เรื่องย่อละครตะวันทอแสง ตอนที่ 6

ละครตะวันทอแสงง โพลีพลัสจัดให้ส่งนางเอกดาวรุ่ง ใหม่ ดาริกา มาเรียกเรตติ้งอีกครั้งให้
ประกบ โดม ปกรณ์ ลัม ในละครรีเมค ตะวันทอแสง

ละครตะวันทอแสง เรื่องย่อละครตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง บทประพันธ์ : ปิยะพร ศักดิ์เกษม
ตะวันทอแสง บทโทรทัศน์ : ณัฐิยา ศิรกรวิไล
ตะวันทอแสง กำกับการแสดง : พีรพล เธียรเจริญ
ตะวันทอแสง สร้างสรรค์โดย : อรพรรณ วัชรพล (บริษัท โพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด)
ตะวันทอแสง ออกอากาศทาง : ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ เวลา 20.25 น. ทาง ช่อง 7 สี
ตะวันทอแสง ระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม ศุกร์ที่ 21 กันยายน – (รอการคอนเฟิร์มอีกครั้ง)
ตะวันทอแสง จำนวนตอนออกอากาศ : 15+

เรื่องย่อละครตะวันทอแสง ตอนที่ 6

พักตร์วิมลเข้ามาที่บ้านเถลิงยศแล้วเรียก

ปุยนุ่นมาถามซอกแซก จนรู้ว่าเมื่อวันก่อนภคพงษ์ไปดูเฟอร์นิเจอร์กับรสาสองต่อสอง…เท่านั้นเองอารมณ์หึงหวงของเธอพุ่งปรี๊ดจนเก็บไม่มิด แจ้นไปเอาเรื่องรสาถึงเรือนเล็ก แต่ปุยนุ่นไม่เข้าใจว่าพักตร์วิมลเป็นอะไร ทำไมผลุนผลันไปแบบนั้น

เมื่อปุยนุ่นมาเล่าให้สายใจฟัง เลยถูกดุยกใหญ่ที่พูดจาปากไม่มีหูรูด สายใจห่วงรสารีบโทร.ถามเผด็จว่าถึงเรือนเล็กหรือยัง ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้ว

หลังทราบเรื่องจากสายใจแล้ว เผด็จมุ่งหน้าไปเรือนเล็กแต่ไม่ปรากฏตัว เพราะเชื่อว่ารสาน่าจะรับมือไหว… พักตร์วิมลวางอำนาจเหนือกว่ารสาราวกับตัวเองเป็นแฟนตัวจริงของภคพงษ์เจ้าของบ้าน รสาไม่ได้กลัวแต่เบื่อหน่ายมากกว่า บอกปัดว่าตอนนี้เป็นเวลางาน ไม่ต้องการคุยธุระส่วนตัว

“แต่ฉันต้องการคุยตอนนี้…ครั้งที่แล้วเธอทำฉันเจ็บแสบมากนะ แต่อย่าคิดว่าทำแบบนั้นแล้วเธอจะชนะฉันได้ และการที่ภัคไปไหนกับเธอ ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะสนใจเธอ ผู้หญิงอย่างเธอเป็นได้ก็แค่ลูกจ้าง”

รสาฉุนกึกกับถ้อยคำดูถูกเหยียดหยามนั้น แต่เลือกที่จะข่มอารมณ์ไว้ ดีกว่าทุ่มเถียงกับคนหลงตัวเองแบบนี้

“ฉันว่าคุณกำลังเข้าใจผิดนะคะ”

“เข้าใจผิดอะไร”

“ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการจะเอาชนะคุณ และฉันก็ไม่คิดจะแข่งกับคุณ”

“ดีแล้วที่ไม่คิด เพราะถ้าคิด…ผู้หญิงอย่างเธอก็ไม่มีวันชนะ”

“ฉันว่าคุณคงจะเล่นละครมากไปนะคะ เลยคิดว่าผู้หญิงในโลกความเป็นจริงต้องวิ่งไล่จับผู้ชายเหมือนในละคร”

“หรือว่าไม่จริง!”

