tot

เรื่องย่อ ป่านางเสือ 2 ตอนจบ

ป่านางเสือ 2 เรื่องย่อ เรื่องย่อละคร ป่านางเสือ 2 นำโดย เขตต์ ฐานทัพ ยุ้ย จิระนันท์ มโนแจ่ม ธันญ์ ธนากร เติ้ลธนพล นิ่มทัยสุข  ยุ้ย-เติ้ล จับคู่บู๊กระจาย จัดหนักจัดเต็มใน ป่านางเสือ2

ป่านางเสือ 2 เรื่องย่อละครป่านางเสือ 2

ป่านางเสือ 2 ละครป่านางเสือ 2

ป่านางเสือ 2 บทประพันธ์และบทโทรทัศน์ : นอร์แมน วีรธรรม
ป่านางเสือ 2 กำกับการแสดง : เอกภพ ตันหยงมาศกุล
ป่านางเสือ 2 แนวละคร : แอ็คชั่น
ป่านางเสือ 2 ผลิต : บ. กันตนา
ป่านางเสือ 2 ออกอากาศ : จันทร์ – อังคาร เวลา 20.25 น. ทางช่อง 7 สี
ป่านางเสือ 2 ระยะเวลาออกอากาศ : จันทร์ที่ 24 กันยายน (*รอคอนเฟิร์มอีกครั้ง)
ป่านางเสือ 2 จำนวนตอนออกอากาศ : 15+

เรื่องย่อ ป่านางเสือ 2 ตอนที่ 19

ฤทธิชัยยิ้มสะใจ ก่อนจะถ่มบ่วงเงินออกจากปาก นาคีกลับมามีพลังเหมือนเดิม จ้องมองอาจารย์ชั่วด้วยสายตาดุดัน เขาเห็นท่าไม่ดีสั่งให้ลูกศิษย์จัดการเธอ พวกนั้นยังไม่ทันจะขยับตัวก็ถูกพลังของเธออัดกระเด็น

“ถ้าเจ้าไม่หยุด…ข้าจะให้บ่วงทองรัดคอคนรักของเจ้า” คายามังขู่

นาคี หายตัวแวบมาดึงบ่วงทองออกจากคอฤทธิชัย แล้วใช้พลังทำลายเชือกที่มัดไว้ขาดสะบั้น คายามังจะหยิบมีดอาคมออกจากย่ามแต่ไม่ทัน เธอตบเปรี้ยงเดียวร่างของเขาลอยละลิ่วชนผนังถ้ำ ย่ามกับมีดอาคมกระเด็นไปตกข้างๆลูกศิษย์ แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ เขาตั้งหลักได้พุ่งเข้าต่อสู้กัน เธอเสียทีถูกอัดหงายหลัง

“ข้าจัดการเจ้าก่อน แล้วจะเชือดคนรักของเจ้า”

เธอ ยอมให้ชายคนรักเป็นอันตรายไม่ได้ ดีดตัวเข้าหาแล้วจับเขาเหวี่ยงออกไปนอกถ้ำ ร่างของเขากระแทกพื้นหมดสติเพราะความที่พลังอ่อนแรง คายามังเหลือบเห็นมีดอาคมตกอยู่รีบพุ่งไปคว้า เธอไวกว่าปล่อยพลังใส่ร่างของเขาทรุดฮวบกระอักเลือด เขายังไม่ยอมแพ้ ตะกายจะไปหยิบมีดอาคมให้ได้

นาคีสะบัดมือใส่ผนังและเพดานถ้ำ ก่อนจะหายตัวออกไป พริบตาเดียวถ้ำถล่มทับทั้งคนทั้งมีดจมอยู่ใต้กองหิน เธอยิ้มสะใจ แล้วปราดเข้าไปหาฤทธิชัยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ พากลับไปรักษาตัวที่ถ้ำของตน โดยไม่ล่วงรู้เลยว่าลูกศิษย์คนหนึ่งของคายามังหนีรอดออกมาได้พร้อมกับมีด อาคม…

ขณะที่ฤทธิชัยกับนาคีต่างช่วยเหลือซึ่งกันและกันจนรอดเงื้อม มือคายามังมาได้ ท่านรองศักดาส่งหน่วยปฏิบัติการพิเศษตัดท่อน้ำเลี้ยงของแบล็กอีวิลทั้งค่าย ตัดไม้ บ่อนพนัน รวมทั้งโรงเลื่อยไม้ของวิวัฒน์ได้ราบคาบโดยได้รับความช่วยเหลือจากจันจิรา และเธอถือโอกาสนี้เก็บเงินหนึ่งล้านบาทที่วิวัฒน์ติดหน้ีไปในตัว

ooooooo

ที่ ห้องขังหลังกำแพงมนต์ ท่านรองก้องเกียรติขยับตัวลุกขึ้นเมื่อเห็นนายใหญ่ในคราบตัวเขาไม่มีผิด เพี้ยนยืนอยู่หน้าห้องขังข้างๆนายโจ อดแขวะไม่ได้

“พร้อมหน้าพร้อมตากันที่นี่ แปลว่ากำลังจนตรอก”

“เรากำลังจะได้ชัยชนะต่างหาก ที่นี่คือกองบัญชาการที่ไม่มีใครหาพบ” นายใหญ่ยิ้มแสยะ

“ก็ลองดูว่าใครจะเป็นฝ่ายถูก” ท่านรองก้องเกียรติเกทับ ทั้งๆที่อดหวั่นใจไม่ได้

“วันที่คุณจะได้ออกจากที่นี่ใกล้เข้ามาแล้วท่านรอง”

“ออกไปเป็นแพะรับบาปให้พวกคุณน่ะหรือ”

ท่าน รองก้องเกียรติตัวปลอมไม่ตอบ ได้แต่ยิ้มเย้ยก่อนจะผละจากไปพร้อมกับนายโจ ท่านรองก้องเกียรติตัวจริงได้แต่ภาวนาให้อภิชาติกับฤทธิชัยหากำแพงมนต์เจอ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป…

ทันทีที่ลูกศิษย์ของคายามังกลับถึง กำแพงมนต์รีบรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นต่อนายโจและมอบมีดอาคมที่ใช้กำจัดนาคี ให้ คุยโวว่านังงูร้ายดันมาหนีไปเสียก่อน ไม่เช่นนั้นคงจะเสร็จเขาไปแล้ว

“ดี…มันโผล่มาเมื่อไหร่ก็จบเมื่อนั้น…แล้วไอ้ฤทธิชัยล่ะ”

“ข้าคิดว่านาคีมันพาไป”

นาย โจพยักหน้ารับรู้ สั่งให้สมุนไปเตรียมรถ ผ่านไปสักพัก เขากับลูกศิษย์ของคายามังและมือปืนคุ้มกันอีกจำนวนหนึ่งมายืนอยู่ตรงหน้าผู้ กองสัตยาที่ค่ายของเขา แจ้งเรื่องที่นาคีสังหารคายามังแล้วเอาตัวฤทธิชัยไป

“นาคีจัดการกับไอ้ฤทธิชัยก็ดีแล้วนี่”

“คุณสัตยา คุณไม่เข้าใจ นาคีหลงไอ้ฤทธิชัยต่างหาก มันต้องตายสถานเดียว”

ผู้ กองสัตยามองเหล่คิดว่าเขาจะให้เป็นทัพหน้าไปจัดการกับนาคี เขารีบปฏิเสธว่าเปล่า แค่จะมาขอให้ช่วยเป็นกำลังเสริมให้เท่านั้น ส่วนเรื่องนาคี ปล่อยเป็นหน้าที่เขาเอง…

ภายในถ้ำของนาคี ฤทธิชัยรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาเห็นนาคียืนจ้องอยู่ กวาดสายตามองไปรอบๆอย่างไม่วางใจ เธอรีบบอกว่าคายามังตายแล้ว ไม่มีใครขวางทางเราอีก เขาอยู่ด้วยไม่ได้ ยันตัวจะลุกขึ้นยืนแต่ไร้เรี่ยวแรงทรุดลงไปนอนอย่างเดิม เธอไม่เข้าใจ เขาจะไปจากที่นี่ทำไมในเมื่อมีใจให้เธอ

“ผมไม่ได้มีใจให้คุณ”

“แต่เราเห็นท่านพี่เป็นห่วงเรา”

“ผมแค่เห็นใจคุณที่ต้องตกเป็นทาสของอาจารย์ตัวเอง คุณควรกลับไปอยู่ในโลกของคุณจะดีกว่า”

ทันใดนั้น นาคีสัมผัสถึงศัตรูได้ บอกให้เขารออยู่ที่นี่ แล้วดีดตัวออกไป เขาฝืนลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบากก่อนจะค่อยๆเคลื่อนตัวตาม…

อีกด้านหนึ่งหน้าปากทางเข้าถ้ำ ลูกศิษย์ของคายามัง นายโจ และผู้กองสัตยาเดินตามมือปืนนับสิบคนเข้าไปด้านใน แต่ต้องชะงักเมื่อเจองูฝูงใหญ่ทิ้งตัวลงมาจากเพดานถ้ำ พวกมือปืนที่เดินนำหน้าถูกงูฉกตายไปหลายคน พวกที่เหลือพากัน สาดกระสุนใส่เพดานถ้ำ งูบางส่วนตกมาตายเกลื่อนพื้น บางส่วนตกใจเลื้อยหนี

