เรื่องย่อละคร ปัญญาชนก้นครัว ตอนแรก

ปัญญาชนก้นครัว เรื่องย่อละคร ปัญญาชนก้นครัว ละครย้อนหลัง ปัญญาชนก้นครัว ละคร ปัญญาชนก้นครัว คลิปละคร ปัญญาชนก้นครัว หมาก คิมเบอร์ลี่

ปัญญาชนก้นครัว เรื่องย่อละคร ปัญญาชนก้นครัว ละครย้อนหลัง ปัญญาชนก้นครัว

ปัญญาชนก้นครัว ละครปัญญาชนก้นครัว ทางช่อง3

ปัญญาชนก้นครัวบทประพันธ์ : ว.วินิจฉัยกุล
ปัญญาชนก้นครัวบทโทรทัศน์ : ปณธี
ปัญญาชนก้นครัวกำกับการแสดง : อำไพพร จิตต์ไม่งง
ปัญญาชนก้นครัวผลิต : บริษัท ทอง เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด โดยผู้จัด แอน ทองประสม
ปัญญาชนก้นครัวแนวละคร : โรแมนติก – คอมเมดี้
ปัญญาชนก้นครัวออกอากาศ : ศุกร์ (20.30 น.) เสาร์ และ อาทิตย์ (20.15 น.) ทาง ช่อง 3
ปัญญาชนก้นครัวระยะเวลาออกอากาศ : เริ่ม ศุกร์ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2555
ปัญญาชนก้นครัวจำนวนตอนออกอากาศ : 14 +/-

เรื่องย่อละครปัญญาชนก้นครัว ตอนแรก

งานเทศกาล “ปล่อยของ” อันเป็นงานก่อนปิดภาคเรียนที่จัดขึ้นทุกปีให้นักศึกษาคณะศิลปกรรม-ศาสตร์ได้ปล่อยของที่ตัวเองเรียนมา อีกทั้งยังเป็นการเก็บคะแนนด้วย

“งานปล่อยของประจำปี 55” กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว แว่น นักศึกษาเอกสื่อสารมวลชน ทำหน้าที่นักข่าวประจำมหาวิทยาลัยที่บุคลิกออกแนวจิตนิดๆ กับเพื่อนๆมากันพร้อมแล้ว เลือดนักแสดงของทุกคนฉีดกระฉูด ต่างแสดงออกทั้งเต้นทั้งร้องกันกรี๊ดกร๊าด ดูแล้วทั้งเมามัน น่าหวาดเสียว และกระทั่งบ้าคลั่ง!

แต่เอมิกาตัวเอกในทีมที่ต้องร้องเพลงเปิดฉากเป็นคนแรก ยังนอนอุตุฝันหวานถึงหนุ่มหล่ออยู่ที่บ้าน จนเพื่อนๆร้อนใจโทร.ไปหา เธอสะดุ้งตื่นจากฝันหวานถึงหนุ่มหล่อเท่ นึกได้ว่าวันนี้มีงาน “ปล่อยของ” ที่ตัวเองจะต้องเปิดฉาก ดูนาฬิกาแล้วเด้งผึงขึ้นจากเตียง บอกเพื่อนว่า “เฮ้ย! ฉันลืม จะรีบไปเดี๋ยวนี้”

ที่มหาวิทยาลัย เพื่อนๆต่างร้อนใจไม่แน่ใจว่าเอมิกาจะมาทันเวลาหรือเปล่า ถูกอภิเชษฐ์ คู่แข่งคู่ปรับของเอมิกาเข้ามาเยาะเย้ยเพื่อนๆเธอต่างๆนานา

ปองเทพหรือป่องที่โทร.ตามเอมิกาวิ่งทะเล่อทะล่าเข้ามาสะดุดพรมล้มโครม แต่ก็ยังมีสติร้องบอกเพื่อนๆ อย่างดี ใจว่าเอมิกากำลังมา ทำเอาทั้งชัยพรและนงลักษณ์ที่รอเอมิกาใจแทบขาดเกือบขาดใจ อุทานพร้อมกัน “กำลังมา!!” ทั้งสองมองกันเหมือนเห็นหายนะอยู่ตรงหน้า!

ooooooo

เอมิกานั่งกระวนกระวายอยู่ในรถแท็กซี่ เวลายิ่งใกล้เข้ามาเธอก็ยิ่งกระสับกระส่าย สุดท้ายตัดสินใจเปลี่ยนชุดในรถเสียเลย ทำเอาคนขับแท็กซี่แทบหัวใจวายตาย

เปลี่ยนชุดเสร็จ เห็นมอเตอร์ไซค์รับจ้างผ่านมา เธอลงจากแท็กซี่โดดขึ้นมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ลุงคนหนึ่งขี่ผ่านมา โทร.บอกป่องว่าตอนนี้อยู่บนมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ไปถึงก็แสดงได้ทันที พลางเร่งลุงให้บิดไปเลย

การแสดงของอภิเชษฐ์จบลงแล้ว เป็นการโชว์ร่วมสมัยโชว์กายภาพที่แข็งแรงสวยงาม ที่คนดูต่างอึ้ง ทึ่ง ปรบมือกันยาวนาน ดร.เพียรทิพย์ขึ้นเวทีกล่าวเปิดการแสดงของคณะอีกกลุ่มหนึ่งว่า

“เชคสเปียร์กล่าวได้ว่า “ละครคือกระจกส่องชีวิต” หรือพูดง่ายๆชีวิตนั้นหรือก็คือละครที่มีทั้งสุขเศร้าเคล้าน้ำตา ความน้ำเน่าในละครก็คือความน้ำเน่าของชีวิตจริง ไอ้ที่คนดูออกมาด่าปาวๆว่าละครน้ำเน่า ก็เพราะชีวิตมันเน่า แล้วจะไปโทษว่าเป็นเพราะคนสร้างละครทำให้ละครออกมาน้ำเน่าไร้สาระได้ยังไง? ในเมื่อรอบข้างมีแต่เรื่องการเมืองเน่าเฟะ พ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อ เมียมีชู้ ผัวเป็นตุ๊ดดด!!”

