือนลิเกหลงโรงไม่มีผิด”
แววนิล โปรยยิ้มไปทั่ว
“เห็นหรือยังว่าเราสองคนโดดเด่นที่สุดในงาน คนมีรสนิยมสูงย่อมแตกต่างจากพวกดาดๆ ทั่วไป” แววนิลยิ้มเยาะ ปรียายิ้มเจื่อนๆ แววนิลจูงมือปรียาเดินไป

ชานนท์เดินพาแขกมาชมซุ้มบุหงารำไป แขกหยิบดม
“นี่คือบุหงารำไปค่ะ เป็นเครื่องหอมไทยโบราณ เป็นสูตรต้นตำรับชาววัง ที่คุณยายจวงจันทร์ ทำขายในตลาด ก่อนที่จะมาเปิดนวดแผนไทย จนพัฒนามาเป็นสปาในยุคคุณชานนท์” เยาว์อธิบาย
“น่าเอาไปใช้ที่ร้านบ้างนะคะ กลิ่นหอมละมุนดี”
“วันนี้ผมจัดเป็นของชำร่วยแจกให้กับแขกทุกคนครับ”
แขกร่วมงานยิ้มพอใจ

เก่งกาจซึ่งห้อยกล้อง มีป้ายผู้สื่อข่าวติดที่เสื้อ เดินมองหาคนเห็นหลังชิ้นก้มๆ แอบๆ ซดเหล้าจากกระติกกาแฟอยู่แถวหลังซุ้ม เก่งกาจเข้าไปกระแซะ
“โห กระดกได้ทุกที่เลยนะ”
ชิ้นตกใจ นึกว่าพวกเดียวกัน
“เฮ้ย เปล่า นี่มันกาแฟร้อน” ชิ้นมองเก่ง แล้วแปลกใจ “อ้าว คุณ”
“จำผมได้หรือเปล่า น้ายังติดค้างผมอยู่นะ”
ชิ้นคิดๆ ว่าเก่งกาจเป็นใคร
“อ๋อ คุณนักข่าวนี่เอง”

เก่งกาจเดินมาหยุดมองที่หลังเวที ชิ้นเดินมาสมทบ
“ผู้หญิงคนนั้น คนที่ยืนอยู่กับน้องสาวคุณชานนท์ ใครหรือ”
ชิ้นมองตาม เห็นปรียายืนอยู่ด้วยกัน แววนิลกำลังตบแป้งให้ปรียา
“เออ ผมก็จำชื่อไม่ค่อยได้ สมองผมมันตื้อๆ” ชิ้นถูนิ้วเป็นสัญลักษณ์อยากได้เงิน เก่งกาจยัดใส่มือให้เนียนๆ ห้าสิบบาท ชิ้นจึงบอกคล่องปรื๋อ “อ๋อ จำได้แล้วครับ คนเนี่ยชื่อคุณปรียาเป็นเพื่อนสนิทของคุณหนูแววนิลตั้งแต่เรียนมหาลัย สมัยนั้นไม่มีใครอยากคบเพราะคุณหนูเธออารมณ์ร้าย จะมีก็แต่คนนี้แหละที่ยอมให้ ถึงขนาดตอนนี้ให้เข้ามากินนอนอยู่ที่บ้านเลยนะครับ”
เก่งกาจจ้องไปที่ปรียาอย่างสนใจ
“งั้นคุณปรียาก็สนิทสนมกับคุณชานนท์มากสิครับ”
ชิ้นอ้าปากจะตอบ
“ก็คุณหนูแววนิลเขาอยาก…” อึ่งเข้ามาดึงแขนชิ้น
“พ่อ มาช่วยฉันยกของหน่อย ลูกค้าซื้อน้ำมันหอมระเหยยกลังเลย อู๊ย ไม่รู้จะซื้อทำไมมากมาย ปวดแขนไป
หมดแล้ว เร็วพ่อ”

ชิ้นถูกดึงไป เก่งกาจเซ็งที่พลาดได้ข้อมูลไปอีก

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

มณฑาเดินเข้ามาพยักหน้าเรียกแววนิล แววนิลผละจากปรียาเข้าไปคุยใกล้ๆ กับมณฑา ในระยะที่ปรียาไม่ได้ยิน
“ทางโน้นเป็นไง”
“มันยังนอนครวญครางอยู่เลยค่ะ นมให้คนเฝ้าอยู่หน้าห้องมันแล้ว มันคิดจะคลานมาก็ไม่มีทาง คุณหนูสบายใจได้”
แววนิลยิ้มพอใจ

หน้าห้องนอนเขมิกา แป้นนั่งหลับพิงประตู หูเสียบไอพอตฟังเพลง เขมิกายังนอนขดตัวอยู่บนเตียง ขณะนั้นโยธินปีนระเบียงโผล่หัวขึ้นมา
“เข็ม” โยธินตกใจเห็นเขมิกานอนนิ่ง จึงรีบไปที่เตียง “ไม่สบายขนาดนี้เลยหรือ เข็ม” โยธินประคองเขมิกาขึ้นมา แล้วเขย่าตัว “เข็ม ได้ยินเฮียหรือเปล่า” โยธินเอามืออังจมูกเขมิกา “ไม่หายใจ”
โยธินจะแนบหูที่อกเขมิกา เขมิการีบลืมตาดันหัวโยธินออกไปได้ทัน
“ยัง เข็มยังไม่ตาย เฮียมาเร็วดีนี่”
“พอเฮียวางสายจากเข็มเฮียก็รีบบึ่งมาทันที ไปกับเฮีย อาการแบบนี้ต้องให้น้ำเกลือ” โยธินจะพยุง แต่เขมิกา
ลุกพรวดเดินตัวปลิวลงจากเตียง หยิบถุงชุดไทยข้างมุมเตียง แล้วตรงไปที่หน้าต่างอย่างว่องไว
“เข็มลงไปเอง มือชั้นนี้”
เขมิกาตั้งท่าปีน โยธินชี้เขมิกาตาโต
“ไหนบอกนอนซม จะเข้าห้องน้ำยังต้องคลานไป แล้วนี่ มันอะไรกัน” เขมิกายิ้มแป้นรีบปีนลงไป “เข็มนะเข็มเล่นตลกกับเฮียอีกแล้วนะ”

ที่งาน ชานนท์นุ่งโจงกระเบนยืนรอสปากลุ่มนวดแผนไทย ประชารีบเข้ามากระซิบ
“กลุ่มนวดแผนไทยจากทางเหนือมาถึงแล้วครับ”
ชานนท์จะรีบเดินไปทางเข้าเพื่อต้อนรับ แต่ราตรีนำกลุ่มนวดแผนไทยมาประจันหน้าชานนท์ก่อน ทุกคนหน้าเครียด ชานนท์ยกมือไหว้
“สวัสดีครับคุณราตรี”
ชานนท์ไหว้ทุกคน
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองหรอกหลานชาย วันนี้พวกเรามาถึงนี่เพราะมีเรื่องสำคัญอยากคุยด้วย”
ราตรีเหล่ไปที่ประชา ประชาหลบตา

ชานนท์พาราตรีมาคุยที่ห้องรับรองแขก ราตรีวางใบสัญญา ชานนท์มองอย่างตกใจ คนอื่นพากันวางตาม “พวกเราต้องการถอนตัวออกจากเฟรนไชน์ของคุณ มิตรภาพอันดีที่เคยมีมาตั้งแต่สมัยพ่อของเธอถือเป็นอันสิ้นสุดไป พวกเรากลับ”
“เดี๋ยวก่อนสิครับ นี่มันเกิดอะไรขึ้น ขอผมทราบเหตุผลด้วย”
ราตรีบอกเสียงดังจริงจัง ท่าทางเอาเรื่อง
“จริงใจกันหน่อยหลานชาย พวกเราน่ะมันคนบ้านนอก คิดอะไร ทำอะไรก็ตรงไปตรงมา จะคิดมาบังคับให้เรา ปรับเปลี่ยนนวด แผนไทยให้เป็นสปาอโรม่า แล้วเก็บค่าสิทธิ์รายเดือนเพิ่มขึ้น เรารับไม่ได้”
ชานนท์มองหน้าประชา
“ผมแค่ลองเสนอดูเท่านั้น นวดแผนไทยมันโบราณเกินไป ถ้าพัฒนาให้เป็นระบบที่ทันสมัยขึ้น น่าจะเพิ่มลูกค้าได้มากกว่า” ประชาบอก
“จะให้ตาสีตาสามานวดอาโรม่า แช่น้ำแร่ในอ่างน้ำวนงั้นหรือ”
“ผมว่ามันอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมขอยืนยัน จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ กับร้านสาขาเก่าๆ ของคุณพ่อ” ชานนท์บอก ทุกคนมองหน้ากัน
“อย่าดีกว่า เธอกับคุณพ่อเธอมันทำธุรกิจต่างกัน”
ราตรีกับกลุ่มพากันออกจากห้องรับรอง ชานนท์หันมามองหน้าประชาแบบไม่พอใจ
“คุณเหรอ ที่เป็นคนพูดแบบนั้น”
ประชานิ่งเหมือนยอมรับ

ขณะนั้นจรรยายืนรอเขมิกาอย่างกระวนกระวายอยู่หลังโรงแรม จรรยามองนาฬิกาตลอดจนกระทั่งรถโยธินวิ่งเข้ามาจอด เขมิกาคว้าถุงชุดไทย
“ขอบใจนะเฮีย เฮียกลับไปได้แล้วไม่ต้องรอเข็ม” เขมิกาบอกแล้วรีบลงจากรถ
“อ้าว เดี๋ยว…ยัยสลาตันเอ๊ย”
เขมิกาวิ่งไปหาจรรยา
“โทษทีนะที่ฉันโทรมากวนใจเธอ”
“กวนเกินอะไรกัน ฉันดีใจล่ะไม่ว่าที่เธอหายป่วยแล้ว รีบเข้าไปเถอะ เดี๋ยวจะไม่ทัน แล้วไหนชุดล่ะ”

เขมิการีบส่งถุงให้ จรรยาจูงมือเขมิกาวิ่งเข้าไปในโรงแรม

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์กับประชารีบร้อนจะออกจากงานไปตามกลุ่มราตรี
“คุณอยู่ดูความเรียบร้อยทางนี้ ผมจะตามไปยับยั้งคุณราตรีเอง”
ชานนท์บอกประชาเสียงดุ ประชาจ๋อยถอยออกไปจากบริเวณนั้น ชานนท์กำลังจะไปแต่เก่งกาจเข้ามาขวางหน้าชานนท์
“สวัสดีครับคุณชานนท์”
“ถ้าจะสัมภาษณ์อะไร ช่วงท้ายตามกำหนดการนะครับ” ชานนท์บอกแล้วจะเดินไป
“เดี๋ยวก่อนสิครับ ผมเกรงว่าถ้าคุณเจอคำถามผมเอาตอนที่มีนักข่าวรุมสัมภาษณ์พร้อมกัน มันอาจกลายเป็นข่าวใหญ่ก็ได้นะครับ”
ชานนท์ชะงัก เก่งกาจยื่นรูปปรียานั่งท้ายรถยนต์ของชานนท์ให้ดู ชานนท์รับมาดู
“คุณหมายความว่ายังไง”
“คุณขวัญตาไม่ได้มางานนี้ เป็นเพราะผู้หญิงในภาพใช่มั้ยครับ ความจริงแล้วครอบครัวคุณกำลังมีปัญหา เพราะมือที่สาม”
“ปรียาเป็นเพื่อนของน้องสาวผม ไม่มีอะไรมากกว่านั้น”
“แค่เพื่อน แต่เข้ามาอยู่ถาวรในบ้านเลยหรือครับ”
“นั่นมันเรื่องส่วนตัวที่ผมไม่จำเป็นต้องตอบ”
“แน่ใจหรือครับว่าคุณปรียาไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้คุณขวัญตาไม่ได้มาในงานสำคัญนี้ ทั้งที่เป็นถึงภรรยาตามกฎหมาย”
“ภรรยาผมไม่สบาย ก็เลยมาไม่ได้ คุณอย่าพยายามจุดประเด็นที่มันไม่จริงขึ้นมาดีกว่า”
“ท่านผู้มีเกียรติครับ” เสียงพิธีกรดังขึ้น ชานนท์กับเก่งกาจชะงักหันไปทางเวที “ต่อไปนี้ขอเชิญพบกับ นางแบบของเรา คุณปรียา เธอจะมาพร้อมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่คัดสรรมาจากเนื้อมะพร้าวแห้งจากร่องสวน และดอกซ่อนกลิ่น มาห่อเป็นลูกประคบ ช่วยฟื้นฟูบำรุง และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวกาย”
ไฟบนเวทีหรี่ลง ดนตรีไทยขึ้น ปรียาเดินออกมา ไฟ follow ไปที่ปรียา ปรียาอยู่ในชุดราตรีหรูเลิศสีขาว บนหัวมีมงกุฎเล็กๆ เดินโชว์ตะกร้าลูกประคบสูตรใหม่ ปรียาเดินโปรยยิ้ม หยิบลูกประคบโชว์
“คุณขวัญตามา” เสียงดังข่าวดังขึ้น
เก่งกาจ ชานนท์หันไปทางเสียงเห็นนักข่าวแตกฮือจากหน้าเวที เลิกสนใจปรียา พุ่งไปอีกทาง ปรียาอยู่บนเวทีเงอะงะ แววนิลที่ข้างเวทีหุบยิ้มมองตามพวกนักข่าวว่าเกิดอะไรขึ้น

