เรื่องย่อละครตะวันทอแสง ตอนที่ 5

ละครตะวันทอแสงง โพลีพลัสจัดให้ส่งนางเอกดาวรุ่ง ใหม่ ดาริกา มาเรียกเรตติ้งอีกครั้งให้
ประกบ โดม ปกรณ์ ลัม ในละครรีเมค ตะวันทอแสง

ละครตะวันทอแสง เรื่องย่อละครตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง บทประพันธ์ : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ตะวันทอแสง บทโทรทัศน์ : ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ตะวันทอแสง กำกับการแสดง : พีรพล เธียรเจริญ
ตะวันทอแสง สร้างสรรค์โดย : อรพรรณ วัชรพล (บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด)
ตะวันทอแสง ออกอากาศทาง : ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สี
ตะวันทอแสง ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม ศุกร์ที่ 21 กันยายน – (รอการคอนเฟิร์มอีกครั้ง)
ตะวันทอแสง จำนวนตอนออกอากาศ : 15+

เรื่องย่อละครตะวันทอแสง ตอนที่ 5

แค่พบกันครั้งแรก…รสาก็จับสังเกตท่าทีของวาริชที่มีต่อพิม พรรณได้ว่าจีบชัวร์ แต่ยังไม่แน่ใจนักว่าเขาจะเอาเรื่องทำรีสอร์ตมาเป็นข้ออ้างเพื่อใกล้ชิดพิม พรรณเหมือนอย่างที่ห้าวตั้งข้อสังเกตไว้หรือเปล่า

วาริชรู้จักเข้า ผู้ใหญ่ เขานอบน้อมกับพ่อแม่ของพิมพรรณมาก แต่กระนั้นก็ไม่ทำให้นายพร้อมไฟเขียว รวมทั้งห้าวอีกคนที่คอยดักคอเขาตลอดเวลา จะมีก็แต่วิมลที่ยิ้มแย้มเป็นกันเองประสาคนมองโลกในแง่ดี

หลังจากสองสาวพาวาริชสำรวจบ้านพักในรีสอร์ตจนทั่วแล้ว พิมพรรณออกไปส่งเขาที่รถ วาริชถือโอกาสตอบแทนน้ำใจเธอด้วยของขวัญกล่องหนึ่ง

“เนื่องในโอกาสอะไรคะ”

“ตอบ แทนที่พิมมีน้ำใจกับผมมาตลอด ผมเพิ่งย้ายมาจากที่อื่น รู้สึกไม่โดดเดี่ยวก็เพราะรู้จักกับพิม ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ผมไม่อยากอ้อมค้อม ผมถามพิมตรงๆเลยแล้วกัน ถ้าผมขอคบกับพิม…พิมจะยอมหรือเปล่า”

พิมพรรณอึ้งไปอย่างตกใจที่โดนจู่โจม วาริชเห็นดังนั้นจึงหว่านล้อมอย่างสุภาพว่า

“คือ…ยังไม่ต้องเป็นแฟน เพราะมันอาจจะเร็วเกินไป แต่ขอพิมให้โอกาสได้ศึกษาดูนิสัยใจคอกันมากกว่าเป็นเพื่อนจะได้หรือเปล่า”

หญิงสาวยังลังเลไม่แน่ใจ เพราะฉุกละหุกจนคิดไม่ทัน

“พิมยังไม่ต้องให้คำตอบตอนนี้ก็ได้นะครับ เอาเป็นว่าถ้าพิมยินดีรับข้อเสนอ ขอให้พิมใช้ของที่ผมให้ในกล่องนี้แทนคำตอบว่าตกลง”

วาริช ยิ้มแสนดี เธอเขินอายไม่กล้าสบสายตา…เมื่อนำของขวัญกลับมาแกะดูในห้องนอน มันคือชุดเดรสแสนน่ารักราคาแพงยี่ห้อดัง เธอชอบมากหยิบมาทาบตัวหน้ากระจกพร้อมกับยิ้มไปมาด้วยความดีใจ รสาเดินมาหยุดยืนมองเงียบๆ เห็นกล่องของขวัญและรอยยิ้มของพิมพรรณก็เข้าใจได้ไม่ยาก

รสากลับออกมาบอกห้าวว่าพิมพรรณน่าจะมีใจให้วาริช แต่มันอาจจะจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะเป็นความเห็นจากมุมมองของตนคนเดียว

“แต่พี่เชื่อในสายตารส พี่ก็ว่าแล้ว ไอ้เนี่ยดูมันเป็นคนฉลาดพูด ปากหวาน ยัยพิมถึงได้เคลิ้ม”

“รสว่าตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อน ถ้าเราไปวุ่นวายก้าวก่ายมากๆจะพาลปิดบัง แล้วก็ไม่เล่าให้ฟัง เราต้องไว้ใจพิมนะพี่ห้าว”

“พี่ ไว้ใจพิม แต่พี่ไม่ไว้ใจไอ้หน้าหนวดนั่น แต่รสไม่ต้องกังวล กลับไปทำงานเถอะ ที่เหลือทางนี้พี่จะคอยดูเอง ถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลพี่จะรีบโทร.หา แล้วนี่รสจะกลับกรุงเทพฯยังไง ให้พี่ไปส่งมั้ย”

“ไม่เป็นไรจ้ะ เดี๋ยวเพื่อนรสมารับ”

“เพื่อน? ผู้หญิงหรือผู้ชาย”

ชีวิน นั่นเอง! รสาให้เขามารับกลับกรุงเทพฯ แม้จะคุ้นเคยกันอยู่แล้วก็ตามแต่ห้าวก็ไม่ค่อยพอใจและไม่อยากต้อนรับชีวิน สบโอกาสเมื่อใดเป็นต้องแอบกัดแอบกวนเขาจนพิมพรรณกับรสาต้องคอยเบรก
ทักทาย กันอยู่พักหนึ่ง วิมลก็เร่งทั้งคู่ให้ออก เดินทางก่อนจะมืดค่ำ รสาจึงลาทุกคนและแอบพูดเบาๆ กับพิมพรรณว่า ถ้าต้องการคำปรึกษาให้รีบโทร.หาตนทันที ห้ามเกรงใจ

“จ้ะ เดินทางกลับดีๆล่ะ…ชีวิน ขับรถดีๆนะจ๊ะ”