“ไม่จริงค่ะ ฉันไม่ได้คิดจะวิ่งไล่จับคุณภคพงษ์ และฉันก็ทราบเสมอว่าฉันเป็นแค่ลูกจ้าง ไม่เคยคิดมากไปกว่านั้น ฉันทราบดีว่าผู้หญิงอย่างฉันไม่ใช่คนที่คุณภัคจะมาสนใจ และฉันเองก็ไม่ได้สนใจคุณภคพงษ์เช่นกัน”

รสาพูดตรงๆจากใจจริง…พักตร์วิมลเชิดหน้า

เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง

“ถ้าคุณต้องการกำจัดฉันออกไปจากชีวิตคุณภคพงษ์ ง่ายนิดเดียวค่ะ”

“ยังไง?”

“ก็ปล่อยฉันไปทำงาน ฉันจะได้รีบทำงานให้เสร็จ จบงานเมื่อไหร่ ฉันกับคุณภคพงษ์ก็จะไม่ได้เจอกันอีก คุณไม่ต้องเสียแรงมาตบตีกับฉัน…ง่ายไหมคะ”

รสาแอบไล่แอบกัดแบบอ้อมๆ พักตร์วิมลครุ่นคิดแล้วก็ตกหลุมพรางจนได้ เธอคว้ากระเป๋าที่วางกระแทกไว้บนโต๊ะขึ้นมาเตรียมกลับ

“ได้…ฉันจะให้เธอกลับไปทำงานกรรมกรของเธอ จะได้รีบๆออกไปจากชีวิตของภัคซักที แต่จำไว้นะ ถ้างานจบ แล้วเธอยังไม่จบ…เจอกับฉันแน่”

ทิ้งคำขู่เอาไว้แล้ว แม่ดาราสาวก็เดินเด้งออกไป เผด็จแอบฟังอยู่รีบหลบวูบ และค่อยๆโผล่หน้ามามองรสาที่กำลังเดินไปหยิบแฟ้มผ้าม่านมาดูต่อ เขาอมยิ้มด้วยความพอใจ…แต่ปุยนุ่นหน้าตาตกใจมากเมื่อเผด็จกลับมาเล่าว่าพักตร์วิมลไปอาละวาดรสา…แถมยังโดนสายใจเอ็ดเข้าให้อีกรอบ

“ทีหลังก็หัดรูดซิปปากตัวเองซะบ้าง ทีหน้าทีหลังพอผู้หญิงพวกนี้มา แกไม่ต้องเสนอหน้าไปอยู่ใกล้ๆเลยนะ เขาแอบถามก็ตอบเขาไปหมด”

“ปุยขอโทษค่ะ ก็เห็นว่าเขาถามไถ่สารทุกข์สุขดิบคุณภัคด้วยความปรารถนาดี ก็เลยตอบด้วยความจริงใจ ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้”

“ดีนะที่คุณรสาไหวพริบดีเอาตัวรอดไปได้ ไม่ต้องเลือดตกยางออก”

“ใช่ค่ะ เจอไม้นี้เข้าไป คุณพักตร์วิมลเธอคงไม่อยากหาเรื่องทำให้เสียเวลางานไปอีกนาน”

“ตอนผมได้ยินยังเกือบหลุดขำออกมา ยิ่งเห็นหน้าคุณพักตร์วิมลเธอครุ่นคิด ยิ่งขำ เสียดายคุณภัคไม่ได้มา เห็นเหตุการณ์”

“ถึงไม่ได้เห็น แต่สายใจจะเล่าให้คุณหนูฟังเองค่ะ”

สายใจพูดจริงทำจริง เธอใช้ช่วงเวลาที่มาปรนนิบัติภคพงษ์ทานอาหารค่ำ ถ่ายทอดเรื่องราวที่ฟังจากเผด็จอย่างละเอียดไม่มีตกหล่น ภคพงษ์รับฟังด้วยรอยยิ้มบางๆ พอใจกับความฉลาดหลักแหลมของรสา

“รสาตอบแบบนั้นจริงๆเหรอ”

“จริงค่ะ คุณเผด็จเธอได้ยินมาเอง พอดีเธอจะมาดูงานที่เรือนหลังเล็ก ตอนเกิดเรื่องป้าโทร.ไป เธอถึงที่หน้าบ้านพอดี ป้าขอร้องให้เธอไปห้ามศึก แต่พอไปถึงคุณรสารับมือเองได้ คุณเผด็จก็เลยไม่ได้แสดงตัว”

