เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 1

เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 1

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล  ประกบคู่กับนางเอกสุดฮอต
ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ละครช่อง3

ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ บทโทรทัศน์ โดย คุณสมภพ ผูกพันน้อย
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ กำกับการแสดงโดย คุณสมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 เร็วๆนี้

เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่1

ในงานเปิดตัวรีสอร์ตเพียวพาราไดซ์ ซึ่งจัดบรรยากาศแบบคันทรี เวทีตกแต่งอย่างสวยงาม ทั้งที่งานยังไม่เริ่ม แต่บรรดาสื่อมวลชนก็มารอทำข่าวกันมากมาย ดูคึกคัก

เพียว…เจ้าของงานกวาดตาดูบริเวณงานด้วยความชื่นชม โดยมีออร์กะไนซ์จัดงานยืนดูอยู่ด้วย

“เยี่ยมมากเลยครับ ผมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกบริษัทออร์กะไนซ์ของคุณมาจัดงานเปิดตัวรีสอร์ตให้ผม สื่อมวลชนมากันเพียบเลย” เพียวเอ่ยอย่างชื่นชม

“เรื่องนี้ต้องขอบคุณคุณฟู่ครับ ถ้าคุณฟู่ไม่ชวนคุณนับดาวมาเป็นพิธีกรให้เรา สื่อมวลชนคงไม่เยอะอย่างนี้” ออร์กะไนซ์ผายมือไปทางฟู่ เพียวหันไปคุยกับฟู่อย่างพอใจว่า

“จริงครับ ตอนที่คุณฟู่บอกว่าคุณนับดาวจะมาเป็นพิธีกรให้น่ะ ผมยังไม่อยากเชื่อเลย เธอเป็นเซเลบที่เป็นไฮโซจริงๆ ไม่อยากเชื่อว่าเธอจะรับงานภูธรแบบนี้”

“ไม่หรอกครับ ฟู่ทำงานกับน้องนับดาวมานาน รู้ดีว่าน้องเขาเป็นคนยังไง ถึงเขาไฮโซก็จริง แต่ตัวจริงติดดินมาก แล้วน้องเขาก็เป็นคนชอบธรรมชาติมาก”

“เขาไม่ว่าอะไรใช่ไหมครับ ที่จะมีวัวขึ้นเวทีด้วย” เพียวถามอย่างอดกังวลไม่ได้ที่เซเลบไฮโซต้องมาออกงานคู่กับวัวบนเวที ออร์กะไนซ์ถามปกป้องที่ยืนอยู่ด้วยว่าวัวเชื่องแน่นะ

“เป็นวัวจากฟาร์มเพื่อนผมเอง” ปกป้องรับรอง

เพียวตบบ่าปกป้องที่ยืนอยู่ข้างๆ ปกป้องในชุดคาวบอยเต็มยศ หมวกคาวบอย เชือกคอ เข็มขัด บูตมีสเปอร์ด้วย ปกป้องรับรองว่าไม่มีปัญหา ส่วนพี่ฟู่ก็บอกว่านับดาวเป็นคนรักสัตว์ไม่รังเกียจวัวหรอก

“มาแล้ว” ออร์กะไนซ์ร้องบอก ทุกคนหันมองเป็นตาเดียวกัน เห็นอลิสาเดินออกมาจากหลังเวทีมาหยุดมองหาฟู่ พอฟู่เห็นก็กวักมือเรียก อลิสารีบลงมา

เพียวที่ทีแรกดูตื่นเต้นยินดีกับการที่นับดาวมาเป็นพิธีกรในงาน กลับหน้าเสียจะหัวเราะก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง หันถามออร์กะไนซ์ เสียงปร่าๆว่า

“ถ้าผมเลิกจ้างตอนนี้ ต้องจ่ายค่าป่วยการให้คุณนับดาวเท่าไหร่ครับเนี่ย” ออร์กะไนซ์ตกใจถามว่าทำไมหรือ เพียวมองอลิสาอย่างสยองบอกว่า “ตัวจริงแก่งั่กอย่างนี้ จะให้ผมเอามาขึ้นเวทีเนี่ยนะ”

ปกป้องเขม่นมองอลิสา ฟันธงว่า “ผมว่าพี่เพียวโดนหลอกแล้วล่ะ เนี่ยนะไฮโซสาวสวย ไอ้สวยน่ะสวยอยู่แต่ไม่สาวแล้ว ยังงี้แก่เหนียงยานกว่าแม่วัวของผมอีก” พูดพลางชี้ไป ไม่รู้ว่าอลิสาเดินมาถึงแล้ว นิ้วเกือบจิ้มหน้าเธอ

ไม่ทันที่ออร์กะไนซ์จะพูดอะไรต่อ อลิสาก็สวนไปอย่างเผ็ดร้อนจัดจ้านว่า

“แกเป็นใครเนี่ย มาว่าฉันเหนียงยาน แล้วแกล่ะไอ้แก่ เหนียงตึงมากรึไง”

“โอ้โห เนี่ยนะไฮโซ ทำไมกุ๊ยอย่างนี้” ปกป้องพูดอย่างไม่เชื่อหูเชื่อตาตัวเอง อลิสาเงื้อมือจะฟาดสักตุ้บ ฟู่รีบมาขวาง แนะนำแก่อลิสาว่า คนนี้เจ้าของงาน คนนั้น เจ้าของวัว และแนะนำแก่ทั้งสองว่า นี่คืออลิสา เป็นน้าของนับดาว ไม่ใช่ตัวเธอ

สองหนุ่มใหญ่มองอลิสาแล้วหัวเราะเก้อๆ เพียวขอโทษอ้างว่าตาตนไม่ดี ส่วนปกป้องก็อ้างว่าตนไม่รู้จักนับดาวก็ว่าไปตามเพียวเขาเท่านั้น ถามว่าแล้วนับดาวอยู่ไหนหรือ อลิสาชี้ขึ้นไปบนเวที ทุกสายตามองขึ้นไป…