“ขอบใจจ้ะ” ชีวินยิ้มให้พิมพรรณ แล้วหันไปยกมือไหว้พร้อมกับวิมล

ห้าวยืนแอ็กท่าอยู่ถัดไป พอเห็นชีวินจะหยิบกระเป๋ารสา เขาชิงตัดหน้าหิ้วไปส่งเองถึงรถ…

ออก รถมาได้ครู่เดียว ชีวินเก็บเรื่องค้างคาใจไว้ไม่ไหว เอ่ยถามรสาว่าเมื่อวันก่อนภคพงษ์ขับรถมาส่งที่ระยองจริงเหรอ รสาตอบรับอย่างไม่คิดอะไร แต่ชีวินยังซักต่อเหมือนมีอะไรบางอย่างในใจ

“แล้วทำไมเขาต้องมาส่งด้วย เขาบอกหรือเปล่า”

“ไม่ได้บอก แต่ถ้าให้เดา คงอยากเอาชนะ แล้วก็แกล้งให้เราอึดอัดเล่น”

“ลงทุนขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ก็คนรวยไม่มีอะไรทำ หาเรื่องแกล้งคนอื่นไปวันๆ”

“แน่ใจนะว่าไม่มีเหตุผลอื่น”

รสา ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ โทรศัพท์มือถือเธอดังขึ้น เห็นชื่อหน้าจอก็อดบ่นไม่ได้ว่า “อีกแล้วเหรอ มีปัญหาอะไรอีกนะ เมื่อเช้าก็โทร.มาเรื่องงาน นี่ก็โทร.มาอีก วันอาทิตย์แท้ๆ”

ชีวินสงสัย ว่าใคร พอรู้ว่าเป็นภคพงษ์ก็นิ่วหน้าไม่พอใจ ส่วนรสายังเฉยไม่รับสาย ปล่อยให้เป็นมิสคอลไป จนเมื่อเขาโทร.เข้ามาอีกที ชีวินกลัวจะเป็นเรื่องงานถ้าไม่รับเดี๋ยว เป็นเรื่องถึงเผด็จหรือไม่ก็พิทยา…รสาจึงกดรับอย่างจำใจ

“สวัสดีค่ะ”

“ผมมีเรื่องสงสัยเกี่ยวกับงานที่คุณทำ”

“เชิญถามมาได้เลยค่ะ”

“ผมไม่สะดวกคุยทางโทรศัพท์ ไม่ทราบว่าคุณออกจากระยองมาหรือยัง จะให้เปลี่ยนขับรถไปรับหรือเปล่า”

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ดิฉันออกมาแล้ว ชีวิน…เอ่อ…เพื่อนดิฉัน สถาปนิกที่ออกแบบสวนให้คุณน่ะค่ะ เขาขับรถมารับ”

“แล้วพรุ่งนี้คุณจะเข้ามาทำงานกี่โมง ผมขอให้คุณเข้ามาแต่เช้า ผมมีเรื่องงานจะคุยด้วย”

“ได้ ค่ะ ดิฉันจะไปถึงไม่เกิน 8 โมงเช้า คิดว่าน่าจะเช้าพอนะคะ สวัสดีค่ะ” รสาตัดบทอย่างเซ็งๆ บ่นกับชีวินว่าพวกเศรษฐีชอบสั่งชอบเอาแต่ใจ

“ดูคุณภคพงษ์จะสนใจรสมากเป็นพิเศษนะ” ชีวินหยั่งเชิง

“เพราะ รสไม่ยอมเขามั้ง ก็เลยอยากจะเอาชนะ ถ้าสั่งเราได้ บังคับเราได้ เขาคงดีใจ รสว่าอย่าไปสนใจเขา มากเลย แค่ทำงานด้วยกัน อีกไม่นานพองานเสร็จก็คง ไม่ได้เจอกันแล้ว”

ชีวินนิ่งเงียบ แต่รู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆว่ามันจะไม่จบง่ายๆ ด้านภคพงษ์ที่อยู่บ้าน เขาไม่ค่อยพอใจที่รู้ว่าชีวินไปรับรสา นึกย้อนถึงตอนที่เห็นทั้งคู่หยอกล้อและ กอดคอกันร้องเพลงในงานแต่ง แล้วอีกครั้งที่ไปกินข้าวกันอย่างสนิทสนม

สองครั้งสองคราที่เห็นจะจะ ทำให้ภคพงษ์ไม่เชื่อที่รสาเคยบอกว่าชีวินไม่ใช่แฟน!

ooooooo

เช้า วันต่อมา ยูโฮะเห็นหนังสือพิมพ์บันเทิงรายวันลงภาพตัวเองกินข้าวกับภคพงษ์ เธอตกใจมากรีบเผ่นออกจากกองถ่ายโดยไม่ฟังเสียงห้ามของใครต่อใคร
ยูโฮะถือ หนังสือพิมพ์ฉบับนั้นวิ่งไปขึ้นรถ พร้อมกันนี้ก็โทร.เข้าบ้านภคพงษ์ ซักถามปุยนุ่นอย่างร้อนใจว่าพี่ภัคตื่นหรือยัง แล้วมีใครเอาหนังสือพิมพ์อะไรให้เขาดูบ้างหรือเปล่า

“ยังไม่มีนะคะ หนังสือพิมพ์อะไรเหรอคะ”

“ไม่มี อะไร เอาเป็นว่าถ้ามีใครจะเอาหนังสือพิมพ์อะไรมาให้พี่ภัคดู ปุยนุ่นก็ขัดขวางไว้ก่อน ยูโฮะกำลังจะไปหาพี่ภัค ยูโฮะจะไปอธิบายให้พี่ภัคฟังเอง”

ปุยนุ่นไม่เข้าใจแต่ก็รับคำอย่างว่า ง่าย ฝ่ายยูโฮะขับรถไปครุ่นคิดไปว่ารูปมันหลุดออกมาได้ยังไง จะโทร.ถามนายโอม ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง

“ทำไมพี่โอมต้องปิดเครื่องด้วย หรือว่าจะหนี ไอ้นักข่าวนั่นมันต้องเอารูปไปให้หนังสือพิมพ์แน่ๆ หรือไม่ก็ต้องเอาไปให้ใครสักคนที่ไม่หวังดีกับเรา หรือว่า…” ยูโฮะชะงักกึก นึกถึงพักตร์วิมลขึ้นมาทันที