เขมิกาในชุดไทยสไบเฉียงงามหยด เดินส้นสูงแบบไม่ค่อยถนัดเข้ามาในงาน จรรยาต้องรีบช่วยจับแขนให้ยืนทรงตัวได้ เขมิกาหยุดยืนกลางงาน นักข่าวรุมถ่ายรูป เขมิกาฉีกยิ้ม โบกมือกระดิกนิ้วทักทายนักข่าวแบบทะเล้นๆ น่ารัก
จรรยาถอยหลบไป ประชายืนมองเขมิกาอึ้งในความสวย เก่งกาจแหวกกลุ่มนักข่าวเข้ามา พอเห็นเขมิกาก็ยิงคำถามทันที
“ผมได้ข่าวว่าคุณขวัญตาไม่สบาย มาไม่ได้นี่ครับ”
“หายดีแล้วค่ะ”
“เป็นเพราะตรอมใจหรือเปล่าครับ”
“อุ๊ย เดี๊ยนแค่กินของแสลงเข้าไป ก็เลยท้องไส้ปั่นป่วนนิดหน่อย” เขมิกายิ้มแย้ม แต่เก่งกาจไม่ขำด้วย
“เรื่องข่าวลือที่คุณขวัญตาคบชู้จะแก้ข่าวยังไงคะ” นักข่าวอีกคนยิงคำถาม
“แก้ทำไมละคะในเมื่อมันไม่จริง เรื่องข่าวฉาวก็เหมือนเราใส่รองเท้าที่มันทั้งคับทั้งกัด ฝืนเดินไปเรื่อยๆ ก็ทรมานตัวเอง”
“เดี๊ยนจะสาธิตให้ดู” เขมิกายกเท้าทีละข้างถอดรองเท้าทิ้ง แล้วเดินนวยนาดให้ดูแบบฮาๆ “เห็นมั้ยคะพี่ๆ รู้สึกสบายขึ้นเยอะเลย จะเดิน จะยืนยังไงก็ได้” เขมิกาหันมาพูดกับนักข่าว “ฉันใดก็ฉันนั้น ข่าวที่มันทำร้ายทำลายความรู้สึก เราก็ไม่ต้องไปสนใจ โยนมันทิ้งไปซะเหมือนทิ้งรองเท้าคู่นี้”
ชานนท์รีบแหวกนักข่าวเข้ามา จับแขนเขมิกาไว้แน่นเชิงบังคับให้หยุด ชานนท์รีบยิ้มกับนักข่าว
“ผมขอตอบแทนนะครับ เรื่องคบชู้ เป็นเรื่องไม่จริง ที่ภรรยาผมหายไปในวันแต่ง เพราะเธอประสบอุบัติเหตุ”
“อุบัติเหตุอะไรครับ”
“ลื่นล้มในห้องน้ำ หัวฟาดพื้น” เขมิกามองหน้าชานนท์ที่โกหกเนียนมาก “มันทำให้สมองของเธอ ไม่ค่อยปกตินัก” นักข่าวกับเขมิกาเหวอ “ผมอยากขอร้อง ถือว่าเห็นใจอาการป่วยของภรรยาผม รบกวนทุกท่านช่วยแก้ข่าวให้ด้วยนะครับ”
ชานนท์ทำซึ้ง ก้มหยิบรองเท้าให้เขมิกาใส่ เสียงนักข่าวพากันร้องว้าว! เขมิกายังนิ่ง แต่เห็นเก่งกาจจ้องจับผิดอยู่ ชานนท์พยักหน้าให้เขมิกาทำตามแกมบังคับ
“อุ๊ย คุณสามีชอบทำตัวน่ารักอยู่เรื่อยเลย ขอบคุณค่ะที่รัก”
เขมิกาใส่รองเท้า นักข่าวถ่ายรูปกันใหญ่

ห่างออกมาแววนิล ปรียา มณฑายืนมอง แววนิลเจ็บใจ ขณะที่ปรียาจ๋อยทนดูต่อไม่ได้
“เรากลับก่อนนะนิล เราจะกลับแท็กซี่เอง ไม่ต้องห่วงเรา”
ปรียารีบหลบออกไป แววนิลไม่ทันรั้งไว้ แววนิลโกรธจะเข้าไปที่กลุ่มเขมิกากับนักข่าวแต่มณฑารีบดึงไว้แล้วส่ายหน้าห้าม
“อย่าค่ะคุณหนู อย่าเอาตัวไปแลกกับการเป็นข่าว”

แววนิลมองเขมิกาอย่างแค้นๆ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

นักข่าวพากันเดินออกจากห้องจัดงาน เก่งกาจเดินปิดท้ายแต่ยังหันมามองแบบสงสัยอยู่ ชานนท์ยืนส่งนักข่าว หันมาดุเขมิกาเบาๆ

“หายดีแล้วหรือ ถึงได้มาป่วนถึงนี่”
“ก็อย่างที่เห็น ยังไม่ตายง่ายๆ”
ราตรีกับพวกเดินเข้ามา
“ไงหนูขวัญ นึกว่าจะไม่ได้เจอซะแล้ว” ราตรีทักเขมิกา เขมิกางงๆ ว่าใคร ชานนท์จึงช่วยเตือนความจำ
“คุณราตรีไง เป็นร้านสาขานวดแผนไทยของเรา” เขมิการีบยกมือไหว้ราตรี
“สวัสดีฮะ คุณราตรี”
ราตรียิ้มแย้มเป็นมิตร แตะแขนเขมิกา
“ไอ้ที่เคยบอกว่าจะผลิตน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้มทำไมเงียบไปล่ะ ครั้งที่ไปเปิดตัวทางเหนือ ลูกค้าติดใจกันยกใหญ่”
เขมิกาล่อกแล่ก ปากรีบพูดไปก่อน
“ผลิตสิฮะ ผลิตแน่ ที่ช้าเพราะติดปัญหานิดหน่อย”
ชานนท์ตกใจ ไม่อยากผลิต
“คือตัวนี้…” เขมิการีบแทรก
“เดี๋ยวเราเข้าไปข้างในกันก่อน มันต้องคุยกันไปดื่มกันไปถึงจะออกรสออกชาติ” ราตรียังเคืองอยู่
“อย่าเลย ที่นี่มันไฮโซไม่เหมาะกับพวกเรา”
“ใครว่าละฮะ ถ้าขาดกลุ่มนวดแผนไทย งานนี้ก็กร่อยสนิทซิฮะ โดยเฉพาะทีเด็ดที่หนูคิดไว้ให้ ม่วนขนาด” ราตรียิ้ม คนอื่นๆ หัวเราะในคำพูดน่ารักของเขมิกา เขมิกาคล้องแขนราตรีอย่างสนิทสนม “ไปกันเต๊อะเจ๊า”
ชานนท์หวาดเสียวว่าเขมิกาจะทำอะไรวุ่นๆ อีก จึงรีบตามไป

ภายในงาน เขมิการำป้อกับราตรี ราตรีหัวเราะร่าบ้าไปกับเขมิกา พวกจรรยา อึ่ง เยาว์ ชิ้นและพนักงาน ต่างจูงแขกออกมารำ ชานนท์มองอึ้ง ชิ้นกับอึ่งเดินมาดึงชานนท์ไปรำวงด้วย ทุกคนรำกันสนุกสนานเป็นวงกลม มีการเอาน้ำอบมาป้ายแก้มกันไปมา
แววนิลกับมณฑายืนจ้องเขมิกาที่รำวงอยู่
“นังมารผจญ แก ทำไมมันหายเร็วนัก”
“นั่นสิคะ ไม่น่าจะเป็นไปได้”
เขมิกาเห็นแววนิลจึงเดินเข้ามาหา
“ไม่สนุกด้วยกันหรือฮะ น้องสาวเจ้าภาพมายืนทำหน้าเป็นม้าหมากรุกอย่างนี้ มันดูไม่สวย”
“สะเออะมาทำไม อิจฉาปรียาใช่มั้ยที่จะเด่นกว่าแก”
เขมิกาเข้าไปประชิด บีบต้นแขนแววนิล
“อย่าคิดนะว่าคุณทำอะไรแล้วฉันไม่รู้ อย่าคิดว่าตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว เคยได้ยินมั้ยว่าหมองูมันตายเพราะงู ความริษยาของคุณ มันจะฆ่าตัวคุณเอง”
มณฑากระชากมือเขมิกาออกแล้วยืนบังแววนิล
“อย่าเอามือโสโครกของคุณ มาโดนตัวคุณหนูของดิฉัน”
เขมิกายิ้มกวนๆ ยกนิ้วโป้งให้
“สมเป็นแม่นมดีเด่นแห่งชาติ ดูแลลูกชาวบ้านชาวช่องได้ดีกว่าลูกในอก จนดูไม่ออกว่าคนไหนเป็นลูกจริงๆ กันแน่”
มณฑาจะเงื้อมือตบเขมิกา แต่โยธินรำป้อเข้ามาแกล้งเอาตัวขวางเขมิกาไว้ได้ทัน โยธินยังอยู่ในชุดเดินมแต่แปะแป้งลายพร้อย
“มารำกับพี่สักเพลงนะจ๊ะน้องสาว”
เขมิกาจ้องโยธิน จำได้จึงรีบดึงโยธินไป
“คำพูดมันดูกำกวมเหมือนจะรู้ว่าเราแกล้งมัน” แววนิลบอกอย่างไม่สบายใจ
“มันไม่มีหลักฐาน จับมือใครดมไม่ได้หรอกค่ะ” มณฑาพูดปลอบใจ

ชานนท์รำกับราตรี ทั้งคู่ยิ้มแย้มต่อกัน ชานนท์มองไปเห็นเขมิกาเดินคู่ไปกับโย
เขมิกาพาโยธินหลบมาคุยในห้องประชุมเล็ก ใกล้กับห้องจัดงาน
“เฮียเป็นห่วง เข็มทำให้เฮียงงไปหมดแล้ว”
“ไม่มีอะไรมากหรอกเฮีย ก็แค่มีคนหาเรื่องเข็มนิดหน่อย”
“เรื่องอะไร มีใครรังแกเข็ม เล่ามา ไม่งั้นเฮียจะเข้าไปถามนายชาเย็นเอง” โยธินทำท่าจะออกไป เขมิการีบดึงไว้
“อย่าเล่นบ้าๆ นะเฮีย เล่าก็ได้ เข็มแอบเห็นยัยนมมณโฑแอบใส่ยาพิษในอาหารของเข็ม” โยธินตกใจ
“ยาพิษ”
เขมิกาเล่าเหตุการณ์วันนั้น
เขมิกาหลบอยู่หน้าห้องครัวจนมณฑาเดินผ่านไป เขมิการีบเข้าไปในครัว ยืนดูหม้อข้าวต้ม คิดๆ ว่าจะทำอย่างไร เขมิกาหยิบผ้าขี้ริ้ว ยกหม้อตั้งใจจะไปเททิ้ง แต่แป้นเดินเข้ามาพร้อมเสียงบ่น
“โอ๊ย อะไรวะ จะไปกินข้าวข้างนอกก็ไม่บอกล่วงหน้าทำข้าวต้มอย่างเดียวให้คุณผู้หญิงแล้วกัน ว้าย” แป้นร้องอย่างตกใจเมื่อเห็นเขมิกา เขมิกาจึงรีบทำหม้อหลุดมือ
“เฮ้ย เธอทำฉันตกใจหมด เห็นมั้ย หกหมดเลย”
“แล้วคุณผู้หญิงมายุ่งกับหม้อของแป้นทำไม”
“ฉันหวังดี เห็นมันเดือดปุดๆ ก็เลยจะยกไปตั้งบนโต๊ะให้แล้วทำไง ต้องหุงใหม่แล้วเนี่ย”
“แป้นไปซื้อกับข้าวที่ตลาดให้ไวกว่า” แป้นบอก
“ไม่ได้นะ” เขมิกาบอกเสียงดัง แล้วเบาเสียงลง “คือฉันอยากกินข้าวต้มกุ้งช่วยทำให้หน่อย เอาให้หน้าตาเหมือนเดิมเป๊ะเลยนะ”
เขมิกาตบบ่าแป้น

“มันเล่นกันแรงอย่างนี้เลยหรือ น่าจะแจ้งตำรวจจับมันไปเลย เฮียแจ้งเอง มารังแกแฟนเฮีย เฮียยอมไม่ได้”
โยธินบอกหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้วทำท่าจะออกไปแต่เขมิการีบดึงไว้
“เห็นมั้ย เข็มไม่อยากเล่าเพราะอย่างนี้ เฮียกลับไปก่อนเหอะ”
“แต่ปู่ให้เฮียคอยดูแลเข็มนะ”
เขมิกาหันไปเห็นชานนท์เดินออกมาจากห้องจัดเลี้ยงก็ตกใจ
“นายชาเย็น เฮียหลบไป”
“อีกแล้วหรือ จะให้หลบทางไหนล่ะ”
“ทางนี้เฮีย”
เขมิการีบผลักโยธินเข้าห้องปิดประตู ตัวเองรีบยืนพิงเต๊ะจุ๊ยกอดอก ทำเป็นไม่เห็นชานนท์ ชานนท์เบือนหน้ามาเห็นเขมิกาพอดีจึงเดินตรงมาหา
“เมื่อกี้เดินออกมากับใคร”
“บ๋อยไง เป็นบ๋อยของโรงแรม”
“แค่บ๋อยไม่ใช่กัปตันสินะ” ชานนท์กัด เขมิกางง “แล้วมาทำอะไรตรงนี้”
เขมิกายังยืนบังประตู มีพิรุธ
“อ๋อ ฉันออกมา ออกมา” เขมิกามองรองเท้าส้นสูงตัวเอง “ให้เท้ามันได้หายใจบ้าง” เขมิการีบถอดรองเท้าลงมายืนเท้าเปล่า “เขย่งจนเมื่อยไปหมด”
ชานนท์มองประตู เขมิกาหวาดเสียว
ภายในห้อง โยธินแนบหูฟังที่ประตู แต่เสียงมือถือโยธินดัง โยธินสะดุ้งสุดตัว รีบควักมือถือมาพยายามปิด แต่ตื่นเต้นจนยังปิดไม่สำเร็จ
“ป๋าจะโทรมาทำไมเอาตอนนี้เล่า” โยธินบ่นเสียงเบา
ชานนท์ได้ยินเสียงมือถือในห้อง
“ของฉันเอง” เขมิการีบบอก ชานนท์ดึงเขมิกาออก
“หลีกทาง ไอ้คนที่เป็นกัปตันชู้รักเธอมันอยู่ข้างในใช่มั้ย”