“รังของมันอยู่ข้างใน” ลูกศิษย์ของคายามังว่า แล้วเดินนำทุกคนเข้าไปในถ้ำ

นายโจกับผู้กองสัตยายังไม่ทันจะขยับตาม นาคี ปรากฏตัวขึ้น พวกมือปืนยิงกระหน่ำใส่จนแทบจะยืนไม่ติด ผู้กองสัตยารีบยกหน้าที่จัดการเธอให้นายโจ ส่วนตนเองจะไปเล่นงานฤทธิชัยให้ แล้วพุ่งพรวดเข้าไปด้านในพร้อมกับกำลังส่วนหนึ่ง นายโจกระชากมีดอาคมออกมาเตรียมพร้อม รอจังหวะที่มือปืนล้อมกรอบนาคีไว้ ดีดตัวเข้าไปยืนตรงหน้า เธอเห็นมีดอาคมถึงกับผงะ เขาย่ามใจย่างสามขุมเข้าหา

ooooooo

ที่ด้านในถ้ำ พวกมือปืนดาหน้ากันเข้ามาโดยมีผู้กองสัตยาปิดท้ายขบวน ฤทธิชัยซึ่งหลบอยู่หลังโขดหินสบช่องที่มือปืนคนหนึ่งเดินผ่าน คว้าคอบิดดังกร๊อบแล้วแย่งปืนมา ผู้กองสัตยาหันไปเห็นพอดี โวยวายลั่น

“เฮ้ย…มันอยู่นั่น”

พวกมือปืนจะหันไปยิงแต่เขาไวกว่าสาดกระสุนใส่เป็นชุด ตายไปหลายศพ ผู้กองชั่วเห็นท่าไม่ดีพุ่งตัวหลบเข้าที่กำบัง ปล่อยให้พวกมือปืนที่เหลือตีวงโอบล้อมฤทธิชัยไว้

เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปถึงหูนาคีที่กำลังต่อสู้อยู่กับนายโจ หันขวับมองไปยังทิศทางของเสียง นึกเป็นห่วงท่านพี่ขึ้นมา สลายร่างหายไปทันที นายโจสั่งการให้มือปืนทุกคนตาม…

ทางฝ่ายฤทธิชัยต้องพุ่งหลบห่ากระสุนที่สาดเข้า

ใส่หลังโขดหิน ทันใดนั้น ร่างของนาคีโผล่มาตรงหน้ารับ กระสุนแทน แล้วสะบัดมือปล่อยพลังสังหารมือปืนทีละคนๆ อารามโกรธแค้นไม่ทันเห็นนายโจย่องมาด้านหลังใช้มีดอาคมฟัน เธอร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด เขาเงื้อมือจะแทงซ้ำ แต่ถูกฤทธิชัยยิงสกัดเสียก่อน

“คุณ…หนีไปก่อนเร็ว”

นาคีมองฤทธิชัยซึ้งใจ นายโจสบช่องฟันใส่อีกครั้ง เธอใช้สองมือตะปบมีดไว้ รู้สึกร้อนวูบไปทั้งมือไฟลุกพรึบ รีบฟาดฝ่ามืออัดร่างของนายโจปลิว พยายามดับไฟแต่ไม่สำเร็จ ฤทธิชัยยิงกราดพวกศัตรู พลางตะโกนบอกให้เธอหนีไป นาคีตัดใจทิ้งเขาไว้ สักพักกระสุนของฤทธิชัยหมด จึงต้องยอมจำนน นายโจยิ้มสะใจ สั่งการทันที

“เอาตัวมันเข้าไปขังในกำแพงมนต์”…

ระหว่างที่ฤทธิชัยเสียทีให้พวกศัตรู อภิชาติ จักจั่นและงิ้วมาถึงสถานีอนามัยบ้านดอนเสือ แวะเยี่ยมป้าเนียนที่อาการบาดเจ็บดีวันดีคืนจนใกล้หายเป็นปกติ จากนั้น จันจิราอาสาเป็นไกด์พาอภิชาติกับพวกมุ่งหน้าไปยังชายแดน เพื่อค้นหาที่ตั้งของกำแพงมนต์…

หลังจากยืนดูพวกมือปืนลากตัวฤทธิชัยขึ้นรถมุ่ง หน้าไปกำแพงมนต์ นายโจหันมาจับมือกับผู้กองสัตยาขอบใจที่ให้ความร่วมมือ ไม่เช่นนั้นภารกิจนี้คงไม่สำเร็จ เขามองอย่างไม่ค่อยไว้ใจว่าจะมาไม้ไหนกันแน่ เพราะเท่าที่จำได้นายโจคอยเล่นงานเขามาตลอด

“ก็จริง ผมเคยคิดว่าคุณจะมาแย่งเก้าอี้ผม แต่ตอนนี้ ทุกอย่างไปได้สวย เรากำลังจะได้เป็นเจ้าของประเทศไทยกันแล้ว…เหลือขั้นตอนสุดท้ายคือ อย่าให้พวกมันผ่านเข้าไปถึงกำแพงมนต์ได้ จนกว่าพวกองค์กรแฝงจะเซ็น สัญญาเรียบร้อย”

“ได้…เป็นหน้าที่ผมเอง” ผู้กองสัตยายิ้มให้นายโจที่ยิ้มตอบมาเช่นกัน…

ขณะที่นายโจกับผู้กองสัตยากำลังฝันเฟื่องว่าจะได้ครอบครองประเทศไทย ดาวซึ่งอยู่ในถ้ำพระภิกษุลืมตาตื่นขึ้นด้วยพลังเต็มเปี่ยม พุ่งออกจากถ้ำหายเข้าไปในยอดไม้

ooooooo

ผ่านไปไม่นาน มือปืนนำตัวฤทธิชัยมาโยนไว้ในห้องขังหลังกำแพงมนต์ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน ต้องชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นท่านรองก้องเกียรติยืนอยู่หน้าห้องขัง แต่พอพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วรู้ทันทีว่าเป็นตัวปลอม

“คงคิดไม่ถึงว่ามีพวกองค์กรแฝงอยู่ หลังชนฝาถึง กับหลบเข้ามาอยู่ในกำแพงมนต์ ด่านสุดท้าย”

“พรุ่งนี้พวกองค์กรต้องเซ็นสัญญาตามที่ผมเรียกร้อง ประเทศไทยเท่ากับเป็นของผม” นายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติยิ้มสะใจ ฤทธิชัยทักท้วงว่าคงไม่ง่ายขนาดนั้น คนพวกนี้ถุยน้ำลายไปแล้วยังกลืนได้ นับประสาอะไรกับสัญญาฉบับเดียว เขาไม่คิดเช่นนั้น สัญญาฉบับนี้จะมีแถลงการณ์เป็นข่าวไปทั่วโลก ถ้ามีการเบี้ยวเกิดขึ้นรับรองต่างประเทศไม่มีใครมาลงทุนแน่นอน

“คุณคิดหรือว่าคนพวกนี้จะยอมคุณ แค่คนใกล้ตัว อย่างท่านรองศักดา คุณยังไม่รู้เลยว่าไม่ใช่คนของคุณ”

“สี่เท้ายังรู้พลาด ถ้าพวกมันไม่เซ็น จุดที่ตั้งพลังงาน และจุดเศรษฐกิจสำคัญของประเทศจะถูกถล่มยับ”

ฤทธิชัยไม่พอใจพุ่งเข้าจับลูกกรงเสียงดังโครมอย่างเอาเรื่อง นายใหญ่ถึงกับสะดุ้งโหยง ผงะถอยหลัง…

อีกฟากหนึ่งของป่าไม่ห่างจากกำแพงมนต์มากนัก หัวหน้ามือปืนส่องกล้องส่องทางไกลเห็นขบวนของไผ่กำลังเดินอยู่ในดงไม้ลิบๆ บนหลังควายมีเด็กสองคนนั่งอยู่ เขาตะโกนสั่งการให้เคลื่อนกำลัง ทุกอย่างเงียบ จึงลดกล้องลงถึงกับตา เหลือกเมื่อเห็นดาวในคราบนางเสือยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้า

“พวกมึงรออะไรอยู่”

มือปืนได้สติ กรูกันลงจากรถระดมยิงไม่ยั้ง เธอยิงสวน ถูกพวกนั้นล้มคว่ำไปสองคน แล้วดีดตัวเข้าไปกลางวงยิงไหล่บ้าง ขาแขนบ้าง พริบตาเดียวพวก มือปืนสิ้นฤทธิ์กันหมด

“พวกแกโชคดีที่ฉันมีโปรโมชั่นไม่ทำบาป” ดาวพูดจบ สังเกตเห็นฝูงนกบินพรึบขึ้นเหนือยอดไม้ในระยะไกลรีบดีดตัวไปยังทิศทางนั้นทันที ครู่เดียวก็ร่อนลงพื้น เห็นรอยลำตัวงูใหญ่มหึมาเลื้อยหายเข้าไปในดงไม้ มั่นใจว่าต้องเป็นร่อยรอยของนาคี ชักปืนขึ้นมาเตรียมพร้อม ก่อนจะคืบคลานตามรอยนั้นไป

จนกระทั่งถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง มีงูตัวเล็กๆเลื้อยกันยั้วเยี้ย ดาวทำสมาธิเปลี่ยนดวงตาตัวเองกลายเป็นดวงตาสีแดงของเหยี่ยวสายลมเพ่งไปยังงูเหล่านั้น พวกมันพากันเลื้อยหนีด้วยความกลัว จากนั้นเธอสาวเท้าลึกเข้าไปในถ้ำเรื่อยๆ จนถึงโถงใหญ่ เห็นนาคีนั่งหลับตาทำสมาธิ ท่อนล่างจากเอวลงไปเป็นลำตัว ของงูตัวใหญ่ขดม้วนเป็นฐาน ทำให้ ดูเหมือนเธอนั่งอยู่บนบันไดสูง ดาวถึงกับผงะถอยหลัง กวาดสายตาไปรอบๆไม่เห็นฤทธิชัย