แม่นแล้ว!! เวลานั้นพักตร์วิมลกำลังขับรถมุ่งหน้า ไปหาภคพงษ์พร้อมด้วยหนังสือพิมพ์บันเทิงที่ตัวเองส่งภาพไปให้…

รสา มาที่บ้านเถลิงยศแต่เช้าก่อนเวลางาน เธอหอบหิ้วกะปิและปลาหมึกจากระยองมาฝากสายใจ…เปลี่ยนกับปุยนุ่นเห็นกะปิ แล้วน้ำลายสอจะไปเก็บมะม่วงแก้วในสวนมาจิ้ม รสาท้วงว่าจิ้มกะปิหวานอร่อยกว่า เดี๋ยวตนทำให้ ไม่ได้เสียเวลางานอะไรเพราะนัดภคพงษ์ไว้แปดโมง แต่ตอนนี้เพิ่งจะเจ็ดโมงครึ่ง

ได้มะม่วงมาปอกรอไว้แล้ว และกะปิหวานก็กำลังจะเสร็จในอีกไม่กี่นาทีนี้ด้วยฝีมือรสา เปลี่ยนกับปุยนุ่นนั่งจ้องอย่างเปรี้ยวปาก เสร็จปุ๊บก็ขออนุญาตรสาเปิบก่อน แต่ยังไม่ทันถึงปากก็ต้องเบรกเอี๊ยดกับเสียงภคพงษ์ที่ดังขึ้น

“ทำอะไรกัน แล้วนี่กลิ่นอะไร”

ปุยนุ่นกับเปลี่ยนตกใจรีบวางมะม่วงไว้ในจานแล้วลุกยืนตัวลีบ รสาตอบว่ากลิ่นกะปิหวาน สายใจเห็นนายของตนขมวดคิ้วก็รีบอธิบาย

“คุณรสาซื้อกะปิมาฝากจากระยองน่ะค่ะ เจ้าเปลี่ยนกับปุยนุ่นอยากจะกินกะปิหวาน คุณรสาก็เลยทำให้”

ภค พงษ์มองเปลี่ยนกับปุยนุ่น สองคนก้มหน้างุดคิดว่าโดนดุแน่ แต่ผิดคาด เขาไม่ว่าอะไรสักคำ แต่ข้องใจนิดหน่อยที่รสาบอกว่าต้องซื้อของมาฝากป้า ตกลงคือป้าสายใจงั้นหรือ?

“ดิฉันก็ซื้อมาฝากคุณป้าอาภรณ์ ป้าแท้ๆของดิฉัน แล้วก็ซื้อเผื่อให้ป้าสายใจด้วย ถึงจะไม่ใช่ป้าแท้ๆ แต่ดิฉันก็ซาบซึ้งในน้ำใจที่ทำอาหารให้ดิฉันทานบ่อยๆ ดิฉันไม่เห็นว่ามันจะเป็นเรื่องแปลก”

ภคพงษ์หลิ่วตารู้ทันว่าเธอโกหก ลื่นไปเรื่อย กะล่อนไม่ใช่เล่น…รสาได้ยินคำพูดนั้นถึงกับจ้องหน้าเขาเขม็ง แต่ก็เถียงไม่ออกเพราะตัวเองโกหกจริงๆ

เปลี่ยนกับปุยนุ่นยกจานมะม่วงกับ ถ้วยกะปิหวานออกไปกินนอกบ้านเพราะกลิ่นมันแรง แต่เจ้ากรรม! ไม่ทันได้ลิ้มชิมรสก็อดหมดกัน โดนพักตร์วิมลที่เดินลิ่วแข่งกับยูโฮะเข้ามาชนหล่นกระจาย แถมกะปิหวานยังหกใส่เสื้อผ้าพักตร์วิมลจนกลิ่นหึ่ง ยูโฮะสะใจเป็นบ้าที่เห็นพักตร์วิมลเต้นแร้งเต้นการ้องกรี๊ดๆ จากนั้นสงกรานต์กะปิหวานก็บังเกิด พักตร์วิมลคว้าถ้วยกะปิหวานที่เหลือในมือปุยนุ่นมาสาดใส่ยูโฮะ ต่างโต้ตอบกันไปมาโดยไม่ฟังเสียงห้ามของปุยนุ่นกับเปลี่ยน

เสียงกรี๊ดดัง ลั่นถึงในบ้านทำให้สายใจกับรสาต้องวิ่งออกมาดู สายใจค่อนข้างตกใจกับการกระทำของสองสาว หันมาถามรสาว่าทำยังไงดี รสาจึงเสนอตัวขอจัดการเอง แต่ทันใดภคพงษ์ก้าวตามมาจับไหล่เธอไว้

“ไม่ต้อง”

รสาหยุดชะงัก เห็นแววตาดุเข้มของเขาแล้วขยาด ภคพงษ์เดินเข้าไปใกล้อีกนิดก่อนออกคำสั่งด้วยเสียงอันเฉียบขาด

“หยุดทั้งสองคน ถ้ายังไม่หยุดก็เชิญออกจากบ้านนี้ไปได้แล้ว”

ได้ ผลชะงัด! สองสาวหยุดวิวาทและพร้อมใจกันจะวิ่งเข้าหาเขา แต่พลันนึกได้ว่าตัวเองเลอะเทอะและกลิ่นกะปิคลุ้งไปหมด จึงชะงักเท้าไม่กล้าเข้าใกล้ ภคพงษ์เห็นหนังสือพิมพ์บันเทิงที่พักตร์วิมลทำหล่นบนพื้น เขาหยิบ มันขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

แค่นี้ยูโฮะก็เสียวสันหลังวาบ และตั้งท่าจะอธิบายหลังจากชำระล้างร่างกายเรียบร้อยแล้ว แต่ภคพงษ์ขัดขึ้นอย่างโกรธๆ ว่าไม่มีอะไรต้องอธิบาย ทุกอย่างมันชัดเจนแล้ว

“แต่ยูโฮะไม่ได้เป็นคนเอารูปไปให้หนังสือพิมพ์นะคะ ยูโฮะโดนแกล้ง”

“ผมเสียใจด้วยที่มีคนกลั่นแกล้งคุณ แต่มันคนละเรื่องกับที่เราตกลงกันไว้”

“พี่ภัค…จะเลิกกับยูโฮะจริงๆเหรอคะ”