ชานนท์ผลักประตูเข้าไปทันที เขมิกาตกใจยั้งไม่ทัน รีบใส่รองเท้า

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์เข้ามาในห้องกวาดตามองหาคน ภายในห้องมีแต่โต๊ะเก้าอี้ เขมิกาตามเข้ามาลุ้นไม่ให้เจอโยธิน
“เห็นหรือเปล่า ฉันก็บอกแล้วว่ามือถือฉันเอง”
ชานนท์หยิบมือถือตัวเองออกมา
“เดี๋ยวก็รู้ว่าใช่เสียงเรียกเข้าของเธอหรือเปล่า”
เขมิกาหน้าเสีย ชานนท์จะกดโทรศัพท์ แต่ประชารีบร้อนเข้ามาซะก่อน
“คุณนนท์ครับ แขกจะกลับกันแล้ว”
“เราต้องรีบไปส่งนะฮะ หายไปทั้งคู่จะไม่ดี ธุรกิจพันล้านคุณเสียหายไม่รู้ด้วยนะ” เขมิกาบอก ประชามองเขมิกากับนนท์อย่างสงสัย แล้วเดินนำออกไปก่อน เขมิการีบคล้องแขนชานนท์ไปด้วยกัน “ไปสิฮะ”
เมื่อเขมิกากับชานนท์ออกไปจากห้อง โยธินโผล่หน้าออกมาจากบริเวณม่านผ้าผืนใหญ่ โยธินถอนหายใจอย่างโล่งใจ

ประชาหันมามองเขมิกาที่คล้องแขนชานนท์อย่างใกล้ชิด ประชารู้สึกหึงหวงทนไม่ได้ เดินหน้าบึ้งเข้าห้องไปก่อน ชานนท์รู้สึกดีมองมือเขมิกาแล้วเผลอยิ้มออกมา เขมิกาเห็น ชานนท์รีบหุบยิ้ม เขมิการีบดึงมือออกแล้วแกล้งชานนท์ด้วยการเช็ดๆ มือที่ชุดตัวเอง
“เมื่อเช้าเข้าห้องน้ำถ่ายจู๊ดๆ ดันลืมล้างมือซะนี่”
เขมิกาดมมือตัวเอง ชานนท์หมดอารมณ์ซึ้ง
“เธอนี่มัน นับวันยิ่งไร้ความเป็นกุลสตรี”
“ผู้หญิงมีหลายแบบนะฮะคุณสามี ไม่จำเป็นต้องสุภาพเรียบร้อยอ่อนหวานเสมอไปหรอก ฉันเป็นผู้หญิงในแบบของฉัน ในมุมที่คุณไม่เคยรู้จัก” เขมิกาจะเดินเข้าไป
“อย่าเพิ่งไป”
“อะไรอีกเล่า ไม่พูดทีเดียวให้มันจบๆ ไป เวียนหัวนะเนี่ย”
“ขอบใจ ที่เธอทำให้คุณราตรีพอใจ แค่นี้แหละ”
ชานนท์เดินเข้าไปก่อน เขมิกายิ้มๆ
“จะขอบใจคน ยังต้องทำเป็นวางมาด นายชาเย็นเอ๊ย”

ห้องโถงบ้านเลิศวิริยะ แป้นโดนมณฑาตบจนกระเด็นล้มไปที่พื้น
“ว้าย” มณฑากับแววนิลจ้องอแป้นเขม็ง “หนูไม่ได้ขัดคำสั่งคุณนมนะคะ เอ๊ยเจ้าคะ”
มณฑาเดินไปหา นั่งลง จิกผมแป้นให้เงยขึ้น
“แล้วมันไปโผล่ที่งานได้ยังไง ถ้าแกไม่ร่วมมือด้วย”
“คือหนูเผลอหลับไป แต่หนูก็นั่งขวางประตูไว้ตลอดนะคะสงสัยคงจะปีนลงทางหน้าต่าง แต่คุณผู้หญิงไม่สบายอยู่นี่คะ” มณฑาปล่อยผมแป้น
“ไปให้พ้นหน้าฉัน แล้วจำใส่กะโหลกแกไว้ ถ้าแกพูดมากฉันจะเอาน้ำมันร้อนๆ กรอกใส่ปากแก”
แป้นกลัวรีบคลานๆ ไป
“เราโดนมันต้มซะเปื่อย เจ็บใจนัก ปรียาเป็นยังไงบ้างคะ” แววนิลถามถึงปรียาอย่างเป็นห่วง

ปรียาอยู่ในห้อง นั่งนิ่ง ดึงมงกุฎเล็กๆ ออกจากผมแล้วโยนทิ้ง มงกุฎกระเด็นไปที่เท้าแววนิล แววนิลก้มเก็บ “ฉันขอโทษที่ยิ่งช่วย ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกแย่ลง”
ปรียารีบปาดน้ำตา ลุกยืน พยายามยิ้ม
“เราไม่ได้เป็นอะไร ขอบใจนะที่หาชุดสวยๆ แบบนี้ให้เราใส่ ตอนที่เดินบนเวทีเรารู้สึกว่าเราเป็นเจ้าหญิงจริงๆ ถึงจะแค่ไม่กี่นาที แต่เราก็มีความสุข” ปรียายิ้มให้แววนิลสบายใจ แววนิลฟังแล้วยิ่งสงสารปรียา
“จะบ้าหรือ เสียใจอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาสิ จะฝืนยิ้มให้ฉันสบายใจไปเพื่ออะไร”
“เราร้องแล้ว แต่นิลมองไม่เห็นเอง น้ำตามันไหลอยู่ข้างใน” ปรียาบอกเสียงสั่น ก้มหน้า แววนิลเดินเข้าไปกอด
ปรียา

เช้าวันรุ่งขึ้นชานนท์กำลังต่อว่าประชาอยู่ในห้องทำงาน
“คุณเกือบจะทำให้เราต้องสูญเสียเฟรนไชซี่ทางภาคเหนือไปทั้งหมด ยอดสั่งซื้อสินค้าภาคนี้ที่ผ่านมาสูงที่สุด ช่วยพยุงให้บริษัทเราอยู่รอดมาถึงทุกวันนี้ คุณก็น่าจะรู้ดี”
“ช่วงนั้นคุณชานนท์ไม่มาเลยนะครับ เหมือนตัดขาดโลกภายนอก ผมก็เลยต้องตัดสินใจทุกอย่าง” ประชาพูดเรียบๆ แต่แฝงการแดกดัน ชานนท์อึ้งไป
“ก็จริง พูดไปพูดมาปัญหามันก็เริ่มที่ผมเอง”
“ทำไมคุณชานนท์ไม่ตัดตัวปัญหาออกไปละครับ บอกตามตรง ผมไม่สบายใจเลย กลัวประวัติศาสตร์ซ้ำรอย”
“คุณก็เห็นด้วยเหมือนคนอื่นๆ”
“ระหว่างคลิปกับคำพูดลอยๆ ผมเชื่อหลักฐานที่เห็นครับ” โทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น ประชารับ “จวงจันทร์สปาครับ” ประชาฟังปลายสายแล้วมองชานนท์ “คุณราตรี อยากคุยเรื่องน้ำมันหอมระเหยตัวใหม่”
ประชาส่งโทรศัพท์ให้ชานนท์

มณฑาเดินออกมาจากห้องแล้วเดินออกไป เขมิกาแอบซุ่มอยู่เดินออกมาแล้วรีบไปที่หน้าประตู ประตูไม่ได้ล็อค เขมิกาแอบเข้าห้องมณฑามองหาขวดยาพิษ ตาไปหยุดบนโต๊ะมีดอกรักวางกองอยู่ ข้างดอกรักมีขวดเปล่าที่มีน้ำยางสีขาวติดอยู่แค่ก้นๆ
ภาพเหตุการณ์ตอนมณฑาเทยาพิษใส่หม้อข้าวต้มแวบเข้ามา

เขมิกาหยิบดอกรักขึ้นมาดู เทียบยางที่เห็นกับขวดใส่น้ำยางสีเหมือนกันเป๊ะ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เขมิกาเอาดอกรักไปให้จรรยาดู จรรยาดูดอกรักในมือแล้วมองเขมิกา
“ยางของมันมีพิษ ถ้ากินเข้าไปในปริมาณมากหน่อย ก็ทำให้อาเจียน ท้องร่วงรุนแรง”
“คงต้องการทำให้ฉันไปงานเลี้ยงไม่ได้”
“คุณนิลเขาเชียร์คุณปรียามานานแล้ว เธอต้องระวังคุณนิลให้มากๆ อย่าไปชนด้วย มีอะไรให้ฉันลุยเอง”
เขมิกาอึ้งที่เห็นจรรยาดีกับเธอ
“ใครๆ ก็ไม่เชื่อฉัน ทำไมเธอเชื่อ”
“เพราะเราเป็นเด็กกำพร้าเหมือนกันน่ะสิ”
“ฉันเคยเล่าถึงพ่อแม่ตัวเองให้เธอฟังบ้างมั้ย ฉันลองดูจากใบสมัครตัวเอง เขียนไว้แต่ว่าพ่อแม่ตาย” เขมิกาถามอย่างสงสัย จรรยานึกแล้วนึกถึเหตุการณ์ในอดีต
ขณะนั้นขวัญตาช่วยจรรยาเก็บดอกไม้ที่แปลงเพาะดอกไม้หลังสปา
“พ่อแม่เธอเสียไปตั้งแต่เมื่อไหร่หรือ” จรรยาถามขวัญตา
“ตั้งแต่ฉันได้ขวบเดียว พ่อแม่ฉันรถคว่ำ ญาติห่างๆ ของแม่เลยเอาฉันไปทิ้งไว้หน้าบ้านสงเคราะห์” ขวัญตาก้มหน้า จรรยาจับมือขวัญตา
“เรามันหัวอกเดียวกัน แม่ฉันคลอดฉันที่โรงพยาบาลเสร็จก็หนีหายไปเลย ชีวิตเรามันแย่ด้วยกันทั้งคู่”
ขวัญตาเงยหน้ายิ้มสดใส
“ใครว่าแย่ เราโชคดีต่างหากที่ยังได้มีชีวิตอยู่”

เขมิกาหลบมาโทรหาโยธิน
“นี่เฮียหูฝาดหรือเปล่า ทำไมทำเสียงเหมือนหมาหงอยอย่างนั้น หรือไม่สบาย”
“เปล่า แต่เข็มกำลังสับสน ถ้าจรรยารู้ว่าเข็มไม่ใช่พี่ขวัญ เค้าคงเสียใจมากที่เข็มโกหกเค้า” เขมิกาทำเสียงเหมือนร้องไห้ “มันเหมือนเฮียใจดีอยากช่วยพยุงคนหกล้ม พอยื่นมือไปเขากลับเสยหน้าเฮียล้มกลิ้ง เข็มกำลังเป็นไอ้คนนั้นแหละ”
โยธินพยายามคิดตามที่เขมิกาพูด
“เฮียไม่รู้นะว่าเข็มเจอกับอะไรมา แต่ถ้ามันยากนัก ก็กลับบ้านเราเถอะเข็ม เฮียจะไปรับ อาฑิตคงไม่โกรธเข็มหรอก แล้วก็ไม่ต้องร้องไห้ เช็ดน้ำตาซะ”
เขมิการีบปาดน้ำตาแบบแมนๆ
“อย่างเข็มนะหรือจะร้องไห้ ตลกแล้วเฮีย เออ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่เข็มแปลกใจ ทำไมพี่สาวเข็มต้องโกหกทุกคนว่าพ่อแม่ตายไหนปู่บอกว่าพี่ขวัญอยู่กับแม่ไง”
“เฮียไปสืบกับปู่ให้มั้ย”
“ปู่ก็ไม่รู้หรอกเข็มเคยถามแล้ว”
“ข่าวดีอะไรน้าเยาว์ รีบบอกมาสิฉันจะอกแตกตายอยู่แล้ว”
เยาว์กับกุ้งเดินผ่านไป เขมิกาเดินออกมาจากมุมหลบ มองตามอย่างสงสัย
“แค่นี้ก่อนนะเฮีย ไว้คุยกัน”
เขมิกาวางสายจากโยธิน เดินตามเสียงไปถึงหน้าห้องอาหาร มองเข้าไป