“หลังจากเกิดเรื่อง รสาพูดอะไรหรือเปล่า”

“ไม่นะคะ เห็นปุยนุ่นบอกว่าพอเลิกงานเธอก็เก็บของแล้วก็ยืนเรียกแท็กซี่ที่หน้าบ้าน แล้วก็กลับไปเลย ป้าว่าปกติเธอก็ไม่ใช่คนขี้นินทาขี้โวยวายอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องนี้เธอคงไม่พูดกับคนอื่นหรอกค่ะ อีกฝ่ายจะเสียหายเปล่าๆ”

ภคพงษ์พยักหน้าเห็นด้วย แล้วถามถึงรถของรสาว่าซ่อมเสร็จหรือยังและจะได้เมื่อไหร่ สายใจรายงานว่าทางอู่โทร.มาบอกว่าได้รถพรุ่งนี้ เขาจึงให้นายเปลี่ยนไปรับรถ ส่วนค่าใช้จ่ายทั้งหมดเขาจะดูแลเอง

จากนั้นชายหนุ่มนั่งกินอาหารต่อไปเงียบๆ บรรยา– กาศในบ้านทึมๆเทาๆเหงาๆ มีเพียงสายใจยืนเป็นเสาหลักค้ำชีวิตอยู่เพียงคนเดียว

ooooooo

แต่ในขณะเดียวกันนั้น ที่โต๊ะอาหารบ้านวงศ์-เธียรสถิตย์ของนายสุวิทย์ มีสมาชิกสามคนพ่อแม่ลูกพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศช่างสดใสอบอุ่นและรื่นรมย์ ต่างจากบ้านเถลิงยศอย่างสุดขั้ว

สุวิทย์ค่อนข้างตกใจที่จู่ๆลูกสาวคนสวยมีของขวัญมาเซอร์ไพรส์ ตรงข้ามกับรัชนีที่รู้อยู่ก่อนแล้ว เธอนั่งยิ้มอย่างมีความสุข

“ของพ่อเหรอ”

“ใช่ค่ะ เป็นของขวัญตอบแทนที่คุณพ่อต้องเหนื่อยหาบ้านใหม่ที่ประเทศไทยให้ปรางกับคุณแม่ไงคะ”

“ที่คุณบอกว่าลูกขอไปทำธุระก่อนจะมาบ้าน ก็คือธุระเนี่ยเหรอ”

“ฉันเห็นลูกบ่นสงสารที่คุณต้องเหนื่อยบินไปบินมาอังกฤษกับประเทศไทยตั้งหลายรอบ เพื่อจะหาบ้าน หามหาวิทยาลัยให้ แล้วก็ยังต้องทำงานไปด้วย”

“คุณแม่ก็เลยแนะนำให้ปรางหาของขวัญมาให้คุณพ่อ เผื่อคุณพ่อจะได้ชื่นใจหายเหนื่อย แล้วนี่ก็เป็นของขวัญสุดพิเศษที่ปรางเลือกเอง ที่สำคัญ…ใช้เงินส่วนตัวซื้อด้วยนะคะ ไม่ใช่รูดบัตรแล้วให้คุณพ่อจ่าย”

“เหรอๆ ไหนดูสิว่าของขวัญสุดพิเศษของลูกสาวพ่อคืออะไร”

สุวิทย์รับห่อกำมะหยี่มาเปิดดูท่ามกลางความตื่นเต้นของปรางทิพย์ รัชนีมองภาพสองพ่อลูกอย่างมีความสุข นี่แหละคือชีวิตที่เธอต้องการอย่างแท้จริง สุวิทย์เห็นของข้างในก็ตาวาวด้วยความถูกใจ

“โอ้โห…พิเศษจริงๆด้วย สวยมากลูก สวยถูกใจ พ่อมากๆ ลูกสาวพ่อนี่รู้ใจพ่อจริงๆ”

“ต้องชมคุณเจ้าของร้านที่ปรางไปซื้อค่ะ เพราะเขาเป็นคนช่วยปรางเลือก คุณเจ้าของร้านนี้ทั้งใจดี สุภาพ แล้วก็รสนิยมดีมาก ของในร้านสวยๆทั้งนั้นเลยค่ะ”

