เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 11

เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 11

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล  ประกบคู่กับนางเอกสุดฮอต
ชมพู่ อารยา เอ ฮาร์เก็ต ในละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ละครช่อง3

ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ บทโทรทัศน์ โดย คุณสมภพ ผูกพันน้อย
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ กำกับการแสดงโดย คุณสมจริง ศรีสุภาพ
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ผลิตโดย บริษัท กู๊ด ฟิลลิ่ง จำกัด
ละครเรื่อง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ออกอากาศทางไทยทีวีสีช่อง 3 เร็วๆนี้

เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 11

เมื่อความลับถูกเปิดเผยเช่นนี้แล้ว ปรายฟ้ากับน้อยหน่าพากันขึ้นไปคุยกันบนดาดฟ้าโรงพยาบาล ปรายฟ้ารำพันความรักความคิดถึงน้อยหน่าแต่ไม่อาจไปหาได้ เพราะละอายใจที่ทำกับปราบแบบนั้น อีกทั้งกลัวลูกจะเกลียดและต่อว่า

น้อยหน่าพูดอย่างตื่นเต้นดีใจว่า ขอแต่ให้แม่กลับไปอยู่กับตนกับพ่อ เป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ ตนก็มีความสุขแล้ว ปรายฟ้าจึงบอกความจริงว่า ที่แท้แล้วน้อยหน่าไม่มีพ่อ ปราบไม่ใช่พ่อของเธอ

น้อยหน่าช็อก ปฏิเสธว่าไม่จริง วิ่งหนีไปอย่างรับไม่ได้ ปรายฟ้าตามไปกอดไว้บอกว่า

“พ่อปราบเขายังรักลูกเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” น้อยหน่ามองหน้าปรายฟ้าถามว่าพ่อรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ “รู้สิ เขาเห็นหน่ามาตั้งแต่หน่ายังอยู่ในท้องแม่ด้วยซ้ำ”

“แต่เขาก็…แล้ว…ทำไมเขาถึงรักหน่าขนาดนั้น…ทั้งๆที่ผ่านมา…”

“หน่าก็ไปถามเขาสิ”

เมื่อน้อยหน่ากลับมาที่ห้อง ปราบนั่งรออยู่แล้ว น้อยหน่าเดินเข้ามาบอกปราบว่า

“แม่เล่าเรื่องให้ฟังหมดแล้วค่ะ” ปราบทำเสียงรับรู้ในลำคอ น้อยหน่าถามว่า “หน่ายังเรียกพ่อว่าพ่อได้ไหมคะ”

“หน่าคือลูกสาวพ่อ ไม่เรียกพ่อว่าพ่อแล้วจะเรียกว่าอะไร”

น้อยหน่าวิ่งเข้าไปกอดปราบร้องไห้กับอกพ่อพร่ำบอกว่า “หน่ารักพ่อค่ะ พ่อจะเป็นพ่อให้หน่าไปตลอดได้ไหมคะ”

“พ่อจะเป็นพ่อหน่าไปตลอดชีวิตจ้ะ”

ปรายฟ้ายืนมองอยู่ตรงประตู เธอน้ำตาคลอกับภาพที่เห็น…

ooooooo

เมื่อกลับไปไร่ปรีดา ปราบถามปกป้องว่า จะว่าอะไรไหม ถ้าตนจะให้ปรายฟ้ามาอยู่ที่ไร่กับน้อยหน่าสักพัก

ปกป้องถือโอกาสชี้แจงว่า ถ้ากลัวว่าตนจะมองปรายฟ้าด้วยสายตาดูถูกอะไรนั่น ก็รู้ไว้เลยว่าไม่จริง ตนไม่แคร์ว่าอดีตของเธอจะเป็นอย่างไร คิดว่าปรายฟ้าร้อนตัวไปเองมากกว่า พูดอย่างยิ้มแย้มยินดีว่า

“ถ้าเขามาอยู่ที่นี่จริงก็ดีสิ น้อยหน่าเขาจะได้อยู่กับแม่เขาเสียที”

ปราบบอกว่าเธอคงมาอยู่ชั่วคราวเท่านั้น เพราะต้องกลับไปทำงาน ปกป้องทำเสียงแปลกใจว่าทำไมไม่กลับมาอยู่เป็นครอบครัวพ่อแม่ลูกเลยล่ะ

“ไม่ครับ…ตอนนี้ผมแน่ใจแล้วว่า ความรักที่ผมมีให้เขามันตายไปแล้ว เขาเหมือนเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานาน ผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน รู้จักกันและกัน…แต่ไม่ใช่คนที่ผมจะใช้ชีวิตด้วย”

ปกป้องถามอย่างเป็นห่วงความรู้สึกของน้อยหน่าว่า น้อยหน่ารู้แล้วหรือยัง ปราบบอกว่าเล่าให้ฟังหมดแล้ว ปกป้องจึงพูดอย่างโล่งใจว่า

“ก็ดี…แกจะได้หันไปจีบคุณนับดาวให้จริงจังเสียที” ปราบถามทันทีว่าใครบอกว่าตนจะจีบนับดาว ถูกปกป้องมองตาขวางถามว่า “เห็นฉันเป็นควายรึไงวะ แค่นี้ดูไม่ออกเนี่ย”

จำนนด้วยสายตาของคนอาบน้ำร้อนมาก่อนอย่างปกป้อง ปราบก็ยอมรับ ปรารภว่าตนยังกังวลอยู่อย่างหนึ่งแต่ไม่กล้าบอกใครและไม่รู้จะทำยังไงดี ปกป้องดักคอว่า จะบอกว่าจีบผู้หญิงไม่เป็นใช่ไหม