ภายในห้องอาหารพนักงาน ทุกคนรุมกันอยู่ที่โต๊ะเยาว์ เขมิกายืนหลบฟัง
“กลุ่มนวดแผนไทยทางเหนือ จะสั่งออเดอร์น้ำมันหอมระเหยสูตรของคุณขวัญล็อตใหญ่ เห็นว่าจะไปตีตลาดทางลาวด้วย”
ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่
“รายได้ปีนี้ก็พุ่งเป็นจรวดสิแม่ อ๊าย โบนัส 3 เท่าของเงินเดือนลอยมาเห็นๆ เจ้านายเรานี่สุดยอด”
ชิ้นถือจานข้าวเดินแหวกเข้ามา
“ต้องยกความดีความชอบให้คุณขวัญเว้ย” อึ่งลุกยืนไม่พอใจ
“พ่อพูดมั่วหรือกำลังเมาค้างอยู่หึ”
“อ้าวๆ นังอึ่ง แกไม่เห็นในวันงานหรือ ใครที่ทำให้คุณราตรีชอบอกชอบใจ ออกมารำวง ม่วนกันทั้งงาน” เยาว์ลุกยืนรำคาญ
“ไม่ต้องเถียงกันแล้ว เพราะคุณชานนท์จะไม่ผลิตน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้”
“อ้าว”
“กลุ่มนวดแผนไทยไม่โกรธเอาหรือน้า กลุ่มนี้สั่งสินค้าเราเดือนๆ หนึ่งไม่ใช่น้อย สปาเราจะกระเทือนมั้ย”
“ก็แหงล่ะ โบนัสพวกเธอก็ไม่ต้องหวัง แค่รอลุ้นว่าเงินเดือนจะถูกตัด สวัสดิการจะโดนหั่นหรือเปล่าก็พอ”

ทุกคนกลัวกันใหญ่ เขมิกาฟังแล้วเป็นห่วง

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ชานนท์ก้มหน้าก้มตาแกล้งทำเป็นสนใจแฟ้มเอกสารตรงหน้า
“มันไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะมาสั่งฉันทำนั่นนี่”
เขมิกาเดินไปดึงแฟ้มเลื่อนไปที่มุมโต๊ะ ชานนท์เงยหน้าไม่พอใจ เอื้อมมือจะไปหยิบแฟ้ม เขมิกากระโดดนั่งบนโต๊ะขวางไม่ให้ชานนท์หยิบแฟ้มได้ ชานนท์ลุกยืน
“ไร้มารยาท นี่มันโต๊ะทำงาน ลงไป”
“แล้วทีคุณไม่ให้เกียรติกับคู่สนทนา ก้มหน้าพูดๆ เหมือนฉันไม่มีตัวตน”
“จะไม่มีการผลิตน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ ได้ยินชัดมั้ย”
เขมิกาลงจากโต๊ะ
“แต่ฉันไปรับปากกับคุณราตรีไว้แล้ว แบบนี้ฉันก็เสียสิ”
“ฉันจะชี้แจงไปเอง”
“คนเราพูดกลับไปกลับมามันไม่ดี พนักงานจะเดือดร้อนคุณมันรวยไม่มีปัญหา แต่คนกินเงินเดือนไปวันๆกิจการสั่นคลอนไปนิด ก็กินไม่ได้นอนไม่หลับกันแล้ว” ชานนท์หมั่นไส้
“คนที่ไม่เคยคิดถึงจิตใจใครอย่างเธอเข้าใจเรื่องพวกนี้ด้วยหรือหยุดเล่นละครเถอะ ฉันไม่อิน”
“คุณช่วยลืมเรื่องเก่าๆ ไปก่อนได้มั้ย นี่มันเป็นเวลาที่เราต้องร่วมมือกัน”
“จะไม่มีการผลิตอะไรทั้งนั้น”
“ฉันอยากรู้เหตุผล ได้เงินทำไมไม่เอา”
“คิดง่ายนิดเดียว เพราะฉันเกลียดเธอ” ชานนท์เดินออกไป เขมิกาสะอึก
“ผู้ชายอะไรแค้นฝังหุ่นไม่เลิก”

เขมิกามาที่ห้องผสมน้ำมันหอมระเหย ค้นหาสูตรตามลิ้นชัก จรรยาเดินเข้ามา
“หาสูตรน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้มอยู่หรือ” เขมิกาหันมา
“ใช่ ถ้าฉันทำได้ คนที่เคยเกลียดขวัญตา ก็จะมองฉันในแง่ดีขึ้นมาบ้าง สร้างมิตรดีกว่าก่อศัตรูเป็นไหนๆ”
“แต่ฉันว่าเธออย่าไปยุ่งกับน้ำมันกลิ่นนี้เลย เชื่อฉันเถอะ”
“นี่เธอก็คิดเหมือนกับสามีฉันหรือ ฉันนึกว่าเธอจะอยู่ข้างฉันซะอีก”
จรรยาไม่อยากให้ขวัญจำอดีตที่ไม่ดี จึงหลุดปากออกมา
“เพราะฉันหวังดีกับเธอ”
“จริงสิ เธอเคยทำงานกับฉัน ฉันน่าจะเคยบอกเธอไว้บ้างนะ” จรรยาหลบตา
“ฉันไม่มีหรอกขวัญ แล้วก็ไม่เคยช่วยเธอทำด้วย”
จรรยารีบเดินเลี่ยงไป เขมิกาตาม
“แล้วมีใครพอจะรู้บ้างล่ะ”
เขมิกาพ้นประตูออกไป จรรยาเดินลิ่วไปแล้ว
“อยากรู้ว่าสูตรนางแย้มอยู่ไหน ทำไมไม่ถามผมล่ะครับ” เสนียงประชาดังขึ้น เขมิกาหันมา ประชายิ้มให้อย่างเป็นมิตร เขมิกาดีใจ
“คุณรู้”

ค่ำวันนั้นเขมิกาเดินสำรวจหาห้องพ่อแม่ชานนท์ เสียงประชาดังแทรกเข้ามา
“ปกติคุณชานนท์จะเก็บสูตรน้ำมันหอมระเหยของคุณยายจวงไว้ที่ห้องนอนของคุณพ่อ ถ้าสูตรนางแย้มของคุณขวัญยังมีสำเนาอยู่ ก็อาจจะถูกเก็บอยู่ที่นั่น”
“ทำไมคุณถึงบอกฉัน”
“เพราะผมเป็นแค่ลูกจ้างกินเงินเดือน ถ้าบริษัทซวนเซ ผมก็ล้มไปด้วย”
เขมิกาเดินมาหยุดหน้าห้องพ่อแม่ชานนท์
“ประชาบอกว่าอยู่ปีกซ้ายสุดของตัวตึก ก็น่าจะเป็นห้องนี้”
เขมิกาลองจับลูกบิดประตู ประตูไม่ได้ล็อก เขมิกาผลักเข้าไป

แป้นกำลังทำความสะอาดเช็ดโต๊ะห้องอาหาร ประชาเดินเข้ามา
“คุณผู้ชายเธออยู่ไหนหรือ”
“พอกินเสร็จก็เข้าห้องทำงานเลยค่ะ”
“แล้วคุณนิล กับ เออ คุณขวัญตาล่ะ ฉันไม่เห็นเลย”
“คุณนิลเพลียๆ คุณนมก็เลยพาไปพักผ่อนที่ห้อง ส่วนคุณผู้หญิงวันนี้ไม่มาร่วมโต๊ะค่ะ เอ๊ะ! ตกลงผู้จัดการจะมาหาใครคะ คุณผู้ชาย คุณนิล หรือคุณผู้หญิงกันแน่คะ”
“ฉันจะไปปรึกษางานกับคุณชานนท์” ประชาชี้หน้าแป้น “เป็นแค่ขี้ข้าอย่าให้มันเยอะนัก”

ประชาเดินไป แป้นด่าไม่มีเสียง

เขมิกาเดินเข้ามาในห้องเห็นรูปพ่อแม่ชานนท์ที่ผนังห้อง เขมิกายกมือไหว้

“ขอโทษนะฮะ หนูไม่คิดขโมยของมีค่าอะไร หนูขอแค่สูตรน้ำมันหอมระเหยของพี่สาวหนูเท่านั้น ขออนุญาตนะฮะ”
เขมิกาเปิดลิ้นชักที่โต๊ะค้นหา
เขมิกาเดินไปที่ตู้โชว์ ยืนหันหลังให้ประตู ขณะกำลังเปิดตู้มีผู้ชายคนหนึ่งย่างสามขุมเข้าหาเขมิกาช้าๆ เขมิกาค้นๆ แล้วสะดุ้งเฮือกเมื่อมีมือยื่นเข้ามาโปะยาสลบ เขมิกาพยายามดึงมือออก ดิ้นไปดิ้นมา ทรุดไปกองที่พื้น คนที่โปะยาสลบเขมิกาก็คือประชา ประชาเดินไปที่โคมไฟหัวเตียง ยกขึ้นทุ่มลงพื้นเสียงแตกกระจาย

ชานนท์ถือปืนสั้นวิ่งออกมาหน้าห้องแววนิล ปรียา มณฑา แป้น ตามกันเข้ามา
“น้องได้ยินเสียงเหมือนอะไรแตกค่ะ เกิดอะไรขึ้นคะ”
“พี่ยังไม่รู้”
โย่งวิ่งขึ้นมาสมทบ โย่งจับตัวชานนท์ห่วงเกินเหตุ
“คุณผู้ชายปลอดภัยใช่มั้ยครับ ไอ้โย่งได้ยินเสียงดังมาจากในตึก ห่วงคุณผู้ชายแทบแย่ หัวใจงี้หล่นมาอยู่ตาตุ่ม”
“แหม ยืนกันอยู่เป็นฝูง ห่วงแค่คนเดียวนะไอ้โย่ง” แป้นต่อว่า
“อาจมีขโมยเข้ามา ผู้หญิงไปรอรวมกันอยู่ข้างล่าง อย่าไปไหน นายตามฉันมา”
ชานนท์วิ่งนำโย่งไป

ชานนท์กระชับปืนเปิดประตูห้องหนึ่งเดินเข้าไปไม่เห็นสิ่งผิดปกติ
“คุณผู้ชาย ทางนี้ๆ”
ชานนท์รีบไป เห็นโย่งยืนอยู่หน้าห้องพ่อแม่ กำลังมองเข้าไปด้านใน ชานนท์มาถึงหน้าห้องมองตามเข้าไป เห็นร่างเขมิกานอนคว่ำหน้าที่พื้น ชานนท์เดินเข้าไปช้าๆ พลิกร่างเขมิกาหันมาแล้วชานนท์ก็ต้องตกใจ
“ขวัญตา”

เขมิกาฟื้นขึ้นมา กระพริบตาถี่ๆ ปรับสายตาเห็นหน้าปรียา เขมิกาขยับตัวจะนั่ง ปรียาช่วยพยุง
“คุณขวัญหลับไปเกือบชั่วโมงเลยค่ะ”
เขมิกาสะบัดหัวมึนๆ พยายามนึก
“ฉัน มานอนอยู่ตรงนี้ได้ไง”
“พี่นนท์อุ้มมาค่ะ คุณขวัญไปนอนสลบอยู่ในห้องคุณพ่อพี่นนท์”
“ที่แท้แกก็คือหัวขโมย” เสียงแววนิลดังขึ้น แววนิล มณฑา ชานนท์ เดินเข้ามา “คิดจะขโมยเครื่องเพชรของแม่ฉัน”
“ฉันเปล่านะ”
“แล้วเข้าไปในห้องพ่อแม่ฉันทำไม”
“ฉัน ฉันแค่ แค่อยากหาสูตรน้ำมันของฉัน”
“ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือว่าเผาทิ้งไปหมดแล้ว”
“นมจะโทรแจ้งตำรวจค่ะ ให้ตำรวจเป็นคนสอบสวนน่าจะดีกว่าค่ะ”
มณฑาเดินไปที่โทรศัพท์บ้าน เขมิกาหน้าตื่น ชานนท์ห่วงเขมิกา

ประชาใช้เส้นลวดไขประตูห้องเขมิกาเข้าไป พอ เข้ามาในห้องประชารื้อค้นหาเงินสินสอดตามเตียง โต๊ะ ขณะนั้นทุกคนยังอยู่ที่ห้องโถง เขมิกากดมือมณฑาไม่ให้ยกหูโทรศัพท์ขึ้น มณฑาชักมือออก จ้องเขมิกาแล้วยิ้มร้ายๆ
“คุณผู้หญิงเกิดกลัวขึ้นมาแล้วหรือคะ” เขมิกายิ้มกวนๆ
“ฉันอยากจะประจบเอาใจคุณนมมณโฑต่างหาก” เขมิกาหยิบหูโทรศัพท์ส่งให้มณฑา “โทรเลยฮะ ฉันจะบอกตำรวจว่าที่นี่มีคนประสงค์ร้าย โปะยาสลบฉัน ใครเคยทำผิดอะไรไว้ จะได้แดงออกมาให้หมด”
มณฑาชะงักมองหน้าแววนิล ชสนนท์ก็ไม่อยากให้เรื่องถึงตำรวจ
“ลิ้นตวัดถึงใบหู ใครจะเชื่อ” มณฑาบอก เขมิกาวางหู
“พวกคุณนั่นแหละ ตลบตะแลง หน้าซื่อใจคด”
“เธอต่างหากที่ตั้งใจสร้างสถานการณ์ ยังจะโทษคนอื่นอีก”
“แล้วทำไมคุณต้องตั้งหน้าตั้งตาเชื่อว่าเป็นฉันอยู่คนเดียว” เขมิกาย้อนถาม ชานนท์ชี้ไปที่แววนิล
“เพราะนั่นคือน้องสาวฉัน” ชานนท์ชี้ไปที่มณฑา “คนเก่าแก่ที่ฉันนับถือ” ชานนท์เดินไปยืนข้างปรียา “ผู้หญิงที่ฉันเชื่อใจ ส่วนคนอื่นๆ ก็อยู่กับฉันมาเป็นสิบปี”
“แต่มีคนต้องการให้ฉันไปจากบ้านนี้ หายใจเข้าก็เฉดหัวไล่หายใจออกก็ไปให้พ้น พวกคุณ ไม่ใครคนใดคนหนึ่งที่จ้อง…” เขมิกามองกราดทุกคน “ทำร้ายฉันมาหลายครั้ง คนในเท่านั้นที่จะเข้าออกบ้านนี้ได้ง่ายๆ” เขมิกายกหูโทรศัพท์จะกด “ถ้าไม่โทร ฉันโทรเรียกตำรวจมาเอง”
ชานนท์กลัวเป็นฝีมือน้องรีบแย่งหูโทรศัพท์มา แล้ววางกระแทกบนแป้นโทรศัพท์ เขมิกากับชานนท์จ้องหน้ากัน