ยิ่งพูดอาจารย์ก็ยิ่งอารมณ์ขึ้น จนเจ้าหน้าที่ต้องไปกระซิบบอก ท่านยิ้มแหยๆ เปลี่ยนเรื่องเสียงอ่อนลงว่า

“แฮ่ม…และลำดับต่อไป ขอเชิญพบกับการแสดงของนักศึกษาปีที่ 4 คณะศิลปกรรม เอกการแสดงอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นนักเรียนที่ผมภาคภูมิใจ เชิญชมได้แล้วครับ”

ดร.เพียรทิพย์ ที่นักศึกษาแอบเรียกอย่างเป็นที่รู้กันว่า ดร.เพี้ยน ลงมายืนกับอภิเชษฐ์ที่ข้างเวที ชื่นชมการแสดงที่กำลังจะมีขึ้น บ่นเสียดายที่เขาไม่ได้ร่วมแสดงโชว์ชุดนี้ด้วย อภิเชษฐ์พูดอย่างสะใจในทีว่า อาจารย์อย่าเพิ่งหวังอะไรกับการแสดงชุดนี้มากนัก เพราะป่านนี้เอมิกายังไม่มาเลย ทำเอา ดร.เพี้ยนหน้าเจื่อนอึ้งสนิท

ooooooo

ขณะทุกคนกำลังเครียดจัด ที่ถึงเวลาแสดงแล้ว แต่เอมิกายังมาไม่ถึง ทันใดนั้น เอมิกาโทร.เข้ามือถือนงลักษณ์ถามว่าการแสดงถึงคิวไหนแล้ว นงลักษณ์พูดเหมือนจะขาดใจว่า “ถึงคิวแกพอดีเลย!”

“แกอยู่ข้างเวทีใช่ไหม…ดี…แกมาเปิดประตูหลังเวทีให้ฉันเร็ว ฉันมาถึงแล้ว!!”

สิ้นเสียงเอมิกา ก็มีเสียงมอเตอร์ไซค์เบรกดังเอี๊ยดแสบแก้วหู นงลักษณ์วิ่งไปเปิดประตูหลังทันที พริบตานั้น เอมิกาวิ่งเข้ามาในชุดเจ้าหญิงแสนหรูหรา ยิ้มให้นงลักษณ์นิดหนึ่งแล้ววิ่งไปที่เวทีแสดงทันทีอย่างแนบเนียนลื่นไหลราวกับซ้อมไว้อย่างดีแล้ว…

ทุกคนยิ้มดีใจ โล่งอกเหมือนรอดพ้นจากหายนะ โดยเฉพาะ ดร.เพี้ยน ถึงกับปรบมือสนั่นทำให้คนอื่นปรบมือตามอย่างชื่นชมยินดี มีแต่อภิเชษฐ์คนเดียวที่ยิ้มไม่ออกบอกไม่ถูกที่สถานการณ์พลิกผันจนตัวเองหน้าแตกยับเยิน

เมื่อการโชว์จบลง เพื่อนๆแสดงความยินดีชื่นชมว่า เอมิกายอดเยี่ยมมาก งดงามที่สุด อภิเชษฐ์เดินเข้ามาทะลุกลางปล้องว่า

“อย่าดีใจกันนัก การแสดงดาษๆน่าเบื่อ การแสดงของฉันสิของจริง เป็นการแสดงชั้นสูง ไม่ฉาบฉวย ไร้แก่นสาร เหมือนที่พวกเธอทำและเพราะมีแต่คนคิดตื้นๆแบบพวกเธอ ละครถึงออกมาน้ำเน่า ประเทศชาติเราถึงไม่ไปไหนซะที!!”

“นี่! มันจะดูถูกกันเกินไปแล้วนะ” เอมิกาฉุนกึก ทั้งสองทำท่าจะเถียงกันรุนแรง แต่ ดร.เพี้ยนเดินเข้ามา ขัดจังหวะเสียก่อน อาจารย์ชมว่า

“ลูกศิษย์ที่น่ารักของฉัน พวกเธอทำได้ดีมาก โดยเฉพาะเธอแม่ชะเอม เยี่ยมจริงๆ” อาจารย์ยกนิ้วโป้งให้ บรรดาลูกศิษย์ต่างยกมือไหว้ขอบคุณ อาจารย์สั่งก่อนเดินกระชดกระช้อยนิดๆ ออกไปว่า “เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วไปพบฉันที่ห้อง ฉันมีเรื่องสำคัญจะประกาศ”
บรรดาลูกศิษย์ต่างมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่า อาจารย์จะประกาศเรื่องอะไร??

เมื่อพากันไปที่ห้องทำงานของ ดร.เพี้ยน จึงรู้ว่าท่านจะจัดประกวดบทละครยอดเยี่ยม รางวัลชนะเลิศจะได้ทุนไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านการละครที่นิวยอร์ก มีเวลาให้ช่วงปิดเทอมสองเดือนครึ่ง เมื่อได้รับบทละครมาแล้วใครชนะก็จะได้ทุนไปศึกษาต่อทันที

อภิเชษฐ์บอกอาจารย์ว่าไม่ต้องประกวดหรอกเพราะเห็นๆอยู่แล้วว่า รางวัลต้องเป็นของตน เอมิกาแว้ด ไปทันทีว่า รางวัลนี้ต้องเป็นของตน

ทั้งคู่โต้เถียงกันหน้าดำหน้าแดงน้ำลายกระเด็นใส่หน้าอาจารย์ที่นั่งคั่นอยู่ อาจารย์ควักผ้าเช็ดหน้าออกมาสะบัดผึง พวกลูกศิษย์พากันหุบปากเงียบกริบนึกว่าโดนด่าแน่แล้ว แต่อาจารย์กลับเอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำลายบนหน้าหัวเราะอารมณ์ดี

“ฮ่าๆๆ ฉันชอบเวลาแห่งการแข่งขันกันซะจริงๆ” ตบบ่าคู่ขัดแย้งทั้งสอง “แล้วเจอกันวันเปิดเทอม ฉันจะรอดูผลงานของพวกเธอ”

เพียงอาจารย์ออกไปเท่านั้น อภิเชษฐ์ก็หันมาจิกกัดเอมิกาต่อว่า

“ถอนตัวตอนนี้ยังทัน เธอไม่มีทางทำได้ เพราะอะไรรู้ไหม เพราะว่านักเขียนบทที่ดีต้องมีประสบการณ์ชีวิตที่โชกโชน ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว ก็อย่าหวังเลยว่าเธอจะเขียนบทละครดีๆออกมาได้”

เอมิกาไม่ตอบโต้ แต่ต่างจ้องกันอย่างท้าทาย ราวกับประจุไฟฟ้าสองขั้วที่พร้อมจะสปาร์กใส่กัน!

ooooooo

วเรศ หรือตั้ม หนุ่มหล่อเนี้ยบ เลขารัฐมนตรีผู้ชอบปีนหน้าผาเป็นชีวิตจิตใจ ไปปีนหน้าผาที่กาญจนบุรี พอลงมาเจอหมูเพื่อนที่มาด้วยอยู่ในชุดปีนหน้าผาเช่นกัน ส่งขวดน้ำให้ ชมเขาว่าฟิตจริงๆ ขนาดต้องไปช่วยรัฐมนตรียังหาเวลามาปีนหน้าผาแถมปีนอึดกว่าตนด้วย
ระหว่างนั้นเอง วเรศได้รับโทรศัพท์จากวิยะดาผู้เป็นแม่ให้ไปงานเลี้ยงการกุศลพรุ่งนี้ เขาบอกแม่ว่าแล้วพรุ่งนี้เจอกันที่บ้าน พอวางสายหมูก็เหล่แซวว่า