“พวกมันจับท่านพี่ไป” นาคีตะโกนบอกทั้งๆที่ตายังหลับ ดาวเล็งปืนไปกลางแสกหน้าของเธอ

“ณ เวลานี้เราไม่ต้องการเป็นศัตรูกับท่าน เราบาดเจ็บไม่สามารถป้องกันท่านพี่ได้ ท่านต้องรีบไปที่กำแพงมนต์” เธอยังคงหลับตานิ่งไม่ขยับ ดาวค่อยๆถอยห่างออกมา

ooooooo

พ่อของเด็กๆจูงควายมาหยุดใต้ต้นไม้ใหญ่ กวาดตามองรอบๆอย่างมั่นใจก่อนจะหันไปบอกลุงเดช

“ผมว่าจุดนี้แหละครับที่พักนานหน่อย เด็กๆมีเวลาวิ่งเล่นนานที่สุด”

ไผ่อุ้มอาตงกับเม่งจูลงจากหลังควาย บอกให้ลองเดินดูรอบๆว่าใช่ที่นี่หรือเปล่า เด็กทั้งสองคนพยักหน้ารับรู้ แล้วเดินสำรวจไปทั่ว อาตงวิ่งลอดพุ่มไม้ทางโน้นทีทางนี้ทีจนกระทั่งร่างของแกหายวับไป ทุกคนจ้องมองอย่างคาดไม่ถึง ลุงเดชแน่ใจว่านั่นต้องเป็นกำแพงมนต์สั่งให้ไผ่รีบตาม เขาดีดตัวไปยังทิศทางที่อาตงไป แต่กลับกระดอนกลับเหมือนชนกำแพงหิน ไม่สามารถผ่านเข้าไปได้

“หนูเองค่ะ” เม่งจูว่าแล้ววิ่งพรวดหายไป

อึดใจเธอไปโผล่อีกด้านของกำแพงมนต์ เห็นเป็นถ้ำขนาดใหญ่ มุมด้านหนึ่งมีโต๊ะยาวตั้งเป็นแถว บนโต๊ะมีเครื่อง คอมพิวเตอร์วางเรียงเป็นตับ มีเจ้าหน้าที่ในชุดดำนั่งทำงานกันอย่างขะมักเขม้น เห็นมือปืนยืนเฝ้าระวังตามจุดต่างๆรวมทั้งนินจาอีกนับสิบคน มือปืนชุดหนึ่งกำลังบ่ายหน้ามาทางนี้

เม่งจูรีบหลบเข้าซอกหินอย่างรวดเร็ว รอจนพวกนั้นผ่านไปแล้ว จึงค่อยๆโผล่หน้าออกมา แต่ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อมีมือมาจับที่แขน หันขวับไปเห็นน้องชายจอมซนยืนยิ้มหน้าทะเล้นอยู่ ถึงกับถอนใจโล่งอก…

ที่ด้านนอกกำแพงมนต์ไผ่พยายามใช้พลังกระแทกกำแพงให้เปิด แต่ไร้ผล ลุงเดชอธิบายว่าต้องทำลายมนต์ที่ลงไว้ก่อนถึงจะเข้าไปได้ อาจารย์อาคมของศัตรูคงจะลงมนต์ไว้ ข้างในกำแพง เราต้องเข้าไปให้ได้ก่อนถึงจะ ทำลายมนต์ที่ลงไว้ได้

“หวังว่าเด็กสองคนจะออกมาได้ก่อนที่พวกมันจะเจอ” พ่อแสงถอนใจหนักใจ

แต่แล้วภาพเบื้องหน้ากลายเป็นแผ่นใสคล้ายวุ้น เม่งจูกับอาตงวิ่งพรวดออกมา ทุกคนดีใจรีบเข้าไปถามเสียง เซ็งแซ่ว่าไม่เป็นอะไรใช่ไหม เด็กทั้งสองส่ายหน้าก่อนจะ เล่าให้ฟังถึงสภาพภายในกำแพงว่ามีผู้คนมากมายทันใดนั้น มีเสียงคนถอนใจดังขึ้น ทุกคนหันไปมองเห็นมือปืนนับสิบคนกำลังเล็งปืนใส่

หนึ่งในพวกนั้นผลักพ่อของเด็กๆให้ไปรวมกลุ่มกับลูก ไผ่อาศัยจังหวะนั้นสะบัดมีดสั้นเล่มเล็กพุ่งไปปักต้นไม้ข้างกำแพงมนต์ที่อาตงเพิ่งออกมาอย่างแม่นยำโดยไม่มีใครเห็น หัวหน้ามือปืนสั่งให้เอาตัวไผ่กับพวกไป เขาไม่กล้าทำอะไร เกรงเด็กๆจะเป็นอันตราย ยอมให้พวกมือปืนต้อนขึ้นรถ…

ครู่ต่อมา ขณะรถกระบะของมือปืนนำไผ่กับพวกมุ่ง หน้าไปยังค่ายของผู้กองสัตยา มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลม ดังขึ้น ไผ่ ลุงเดช และพ่อแสงรู้ทันทีว่าดาวได้พลังกลับมาแล้ว สักพัก มีเสียงคำรามของเสือสายฟ้าตามมา พวกมือปืน เริ่มนั่งไม่ติดเหลียวมองกันเลิ่กลั่ก ไผ่ได้ทีเขย่าขวัญเสียเลย

“พวกเอ็งรู้ใช่ไหมว่าใครกำลังมา”

สิ้นเสียงไผ่ รถของพวกมือปืนทั้งสองคันเบรกเอี๊ยด บนยอดไม้เบื้องหน้า ดาวในคราบนางเสือยืนอยู่ พวกนั้นกรูกันลงจากรถ เล็งปืนไปยังเธอเป็นจุดเดียวกัน เหลือมือปืนยืนคุมไผ่กับพวกบนรถเพียงสองคน

“จะสลายตัวไปหรือจะให้ข้าสลายชีวิตพวกเอ็ง” ดาวประกาศก้อง

หัวหน้ามือปืนไม่สนใจคำเตือน สั่งให้ยิงทิ้ง เสียงปืนดังสนั่นไปทั้งป่า เธอแกล้งร่วงลงไปหลังพุ่มไม้ พวกมือปืนย่ามใจคิดว่ายิงถูกเป้าหมายแห่กันเข้าไปดู ไผ่สบช่องกระชากเชือกมัดขาดกระจุย อัดมือปืนเฝ้าระวังสองคนสลบเหมือดแล้วจัดการเชือกที่มัดทุกคนออก หัวหน้ามือปืนหันมาเห็น อ้าปากจะเตือน

แต่ช้าเกินไป ไผ่สะบัดมีดสั้นปักคอถึงกับทรุด แล้วใช้พลังดึงปืนของเขาเข้ามาในมือตนเอง คนขับรถตาเหลือก เผ่นแน่บเข้าป่าไม่คิดชีวิต ไผ่เห็นควรส่งอาตง เม่งจูกับพ่อ ของเด็กกลับบ้านดอนเสือเพื่อความปลอดภัย แล้วอุ้มเด็ก ทั้งสองคนไปไว้ที่เบาะหน้ารถ โดยมีพ่อของเด็กๆขึ้นประจำที่นั่งคนขับ

“ไปที่สถานีอนามัยบ้านดอนเสือหรือค่ายอาสา จะมีคนช่วยอยู่ที่นั่น”

พ่อของเด็กๆพยักหน้ารับรู้ แล้วเร่งเครื่องรถออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสามคนต้องรีบกลับไปที่กำแพงมนต์โดยไผ่จะล่วงหน้าไปก่อน ให้ลุงเดชกับพ่อแสงขับรถกระบะของ พวกมือปืนอีกคันหนึ่งตามไป…

ทางด้านดาว ใช้เวลาแค่อึดใจก็จัดการพวกมือปืนที่หลงกลตามเธอเข้าป่าหมอบราบคาบกันหมด

ooooooo

ในเวลาต่อมา ไผ่ร่อนลงมาตรงจุดที่มีดสั้นปักอยู่ ดึงมันเก็บไว้ที่เดิมแล้วหลับตาทำสมาธิส่งกระแสจิตฝากเหยี่ยวสายลมไปบอกตำแหน่งกำแพงมนต์ให้ดาวรับรู้ ไม่นานนัก ดาว ลุงเดช และพ่อแสงตามมาสมทบ

“เจอกำแพงมนต์แล้วหรือพี่ไผ่…ไหน…อยู่ตรงไหน” ดาวถามน้ำเสียงตื่นเต้น

“อยู่ตรงหน้านี่เอง แต่พี่เจาะเข้าไปไม่ได้”

“ต้องทำลายแผ่นหรือหลักที่มันลงอาคมไว้ กำแพงมนต์ถึงจะสลายตัวไป” ลุงเดชอธิบาย

ดาวจะขอลองดูสักตั้ง ปราดไปยืนตรงหน้าหลับตาพนมมือตั้งจิตอธิษฐาน แล้วยื่นมือไปข้างหน้า พลันบริเวณนั้นกลายเป็นวุ้นใสๆมือผ่านได้ เธอตัดสินใจก้าวเท้าเข้าไปร่างหายวับ ลุงเดช ไผ่กับพ่อแสงมองอย่างตะลึง ไผ่ขอลองอีกครั้งดีดตัวตามแต่ยังคงเป็นเช่นเดิม กระดอนกลับเหมือนชนกำแพงหิน

จังหวะนั้น ดาวกระเด็นออกมาจากกำแพงมนต์ โดยมีนินจาสองคนไล่ฟันตามออกมาด้วย ไผ่เข้าไปช่วยต่อสู้อีกแรง สักพักก็จัดการนินจาทั้งสองคนได้ จากนั้น เธอชวนเขาบุกเข้ากำแพงมนต์ด้วยกัน เขาส่ายหน้า

“พี่เข้าไปไม่ได้…ดาวเข้าไปได้ยังไง”

“ก็แค่ทำสมาธิแล้วเดินเข้าไป”