“เหรอ…ชื่อร้านอะไรลูก เผื่อวันหลังพ่อจะได้แอบไปซื้อมาเซอร์ไพรส์แม่บ้าง เครื่องเพชรแบบนี้แม่เค้าชอบ”

สุวิทย์หันมายิ้มกระเซ้ารัชนีที่ส่ายหน้านิดๆ รู้ว่าโดนแซว พอได้ยินลูกสาวตอบชื่อร้านอย่างชัดถ้อย

ชัดคำ คนเป็นแม่ถึงกับใจสั่นวูบ ตัวเย็นวาบตั้งแต่ศีรษะถึงปลายเท้า

“ร้านเถลิงยศจิวเวลรีค่ะพ่อ เจ้าของร้านชื่อภคพงษ์ ค่ะ ภคพงษ์ เถลิงยศ”

รัชนีมือไม้อ่อนขึ้นมากะทันหัน แก้วน้ำในมือหล่นลงพื้นโดยไม่รู้ตัว พ่อลูกตกใจถามเสียงเดียวกันว่าเธอเป็นอะไร พร้อมกันนี้สุวิทย์ก็สั่งคนใช้ให้รีบมาเก็บเศษแก้ว

“ฉันรู้สึกหน้ามืด ฉันขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ” รัชนีปลีกตัวออกไปโดยเร็ว ถึงห้องน้ำก็ปิดล็อกประตูแน่นหนา ยืนหน้าซีดมองตัวเองในกระจก นึกย้อนถึงอดีต ในวันที่เธอตัดใจทิ้งลูกชายไร้เดียงสาอย่างไม่เหลียวหลัง

แต่วันนี้เดี๋ยวนี้ เธอได้ยินชื่อเขา…ชื่อที่ฟังแล้วทำให้เกิดความรู้สึกต่างๆนานา โดยเฉพาะความหวาดหวั่น ถึงกับวิงวอนขึ้นมา

“ขอให้เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้…มันจบลงแค่วันนี้ด้วยเถอะ”

ooooooo

คืนเดียวกัน ชีวินมากินข้าวกับรสาที่บ้านป้าอาภรณ์ ทั้งของคาวของหวานเต็มคราบ แถมยังไม่ต้องล้างถ้วยจานเพราะรสากับป้าอาภรณ์เหมากันเอง

ขณะอยู่ในครัวกันสองคนป้าหลาน อาภรณ์ถามรสาตรงๆว่าตั้งแต่คบกับชีวินมาเริ่มมองเห็นความดีของเขาบ้างหรือยัง รสาตอบทันทีว่าเห็นมานานแล้ว ป้าดีใจนึกว่าหลานใจอ่อน ที่ไหนได้ รสากลับย้อนถามป้าว่าใจอ่อนยังไง

“อ้าว…ก็ใจอ่อนยอมคบกับเขามากกว่าเพื่อนไงล่ะ”

“โธ่ป้าภรณ์…รสกับวินเป็นได้แค่เพื่อนกันจริงๆค่ะ รสว่าบางทีเราคงจะรู้จักกันมากเกินไปหน่อย”

“อ้าว รู้จักกันมากเกินไปก็เลยเป็นแฟนกันไม่ได้ แล้วต้องรู้จักกันขนาดไหนถึงจะเป็นแฟนกันได้ล่ะ”

“นั่นสิ แค่ไหนนะถึงจะพอดี รสก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เอาไว้ถ้ารสเจอคนที่ทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นแฟนได้เมื่อไหร่ รสจะบอกอีกทีนะคะ”

อาภรณ์มองหลานสาวแล้วก็ส่ายหน้าด้วยความไม่เข้าใจ ด้านชีวินที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่อีกห้อง ได้ยินเสียงมือถือดัง เขาลุกไปหยิบดู เห็นชื่อภคพงษ์โชว์หน้าจอจึงร้องบอกรสาว่าเจ้านายโทร.มา แต่ไม่มีเสียงตอบกลับ

และมือถือก็ยังดังต่อเนื่อง เขาตัดสินใจกดรับ ภคพงษ์ได้ยินเสียงก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนฝากเขาบอกรสาให้ติดต่อกลับตนด้วย