ปราบยอมรับเหนียมๆว่า จะบอกว่าไม่เป็นก็ไม่เชิงแต่ตอนนี้ลืมๆไปแล้ว

“อันนี้ช่วยไม่ได้นะ ตัวใครตัวมัน แต่ขออวยพรให้โชคดีนะ” ปกป้องตบบ่าปราบขำๆ

วันนี้น้อยหน่าได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว ปรายฟ้า นับดาว และปราบไปรับที่โรงพยาบาล ปรายฟ้าอยากเปิดโอกาสให้นับดาวได้อยู่กับปราบตามลำพัง จึงทำทีขอคุยอะไรกับน้อยหน่า แล้วพากันออกจากห้องไปก่อน

แต่พอออกมาแล้ว ปรายฟ้ากลับบอกน้อยหน่าว่าไม่มีอะไร ตนแค่อยากให้ปราบกับนับดาวได้อยู่กันตามลำพังเท่านั้น น้อยหน่าถามว่าแม่ไม่หึงพ่อหรือ

“แม่บอกหน่าแล้วนี่นา ว่าแม่กับปราบไม่มีความรู้สึกอะไรแบบนั้น แม่รู้ว่าลูกคิดอะไร แต่ความฝันบางอย่างมันก็เป็นจริงไม่ได้”

น้อยหน่าตอบสบายๆว่า ถ้ามองในแง่ดีก็ดีเหมือนกัน ปรายฟ้าถามว่าดีอย่างไร

“ถ้าไม่ใช่แม่ หน่าก็อยากให้พ่อเป็นแฟนกับพี่ดาวเหมือนกัน” ปรายฟ้าฟังแล้วบอกว่างั้นเรามาดูฝีมือจีบผู้หญิงของปราบก็แล้วกัน น้อยหน่าพูดขำๆว่า “งั้นสงสัยแห้วแหงๆ”

ooooooo

ที่ร้านกาแฟในโถงโรงพยาบาล ปราบนั่งจิบกาแฟกับนับดาว ต่างมีท่าทีไม่สนิทใจนัก ปราบนั่งเหมือนไม่มีอะไรจะคุย บรรยากาศฝืดๆด้านๆทุกเรื่องที่ปราบชวนคุย นับดาวตอบไปตามความจริงบ้าง แกล้งกวนประสาทบ้าง ป่วนบ้าง

เมื่อปราบถามว่าว่างๆชอบไปเที่ยวไหน เธอบอกว่าไปทำงานก็เหมือนไปเที่ยวอยู่แล้ว ถามว่าดูหนังฟังเพลง อะไรบ้าง เธอก็บอกว่าส่วนใหญ่ซื้อแผ่นมาดูมาฟังที่บ้านเพราะสบายใจดี พอถามว่าชอบดอกไม้อะไร เธอตอบแบบทำให้ปราบคุยต่อไม่ออกว่า “ชอบเกือบทุกชนิดแหละค่ะ”

ปราบเริ่มรู้สึกอึดอัด ถามตัวเองในใจว่าทำไมมันยากอย่างนี้ หรือว่าเขาไม่ชอบเรา? ส่วนนับดาวก็รู้สึกวันนี้เขาพูดจาแปลกๆหรือว่าจะจีบเรา?

ปราบพยายามหาเรื่องคุยอีกแต่แล้วก็ตัน หมดมุก จนรู้สึกอึดอัด ทำหน้าไม่ถูก สุดท้ายบ่นในใจว่าสองคนนั้นเมื่อไหร่จะมาสักที ส่วนนับดาวก็คนกาแฟในแก้วเล่น แอบทำหน้าหงุดหงิดที่นั่งเงียบกันอยู่นาน

“น้อยหน่ากับปรายฟ้าลงมาแล้วครับ” ปราบร้องอย่างดีใจ นึกโล่งอกบอกตัวเองว่ารอดตัวแล้ว เดี๋ยวต้องกลับไปตั้งหลักใหม่ให้ดีๆอีกที

เมื่อปรายฟ้ากับน้อยหน่ามาถึง นับดาวจึงขอตัว อวยพรปราบกับปรายฟ้าและน้อยหน่าให้มีความสุขมากๆ แล้วเดินจากไป

ooooooo

เพราะถูกอลิสากระตุกแรงๆเรื่องนับดาวกับปราบ คืนนี้ชนะชัยจึงนัดนับดาวทานข้าวกันและขอแต่งงาน นับดาวยังเหม่อๆเรื่องปราบกับปรายฟ้าอยู่ ตอบ “ค่ะ…” ไปโดยไม่ตั้งใจ แต่พอรู้สึกตัวก็ต้องปล่อยเลยตามเลย ชนะชัยดีใจมาก

พอกลับถึงบ้าน อลิสาที่เพิ่งได้รับโทรศัพท์จากวัลลภที่จะขอซื้อที่ดินผืนนั้น ยังหน้าเครียดอยู่ บอกนับดาวว่า วัลลภเพิ่งโทร.มาเร่งเรื่องที่ดิน บอกว่าภายในสามวันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบก็จะไปซื้อที่อื่นแล้ว นับดาวบอกอลิสาว่าวันนี้ตนก็มีเรื่องใหญ่เหมือนกันคือ ชนะชัยขอแต่งงาน

อลิสาแสดงความยินดีกับนับดาวลุ้นว่า

“ยินดีด้วยจ้ะ…ถึงเราจะอยากแต่งเพราะฐานะการเงินของเขาก็ตาม แต่คุณจ๊อบก็เป็นผู้ชายที่ดี แล้วเขาก็รักดาวจริงๆ น้าดีใจด้วยนะ”

พูดแล้วเห็นนับดาวเฉยๆ ถามว่าไม่ดีใจหรือ เธอฝืนยิ้มบอกว่า “ดีใจสิคะ”

วันต่อมา ชนะชัยนัดนับดาวพาไปที่เวดดิ้งสตูดิโอ แล้วจะไปคุยเรื่องโรงแรมที่จะจัดงานด้วย แต่เธอยังไม่ทันออกจากบ้านก็ได้รับโทรศัพท์จากน้อยหน่าบอกว่าเฉาก๊วยอาการทรุดหนัก เธอบอกอลิสาทันทีว่าอยากไปเยี่ยมมัน อลิสาถามว่าแล้วที่นัดชนะชัยไว้ล่ะ เธอตอบโดยไม่ต้องคิดว่า

