เรื่องย่อ พรพรหมอลเวง ตอนแรก

พรพรหมอลเวง เรื่องย่อละคร พรพรหมอลเวง ละครย้อนหลัง พรพรหมอลเวง  ละครพรพรหมอลเวง บอย-ปกรณ์ประกบคู่เบลล่า ราณี ในพรพรหมอลเวง ทางช่อง 3

พรพรหมอลเวง ละครพรพรหมอลเวง ทางช่อง 3

พรพรหมอลเวง ละครพรพรหมอลเวง ทางช่อง 3

พรพรหมอลเวง บทประพันธ์ : กิ่งฉัตร
พรพรหมอลเวง บทโทรทัศน์ : วรวรรณ ชัยสกุลสุรินทร์
พรพรหมอลเวง กำกับการแสดง : ชุดาภา จันทเขตต์
พรพรหมอลเวง แนวละคร : โรแมนติก – คอมเมดี้
พรพรหมอลเวง ผลิต : บ. เวฟมีเดีย
พรพรหมอลเวง ออกอากาศ : ศุกร์ – เสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.15 น. ทางช่อง 3

เรื่องย่อละครพรพรหมอลเวง ตอนแรก

บนเครื่องบินที่กำลังบ่ายหน้าสู่สุวรรณภูมิ…

ตันหยง หญิงสาวที่ไปทำปริญญาโทต่อที่เมืองนอก เป็นเวลา 2 ปี กำลังเดินทางกลับด้วยความรู้สึกตื่นเต้น ดีใจคาดหวังต่างๆนานา เพราะตลอด 2 ปีที่คร่ำเคร่งกับการเรียน เธอไม่เคยเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเลย

ก่อนเดินทางไปเรียนต่อเมืองนอก ตันหยงได้หมั้นกับพิรามที่คบหากันมานาน ท่ามกลางความปลื้มปีติของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย พิรามอ้อนจะตามไปดูแลเธอที่เมืองนอกให้เรียบร้อยจนถึงวันเปิดเรียนค่อยกลับ

“อย่าเลยค่ะ…ใครรู้เข้า…”

“มันจะดูไม่ดี…อีกแล้ว” พิรามดักคอ แล้วหัวเราะกัน เขาอ้อนขอตามไปเพราะยังไงเราก็หมั้นกันแล้ว ตันหยงติงว่าถึงหมั้นกันแต่ยังไม่ได้แต่ง และที่สำคัญเวลานี้

เขาได้ขึ้นเป็นผู้บริหารต่อจากคุณพ่อเขาแล้ว และไหนจะบริษัทของตัวเองอีก กระนั้นพิรามก็ยังขอ “สัญญาว่าเราจะคุยกันทุกวัน”

พิรามอ้อนว่าแค่ห่างเธอคืนเดียวก็แทบขาดใจแล้ว แต่นี่ตั้งสองปี แล้วดึงเธอเข้าไปกอด แต่พอจะก้มจูบก็ถูกเธอดันไว้รีบสัญญาว่าจะโทร.มาคุยทุกวัน ขอให้ปล่อยเดี๋ยวใครมาเห็นเข้า

“พวกเรา…น่าสงสารมดแถวนี้จังเลย สงสัยจมน้ำตาลตายแน่” สุดนภานำทีมเพื่อนๆมาส่งตันหยงโผล่จากที่ซ่อนแซวกันสนุกสนาน ทำเอาตันหยงเขิน พิรามมองคู่หมั้นอย่างแสนรัก

นั่นคือเมื่อสองปีก่อน แต่วันนี้…ในอีกชั่วโมงเดียว ตันหยงก็จะได้กลับมาพบปะทุกคนอันเป็นที่รักแล้ว…ยกเว้นพิราม เธอไม่บอกเพราะอยากมาเซอร์ไพรส์เขา…

ooooooo

เมื่อเครื่องลง ตันหยงไปเอารถเข็น แต่ดึงไม่ออก ปฐวีชายหนุ่มเคราครึ้มหน้าเท่ที่ลงเครื่องพร้อมกัน เห็นเธอดึงรถเข็นไม่ออก มองหน้ายิ้มๆถาม

“need a help”

ชายหนุ่มยื่นมือไปดึงรถเข็นให้ ตันหยง “Thank you” มองหน้าเขา ปฐวียิ้ม มองชะงัก เธอเปลี่ยนเป็น “ขอบคุณค่ะ” แล้วเข็นรถไปรอรับกระเป๋า

“อ้าว…นึกว่านักท่องเที่ยว ที่แท้ก็คนไทย”ปฐวีพึมพำขำตัวเอง ดึงรถเข็นของตัวเองออกไปที่สายพานลำเลียงกระเป๋า ต่างใจจดจ่ออยู่กับกระเป๋าของตัวเอง