“ใช้ คำว่าเลิกคงจะไม่เหมาะสม เพราะเรายังไม่ได้เป็นแฟนกัน เอาเป็นว่า…ผมขอยุติความเป็นเพื่อนไว้แค่นี้ เราคงไม่มีอะไรต้องติดต่อกันอีก”

ยูโฮะหน้าเสียที่โดนบอกลาอย่างเลือดเย็น “พี่ภัค!! เราจะแยกกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอคะ”

“มันก็ไม่มีอะไรยากนี่ครับ”

“ก็ได้…ไป ก็ได้ ทุกวันนี้ที่อยู่ด้วยก็ไม่มีความสุข เหมือนอยู่กับหุ่นขี้ผึ้ง ไม่มีหัวใจ ผู้ชายอย่างพี่ภัครักใครไม่เป็น ผู้หญิงที่เข้ามาหาพี่ก็มีแต่คนไม่จริงใจ เขามาก็เพราะเงินพี่ทั้งนั้น ถ้าไม่รวย ไม่มีใครทนหรอกจะบอกให้ ชีวิตนี้ถ้าพี่ไม่โดนปอกลอกจนหมดตัว ก็ต้องอยู่คนเดียว ไปจนตาย!”

ภคพงษ์นิ่งฟังคำด่าอย่างใจเย็น ไม่แสดงอารมณ์หรือความไม่พอใจใดๆออกมาแม้แต่น้อย นั่นยิ่งทำให้ยูโฮะฮึดฮัดโมโหแทบคลั่ง

“บ้าที่สุด! ด่าไปก็เหมือนด่าก้อนหิน ไม่มีความรู้สึก” ว่าแล้วยูโฮะก็เดินปึงปังออกไปทันทีเลย

คำพูดของยูโฮะที่เหมือนทำอะไรเขาไม่ได้ แต่ แท้จริงแล้วมันบาดลึกลงในหัวใจ แววตาเขาเศร้าลง ค่อยๆ หย่อนตัวลงนั่งกลางห้องที่ว่างเปล่าและเงียบเหงา ผู้ชายที่ดูเป็นคนโหดเหี้ยมในสายตาของยูโฮะ แท้จริงแล้วกลับ กลายเป็นผู้ชายที่น่าสงสารและไม่มีใครเข้าใจแม้แต่คนเดียว

ยูโฮะเดินกระฟัดกระเฟียดออกมาเห็นพักตร์วิมลในชุดใหม่ที่หน้าตึก เธอตั้งใจจะเดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ แต่ที่สุดก็ทำไม่ได้ เนื่องจากน้ำเสียงเย้ยเยาะของพักตร์วิมลลอยมากระทบหู

“เสียใจด้วยนะ ที่โดนภัคตัดความสัมพันธ์แบบไม่มีเยื่อใย”

“ฉันต่างหากที่ต้องแสดงความเสียใจกับหล่อน ตอนนี้ฉันหลุดออกมาจากการรอคอยที่สิ้นหวังแล้ว เหลือแต่หล่อนที่ยังมีความหวังลมๆแล้งๆไปวันๆ”

รสาสะพายกระเป๋าเตรียมจะไปทำงานที่เรือนเล็กเดินออกมาได้ยินพอดี เธอหยุดฟังสองสาวโต้วาทีกันไปมา

“เชอะ แพ้แล้วไม่ยอมรับความจริง”

“ป้านั่นแหละไม่ยอมรับความจริง…ความจริงก็คือผู้ชายอย่างภคพงษ์ เถลิงยศ ไม่เคยคิดจะรักใคร และไม่คิดจะจริงจังกับใคร…ผู้หญิงก็เป็นเหมือนนาฬิกา เสื้อผ้า แว่นตา ที่เขาเลือกมาใส่ในแต่ละวัน ถ้าเบื่อก็วางทิ้ง อยากใส่เมื่อไหร่ก็หยิบมาใส่ ฉันจะไม่ยอมเป็นสิ่งของของเขาอีกแล้ว เชิญป้าอยู่กับความฝันไปคนเดียวเถอะ ฉันลาก่อน”

ยูโฮะผลุนผลันกลับไปอย่างหัวเสียสุดๆ พักตร์วิมลเบ้หน้าไม่แคร์ หาว่ายูโฮะทำตัวเป็นเด็กขี้แพ้ชวนตี…แต่รสาที่ยืนหลบมุมฟังอยู่เห็นด้วยกับยูโฮะ เธอมองเข้าไปในบ้านอันใหญ่โตของภคพงษ์ด้วยอคติที่เพิ่มมากขึ้น

ooooooo

วาริชพอใจที่วันนี้พิมพรรณใส่เสื้อผ้าชุดที่ตนซื้อให้มาทำงาน ทึกทักถือว่าเป็นการตอบตกลงคบหากัน แต่พิมพรรณยังไม่อยากให้เราทั้งคู่รีบร้อน ค่อยๆศึกษากันไปอย่างที่เขาบอกเมื่อวานจะดีกว่า

“ได้ครับ ผมไม่ใจร้อนอยู่แล้ว แค่พิมให้โอกาสแค่นี้ผมก็ดีใจมากๆแล้ว งั้นผมขอทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่นะครับ เริ่มจากเย็นนี้ผมขอไปส่งพิมที่บ้านนะครับ”

“ได้ค่ะ”

“ก่อนจะกลับบ้านขออนุญาตพาไปทานข้าวด้วยได้ไหมครับ” วาริชเริ่มได้คืบจะเอาศอก พิมพรรณยิ้มอายๆด้วยความอ่อนต่อโลก

“ก็ได้ค่ะ แต่ไม่นานนะคะ พิมไม่อยากกลับบ้านดึก”

“ได้ครับ ผมรู้ว่าที่บ้านพิมเข้มงวด และพิมก็ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง ผมไม่ทำให้พิมต้องเสียแน่ๆครับ”

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจ พิมขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ วาริชจะใช้คอมฯก็เชิญตามสบายเลยนะคะ”

วาริชรับคำ มองตามเธอไปด้วยรอยยิ้มที่ยากจะหยั่งรู้ถึงความนึกคิดข้างใน…

ขณะเดียวกันนั้นที่กรุงเทพฯ รสากำลังง่วนอยู่กับงานที่เรือนเล็ก สายใจเดินนำหน้าปุยนุ่นเข้ามาพร้อมขวดน้ำอัญชันสีสวยที่ต้มเอง