“เลื่อนไปก่อนก็ได้ค่ะ…ดาวจะไปหาคุณปราบ” อลิสาฟังแล้วมองขวับ เธอรู้สึกตัวรีบพูดต่อว่า “คือ จะดูว่าเขารักษาเจ้าเฉาก๊วยยังไงบ้าง”

อลิสาไม่วางใจเลยไปด้วย พอไปถึงนับดาวขับรถเอทีวีไปที่คอกเฉาก๊วยทันที แล้วเธอก็เฉาๆ ไป เมื่อเห็นปราบกำลังแนะนำปรายฟ้าให้รู้จักเจ้าเฉาก๊วยอยู่อย่างใกล้ชิดสนิทสนม

เมื่อไปนั่งคุยกันถึงอาการของเฉาก๊วยที่มุมโปรดประจำของนับดาว ปราบบอกว่าตอนนี้ได้สั่งซื้อยาจากต่างประเทศแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะมาทันอาการป่วยของเฉาก๊วยหรือเปล่า นับดาวถามอย่างเป็นห่วงว่า “มีอะไรที่ฉันช่วยได้บ้างไหม”

“คุณมานี่ก็ช่วยได้มากแล้ว ม้าเหมือนคนอยู่อย่างหนึ่ง เวลาได้อยู่ใกล้ๆคนที่มันชอบมันก็มีความสุข เฉาก๊วยมันชอบคุณนะรู้ตัวไหม”

อลิสาติดตามความสัมพันธ์ของทั้งสองอย่างใกล้ชิด ไปยืนใกล้ๆ คอยแอบมองไปบ่อยๆ

ooooooo

เพื่อเอาใจเฉาก๊วย นับดาวพามันไปเดินเล่น ปราบกับปรายฟ้ายืนดูอยู่ ปรายฟ้าบอกปราบว่าน้อยหน่า เชียร์เขากับนับดาว ถามทีเล่นทีจริงว่าจีบผู้หญิงไม่เป็นใช่ไหม อยากได้คำแนะนำอะไรรึเปล่า ปราบพูดอย่างไว้เชิงว่า

“ขอโทษ…ผมจีบของผมเองได้ ครั้งที่แล้วมันผิด พลาดทางเทคนิค วันนี้เอาจริงแล้ว ผมเตรียมแผนไว้หมดแล้ว คอยดูก็แล้วกัน”

พอดีอลิสาเดินมาสมทบพูดเปรยๆว่า ไม่เคยรู้ว่านับดาวจะชอบม้าขนาดนี้ ปราบเลยชวนว่าอย่างนี้ก็น่าจะมากันบ่อยๆ

อลิสาได้จังหวะ บอกว่าคงไม่ได้ เพราะนับดาวจะแต่งงานกับชนะชัยแล้ว เขาเพิ่งคุยกันเมื่อคืนนี้เอง ปราบฟังแล้วอึ้งไป แต่ก็ปรับสีหน้าได้เร็ว ทำทีแสดงความยินดีบอกว่าสองคนนี้เหมาะสมกันดี อลิสาผสมโรงว่า “น้าก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ”

ปราบยิ้มฝืดๆ ปรายฟ้ามองหน้าเขาอย่างอ่านใจ…

เมื่อปราบมาส่งนับดาวกับอลิสาที่รถ เขาบอกเธอว่าแต่งงานเมื่อไรอย่าลืมส่งการ์ดมาให้ด้วย เธอบอกเขาว่ายังไม่ใช่เร็วๆนี้หรอก แล้ววกเข้าเรื่องขายที่ว่า

“ยังไงฉันก็จะอยู่ที่นี่ให้ครบตามสัญญาที่เราตกลงกัน แล้วคุณก็จะได้ขายที่ให้ฉัน” ปราบแหย่ว่ารอนานระวังเจ้าบ่าวจะเปลี่ยนใจ

“ถ้าคุณปราบกลัวอย่างนั้น คุณปราบก็เซ็นขายที่เลยสิคะ ถือว่าเป็นของขวัญล่วงหน้าให้ยัยดาว เป็นการแสดงถึงความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันของคุณทั้งสอง” อลิสารีบยุ

ปราบตอบทันทีว่าไม่ได้ นับดาวบ่นว่าคนใจจืด ปราบพูดเป็นนัยว่า “ใจผมอาจจะขมๆอยู่ครับ” พูดแล้วเดินเข้าบ้านไป นับดาวมองตามอย่างเอะใจกับคำพูดของเขา แล้วสองน้าหลานก็ขึ้นรถขับออกไป

ห่างออกไปเล็กน้อย วรพัฒน์นักสืบที่เอมี่จ้างมาสืบนับดาวกับปราบจนถูกจับให้เฉาก๊วยเตะเป้าและจับถ่ายรูปโป๊ เขารับงานจากเอมี่ กลับมาสืบอีกครั้ง ซุ่มดูการเคลื่อนไหวอยู่อย่างใจจดจ่อ

แล้วคืนนี้วรพัฒน์ก็ทำทีไปเที่ยวคาราโอเกะที่เจิด ชอบไปเป็นประจำ เข้าไปทักเจิดและขอเป็นเจ้ามือเลี้ยงคืนนี้ ระหว่างนั้นก็คอยแหย่ให้เจิดเล่าเรื่องนับดาวกับปราบ เจิดคุยฟุ้งอย่างอวดรู้ว่า

“ป้ายวงคุณแม่บ้านเขาบอกผมว่า…เจ้านายผมกับคุณดาวน่ะเป็นเจ้าของที่ร่วมกัน ทีนี้คุณดาวเขาอยากขายที่เอาเงิน แต่เจ้านายผมไม่ยอม ก็เลยทำข้อตกลงกันว่า…”