“ดูท่าทางแม่แกอยากให้ไปงานนี้ซะเหลือเกิน ท่าทางไม่พ้นจับคู่ให้อีกแหงมๆ”

เวลาเดียวกัน เอมิกาอยู่ที่คอนโดฯ เธอกำลังเครียดเพราะอยากได้รางวัลไปทำปริญญาโทที่นิวยอร์กมาก คิดหาวิธีที่จะเขียนบทละครให้ชนะอภิเชษฐ์ เปิดโน้ตบุ๊กค้นคว้าไปกินมะขามเม็ดไป ยิ่งเครียดก็ยิ่งกิน จนฉุกคิดได้ว่า คิดไม่ออกต้องให้คนอื่นช่วยคิด จึงโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก “จะทำอย่างไรให้ได้ประสบการณ์ชีวิตโชกโชน”

ไม่นานก็มีคนตอบมาหลายสิบคนแต่อ่านแล้วไม่ถูกใจ ก็พอดีอัมพรผู้เป็นแม่เพิ่งโต้เถียงกับอุทยานที่ติติงภรรยาว่า ขยันหาคู่ให้ลูกสาวว่าน่าจะเปิดบริษัทหาคู่ดูท่าจะรุ่ง อัมพรเสียงเขียวใส่สามีว่าตนทำทุกอย่างเพื่อลูกเราที่กระโดกกระเดกจะได้ไม่ต้องขึ้นคาน ผละจากสามีก็ตรงไปหาเอมิกาที่กำลังง่วนอยู่กับเฟซบุ๊กเตือนว่าคืนนี้ต้องไปงานเลี้ยงการกุศลกับแม่

เอมิกาอ้อนแม่ขอไม่ไปได้ไหมเพราะต้องทำรายงานต้องการสมาธิ ถูกแม่ประกาศิตว่า “ลูก-ต้อง-ไป” ก็พูดไม่ออก ซ้ำแม่ยังกำชับ “แล้วก็แต่งตัวสวยๆ ด้วย อย่าทำให้ท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่ขายหน้าเข้าใจไหม”

ooooooo

ในงาน “ปาร์ตี้หน้ากากการกุศล” หารายได้ช่วยเด็กยากไร้ตามชายแดน เอมิกาเดินตามพ่อกับแม่เข้าไปเซ็งๆ จู่ๆก็เกิดปวดท้องขึ้นมาตุ่ยๆ ขอแม่ไปห้องน้ำจึงเหลือแต่อัมพรกับอุทยานที่มองหาวิยะดากับวิชัยอยู่แถวนั้น

เมื่อเจอกัน วิยะดาแนะนำวเรศให้รู้จัก อุทยานทักอย่างชื่นชมว่า

“วันก่อนที่งานเลี้ยงสันนิบาต ผมเจอกับ รมต.ประวัติ คุณลุงของคุณ ท่านชื่นชมคุณให้ผมฟังไม่หยุด แล้วก็บอกว่า คิดไม่ผิดที่ดึงตัวหลานชายให้มาเป็นเลขาส่วนตัว อนาคตคุณไปไกลแน่ ผมรับรอง”

วเรศยกมือไหว้ขอบคุณ ส่วนวิยะดาถามว่าเอมิกาหายไปไหน อัมพรบอกว่าไปเข้าห้องน้ำ วเรศจึงไปเอาเครื่องดื่ม

เอมิกาเข้าห้องน้ำเสร็จออกมาล้างมือบ่นว่ามะขามทำพิษแน่ๆ เมื่อออกมาก็ตรงไปที่หยิบเครื่องดื่มมือชนกับมือวเรศที่จะหยิบแก้วเดียวกันพอดี ต่างชะงัก แต่พอมองหน้ากันต่างมองกันอึ้งรู้สึกถูกชะตากันอย่างบอกไม่ถูก ต่างก็หยิบเครื่องดื่มเดินออกไปด้วยความรู้สึกดีๆที่ แอบซ่อนอยู่ในใจ…

ooooooo

เอมิกากลับมา พอดีพิธีกรประกาศเชิญผู้สมัครเต้นรำการกุศลออกไปกลางฟลอร์ อัมพรเร่งให้เอมิการีบออกไป เธอบอกว่าตนไม่ได้สมัคร

“แต่แม่สมัคร เสียเงินไปเป็นแสน เต้นให้สมกับที่เป็นลูกสาวท่านผู้ว่าฯเชียงใหม่นะลูกนะ”

เอมิกาหันมองพ่ออย่างขอความช่วยเหลือ พ่อกลับบอกว่าให้ทำตามที่แม่บอกเถอะ เธอจึงจำต้องเดินออกไป

เมื่อไปเจอคู่เต้นจึงรู้ว่าที่แท้คือวเรศนั่นเอง หนุ่มสาวออกไปเต้นรำกันท่ามกลางกลุ่มคน

ทั้งเอมิกาและวเรศเต้นรำกันเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน แต่แล้วความฝันของเอมิกาก็พังทลาย เมื่อปวดท้องขึ้นอย่างรุนแรง เธอพยายามขมิบเม้มไว้สุดฤทธิ์จนไม่มีสมาธิเต้นเหยียบเท้าวเรศหลายครั้ง เธอค่อยๆถอยห่างออกมา จนเขาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า

“ฉันขอตัวนะคะ” เอมิกาวิ่งแหวกคนออกไปทันที วเรศตกใจวิ่งตามไปแต่ไม่เห็นเธอแล้ว พบแต่รองเท้าวางอยู่หน้าห้องจัดเลี้ยง เขาจึงเก็บไป กลับถึงบ้านนั่งมองรองเท้า พึมพำขำๆว่า ทำอย่างกับซินเดอเรลล่า

ครู่ใหญ่ อัมพรก็ได้รับโทรศัพท์จากเอมิกาบอกว่านั่งแท็กซี่กลับบ้านแล้วเพราะท้องเสีย เธอบ่นกับอุทยานว่าแผนดูตัวล้มเหลวอีกตามเคย แล้วรีบโทร.บอกวิยะดา

เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อพ่อกับแม่กลับเชียงใหม่แล้ว

เอมิการีบเอาไอแพดมาเปิดทันที เธอมองตะลึงเมื่อเห็นมีผู้ตอบเข้ามาถึง 105 ข้อความ เธอดูอย่างเร็ว สะดุดตาสะดุดใจข้อความที่ชวนไปเป็นโคโยตี้ เธอดีดนิ้วเปาะโป๊ะเชะเลย!