นับดาวเดินออกมาอย่างโฉบเฉี่ยวทะมัดทะแมงในสไตล์คาวเกิร์ล แต่ยังมีมาดเซเลบแลบๆออกมา ทุกคนมองเป็นตาเดียว แม้แต่พวกคนงานก็หยุดงานมองค้าง

เพียวมองด้วยความชื่นชม บอกว่าออร่าอย่างกับนางฟ้า ตนเคยเห็นเธอในทีวี นับดาวมองไปที่ฟู่ยิ้มให้นิดหนึ่งแล้วมองเมินไปทางอื่น ทำให้เพียวเริ่มรู้สึกไม่พอใจนัก เปรยๆว่าท่าทางจะหยิ่ง ไม่มาทักทายกันเลยทั้งที่ตนเป็นเจ้าของงานแท้ๆ

ครู่หนึ่ง นับดาวลงจากเวทีมาทักฟู่กับใหญ่ซึ่งเป็นออร์กะไนซ์ ฟู่แนะนำให้รู้จักคุณเพียวพันธุ์เจ้าของรีสอร์ต เธอเอ่ยสวัสดี เพียวตอบสวัสดีด้วยท่าทางเย็นชาเหมือนไม่อยากคุยด้วย นับดาวเองก็ไม่ให้ความสนใจเขา หันไปคุยกับออร์กะไนซ์ ออกความเห็นเป็นฉากๆอย่างมั่นใจแบบมืออาชีพว่า

“พี่ใหญ่คะ ขออนุญาตนะคะ คือถ้าตั้งลำโพงแบบนี้เสียงจะตีกันนะคะ ดาวเคยเจอแล้ว คนข้างล่างจะฟังไม่รู้เรื่องเลย แล้วกิ่งไม้ตรงนั้น ให้คนไปตัดหน่อยนะคะเวลาสื่อถ่ายรูปมันจะบังชื่อรีสอร์ตบนเวทีค่ะ แล้วย้ายโต๊ะค็อกเทลตัวนั้นก็ดีค่ะ มันขวางทางขึ้นเวที เวลานับดาวเชิญคนข้างล่างขึ้นมาร่วมกิจกรรมจะได้ไม่ขลุกขลัก”

เพียวยืนอ้าปากค้างกับการออกความเห็นให้เปลี่ยน แปลงไปเกือบทั้งเวที พยายามจะพูด ถูกนับดาวตัดบทราว กับรู้ว่าเขาจะพูดอะไรว่า “ค่ะ อะไรที่ดาวช่วยดูให้ได้ ดาวก็ดูด้วยค่ะ เพื่อให้งานออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด”

“สุดยอดเลยครับ คุณนับดาว ผมนับถือคุณจริงๆ คุณคือสุดยอดเซเลบของเมืองไทยจริงๆ”

“แน่นอนสิคะ นี่แหละค่ะ ตัวจริงเสียงจริง นับดาว ว้าวแซบ…”

หลังจากนั้น คนงานก็พากันตัดกิ่งไม้ พอกิ่งไม้หล่นลงมา มีงูเขียวตัวหนึ่งเลื้อยหนีไปโดยไม่มีใครเห็น…

ooooooo

ปราบ เจ้าของฟาร์มโคนมและสัตวแพทย์หนึ่งเดียวของอำเภอ กำลังเดินทางไปงานเปิดตัวรีสอร์ต เขาแวะถามทางชาวบ้าน ป้าคนนั้นนั่งกินเงาะอยู่บอกว่ามาผิดทางแล้ว และบอกทางให้ใหม่ ปราบมองเข้าไปในบ้านเห็นหมาตัวหนึ่งนอนทำท่าเหมือนจะตายอยู่ เลยเข้าไปดู

ป้าเห็นคนแปลกหน้าจะเข้าไปในบ้านก็โวยวายว่าจะมาขโมยของ

“บ้านป้ามีอะไรให้ขโมยด้วยเหรอ ของในบ้านป้าต่อให้แถมฟรียังไม่มีใครเอาไปรีไซเคิลเลย” ปราบสวนไปแล้วเดินเข้าไปดูหมาและช่วยชีวิตมันไว้ได้เมื่อช่วยคีบเงาะที่ติดคอมันออกมาได้ ป้าดีใจมากถามว่าเป็นหมอรึเปล่า เขาบอกว่า “ครับ ผมชื่อปราบ…หมอปราบ”

ป้าแกขอบคุณที่ช่วยไอ้ดำของแกให้รอดตาย แต่พอปราบเดินไป แกมองตามบ่นปากยื่นปากยาวว่า

“หมออะไรวะ ปากจัดอย่างกับแม่ค้าตลาดสด”

ที่บริเวณจัดงาน อลิสาเดินไปจิ้มๆของกินเล่นชิมไปเรื่อย ปกป้องเหล่อยู่ แต่พอขยับจะไปหา ปราบที่เพิ่งมาถึงถามว่าอาจะทำอะไร ปกป้องบอกว่าจะไปจีบหญิงซะหน่อย ปราบติงว่าท่าทางเขาดูออกจะไฮโซ ปกป้องก็บอกว่าเราก็จีบแบบไฮโซสิ ถามปราบว่างานเขาเริ่มแล้วทำไมถึงเพิ่งมา

“หลงทางครับ…แม่เด่นเป็นไงบ้าง พาผมไปดูหน่อยสิ” ปราบถามถึงวัวที่เอามาจากฟาร์มของเขา

ooooooo

ปราบไปที่หลังเวที ไปทักทายแม่เด่นของเขา แล้วก็แปลกใจที่ยังมีวัวเพศผู้อีกตัวหนึ่ง ปกป้องบอกว่า ตอนตนมาไม่มีไอ้ตัวนี้ ไม่รู้มาได้ไง