เจิดเล่าน้ำลายแตกฟอง ส่วนวรพัฒน์ทำเป็นฟังไปเรื่อยๆ สบายๆ แต่เก็บข้อมูลละเอียดยิบ พอเจิดออกไปร้องเพลง วรพัฒน์ก็รีบโทร.แจ้งเอมี่ทันที

ooooooo

เมื่อกลับถึงบ้านที่กรุงเทพฯ นับดาวได้รับโทรศัพท์จากชนะชัยนัดคุยเรื่องแต่งงาน อลิสาเดาว่าต้องคุยเรื่องหุ้นแน่เลย ส่วนนับดาวก็ระแวงว่าชนะชัยอาจรู้เรื่องบ้านที่ตนเอาไปเข้าธนาคารไว้ก็ได้

อลิสาร้อนใจขึ้นมา บ่นว่าไปที่ไร่ปรีดานึกว่าจะไป กดดันปราบเรื่องขายที่ แต่นี่แค่ไปดูม้าอย่างเดียว นับดาวหงุดหงิดบ่นน้าสาวว่ามีอะไรก็บอกมาตรงๆเลยดีกว่าตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว

“ก็ได้…น้าจะพูด…น้ารู้นะว่าเธอชอบคุณปราบ เธอก็เลยไม่มีสติสตังมาคิดเรื่องขายที่ ตอนแรกน้าเห็นเธอสนิทกับเขา น้านึกว่าเธอแกล้งหลอกให้เขาชอบเธอแล้วหลอกให้เขาขายที่ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ เธอดันไปชอบเขาจริงๆ!”

“ไม่จริง…”

“ไม่ต้องมาไม่จงไม่จริงเลย สายตาเธอมันฟ้อง เรื่องของหัวใจมันบังคับกันไม่ได้ น้าเข้าใจ น้าไม่ว่า ที่ต้องพูดเนี่ย เพราะมันทำให้เธอเป๋ ทำให้แผนของเราล้มเหลว แล้วก็จะทำให้เราล่มจมหมดตัว…คุณตาคุณยายรักเธอมากแค่ไหน บ้านหลังนี้คือมรดกที่ท่านทิ้งไว้ให้น้ากับเธอ แต่เรากำลังจะเสียมันไป ไม่ใช่แค่บ้านเท่านั้น มันรวมถึงศักดิ์ศรีของวงศ์ตระกูลเราด้วย เรากำลังเสียมันไปหมด

ทุกอย่าง…เรามีหน้าที่ต้องปกป้องมันเอาไว้ เข้าใจไหมดาว…”

อลิสาระบายความอัดอั้นออกมายาวเหยียดอย่างรุนแรง จนนับดาวอึ้ง มองไปที่รูปของคุณตากับคุณยายที่ผนังห้อง ตอบอย่างรู้สึกผิดว่า “ดาวเข้าใจค่ะ”

นับดาวกลับมาเป็นนับดาวคนเดิม หันมาแบกรับความรับผิดชอบที่เคยลืมไปช่วงหนึ่งขึ้นมาอีกครั้ง…

ooooooo

เมื่อนับดาวไปทานข้าวที่บ้านชนะชัยเย็นนี้ เธอถูกชัชฎาหว่านล้อม ตะล่อมและรุกหนักด้วยลีลาด่าคนอื่นกระทบเปรียบเปรยเธอ จนนับดาวทนไม่ได้ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ระหว่างนั้น ชนะชัยติงแม่ว่า

“คุณแม่ทำอย่างนี้เกินไปแล้วนะครับ”

“ฉันทำเพื่อแกนะ ไม่อยากเห็นแกโดนหลอก มีแต่คนโง่ที่ไว้ใจคนอื่น จำไว้ซะ”

ระหว่างนับดาวไปเข้าห้องน้ำ เดินผ่านห้องครัวเห็นพวกคนใช้กำลังดูทีวีอยู่ เธอมองเข้าไปเห็นเป็นรายการที่เอมี่กำลังให้สัมภาษณ์อย่างดุเด็ดเผ็ดมัน ล้วนเกี่ยวกับตัวเธอ ซ้ำท้าไปตอนท้ายว่า ให้มาทำบุญทำกุศลแข่งกัน

พอนับดาวหันกลับ ก็เจอชัชฎากับชนะชัยมายืนดูยืนฟังอยู่ข้างหลัง ชัชฎาถามว่า “เขาพูดถึงเธออยู่เหรอ”

“คงใช่มั้งคะ พูดไปเรื่อย ไปเถอะค่ะ อย่าสนใจเลย” พูดพลางจะเดินไป แต่ถูกชัชฎายืนขวางทางไว้เลยจำเป็นต้องยืนฟังต่อ เอมี่ยังคงให้สัมภาษณ์อย่างเมามัน เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าถ้านับดาวไม่มางานนี้ล่ะ เอมี่ตอบอย่างสะใจว่า

“ถ้าไม่มาเหรอคะ ก็แปลว่าข่าวลืออาจเป็นจริง… อ้าว…ก็ข่าวลือที่ว่าชีกำลังถังแตก ต้องเอาบ้านไปจำนองธนาคาร ต้องไปแบกถังข้าวหมูเพื่อให้เขาขายที่มรดกเอาเงินมาซื้อข้าวกิน เอมี่ไม่อยากเชื่อหรอกค่ะ แต่เขาลือกันจริงๆนะคะ”

“อันนี้ก็ไม่จริงใช่ไหม” ชัชฎาถามดักคอ เมื่อนับดาว บอกว่าเอมี่ชงเองตอบเองทั้งนั้น “นั่นสินะ เรื่องแบบนี้ตรวจสอบไม่ยากหรอกใช่ไหม” ชัชฎาถามเยาะๆ นับดาวยิ้มแต่มือสั่นทั้งโกรธทั้งกลัว…

ทั้งนับดาวและอลิสาต่างแค้นเอมี่มาก อลิสาบอกว่าพี่ฟู่โทร.มาถามว่าเธอจะไปงานรวมใจช่วยน้องหมาที่เอมี่พูดถึงไหม นับดาวตอบทันทีว่า ท้ากันเสียขนาดนั้นจะพลาดได้ไง อลิสาถามอย่างกังวลว่าแล้วเธอจะทำอย่างไร