เมื่อไปบอกเพื่อนๆว่าจะไปเป็นโคโยตี้ ปองเทพค้านสุดตัวบอกว่าตนหวงไม่ยอมให้ไปแต่งตัววับๆแวมๆ

ถามว่าทำไมต้องไปทำงานนี้ เอมิกาอ้างว่า เพราะป่านนี้อภิเชษฐ์คงนำตนไปหลายคะแนนแล้ว ปองเทพบ่นว่าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอต้องทำงานแบบนี้ด้วยในเมื่อครอบครัวก็มีเงินส่งไปเรียนได้สบายๆ

“แกก็คิดเหมือนคนอื่น คิดว่าพ่อฉันรวยและที่ฉันได้ดีก็เพราะพ่อ ถ้าฉันได้ทุน ดร.เพี้ยน มันจะเป็นการพิสูจน์ว่าฉันมีความสามารถ ไม่ใช่ได้มาเพราะใช้เส้นสาย” เอมิกายืนกระต่ายขาเดียวกับการตัดสินใจของเธอ ทำให้เพื่อนๆคิดหนักสุดท้ายลงมติกันว่า ถ้าจะไปก็ไปกันทั้งกลุ่มนี่แหละไม่ยอมให้เธอไปคนเดียวเด็ดขาด

ooooooo

ชัยพร พาทั้งกลุ่มมีเอมิกา นงลักษณ์ และปองเทพ ไปผับที่เขามาประจำจนเจ้าของแทบจะยกหุ้นให้แล้ว พาไปฝากงานกับเจ้าของผับ คุยโวว่า

“เด็กผมมืออาชีพ ผมลงทุนไปซื้อตัวมาจากเกาหลีเลยนะ”

เจ้าของผับมองไล่ไปทีละคน แล้วไปสะดุดที่ปองเทพ ถามว่าทำไมมีผู้ชายด้วย ชัยพรหัวเราะขำๆบอกว่าเขาเป็นตุ๊ด แต่คุยอวดว่า “เวลาแต่งหญิงเนียนมาก ดูไม่ออกแถมยังเป็นดาวเด่นเต้นเก่งที่สุดในกลุ่มด้วย”

เจ้าของร้านตกลงรับทั้งสามไว้ทำงาน ชัยพรขอเริ่มงานคืนนี้เลย

เป็นคืนที่หมูพาวเรศมาเที่ยวผับนี้พอดี วเรศถามหมูว่าพามาที่นี่ทำไม หมูยิ้มเจ้าเล่ห์แต่กวาดหว่านเสน่ห์ให้พวกสาวๆพลางชวนวเรศดื่ม แซวว่า “ขอดื่มให้กับว่าที่เจ้าบ่าวของเรา ปาร์ตี้สละโสดคืนนี้ ไม่เมาไม่กลับ”

ครู่ใหญ่เจ้าของร้านก็ประกาศเชิญแขกทุกท่านพบกับเกิร์ลกรุ๊ปที่ส่งตรงมาจากประเทศเกาหลี เรียกความสนใจจากแขกได้ฉมัง

เอมิกากับนงลักษณ์แต่งตัวเหมือนกัน ออกมาเต้นรูดเสาสองข้างเวที ตัวกลางยังว่างอยู่ ครู่เดียวปองเทพในชุดเหมือนกันก็ออกมาที่เสากลางเวที แขกในงานพากันส่งเสียงฮือฮากิ๊วก๊าวกันด้วยความพอใจในความสวยเซ็กซี่ของปองเทพ

ปองเทพเต้นรูดเสาได้สมกับคำคุยของชัยพร ทั้งสามเต้นกันอย่างสุดฤทธิ์ แต่พอถึงจังหวะหมุนตัว เอมิกาใส่รองเท้าส้นสูงมากเสียหลักพลัดตกจากเวทีมานั่งตักวเรศพอดี๊…พอดี!

เอมิกาตกใจเพราะรู้สึกคุ้นหน้าวเรศมาก เธอนั่งอยู่อย่างนั้นจนเขาถามเสียงแข็งว่า “ลงไปได้ยัง” ทำเอาเธอรีบลุกแทบไม่ทัน

แต่บนเวทีกำลังวุ่นวาย เพราะเสี่ยขี้เมาคนหนึ่งคลั่งไคล้ปองเทพจนขึ้นเวทีไปไล่กอดจะจูบ ปองเทพหลบหลีกอย่างขยะแขยง ถูกเสี่ยไล่ปล้ำเลยต่อยเปรี้ยงเข้าให้ เสี่ยหายหื่นเป็นปลิดทิ้ง กลายเป็นโกรธ ชักปืนออกมาเล็ง วเรศเห็นดังนั้นหยิบขวดเหล้าขว้างไปถูกมือเสี่ยทำให้ปืนลั่นไม่ถูกปองเทพ

เกิดชุลมุนกันขึ้น เอมิกาวิ่งเข้าไปฉุดปองเทพวิ่งหนี ชัยพรเข้าไปลากนงลักษณ์ที่ยืนงงๆหนีไปอีกคู่

“ตามไปจับพวกมัน!!” เสี่ยสั่งลูกน้องที่เข้ามาดู พวกลูกน้องเสี่ยพากันวิ่งไล่ตามเอมิกากับปองเทพไปทันที แต่เพราะคนชุลมุนกัน ทำให้เอมิกากับปองเทพถูกแยกจากกัน ลูกน้องเสี่ยถามกันเองว่าคนไหนที่ต่อยเสี่ยเพราะทั้งสองแต่งตัวเหมือนกัน อีกคนชี้ไปที่เอมิกา มันเลยวิ่งกรูกันเข้าหาเธอ เอมิกาวิ่งหนีสุดชีวิต

เมื่อเหตุการณ์ในผับสงบ วเรศออกมาที่รถโทร.หาหมูถามว่าอยู่ไหน ปรากฏว่ากลับไปแล้ว เขาบ่นเซ็งๆ “ทิ้งกันได้…”

ooooooo

เอมิกาวิ่งเตลิดไปถึงถนน ปรากฏว่าไม่พบผู้คนเลย พริบตาเดียวลูกน้องเสี่ยก็ไล่ตามมาสั่งให้หยุด เธอโกยอ้าวสุดชีวิตถูกพวกมันทั้งวิ่งไล่ตาม วิ่งดัก เธอวิ่งมาทะลุซอยหนึ่งก็ถูกพวกมันกระชากไว้ เธอหันไปกรี๊ดใส่หน้าจนมันตกใจปล่อยมือแต่ก็ไปเจออีกสองคนสกัดไว้

วเรศขับรถผ่านมาพอดีเห็นผู้หญิงถูกรังแก เขาจึงจอดรถลงไปช่วย จัดการลูกน้องเสี่ยจนมันวิ่งหนีกันไปหมด ส่วนเอมิกามัวแต่มองมามาดเท่ของเขาตะลึงอยู่ จนเขาต้องรีบฉุดเธอขึ้นรถพาออกไปจากตรงนั้น