ประชายังค้นห้องเขมิกา ประชาเปิดๆ เสื้อผ้าที่เข็มพับๆ ซ้อนไว้ เจอกระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก เสียงไขประตูดังขึ้นก่อน ประชาเลิกสนใจโน้ตบุ๊ก รีบปิดตู้ พุ่งไปที่หน้าต่าง เขมิกาเปิดประตูเข้ามาไม่เห็นประชาอยู่ในห้องแล้ว เขมิกาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง จับหัวมึนๆ คิดประติดประต่อเรื่องที่ผ่านมาตั้งแต่โดนไอ้โม่งตีตกน้ำ จนกระทั่งโดนโปะยาสลบ

“มันต้องเป็นคนเดียวกัน” เขมิกาพึมพำออกมา

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ที่พื้นตรงระเบียงหลังตึกตรงกับห้องเขมิกา ประชาพยุงตัวเองลุกขึ้นยืน โย่งเดินมาแถวนั้นเจอประชา
“อ้าว คุณผู้จัดการมาทำอะไรแถวนี้ครับ”
ประชายืนตัวตรงไม่ให้เห็นพิรุธ
“คือ ฉันมาเดินหาต้นนางแย้ม จำได้ว่าคุณขวัญตาเคยปลูกอยู่แถวนี้ ว่าจะตัดไปให้ลูกค้า”
“คุณจำผิดแล้วครับ นางแย้มเคยปลูกอยู่ในสวน แต่ผมฟันทิ้งไปหมดแล้วตามคำสั่งของคุณผู้ชาย”
“สงสัยฉันจะจำผิดจริงๆ” ประชาเดินไป
“เมื่อกี้มีคนลอบขึ้นไปทำร้ายคุณผู้หญิง คุณผู้จัดการเห็นใครน่าสงสัยหนีออกมาทางนี้บ้างมั้ยครับ” ประชาตกใจหันมา
“ไม่นี่ แล้วคุณขวัญตาเป็นยังไงบ้าง” ประชาแกล้งถาม
“ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ คงแต่งเรื่องขึ้นเองอีกตามเคย”
ประชาแอบยิ้มที่ใส่ร้ายเขมิกาได้สำเร็จ

ประชาเดินหงุดหงิดเข้ามาในบ้าน อู๋นั่งรออยู่รีบถาม
“เจอเงินสินสอดมั้ยพี่”
ประชานั่งลงอย่างเจ็บใจ
“ขวัญตาคงไม่ได้ซ่อนไว้ที่ห้อง หรือไม่ก็ใช้หมดไปแล้ว”
“คงจะถูกไอ้ผู้ชายที่ไหนมันหลอกเอาไปหมด ถึงได้ซมซานกลับมาหาไอ้ชานนท์”
“แต่ฉันสงสัยว่าขวัญตาอาจจะความจำเสื่อมจริงๆ เพราะขนาดสูตรน้ำหอมของตัวเองก็ยังจำไม่ได้”
ประชาครุ่นคิด

เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะที่ชานนท์นั่งจิบกาแฟอยู่ที่โซฟาในห้องทำงาน ปรียาเดินเข้ามา
“คุณนมไปบอกว่าพี่นนท์อยากคุยกับปรียาหรือคะ”
“นั่งสิจ๊ะ”
ประตูหน้าห้อง แววนิลแนบหูที่ประตูแอบฟัง
“ช่วงนี้พี่คงไปส่งที่โรงแรมไม่ได้สักระยะนะ แต่จะให้คนรถขับไปส่งให้”
แววนิลผลักประตูเข้ามาทันที
“ทำไมคะ หรือเป็นเพราะแม่พี่สะใภ้ตัวดีไม่พอใจ”

ช่วงเวลาเดียวกันนั้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง บก.ดูหนังสือพิมพ์ มีรูปปรียานั่งอยู่ในรถคันเดียวกับชานนท์และเขมิกา
“ระยะนี้คุณชานนท์ไปที่ไหน จะเห็นสาวสวยคนนี้เป็นเงาตามตัว ยืนยันจากปากเจ้าตัว แค่เพื่อนของน้อง” บก.วางหนังสือพิมพ์ เอ่ยปากชมเก่งกาจ “เยี่ยมมาก มันต้องข่าวซุบซิบอย่างนี้สิ ถึงจะเวิร์ค นายตามต่อเรื่องนี้ต้องขยายให้ใหญ่ ยอดขายจะได้พุ่งปี๊ด”
“ที่แท้ก็อารมณ์ดีเรื่องนี้ ถึงได้เรียกผมมาเลี้ยงข้าว ความจริงไม่ต้องก็ได้ ข้าวแกงข้างทางผมก็กินได้”
“ใครบอกว่าฉันจะเลี้ยง นายเป็นคนจ่าย”
บก.กินหน้าตาเฉย เก่งกาจบ่นเบาๆ
“ว่าแล้ว”

แววนิลปาหนังสือพิมพ์ทิ้งอย่างโมโห
“ไม่ยุติธรรมเลย ปรียาจะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ ถึงจะเป็นแฟนออกหน้าออกตาได้”
“มันจำเป็น นักข่าวตามกัดไม่ปล่อยอย่างนี้ ถ้าเราพลาดคงได้เขียนข่าวใส่ไข่กันเละเทะ”
“พี่นนท์ก็เลยมอบหมายให้ขวัญตารับงานใหญ่ไปทำ หวังให้มันมีหน้ามีตาอีกครั้ง แล้วเมื่อไหร่มันจะยอมไปจากบ้านเราสักทีคะ”
“พี่ให้เขาทำงานใหญ่อะไร” ชานนท์ถามอย่างแปลกใจ
“เด็กที่สปาโทรมาบอกนิลเอง ว่าขวัญตาจะผลิตน้ำมันหอมระเหย มันเที่ยวถามสูตรคนที่นั่นไปทั่ว หรือพี่นนท์ไม่รู้เรื่องคะ”
ชานนท์หน้าเครียดไม่พอใจเขมิกา

เขมิกาเพิ่งตื่นนอน ลุกนั่ง หัวยุ่ง ชานนท์เปิดประตูเข้ามาเลย เขมิกาตกใจรีบลงจากเตียง
“คุณ มือด้วนหรือไง ไม่รู้จักเคาะประตู”
“เลิกยุ่งกับงานของฉัน แล้วก็ไม่ต้องไปที่สปาอีก”
“งานของคุณถ้าหมายถึงการผลิตน้ำมันหอมระเหยตัวใหม่ฉันคงไม่ยุ่งไม่ได้ เพราะฉันจะไม่ยอมเสียคำพูดกับคุณราตรีด้วยเหตุผลบ้าๆ บอๆ ของคุณ”
“อย่าคิดว่าฉันเดาทางเธอไม่ออก เธอกำลังเล่นสงครามประสาทกับฉัน รู้ว่าฉันเกลียดไอ้น้ำมันกลิ่นบ้าๆ นี่ เลยตั้งใจเอามายั่วฉัน” ชานนท์เขย่าตัวเขมิกาแบบลืมตัว “อยากให้ฉันลืมเธอไม่ได้ อยากให้ฉันบ้ารักเธอไปจนตาย แต่
ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะว่าไม่สำเร็จ”
เขมิกาโมโหสะบัดชานนท์หลุด
“ฉันว่าคุณไปหาหมอเช็คประสาทได้แล้ว น้ำมันนี่มันอะไรกันนักกันหนา ก็อีแค่น้ำมันนวดตัว ทำเป็นทุรนทุรายไปได้”

ชานนท์เจ็บปวดนึกถึงอดีต

53

ภายในห้องที่รีสอร์ทริมทะเล ขวัญตาดมน้ำมันกลิ่นนางแย้มจากขวดที่เพิ่งผลิตเสร็จ แล้วแตะที่บ่า หลัง นวดให้ชานนท์เบาๆ ขวัญตายิ้มให้ชานนท์อย่างสดใส
“รู้สึกยังไงบ้างคะคุณลูกค้า”
ชานนท์พลิกกลับมา จ้องตากัน
“สบายตัวจนรู้สึกว่า ไม่อยากห่างจากคนนวดเลยจ้ะ”
“ขวัญหมายถึงน้ำมันสูตรใหม่ของขวัญต่างหาก” ขวัญตายิ้มเขิน
“ขวัญเราแต่งงานกันเถอะ”
ขวัญตากับชานนท์จ้องตากัน ชานนท์ดึงขวัญตาลงมาหา ทั้งคู่กอดกันบนเตียง
ชานนท์หลับตาตกอยู่ในภวังค์โน้มหน้าหอมคอเขมิกา เขมิกาไม่ทันห้าม ตัวแข็งทื่อเหมือนต้องมนต์ ชานนท์เริ่มไซ้ เขมิกาตกใจได้สติ
“ทำอะไรน่ะ”
เขมิกาผลักอกชานนท์อย่างแรง ชานนท์เซไป ตกใจได้สติมองหน้าเขมิกา เขมิกายืนนิ่ง ได้ยินหัวใจตัวเองเต้นแรงมาก เขมิการีบจับหัวใจตัวเองไว้
“รสจูบฉันมันเปลี่ยนไปหรือไง เธอถึงขัดใจ อ๋อหรืออยากให้ประกบปากต่อปาก มันถึงจะจุดอารมณ์เธอได้”
เขมิกาอายมาก ลืมตัวพูดตะกุกตะกัก
“สกปรก ชาตินี้ฉันไม่มีวันทำบ้าๆ ประกบปากอะไรนั่นกับผู้ชายหรอก พูดออกมาได้ น่าเกลียด”
“ผู้ชายที่ว่า คงหมายถึงฉันคนเดียวมั้งเพราะตอนนี้เธอคงอยากเปลี่ยนรสชาติมากกว่า” ชานนท์งอนออกไป เขมิกาด่าไม่ทัน เสียงเรียกเว็บแคมที่โน้ตบุ๊กดังขึ้น เขมิกาหันไปมอง

เขมิกานั่งหน้าโน้ตบุ๊กเห็นหน้าโยธินเต็มจอ
“ทางเข็มเรียบร้อยดีนะ ไม่มีใครหาเรื่องเข็มอีกใช่มั้ย”
เขมิกายกมือแตะคอนึกถึงตอนชานนท์จูบ
“อื้อ ไม่ ไม่มี”
เขมิกาถูๆ คอไปมา
“คอเป็นอะไร ถูไปถูมาทำไมนัก คันคอหรือ”
“ก็นายชาเย็นนะสิ” เขมิกาเผลอหลุดปากออกมา โยธินตกใจ
“มันทำอะไร มันทำมิดีมิร้ายกับเข็มหรือ”
“เฮ้ย เปล่าๆ นะ อย่างเข็มเนี่ยนะถ้าผู้ชายหน้าหื่นเข้ามาแหยม เข็มต่อยปากฉีกแน่” เขมิกาโวยลั่น โยธินยิ้มกริ่ม
“แล้วทำไมทีเฮียเข็มถึงยอมล่ะ”
“เฮ้ย ตอนไหนเฮียอย่ามามั่ว”
“ก็ตอนอยู่บ้านไง เข็มร้องไห้ทะเลาะกับปู่ เฮียก็กอดปลอบเข็มบ่อยๆ เวลาเฮียกอดเข็มทีไร หัวใจเฮียงี้เต้นรัวแทบจะระเบิดออกมา ใจมันหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม เข็มรู้สึกเหมือนเฮียหรือเปล่าจ๊ะ”
“รู้สึก”
“เข็มหัวใจเต้นตึ๊กตั๊กเหมือนเฮียหรือ” โยธินถามอย่างดีใจ
“เปล่า เข็มรู้สึกแบบเดียวกับที่กอดปู่” แป่ว! โยธินหุบยิ้ม
“ตอบแบบนี้ไม่ต้องตอบดีกว่า เฮียไปนอนก่อนนะง่วงแล้ว”
โยธินงอนปิดกล้องไปเลย
“อ้าว เฮีย ไรเนี่ย คุยๆ อยู่ก็ไปอย่างนี้เลยหรือ อะไรของเขา”