ลุงเดชกับพ่อแสงมองดาวอย่างพิจารณา ก่อนจะลงความเห็นว่าไม่ใช่แค่นั้นแน่ๆ แต่เป็นเพราะเธอมีพลังพิเศษอย่างอื่นเพิ่มขึ้นมา พลังบริสุทธิ์ของเด็กที่กำลังจะมาเกิด ไผ่ร้องเอะอะด้วยความดีใจ

“เอ่อ…ดาว…แค่รู้สึก แต่ยังไม่แน่ใจ” ดาวอึกๆ อักๆด้วยความเขิน

“แน่ใจได้เลย พลังพิเศษนี่เองที่ทำให้หนูดาวรอดจากพลังของนาคีและสามารถผ่านกำแพงมนต์เข้าไปได้ หนูดาวต้องหาแผ่นหรือหลักที่มันลงอาคมกำกับกำแพงแล้วทำลายมัน กำแพงถึงจะเปิดให้เห็นทางเข้า”

ดาวรับปากจะรีบจัดการให้เร็วที่สุด แล้วขยับจะไป ไผ่จับแขนไว้ เตือนให้ระวังเจ้าตัวเล็กในท้องด้วย เธอพยักหน้ารับคำ ก่อนจะพุ่งตัวหายเข้าไปในกำแพงมนต์ไป

โผล่อีกฝั่งหนึ่ง เห็นมือปืนกับพวกนินจายืนเฝ้าระวังอยู่เต็มไปหมด เธอตั้งสมาธิ อึดใจร่างค่อยๆจางหายไปแล้วเดินสำรวจไปจนถึงห้องควบคุมตัว เจอมือปืนยืนยามคนหนึ่ง จัดการทุบหัวสลบเหมือด ท่านรองก้องเกียรติที่นั่งหันหลังอยู่ในกรงขัง เหลียวกลับมามองด้วยความสงสัย ร่างของดาวค่อยๆปรากฏขึ้นตรงหน้า เขาปราดเข้ามาเกาะลูกกรงร้องทักทายด้วยความดีใจ เธอไม่มั่นใจจะใช่ตัวจริงหรือเปล่า ถามหยั่งเชิงว่าเขามีลูกสาวชื่ออะไร

“โธ่…คุณดาว ผมมีลูกซะที่ไหน”

“ดาวต้องหาทางทำลายมนต์ของมันที่พรางกำแพงไว้ พอจะรู้บ้างไหมคะ”

ท่านรองก้องเกียรติแนะให้ลองไปดูที่ห้องพิธีกรรม เธอพยักหน้ารับรู้ ขยับจะทำลายกุญแจประตูกรงขัง แต่เขาห้ามไว้

“อย่าเพิ่ง นายใหญ่มันปลอมตัวเป็นผม ออกไปตอนนี้คุณจะลำบากไม่รู้ว่าใครเป็นใคร…ระวัง”

ขาดคำมีเสียงปืนดังขึ้น กระสุนเฉียดดาวไปเส้นยาแดงเดียว เธอหันมาสะบัดมีดสั้นปักคอมือปืนทรุด มีนินจาอีกคนหนึ่งพุ่งเข้ามาตวัดดาบฟัน เธอเบี่ยงตัวหลบ แล้วเตะสวน เขากระเด็นกระแทกผนัง อาศัยจังหวะนั้นดีดตัวหนี เขาพุ่งตามพร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยดังสนั่นไปทั้งค่าย

นายโจกำลังสั่งงานอยู่ในห้องทำงานลุกพรวดออกไปดู เห็นพวกมือปืนกับนินจาค้นหาผู้บุกรุกกันให้วุ่นวาย เขารีบสั่งการให้มือปืนวิทยุเรียกกำลังคนจากนอกกำแพงเข้ามาเสริมด่วนที่สุด

ooooooo

ดาวกับนินจาต่อสู้ติดพันกันอย่างดุเดือด ต่างแวบไปแวบมาไปโผล่ในห้องพิธีกรรมของคายามังโดยบังเอิญ ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างไม่มีใครยอมใคร จังหวะหนึ่งดาวอัดนินจากระเด็นกระแทกผนัง ร่วงลงไปกองกับพื้น เธอชักปืนยิงเปรี้ยงๆๆเขาทรุดจมกองเลือด พอเหลือบมองที่ผนังถ้ำลักษณะคล้ายวุ้นมีแสงส่องประกายออกมา

“หรือว่ามันลงคาถาไว้ที่นี่” เธอพึมพำอย่างตื่นเต้น

ยิ่งเห็นอุปกรณ์สำหรับพิธียิ่งมั่นใจว่าที่นี่ต้องเป็นห้องของอาจารย์อาคม พลันมีความเคลื่อนไหวแถวมุมมืดด้านในสุด ดาวชักปืนยิงขู่ ลูกศิษย์ของคายามังเดินยกมือยอมแพ้ออกมา

“อาจารย์แก…ลงอาคมพรางตาไว้ที่ไหน”

เขาไม่ยอมบอก เธอตบเปรี้ยงหน้าคะมำ เขากลัวลนลานชี้ไปที่ผนังถ้ำคล้ายวุ้น เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆเห็นเงาสะท้อนของเขาย่องเข้ามาด้านหลัง เธอหันขวับ เป็นจังหวะเดียวกับเขาเงื้อมีดขึ้น

“ต้องใช้เลือดผู้มีวิชาถึงจะแก้ได้” เขาพูดจบจ้วงแทงไม่ยั้ง เธอหลบทันตบสวนลอยละลิ่วกระแทกผนังวุ้น ร้องลั่น ผนังนั่นดูดร่างของเขาไว้ เธอมองด้วยสายตาเหี้ยม

“ใช่…เลือดแกไง” แล้วปล่อยพลังอัดใส่ เกิดแสงสว่างจ้าระเบิดตูมดังสนั่น พลังนั้นพาร่างของเธอลอยขึ้นไปในอากาศหายวับไปโผล่ตรงทางเข้าค่ายพอดี แสงสว่างเมื่อครู่ทำให้ตาเธอพร่าเห็นเพียงเงาลางๆวิ่งมาหา เธอสะบัดหัวไล่ความมึนงง แล้วมองอีกครั้งถึงได้รู้ว่าเป็นไผ่ ลุงเดช กับพ่อแสง ไผ่ช่วยพยุงเธอลุกขึ้น

“น้องดาวเป็นอะไรหรือเปล่า”

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

“หนูดาวทำลายมนต์ของมันได้แล้ว ดูนั่น” ลุงเดชชี้ เธอมองตามมือเห็นทางเข้าค่ายใหญ่แบล็กอีวิลอยู่ตรงหน้า

พวกมือปืนกับเหล่านินจาวิ่งกันโกลาหลอยู่ไกลๆ ในที่สุดวาระสุดท้ายของแบล็กอีวิลก็มาถึง เธอรีบส่งกระแสจิตบอกเหยี่ยวสายลมให้ช่วยกระจายข่าวนี้ด้วย เสียงเหยี่ยวสายลมร้องก้องเป็นทำนองรับคำ…

ในราวป่าไม่ห่างจากค่ายใหญ่แบล็กอีวิล อภิชาติขับรถเข้ามาจอดด้วยความหงุดหงิดที่ตระเวนหาทางเข้ากำแพงมนต์ตั้งแต่เช้ายันบ่ายยังไม่มีวี่แวว ทันใดนั้น มีเสียงร้องของเหยี่ยวสายลมดังขึ้น จักจั่นหลับตาตั้งสมาธิ อึดใจก็หันมาบอกอภิชาติ งิ้ว และจันจิรา

“พี่ดาวบุกเข้ากำแพงมนต์ได้แล้ว” สิ้นเสียง อภิชาติเร่งเครื่องรถทะยานออกไป…

ทางด้านไผ่กับดาวตัดสินใจจะบุกค่ายศัตรูกันก่อน ให้ลุงเดชกับพ่อแสงรออยู่ที่ปากทางเข้า แล้วค่อยพาทุกคนตามไป พ่อแสงเตือนให้ทั้งคู่ระวังตัวโดยเฉพาะดาว เพราะตอนนี้ไม่ใช่ตัวคนเดียวแล้ว และกำชับไผ่ให้ดูแลเธอให้ดี เขาพยักหน้ารับคำ ก่อนจะดีดตัวเข้าไปด้านในพร้อมกับดาว

สักพัก เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นหวั่นไหว ดาวกับไผ่บุกตะลุยเข้าหาพวกมือปืนไม่ยั้ง ทั้งปืน ทั้งหมัดและเข่า พากันทรุดฮวบตามๆกัน ทั้งคู่ลุยต่อไปหวังจะจัดการให้สิ้นซาก ต้องแปลกใจที่พวกมือปืนไม่ไล่ตาม ยังคงรักษาตำแหน่งเดิมของตนเองไว้…

ไม่นานนัก อภิชาติขับรถพาจักจั่น งิ้ว และจันจิรามาจอดหน้าทางเข้าค่าย เจอลุงเดชกับพ่อแสงยืนรอท่าอยู่ จักจั่นวิ่งเข้าไปกอดพ่อแสงกับลุงเดชด้วยความคิดถึง หลังจากถามสารทุกข์สุกดิบกันพอหอมปากหอมคอ เธอแนะนำให้ท่านทั้งสองรู้จักงิ้ว ตำรวจสากลสาวสวยจากสหรัฐอเมริกา

“เราบุกเข้ากำแพงถล่มพวกแบล็กอีวิลกันให้ราบดีกว่า”

ทุกคนเห็นด้วยกับลุงเดช ต่างพร้อมจะกวาดล้างคนชั่วให้หมดไปจากแผ่นดิน

ooooooo

ดาวแยกกับไผ่มาสำรวจอีกด้านหนึ่งของค่าย เจอพวกมือปืนดักหน้า เธอกราดยิงเป็นชุดล้มคว่ำไปสองคน แล้วคว้าปืนกลที่หล่นอยู่ขึ้นมายิงกระหน่ำทรุดลงไปกองกับพื้นกันถ้วนหน้า พลันเห็นทางหางตามีชายคนหนึ่งวิ่งผ่านไป ตามด้วยนายโจและมือปืนคุ้มกัน หันขวับไปมอง