ชีวินไม่ทันพูดอะไร ทางโน้นตัดสายไปแล้ว เมื่อ รสาเสร็จงานในครัวกลับออกมารู้เข้า เธอบ่นอีกตามเคยว่าเขาโทร.มาทำไมดึกดื่น พอเธอโทร.กลับไปก็ไม่ใช่เรื่องงาน แต่เป็นเรื่องรถของเธอที่เขาจะให้นายเปลี่ยนไปรับมาให้ รสารีบบอกด้วยความเกรงใจว่าขอไปรับรถเอง

“พรุ่งนี้ผมจะให้เปลี่ยนไปรับรถมาให้”

“ย้ำแบบนี้แปลว่าดิฉันไม่มีตัวเลือกอื่นใช่ไหมคะ”

“ผมเลือกในสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณแล้ว ผมโทร.มาบอกคุณแค่นี้ พรุ่งนี้เจอกัน”

เขาด่วนวางสายโดยที่รสายังไม่ทันจะขอบคุณ ชีวินชะเง้อมองด้วยความอยากรู้ ซึ่งรสาก็ไม่ปิดบัง เล่าให้ฟังขณะเดินออกมาส่งเขาหน้าบ้าน

“แค่เรื่องรถเนี่ยนะ ทำไมถึงฝากเราบอกรสไม่ได้ ทำไมต้องให้โทร.กลับด้วย แถมยังให้คนรถไปรับรถมาให้อีก มันดีเกินไป ไม่น่าไว้ใจอย่างแรง” ชีวินตั้งข้อสงสัยด้วยใจที่ระแวง

“เขาก็ทำแบบนี้กับทุกคน มันอาจจะเป็นนิสัยของเขาก็ได้ ถ้าวินเริ่มทำงานกับเขา เขาก็ทำกับวินแบบเดียวกัน”

“ไม่มีทาง…วินว่าเขาไม่ได้ทำแบบนี้กับทุกคน”

“เฮ้อ…พูดไปตอนนี้วินก็คงไม่เชื่อ ถ้าวินได้รู้จักใกล้ชิดกับผู้ชายอย่างภคพงษ์มากกว่านี้ เดี๋ยววินก็รู้เอง”

รสายืนยันอย่างมั่นใจ ชีวินไม่ตอบแต่ในใจคัดค้าน ยังไงก็ไม่เชื่อ…

ooooooo

เนื่องจากทำงานอยู่ที่เดียวกัน วาริชกับพิมพรรณมีโอกาสใกล้ชิดกันมากขึ้น วันหนึ่งขณะทั้งคู่ออกมากินข้าวกลางวันที่ตลาด เดินจับมือถือแขนกันอย่างแฟน ปรากฏว่าห้าวกับพร้อมมาเห็น ห้าวตกใจมากรีบส่งข้อความเข้ามือถือให้พิมพรรณรู้ตัว

นี่เองทำให้พิมพรรณไม่สบายใจ แต่สำหรับวาริชพอรู้เรื่องเขากลับไม่หนักใจอะไรเลย เน้นย้ำกับเธอว่าเขาต้องหาโอกาสคุยกับพ่อของเธอเพื่อแสดงความจริงใจ เขาต้องทำทุกอย่างให้ถูกต้อง ถือเป็นการให้เกียรติทั้งพ่อและเธอด้วย

ด้านรสาที่วันนี้ภคพงษ์ให้เปลี่ยนไปรับรถมาให้ เธอต้องการจ่ายเงินค่าซ่อมรถคืนแก่ภคพงษ์ แต่ไม่ว่าจะตื๊อและอ้างอย่างไรเขาก็ไม่รับ แถมยังสั่งสายใจทำอาหารกลางวันไว้ให้เธออีกด้วย ทำให้รสาเริ่มรู้สึกได้ถึงความมีน้ำใจของเขา อีกทั้งสายใจก็ยืนยันด้วยว่านายของตนเป็นคนดีที่น่าสงสาร