เมื่อได้กระเป๋าแล้ว ตันหยงเข็นรถมองหาบุหงาที่เธอโทร.บอกให้มารับ แต่ไม่เห็นใคร จึงโทร.หา บุหงารับสาย

“หยงเหรอลูก…มาถึงนานหรือยัง หนูรออยู่ตรงไหนนี่”

สอบถามกันแล้ว บุหงาบอกลูกให้รอแป๊บเดียวแม่กำลังเข้าที่จอดรถ อ้างสัญญาณไม่ดีเดี๋ยวจะโทร.มาหา แล้วกดปิดโทรศัพท์ หันไปมองพินิจพ่อของตันหยงถามว่า “จะเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย ลูกจะโกรธเราไหม”

พินิจละสายตาจากหนังสือพิมพ์บอกว่า “จะโกรธอะไรได้ ขี้คร้านจะยิ้มหน้าบานน่ะสิ”

ที่แท้ บุหงาแอบบอกให้พิรามไปรับตันหยงแทน จึงรีบโทร.บอกพิราม พินิจมองบุหงาพูดขำๆ

“ทำอย่างกับหนังสายลับ เฮ้อ…แม่กับว่าที่ลูกเขยคู่นี้ อะไรก็ไม่รู้” แล้วก้มอ่านหนังสือพิมพ์ต่อ

ooooooo

ระหว่างตันหยงเข็นรถขนสัมภาระเดินมาตามทางนั่นเอง มีปัญหากับนักท่องเที่ยวสามีภรรยาเกาหลีคู่หนึ่ง เมื่อฝ่ายนั้นเข็นรถมาชนรถเข็นของเธอจนกระเป๋าเล็กกระเด็นไป ส่วนสามีภรรยาคู่นั้นขวดเหล้าหล่นแตก เลยเป็นเรื่อง

สามีภรรยานักท่องเที่ยวจะให้ชดใช้ไม่อย่างนั้นจะแจ้งความ ตันหยงโต้ว่าทั้งสองมาชน ตนไม่ผิดแล้วทำไมต้องชดใช้ ฝ่ายหนึ่งพูดเกาหลีอีกฝ่ายพูดอังกฤษ เลยสื่อสารกันยาก จนเมื่อหัวหน้าทัวร์มาเป็นล่ามเลยเถียงกันคล่องขึ้น แต่ต่างก็ไม่ยอมกันจนหัวหน้าทัวร์ปวดหัวบ่นอยากเปลี่ยนอาชีพเสียเดี๋ยวนี้เลย

“ขอดูภาพจากกล้องวงจรปิดสิครับ” ปฐวีเดินมาแนะ หัวหน้าทัวร์เห็นด้วย ทีแรกสองผัวเมียก็เห็นด้วยแต่พอหันไปซุบซิบๆกันก็เปลี่ยนใจ อ้างว่าเสียเวลา หัวหน้าทัวร์สาวเลยรีบต้อนสองผัวเมียไป

“ขอบคุณนะคะ” ตันหยงเอ่ย ปฐวียิ้มส่งกระเป๋าเล็กของเธอที่กระเด็นไปคืนให้ เธอรับของคืน ไม่ทันคุยอะไรกัน ก็มีโทร.เข้ามือถือ เธอเดินเลี่ยงไปรับสาย ปฐวีมองตามเจื่อนๆ

“อะไรนะคะ…ตรงไหนนะ…ได้ค่ะ หยงจะไปตรงประตู 8” วางสายแล้วเธอรีบเข็นรถไปทันที

ปฐวีมองตามยิ้มๆ แล้วหันเดินไปอีกทาง พอตันหยงนึกได้หันมองอีกที ปรากฏว่าเขาหายไปแล้ว

ooooooo

ปฐวี หมอหนุ่มเคราครึ้มหน้าเท่ เดินไปอีกมุมหนึ่งของสนามบิน ขณะเขามองหาคนมารับ ก็มีมือเล็กๆ มาสะกิด พอก้มมองเขายิ้มเต็มหน้าดีใจมาก ก้มลงอุ้มเมรินหรือน้องเมย์ หลานสาวสุดที่รักขึ้นทั้งกอดทั้งหอมอย่างชื่นใจ

น้องเมย์มากับประภัสสรผู้เป็นแม่พี่สาวของปฐวี เขาขอบคุณพี่สาวที่มารับ ประภัสสรโบ้ยไปทางน้องเมย์ว่า

“ขอบคุณแม่หลานสาวตัวดีเถอะ บ่นถึงแต่น้าวีจนพี่เริ่มจะน้อยใจแล้ว”