“นายใหญ่” เธอพึมพำเบาๆ แล้วขยับจะตาม แต่มือปืนนับสิบคนโผล่มาขวางพร้อมกับยิงสกัดไม่ให้ไป เธอยิงโต้ ก่อนจะดีดตัวตามจนทัน เห็นหลังนายโจไวๆแต่ไม่เห็นนายใหญ่ พอหันกลับมาอีกทีเจอดาบซามูไรฟันใส่ เธอยกปืนกลขึ้นรับ นินจารุกไล่ไม่ยั้งจนเธอต้องถอยกรูด พอตั้งหลักได้ เธอโต้กลับเล่นงานเขาอยู่หมัด แล้วพุ่งตัวไปยังทิศทางที่นายโจไป…

บริเวณลานหน้าทางเข้าค่าย พวกมือปืนกับเหล่านินจาเปิดฉากระดมยิงอภิชาติ จักจั่น และงิ้วที่บุกตะลุยเข้ามา เขากับสองสาวฝีมือเหนือกว่ายิงพวกนั้นทรุดไปหลายคน เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่น กระสุนปลิวว่อนพวกนั้นสู้ไม่ได้เริ่มถอยร่น ทั้งสามคนรุกไล่ต่อไปไม่หยุด สังหารพวกศัตรูล้มตายราวกับใบไม้ร่วง…

ทางฝ่ายไผ่ตีฝ่าวงล้อมเข้าไปถึงที่คุมขัง พวกมือปืนยิงต้านไว้สุดฤทธิ์ ไม่กี่อึดใจเขาสังหารพวกนั้นตายเกลื่อน อภิชาติและงิ้วตามมาสมทบ มองไปยังกรงขังที่แยกไว้เป็นสัดส่วน แต่ละกรงมีคนถูกขังไว้ 3 คน ไผ่กวาดสายตามองอย่างพิจารณา ก่อนจะหันไปถามอภิชาติ

“มีใครคุ้นหน้าบ้างไหมครับ”

“พวกคณะกรรมการพิจารณาสัมปทาน”

“ตัวจริงเสียงจริง” งิ้วมองพวกเขาอย่างตื่นเต้น ก่อนจะพุ่งไปที่หน้ากรงขังทำลายกุญแจที่คล้องประตูไว้ พาคณะกรรมการทุกคนออกมา จังหวะนั้น จันจิรา พ่อแสงกับลุงเดชตามเข้ามา

“รังมันซับซ้อนน่าดู หลงไปหลงมาเกือบแย่” พ่อแสงบ่นอุบ

“คุณอภิชาติ คุณงิ้วเชิญครับ…ทางนี้พวกเราจัดการเอง”

“งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” อภิชาติว่าแล้วพางิ้วออกไป ลุงเดชสั่งให้ไผ่ตามไปช่วยดาว ส่วนเขา พ่อแสงและจันจิราจะพาพวกนี้ไปรอนอกค่ายน่าจะปลอดภัยกว่า

ooooooo

ในขณะเดียวกัน ดาวลุยเดี่ยวเข้าไปถึงหน้าห้องขังท่านรองก้องเกียรติ ยิงมือปืนที่ยืนเฝ้าระวังตายไปสามคน พวกที่เหลือกลัวจัด จี้จับท่านรองก้องเกียรติซึ่งอยู่ในกรงขังเป็นตัวประกัน

“เอ็งขยับ…ไอ้ท่านรองนี่ป่นแน่…ทิ้งปืนซะ”

ดาวตวัดปืนเหน็บไว้ด้านหลัง “พวกเอ็งมีเวลาหนึ่งนาที รีบออกไปเสีย…อย่าบังคับให้ข้าต้องทำบาป”

พวกมือปืนต่างมองหน้ากัน ก่อนจะเผ่นแน่บ เธอรีบเข้าไปหาท่านรองก้องเกียรติ ชักปืนยิงกุญแจที่คล้องประตูกรงขังกระจุย แล้วส่งปืนอีกกระบอกหนึ่งให้เขา ไผ่ตามมาพอดี เธอเลยฝากให้ช่วยดูแลท่านด้วย

“ตามล่านายใหญ่ให้ได้…ระวังให้ดีมันปลอมตัวเป็นผม”

“ค่ะ” ดาวรับคำแล้วขยับจะไป แต่ท่านรองก้อง–เกียรติเรียกไว้

“ถ้าผมเจอคุณอีก ผมจะขยิบตาข้างขวาให้คุณ จำไว้”

เธอพยักหน้ารับรู้ แล้วพุ่งตัวออกไป ไผ่ผายมือเชิญเขาไปสมทบกับคณะกรรมการคนอื่นๆนอกค่ายเพื่อความปลอดภัยของเขาเอง แต่เขาอยากจะอยู่ช่วยล่าตัวนายใหญ่ ไผ่ยอมให้อยู่ด้วย แต่มีข้อแม้ ห้ามอยู่ห่างเขาแม้แต่ก้าวเดียว จากนั้น ทั้งคู่พากันออกไปโดยไม่เห็นว่ามีกล้องวงจรปิดซ่อนอยู่ตรงมุมห้อง…

ฝ่ายจักจั่นบุกตะลุยไปถึงอีกมุมหนึ่งของค่าย เจอนินจาจู่โจม เธอใช้ปืนตั้งรับคมดาบของเขาที่ฟันใส่ พอตั้งหลักได้เธอตบเปรี้ยงเดียวกระเด็น แล้วใช้ปืนยิงซ้ำ นินจาอีกคนหนึ่งโผล่พรวดเข้ามา ชนเธอกระเด็นกระแทกผนังถ้ำพังทั้งแถบ เผยให้เห็นส่วนที่สร้างเป็นกรงขังฤทธิชัยพอดี เธอดีดตัวเข้าไปหา

“เฮ้…คุณหนึ่ง กรงแค่นี้ทำไมออกไม่ได้”

“ถูกบ่วงมนต์สะกดไว้ พลังยังไม่คืน…ระวัง!”

จักจั่นก้มหลบคมดาบที่นินจาฟันใส่ คมดาบพลาดถูกกุญแจที่คล้องประตูแตกเป็นเสี่ยง เขาถีบประตูกรงขังเข้าไปจะฟันฤทธิชัย จักจั่นสาดกระสุนใส่เสียก่อนถึงกับทรุดฮวบ แล้วโยนปืนกระบอกหนึ่งให้ผู้กองหนุ่ม

“ผมต้องรีบตามหาคุณดาว” เขาว่าแล้วพุ่งพรวดออกไป จักจั่นรีบตามติด…

ที่ลานกว้างหน้าทางเข้าค่ายใหญ่ รถจี๊ปของผู้กองสัตยาแล่นเข้ามาจอด ตามด้วยขบวนรถบรรทุกอีกสองคัน มือปืนนับสิบๆคนพร้อมด้วยผู้กองสัตยาพากันลงจากรถ

“ส่วนหนึ่งอยู่ตรงนี้อย่าให้ใครผ่านออกไปได้ อีกส่วนหนึ่งตามข้ามา” เขาสั่งเสร็จนำพวกนั้นบุกเข้าค่าย

ooooooo

อภิชาติกับงิ้วลุยฝ่าพวกมือปืนมาจนถึงห้องที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์สื่อสารและคอมพิวเตอร์เรียงรายกันหลายเครื่อง เธอเก็บปืนเหน็บเอวไว้แล้วพุ่งไปนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ รัวคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว

“เรียบร้อย กำลังหนุนจากท่านรองศักดาน่าจะเห็นตำแหน่งฐานที่นี่ได้อย่างชัดเจน”

พลันมีเงาวูบเข้ามา อภิชาติรัวกระสุนใส่ไม่ยั้งจนล้มคว่ำ แล้วดีดตัวนำเธอออกจากห้อง…

ด้านผู้กองสัตยานำกำลังส่วนหนึ่งตามนายโจกับมือปืนคุ้มกันจนทัน ร้องถามว่าจะรีบไปไหน นายโจอ้างว่าต้องไปคุ้มกันนายใหญ่ เขาขอตามไปด้วย นายโจชักสีหน้าทันที เตือนว่าหน้าที่ของเขาคือกำจัดศัตรูให้หมด

“ไม่ต้องห่วง ผมวางกำลังไว้หมดแล้ว พวกมันต้องตายที่นี่กันหมด”

นายโจมองเขาไม่พอใจก่อนจะจ้ำพรวดๆออกไป เขารีบเดินตาม ไม่นานนักก็มาถึงลานเล็กๆซึ่งเป็นทางเชื่อมต่อกับส่วนอื่นๆของค่าย พวกมือปืนคุ้มกันที่เดินนำหน้าหยุดกึกเมื่อเห็นดาวยืนขวางทางอยู่

“ถ้าใครไม่ใช่นายใหญ่ รีบออกไปจากที่นี่” เธอประกาศก้อง กวาดสายตามองนายโจ เห็นแผลเป็นบนแก้มที่เธอฝากไว้มีแสงเรืองออกมา พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ที่แท้วันนั้นนายใหญ่ปลอมเป็นไอ้โจ”

“ที่สำคัญ ถ้านายใหญ่อยู่ที่นี่ คุณจะรู้ได้อย่างไร” นายโจจ้องเธอเขม็ง ขณะที่เธอยิ้มกวน

“ไม่รู้…ทุกคนถึงต้องจบที่นี่” ขาดคำ เธอยิงกราดไม่ยั้ง ถูกพวกมือปืนที่ยืนด้านหน้าล้มคว่ำ พวกที่เหลือพุ่งหลบเข้าที่กำบังพลางยิงโต้ตอบ ดาวหายตัวแวบไปแวบมาสังหารมือปืนทีละคนๆ นายโจกับผู้กองสัตยาพยายามยิงสกัด แต่ไม่ระคายผิวเธอแม้แต่น้อย พลันมีแสงสว่างวูบเข้ามา พร้อมกับร่างของนาคีปรากฏขึ้น