ที่แท้เพียวเจ้าของรีสอร์ตเป็นคนสั่งให้คนเอามาเพราะคิดว่าวัวตัวเดียวอยู่บนเวทีจะดูไม่สวย และนับดาวก็ไม่ว่าอะไร กะจะให้เธอไปยืนระหว่างวัวสองตัว เวลาถ่ายรูปออกมาจะได้ดูสวย เพียวอวดว่าตนเพิ่งยืมตัวนี้จากฟาร์มของเพื่อนเป็นวัวเนื้อพันธุ์ดี ปราบบอกว่าที่ตนมองเพราะรู้สึกเหมือนมันจะไม่ค่อยสบาย

เพียวยืนยันว่าเจ้าของบอกว่ามันแข็งแรงดี ปราบมองอย่างกังวลบอกว่าหวังว่า ตนจะเข้าใจผิดก็แล้วกัน

นับดาวขึ้นทำหน้าที่พิธีกรบนเวทีแล้ว เธอเอ่ยทักทายแขกที่มางานด้วยน้ำเสียงแจ่มใส สนิทสนมราวกับคนคุ้นเคยกันมานาน หลังจากแนะนำตัวเองแล้วเธอเล่นมุก แนะนำพิธีกรร่วมในคืนนี้ คือ คุณเด่นกับคุณบิลลี่ พลางผายมือไปทางวัวสองตัวเรียกเสียงปรบมือและหัวเราะจากแขกได้อย่างครื้นเครง

เธอแนะนำรีสอร์ตแห่งนี้ว่า ทุกท่านจะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมต่างๆอย่างคุ้มค่า เช่น การรีดนมวัว ตลอดจนทำผลิตภัณฑ์จากนม เช่น เนย ไอศกรีม…

“พี่เพียวคงไม่ให้แม่นั้นรีดนมวัวโชว์บนเวทีหรอกนะ” ปราบพูดขำๆกับปกป้อง

“พี่เพียวเขาไม่มั่วขนาดนั้นหรอก แต่ถ้าแม่นั่นเกิดนอกบทไปรีดเอง คงได้ดูไฮโซโดนวัวถีบกันมั่งล่ะวะ” ปกป้องพูดกลั้วหัวเราะ

แล้วปราบก็สังเกตเห็นอาการผิดปกติของบิลลี่ มันเริ่มตัวสั่น หันจ้องนับดาวตาโปน นับดาวทำใจแข็งทำหน้าที่พิธีกรต่อไป แต่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งรีบพาแม่เด่นลงไปก่อนแล้วอีกคนจะพาบิลลี่ลงไป ถูกบิลลี่ถีบเสียกระเด็นตกเวที

“นับดาวลงมาเดี๋ยวนี้” อลิสาตะโกนบอก เจ้าหน้าที่อีกคนเข้าไปหาบิลลี่ก็ถูกถีบกระเด็นไปอีก ช่างภาพพากันถ่ายรูปแสงแฟลชทำให้บิลลี่ยิ่งตื่น ตัวเกร็ง

จึงเป็นหน้าที่ของสัตวแพทย์ปราบ เขาเข้าไปบอกให้นับดาวยืนนิ่งๆอย่าส่งเสียงดัง พลางเขาก็หยิบไซรินจ์ออกมาสูบยาในหลอดแก้ว นับดาวทนไม่ไหวร้องบอกเขาว่า

“แล้วตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่เฉยๆเหรอ แล้วฉันส่งเสียงดังตอนไหนไม่ทราบ” นับดาวเถียงฉอดๆ ปราบเลยมองหน้า พอมองกันเต็มตาต่างก็นิ่งคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเจอกันที่ไหนมาก่อน…

แต่ภารกิจตอนนี้คือทำอย่างไรจะแก้สถานการณ์บนเวทีให้ได้ นับดาวถอยหนีบิลลี่ไปจนใกล้สปอตไลต์ เธอร้องบอกเขาว่าร้อนมากจนหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

“ไม่มีอะไรครับ คุณคงกลัวแล้วก็เครียดเกินไปจนหายใจไม่ทัน ใจเย็นๆนะครับ พยายามผ่อนคลายตัวเอง ไม่ต้องกลัว เดี๋ยวทุกอย่างก็จะผ่านพ้นไปด้วยดี”

“ฉันร้อน…มันอยู่ใกล้สปอตไลต์แบบนี้ คุณปลอบให้ตายมันก็ไม่หายร้อนหรอก แล้วจะฉีดไม่ฉีดเนี่ย ไม่กล้าฉีดก็เอาเข็มมา เดี๋ยวฉันฉีดให้”

แล้วปราบก็ฉีดยาให้บิลลี่ได้สำเร็จ ครู่หนึ่งมันดีขึ้น นับดาวถามว่ามันเป็นอะไรหรือ ปราบตอบทันทีว่า “มันเป็นวัว” นับดาวสะอึกมองหน้าเขาเคืองๆ แล้วเธอก็กลับไปทำหน้าที่พิธีกรได้อย่างมืออาชีพจริง

แต่ไม่ทันไร งูเขียวตัวนั้นก็เลื้อยออกมา นับดาว ตกใจมากเพราะเป็นคนกลัวงูเขียว ปราบเข้าไปจับงูเขียว ม้วนใส่กระเป๋าเสื้อ บอกว่าแถวนี้งูเขียวเยอะพอๆกับยุง แล้วเดินออกไปปล่อยงูเขียวคืนสู่ธรรมชาติ

ปราบปล่อยงูแล้วเดินมาหาปกป้อง ปกป้องชมว่าเขาเลยกลายเป็นพระเอกไปแล้ว หยอกว่าน่าจะขอนางเอกจุ๊บเป็นรางวัลสักหน่อย

“อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยครับ ไอ้วัวกับงูเขียวเมื่อกี้ รวมกันคูณสองยังไม่ป่วนเท่ายัยนั่นเลย ไปดูแม่เด่นกันก่อนดีกว่าครับ ถ้าไม่มีอะไรจะได้พาแม่เด่นกลับฟาร์มเราเลย”

ปกป้องบ่นเสียดายที่ไม่ได้สานต่อกับอลิสา พอเดินออกไป ปราบหันมองบนเวทีอีกครั้ง ปกป้องถามว่ามีอะไรรึเปล่า

“เหมือนเคยเจอยัยนี่ที่ไหน” ปราบคลับคล้าย คลับคลาแต่นึกไม่ออก

ปกป้องบอกว่าเธอเป็นดารา เขาจะเคยเห็นก็ไม่แปลกหรอก ปราบคิดว่าคงเป็นอย่างนั้นเลยไม่ติดใจ

ooooooo

ที่ทางเข้าไร่ มีป้ายสองป้ายชื่อ ไร่ปรีดาและไร่แห่งความฝัน ที่ไร่ปรีดาของปราบเป็นไร่ปศุสัตว์ มีทั้งวัว ไก่ บ่อปลา และม้าสีดำที่เขาเรียกมันว่า “เฉาก๊วย”

ปราบจะดูแลปศุสัตว์อย่างใส่ใจ มีความสุขในทุกเช้า เสร็จแล้วขับรถเอทีวีกลับบ้านพักที่อยู่ท่ามกลางไร่ที่สวยงาม

วันนี้ ป้ายวงแม่บ้านอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ทำอเมริกันเบรกฟาสต์ครบชุดให้ทาน พอถามว่าทำไมขยันเป็นพิเศษ ได้ความว่าแกถูกหวยสามตัว คุยฟุ้งว่าซื้อตามลายบนลูกวัวที่ปราบบอกวันก่อน บอกปราบว่า อยากให้วัวออกลูกทุกงวดเลย

ปราบบ่นว่า บอกให้เลิกหวยพูดจนเหนื่อยแต่พูดยังไงก็ไม่เข้าหู ตักน้ำรดหัวตอยังมีเห็ดราขึ้นมาบ้าง แต่หัวป้านี่แย่กว่าหัวตออีก ป้ายวงไม่โกรธเพราะถือคติว่า เจ้านายด่าเหมือนเจ้านายให้พร แล้วเร่งให้กินอาหารเช้ากันเถอะ

ปราบเดินยังไม่ทันถึงโต๊ะอาหาร น้อยหน่าลูกสาววัยรุ่นของเขาก็ถือหนังสือพิมพ์มาถามว่ารูปในหนังสือพิมพ์นี่ใช่พ่อไหม พอเขาบอกว่าใช่ น้อยหน่าดีใจมากที่พ่อเป็นพระเอกช่วยนับดาวจากวัวบิลลี่ เซ้าซี้แบบเด็กเห่อดารา อยากให้พ่อขอลายเซ็นให้ เซ้าซี้ถามว่าเธอน่ารักไหม ได้คุยกันไหม ช่วยแล้วเธอได้จุ๊บขอบคุณพ่อหรือเปล่า

ปราบบอกว่าตนไม่รู้จัก น้อยหน่าผิดหวังมาก บอกพ่อว่า

“พี่นับดาวไงคะ เขาเป็นเซเลบชื่อดัง ไอดอลของน้อยหน่าเลยนะ พ่อไม่รู้จักได้ไงเนี่ย”

“ยัยเป็ดไล่ทุ่งนั่นน่ะเหรอ เซเลบชื่อดัง…แปลว่าสังคมไฮโซนี่ตกต่ำเอามากๆ”

น้อยหน่ารบเร้าให้พ่อขอลายเซ็นนับดาวให้ตนด้วย ปราบไม่พูดแต่เดินหนีไปเลย น้อยหน้าทำหน้าง้ำเดินกลับเข้าห้องไปอย่างหงุดหงิด

ooooooo

นับดาวไปทำผมที่ร้านเจ้าประจำเพื่อไปออกงานการกุศลของท่านหญิงเลิศ ช่างทำผมตื่นเต้นมาก บอกว่านี่เป็นงานใหญ่เลยนะเนี่ย นับดาวคุยฟุ้งว่า ไม่ใช่ ใหญ่ธรรมดา งานใหญ่ที่สุดเลยล่ะ ไม่ไฮไม่ฮิปไม่ได้ไปเสนอหน้าในงานหรอก

ช่างถามว่าแล้วอลิสาไม่มาทำผมด้วยหรือ เธอบอกว่าติดธุระสำคัญอยู่ พอทำผมเสร็จนับดาวก็เอาแบงก์พันให้ช่างและแบงก์ห้าร้อยบอกให้ทิปเด็กสระกับเด็กเสิร์ฟน้ำด้วย แล้วเดินออกจากร้านไปอย่างระเหิดระหง

ที่แท้ธุระสำคัญของอลิสาหรือที่นับดาวเรียกว่า น้าอะซ่า คือเอานาฬิการาคาแพงสองเรือนของคุณตาไปจำนำเพื่อเอาเงินมาใช้ในการเช่าชุดและแต่งตัวไปงานของทั้งสองคน จำนำกับอาเฮียกับเจ้าประจำได้เงินมาเก้าหมื่นบาท อลิสาเห็นสร้อยเพชรที่หลุดจำนำ ชมว่าสวย อาเฮียโรงรับจำนำยุให้ซื้อบอกว่าเพิ่งหลุดวันนี้ เอง ราคา 60,000 บาท

อลิสาถอยทันทีแต่ขอเช่าไปออกงานคืนนี้กับหลานสาว ฉอเลาะจนเฮียยอม

สองน้าหลานสวยได้ด้วยชุดและเครื่องประดับที่เช่ามา ร้านเสื้อผ้าบางร้านทวงค่าเช่าที่ค้างไว้ อลิสาต้องคอยรับหน้าเรื่องนี้ บางครั้งก็ขอผัดผ่อนไป บางครั้งพอมีเงินก็จ่ายไป ธุรกิจจึงถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมาได้เป็นเวลายาวนาน