“งานนี้ดาวต้องเอาคืนให้ได้…เอาคืนแบบเนี้ยบๆ” นับดาวจิกตา ยิ้มเลือดเย็น

ooooooo

เพียงวันรุ่งขึ้น นับดาวก็ไปที่ไร่ปรีดา ปราบแปลกใจมากถามว่ามาทำอะไรแต่เช้า นับดาวบอกว่าตนกำลังจะแต่งงาน แต่มีบางอย่างอยากจะบอกให้เขารู้ แล้วเธอก็ทำเสียงหวานตาซึ้งบอกเขาว่า

“ฉันรักคุณ…”

ปราบเผลอใจบอกว่า “ผมก็รักคุณครับ” ทำเอานับดาวอึ้งก่อนบอกเขาอีกว่าแต่ตนกำลังจะแต่งงาน ปราบพูดอย่างสุภาพบุรุษที่แสนดีว่า ตนไม่คิดขัดขวาง เพียงแต่รู้ว่าเธอรัก แค่นั้นตนก็มีความสุขแล้ว

ระหว่างนั้น นับดาวคอยชำเลืองไปทางพุ่มไม้ใกล้ๆ นั้น เพราะอลิสาแอบบอกบทและกำกับการแสดงอยู่

นับดาวอ่อยจนปราบเคลิ้ม ต่างกอดกันจูบกันอย่างมีความสุข นับดาวเคลิ้มไปชั่วขณะ พอนึกได้ก็แอบลืมตามองไปทางอลิสาว่าจะกำกับการแสดงอย่างไรต่อไป

แล้วนับดาวก็ทำทีสำออยว่าตนมาบอกเขาแค่นี้แล้วจะกลับไปและคงไม่ได้มาที่นี่อีก ปราบถามว่าแล้วเรื่องขายที่ล่ะ นับดาวทำเป็นไม่สนใจ ไม่อยากให้ความรักที่สวยงามของเรามีเรื่องอื่นมาบั่นทอน ทำเอาปราบซึ้งบอกว่าตนจะเซ็นขายที่ให้

อลิสาดีใจมากจนเผลอร้องเยส! ออกมา พอรู้ตัวก็ค่อยๆย่องออกจากพุ่มไม้ ปราบได้ยินเสียง มองไปเห็นบั้นท้ายอลิสาพอดี เลยรู้สึกตัวถามนับดาวว่าที่พูดเมื่อครู่นี้เป็นการเล่นละครใช่ไหม นับดาวจำนนต่อหลักฐานยอมรับว่าใช่

“คุณเก่งมากคุณนับดาว คุณเก่งจริงๆ น่าเสียดายที่มันไม่สำเร็จ เรื่องขายที่น่ะลืมไปได้เลย ให้ตายผมก็ไม่ขาย!”

นับดาวถึงกับน้ำตาไหลพราก ส่วนอลิสาตบหน้าด่าตัวเองอย่างเจ็บใจ “ยัยงั่งเอ๊ย!”

ooooooo

สองน้าหลานหน้าตาห่อเหี่ยวออกจากไร่ไปนั่งที่ร้านกาแฟหาทางแก้ไขสถานการณ์ นับดาวตัดสินใจไปที่ไร่อีกครั้ง บอกให้อลิสากลับกรุงเทพฯไปก่อน ไปเจรจากับวัลลภขอเวลาอีกสักนิด ตนจะเอาลายเซ็นขายที่ของปราบไปให้ได้

นับดาวกลับไปซ่อนตัวอยู่หลังประตูในห้องนอนปราบ พอเขาเข้าห้องเธอก็ปิดประตูล็อกทันที ปราบถามว่าเธอต้องการอะไร เธอบอกว่าต้องการลายเซ็นของเขา ปราบยืนกรานไม่มีวันเซ็นให้ นับดาวอ่อยสุดตัวว่า…

“แลกกับตัวฉัน”

แทนที่ปราบจะสนใจ เขากลับด่าอย่างสาดเสียเทเสียว่าทำแบบนี้เรียกว่าผู้หญิงขายตัว ทำให้ตนยิ่งรู้สึกขยะแขยง เมื่ออ่อยไม่สำเร็จ นับดาวอ้อนวอน “ปราบ…ขายที่เถอะนะ…ฉันขอร้อง”

“ไม่” ปราบตอบสั้นๆ ห้วนๆ แล้วเดินออกจากห้องไป ทิ้งนับดาวเครียดจัดอยู่ในนั้น ครู่หนึ่ง เธอก็ออกมาขับรถกลับไป ปราบแอบมองอยู่ พึมพำ…“ลาก่อน…นับดาวว้าวแซบ…”

ขับรถออกมาถึงหน้าไร่ปรีดา นับดาวได้รับโทรศัพท์จากอลิสาบอกว่าเจรจากับวัลลภแล้ว เขาให้โอกาสถึงวันนี้เท่านั้น นับดาวเสนอให้หาคนอื่น อลิสาบอกว่ากว่าจะหาได้และตกลงกันได้ไม่รู้อีกนานเท่าไร ถามว่าแล้วปราบว่ายังไง?