“เรามาตามท่านพี่ของเรา”

“เข้าคิวต่อแถวได้เลย” ดาวว่าแล้วขยับตัวเตรียมรับมือ นายโจยิ้มพอใจที่่เห็นสองสาวจะฆ่ากันเอง สะกิดผู้กองสัตยาให้ค่อยๆถอยหลังออกไปจากตรงนั้น นาคีกวาดสายตาไปรอบๆไม่เห็นท่านพี่ โวยวายลั่น

“เป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเราสัมผัสได้ว่าท่านพี่อยู่ตรงนี้”

“อยากรู้ต้องถามสองคนนั่น” ดาวพยักพเยิดไปทางนายโจกับผู้กองสัตยาที่กำลังจะหนี

ทั้งคู่สะดุ้งโหยงหันหลังเผ่นแน่บ โดยมีเหล่ามือปืนวิ่งตามไปเป็นพรวน นาคีอยากกำจัดศัตรูหัวใจให้สิ้นซากเสียก่อน ส่วนนายโจกับพวกไว้ค่อยว่ากันทีหลัง แล้วยกมือขึ้นเตรียมจะจัดการกับดาวขั้นเด็ดขาด แต่กลับชะงัก ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะหายตัวไปดื้อๆ ดาวยืนงง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น…

อีกด้านหนึ่งไม่ห่างกันมากนัก ขณะที่ฤทธิชัยขยับจะเข้าไปช่วยจักจั่นเล่นงานนินจา ต้องหยุดกึกเมื่อสัมผัสได้ว่านาคีอยู่แถวนี้ ตะโกนบอกจักจั่นที่กำลังต่อสู้ติดพันกับนินจาว่านาคีมา

“รีบไป…จักจั่นจัดการได้”

ฤทธิชัยดีดตัวออกไปทันที เป็นจังหวะเดียวกับนินจาฟันใส่จักจั่นพอดี เธอหายตัวไปแล้วโผล่ด้านหลังนินจาไม่ทันตั้งตัวถูกมีดสั้นของเธอแทงทรุดจมกองเลือด เธอกระชากมีดกลับ แล้วพุ่งตัวไปยังทิศทางที่ฤทธิชัยไป

ooooooo

นายโจ ผู้กองสัตยา และเหล่ามือปืนคุ้มกันยังไม่ทันหนีไปไหนไกล ต้องหยุดกึกเมื่ออยู่ๆนาคีปรากฏตัวขวางทางไว้ ประกาศเสียงกร้าวจะเอาชีวิตทุกคน นายโจถึงกับตาเหลือก ตะโกนลั่น

“ใครเก็บนังนี่ได้เอาไปเลย 10 ล้านบาท” แล้วรีบหลบฉาก โดยมีผู้กองสัตยาตามไปติดๆ

พวกมือปืนเห็นแก่เงินต่างระดมยิงนาคีอุตลุด กระสุนไม่ระคายแม้แต่หนังกำพร้า เธอสะบัดลิ่มพิษโต้ตอบ ถูกพวกนั้นล้มตายเป็นเบือ แล้วหายตัวไปโผล่ตรงหน้านายโจกับผู้กองสัตยาที่กำลังวิ่งหนีเอาตัวรอด

“คุณสัตยา ผมให้คุณ 20 ล้านบาท เก็บนังนี่”

“เสียใจด้วยคุณโจ…ผมรับแต่เงินสด”

ขาดคำ นาคีตบผัวะเดียวทั้งคู่ปลิวกระแทกผนังถ้ำเลือดกบปาก นายโจยันตัวลุกขึ้น ชักมีดอาคมที่เหน็บไว้ด้านหลังขึ้นมากวัดแกว่ง นังงูร้ายถึงกับผงะ ผู้กองสัตยา หันมาเห็น พึมพำว่านี่คือมีดอาคมของคายามังใช่ไหม

“ใช่…นาคีทำอะไรผมไม่ได้ แต่…คุณไม่รอด” นายโจหัวเราะชอบใจ เขาถึงกับหน้าถอดสี

“ผมให้คุณ 50 ล้านบาท…ช่วยผมด้วย”

“ผมก็รับแต่เงินสดเหมือนกัน” นายโจตอกกลับอย่างเจ็บแสบ นาคีสัมผัสถึงความกลัวของทั้งคู่ได้ ตัดสินใจย่างสามขุมเข้าหา นายโจถอยพลางตวัดมีดอาคมไปมา ผู้กองสัตยาชักปืนยิงเธอสองนัดซ้อน แล้วตามนายโจแจเพราะรู้ว่าเธอกลัวมีดอาคม เขารำคาญผลักผู้กองชั่วไปห่างๆ จังหวะนั้น ฤทธิชัยโผล่พรวดเข้ามากับจักจั่นซึ่งมองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกใจ ทำไมนาคีถึงหันมาเล่นงานสองคนนั่น

“พวกมันคิดฆ่าเธอก่อน” ฤทธิชัยอธิบาย

นายโจหันมาเห็นทั้งคู่พอดี ชี้มือบอกนาคีว่าท่านพี่ของเธออยู่นั่น เธอหลงกลหันไปมองด้วยความดีใจ เขาฉวยโอกาสจ้วงแทงตรงหัวใจเธอถึงกับร้องลั่น มีดอาคมสัมผัสร่างของเธอเกิดเป็นพลังกระแทกมือมีดกระเด็นกลิ้งไปกับพื้น นาคีจ้องนายโจที่กำลังลุกขึ้นด้วยความแค้น สะบัดลิ่มพิษใส่พรุนไปทั้งร่างตายอย่างน่าอนาถ

นังงูร้ายสิ้นเรี่ยวแรงทรุดฮวบ ผู้กองสัตยากลัวสุดขีดเผ่นหนีแทบไม่ทัน จักจั่นไม่ยอมให้เขาลอยนวลไล่ตามไปติดๆ ฤทธิชัยปรี่เข้าไปประคองนาคีด้วยความสงสารและเห็นใจ

“ข้า…รัก…ท่านพี่”

“กลับไปสู่โลกของคุณเถอะ” ฤทธิชัยก้มลงจูบหน้าผากนาคีเบาๆ เธอยิ้มเศร้า ก่อนร่างจะค่อยๆสลายกลายเป็นแสงสว่างจ้าแล้วจางหายไปในที่สุดเหลือเพียงมีดอาคมที่หล่นลงพื้น
ฤทธิชัยหยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมาถือไว้ ดาวตามมาสมทบพอดี มองมีดในมือเขาแวบหนึ่งก่อนจะถามว่านาคีกลับโลกของเธอไปแล้วใช่ไหม เขาพยักหน้าแล้วสะบัดมีดไปปักผนังถ้ำมิดด้าม ทั้งสองต่างมองหน้ากัน ก่อนจะโผเข้าสู่อ้อมกอดของกันและกัน โล่งใจที่หมดศัตรูไปหนึ่งราย…

อีกมุมหนึ่งของค่าย จันจิรา ลุงเดชกับพ่อแสงพาเหล่าคณะกรรมการใกล้จะถึงทางออก ยิงต่อสู้กับพวกมือปืนที่ไล่ตามอย่างไม่ลดละจนกระสุนหมด จังหวะนั้น มือปืนอีกกลุ่มพุ่งออกมาจากอีกด้านหนึ่ง

จันจิราหายตัวไปปรากฏตรงหน้ามือปืนกลุ่มนั้น เตะกวาดรวดเดียวสลบกลางอากาศกันหมด แล้วสะบัดมือไปยังปืนที่ตกเกลื่อนพื้น มันลอยเข้ามือลุงเดชกับพ่อแสงราวกับมีใครจับยัด ทั้งคู่ไม่รอช้าสาดกระสุนใส่พวกมือปืนที่ดาหน้าเข้ามา จันจิราคว้าปืนที่ตกพื้น ช่วยยิงสกัดอีกแรง อึดใจเดียวพวกนั้นตายเรียบ

“เราต้องลุยออกไปข้างนอกให้ได้ ไม่อย่างนั้นเสร็จพวกมันแน่” ลุงเดชว่าแล้ววิ่งนำเหล่าคณะกรรมการมุ่งหน้าไปยังทางออก แต่ไปได้ไม่กี่ก้าวเจอมือปืนกลุ่มใหญ่ดักรออยู่ จันจิราเห็นท่าไม่ดีส่งกระแสจิตขอความช่วยเหลือ พริบตาเดียว ร่างมนต์ของเสือสายฟ้าปรากฏขึ้น พุ่งใส่พวกมือปืนที่พากันแตกฮือเปิดเป็นช่องโล่ง

“แสง…พาทุกคนออกไปเร็วเข้า” ลุงเดชตะโกนลั่น

พ่อแสงไม่รอช้าไล่ต้อนพวกคณะกรรมการออกทางช่องที่เปิด จันจิราหายตัวไปโผล่กลางวงศัตรู ช่วยกันกับเสือสายฟ้าเล่นงานพวกนั้นราบคาบ สุดท้ายพ่อแสง ลุงเดช และจันจิรานำทุกคนออกไปสู่ราวป่าได้สำเร็จ…

ฝ่ายผู้กองสัตยาหนีการไล่ล่าของจักจั่นมาถึงทางตัน ชักมีดพกขึ้นมาสู้ เธอตวัดปืนยิงเปรี้ยงๆตายสนิท

ooooooo

ครู่ต่อมา จักจั่นกลับมายังจุดที่นาคีตาย อดแซวไม่ได้เมื่อเห็นฤทธิชัยกับดาวกอดกันอยู่