“วันนี้อากาศร้อนๆ ป้าก็เลยเก็บดอกอัญชันหลังบ้านมาต้มกับใบเตยให้คุณภัค แล้วก็แบ่งมาให้คุณรสาด้วยค่ะ”

รสาไหว้ขอบคุณสายใจ ปุยนุ่นไม่รอช้ารินน้ำอัญชันใส่แก้วส่งให้รสาชิมความหอมหวานชื่นใจ ระหว่างนี้สายใจเกริ่นเรื่องวุ่นวายเมื่อเช้าว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ตนไม่อยากให้รสาเข้าใจผิดว่ามีผู้หญิงมาตบตีแย่งคุณหนูของตนแบบนี้เป็นประจำ

“ใช่ค่ะ” ปุยนุ่นเสริมขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “ปกติคุณภัควางตัวกับผู้หญิงทุกคนดีมากนะคะ ให้เกียรติทุกคน และทุกคนก็ให้เกียรติคุณภัค ไม่มีใครกล้ามาราวีแบบนี้เลยนะคะ แต่กับคุณยูโฮะกับคุณแพตเนี่ยแรงจริงๆค่ะ”

“ป้าไม่อยากให้คุณรสารู้สึกไม่ดีกับคุณหนู เพราะเรื่องเมื่อเช้าน่ะค่ะ”

“ป้าใจไม่ต้องห่วงนะคะ รสไม่เอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว เรื่องที่เกิดขึ้นจะไม่ส่งผลไม่ดีกับงานที่รสรับผิดชอบอยู่แน่นอนค่ะ”

สายใจกับปุยนุ่นยิ้มรับด้วยความสบายใจ ทันใดนั้นเปลี่ยนวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกรสาว่าคุณภัคให้มาเชิญไปที่เรือนใหญ่มีเรื่องงานจะปรึกษา แต่พอรสาไปถึง ภคพงษ์กลับตั้งท่าพูดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าจนรสาต้องขัดขึ้นเหมือนไม่ยินดียินร้ายและไม่ได้สนใจกับเรื่องนี้

“จะไม่มีผลต่อการทำงานของดิฉันแน่นอนค่ะ… เปลี่ยนบอกว่าคุณมีเรื่องงานจะปรึกษา”

“อาเผด็จบอกว่าคุณต้องการนำเฟอร์นิเจอร์เก่าในเรือนหลังเล็กบางชิ้นมาซ่อมแซมและนำกลับมาใช้ใหม่”

“ใช่ค่ะ เป็นเฟอร์นิเจอร์เก่าหายาก บางชิ้นหาไม่ได้แล้ว ดิฉันเสียดายก็เลยจะขอนำไปซ่อมและมาวางรวมกับเฟอร์นิเจอร์ที่ซื้อใหม่ค่ะ”

เขาพยักหน้ารับรู้และชวนเธอออกไปร้านเฟอร์นิเจอร์ รสาดักคอทันทีว่าตนไม่มีเวลาไปดูโอ่งอีกแล้วนะ ภคพงษ์เคืองนิดๆ ชี้แจงกึ่งยอกย้อนว่า

“เมื่อเช้าผมให้ทางร้านมาขนเฟอร์นิเจอร์ที่คุณต้องการซ่อมแซมไปหมดแล้ว เจ้าของร้านเป็นเพื่อนของอาเผด็จ ผมจะพาคุณไปคุยกับเขาเพื่อบอกว่าต้องการจะซ่อมแซมอะไรบ้าง ไม่ได้จะพาไปดูโอ่ง”

“แล้วไป…ที่จริงคุณให้เบอร์ติดต่อมา แล้วดิฉันไปเองก็ได้นะคะ”

“ผมให้เวลาไปเตรียมของ 15 นาที ผมจะรออยู่ที่หน้าตึกใหญ่ กรุณาอย่าช้า ผมไม่ชอบรอ” สั่งเสร็จเขาเดินลิ่วไปทันที รสาส่ายหน้าเหนื่อยหน่ายนายจ้างเอาแต่ใจ ปลอบตัวเองให้ท่องไว้ว่าเป็นลูกจ้างต้องอดทน

เมื่อไปถึงร้านเฟอร์นิเจอร์ของนายเตรียม ภคพงษ์ทักทายเขาอย่างคุ้นเคย ก่อนแนะนำว่ารสาเป็นมัณฑนากรที่ตนเล่าให้ฟัง รสาคาใจว่าเล่าอะไร แต่ก็ยกมือไหว้เตรียมด้วยท่าทีนอบน้อม เตรียมรับไหว้และทักตอบว่ายังเด็กอยู่เลย เหมือนกับที่คุณภัคบอกเป๊ะ

รสาสะดุดกึก คิดในใจว่านายคนนี้เม้าท์อะไรตนไว้บ้าง พอเจ้าของร้านคล้อยหลังเดินนำเข้าไปคุยข้างใน เธอรีบถามภคพงษ์เพื่อเอาคำตอบ แต่นอกจากจะไม่ได้คำตอบแล้วยังต้องขุ่นข้องใจกับรอยยิ้มนิ่งๆของเขาอีกด้วย

เตรียมกับรสาสนทนาเรื่องเฟอร์นิเจอร์กันอย่างถูกคอ โดยมีภคพงษ์เฝ้าสังเกตไม่วางตา รสาทำการบ้านมาดีมากทำให้ยิ่งง่ายต่อการประสานงาน พอลับหลังรสาที่ขอตัวลุกออกไปคุยโทรศัพท์ เตรียมถึงกับชื่นชมรสาให้ภคพงษ์ฟังว่าทำงานเรียบร้อยดีมาก เตรียมรายละเอียดไว้พร้อม แถมยังช่วยประหยัดงบให้เขาได้เยอะเลย

“เด็กคนนี้ฝีมือดีสมกับที่คุณภัคชมไว้จริงๆ”

รสาวางสายจากคัพเค้กกลับมาได้ยินเต็มสองหู เธอมองหน้าภคพงษ์อย่างแปลกใจ เตรียมนั่งหันหลังเพิ่งจะเห็นรสา

“อ้าว คุณรสามาพอดี ผมดูรายละเอียดแล้ว ทุกอย่างครบถ้วนดีมากเลย ผมจะรีบดำเนินการตามแบบ สามอาทิตย์น่าจะเรียบร้อย”

“ขอบคุณค่ะ”

“ถ้าเรียบร้อยแล้ว ผมขอตัวกลับก่อนนะครับ… สวัสดีครับ” ภคพงษ์รวบรัดแล้วเดินนำหน้าออกไปเลย