“กำลังเจรจาอยู่ค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะ” นับดาวปดเพื่อให้น้าสบายใจ แล้วตัวเองก็ลงจากรถออกมายืนร้องไห้อย่างหาทางออกไม่ได้

ระหว่างนั้นเอง มีรถบริษัทส่งของคันหนึ่งเข้ามาจอดถามว่ารู้จักไร่ปรีดาไหม นับดาวบอกว่าที่นี่แหละ ถามว่ามีอะไรหรือ คนขับรถบอกว่าเอายามาส่ง นับดาวผสมโรงบอกว่าคงเป็นยาของเฉาก๊วย คนขับรถเลยขอให้เธอช่วยรับยาไว้ด้วย

แผนใหม่ผุดพรายขึ้นทันที นับดาวดูยาแล้วพึมพำ “ขอโทษนะเฉาก๊วย…”

เป็นวันสุดท้ายที่เฉาก๊วยจะไม่รอดถ้ายามาไม่ทัน ขณะที่ปราบกับทุกคนกำลังรอยาอย่างร้อนใจอยู่นั่นเอง นับดาวก็โทร.เข้ามือถือของเขา บอกว่ายาของเฉาก๊วยอยู่ที่ตนแล้ว ปราบดีใจมากบอกว่าจะไปเอาเดี๋ยวนี้

นับดาวดำเนินแผนการของตนอย่างเลือดเย็น เธอไปรอเขาอยู่ริมสะพาน เอายาของเฉาก๊วยเป็นเงื่อนไขต่อรองแลกกับลายเซ็นขายที่ของเขา เธอเอาเอกสารยื่นให้เขาสองฉบับ ปราบยังคงยืนกรานไม่ยอมเซ็นเด็ดขาด

ยาขวดแรกถูกเอาออกมาชูให้ดู เธอบอกปราบว่าตนทดลองผสมยาแล้ว ถ้ายานี้ไม่ได้ใช้ภายในหนึ่งชั่วโมงก็จะเสียใช้ไม่ได้ ตอนนี้เหลือเวลาอีกสี่สิบนาที ถ้าเขายอมเซ็นชื่อให้ แล้วรีบเอายากลับไปให้เฉาก๊วยก็ยังทัน

เธอยื่นขวดยาไปนอกราวสะพาน ทำท่าจะหย่อนลงน้ำถ้าเขาไม่ยอมเซ็นชื่อให้ เมื่อปราบไม่ยอมเซ็นเธอปล่อยขวดลงน้ำอย่างเลือดเย็น ปราบหัวใจแทบสลายกับการกระทำของเธอ จากนั้นบอกเขาว่ายังเหลืออยู่อีก 4 ขวด เธอหยิบออกมาขู่แล้วทิ้งไปทีละขวดจนถึงขวดที่ 3 เธอพูดอย่างเลือดเย็นว่า

“นี่แหละ ตัวจริงของนับดาวว้าวแซบ”

ทิ้งขวดยาลงน้ำแล้ว นับดาวเดินผ่านปราบไป ทิ้งสัญญาวางไว้ที่ราวสะพาน ปราบหัวใจแทบสลายชะโงกมองลงไปเห็นขวดยาค่อยๆจมหายไปต่อหน้าต่อตา…

“นับดาว…” ปราบครางออกมา หลับตาลงอย่างเจ็บปวด

ปราบกลับไปที่คอกเฉาก๊วยอย่างสิ้นหวัง เข้าไปขอโทษเฉาก๊วย ที่นั่นปกป้อง เจิด และแก้วยืนดูเฉาก๊วยอยู่ ถามว่าขอโทษเฉาก๊วยเรื่องอะไร ปราบบอกว่าเพราะตนเอายามาให้เฉาก๊วยไม่ได้

ปกป้องถามเจิดว่าแล้วยาที่ไปเอามาเป็นอะไร เจิดบอกว่า นับดาวเรียกตนไปหา ให้เอายามาให้แก้ว

“แก้วก็ฉีดให้เฉาก๊วยไปแล้วค่ะ” แก้วบอก ปราบคว้ากล่องยาไปดูอุทานอย่างแปลกใจว่าใช่จริงๆด้วย ถามว่ามีอยู่แค่ขวดเดียวหรือ “มี 5 ขวดค่ะ แก้วเอาไปเก็บที่ตู้แช่ยาแล้ว”

ปราบยิ้มออกมา พึมพำ “ยัยตัวแสบเอ๊ยยยยยย!!!”

ooooooo

เมื่อใช้ทั้งเล่ห์กลมารยาสารพัดแล้วก็ไม่สามารถเอาลายเซ็นขายที่ของปราบไปได้ นับดาวถอดใจ ระหว่างทางเธอจอดรถโทร.บอกพี่ฟู่ว่า ขอถอนตัวไม่ไปงานรวมใจช่วยน้องหมาแล้ว
เธอย้อนกลับไปที่คอกเฉาก๊วยอีกที คลุมเสื้อฝนเข้าไปดูเฉาก๊วย เห็นมันดีขึ้นมากก็บอกมันราวกับพูดกันรู้เรื่องว่า

“ขอโทษนะเฉาก๊วย แกไม่เป็นไรใช่ไหม ฉันว่าแกดูดีขึ้นนะเนี่ย ฉันคงมาเยี่ยมแกไม่ได้อีกแล้วล่ะ ครั้งนี้คงเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว แต่ไม่ต้องบอกเจ้านายแกรู้หรอกนะ”

ทันใดนั้น มีเสียงคนเดินมาที่คอกม้า นับดาวรีบหลบไปแอบอยู่ริมคอก เห็นปราบกางร่มพาปรายฟ้ามาดูเฉาก๊วย พอเห็นปราบมันก็ร้องฮี้…ปราบหยอกมันว่า “พอดีขึ้นมาหน่อยก็ขี้โม้เลยนะ” เฉาก๊วยร้องอีก ปราบถามว่า “ไง…มีอะไรจะบอกรึไง” เขาพูดกับเฉาก๊วยจนปรายฟ้ากระเซ้าว่า คุยกันรู้เรื่องด้วยหรือ

“ผมยังไม่เท่าไหร่ ถ้าเป็นนับดาว เม้าท์กับเจ้านี่อย่างกับเป็นเพื่อนคนหนึ่งเลยล่ะ” ปรายฟ้าบอกว่านับดาวคงดีใจถ้ารู้ว่าอาการของเฉาก๊วยดีขึ้น ถามปราบว่าจะบอกเธอไหม “ไม่ล่ะครับ ถ้าเขารักมันจริงก็ให้เขากลับมาดูเองแล้วกัน”