นั่งรถวเรศไปได้สักพักใหญ่ เอมิกาให้เขาจอดที่ป้ายรถเมล์ตนจะลงที่นั่น ขอบคุณที่เขาช่วยตนไว้ วเรศหันมองพูดขรึม

“จำไว้เป็นบทเรียนว่าอย่าทำอาชีพนี้อีก เพราะไม่ใช่คุณคนเดียวที่เดือดร้อน คุณอาจจะทำให้คนที่มาช่วยคุณซวยไปด้วย โชคดีที่วันนี้คุณไม่โดนพวกนั้นทำอะไร ถ้าอยากมีรายได้ก็หาอาชีพที่ปลอดภัยทำ

เสีย แล้วก็อย่าแต่งตัวแบบนี้อีกเด็ดขาด เพราะมันทำให้อาชญากรรมเพิ่มขึ้น…ลงไปได้แล้ว”

เอมิกานั่งเหวอฟังเขาอบรมราวกับพ่อสั่งสอนลูก พอเขาบอกให้ลงจากรถ เธอฉุนกึกขึ้นทันที พอลงมาก็บ่นเซ็งๆ

“อีตานี่ไล่ฉันสองครั้งแล้วนะ หน้าตาก็ดีแต่พูดออกมาที โอ้โห…อย่างกับคุณยายสอนหลาน เฮ้อ…ถ้าได้ผู้ชายแบบนี้เป็นแฟน รำคาญตาย!!”

พอกลับถึงหน้าคอนโดฯ เจอเพื่อนๆรอกันอยู่อย่างร้อนใจ ทุกคนดีใจที่เห็นเธอกลับมา ปองเทพขอโทษที่ทำให้ตนเกิดเรื่องขึ้น เอมิกาก็ขอโทษทุกคนที่ตนคิดบ้าๆเลยพาเพื่อนๆซวยไปด้วย บอกเพื่อนๆให้ช่วยคิดด้วยว่าตนจะเปลี่ยนอาชีพไปทำอะไรดี ทำเอาเพื่อนๆทำหน้าบอกไม่ถูก มองด้วยสายตาแบบ…โห…อีกแล้วเหรอ?? เธอจึงบอกเพื่อนๆว่า

“ฉันสัญญาว่าฉันจะเลือกงานที่ปลอดภัย แต่งานนี้ขอทำคนเดียวนะ”

ooooooo

จากนั้น เอมิกาก็ไปเป็นพนักงานส่งพิซซ่า แต่ดั๊นไปหมั่นไส้เด็กแวนเลยขับแข่งกันจนแหกโค้ง รถพลิกคว่ำพิซซ่ากระเด็นจากกล่องเละตุ้มเป๊ะ

เปลี่ยนไปเป็นพนักงานร้านเซเว่น ก็ถูกโจรปล้นร้านอีก พอเห็นโจรเธอก็รีบยกมือขึ้นทันที

ไปสมัครเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ก็เดินสะดุดจนอาหารหกรดลูกค้า เธอรีบยกมือไหว้ปลกๆ

สุดท้ายไปเป็นพนักงานตัดขนหมา ถูกหมาแฮ่ใส่ก็แฮ่กับมัน แต่สู้มันไม่ได้เลยถูกกัดนิ้วบาดเจ็บกลับมานั่งเศร้าที่บ้านจนแม่บ้านถามว่าเป็นอะไร ก็ตอบเซ็งๆว่า รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่สำเร็จสักอย่าง

แม่บ้านเล่าประสบการณ์ของตัวเองให้ฟังว่า ตนเป็นแม่บ้านมาสามสิบปี เจอเรื่องแย่ๆมาเยอะ แต่ก็อดทนและให้กำลังใจตัวเอง จนทำให้ผ่านมาได้ เอมิกาเริ่มสนใจ แม่บ้านเล่าไปทำงานไปว่า

“ประสบการณ์การเป็นแม่บ้าน สอนอะไรป้าหลายอย่าง สอนให้ป้ารู้จักคน เพราะเจ้านายแต่ละคนที่ป้าทำงานด้วย ก็จะมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน เราต้องเรียนรู้นิสัยของเจ้านายให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้รับใช้เขาได้อย่างถูกใจ และจะได้ไม่โดนด่า”

“เหมือนเวลาที่เอมเรียนวิชาการวิเคราะห์ตัวละครเลยอ่ะป้า เอมต้องรู้จักตัวละครของเอมทุกตัว เพื่อให้เอมเขียนบทออกมาสนุก…” พูดแล้วนึกอะไรได้ ลุกพรวดไปกอดแม่บ้านดีใจสุดๆ “ขอบคุณมากนะคะป้า เอมไปก่อนนะ” ทำเอาแม่บ้านตกใจ แปลกใจว่า คุณหนูขอบใจตนเรื่องอะไร

เอมิกาตรงไปเล่าความตั้งใจของตนให้ ดร.เพี้ยนฟังที่มหาวิทยาลัย อาจารย์ถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่าเธอว่าอะไรนะ

“เอมจะเขียนบทละครเกี่ยวกับเรื่องผู้ดีปลอมเป็นคนรับใช้ค่ะ” อาจารย์บอกว่าฟังดูก็น่าสนใจ เธอแย้งทันทีว่า “น่าสนใจมากต่างหากล่ะคะด็อกเตอร์…เพราะจะว่าไป ไพร่ผู้ดีก็เป็นการสมมติทั้งนั้น แก่นแท้ของคนมีแต่ความดีและความเลวต่างหาก ส่วนกิริยาท่าทางอะไรนั่นเป็นเปลือกบางๆ หุ้มอยู่ ที่จะลอกออกหรือโปะเข้าไปเมื่อไหร่ก็ได้”

อาจารย์ถอดแว่นมองหน้าเอมิกาอึ้ง “ไม่เคยมีใครพูดถึงธาตุแท้ของจิตใจมนุษย์ได้จับใจฉันมากขนาดนี้ อย่าลืมเขียนลงไปในบทละครด้วยล่ะ”

“แสดงว่าด็อกเตอร์สนับสนุนความคิดของเอมใช่ไหมคะ”

“ฉันเห็นด้วย แต่เธอคุ้นเคยกับคนใช้แค่ไหนกันแม่ชะเอม ถ้าเธอนึกว่าคนใช้เกิดมาเพื่อคลานเข่าเสิร์ฟน้ำหรือคอยช่วยคุณนายด่าลูกสะใภ้ หรือช่วยเมียหลวงตบเมียน้อยละก้อ…แปลว่าเธอรู้จักแต่คนใช้ในละคร แล้วบทละครที่เธอจะเขียนส่งฉันเพื่อเป็นโปรเจกต์ปลายปี ก็คงจะมีแต่เรื่องผิวๆที่ไม่ได้มีแก่นสารอะไร”

เอมิกาหน้าเสีย มองหน้าอาจารย์อย่างเว้าวอน อาจารย์จึงแนะนำต่อ

“ถ้าเธอจะเล่นเรื่องคนใช้ เธอต้องเข้าถึงชีวิต วิญญาณของพวกเขา ไม่ใช่ทำท่าปัญญาชนไปใส่เสื้อปะคนจน เธอรู้ไหมว่าพ่อซันซิโรเพื่อนเธอ ไปได้ดีเชียวล่ะกับการเป็นชาวเขา เขานำเธอช่วงตัวแล้วนะ”

อาจารย์พูดถึงอภิเชษฐ์อย่างภูมิใจมาก จนเอมิกา หวั่นไหว เมื่ออาจารย์ลุกเดินไป เธอพูดตามหลังอย่างมุ่งมั่นว่า

“ด็อกเตอร์คะ…เอมจะไปเป็นคนใช้ค่ะ!!”