รสายกมือไหว้ร่ำลาเตรียมก่อนตามเขาไป จู่ๆเขาหยุดเดินกะทันหัน ทำเอารสาเบรกเกือบไม่ทัน

“รู้ว่าผมชมคุณกับคนอื่น ทำไมต้องทำหน้าประหลาดใจมากขนาดนั้น”

“คิดไม่ถึงมั้งคะ ก็เลยรู้สึกแปลกใจ”

“แปลกใจแล้วอย่าลืมดีใจด้วย เพราะผมไม่ชมใครง่ายๆ” เขาพูดตรงๆ ยิ้มจริงใจ รสาเห็นรอยยิ้มนั้นแล้วถึงกับปั้นหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไร…ได้แต่แอบบ่นลับหลังเขาว่า เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อารมณ์ไหนกันแน่?

ooooooo

ตกเย็นห้าวเตรียมตัวจะไปรับพิมพรรณกลับบ้าน พอดีเธอโทร.บอกเสียก่อนว่าไม่ต้องมาเพราะวาริชจะไปส่ง แต่เขาชวนกินข้าวก่อนแล้วจะเลยไปส่งที่บ้าน ขอร้องห้าวอย่าเพิ่งบอกพ่อ เธอยังไม่อยากให้พ่อรู้ตอนนี้

ห้าวรับปากทั้งที่หนักใจและเป็นห่วง ต่อมาเมื่อพร้อมเห็นห้าวยังไม่ออกไปรับพิมพรรณ จึงซักไซ้ก่อนเดาถูกเผงว่านายวาริชจะมาส่ง แต่ห้าวเฉไฉว่าไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าพิมจะไปกินข้าวกับเพื่อน

“เอ็งลองถามสิว่าใช่หรือเปล่า ถ้าใช่ คราวหน้าจะได้ไม่ให้ไป ข้าไม่ค่อยชอบหน้ามัน หรือถ้าอยากจะไปก็ต้องให้มันมาขออนุญาตกับข้าเอง ถ้ามันไม่กล้ามา ก็ไม่ต้องไป”

“จ้ะ แล้วฉันจะลองถามพิมให้จ้ะ” ห้าวขานรับแต่แอบถอนใจเบาๆ

ค่ำนั้น รสาเข้ามาที่ออฟฟิศเพราะนัดคัพเค้กที่ส่งข่าวว่าได้ข้อมูลแม่ของภคพงษ์เพิ่มเติม ชีวินก็ได้ยินเมื่อตอนกลางวันจึงอยากรู้เหลือเกินว่ารสาคิดจะทำอะไร?

แต่ไม่ทันที่รสาจะเอ่ยปากเรื่องนี้ คัพเค้กดันให้ความสนใจภาพข่าวของภคพงษ์ในหนังสือพิมพ์บันเทิง ชีวินเองก็อยากให้รสาดูเพื่อจะได้ระวังตัว

“เห็นแล้ว เห็นตั้งแต่เมื่อเช้า เจ้าตัวเขาบุกมาเองถึงบ้าน”

ได้ยินรสาว่ามาอย่างนั้น คัพเค้กกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้ต่อไปอีกว่ายูโฮะกิ๊กกับภคพงษ์จริงหรือเปล่า และ พักตร์วิมลกิ๊กกันด้วยไหม แล้วตกลงใครกันแน่เป็นตัวจริง

รสาลำบากใจไม่อยากเม้าท์เรื่องคนอื่น พิทยาเงยหน้าจากงานลุกเดินมาด่าคัพเค้กไฟแลบ

“เรื่องเม้าท์ดารากระตือรือร้นเหลือเกิน ทีฉันให้ทำงานทำหน้าเมื่อยตับใส่ตลอด เม้าท์ดารายังไม่พอ ยังจะเม้าท์ลูกค้าอีก มันสมควรมั้ยเนี่ย”

คัพเค้กจ๋อยรับประทาน ส่วนชีวินก็อย่าหวังว่าจะรอดฝีปากอันคมกริบยิ่งกว่ากรรไกรของเจ้านาย

“ไอ้วิน…แกก็อีกคน เมื่อก่อนนังคัพเค้กเป็นคนเดียวยังพอว่า นี่แกก็เป็นไปกับมันด้วย”

“ผมก็แค่อยากให้รสอ่าน รสต้องไปทำงานกับเขา จะได้ระวังตัว”

“รสไม่ต้องระวังตัวหรอก เพราะทั้งคุณภัคทั้งคุณเผด็จปลื้มงานรสจะตาย คนที่จะต้องระวังตัวก็คือแก เพราะแกจะต้องเข้าไปพรีเซนต์แบบสวนให้คุณภคพงษ์อาทิตย์หน้า”

“อ้าว…ไหนบอกว่ามีเวลาอีกเป็นเดือน”

“เลื่อนแล้ว เพราะคุณเผด็จชอบแบบสวนของแกมาก อยากให้รีบเข้าไปคุยกับคุณภัค เพราะฉะนั้น…วันนี้ ตอนนี้แกต้องไปเตรียมงานกับฉัน…ให้ไว!!”

สั่งเสร็จพิทยาเดินนำไปที่ห้องทำงาน แต่ชีวินยัง ไม่ขยับตาม เขาหยิบหนังสือพิมพ์บันเทิงมาให้รสาอ่านข่าวภคพงษ์ แล้วเดี๋ยวจะออกมาคุยต่อ ยังมีอีกเรื่องที่อยากถาม

“ไอ้วิน…” เสียงพิทยาตะโกนลั่นอย่างมีอารมณ์ ชีวินสะดุ้งโหยงวิ่งหน้าตั้งไปทันที

เหลือกันแค่สองคน คัพเค้กรีบคว้าหนังสือพิมพ์มาจะเม้าท์ต่อ แต่รสาไม่เล่นด้วย ชวนคุยเรื่องแม่ของภคพงษ์ที่เธอให้หาข้อมูล คัพเค้กยิ้มแหะๆ หันไปหยิบแฟ้มเอกสารมากางตรงหน้า พูดพล่ามไปมาทั้งที่เนื้อหาแทบไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากเดิม

สรุปคือไม่มีใครรู้ว่าแม่ของภคพงษ์เป็นใครมาจากไหน ไม่เคยมีประวัติหรือรูปภาพแม้แต่รูปเดียว ที่คัพเค้กได้มาเป็นเพียงบทสัมภาษณ์ล่าสุดของภคพงษ์ แต่เขาไม่ได้พูดถึงแม่ พูดถึงพ่ออย่างเดียว

“แต่คัพเค้กก็แอบโทร.ไปถามคุณเผด็จด้วยนะคะ”

“แล้วคุณเผด็จว่ายังไงบ้าง เขาไม่พอใจหรือเปล่าที่เราไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัว”

“ไม่เลยค่ะ เพราะคัพเค้กเนียนมาก คัพเค้กบอกว่าเราต้องการได้ข้อมูลเพื่อจะได้นำมาศึกษานิสัยใจคอ เราจะได้ออกแบบให้ถูกใจลูกค้ามากที่สุด”

“แล้วคุณเผด็จเชื่อเหรอ”

“ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แต่คำตอบก็คือไม่ต้องสนใจ เพราะคนที่ตัดสินใจเรื่องแบบมีคนเดียวคือคุณภคพงษ์”

รสาสีหน้าเหนื่อยใจ แต่ก็ไม่บ่นอะไรคัพเค้กอีก เพราะเชื่อว่าหล่อนพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว… หลังจากชีวินเสร็จงาน เขากลับออกมาพร้อมรสาและถามเรื่องที่เธอให้คัพเค้กสืบประวัติแม่ของภคพงษ์ว่ามีอะไรพิเศษหรือเปล่า

“ไม่ได้พิเศษหรอก แค่มีเรื่องแปลกใจนิดหน่อย ก็เลยอยากรู้”

“แต่ปกติรสไม่เคยสนใจอยากรู้เรื่องคนอื่นเลยนะ ทำไมอยู่ๆถึงอยากรู้เรื่องของผู้ชายคนนี้ แน่ใจนะว่าไม่มีอะไรพิเศษจริงๆ”

“ไม่มีจริงๆ รสคิดว่าไหนๆต้องทำงานด้วยกันหนีไปไม่ได้ ก็เลยอยากรู้ว่าทำไมเขาถึงเป็นคนแบบนี้ พอรู้ก็จะได้เข้าใจ แล้วก็ไม่ถือสาเวลาที่เขามาทำให้อารมณ์เสีย แล้วรสก็สังหรณ์ใจว่าแม่อาจจะเป็นต้นเหตุให้เขาเป็นคนแบบนี้ ก็เลยอยากรู้จักแม่เขาแค่นั้นเอง”

รสาอธิบายไปตามที่คิดจริงๆ แต่ชีวินรับฟังด้วยความระแวงคลางแคลงใจ…

ขณะเดียวกันที่บ้านเถลิงยศ ภคพงษ์ขอกล่องรูปถ่ายสมัยเด็กที่รสาฝากสายใจไว้คืนมา สายใจสังเกตเห็นนายของตนเศร้าทุกทีที่ดูรูปพวกนี้ เธอบอกตรงๆว่าไม่อยากให้อดีตมาทำให้เขาไม่สบายใจ

“แต่อดีตมันเป็นความจริง ถึงเราจะดูแล้วไม่สบายใจ แต่เราก็หนีมันไม่ได้ ผมขอเก็บรูปพวกนี้ไว้เอง”

“จริงค่ะ ที่เราหนีอดีตไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรจะไปยึดติดกับมันนะคะ เรื่องที่มันผ่านไปแล้ว ก็ให้มันผ่านไปเถอะค่ะ” สายใจปลอบใจกึ่งอ้อนวอน ภคพงษ์ไม่ตอบ เพราะในใจไม่อยากปล่อย และยังวางไม่ลงสักที

ooooooo

รัชนี…แม่ผู้ให้กำเนิดภคพงษ์ บัดนี้เธอเดินทางกลับเมืองไทยพร้อมลูกสาววัยรุ่นที่เกิดกับนายสุวิทย์ สามีนักธุรกิจผู้มั่งคั่งระดับเศรษฐีของเมืองไทย

สุวิทย์รักและตามใจรัชนีมาก เขาสรรหาความสุขความสบายให้เธอได้ทุกอย่าง เมื่อมีการวางแผนจะกลับมาอยู่เมืองไทย สุวิทย์บินกลับมาก่อนเพื่อเลือกซื้อบ้านหลังใหญ่ไว้สำหรับครอบครัวอันแสนสุข

“เป็นไง บ้านสวยมั้ย คุณชอบหรือเปล่า”

“ชอบค่ะ สวย สบายตาค่ะ”

“ผมให้เขาออกแบบในสไตล์ที่คุณชอบ แล้วก็พยายามทำให้ใกล้เคียงกับบ้านเราที่อังกฤษ คุณจะได้ไม่คิดถึงบ้าน ผมรู้ว่าคุณไม่อยากกลับมาประเทศไทย ถ้าผมไม่ติดว่าต้องกลับมาเปิดตลาดที่นี่ ผมก็ไม่อยากขัดใจคุณ แต่คุณไม่ต้องห่วงนะ เกือบ 20 ปีที่คุณไม่อยู่ที่นี่ ประเทศไทยเปลี่ยนไปมาก รับรองว่าคุณจะต้องสนุก เผลอๆอาจจะไม่อยากกลับไปอังกฤษอีกเลยก็ได้นะ”

“ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นเหมือนกันค่ะ”

“เออ…ผมนี่เป็นพ่อที่แย่มากเลย ผมลืมไปได้ยังไงว่าลูกมากับคุณด้วย ผมก็มัวแต่กังวลว่าคุณจะไม่ชอบบ้านใหม่ที่ผมหาไว้ให้ แล้วนี่ลูกเราหายไปไหนเนี่ย นี่ถ้ารู้ว่าผมลืมต้องงอนอีกแน่ๆเลย…ปรางๆ อยู่ไหนลูก”

สุวิทย์เรียกหาปรางทิพย์ลูกสาวคนสวย รัชนีมองอย่างเป็นปลื้ม เฉลยว่าลูกไม่อยู่หรอก ลูกขออนุญาตไปทำธุระ สุวิทย์แปลกใจว่าธุระอะไร ตั้งแต่เกิดลูกมาประเทศไทยนับครั้งได้ มาคราวนี้มีธุระด้วยหรือ