ปรายฟ้าติงว่าเขาพูดแปลก ฟังแล้วงง ปราบพูดเหมือนประชดนับดาวว่า

“เขาอาจจะไม่รักมันจริงก็ได้ อาจจะเป็นเรื่องปลอมๆ อีกเรื่องที่เขาสร้างมันขึ้นมา” ปรายฟ้าถามหยั่งว่ารักจริงหรือรักปลอม เขาจะดูไม่ออกเชียวหรือ “ถ้าถามผม ผมว่ามันเป็นความรักปลอมๆ”

นับดาวแอบอยู่ริมคอกม้า มองปราบกับปรายฟ้ายืนคู่กันแล้วก็เศร้า…จากนั้นค่อยๆมุดออกทางด้านหลัง เดินตากฝนลุยโคลนจนล้มลุกคลุกคลาน เธอทั้งหัวเราะและร้องไห้กับสภาพของตัวเองในเวลานี้…

ooooooo

กลับถึงบ้านคืนนี้ในสภาพเปียกปอนเนื้อตัวมอมแมม อลิสาถามว่าตากฝนมาหรือ แล้วปิดเครื่องทำไม นับดาวบอกว่าไม่อยากรับสายใคร พลางเดินเพลียๆจะขึ้นห้อง

อลิสามาจับตัวหลานสาวแล้วตกใจเพราะตัวร้อนมาก บอกให้รีบไปอาบน้ำกินยาแล้วนอน นึกได้ถามว่า กินข้าวมาแล้วหรือยัง เมื่อรู้ว่ายังก็รีบไปหาข้าวมาให้ กำชับให้กินข้าว กินยา แล้วนอนเสีย ตนจะออกไปธุระ

นับดาวกินข้าวไม่กี่คำก็วางช้อน หยิบอัลบั้มรูปมาดู แล้วก็วางเบื่อๆ จนสุดท้ายหยิบสมาร์ทโฟนมากด ดูรูปที่ถ่ายในไร่ปรีดา มีทั้งที่ถ่ายตัวเอง ถ่ายเฉาก๊วย ถ่ายไก่ ถ่ายกิจกรรมทุกอย่างที่ทำในเวลานั้น จนถึงรูปเจ้ากะทิ นับดาวมองอึ้ง…

“โธ่…พี่กะทิป่านนี้ไม่รู้ไปเกิดใหม่เป็นตัวอะไรแล้วนะ นายปราบ…คนเลือดเย็น เชอะ ยังมีหน้ามาว่าฉันอีกว่าใจร้ายจะฆ่าเฉาก๊วย ของฉันแค่บลั๊ฟนะยะ คุณน่ะฆ่าวัวตายเป็นฝูงๆ”

กดดูต่อไป เจอรูปที่ไปทำคลอดให้หญิงชาวต่างด้าวที่บ้านเมียลุงเย็น รูปกินบาร์บีคิวกับปราบ และรูปตอนที่ตัวเองแกล้งทำเป็นความจำเสื่อม ยิ่งดูก็ยิ่งคิดถึง หลับตาพึมพำ…

“ปราบ…ฉันอยากไปอยู่กับคุณที่ไร่นั่น…ฉันไม่อยากเป็นนับดาวว้าวแซบต่อไปแล้ว…”

กินยานอนพักจนหายไข้แล้ว นับดาวออกไปเดินที่ถนน เห็นแม่ลูกคู่หนึ่ง ลูกร้องหิว แม่เปิดกระเป๋าเก่าๆ หยิบกล่องนมออกมาให้ลูกกิน ในกระเป๋านั้นยังมีน้ำ มีกล่องข้าว มีร่ม นับดาวมองแล้วฉุกคิด…

“กระเป๋าน่าเกลียดสุดๆเลยเจ๊…แต่ดูแข็งแรงกว่าของฉันอีกนะ ใส่อะไรได้เยอะแยะขนาดนั้น”

เดินไปอีก เห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันอย่างยิ้มแย้มมีความสุขประสาคนรักกัน ก็คิด…

“ดีจัง…กินก๋วยเตี๋ยวชามละสามสิบบาทก็มีความสุขได้เนอะ ฉันกินชามละสามร้อยไม่เห็นมีความสุขแบบพวกเธอเลย” พึมพำแล้วหัวเราะสมเพชกับตัวเอง

พลันก็เห็นเอมี่กำลังจ้ออยู่ในจอทีวี เอมี่กำลังให้สัมภาษณ์กล่าวร้ายป้ายสีนับดาวอย่างเมามัน เห็นแล้วนับดาวยิ่งปลง พึมพำ…

“เอาเถอะ…นับดาวว้าวแซบตายไปแล้ว อยากเต้นรำบนหลุมศพของฉันก็เชิญตามสบาย”

เดินต่อไปจนฟ้ามืด นับดาวแหงนมองท้องฟ้าบ่น “แย่จัง…อยู่ที่นี่ ไม่มีดาวสักดวง…”

ooooooo

นับวันชัชฎาก็ระแวงนับดาวว่าไม่รวยจริง หนี้สินที่บีบรัดเข้ามาทำให้ร้อนใจ โทร.หานับดาวก็ปิดเครื่อง เลยสั่งชนะชัย

“แกโทร.ไปหาคุณแป้งให้แม่หน่อย บอกให้เขาช่วยสืบประวัตินับดาวให้ที โดยเฉพาะเรื่องจำนองบ้านหรือว่ากู้เงินแบงก์อะไรนั่นน่ะ มีบ้างไหม” ชนะชัยติงว่าทำอย่างนั้นเสียมารยาท “ฉันบอกให้แกทำก็ทำเถอะน่า” ชัชฎาเสียงเข้ม

ooooooo

นับดาวกลับถึงบ้าน เจออลิสานั่งยิ้มเต็มหน้าอย่างมีความสุขรออยู่ พอนับดาวเข้ามา อลิสาก็ลุกจับมือนับดาวเต้นไปรอบๆ ร้องเพลงอย่างร่าเริง จนนับดาวงงถามว่า “น้าอะซ่าเป็นอะไรรึเปล่า”