“จะสวีตอะไรกันหนักหนา เรื่องยังไม่จบนะคะ ยิงกันเปรี้ยงๆอยู่ข้างนอก”

“คุณจักจั่นจะได้หลานแล้ว” ฤทธิชัยสีหน้ายิ้มแย้ม จักจั่นดีใจวิ่งเข้ามากอดดาวไว้ พลันมีเสียงดังขึ้น

“ดีใจอะไรกันครับ…เรื่องจบแล้วหรือ”

ทั้งสามคนหันมองตามเสียงเห็นอภิชาติกับงิ้วยืนอยู่ จักจั่นรีบขยายเรื่องที่ดาวท้องให้ทั้งคู่รับรู้ ขณะที่ทุกคนต่างยินดีไปกับดาวและฤทธิชัย มีเสียงระเบิดดังขึ้นติดๆกัน สั่นสะเทือนไปทั้งถ้ำ ฤทธิชัยอ่านแผนการพวกแบล็กอีวิลออกว่าคิดจะระเบิดถ้ำเพื่อฝังพวกเราไว้ที่นี่ ดาวรีบสั่งการให้แยกย้ายกันหาตัวนายใหญ่ให้เจอ โดยเธอกับฤทธิชัยจะแยกไปทางหนึ่ง ส่วนอภิชาติ จักจั่นและงิ้วจะไปอีกด้านหนึ่ง…

ขณะที่ดาวกับฤทธิชัยตามหานายใหญ่มาถึงทางเชื่อมภายในค่าย เห็นหลังชายคนหนึ่งไวๆ เธอชักปืนขึ้นมาพร้อมกับตะโกนขู่ ถ้าขยับอีกก้าวเดียวแหลกแน่ เขาหันหน้ามาจึงได้เห็นว่าคือท่านรองก้องเกียรตินั่นเอง

“คุณดาว…เฮ้อ…โล่งอก ผมหลงกับคุณไผ่”

“เดี๋ยวก่อนค่ะ ท่านรองให้รหัสกับดาวไว้ ช่วยแสดงหน่อย”

ฤทธิชัยตวัดปืนขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ขณะที่ท่านรองก้องเกียรติขยิบตาขวาให้ ดาวพยักหน้าให้ชายคนรักเป็นทำนองว่าถูกต้อง เขาจึงลดปืนลง แต่แล้วเธอสังเกตเห็นแผลเป็นที่แก้มท่านรองเรืองแสงขึ้นมาตรงกับรอยที่เธอฝากไว้ที่แก้มนายโจ

“นายโจ…นายใหญ่” ดาวพึมพำ

ทันใดนั้น ท่านรองก้องเกียรติตัวจริงเข้ามาพร้อมกับไผ่ ดาวและฤทธิชัยหันขวับไปมอง นายใหญ่ในคราบท่านรองก้องเกียรติสบช่องตวัดปืนยิงใส่เธอแล้วเผ่นหนีไปอย่างรวดเร็ว ดาวกับฤทธิชัยรีบวิ่งตามจนกระทั่งทะลุออกมาอีกฟากหนึ่งของถ้ำ เห็นนายใหญ่เดินไปที่เฮลิคอปเตอร์ ซึ่งจอดรออยู่บนลานกว้างเบื้องหน้า อภิชาติ จักจั่น และงิ้ววิ่งพรวดออกมาจากที่ทางหนึ่ง

“ไอ้ชาติ…มันอยู่โน่น” ฤทธิชัยชี้ไปที่ลานกว้าง

ทั้งหมดกรูกันเข้าไป นายใหญ่เดินอย่างใจเย็น ไม่สนใจพวกดาวที่ใกล้เข้ามา พอได้ระยะ เขาโบกมือเป็นสัญญาณ พวกมือปืนนับสิบๆคนดาหน้าออกมาจากราวป่าสองข้าง สาดกระสุนใส่ไม่ยั้ง ดาวกับพวกยิงโต้ตอบเสียงปืนดังสนั่นไปทั้งป่า พวกมือปืนตายเกลื่อน เฮลิคอปเตอร์ที่นายใหญ่นั่ง ค่อยๆบินสูงขึ้นๆทุกที

ดาวกับฤทธิชัยพุ่งตัวตีลังกาข้ามหัวพวกมือปืนที่ขวางทางอยู่ แล้วตรงไปยังเฮลิคอปเตอร์แต่มันบินสูงเกินกว่าทั้งคู่จะตามทัน ได้แต่สาดกระสุนใส่ด้วยความเจ็บใจ แต่แล้วมีจรวดอาร์พีจีพุ่งใส่เฮลิคอปเตอร์ระเบิดตูม ก่อนจะดิ่งลงไปในหุบเขา เสียงระเบิดตามมาอีกตูมใหญ่ไฟลุกท่วมควันโขมง ทุกคนหันไปเห็นท่านรองก้องเกียรติถือปืนยิงจรวดยืนอยู่กับไผ่ ต่างยิ้มให้กันที่นายใหญ่จบชีวิต

“คุณชาติ…ดูโน่น” จักจั่นสะกิด

อภิชาติหันมองตามมือ เห็นสิ่งหนึ่งลอยลงมาจากฟ้า เขาดีดตัวรับไว้ แล้วเอามาให้ทุกคนดู ปรากฏว่าเป็นหน้ากากใบหน้าท่านรองก้องเกียรติที่เหลือเพียงครึ่งเดียวโดยมีรอยไหม้ตรงขอบ

“อีกครั้งหนึ่งที่พวกแบล็กอีวิลต้องพบจุดจบ” ดาวว่าแล้วมองไปที่จุดที่เฮลิคอปเตอร์ตกอย่างสะใจ จากนั้นไม่นาน ค่ายใหญ่แบล็กอีวิลถูกระเบิดทำลายเป็นจุณ…

ค่ำวันเดียวกัน หมู่บ้านสมาชิกโจรถูกตกแต่งประดับไฟอย่างสวยงามสำหรับงานฉลองที่นางเสือกับพวกจัดการแบล็กอีวิลได้อย่างราบคาบอีกครั้ง ลุงเดชประกาศเชิญชวนให้เหล่าสมาชิกโจรกลับคืนสู่หมู่บ้านของพวกเรา และบอกข่าวดีว่าดาวกำลังจะเพิ่มสมาชิกใหม่ให้กับพวกเรา สมาชิกโจรต่างดีใจส่งเสียงเฮลั่น

“คุณอภิชาติคะ จักจั่นว่าเราต้องรีบตามให้ทันนะคะ”

“ถึงบ้านเมื่อไหร่ เริ่มทันทีเลยครับ” อภิชาติยิ้มหน้าเป็น ทุกคนส่งเสียงเฮกันอีกครั้ง แม่สมพรไม่ยอมน้อยหน้า เตือนไผ่ว่าอย่าชักช้าเดี๋ยวจะตามคนอื่นไม่ทัน บรรยากาศในงานเลี้ยงฉลองเต็มไปด้วยความสุข

ooooooo

สายวันรุ่งขึ้น ที่กองบัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ท่านรองศักดาถูกเชิญตัวมาที่ห้องประชุมใหญ่ต้องตกใจเมื่อเข้ามาเห็นท่านรองก้องเกียรตินั่งรออยู่ โดยมีดาวกับพวกอีกหกคนยืนประกบข้าง

“เชิญครับท่านรองศักดา” ท่านรองก้องเกียรติผายมือให้เขานั่งเก้าอี้ตัวถัดมา เขาฝืนยิ้มทำหน้าเป็นปกติ

“ยินดีที่ได้พบท่านอีกครับ…ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้า แสดงว่างานสำเร็จ ขอแสดงความยินดีด้วย”

“เมื่อวานนี้ คุณงิ้วส่งสัญญาณแจ้งตำแหน่งฐานใหญ่ของพวกมัน แต่ไม่มีกำลังสนับสนุนไปช่วยตามที่ได้คุยกันไว้” อภิชาติว่าพลางจ้องจับผิดท่านรองศักดาเขม็ง เขาแก้ตัวว่าต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆคนของเขาสแตนด์บายรออยู่ตลอด จังหวะนั้น ประตูห้องประชุมเปิดออก เจ้าหน้าที่นำตัวนพเข้ามา ท่านรองศักดาถึงกับหน้าเสีย

“คุณนพสารภาพกับเราหมดแล้ว บอกว่าได้รับสัญญาณชัดเจนว่าตำแหน่งอยู่ที่ไหน” จักจั่นเสียงกร้าว

ท่านรองศักดาปากแข็ง ยืนยันว่าต้องมีการเข้าใจผิดกัน ท่านรองก้องเกียรติรู้ดีว่าเขาคงไม่ยอมรับผิด จึงไม่คาดคั้นอะไรอีก อยากรู้แค่ว่าอาวุธสำคัญที่พวกแบล็กอีวิลปล้นไปอยู่ไหน

“ผมไม่ทราบว่าท่านรองพูดถึงอะไร” ท่านรองศักดาตีหน้าซื่อ จักจั่นตวาดลั่น

“พูดถึงว่าพวกองค์กรอยากจะเก็บอาวุธพวกนี้ไว้เอง”

“พวกคุณไม่มีหลักฐาน พวกคุณทำอะไรผมไม่ได้” ท่านรองศักดายิ้มอย่างผู้ชนะ และไม่ว่าใครจะข่มขู่อย่างไรเขาก็ปิดปากเงียบไม่ยอมบอกที่ซ่อนอาวุธ แถมขู่กลับจะเปิดโปงว่าดาวกับพวกเป็นนางเสือ งิ้วย้อนถามว่าเขามีหลักฐานหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็ทำอะไรพวกเราไม่ได้เช่นกัน ท่านรองศักดามองกราดทุกคนอย่างไม่พอใจก่อนจะลุกออกไป…