ฟากฝั่งครอบครัวใหม่ของรัชนี วันนี้เธอเลือกสถานที่เรียนให้ลูกสาวได้แล้ว ส่วนสุวิทย์ก็มีข่าวดีมาบอกเธอกับลูกว่า หุ้นส่วนธุรกิจของเราในกลุ่มประเทศอาหรับสนใจจะขยายตลาดนำเข้าเครื่องจักรของโรงงาน ทำให้ยอดสั่งเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เท่านั้นไม่พอ ทางเขายังอยากนำเข้าจิวเวลรีฝีมือคนไทย เพราะกำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ตนจึงให้เขาดูของขวัญที่ปรางทิพย์ให้ ปรากฏว่าเขาชอบมาก ตนก็เลยให้ผู้ช่วยสืบประวัติเจ้าของร้านที่ชื่อภคพงษ์ เถลิงยศ

รัชนีหน้าเจื่อนหุบยิ้มทันที แต่สองพ่อลูกไม่ทันสังเกต สุวิทย์ยังคงพูดถึงภคพงษ์ต่อไป ก่อนสรุปว่าตนให้ผู้ช่วยนัดทานข้าวกับเขาเรียบร้อยแล้ว และตนจะพาภรรยากับลูกสาวไปด้วย ปรางทิพย์ตื่นเต้นยินดี ตรงข้ามกับรัชนีที่นั่งอึ้งพูดไม่ออก ไม่รู้จะจัดการกับเรื่องนี้ยังไงดี

เย็นนั้น พิมพรรณโทร.มาปรึกษารสาเรื่องวาริชจะไปเปิดตัวกับพ่อว่าเราคบกันฉันแฟน เพราะเมื่อกลางวันพ่อเห็นแล้วว่าตนเดินจับมือกับเขาที่ตลาด รสาเห็นด้วยที่วาริชจะแสดงความจริงใจ และเธอยังพูดให้กำลังใจจนพิมพรรณคลายความกังวลไปได้บ้าง

แต่เมื่อวาริชมาเจรจากับพ่อแม่ของเธอ ปรากฏว่านายพร้อมไม่ค่อยยอมรับ แถมยังพูดจาดักคอเรื่องความเจ้าชู้ปากหวานของวาริชเสียจนเขาหน้าม้านไปนิด แต่ก็ยังอดทนพยายามพูดดีต่อไป ฝ่ายห้าวที่อยู่ในเหตุการณ์ไม่พูดอะไรสักคำ ทั้งที่รู้สึกขัดหูขัดตาเหลือเกินกับวาจาของหมอนี่

สักครู่ ห้าวหลบออกไปโทร.เล่าให้รสาฟัง ย้ำว่า ตนไม่ไว้ใจวาริช มันดูคล่องจนคร่อก หวานจนเลี่ยน ตนห่วงพิมจะมองโลกในแง่ดีแล้วก็โดนมันหลอกง่ายๆ รสาฟังแล้วหนักใจเหมือนกัน จึงรับปากห้าวว่าศุกร์นี้ตนจะลางานครึ่งวัน รีบไประยองแล้วจะลองคุยกับพิมดู

คุยกับห้าวเสร็จ รสาเตรียมตัวกลับบ้านเพราะหมดเวลางานแล้ว แต่ไม่ทันออกจากเรือนเล็กก็ได้ยินเสียงคนงานตะโกนขอความช่วยเหลือ มีช่างปูกระเบื้องเป็นลมล้มหัวแตก รสาจะรีบพาเธอไปหาหมอ ก็พอดีภคพงษ์กลับมาเจอ เขาจึงขับรถไปส่งโรงพยาบาลและดูแลเรื่องค่ารักษาให้ทั้งหมด รสาที่มาด้วยได้เห็นอีกมุมที่อ่อนโยนและอาทรต่อคนอื่นที่ด้อยกว่า ถึงกับแอบชื่นชมความมีน้ำใจของภคพงษ์อยู่เงียบๆ

เสร็จเรื่อง ภคพงษ์อาสาไปส่งรสาที่บ้านแล้วถือโอกาส อยู่กินข้าวเมื่อป้าอาภรณ์เชิญชวน โดยไม่เกี่ยงว่าอาหารนั้นจะธรรมดาสักแค่ไหน รสาเห็นแล้วยิ่งประทับใจแต่เก็บอาการเอาไว้อย่างมิดชิด ส่วนป้าอาภรณ์ของเธอไม่เก็บเลยสักนิด พูดคุยกับภคพงษ์อย่างถูกคอ แถมฝากฝังให้เขาช่วยดูแลและคอยเตือนหลานสาวเรื่องกินข้าวให้ตรงเวลา โรคกระเพาะจะได้ไม่กำเริบ