“เดี๋ยวคุณก็รู้เอง” รัชนียิ้มอย่างมีเสน่ห์ ถึงจะอายุมากขึ้น แต่ความสวยยังชวนให้หลงใหลเหมือนเดิม

ooooooo

ภายในห้างสรรพสินค้า ปรางทิพย์ตรงดิ่งไปที่ร้านจิวเวลรี่เพื่อซื้อกระดุมติดแขนเสื้อเป็นของขวัญให้พ่อ ซึ่งร้านที่เธอเลือกคือร้าน “เถลิงยศ” ของภคพงษ์

สาวน้อยไม่มีความรู้ในสิ่งของที่ต้องการนัก แต่นับเป็นความโชคดีที่ได้ภคพงษ์แนะนำอย่างละเอียด ไม่นานนักเธอก็ได้แบบที่สวยถูกใจ ซึ่งราคาแพงมาก เธอไม่มีเงินสดพอจึงขอไปกดเงินมาจ่าย

“ปรางต้องขอออกไปกดเงินมาให้นะคะ เพราะถ้าใช้บัตรเครดิตทางธนาคารจะโทร.ไปบอกคุณพ่อ ปรางยังไม่อยากให้คุณพ่อทราบก่อน จะเซอร์ไพรส์น่ะค่ะเดี๋ยวปรางมาอีกรอบค่ะ”

“เดี๋ยวครับ…ให้ผมไปด้วยได้ไหมครับ”

ปรางทิพย์หน้าเสีย พูดซื่อๆว่าเขาคงกลัวตนโกหก พอออกจากร้านแล้วจะไม่กลับมาซื้อ ภคพงษ์ตอบทันทีว่าไม่ใช่อย่างนั้น เงินจำนวนมาก ตนเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย

เธอเข้าใจและยิ้มให้เขาอย่างขอบคุณ แล้วในขณะที่เธอไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม ปรากฏว่ามีชายคนหนึ่งจับจ้องตลอดเวลาโดยไม่รู้ว่ามีคนมาด้วย เมื่อเห็นเธอได้เงินมาแล้วชายคนนี้ทำท่าจะเดินเข้าไปชนเพื่อฉกเงิน แต่ภคพงษ์รู้ทันเอาตัวเองแทรกกลางทำให้มิจฉาชีพหน้าเสีย เดินก้มหน้างุดจากไปทันที

ปรางทิพย์ยังงงๆกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถามเขาว่า “ผู้ชายคนเมื่อกี้เขาทำอะไรเหรอคะ ทำไมต้องเดินหนีไปแบบนั้นด้วย…หรือว่าเขาเห็นตอนปรางกดเงิน”

“ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว รีบกลับไปที่ร้านดีกว่าครับ”

“ค่ะๆ” ปรางทิพย์รีบเดินขึ้นหน้าไปก่อน โดยมีภคพงษ์ตามหลังให้ความคุ้มครอง

เมื่อกลับมาที่ร้าน จ่ายเงินและได้ของที่ต้องการแล้ว ปรางทิพย์รู้สึกแหยงๆที่จะต้องกลับออกไปคนเดียว ภคพงษ์มองอย่างรู้ทัน รีบบอกเธอว่า

“ผมให้ทางห้างส่ง รปภ.มาพาคุณไปส่งที่รถนะครับ อีกสักพักคงจะมา”

“ขอบคุณมากนะคะ ปรางกำลังคิดอยู่เลยว่าจะ เดินไปที่รถยังไง ปกติก็ไม่กลัวนะคะ แต่เห็นคุณลุงคนเมื่อกี้แล้ว ปรางเลยปอดไปเลยค่ะ”

ภคพงษ์ยิ้มเอ็นดูในความใสซื่อของเด็กสาว ครู่หนึ่งพนักงานในร้านเดินมารายงานภคพงษ์ด้วยท่าทีนอบน้อมว่า รปภ.มาแล้ว รออยู่หน้าร้าน ปรางทิพย์ชะงักนิดๆเหลียวมองพนักงานแล้วก็มองหน้าชายหนุ่มแสนใจดีด้วยความ สงสัย และทันทีที่พนักงานเดินกลับไป เธอเรียกชื่อเขาว่า “คุณภัค” อย่างที่พนักงานเรียกเมื่อสักครู่

“ผม…ภคพงษ์ เป็นเจ้าของร้านครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มอบอุ่น

“เจ้าของ?!” สาวน้อยอุทานตาโต

“รปภ.มารอที่หน้าร้านแล้ว…เชิญครับ”

ภคพงษ์เดินนำออกไป แต่ปรางทิพย์ยังยืนอึ้งอยู่ที่เดิมด้วยความแปลกใจ และรู้สึกถูกชะตา…ประทับใจเจ้าของร้านรูปหล่ออย่างบอกไม่ถูก

ooooooo

ละครตะวันทอแสง เรื่องย่อละครตะวันทอแสง

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ปกรณ์ ลัม รับบท ภคพงษ์
ตะวันทอแสง ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท รสา
ตะวันทอแสง ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบท ชีวิน
ตะวันทอแสง ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท พักตร์วิมล
ตะวันทอแสง ชฎาพร รัตนากร รับบท รัชนี
ตะวันทอแสง ยูมิโกะ สุชิยะ รับบท ปรางทิพย์
ตะวันทอแสง ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท วาริช
ตะวันทอแสง สริตา เอี่ยมวสันต์ รับบท พิมพรรณ
ตะวันทอแสง แก้วมณี วัฒนวรากุล รับบท ยูโฮะ
ตะวันทอแสง ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ รับบท ห้าว
ตะวันทอแสง พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท สายใจ
ตะวันทอแสง รอง เค้ามูลคดี รับบท เผด็จ
ตะวันทอแสง สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท สุวิทย์
ตะวันทอแสง เกริก ชิลเล่อร์ รับบท พิทยา
ตะวันทอแสง ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท คัพเค้ก
ตะวันทอแสง ไพโรจน์ ใจสิงห์ รับบท พร้อม
ตะวันทอแสง รสรินทร์ จันทรา รับบท วิมล
ตะวันทอแสง บอล เชิญยิ้ม รับบท เปลี่ยน
ตะวันทอแสง นฤมล สิทธิเม่ง รับบท ปุยนุ่น
ตะวันทอแสง ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท พรต

ตะวันทอแสง, อ่านละครออนไลน์
- 2012-09-25 5:02:57 โพสต์โดย : zoomza 2,239 ดูละครย้อนหลัง
Lazada Thailand