ในเวลาต่อมา ที่เซฟเฮาส์ของอภิชาติ ขณะที่ดาวกับฤทธิชัย อภิชาติ จักจั่น และงิ้วรวมทั้งไผ่กับจันจิรานั่งล้อมวงดูท่านรองก้องเกียรติแถลงข่าวเรื่องยกเลิกสัญญาสัมปทานที่ทำกับบริษัทอินเตอร์บิสทั้งหมด และให้ถือว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะเนื่องจากคณะกรรมการที่เซ็นสัญญาเป็นตัวปลอม ดาวเอะใจขึ้นมาทันที

“อินเตอร์บิสจุดเดียวที่เราไม่ได้เข้าไปค้นหาอาวุธที่หายไป”

จากนั้น ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปเตรียมตัวเพื่อจะออกปฏิบัติภารกิจสำคัญอีกครั้ง…

ตกค่ำ ดาว จักจั่น ไผ่ ฤทธิชัย อภิชาติกับจันจิราในชุดปฏิบัติการนางเสือและงิ้วมาถึงบริษัทอินเตอร์บิส เจอชายในชุดดำนับสิบคนเฝ้าระวังอยู่โดยรอบทั้งในและนอกตัวตึก ดาวพยายามเกลี้ยกล่อมให้พวกนั้นเปิดทางให้เข้าตรวจค้นอาวุธ แต่ไร้ผล ทั้งสองฝ่ายเปิดฉากยิงต่อสู้กันอย่างดุเดือด

พวกนางเสือมีฝีมือเหนือกว่า แค่ไม่กี่อึดใจก็สังหารชายในชุดดำตายเรียบ และค้นเจออาวุธสำคัญซ่อนไว้ในห้องประชุมของบริษัท ทุกคนต่างยิ้มพอใจ ฤทธิชัยคว้ามือถือขึ้นโทร.รายงานท่านรองก้องเกียรติ

“ท่านรองครับ…เราพบอาวุธแล้วครับ”

ooooooo

คืนวันถัดมา งานเลี้ยงฉลองความสำเร็จที่กำจัดพวกแบล็กอีวิลพ้นไปจากประเทศไทยและค้นหาอาวุธสำคัญเจอ ถูกจัดขึ้นภายในโรงแรมหรูกลางกรุง ดาว ฤทธิชัย พร้อมด้วยอภิชาติ จักจั่นกับงิ้ว และไผ่กับจันจิรากำลังยืนคุยอยู่กับท่านรองก้องเกียรติด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

“ผมรู้แล้วว่าพวกคุณต้องทำงานสำเร็จ…คืนนี้ว่าที่ท่านรัฐมนตรีคลังคนใหม่จะมาขอบคุณทุกคนด้วยตัวเอง” ท่านรองก้องเกียรติมองพวกนางเสืออย่างชื่นชม

“อ๋อ…ตำแหน่งที่แบล็กอีวิลต้องการให้นายดำรง เข้ามาแทน แต่ถูกพวกองค์กรขัดขวางเสียก่อน”

“ถูกต้องแล้วครับคุณฤทธิชัย คนนี้มาแรงได้รับเสียงสนับสนุนเต็มที่ ยังหนุ่มยังแน่นเสียด้วย”

จักจั่นโพล่งขึ้นทันที ว่าที่รัฐมนตรีคนนี้ยังโสดหรือเปล่า อภิชาติมองเหล่ภรรยาสุดเลิฟ อยากจะรู้ไปทำไม เธอแก้ตัวว่าไม่ได้ถามให้ตัวเอง ถามเผื่องิ้วต่างหาก ตำรวจสากลสาวถึงกับร้องเอะอะ

“โนๆๆๆ…มีแฟนเป็นนักการเมือง เกิดทุจริตขึ้นมาละก็ ยิงเละแน่” คำพูดของงิ้วเรียกเสียงฮาตรึม

พลัน มีเสียงมือถือของท่านรองก้องเกียรติดังขึ้น เขารับสายแล้วถึงกับหน้าเครียดที่ได้ยินเสียงนายใหญ่แบล็กอีวิลอีกครั้ง แม้จะคาดไว้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาอาจจะยังไม่ตายเพราะไม่เจอศพในซากเฮลิคอปเตอร์ แต่ไม่คิดว่าจะกลับมาเร็วขนาดนี้

“อย่างแกแค่ถูกน้ำร้อนก็หนีแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัว” ท่านรองก้องเกียรติแดกดัน

“ระวังนะครับ…ผมอาจจะยืนอยู่ใกล้กับท่านรองโดยที่ท่านไม่รู้ตัว” นายใหญ่วางสาย แล้วยิ้มอย่างผู้ชนะ ท่านรองก้องเกียรติหันไปบอกดาวกับพวกว่านายใหญ่โทร.มา ทำให้ทุกคนหน้าตาเคร่งเครียดไปด้วย…

ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่คุ้มกันนำว่าที่รัฐมนตรีคลังคนใหม่มาพบท่านรองก้องเกียรติซึ่งรอการมาถึงของเขาอย่างใจจดจ่อ เขายื่นมือให้ท่านรองจับ

“สวัสดีครับท่านรอง…เพิ่งได้รู้จักท่านรองวันนี้ รู้สึกเหมือนรู้จักมานาน”

“เช่นกันครับ และนี่คือบุคคลทั้งหลายที่สลายองค์กรแบล็กอีวิลไปจากแผ่นดิน” ท่านรองก้องเกียรติผายมือไปทางดาวกับพวก ว่าที่รัฐมนตรีคลังเดินเข้ามาทักทายทีละคนๆจนถึงดาวเป็นคนสุดท้าย เขายิ้มให้เธออย่างอารมณ์ดี ขณะที่เธอจ้องหน้าเขาอย่างพิจารณา

“เสียดายที่นายใหญ่หลุดไปได้” ว่าที่รัฐมนตรีคลังพูดไปยิ้มไป

“หลุดไปไม่ได้หรอกค่ะท่าน”

“แน่ใจหรือครับ” ว่าที่รัฐมนตรีคลังจ้องดาวที่จ้องตอบ ก่อนดวงตาของเธอจะกลายเป็นดวงตาสีแดงของเหยี่ยวสายลม ทำให้เห็นรอยแผลเป็นเรืองแสงที่แก้มของเขาซึ่งเกิดจากฝีมือของดาวลงอาคมไว้ปรากฏขึ้นมา

“แน่ใจค่ะ” ดาวยิ้มเหี้ยมให้นายใหญ่แบล็กอีวิลในคราบว่าที่รัฐมนตรีคลังคนใหม่ที่อยู่ตรงหน้า

ooooooo

3 ปีผ่านไป…

เหล่านางเสือทั้ง 6 คนนัดมาเจอกันที่ชายป่าบ้านดอนเสือ ดาวกับฤทธิชัยพาลูกชายวัย 3 ขวบมาด้วย ขณะที่อภิชาติกับจักจั่น รวมทั้งไผ่และจันจิราต่างมีสมาชิกใหม่เป็นเด็กหญิงวัย 2 ขวบ ทั้งหมดยืนจ้องไปยังป่าเขียวขจีเบื้องหน้า ต่างยิ้มอย่างมีความสุขที่แผ่นดินนี้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

“แผ่นดินไทย…ใครอย่าแตะ” ดาวประกาศก้อง

ooooooo

–อวสาน–

ป่านางเสือ 2 เรื่องย่อละครป่านางเสือ 2

นักแสดง ป่านางเสือ 2

ป่านางเสือ 2 ธนพล นิ่มทัยสุข รับบท ฤทธิชัย
ป่านางเสือ 2 จีรนันท์ มะโนแจ่ม รับบท ดาว
ป่านางเสือ 2 เขตต์ ฐานทัพ รับบท อภิชาต
ป่านางเสือ 2 วรรษพร วัฒนากุล รับบท จักจั่น
ป่านางเสือ 2 ธันญ์ ธนากร รับบท ไผ่
ป่านางเสือ 2 อรัชมน รัตนวราหะ รับบท จันจิรา
ป่านางเสือ 2 ธัญยกันต์ ธนกิตติ์ธนานนท์ รับบท งูเก็งกอง / นาคี
ป่านางเสือ 2 ชัญษร สาครจันทร์ รับบท งิ้ว
ป่านางเสือ 2 ปฏิญญา วิโรจน์แสงประทีป รับบท โจ
ป่านางเสือ 2 ฐาปกรณ์ ดิษยนันทน์ รับบท ลุงเดช
ป่านางเสือ 2 กาญจนาพร ปลอดภัย รับบท ป้าเนียน
ป่านางเสือ 2 ภูธฤทธิ์ พรหมบันดาล รับบท แสง
ป่านางเสือ 2 นาตยา จันทร์รุ่ง รับบท สมพร
ป่านางเสือ 2 นันทศัย พิศลยบุตร รับบท กำจร
ป่านางเสือ 2 ศักราช ฤทธ์ดำรง รับบท ท่านรองก้องเกียรติ
ป่านางเสือ 2 สุเมธ องอาจ รับบท ท่านรองศักดิ์ดา
ป่านางเสือ 2 ธัญนพ ตระกูลโชคดี รับบท วิวัฒน์
ป่านางเสือ 2 ฐปนัท สัตยานุรักษ์ รับบท ผู้กองสัตยา
ป่านางเสือ 2 ทองขาว ภัทรโชคชัย รับบท คายะมัง
ป่านางเสือ 2 กฤตย์ อัทธเสรี รับบท ณุพันธ์

———————————-

เรื่องย่อละครช่อง 7 

ไฟมาร | อุบัติเหตุ | พลิกดินสู่ดาว |  | สุสานคนเป็น | นางชฎา |
ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท | น้ำเซาะทราย | ลูกไม้หลากสี | วันนี้ที่รอคอย

ป่านางเสือ 2, อ่านละครออนไลน์
- 2012-11-14 12:08:24 โพสต์โดย : zoomza 3,856 ดูละครย้อนหลัง