แต่การไปทำงานของนับดาว บางครั้งก็ใช่ว่าจะได้เงินสดมาทันที แม้แต่งานเปิดตัวรีสอร์ตที่เพิ่งผ่านมาค่าตัวก็ยังต้องรอเช็คออกในอาทิตย์หน้า

สองน้าหลานคุยกันถึงสมบัติของคุณตานับดาวว่า ทั้งขายทั้งจำนำจนหลุดไปเกือบหมดแล้ว นาฬิกาสองเรือนที่เพิ่งเอาไปจำนำก็เป็นของที่ท่านรักและหวงมากด้วย

“เอาน่า…น้าดูสถานการณ์แล้วเราคงต้องตัดใจปล่อยไปแล้วล่ะ ต้องเอาเงินไปทำอย่างอื่นก่อน คุณตาของดาวเขาไม่ว่าอะไรหรอก ตอนนี้คงไปเกิดใหม่แล้วล่ะ ไม่มาหวงสมบัติเก่าหรอก เชื่อน้าสิ”

ระหว่างเดินเข้าโรงแรมที่จัดงานนั่นเอง เจอนักข่าวที่ชื่อโจโจ้ซึ่งเป็นนักข่าวที่มักถามเรื่องที่ทำให้นับดาวเสียหน้าบ่อยๆ ทั้งคู่เป็นไม้เบื่อไม้เมากัน วันนี้ก็แถเข้ามาถามว่า นับดาวเตรียมเงินมาทำบุญกี่ล้าน

นับดาวตอบกวนประสาทไปว่า นับดาวบนท้องฟ้าได้เท่าไรก็เท่านั้นแหละ

“เหรอฮะ…แต่งานที่แล้วเขาเม้าท์กันว่าให้น้อยนี่ฮ้า…หมายถึงน้อยกว่าคุณเอมี่น่ะฮ่ะ”

เอมี่คือนางแบบใหม่ที่ไม่กินเส้นกับนับดาว เธอจึงแค่หัวเราะขำๆ พอแยกกันไป นับดาวบ่นกับอลิสาว่า ถามแบบนี้สักวันจะเอาไมค์ทิ่มปากให้

“เอาเถอะ…อาชีพเขาน่ะ อย่าไปคิดมากเลย เข้างานกันเถอะ”

ooooooo

ในงานมีรูปถ่ายติดไว้มากมาย ทุกรูปมีหมายเลขและรายละเอียดติดอยู่ แขกพากันเดินดูรูปตามอัธยาศัย นับดาวเดินดูมาสะดุดตารูปหนึ่ง เป็นรูปถ่ายเฉาก๊วยวิ่งอยู่ไกลๆ แต่ที่สำคัญคือ เป็นทิวทัศน์ที่คุ้นตามาก จำได้ว่า ตอนเด็กๆ แม่ชอบอุ้มเธอมานั่งเล่นอยู่ตรงนี้เป็นประจำ…

ขณะนั้นเอง อลิสามาเรียกให้ไปพบคุณพันฤทธิ์หน่อย เพราะได้ข่าวว่าจะเปิดโรงแรมสาขาใหม่ปลายเดือนนี้ ที่สำคัญเป็นคนใส่ซองหนักด้วย ไปให้เห็นหน้าเพื่อจะได้ไม่ลืมเรา นับดาวจึงตามอลิสาไป

การประมูลรูปถ่ายรูปแรกผ่านไปอย่างคึกคัก

นับดาวดูอย่างไม่สนใจนัก แต่ครู่หนึ่งเอมี่ก็เดินเฉิดฉายเข้ามาในงาน พิธีกรสาวผู้มีลูกเล่นลูกล่อลูกชนแพรวพราว ก็ทั้งชมทั้งยอ สร้างความฮือฮาในห้องเป็นอย่างมาก เมื่อเอมี่มาเจอกับนับดาวที่ไม่กินเส้นกัน แม้จะทักทายกันแต่ก็จิกกัดกันทุกคำ

เมื่อมีการประมูลภาพม้าสีดำวิ่งอยู่ไกลๆ ที่นับดาวยืนดูอยู่เมื่อครู่นี้ จึงเกิดการแข่งขันกันระหว่างเอมี่กับนับดาวอย่างดุเดือดเลือดพล่าน จนสุดท้ายนับดาวเลือดขึ้นหน้าจนลืมตัว ประมูลไปในราคาหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท

อลิสาแทบจะเป็นลมกับความระห่ำของหลานสาว เมื่อประมูลได้แล้ว นับดาวจึงรู้สึกตัว ถามตัวเองหน้าซีดๆว่า

“นี่ฉันทำอะไรลงไปเนี่ย?!”

กลับถึงบ้านแล้ว อลิสายังบ่นว่านาฬิกาสองเรือนยังไม่พอจ่ายค่ารูปนี้เลย นับดาวขอให้น้ามองในแง่ดีก็แล้วกันว่าเป็นเงินที่เขาเอาไปช่วยคนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก

“จ้ะ…แต่น้าจะบอกให้ว่า เราสองคนนี่แหละ กำลังจะเป็นคนตกทุกข์ได้ยากรายต่อไป พรุ่งนี้ต้องเอาเงินแสนไปจ่ายเขา จะเอาเงินที่ไหนไปให้เขา ถ้าไม่มีเงินจ่าย ได้งามหน้าแน่ว่า นับดาวเซเลบสาวสวย แท้ก็ถังแตก”
นับดาวปลอบใจน้าสาวว่ายังไงเราก็ยังมีข้าวของของคุณตาที่พอจะเอามาแก้ปัญหาได้ อลิสาบ่นว่าตนเป็นลูกสาวภาษาอะไร ฝากฝังอะไรไม่ได้สักอย่าง