อาจารย์หันมาขยับแว่นมองหน้า เห็นเธอเชิดหน้าแววตามุ่งมั่นมาก ก็ย้อนกลับมาปรี่เข้าไปเขกหัวเธอโป๊กหนึ่ง เอมิกาเอามือคลำหัวป้อยๆถามว่าเขกหัวตนทำไม

อาจารย์ถามว่าเธอจะบ้ารึไง คิดอะไรบ้าๆ เธอชี้แจงว่า ไม่เห็นจะบ้าตรงไหน “เพราะตอนนี้อภิเชษฐ์อยู่บนดอย เอมเห็นเขาเอารูปลงเฟซบุ๊ก เขาบอกว่าเขาจะศึกษาศิลปวัฒนธรรมของพวกชาวเขา แล้วเอามาประยุกต์สร้างสรรค์ผลงาน ในเมื่อนายนั่นทำได้ เอมก็ทำได้เหมือนกัน”

“นั่นเขาเป็นผู้ชาย แต่เธอน่ะเป็นผู้หญิง แถมยังเป็นลูกสาวผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เกิดเธอเป็นอะไรขึ้นมา ฉันก็ตายน่ะสิ” เอมิกาทำหน้าเว้าวอน อาจารย์ยกมือท่าห้ามญาติตรงหน้าเธอ “หยุด! ไม่ต้องขอร้อง ไม่ต้องอ้อนวอน ยังไงฉันก็ไม่ให้เธอไปเป็นคนใช้! เลิกคิดเรื่องนี้ แล้วก็หาอะไรที่มันเป็นไปได้ เข้าใจ๊!!” พูดแล้วเดินไปเลย

“ฮึ…ด็อกเตอร์ห้ามคนอย่างเอมิกาไม่ได้หรอก!” เธอพูดเบาๆแต่ยิ้มเชิดใส่อย่างเจ้าเล่ห์

ooooooo

เอมิกาปรึกษากับชัยพรทันทีที่พบกันที่มหาวิทยาลัย ขอให้เขาช่วยหางานคนใช้ให้ทำย้ำว่าไม่ต้องบอกให้ปองเทพรู้เดี๋ยวจะเป็นเรื่องอีก เห็นชัยพรลังเลจึงเสนอข้อแลกเปลี่ยนว่า แล้วตนจะช่วยทำรายงานภาษาอังกฤษให้ เขาจะได้เลิกติดเอฟเสียที

ชัยพรพาเอมิกาไปหาสุวิทย์คนรู้จักกันที่สำนักจัดหางาน พอสุวิทย์ขอดูบัตรประชาชน เอมิกาชะงักกลัวเห็นนามสกุลแล้วจะสงสัย แต่โชคดีที่สุวิทย์รับบัตรประชาชน ระบุชื่อ เอมิกา ไกรกำแหง แต่เขาไพล่อ่านเป็น เอมิกา ไกรกำแพง พลางถือบัตรลุกเดินไป ชัยพรตะโกนไล่หลังไปว่าหางานให้เร็วหน่อยก็ดี น้องเขากำลังเดือดร้อนเงิน เธอเลยรอดตัวหันมองหน้าชัยพรถอนใจกันเฮือกใหญ่

แล้วเอมิกาก็ได้งานไวสมใจ เพราะออกจากสำนักจัดหางานไปเดินห้างหาซื้อหนังสือเกี่ยวกับการเป็นคนใช้ที่ดี ก็ได้รับโทรศัพท์แจ้งว่าได้งานแล้ว เธอดีใจกระโดดโลดเต้นในห้างจนใครๆพากันมองแปลกๆ

กลับถึงบ้าน เธอถูกเพื่อนๆจับติวเข้มเกี่ยวกับการเป็นคนใช้ที่ดี หลังจากปรับบุคลิกแล้วก็จับปรับลุคให้เหมือนคนใช้ที่ดูโทรมๆ เธอยังขอให้แม่บ้านช่วยสอนการทำงาน ปรับบุคลิกและห้ามแพร่งพรายเรื่องนี้ให้พ่อกับแม่รู้เด็ดขาดด้วย

แม่บ้านสอนวิธีจับไม้ม็อบ วิธีถูพื้น วิธีซักผ้ากับเครื่อง วิธีรีดผ้า วิธีล้างจาน ตลอดจนการดูดส้วม เธอพยายามทำทุกอย่างให้ดีแต่ก็ทำเสียหายไม่น้อย รีดผ้าผ้าก็ไหม้ ล้างจานจานก็แตก จนเพื่อนๆที่ดูการฝึกซ้อมพากันส่ายหน้าแบบดูท่าไม่รอด

วันต่อมา เอมิกาก็ต้องไปทำงานตามที่สุวิทย์แจ้ง ปองเทพขับรถไปส่ง เธอให้ส่งแค่ปากซอยเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่านั่งรถส่วนตัวมา ปองเทพกำชับอย่างเป็นห่วงว่าถ้ามีอะไรให้โทร.หาได้ตลอด 24 ชั่วโมง และให้พระแคล้วคลาดไว้ติดตัวจะได้ปลอดภัย

ปองเทพมองตามเอมิกาเดินเข้าไปในซอยอย่างเป็นห่วงมาก พลันก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างได้

เอมิกาเดินเข้าไปในซอย หาบ้านไปตามซอยจนเมื่อยก็ไม่เจอ เชือกรองเท้าหลุดจึงก้มผูก ขณะนั้นมีรถคันหนึ่งขับมาจากข้างหลังอย่างเร็ว คนขับไม่ทันเห็นขับรถลุยแอ่งน้ำผ่านไป น้ำกระเด็นถูกเอมิกาจนหัวหูเปียกม่อลอกม่อแลก เธอมองขวับเห็นรถเลี้ยวไปด้วยความเร็วก็ยิ่งแค้นด่าตามหลัง “บ้าเอ๊ย…”

ooooooo

ภายในบ้าน “ชื่นฤทัย”