เขมิกาอยู่ในห้องน้ำจะแปรงฟัน แต่ชะงัก นึกถึงคำพูดของโยธิน
“ก็ตอนอยู่บ้านไง เข็มร้องไห้ทะเลาะกับปู่ เฮียก็กอดปลอบเข็มบ่อยๆ เวลาเฮียกอดเข็มทีไร หัวใจเฮียงี้เต้นรัวแทบจะระเบิดออกมา ใจมันหวิวๆ เหมือนจะเป็นลม เข็มรู้สึกเหมือนเฮียหรือเปล่าจ๊ะ”
เขมิกานึกถึงตอนที่ชานนท์จูบซอกคอแล้วตัวแข็งใจเต้น เขมิกาตกใจ ร้องออกมา
“จริงดิ รู้สึกเหมือนที่เฮียว่าเลย ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้” เขมิกาสับสน

จรรยาเดินเข้าไปในห้องเก็บผลิตภัณฑ์ หยุดที่ชั้นเก็บน้ำมันหอมระเหย จรรยายกกล่องเล็กๆ วางในชั้นหลบๆออกมา เปิดกล่องเห็นขวดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้มวางเรียงกันหลายขวด
ทางเดินนอกห้อง เขมิกาเดินมาได้กลิ่นนางแย้มก็ชะงักมองหากลิ่น จรรยากำลังดมน้ำมันหอมระเหย ชื่นใจ
“กลิ่นมันหอมติดจมูกดีนะ” เสียงเขมิกาดังขึ้น จรรยาตกใจรีบซ่อนไว้ข้างหลัง
“ขวัญ เข้ามาเงียบๆ ตกใจหมด” เขมิกามองที่มือจรรยา
“ไหนว่าสามีฉันสั่งเผาทิ้งหมดแล้วไง ทำไมยังมีหลงเหลืออยู่”
“ไม่ใช่กลิ่นนางแย้มสักหน่อย” จรรยาจะรีบเก็บ เขมิกาจับข้อมือ จรรยาสะบัด “ก็บอกแล้วไงว่าไม่ใช่” เขมิกาพยายามแย่ง
“มันมีฉลากติดอยู่ ฉันขอดูหน่อยว่ามันกลิ่นอะไร”
จรรยาไม่ยอม ทำเป็นโกรธเสียงดัง
“จะมากเกินไปแล้วนะขวัญ นี่มันของส่วนตัวของฉัน”
“ถ้ามันไม่ใช่ ก็ไม่เห็นต้องหวง นอกเสียจากว่าเธอจงใจปกปิด”
จรรยาออกแรงดึงหลุดจากมือเขมิกา แล้วปาทิ้ง ขวดน้ำมันตกแตก เพล้ง!
“อยากได้ก็เอาไปเลย”
จรรยาจนมุมจะเดินหนี เขมิการีบคว้ามือไว้
“เธอเคยช่วยฉันทำน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนี้ใช่มั้ย” จรรยาสะบัดมือ
“เธอควรดีใจที่ฉันทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอ ไม่ว่าเธอจะหายตัวไป หรือกลับมาในวันนี้ ฉันก็จะไม่ทำผิดข้อตกลง ความลับมันจะเป็นความลับตลอดไป” คำพูดของจรรยาทำให้เขมิกายิ่งอยากรู้

“ข้อตกลงอะไร น้ำมันนี่มันมีความลับอะไรที่เธอต้องปิดไว้” จรรยานิ่งไป

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

ที่บ้านเลิศวิริยะ ชานนท์ แววนิล มณฑานั่งกินข้าวกันอยู่โดยมีแป้นยืนดูแล ชานนท์มองที่เก้าอี้เขมิกาแต่ไม่กล้าถามแป้น แววนิลมองชานนท์อย่างรู้ทัน

“นมตรวจตราล็อกกุญแจห้องทุกห้องอย่างดีแล้วใช่มั้ยคะ”
“ค่ะ นมจะไม่หละหลวมเหมือนเมื่อวานอีก”
“ถ้าพี่นนท์ไล่มันออกไปซะ คงไม่ต้องมานั่งระแวงกันอยู่อย่างนี้ น้องว่า…”
“คุยเรื่องเครียดๆ ระหว่างกินข้าวไม่ดีต่อระบบการย่อยนะจ๊ะ” ชานนท์ตัดบท ตักกับข้าวให้แววนิล “สำหรับพี่ สุขภาพของนิลสำคัญกว่าทุกอย่าง”
แววนิลรู้สึกดีขึ้น พูดเสียงนุ่มนวลขึ้น
“พี่นนท์ยังห่วงน้องอยู่หรือคะ”
ชานนท์วางช้อนลูบหัวแววนิล
“ถ้าพี่ยังอยู่ จะไม่มีใครทำอะไรนิลได้ จำไว้แค่นี้ก็พอ”
แววนิลยิ้ม มณฑาพลอยปลื้มไปด้วย

เขมิกานั่งเครียดอยู่ที่ซุ้มศาลา มีอาการช็อก นั่งนิ่งคิดวนเวียนในเรื่องที่จรรยาเล่าให้ฟัง
“เธอควรดีใจที่ฉันทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้กับเธอ ไม่ว่าเธอจะหายตัวไป หรือกลับมาในวันนี้ ฉันก็จะไม่ทำผิดข้อตกลงความลับมันจะเป็นความลับตลอดไป” คำพูดของจรรยาทำให้เขมิกายิ่งอยากรู้
“ข้อตกลงอะไร น้ำมันนี่มันมีความลับอะไรที่เธอต้องปิดไว้”
เขมิกายกมือปิดหน้ากลุ้มหนักเพราะไม่คิดว่าขวัญตาจะเอาสูตรของจรรยามาเป็นของตน

เขมิกาเดินมาถึงหน้าห้องจับลูกบิดกำลังจะเปิด แต่มีมือคนมาจับไว้ เขมิกาตกใจมองหน้าจึงเห็นเป็นชานนท์
“ทำไมวันนี้ไม่กินข้าว ไม่สบายหรือ” ชานนท์เผลอแสดงความเห็นห่วงออกมา เอื้อมมืออังหน้าผาก เขมิกาอึ้ง ใจหวิว “ตัวไม่เห็นร้อน”
“ก่อนที่ฉันจะหนีไป ฉันเคยทำเรื่องไม่ดีให้คุณต้องเสียใจอีกบ้างมั้ย”
เขมิกาเสียงเศร้าผิดปกติ ชานนท์ดึงมือกลับ นึกถึงยิ่งเจ็บปวด
“ถ้าฉันรู้จักเธอดี คงไม่มีการแต่งงานเกิดขึ้นหรอก” ชานนท์เบียดเขมิกาไปติดประตู “ถึงตอนนี้ฉันก็ยังเดาใจเธอไม่ถูกอยู่ดี ว่าเธอลืมทุกอย่างจริงหรือเปล่า”
เขมิกาสบตานนท์ที่จ้องมา
“ฉัน ฉันเบื่อจะพูดเรื่องนี้แล้ว”
เขมิการีบเปิดประตูหนีเข้าห้อง ชานนท์ยืนเสียใจ อัดอั้น

วันต่อมา ที่ฝ่ายต้อนรับด้านหน้าของสปาพนักงานเตรียมเปิดร้าน เยาว์ยกแจกันดอกไม้สวยๆ มาตั้งที่ชุดรับแขก กุ้งยกเตาน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้มมาวางที่มุมห้อง พนักงานต้อนรับวางผ้าไทยผืนเล็กพาดโต๊ะรับแขก วางดอกลีลาวดีตกแต่งให้สวย
ประตูเปิด ชานนท์เดินเข้ามาพร้อมประชา พนักงานสวัสดีพร้อมกัน ชานนท์พยักหน้ากำลังจะเดินไป แต่ชะงักเมื่อได้กลิ่นนางแย้ม ชานนท์มองไปทางเตาน้ำมัน ประชาตวาดถาม
“ใครเอาน้ำมันกลิ่นนี้มาใช้”
พนักงานมองหน้ากันไม่กล้าพูด เขมิกาเดินเข้ามา จรรยาถือถาดมีขวดน้ำมันกลิ่นนางแย้มที่ผลิตใหม่วางหลายขวด
“ฉันเอง” เขมิการับถาดจากจรรยาส่งให้ชานนท์ “ตัวอย่างกลิ่นนางแย้มที่คุณราตรีต้องการ ฉันกับจรรยาช่วยกันทำเสร็จแล้ว ถ้าลูกค้าโอเค คุณก็สั่งโรงงานเดินเครื่องได้เลย”
ชานนท์ไม่พอใจมาก วางถาดกระแทกลง จ้องหน้าเขมิกา บรรยากาศตึงเครียด

ชานนท์ดึงมือเขมิกาเข้ามาในห้องทำงานแล้วปล่อย
“เธอต้องการเอาชนะฉันหรือ”
“มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะชนะใคร คุณได้งาน ได้เงินทุกคนแฮปปี้ มันไม่ดีตรงไหนฮะ”
“แต่ฉันไม่แฮปปี้ไปกับเธอ”
“คุณก็แค่ลืม ลืมได้คุณก็มีความสุข”
“พูดเอาประโยชน์เข้าตัว เธอตีหัวคนแตก แล้วบอกให้เขาช่วยลืมซะ ไม่ง่ายไปหรือ”
“ฉันถึงได้พยายามจะแก้ไขสิ่งที่ทำผิดพลาดไปอยู่นี่ไง”
นอกห้อง มณฑาเดินมาหยุด มองหน้าหลังว่ามีคนเห็นหรือเปล่า แล้วแอบฟัง
“เธอกำลังเล่นแผนสูงอะไรอยู่ ความจำเสื่อมแต่กลับจำสูตรกลิ่นนางแย้มได้ หรือโกหกไปโกหกมาเลยพันเข้าหาตัว เล่นเองมึนเอง”
“น้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้มไม่ใช่สูตรของฉัน”เขมิกาตัดสินใจบอก ชานนท์ตกใจ
“เธอว่าไงนะ พูดอีกทีสิ”
“ฉันไม่ได้เป็นคนคิดน้ำหอมกลิ่นนี้ ฉันโกหกคุณ”
“ไหนว่าจำอะไรไม่ได้ไง”
“จรรยาเป็นคนเล่าให้ฉันฟังเอง”
เขมิกาเล่าความจริงที่รู้จากจรรยาให้ชานนท์ฟัง ภาพเหตุการณ์ในอดีตจึงหวนกลับมา
จรรยาถือกระดาษจดสูตรน้ำมันหอมระเหยกลิ่นนางแย้ม ชูไปตรงหน้าขวัญตาแล้วถามอย่างโกรธๆ
“เธอขโมยสูตรของฉัน แล้วหลอกคุณชานนท์ว่าเธอคิดขึ้นเองหรือ” ขวัญตาตกใจ
“จรรยาฟังขวัญก่อนนะ ขวัญไม่ได้ตั้งใจ” จรรยาสะอื้น
“ฉันไว้ใจเธอ สอนให้เธอฝึกทำ แต่เธอตอบแทนฉันแบบนี้นี่หรือเพื่อนกัน”
ขวัญตาร้องไห้เหมือนเสียใจจริงๆ
“ยกโทษให้ขวัญด้วยนะจรรยา ขวัญเกิดมาไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลยสักครั้ง ขวัญแค่อยากให้คนอื่นได้เห็นว่าขวัญมีค่าไม่ใช่ขยะที่ถูกโยนทิ้ง”
“แล้วเธอจะภูมิใจหรือ ในเมื่อมันไม่ได้มาจากความคิดเธอ”
“ขวัญจะไปสารภาพกับคุณชานนท์ แล้วขอลาออกจากที่นี่”
ขวัญตาจะไป จรรยาใจอ่อนรีบดึงแขนไว้
“เธอพูดถูก เรามันก็แค่ขยะชิ้นหนึ่งฉันควรจะดีใจ ถ้าเราช่วยกันไปให้พ้นจากกองขยะตรงนี้ ฉันจะไม่บอกใคร”
หลังจากรู้ความจริง ชานนท์พยายามควบคุมความโกรธ
“เธอมาบอกฉันทำไม ในเมื่อตั้งใจหลอกฉันแต่แรกแล้ว”
“คุณอย่ามาถามถึงเรื่องตอนนั้น เพราะฉันจำไม่ได้ว่าทำไม ฉันรู้แต่ว่าขวัญตาที่ยืนอยู่นี่ จะไม่เหยียบหัวใครเพื่อเอาดีใส่ตัว”
“จะบอกว่าเป็นคนดีคิดกลับเนื้อกลับตัวงั้นสิ ฉันไม่คิดจะเชื่อเธออีก” ชานนท์เย้ยหยัน

“คุณจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ในเมื่อคุณเกลียดฉันก็เลยไม่ยอมทำน้ำหอมกลิ่นนางแย้ม ตอนนี้คุณก็คงสบายใจขึ้นเพราะจรรยาเป็นเจ้าของสูตรตัวจริง” ชานนท์หยุดคิด

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

มณฑากระซิบสิ่งที่แอบได้ยินมาข้างหูแววนิล แววนิลวางถ้วยน้ำชากระแทกบนโต๊ะ

“นิลไม่เข้าใจว่า พี่นนท์ทำไมไม่แฉมัน คำก็เกลียดมัน สองคำก็เกลียดมัน แต่ดูสิ่งที่พี่นนท์ทำ มันตรงกันข้ามชัดๆ”
“ไม่เห็นเข้าใจยากนี่คะ คุณผู้ชายยังรักยังห่วงมันอยู่ ถึงได้ใจอ่อนกับมันอยู่ตลอดเวลา”
“นิลจะแฉมันเอง”
“เปล่าประโยชน์ค่ะ อย่างมากคนอื่นๆ ก็ชังขี้หน้ามันมากขึ้น ไม่ได้ทำให้มันกระเด็นออกไปจากบ้านนี้”
“ขนาดมันคบชู้ ตลบตะแลงคนไปทั่ว พี่นนท์ยังให้อภัยมันได้ นิลจะทำยังไงถึงจะกำจัดมันไปให้พ้นหูพ้นตาสำเร็จซักที”
“เมื่อคุณผู้ชายยังรักมันมาก ก็ต้องหึงมากจริงมั้ยคะ แล้วเวลาที่ผู้ชายอยู่ในอารมณ์หึง ก็มักโกรธจนลืมเหตุผลเสมอ” แววนิลยิ้ม