“ไม่หรอก น้าอะซ่าดูแลหลานสาวคนเดียวของคุณตาได้เยี่ยมเลยค่ะ” นับดาวให้กำลังใจ อลิสาฟังแล้วก็หัวเราะเยาะตัวเอง นับดาวยังพูดเหมือนเข้าข้างกันเองว่า

“แล้วอีกอย่าง เรื่องเอาของไปจำนำเนี่ย คุณตาก็ดุเราไม่ได้ด้วย เพราะคุณตานั่นแหละประกาศตัวเป็นเศรษฐีใหญ่ตระกูลผู้ดีเก่า แต่ดันเล่นหุ้นจนหมดตัว แถมเป็นหนี้เขาอีก ที่เราสองคนจมไม่ลงลอยไม่ขึ้นอย่างทุกวันนี้ ส่วนนึงก็เพราะคุณตาคุณยายด้วยแหละ”

อลิสาติงว่าอย่าไปว่าท่านเลย ท่านเองก็เสียใจจนตรอมใจตายไปแล้ว นับดาวขอน้าอะซ่าของเธอว่าอย่าโกรธตนเลยนะ ยังไงเราก็เอาตัวรอดได้

“น้าเลี้ยงเธอมา ยิ่งกว่านี้ก็เจอมาแล้ว ไปโกรธอะไรกับเรื่องแค่นี้ยะ ยัยหลานตัวแสบ” อลิสาพูดแล้วก็พากันหัวเราะเบาๆ

ooooooo

สองน้าหลานช่วยกันเลือกรูปที่ออกงานต่างๆ ทั้งรูปถ่ายและที่ตัดจากนิตยสาร หนังสือพิมพ์ จัดใส่ อัลบั้ม ทำไปจิบไวน์พลาง นับดาวบอกว่าไวน์อร่อยจัง อลิสาบอกว่านี่คือสมบัติไม่กี่ชิ้นของคุณตาที่รอดจากโรงจำนำมาได้

ขณะช่วยกันเลือกรูป อลิสาชมว่ารูปที่ปราบกำลังฉีดยาให้เจ้าบิลลี่ที่เบียดนับดาวอยู่ว่า รูปนี้น่ารักดีออก บอกว่าถ้าเขาเอารูปที่เธอเจองูเขียวมาลงละก็…ดูไม่จืดเลย

นับดาวคุยอวดว่างูเห่าตนก็เคยเจอมาแล้ว งูอื่นตนไม่ยั่นหรอก แล้วเธอก็เล่าเรื่องในอดีตที่ทำให้กลัวงูเขียวขึ้นสมองให้ฟังว่า ตอนอยู่โรงเรียนประถมอายุประมาณ 9 ขวบ…

วันนั้น ขณะเธอเล่นกับเพื่อนๆอยู่ จู่ๆก็มีเสียงตามสายประกาศว่า “เด็กหญิงนับดาว ป. 3/1 ผู้ปกครองมารับแล้วค่ะ”

นับดาววิ่งไป พอเลี้ยวที่มุมอาคารก็ถูกนายนิ่งโผล่พรวดมากอดและอุ้มลอยขึ้นไป นับดาวตกใจร้องวี้ด ทำให้ใครๆนึกว่ามีการลักพาตัว ครูสาวคนหนึ่งเข้ามาถามนายนิ่งว่าเขาเป็นใคร จะทำอะไรนับดาว

“เดี๋ยวครับ ผมเป็นพ่อเขาเองครับ” นายนิ่งบอก นับดาวหันมองร้องเรียก “คุณพ่อ” เสียงใส นายนิ่งขยี้หัวลูกอย่างเอ็นดู เมื่อครูแน่ใจว่าเป็นพ่อลูกกันจึงไม่สนใจ นายนิ่งเอ่ยลาครูแล้วอุ้มนับดาวออกไป หลบๆเลี่ยงๆไม่ให้นฤทธิ์กับอัญชัญเห็น

ระหว่างนั่งในรถ นับดาวถามนายนิ่งว่าคุณตาคุณยายไม่เห็นบอกเลยว่าจะให้พ่อมารับ คุณตากับคุณยายไม่รู้ใช่ไหม

“อื้ม…ไม่รู้หรอก ถ้าบอกก่อนพวกท่านคงไม่ยอมให้พ่อรับนับดาวออกจากโรงเรียนหรอก” นับดาวถามว่าทำไมหรือ นายนิ่งบอกว่าจะพานับดาวไปที่ไร่ของพ่อ

“นับดาวรู้ค่ะ คุณตาคุณยายชอบบอกว่าคุณพ่อพาคุณแม่มาที่ไร่ คุณแม่เลยตาย”

นายนิ่งเงียบไปอย่างเจ็บปวดอยู่ลึกๆ นับดาวไม่ทันสังเกต หนูน้อยบ่นว่ารถคุณพ่อเหม็นจัง นายนิ่งเลยเปิดกระจกหน้าต่าง นับดาวตื่นเต้นมากที่เห็นสองข้างทางเป็นไร่ดอกไม้แปลงใหญ่สีสวยงาม

“อู้หู…นับดาวไม่เคยเห็นดอกไม้เยอะแยะขนาดนี้มาก่อนเลยค่ะ” นับดาวตื่นเต้นมาก นายนิ่งมองลูกอย่างเอ็นดู

ooooooo

นายนิ่งพานับดาวมาที่ไร่ปรีดา มีเนื้อที่กว้างขวาง ปรีดาออกมารับ นายนิ่งบอกว่านี่ลูกสาวตน บอกนับดาวให้สวัสดีคุณอา นับดาวสวัสดีอย่างน่ารัก