ที่ห้องทำงานของพีรพล สามีวัยอ่อนกว่าของชื่นฤทัย วเรศเอาไวน์มาฝาก พร้อมกับเอาแผนงานการจัดเทศกาลพืชสวน เมืองหนาวที่เขาอยากให้พีรพลเป็นที่ปรึกษามาให้ดู

พีรพลขอบใจที่เอาไวน์มาให้ บอกว่าที่จริงไม่น่าต้องเสียเงินเสียทองซื้อมาเลย ส่วนแผนงานการจัดเทศกาลพืชสวนเมืองหนาวที่จะให้เขาเป็นที่ปรึกษานั้น พีรพลขอบใจที่ทำให้ตนรู้สึกว่าตัวเองมีค่าไม่ใช่แค่อยู่ไปวันๆ

“คุณอามีค่าเสมอสำหรับผมนะครับ” วเรศพูดอย่างอ่อนน้อม ส่วนเรื่องไวน์ เขาบอกว่า “ของเล็กน้อยถ้าเทียบกับสิ่งที่คุณอาช่วยผม”

“อาก็พูดอะไรไปเรื่อย เดี๋ยวอาเอาเอกสารไปเก็บก่อน” พีรพลออกไป ปล่อยให้วเรศนั่งอยู่คนเดียว

เอมิกามาหยุดยืนที่หน้าบ้าน “นุศาเจริญ” มองเข้าไปเห็นจุ่นคนสวนชาวพม่ากำลังรดน้ำต้นไม้ไปร้องเพลงไทยสำเนียงพม่าไป พอเหลียวมาเห็นเอมิกาที่ประตู ถึงกับตะลึงในความน่ารัก ทิ้งสายยางรดน้ำต้นไม้ จัดทรงผมทำหล่อก่อนเดินมาหาด้วยสีหน้ากรุ้มกริ่ม ถามสำเนียงพม่าว่ามาหาใคร

เอมิกาถามว่านี่คือบ้านนุศาเจริญหรือเปล่า จุ่นบอกว่าใช่แล้วยิ้มปากกว้างแนะนำว่าตนเป็นคนสวนของบ้านหลังนี้ พลันจุ่นสะดุ้ง เมื่อสมพิศแม่บ้านเก่าแก่ทั้งหน้าเลือดทั้งชอบเอาเปรียบก็เดินมาแหวใส่จุ่นที่เปิดน้ำทิ้งไว้ ถามเอมิกาว่ามาหาใคร พอรู้ว่าเป็นคนใช้คนใหม่ก็พาเข้าบ้านทำท่าราวกับตัวเองเป็นเจ้าของบ้านเสียเอง

พอเดินเข้าไปในบริเวณบ้าน เอมิกาเห็นรถคันที่ทำน้ำกระเด็นใส่จอดอยู่ก็จำได้ นึกในใจว่ารถคนบ้านนี้หรือ ยืนดูรถด้วยความแค้น จนสมพิศหันมาแว้ดใส่ว่าจะมัวยืนทำอะไรอยู่ให้รีบตามมา

ooooooo

เพียงย่างก้าวเข้ามาในบ้าน เอมิกาก็เจอกับเหตุการณ์ที่คิดไม่ถึง เมื่อบรรดาคนใช้ในบ้าน อันมีสมพิศแม่บ้านเก่าแก่ที่ทั้งเค็มทั้งเห็นแก่ตัว จุ่นคนสวนชาวพม่าแล้ว ยังมีนากสาวใช้ทอมบอยชาวเหนือและบรรจงคนใช้ชาวอีสานกิ๊กของจุ่น

บรรดาคนใช้ทั้ง 4 ล้วนแต่ขิงก็ราข่าก็แรง บ้าไปกันคนละแบบ จึงมักมีปากเสียงเถียงกันด่ากันอยู่เป็นนิจ แต่ก็อยู่ร่วมกันได้ แบบจิกๆ กัดๆ กันไม่เว้นแต่ละวัน

สมพิศพาเอมิกามาแนะนำแก่เพื่อนคนใช้ว่า

“นี่คือชะเอม จะมาทำงานกับเราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” แนะนำให้รู้จักกันทีละคน แล้วจัดให้เอมิกาพักห้องเดียวกับนาก สาวทอมบอยยิ้มกว้างอย่างแม้น… แมน…รีบพาไปที่ห้องนอนทันที

ระหว่างเดินมาด้วยกัน เอมิกาหน้าตาตื่นเมื่อได้ยินเสียงร้องเพลงอย่างโหยหวนแว่วมา เธอถามนากว่าเสียงอะไร

“เสียงคุณชื่นฤทัย คุณชื่นฤทัยรักการร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจ มีงานเลี้ยงที่ไหนก็จะใช้เงินจ้างเจ้าของงานให้ตัวเองไปร้องเพลง” เล่าแล้วเห็นเอมิกาทำหน้าเหวอๆ นากบอกว่า “เดี๋ยวอยู่ๆไปน้องชะเอมก็จะชินเอง”

ไม่เพียงคนใช้บ้านนี้จะมีเรื่องให้ปวดหัวเวียนหัวเท่านั้น แม้แต่เจ้านายอย่างชื่นฤทัย ก็ทำเอาเอมิกามึน เมื่อเจอกันเห็นเธอแต่งตัววางท่าเว่อร์เหมือนคุณนายในละคร ซ้ำลูกสองคน คืออรวิลาสซึ่งเป็นลูกติดแม่ และหนูอ้อยวัย 7 ขวบ ลูกที่เกิดกับพีรพลสามีรุ่นน้อง ลูกทั้งสองก็ไม่กินเส้นกัน มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งแกล้งกัน ทะเลาะวันละหลายเรื่องหลายรอบ

แต่เหตุการณ์เหล่านี้ นากบอกเอมิกาว่าอยู่ๆไปก็ชินเอง

ooooooo

พีรพลนั่งคุยอยู่กับวเรศได้ยินเสียงเอะอะโวยวายก็รู้ว่ามีเรื่องอีกแล้ว บอกวเรศให้นั่งรอสักครู่แล้วเดินออกไปจัดการแก้ปัญหาระหว่าง “ลูกของเธอกับลูกของเรา”

นากเห็นเอมิกายืนเหวอๆ สยองนิดๆ จึงชวนออกไปกันดีกว่า เรื่องในครอบครัวปล่อยให้เขาเคลียร์กันเอง แต่พอเดินออกมาก็สวนกับวเรศที่เดินออกมาดูว่ามีเรื่องอะไรกัน อรวิลาสโผเข้ากอดเขาอย่างดีใจ วเรศถามว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ

“ไม่มีค่ะไม่มีอะไรเลย อรกับหนูอ้อยแค่หยอกเล่นกันเฉยๆ” อรวิลาสทำเสียงใสหน้าสวย แล้วหันไปกอดหนูอ้อยอย่างแสนรัก พีรพลเดินออกมาบอกวเรศว่าถ้าไม่มีเรื่องอะไรเราก็เข้าไปคุยงานกันต่อเถอะ