ภคพงษ์รับปากแข็งขันก่อนลากลับไปอย่างมีความสุข ฝ่ายอาภรณ์ที่รู้สึกถูกชะตาและถูกใจในความเรียบง่ายอ่อนน้อมของชายหนุ่ม ก็อดถามหลานสาวไม่ได้ว่าเขามีใจกับเราหรือเปล่าถึงได้รับปากมั่นเหมาะอย่างนั้น รสารีบบอกว่าไม่มีอะไรจริงๆ ทุกอย่างที่ป้าเห็นเป็นนิสัยปกติของเขา เขาทำแบบนี้กับทุกคน ขนาดคนงานที่มาซ่อมแซมบ้านประสบอุบัติเหตุ เขาก็ดูแลอย่างดี ขับรถมาส่งโรงพยาบาล จัดห้องพัก และรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“เขาทำดีแบบนี้กับทุกคนค่ะ ไม่ได้มีอะไรพิเศษจริงๆค่ะ” รสายืนยัน…ป้าอาภรณ์นิ่งไปทั้งที่ยังสงสัย จากประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา แกเชื่อว่ามันมีอะไรพิเศษมากกว่านั้นจริงๆ

ooooooo

วาริชเพียรมารับส่งพิมพรรณไม่ขาด เพื่อแสดงให้พร้อมเห็นว่าเขาจริงจังจริงใจ แต่เมื่อใดที่พร้อมเจอจังๆก็มีอันต้องว่ากระทบกระเทียบทุกที จนวาริชอดบ่นกับพิมพรรณไม่ได้ว่า ท่าทางพ่อของเธอไม่ค่อยชอบขี้หน้าเขาเท่าไหร่ แต่ยังไงเขาก็ไม่ท้อ เขาต้องเคารพนับถือและให้เกียรติท่านเสมอ

พิมพรรณฟังคำพูดหวานหูนั้นแล้วยิ่งเป็นปลื้มชื่นชมวาริช ต่างกับห้าวที่แอบฟังแทบจะอ้วกเสียให้ได้ พอเงี่ยหูฟังต่อไปก็ยิ่งไม่พอใจวาริช ที่อยากรู้ว่ารสาจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายเป็นลูกบุญธรรมของพร้อมกับวิมลหรือเปล่า และเธอได้เข้ามาดูแลเรื่องงานที่รีสอร์ตด้วยไหม?

“รสจดทะเบียนถูกต้องทุกอย่างค่ะ แต่เรื่องงานที่รีสอร์ตไม่ได้มาดูแล แค่งานตัวเองก็ยุ่งจะแย่อยู่แล้ว วาริชถามทำไมเหรอ”

“ไม่มีอะไร ก็แค่อยากรู้เฉยๆ” วาริชบอกปัดแล้วพาพิมพรรณออกจากบ้านไป โดยทั้งคู่ไม่รู้ว่าห้าวยืนหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่ไว้วางใจวาริชมากขึ้น…

ชีวินแวะมาคุยงานกับรสาที่บ้าน พอรู้จากป้าอาภรณ์ว่าเมื่อวันก่อนภคพงษ์มาส่งรสาและอยู่กินข้าวด้วยอย่างไม่ถือเนื้อถือตัว อีกทั้งคำพูดคำจาของรสาก็เริ่มเห็นความดีของเขา ทำให้ความหวาดระแวงที่มีในใจของชีวินยิ่งเพิ่มมากขึ้นจนคิดหนัก กลัวจะเสียรสาไป…

สายวันนี้ รัชนีพาปรางทิพย์ไปดูสถานที่เรียนซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยหรูของเมืองไทย เสร็จแล้วสองแม่ลูกพากันไปกินข้าวกลางวันที่ห้างสรรพสินค้า จู่ๆปรางทิพย์นึกได้ว่าร้านเถลิงยศจิวเวลรีอยู่ที่นี่ด้วยจึงจะชวนแม่ไปดู แต่กลายเป็นว่ารัชนีรีบร้อนชวนลูกสาวกลับทันทีทันใด ขนาดอาหารที่สั่งมาแล้วยังให้พนักงานเอาใส่ถุงกลับไปกินบ้าน