ขณะนั้นเอง เด็กชายปราบวัย 12-13 ขวบ ถือถาดมีแก้วน้ำมาสองใบ วางไว้บนโต๊ะ แล้วหันมาไหว้นายนิ่งเชิญให้ดื่มน้ำ ปรีดาถามว่าจะมาคุยเรื่องนั้นหรือ นายนิ่งบอกว่าใช่จะได้ไม่มีปัญหาภายหลัง ปรีดาจึงให้ปราบพาน้องออกไปเล่นในฟาร์มก่อน พ่อมีเรื่องจะคุยกับคุณลุง

นับดาวไม่อยากไป ปราบคะยั้นคะยอว่า ไปเถอะผู้ใหญ่เขาจะคุยกัน ตนจะพาดูฟาร์มให้ทั่วเลย

“ไม่ต้องมายุ่ง” นับดาวตวาด จนนายนิ่งเรียกปราม หนูน้อยหน้าจ๋อยพูดกับปราบอย่างเสียไม่ได้ว่า “จะพาไปไหนก็ไปสิ” แล้วเดินหน้าง้ำตามปราบออกไป

ปราบถามว่าอยากดูอะไร ในฟาร์มนี้มีหมดเลยทั้งวัวเนื้อวัวนม ไก่เนื้อไก่ไข่ ปลานิลกับปลาดุกก็มี นับดาวลอยหน้าถามว่า “อยากดูหมีแพนด้า มีไหม”

“อยากดูหมีแพนด้าต้องไปสวนสัตว์ ที่นี่ฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะมีหมีแพนด้าได้ไง”

“ก็ไหนตอนแรกบอกมีหมด”

“ทำไมเธอกวนโอ๊ยแบบนี้ เอาใหม่ ตอบดีๆ จะได้พาไปถูก จะดูอะไร”

“ดูมดก็ได้ มีมดไหม”

ปราบมองหน้านับดาวอย่างเริ่มจะเหลืออดแล้ว บอกว่าได้ รอเดี๋ยว แล้วเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ จับอะไรบางอย่างมา บอกว่า “นี่ไง มดตะนอย กัดเจ็บอย่าบอกใครเชียว”

ปราบแกล้งทำเป็นโยนมดใส่ นับดาวหลับตาร้องวี้ดๆเต้นเร่าๆจนปราบขำบอกว่ามดอยู่นี่ เลิกเต้นเป็นคนบ้าได้แล้ว พลางแบให้ดูมดในมือแล้วปล่อยมดลงดินไป ปราบมองนับดาวหัวเราะขำๆ

นับดาวมองปราบอย่างเอาเรื่อง หาทางแก้เผ็ด ถามว่า “เมื่อกี้บอกว่ามีไก่ไข่ด้วยใช่ไหม…อยากดูไก่ตอนออกไข่น่ะ”

ooooooo

ปราบพานับดาวไปที่ฟาร์มไก่ไข่ แนะพันธุ์ไก่พลางหยิบไข่ที่ไก่เพิ่งไข่ออกมาให้ดู นับดาวรับไปอุทานอย่างตื่นเต้นว่า ยังอุ่นๆอยู่เลย

นับดาวทำเป็นตื่นเต้นมาก หยิบไข่ไก่ใส่มือปราบจนเต็ม แล้วเอามาร์กเกอร์จากกระเป๋าดึงปลอกออกจ้องหน้าปราบเขม็ง เดินเข้าหา ปราบไม่กล้าขยับเพราะไข่เต็มมือ

นับดาวแกล้งวาดหน้าปราบแล้ววิ่งหนี ปราบค่อยๆคุกเข่าวางไข่ลงอย่างระมัดระวังแล้ววิ่งไปส่องกระจกที่ห้องน้ำ พอเห็นหน้าตัวเอง ปราบรีบล้าง แต่ล้างไม่ออก เด็กชายกัดฟันกรอด “ยัยตัวแสบ…”

ooooooo

นับดาววิ่งกลับมาที่บ้าน ชะเง้อมองเข้าไปเห็นพ่อยังนั่งคุยกับอาปรีดาไม่เสร็จ บ่นเบื่อๆว่า

“พ่อยังคุยไม่เสร็จอีก เฮ้อ…แล้วจะพาเรามาทำไมเนี่ย??”

ทันใดนั้น นับดาวรู้สึกมีอะไรเย็นๆยาวๆเลื้อยอยู่ที่คอ พอเห็นเป็นงูเขียวเธอแผดเสียงร้องกรี๊ด ปราบบอกด้วยน้ำเสียงปกติว่า

“นี่เป็นงูเขียวหางระเบิด พิษร้ายแรงที่สุด กัดใครละก็…คนนั้นจะปวดหัวจนหัวระเบิดตาย จุ๊ๆๆไม่เอา อย่าร้องสิ ถ้ามันตกใจละก็…มันกัดเธอแน่”

นับดาวไม่กล้าขยับ ร้องบอกให้ปราบเอางูออกไปเร็วๆ ตนกลัว ปราบมีข้อแม้ว่า ต้องขอโทษตนก่อน นับดาวรีบขอโทษ ปราบก็ยังโอ้เอ้ ค่อยๆหยิบกระป๋องที่เตรียมมา เอาตะเกียบจุ่มลงไปแล้วเอาขึ้นมาเขียนที่หน้านับดาว เธอลืมตาถามว่าอะไรน่ะ เหม็นจังเลย

“กาวยางผสมขี้ไก่…อยู่เฉยๆนะ ถ้าดุกดิกล่ะก็…งูกัดไม่รู้ด้วยนะ”

นับดาวยืนตัวแข็งทื่อ แทบไม่กล้าหายใจ จำต้องปล่อยให้ปราบเขียนที่หน้าตามใจชอบ…

ooooooo

นายนิ่งคุยกับปรีดาเสร็จพอดี นายนิ่งสรุปกับปรีดาว่าเป็นอันว่าเอาตามนั้นก็แล้วกัน แล้วปรีดาก็มองหาบ่นๆว่าไม่รู้เด็กสองคนหายไปไหนกัน