รถชานนท์แล่นมาจอดหน้าตึกเลิศวิริยะ ชานนท์กับเขมิกาลงจากรถ
“ถ้าคุณกลัวจะเสียหน้าเสียฟอร์มว่ายังรักฉันอยู่ ก็เรียกประชุมพนักงาน ประกาศเลยว่าเจ้าของสูตรตัวจริงเป็นใคร ฉันเองก็จะรับสารภาพ คุณจะด่า จะปรับ จะอะไรฉันก็ทำได้เลย แต่ขอให้คุณให้ค่าสูตรจรรยาด้วย”
ชานนท์หันกลับมา ห่วงเขมิกา
“จะไม่มีการประชุมอะไรทั้งนั้น”
“ทำไม”
“ที่ทำมาทั้งหมด ก็เพราะเธอต้องการเอาความดีใส่ตัวเท่านั้น ถ้าฉันจะยอมผลิตน้ำหอมสูตรนางแย้มก็เพราะเห็นแก่ธุรกิจของฉัน เรื่องอื่นฉันไม่สน อีกอย่างทำไมฉันจะต้องเสียเงินให้จรรยาด้วย ในเมื่อฉันไม่ได้อยากทำ”
เขมิกาหน้าเสีย ผิดหวัง
“ว่าแล้ว คุณมันเห็นแก่ตัว รวยล้นฟ้า แต่น้ำใจไม่มี ไม่รู้ว่าพี่… ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนฉันชอบคุณเข้าไปได้ไง” นนท์กระชากเขมิกาเข้ามา
“คำนี้ฉันน่าจะเป็นคนพูดมากกว่า เมื่อก่อนฉันอาจจะโง่แต่ตอนนี้ อย่าหวัง”
ชานนท์ผลักเขมิกาเซแล้วเดินไป

เขมิกานั่งหน้าจอคอมฯ อัดคลิปทางกล้อง
“สิ่งที่เราเห็นอาจเป็นแค่สิ่งที่เราเชื่อ บางครั้งก็เป็นแค่เชื่อผิดๆ ฉันเพิ่งรู้ตัวว่า ฉันมันแค่เด็กน้อยที่ถือดีว่าตัวเอง
ฉลาดมองทุกสิ่งได้ทะลุหมด ความจริงแล้วฉันไม่รู้อะไรเลย เรื่องราวระหว่างพี่สาวฉันกับนายชาเย็น มันช่างซับซ้อน
จนฉันยากจะเข้าถึง”
แป้นเดินผ่านหน้าห้องเขมิกา ได้ยินเสียงแว่วจึงเอาหูแนบฟัง แต่มีมือคนมาตบไหล่แป้นแรงๆ แป้นจะร้องออกมารีบปิดปากหันไปมอง ตาเหลือก
“มาเงียบๆ นึกว่าผี” แป้นต่อว่าเบาๆ เมื่อเห็นว่าเป็นโย่ง
“แกมาสอดแนมคุณผู้หญิงหรือ”
แป้นกับโย่งมาคุยกันต่อที่ห้องครัว
“ไม่รู้คุณผู้หญิงแอบคุยกับใครว่ะ ฉันได้ยินเสียงกระหนุงกระหนิง ฟังไม่ค่อยชัด”
“แอบคุยกับผู้ชายอีกแล้วหรือ”
“ก็บอกแล้วไงว่าได้ยินไม่ชัด อาจไม่ใช่ก็ได้”
“มันต้องใช่แน่ๆ ไม่ได้การแล้ว ต้องถึงหูคุณผู้ชาย”
โย่งแจ้นไปเลย แป้นเหวอ
“เฮ้ย ผัวเมียจะตีกันบ้านแตกก็เพราะไอ้พวกหวังดีอย่างแกนั่นแหละ”

โยธินพรวดพราดเข้ามาในบ้านจุมพล
“ปู่ โทรตามผมมาด่วนจี๋ มีอะไรหรือครับ”
จุมพลแต่งตัวเต็มยศ ปิ้งก็แต่งตัวเต็มที่ ข้างตัวจุมพลมีกระเป๋าใบเล็กๆ สำหรับใส่เสื้อผ้า 2 ชุดวางอยู่ โยธินสงสัย จุมพลลุกยืนจะอ้าปากพูดแต่ปิ้งแย่งพูด
“เถ้าแก่จะไปเยี่ยมพี่เข็ม เสาร์นี้พี่เข็มจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาเอง”
จุมพลเอาตะพดเคาะขาปิ้ง ปิ้งกระโดดหนี
“ข้าพูดเอง ไอ้นี่ชอบเสนอหน้าอยู่เรื่อย ไป เจ้าโย ช่วยขับรถไปส่งที่คอนโดหน่อย ข้าอยากรู้ว่ามันอยู่ยังไงจะได้หมดห่วง” โยธินคิดหนักเอาไงดี “ว่าไงล่ะ ขัดข้องอะไรหรือเปล่า จะได้ไปเอง”
“ไม่มีครับ ปิ้ง ยกกระเป๋าไปขึ้นรถสิ” พอปิ้งกับจุมพลเดินนำไป โยธินแกล้งกุมหัว “โอ๊ย!”
โยธินเซล้มไปที่โซฟา จุมพลตกใจเข้าไปดู
“เฮ้ย เจ้าโยเป็นอะไรอยู่ๆ ก็ล้มทั้งยืน”
“ผมหน้ามืดครับ เมื่อคืนโดนป๋าใช้งานหนัก แทบไม่ได้นอน” จุมพลส่ายหน้าดุซ้ำ
“อ่อนแออย่างนี้ เอ็งจะดูแลไอ้เข็มได้ยังไงวะ เป็นผู้ชายอกสามศอกมันต้องแกร่งเหมือนหิน ทนเหมือนเหล็ก”
ปิ้งเบ่งกล้ามอวด จุมพลหันมาตวาด “ไอ้ปิ้ง พยุงคุณโยลุกขึ้นมา”
“ไปโรงพยาบาลหรือครับ เออ ผมไปเองไหว”

“ใครว่าจะไปโรงพยาบาล” โยธินงง

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

เขมิกาเดินออกจากห้องน้ำ เสียงเคาะประตูดัง เขมิกาหันไปมอง
“ใครอ่ะ” เสียงเคาะประตูดังอีก เขมิกาสงสัยลุกไปที่ประตู เปิดออก แต่ไม่มีใครอยู่หน้าห้อง “อ้าว”
เขมิกาก้มมองที่พื้น มีกระดาษวางอยู่ เขมิกาหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน รีบร้อนออกไปทันที
เขมิกามาที่โรงรถเห็นโย่งทำลับๆ ล่อๆ ที่มอเตอร์ไซด์
“ทำอะไรกับรถฉันนายโย่ง”
โย่งสะดุ้งโหยง รีบใช้ผ้าในมือเช็ดๆ รถให้เขมิกา
“ผมเห็นรถมันเลอะ ก็เลยทำความสะอาดให้ครับ”
“สงสัยวันนี้ฝนจะตก ฟ้าจะถล่ม ที่นายใจดี”
“ก็ไม่ได้อยากทำเท่าไหร่หรอกครับ แต่มันเป็นหน้าที่ของคนใช้”
“งั้นก็ถอยไปห่างๆ ฉันกลัวน้ำลายนายมาเปื้อนรถฉัน” เขมิกาปัดไหล่โย่ง โย่งแหยงๆ “เลียนายเก่งนะเรา”
เขมิกาท่าทางยียวนแล้วเข็นรถออกจากโรงรถ โย่งรีบกดโทรหาชานนท์

ขณะนั้นชานนท์อยู่กับจรรยา จรรยามองเช็คในมือ
“ค่าสูตรน้ำหอมนางแย้มเหรอคะ” ชานนท์พยักหน้า
“ฉันรู้เรื่องจากขวัญตาแล้ว แต่ฉันอยากจะขอร้องว่าอย่าบอกใคร ขอให้เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ หวังว่าเธอคงเข้าใจ”
“ค่ะ ฉันเข้าใจ ถ้าคนอื่นรู้ ขวัญตาจะเสียชื่อ”
“ขอบคุณ ไปทำงานต่อเถอะ” จรรยาจะไปแล้วหันมาพูด
“ฉันดีใจนะคะที่คุณนนท์ให้อภัยขวัญตา ฉันคิดว่าเธอไม่ได้ทำตัวแย่ๆ อย่างที่ใครพูดแน่ เธอรักคุณมากฉันรู้”
ชานนท์คิดหวั่นไหว มือถือดัง ชานนท์รับ
“ว่าไง ขอบใจ”
ชานนท์กดมือถือเปิดดูแผนที่หน้าจอเห็นสัญญาณจุดที่รถเขมิกาวิ่งไปตามถนน ชานนท์รีบลุกออกจากห้อง

ที่ออฟฟิศเก่งกาจ เก่งกาจไม่ถูกใจ โยนรูปทิ้งถังขยะ เสียงโทรศัพท์ดัง เก่งกาจรับสาย
“ฮัลโหล หนังสือพิมพ์โลกธุรกิจครับ”
“ถ้าคุณอยากได้ภาพลับภรรยาเจ้าของน้ำอบจวงจันทร์เล่นชู้กับผู้ชายอื่น ให้รีบไปที่โรงแรม…”
เก่งกาจก้มหน้าจดๆ ก่อนรีบคว้ากล้องออกไป

ทางเดินหน้าห้องของพักโรงแรม เขมิกาเดินหาเลขห้องที่เขียนไว้ในกระดาษแล้วเขมิกาก็หยุดที่ห้องๆ หนึ่ง เขมิกาเคาะประตู ประตูเปิดออก ทัศน์ยิ้มให้
“ฉันชื่อขวัญตา มีคนส่งจดหมายนี่ให้ฉัน”
ทัศน์รับไปดู แล้วส่งคืน
“ผมชื่อทัศน์ กว่าจะให้คนใช้ในบ้านเลิศวิริยะช่วยติดต่อกับคุณได้ เล่นเอาเหนื่อย”
“เราเคยรู้จักกันหรือ”

เขมิกาถามอย่างแปลกใจ

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

โยธินพาจุมพลกับปิ้งเข้ามาในโรงแรมซึ่งเป็นโรงแรมเดียวกับที่เขมิกามาเจอกับทัศน์
“ผมจะเช็คอินที่นี่ไว้แล้วค่อยไปดูคอนโดนะครับ เพราะเข็มยังอบรมไม่เสร็จ ปู่จะได้นอนพักผ่อนก่อน”
“ข้าไปอยู่ที่คอนโดเลยก็ได้ จะเปิดห้องให้มันสิ้นเปลืองไปทำไม”
“ห้องมันแคบมากปู่ อัดเข้าไปสามสี่คนไม่ไหวหรอก คืนนี้ปู่นอนที่โรงแรมสะดวกกว่า”
“คอนโดอยู่ไกลมั้ยคุณโย”
“ใกล้ๆ นี่เอง ขับรถไปสิบนาทีก็ถึง นายพาปู่ไปนั่งรอทางโน้นก่อน”
โยธินชี้ไปที่ล็อบบี้ ปิ้งพาจุมพล โยธินแยกไปเช็คอิน ขณะนั้นเก่งกาจเดินเร่งรีบเข้ามา เดินผ่านหลังโยธินไปหน้าลิฟต์

ทัศน์กับเขมิกานั่งคุยกันในห้องมีแก้วน้ำ 2 ใบ
“เราเคยคบกัน น้องขวัญลืมไปหมดแล้วหรือ”
“เออ ฉันโดนตีหัวก็เลยความจำเสื่อม แล้วเคยคบกันเมื่อไหร่ก่อนแต่งหรือเปล่า ที่เขาลือกันว่าฉันมีชู้ ก็คือคุณ”
“ท่าทางน้องขวัญจะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ” ทัศน์ลูบแขนเขมิกา “อย่างนั้นเรามารื้อฟื้นความจำกันหน่อยดีมั้ย”