ขณะที่สองแม่ลูกเดินไปขึ้นรถ ภคพงษ์เห็นแม่ผู้ให้กำเนิดเต็มตาแต่ไม่เห็นปรางทิพย์ที่มีคนอื่นบัง ชายหนุ่มช็อกตัวเย็นวาบ ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วอึดใจ ก่อนจะเดินลิ่วจากไปคนละทางอย่างทำใจไม่ได้

เมื่อรัชนีกลับถึงบ้านก็ค้นคว้าหาข้อมูลร้านจิวเวลรีอื่นๆมาเป็นตัวเลือกให้สามี ด้วยหวังว่าเขาจะได้ไม่ต้องติดต่อกับร้านเถลิงยศอีก แต่ท่าทางจะไม่สำเร็จ เพราะสุวิทย์ยังสนใจ อยากลองร่วมงานกับคนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งเขาติดต่อผู้ช่วยของภคพงษ์ที่ชื่อเผด็จได้แล้ว อีกไม่นานคงได้เจอกัน สำหรับร้านใหม่ที่ภรรยาหามาให้ เขาก็จะลองติดต่อไป แล้วค่อยเลือกร้านที่ดีที่สุด…

ขณะเดียวกันนั้น ภคพงษ์กับเผด็จกำลังคุยเรื่องที่นายสุวิทย์ วงศ์เธียรสถิตย์ อยากคุยเรื่องการส่งออกเครื่องเพชรไปประเทศอาหรับ แต่ภคพงษ์ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนจึงขอทราบประวัติทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวของเขาก่อนถึงจะตัดสินใจ

เผด็จรับคำแล้วจะกลับออกไป ภคพงษ์นึกถึงเรื่องแม่ที่เจอเมื่อกลางวัน ทำเหมือนจะเล่าให้เผด็จฟัง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจ นิ่งเงียบเสีย…

ละครตะวันทอแสง เรื่องย่อละครตะวันทอแสง

รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร ตะวันทอแสง

ตะวันทอแสง ปกรณ์ ลัม รับบท ภคพงษ์
ตะวันทอแสง ดาวิกา โฮร์เน่ รับบท รสา
ตะวันทอแสง ธนเวทย์ สิริวัฒน์ธนกุล รับบท ชีวิน
ตะวันทอแสง ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท พักตร์วิมล
ตะวันทอแสง ชฎาพร รัตนากร รับบท รัชนี
ตะวันทอแสง ยูมิโกะ สุชิยะ รับบท ปรางทิพย์
ตะวันทอแสง ณัฐวัฒน์ เปล่งศิริวัธน์ รับบท วาริช
ตะวันทอแสง สริตา เอี่ยมวสันต์ รับบท พิมพรรณ
ตะวันทอแสง แก้วมณี วัฒนวรากุล รับบท ยูโฮะ
ตะวันทอแสง ทองภูมิ สิริพิพัฒน์ รับบท ห้าว
ตะวันทอแสง พิศมัย วิไลศักดิ์ รับบท สายใจ
ตะวันทอแสง รอง เค้ามูลคดี รับบท เผด็จ
ตะวันทอแสง สุเชาว์ พงษ์วิไล รับบท สุวิทย์
ตะวันทอแสง เกริก ชิลเล่อร์ รับบท พิทยา
ตะวันทอแสง ธัญญา รัตนมาลากุล รับบท คัพเค้ก
ตะวันทอแสง ไพโรจน์ ใจสิงห์ รับบท พร้อม
ตะวันทอแสง รสรินทร์ จันทรา รับบท วิมล
ตะวันทอแสง บอล เชิญยิ้ม รับบท เปลี่ยน
ตะวันทอแสง นฤมล สิทธิเม่ง รับบท ปุยนุ่น
ตะวันทอแสง ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท พรต

ตะวันทอแสง, อ่านละครออนไลน์
- 2012-09-25 4:55:41 โพสต์โดย : zoomza 1,467 ดูละครย้อนหลัง