นากพาเอมิกาเดินคุยกันมาตามทาง แนะนำคนความสัมพันธ์ในครอบครัวของพีรพลและสภาพวุ่นวายในบ้านให้ฟัง เอมิกาฟังไปก็นึกภาพที่เห็นเมื่อครู่ไป เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ

ในบริเวณที่กว้างขวางนี้ ยังมีบ้านของแป๊ะน้องชายคนสุดท้องที่ตุ้งติ้งเป็นเจ้าของห้องเสื้อ “แป๊ะดีไซน์” นากเล่าว่า

“คุณแป๊ะ นางเป็นตู๊ด และเป็นดีไซน์เนอร์”

เอมิกาเห็นผู้ชายหลายคนนุ่งผ้าน้อยชิ้นลายสัตว์ต่างๆ ถามว่าผู้ชายพวกนี้เป็นนายแบบหรือ “ไม่ใช่!! เป็นคนใช้อย่างเราเนี่ยแหละ คุณแป๊ะเจาะจงว่าคนใช้ของนางต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น”

“ชะนีสองนางมายืนทำอะไรตรงนี้ยะ” คุณแป๊ะมายืนเท้าสะเอวแหวขึ้นข้างหลัง นากรีบบอกว่าพาชะเอมคนใช้ใหม่มาแนะนำให้รู้จัก คุณแป๊ะหางตาใส่สะบัดเสียง “คนใช้ผู้หญิงไม่อยากรู้จัก ไปไกลๆ จำไว้ว่าบ้านนี้ห้ามชะนีเข้าใกล้เกินสองเมตร…นาก!เดี๋ยวแกไปเอาแชมเปญที่บ้านพี่ชื่นมาให้ฉัน ฉันจะดื่มฉลองกับเพื่อนๆ” คุณแป๊ะสั่งแล้วสะบัดสะโพกไป

ระหว่างเดินไปเอาแชมเปญ นากยังเล่าอย่างติดลมว่า คุณชื่นมีน้องสาวอีกคน พลางชี้ไปที่บ้านชื่นฤทัย

“นู่นไง บ้านคุณอรทัย อยู่กับคุณอเนกผัวแกแค่สองคน ทางที่ดีคนสวยๆอย่างน้องชะเอมอย่าเข้าใกล้เด็ดขาด” เอมิกายังไม่ทันถามว่าทำไม นากก็รีบขอตัวไปเอาแชมเปญ “พี่รีบไปเอาแชมเปญมาให้คุณแป๊ะก่อน รายนั้นใจร้อน พี่ไม่อยากโดนเหวี่ยงใส่ น้องชะเอมรอพี่ตรงนี้ อย่าไปไหน”

“ทำไมต้องไม่ให้เข้าใกล้ด้วย???” เอมิกาสงสัย มองไปทางบ้านอรทัยอย่างอยากรู้อยากเห็น

หารู้ไม่ว่า ข้างหลังเธอนั้น อเนกย่องมาใช้มือถือถ่ายบั้นท้ายเธอไว้แล้ว เอมิกาหันมาเห็นตกใจถามว่าทำอะไร ตรงเข้าแย่งมือถือไปเปิดดู เห็นบั้นท้ายตัวเองเต็มจอ พริบตานั้นอเนกคว้ามือเธอถามหื่นๆว่ารู้ไหมว่าเธอน่ะสเปกตนเลย

เอมิกาตกใจยังไม่ทันดึงมือออก อรทัยก็แหวเข้ามาด่า “นังบ้า! แกทำอะไรผัวฉัน!!”

“ถามสามีคุณดูเถอะว่าเขาทำอะไรฉัน” เอมิกาสวนไป อรทัยหันขวับ อเนกปฏิเสธพัลวันว่าตนไม่ได้ทำอะไร อรทัยเห็นมือถือในมืออเนกแย่งไปเปิดดูเห็นบั้นท้ายเอมิกาเต็มจอ เธอปรี๊ดแตกหันมาบิดหูอเนกด่า ไอ้ผัวลามก ยันโครมเดียวอเนกเซไปล้มที่แทบเท้าเอมิกา เธอรีบกระโดดหนี

อรทัยตามไปจัดการจับอเนกลากเข้าบ้าน อเนกถูกลากติดมืออรทัย ร้องเสียงโหยหวนไปตลอดทาง…

ooooooo

———————————

รายชื่อนักแสดง ในละครปัญญาชนก้นครัว :

ปัญญาชนก้นครัวปริญ สุภารัตน์ (หมาก) รับบท วเรศ
ปัญญาชนก้นครัวคิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส เทียมศิริ รับบท เอมิกา(ชะเอม)
ปัญญาชนก้นครัวสุมณทิพย์ เหลืองอุทัย (กุ๊กกิ๊บ) รับบท อรวิลาส
ปัญญาชนก้นครัวธนากร ชินกูล (โบ) รับบท ปองเทพ(ป่อง)
ปัญญาชนก้นครัวสมพล ปิยะพงศ์สิริ (ไก่) รับบท ดร.เพียรทิพย์(ดร.เพี้ยน)
ปัญญาชนก้นครัวดารณีนุช โพธิปิติ) (ท๊อป) รับบท ชื่นฤทัย
ปัญญาชนก้นครัวเพ็ญเพชร เพ็ญกุล (แจ๊บ) รับบท พีรพล
ปัญญาชนก้นครัววิรากานต์ เสณีตันติกุล (มะปราง) รับบท บรรจง (จง)
ปัญญาชนก้นครัวปวันรัตน์ นาคสุริยะ (เหมี่ยว) รับบท สมพิศ
ปัญญาชนก้นครัวบริบูรณ์ จันทร์เรือง (ตั๊ก) รับบท จุ่น
ปัญญาชนก้นครัวศรีพรรณ บุนนาค (อ้น) รับบท นาก
ปัญญาชนก้นครัวอาภาพร นครสวรรค์ (ฮาย) รับบท อรทัย
ปัญญาชนก้นครัวยิ่งยง ยอดบัวงาม รับบท อเนก
ปัญญาชนก้นครัวเอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์ (เอกกี้) รับบท ปิยะ หรือ แป๊ะ

———————————

ละครฮิต: ท่านชายในสายหมอก | สายฟ้ากับสมหวัง | สื่อรักสัมผัสหัวใจ | ลับลวงหลอน |ละครใหม่: แรงเงา | บ้านนอกเข้ากรุง | ปัญญาชนก้นครัว
ละครเร็วๆนี้ กี่เพ้า | ก้นครัวตัวแสบ

 

ปัญญาชนก้นครัว, อ่านละครออนไลน์
- 2012-10-25 12:37:05 โพสต์โดย : zoomza 1,819 ดูละครย้อนหลัง