ขณะนั้นเก่งกาจเดินหาเลขที่ห้องมาตามทางเดินไปห้องพัก
ภายในห้องพัก เขมิกาแกล้งคล้อยตามทัศน์เพราะอยากรู้
“แหมพี่ก็ ใจเย็นก่อนสิจ๊ะ ให้ฉันนึกๆ เรื่องของเราได้สักนิดสักหน่อยก็ยังดี เวลามีความสุขด้วยกันจะได้ถึงพริกถึงขิง” ทัศน์ยิ้มเจ้าเล่ห์
“เราแอบมีอะไรกันมาก่อนที่น้องขวัญจะปันใจไปให้ไอ้ชานนท์ด้วยซ้ำ พี่มันจนก็เลยสู้ไม่ได้”
“ที่พี่เขียนในจดหมาย ว่ามีคนคิดฆ่าฉัน มันเป็นใคร”
ทัศน์เคาะกล่องสีดำทึบๆ ขนาดยาวเท่ากับที่ช็อตไฟฟ้า
“หลักฐานมันอยู่ในนี้”
เขมิกาจ้อง ทัศน์เปิดฝากล่องช้าๆ แล้วหยิบที่ช็อตไฟฟ้าออกมาอย่างรวดเร็ว จี้ไปที่ต้นแขนเขมิกา เขมิกาตกใจ ใช้อีกมือปัดแก้วน้ำใส่ทัศน์ ทัศน์ตกใจทำให้ที่ช็อตไฟฟ้าเลื่อนจากแขนเขมิกาไป เขมิกาลุกยืนเข้าไปแย่งที่ช็อต ทัศน์สู้ ยื้อกัน จนที่ช็อตหลุดมือกระเด็นไปไกล
ทัศน์มีฝีมือการต่อสู้ ปะทะหมัดกับเขมิกา ทั้งคู่ผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่เขมิกาใช้ความกะล่อนเตะผ่าหมากเป้าทัศน์จนทัศน์จุก ตัวงอ นั่งพิงเตียง เขมิกาเดินไปหยิบที่ช็อตไฟฟ้ามาขู่ทัศน์ กระชากคอเสื้อถาม
“แกคิดจะทำร้ายฉันทำไม”
“มีคนจ้างผมให้ผมปลอมตัวเป็นชู้รักของคุณ”
“เพื่ออะไร”
“เขาให้ผมนอนกับคุณ แล้วจะมีคนมาเก็บภาพไปทำข่าว ปล่อยผมไปเถอะ ผมทำไปเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่” เขมิกาโกรธจัด
“ไอ้บาปหนาเอาแม่มาอ้าง ใครจ้างแก” ทัศน์ส่ายหน้า เขมิกาขู่จะช็อตตรงเป้า “ไม่อยากให้นกกระจอกลาโลก รีบบอกมา บอกไม่บอก” ทัศน์ร้องลั่น
“บอกๆ บอกแล้วจ้า เขาชื่อ…”
เสียงมือถือดัง เขมิกาจี้ที่ช็อตขู่ไว้ไม่ให้ขยับ หยิบมือถือออกมามองชื่อหน้าจอ

โยธินอยู่ในห้องน้ำของโรงแรม แอบโทรศัพท์หาเขมิกา
“ปู่มาถึงกรุงเทพฯแล้ว วันนี้จะไปที่คอนโด เข็มต้องรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย เฮียจะเปิดห้องที่โรงแรมใกล้ๆ เพื่อถ่วงเวลาไว้ให้”
“ตอนนี้เลยหรือเฮีย เข็มยังไปไม่ได้”
“เข็มต้องพยายาม เฮียต้องรีบไปแล้ว เดี๋ยวปู่จะสงสัย” โยธินตัดสายไป
“เฮียๆๆ คุยกันก่อน”
ทัศน์ได้จังหวะ ปัดมือเขมิกาข้างที่ถือที่ช็อต แล้วผลักเขมิกาหงายไป วิ่งหนีไปที่ประตู ทัศน์เปิดประตูออกมาแล้วชะงัก เพราะเจอเก่งกาจยืนหน้าประตูพอดิบพอดี เก่งกาจจู่โจมถ่ายรูปทัศน์ทันที
“เฮ้ย ถ่ายกูทำไมไปถ่ายคนข้างในนู้น”
ทัศน์แย่งกล้อง เก่งกาจไม่ให้
“ใจเย็น ผมเป็นนักข่าว อยากขอสัมภาษณ์ คุณขวัญตาอยู่ในห้องใช่มั้ยครับ”
เก่งกาจพยายามมองเข้าไปในห้อง แต่ตัวทัศน์บังอยู่
“กูไม่รู้ ไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว อีนั่นมันบ้าเลือด”
เขมิกาได้ยินรีบลุก มองทางหนีทีไล่ แล้ววิ่งหนีไปที่ระเบียง เขมิการีบปีนออกไปทางระเบียง ทัศน์ต่อยหน้าเก่งกาจจนกระเด็นกลิ้งไป แล้วทัศน์ก็รีบวิ่งหนีไป เก่งกาจรีบวิ่งไปดูในห้องไม่เห็นเขมิกาแล้ว เก่งกาจหมุนตัวมองหา

เปิดประตูห้องน้ำ ก็ไม่เจอ เดินไปที่ระเบียง ชะโงกมองซ้ายขวาก็ไม่มี

เจ้าสาวสลาตัน
เจ้าสาวสลาตัน

โยธินเดินกลับมาหาจุมพลที่ล็อบบี้ แต่จุมพลกับปิ้งหายตัวไป โยธินตกใจ ปรียาเดินอยู่แถวนั้นเห็นอาการโยธินจึงรีบเข้ามาถาม
“ท่านคะ มีอะไรให้ดิฉันช่วยมั้ยคะ”
โยธินหันมา ต่างคนต่างจำกันได้
“คุณ!”
“ผมพาญาติมาพักตามคำเชิญแล้วนะครับ”
“ได้ห้องหรือยังคะ ฉันจะจัดการให้”
“เรียบร้อยครับ แต่ปู่ผมหายตัวไป”
“ตายจริง”

ที่บ้านเลิศวิริยะ แววนิลอยู่ในห้องนอนนั่งรอลุ้นภาพเด็ดของเขมิกากับทัศน์ในเว็บข่าวของเก่งกาจ แววนิลเริ่มหงุดหงิดเมื่อไม่เห็นภาพข่าว มณฑารีบเร่งเข้ามาหา
“คุณหนูคะ ชักมีกลิ่นไม่ดี” แววนิลหันมาหา “นมกดหาไอ้ทัศน์มันหลายรอบแล้ว มันไม่ยอมรับสาย”
“ในเว็บข่าวของนายเก่งกาจ ก็ยังไม่มีภาพเล่นชู้ของนังขวัญสักภาพ ข่าวสักแอะก็ไม่มี”
“มันโชคดีอีกจนได้”
มณฑาเจ็บใจ

ที่วัดแห่งหนึ่ง ชานนท์เดินมาหยุดบริเวณที่ตั้งเจดีย์บรรจุกระดูกจำนวนมาก ชานนท์มองหามอเตอร์ไซด์ของเขมิกาแต่ไม่เห็นจึงกดโทรศัพท์หาโย่ง
“คุณผู้หญิงกลับมาหรือยัง”
“ยังเลยครับคุณผู้ชาย คุณผู้ชายตามไม่เจอหรือครับ”
“GPS มันระบุพิกัดว่าอยู่ตรงนี้” ชานนท์ชะงักเมื่อได้ยินโทรศัพท์ดัง ชานนท์ตัดสายโย่ง เดินตามเสียงเจอมือถือวางอยู่หลังเจดีย์ ชานนท์หยิบขึ้นมากดรับสาย
เขมิกาอยู่ในห้องน้ำหญิงของโรงแรม พูดโทรศัพท์กับชานนท์อย่างโกรธมาก
“ที่คุณสะกดรอยตามฉัน เพราะต้องการตามดูว่าแผนชั่วของคุณสำเร็จหรือเปล่าใช่มั้ย แต่ขอโทษทีคุณคงต้องผิดหวังอย่างแรง ขวัญตาคนใหม่ไม่ตกหลุมพรางคุณง่ายๆ เหมือนที่ผ่านมา”
“พูดมั่วซั่วเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัว คืองานถนัดของเธอสินะขวัญตา เธอแอบไปเจอคู่ขาก็บอกมาเถอะ” เขมิกายิ่งโกรธ
“คุณล่อฉันออกไปหาไอ้ชู้จอมปลอม เพื่อถ่ายรูปประจานฉันเหมือนที่เคยใส่ร้ายว่าเมียตัวเองหนีตามชู้ มันแผนของคุณทั้งนั้น”
“อะไรนะ ฉันนี่หรือใส่ร้ายเธอ” ชานนท์งง

เขมิการีบร้อนออกมาจากห้องน้ำเพื่อไปพบชานนท์ แต่แล้วเขมิกาก็ต้องชะงักเมื่อเห็นจุมพลกับปิ้งเดินตรงมาแต่ไกลท่าทางจุมพลปวดฉี่มาก
“ปู่”
เขมิกาตกใจรีบกลับเข้าห้องน้ำหญิง โผล่หน้าแอบดู
“เถ้าแก่ เจอห้องน้ำแล้ว อั้นๆ ไว้ อย่าเพิ่งปล่อยให้มันพุ่งออกมาเรี่ยราดตอนนี้นะ อายเขาตายเลย”
“ไอ้ปากปีจอ เดี๋ยวปัด อู๊ยยย” จุมพลปวดฉี่ แต่เก็กฟอร์มสุดๆ จุมพลรีบเข้าห้องน้ำ ปิ้งตามเข้าไป
“ปู่เข็มขอโทษนะ” เขมิการีบวิ่งออกมา กดโทรศัพท์หาโยธินไปด้วย “เฮียโย เฮียอยู่ไหน ไหนบอกว่าอยู่กับปู่ไง”

“ว่าไงนะ ปู่เข้าห้องน้ำอยู่หรือ ได้ๆ เฮียรีบไปเลย เข็มรออยู่ตรงนั้นนะ”
เขมิกาเร่งรีบเดินห่างจากห้องน้ำ
“เข็มมีธุระด่วนที่ต้องไปทำ เฮียอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ พาปู่ที่คอนโดก่อนแล้วเข็มจะตามไปทีหลัง”
“เดี๋ยวสิเข็ม แล้วจะมาตอนไหน อ้าว” เขมิกาเข็มตัดสายไปแล้ว “เข็มนี่จริงๆ เลย ทำให้เฮียปวดหัวได้ตลอด”
ปรียาเข้ามาหาโยธิน
“คุณโยธินคะ” โยธินรีบหันมาหาปรียา “ฉันให้คนไปตรวจสอบทางกล้องวงจรปิดแล้วนะคะ เดี๋ยวคงหาปู่คุณเจอ แต่มีหลายจุดที่ไม่มีกล้อง ฉันจะพาคุณไปค่ะ”
“ปู่อยู่ในห้องน้ำครับ เออ ลูกน้องปู่เพิ่งโทรมาบอกผม”
“หรือคะ ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันก็เป็นห่วงอยู่ว่า ปู่คุณจะเดินหลงออกไปข้างนอกจะยิ่งตามหายากขึ้น” โยธินมองปรียาอย่างซึ้งใจในความใจดี ปรียาเห็นโยธินมองเลยเขินๆ “ฉันพูดอะไรผิดหรือคะ”
“เคยมีใครบอกคุณบ้างมั้ยครับว่า คุณไม่ได้สวยที่หน้าตาอย่างเดียว แต่สวยที่จิตใจด้วย”
ปรียาอึ้งไปกับคำชมที่ดูจริงใจของโยธิน

ชานนท์เลี้ยวรถผ่านประตูรั้วบ้านเข้าไป เขมิกาขี่มอเตอร์ไซด์มาถึงพอดีเห็นรถชานนท์รีบเลี้ยวตาม เขมิกาเร่งเครื่องตามขึ้นไปแซงหน้ารถชานนท์แล้วหักขวางหน้าทันที ชานนท์เหยียบเบรกหัวเกือบทิ่ม เขมิกาจ้องหน้าชานนท์อย่างเอาเรื่อง ชานนท์โมโหเขมิกาที่บ้าบิ่น
ชานนท์เปิดประตูลงไปเดินตรงดิ่งไปหาเขมิกา เขมิกาลงจากรถมอเตอร์ไซด์ ประจันหน้ากัน
“เธอเป็นบ้าไปแล้วหรือ”
“นี่มันยังน้อย ฉันบ้าได้มากกว่านี้อีก ถ้ามีคนรังแกฉันก่อน”
“เธอหมายถึงใคร”
เขมิกายื่นจดหมายให้ชานนท์
“ก็ไอ้คนที่เขียนจดหมายนี่ไง” ชานนท์คลี่อ่าน เห็นลายมือก็หน้าเสีย “คนที่มาวางจดหมายไว้หน้าประตูห้องนอนฉันได้ ต้องเป็นคนใน ผู้ชายที่ฉันไปเจอ มันยอมรับว่ามีคนจ้างมันให้ทำ เดาไม่ยากเลยว่ามันก็คือคนเขียนจดหมายนี่”
“ฉันขอยืนยันนี่ไม่ใช่ลายมือคนในบ้านนี้” ชานนท์โกหกทั้งที่จำได้ว่าเป็นลายมือใคร
“ฉันขอดูลายมือคุณ”
“ไม่จำเป็น ฉันมีศักดิ์ศรีพอที่จะไม่ลดตัวลงไปทำเรื่องสกปรกพวกนี้”
“แต่เท่าที่ฉันเห็นพวกทำเลวๆ ไม่แคร์สังคม มันก็พวกมีเกียรติมีเงินล้นฟ้าทั้งนั้น”

ชานนท์จ้องเขมิกา เขมิกาจ้องตอบไม่อ่อนข้อ

 อ่านต่อ เจ้าสาวสลาตัน ตอนที่ 5

 

 

 

ขอขอบคุณบทละครออนไลน์จาก http://www.manager.co.th/

 

บทละครเจ้าสาวสลาตัน, ละครเจ้าสาวสลาตัน, อ่านละครออนไลน์, อ่านละครออนไลน์ เจ้าสาวสลาตัน, อ่านเจ้าสาวสลาตันออนไลน์, เจ้าสาวสลาตัน, เจ้าสาวสลาตันย้อนหลัง, เจ้าสาวสลาตันดาวออนไลน์

 

 

คลิปย้อนหลังเวียงร้อยดาวทุกตอน

 

เจ้าสาวสลาตัน
- 2014-01-15 3:45:49 โพสต์โดย : zoomza 2,161 ดูละครย้อนหลัง