ทันใดนั้น นับดาวร้องไห้ออกมา ฟ้องพ่อว่าถูกปราบแกล้ง พอเงยหน้ามองพ่อ นายนิ่งเห็นที่หน้าผากลูกเขียนว่า ขอโทษค่ะ ที่แก้มซ้ายเขียนว่า พี่ และแก้มขวาเขียนว่า ปราบ

ปรีดาตกใจหันไปเห็นปราบยืนที่ประตู เรียกลูกอย่างโมโหว่า

“ปราบ…มานี่เลย ทำไมต้องแกล้งน้องแบบนี้ด้วย” ปราบอ้างว่าตนโดนแกล้งก่อน นับดาวเถียงฉอดๆ ว่าไม่จริง ปราบแกล้งโยนมดตะนอยใส่ตนก่อน ปราบโต้ว่าไม่ได้โยนแค่ขู่เฉยๆ นับดาวฟ้องอีกว่า ปราบยังหัวเราะเยาะตนด้วย

“ก็เธอกวนโอ๊ยนี่นา” ปราบโต้ ต่างจ้องหน้ากันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

ปรีดากับนายนิ่งสบตาแล้วปรึกษากันเบาๆ อย่างหนักใจ ปรีดาถามว่าหรือเราควรจะเปลี่ยนใจ หาวิธีอื่นดีไหม

“ไม่หรอก แค่เด็กทะเลาะกัน ผมว่าอย่าเอามาเป็นประเด็นเลยครับ กว่าจะถึงวันนั้น พวกเขาก็โตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ไม่มาทะเลาะกันแบบนี้หรอก”

เมื่อนายนิ่งพานับดาวนั่งรถกลับ ปรีดากับปราบมายืนโบกมือส่ง สองพ่อลูกโบกมือตอบ นายนิ่งถามนับดาวว่าชอบที่นี่ไหม

“ก็สวยดีค่ะ แต่เกลียดค่ะ โดยเฉพาะคนที่ชื่อปราบ”

นายนิ่งหัวเราะขำอารมณ์เด็ก บอกลูกว่า “ก็เราไปแกล้งเขาก่อนนี่นา ไอ้ขี้ไก่ผสมยางเนี่ยพ่อก็เคยเล่น เดี๋ยวรอมันแห้งก็ล้างออกง่ายๆ แต่กลิ่นนี่สิ อยู่ติดไปอีกหลายวันเลยล่ะ”

“ยี้…” นับดาวทำเสียงขยะแขยง แต่แล้วก็หัวเราะสะใจ “สมน้ำหน้า ปากกานั่นน่ะลบไม่ออกหรอก อีกหลายวันเลยล่ะกว่าจะหาย ฮิๆๆ” นับดาวสะใจจนลืมขี้ไก่และกลิ่นเหม็นบนหน้าตัวเองไปชั่วขณะ

“บางทีอีกไม่กี่วัน นับดาวอาจจะได้กลับมาเจอเขาอีก หรือไม่ก็…อาจจะไม่ได้เจอกันอีกนานเลย”

นับดาวเล่าที่มาของความกลัวงูเขียวให้น้าอลิสาฟัง พอเล่าจบหันมอง ปรากฏว่าน้าหลับปุ๋ยไปแล้ว…

ooooooo

ปราบมีคลินิกสัตวแพทย์เล็กๆในอำเภอ มีแก้วเด็กสาวผู้เรียบร้อยน่ารักเป็นผู้ช่วย วันนี้ปราบมาบอกว่า จะเข้ากรุงเทพฯ ถามว่าเอาอะไรไหม

แก้วบอกว่าเรื่องอาหารสัตว์ที่เสีย โทร.ไปแจ้งแล้วเขายังยึกยัก ปราบบอกว่าเดี๋ยวจะไปจัดการเอง ฝากดูแลคลินิกด้วย

ที่โรงแรม 5 ดาว ในกรุงเทพฯ นับดาวขับรถสปอร์ตคันหรูเข้ามาจอดที่จุดรับส่ง พนักงานออกมารับรถ เธอเดินเข้าไปในโรงแรมพร้อมกับอลิสา

อลิสาบอกนับดาวว่า เมื่อคืนตนสวดมนต์ภาวนาทั้งคืน ให้ใครเดินมาสะดุดรูปนั้นให้มีตำหนิเสีย เราจะได้ไม่ต้องเสียเงินแสนห้า นับดาวหัวเราะอย่างไม่รู้จะพูดอะไรดี คลำคอตัวเอง ถามอลิสาว่าสร้อยเพชรเมื่อคืนเอาไปคืนเฮียแล้วหรือยัง

“ยังเลย กะว่าเดี๋ยวเสร็จจากนี่ก็จะไปคืนเขา”

“ขอให้ใส่อีกทีสิคะ คอมันโล่งๆ ยังไงไม่รู้” สองน้าหลานพูดกันอย่างเป็นเรื่องธรรมดาที่ทำกันจนชิน

ooooooo

 

—————————————————————

รายชื่อนักแสดง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล รับบท ปราบ
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ชมพู่ อารยา เอ ฮาเก็ต รับบท นับดาว
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ปกป้อง
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร แหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท อลิสา
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ภูริละ ธนพัฒน์ รับบท ชนะชัย
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร อภิษฎา เครือคงคา รับบท เอมี่
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร พิจิตรา กฤศิกุล รับบท ปรายฟ้า
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ชัชฎา

 

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ย้อนหลังทั้งหมด ที่นี่
ละครย้อนหลัง > ละครย้อนหลังช่อง3 > หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

 

เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  >> ละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ เรื่องย่อ

เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 1
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ, อ่านละครออนไลน์
- 2012-05-20 11:58:46 โพสต์โดย : zoomza 1,694 ดูละครย้อนหลัง