อลิสาบอกว่าเราขายที่ได้แล้ว ขณะนับดาวยังไม่หายงง อลิสาเล่าว่า

“เมื่อวานปราบมาที่นี่ตั้งแต่เช้า ไม่ต้องทำหน้างงเลย เธอเป็นไข้อยู่ ไม่รู้เรื่องหรอก เขาเอาเอกสารที่เธอทิ้งไว้กับเขามาคืน แต่ที่เด็ดกว่าคือมีลายเซ็นเขาติดมาด้วย”

อลิสาเล่าว่า พอได้ลายเซ็นขายที่จากปราบ ตนก็รีบโทร.หาวัลลภ แต่ช้าไปเพราะเขาไปซื้อแปลงอื่นแล้ว ครู่หนึ่งปราบโทร.มา ตนเลยบอกว่าเราขายที่ไม่ได้ ปราบจึงบอกให้รอสักครู่ และเพียงครู่เดียวก็โทร.มาบอกว่าหาคนซื้อที่ให้ได้แล้ว
“ใครคะ แล้วเขาซื้อไหม”

“ซื้อสิ แต่น้าไม่รู้หรอกว่าใคร เขาให้ทนายมาจัดการ ชื่อสนทยาสนทแย อะไรนี่แหละ ไปดูเอกสารเอาเองก็แล้วกัน” นับดาวสงสัยว่าจะเป็นเสี่ยไฝ แต่อลิสาไม่รู้จัก นับดาวถามว่าแล้วเจ้านั้นซื้อไปเท่าไหร่

“300 ล้าน” อลิสาบอกอย่างตื่นเต้น นับดาวตาโต ฟังน้าสาวเล่าต่อไปว่า “แล้วรู้อะไรไหม ปราบเขาไม่เอาค่านายหน้าสักบาท เขาให้เราหมดเลย…300 ล้านนะดาว…”

สองน้าหลานกอดกันกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจจนเหนื่อยต้องนั่งหอบกันที่โซฟา ครู่หนึ่ง นับดาวทำคอแข็งเชิดหน้า ประกาศเหมือนจะบอกให้ทั้งโลกรู้ว่า

“นับดาวว้าวแซบกลับมาแล้วค่ะ”

ooooooo

ในล็อบบี้โรงแรมที่จัดงาน “รวมน้ำใจช่วยน้องหมา” งานนี้มีรูปของอาจารย์ถวิลส่งมาร่วมประมูลด้วย โจโจ้ตื่นเต้นมาก เจ้าหน้าที่จัดงานเล่าอย่างภูมิใจว่า

“มีคนบอกว่ารูปอาจารย์ถวิลน่ะ เหมือนประกาศนียบัตรรับรองความเป็นไฮโซเลยนะคะ บ้านไหนไม่มีรูปท่าน ถือว่าไม่ไฮโซจริง ต่อให้รวยแค่ไหน ก็เป็นได้แค่ไฮซ้อไฮซิ้มเท่านั้นเอง”

“แหม…ขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เอมี่ขำๆ แต่ปรายตาไปทางรูปเขียนอย่างสนใจ โจโจ้ถามว่าจ้องตาวาวขนาดนั้น อยากได้หรือ เอมี่ตอบอย่างมาดมั่นว่า “คืนนี้ รูปนั้นต้องเป็นของฉัน”

โจโจ้ถามงงๆ ว่าสนใจศิลปะตั้งแต่เมื่อไหร่ เอมี่ยิ้มอย่างยโสบอกว่า

“ศิลปะน่ะไม่สน แต่ฉันต้องมีรูปของอาจารย์ถวิลชัยให้ได้ รูปหนึ่งก็ยังดี”

ooooooo

หลังจากปราบเซ็นให้ขายที่แล้ว ปกป้องบอกว่าถ้าเสี่ยไฝรู้คงเต้นเป็นเจ้าเข้า ปราบบอกว่าเรื่องของเขา ถ้าเขาคิดจะฆ่าตนอย่างที่พูดไว้ก็ลองดู

พอเสี่ยไฝรู้เรื่องนี้จากลูกน้อง ก็สงสัยว่าปราบมีเรื่องร้อนเงินอะไรหรือ ถึงได้ขายที่อย่างเร่งด่วนขนาดนี้

“ไม่รู้ครับ ส่วนเรื่องคนซื้อ เรากำลังสืบอยู่ครับ”

“ใครซื้อก็ช่างหัวมันเถอะ ในเมื่อหมอปราบมันไม่ได้ขายที่ให้ฉัน มันก็ต้องตาย” เสี่ยไฝพูดแล้วหันหาบอดี้การ์ด

เพชรสีเดินผ่านมาได้ยินพอดี เธอชะงักกึก…

ooooooo

—————————————————————

รายชื่อนักแสดง หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล รับบท ปราบ
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ชมพู่ อารยา เอ ฮาเก็ต รับบท นับดาว
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ทูน หิรัญทรัพย์ รับบท ปกป้อง
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร แหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์ รับบท อลิสา
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร ภูริละ ธนพัฒน์ รับบท ชนะชัย
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร อภิษฎา เครือคงคา รับบท เอมี่
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร พิจิตรา กฤศิกุล รับบท ปรายฟ้า
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ในละคร เพ็ญพักตร์ ศิริกุล รับบท ชัชฎา

 

หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ย้อนหลังทั้งหมด ที่นี่
ละครย้อนหลัง > ละครย้อนหลังช่อง3 > หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ

 

เรื่องย่อ หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ  >> ละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ เรื่องย่อ

เรื่องย่อละคร หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ ตอนที่ 11
หนุ่มบ้านไร่กับหวานใจไฮโซ, อ่านละครออนไลน์
- 2012-06-26 12:05:33 โพสต์โดย : zoomza 1,045 ดูละครย้อนหลัง