“จริงหรือ แหม คิดถึงน้าวีจริงหรือ อย่างนี้น้าวีต้องขอหอมให้ชื่นใจหน่อยแล้ว ไหน หอมแบบไหนนะ” แล้วเขาก็หอมแก้มซ้ายแก้มขวา โหนกและจมูก เท่านั้นไม่พอ ยังเอาเคราถูแก้มจนน้องเมย์จั๊กจี๋หัวเราะคิกคัก

“พอแล้ว วีก็…เล่นเป็นเด็กเชียว ไป…ป่านนี้ที่บ้านคงคอยแย่แล้วล่ะ” พี่สาวเร่ง ปฐวีเลยอุ้มน้องเมย์เดินออกไป

ประภัสสรมองตามน้องชายที่อุ้มน้องเมย์ออกไปเศร้าๆ

ooooooo

ตันหยงไปถึงประตู 8 เธอมองหาแม่ที่นัดมารับก็ไม่เห็น เริ่มรู้สึกผิดหวัง พลันก็ได้ยินเสียงคุ้นหูถามจากข้างหลัง

“ต้องการให้รถไปส่งที่บ้านหรือเปล่าครับ”

“พิราม…” ตันหยงดีใจมาก แทนที่ตัวเองจะเซอร์ไพรส์ พิราม กลับกลายเป็นเขาเซอร์ไพรส์ตน ถามพิรามว่ารู้ได้ยังไง พิรามไม่ตอบ รำพึงแต่ความรักความคิดถึงที่มีต่อเธอ มอบช่อดอกไม้ให้แล้วทำท่าจะกอดหอม ตันหยงเบี่ยงแก้มหลบ เตือนว่านี่เป็นที่สาธารณะ แล้วเร่งรีบไปกันเถอะ

ปรากฏว่ารถของประภัสสรที่มารับปฐวี กับรถที่มารับตันหยงจอดใกล้กัน แต่ต่างมาขึ้นรถออกไปโดยไม่เห็นกัน

พอกลับถึงบ้าน ตันหยงวิ่งเข้ากอดแม่แล้วโผไปกอดพ่อ บอกว่าคิดถึงพ่อกับแม่มากที่สุดเลย บุหงาถามว่าเดินทางปลอดภัยดีไหม เธอแกล้งทำหน้างอนๆบอกว่า

“ค่ะ เริ่มจะมีปัญหาก็ตอนถึงเมืองไทยนี่แหละ คุณพ่อกับคุณแม่ร่วมมือกับพิรามแกล้งหยง”

บุหงาบอกว่าพิรามอยากไปรับเอง แม่ก็เห็นด้วยต่างหาก พินิจถามว่าเรียนจบกลับมาแล้ววางแผนจะทำอะไรต่อ

“หยงตั้งใจจะทำงานสักพัก”

“ไม่ได้นะ คุณพ่อคุณแม่ครับ ผมขออนุญาตแต่งงานกับหยงนะครับ” พิรามรีบบอก บุหงากับพินิจมองหน้ากันยิ้มขำๆ

พออยู่กันสองคน ตันหยงต่อว่าพิรามว่า ไม่เคยบอกตนมาก่อนเลย พิรามขอบอกเสียตอนนี้เลย แล้วคุกเข่าขอแต่งงาน อ้อนจนเธอตอบตกลง พิรามอุ้มเธอหมุนเหวี่ยงไปรอบๆอย่างดีใจสุดๆ เมื่อปล่อยลง ตันหยงชวนไปบอกพ่อกับแม่ก่อน

เมื่อไปบอกพ่อกับแม่แล้ว พิรามบอกว่าจะให้คุณพ่อคุณแม่ตนมาคุยเป็นทางการอีกที บอกตันหยงว่าเราจะแต่งงานกันเร็วที่สุด เธอมองเขาแบบว่าขี้ตู่ พิรามรวบรัด “ไม่รู้ล่ะ คุณอาทั้งสองตกลงนะครับ”

 

“แม่ดีใจกับลูกทั้งสองคนด้วยนะจ๊ะ วันนี้อยู่ทานข้าวด้วยกันนะ อาสั่งให้เขาทำกับข้าวโปรดของลูกไว้ตั้งหลายอย่าง” บุหงาเอ่ย ตันหยงย้ำคำชวนของแม่บอกว่ามีของฝากเขาด้วย

พิรามทำท่าจะพยักหน้า มือถือเขาก็ดังขึ้น ตันหยงเห็นรูปที่หน้าจอบอกเขาว่า “คุณพัดชาค่ะ” พิรามทำหน้าอึกอัก แล้วเลี่ยงไปคุย ถามปลายสายว่า “มีอะไรหรือ เสร็จธุระแล้วจะรีบไป” เมื่อกลับมาเขาพูดด้วยสีหน้ายุ่งยากใจว่า

“ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ พอดีลูกค้าที่ดีลกันมีปัญหานิดหน่อยครับ”

บุหงาไม่มีปัญหานัดวันหลังก็ได้ ตันหยงน้อยใจนิดๆ ถามว่างานด่วนมากหรือ พิรามขอโทษบอกว่าคราวนี้ธุระสำคัญจริงๆ เธอเลยฝากความคิดถึงพัดชาด้วย มองตามพิรามที่รีบออกไปงอนนิดๆ

ooooooo

ที่บ้าน“โภควันต์”ของคุณหญิงปรงทอง คุณย่า ของปฐวี คุณหญิงดีใจมากเมื่อปฐวีอุ้มน้องเมย์เข้ามา ถามว่าเหนื่อยไหม เขาบอกว่าไม่เหนื่อย แค่ไปสัมมนาทางวิชาการเท่านั้น บอกว่าตนมีของฝากคุณย่ากับย่าแม้นด้วย
“แหม…คุณวีช่างมีน้ำใจคิดถึงคนแก่ หิวหรือเปล่า เดี๋ยวแม้นไปสั่งให้เขาจัดของว่างดีกว่า” ว่าแล้วลุกเลี่ยงไป

“เจ้าน่ะมันปากหวานจริงๆ มิน่าล่ะยายแม้นถึงได้ปลื้มนักปลื้มหนา” คุณหญิงมองหลานชายทั้งรักทั้งหมั่นไส้ แล้วหันไปทางน้องเมย์ที่เดินเข้ามากราบ “ไงเจ้าเมย์ เกาะน้าแจเชียว มาให้ย่าชื่นใจหน่อยสิ”

คุณหญิงถามหลานตัวน้อยว่า ทำไมแววตาถึงได้เหงาหงอยนักล่ะ เป็นเด็กเป็นเล็กต้องสดใสร่าเริงสิ แล้วหันไปเตือนประภัสสร “นี่แน่ะแม่สร เขาว่าแม่เศร้าลูกมันก็จะเศร้าตามไปด้วยนะ แล้วนี่พ่อเมธีไปไหนเสียล่ะ หมู่นี้ไม่ค่อยเห็นหน้าเห็นตาเลย”

“ติดงานที่ต่างจังหวัดค่ะ แต่วันนี้สัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวเย็น” ประภัสสรตอบหลบตาทุกคน ปฐวีมองพี่สาวอย่างเห็นใจ พูดเปลี่ยนบรรยากาศชวนไปที่โต๊ะอาหารกันดีกว่า บอกน้องเมย์ให้ประคองคุณย่าไปทานของว่างกัน

ปฐวีกับน้องเมย์เข้าไปช่วยกันประคองคุณย่าลุกขึ้น คุณหญิงหัวเราะกับหลานๆ อย่างมีความสุข ในขณะที่ประภัสสรมองเศร้าๆ

ปฐวีป้อนของหวานของว่างให้น้องเมย์อย่างเอ็นดู ระหว่างนั้น ปรางค์ทิพย์พี่สาวของปฐวีกับประภัสสร พาปรงแก้วกับปรงขวัญลูกสาวเข้ามา พอเห็นปฐวีป้อนของว่างให้น้องเมย์ก็ตาร้อนขึ้นมา บีบเสียงทัก

“แหม….อยู่กันพร้อมหน้าเชียวนะคะ” แล้วบอกปรงแก้วปรงขวัญไปกราบคุณหญิง เด็กทั้งสองยืนนิ่งก็รุนหลังให้เข้าไป คุณหญิงทักหลานทั้งสองว่าไม่ค่อยมาให้เห็นหน้าเลย ปรางค์ทิพย์ได้ทีสาธยายเสียยาวเหยียดว่า

“ตอนนี้กำลังเรียนพิเศษล่วงหน้า จริงสิ ทั้งสองคนสอบได้ที่ 1 ค่ะ คะแนนนำลิ่ว ถ้ารักษาระดับนี้ได้ ตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงติด 1 ใน 10 ระดับประเทศแน่ๆ”

คุณหญิงติงว่ายังเด็กยังเล็กจะรีบแข่งขันกันไปถึงไหน ปรางค์ทิพย์สวนไปจริงจังว่า

“แหม…ว่าแบบนั้นก็ไม่ได้นะคะขืนโง่ๆเซ่อๆจะไปสู้ใครเขาได้จริงไหมน้องสร” เห็นประภัสสรอ้ำอึ้งก็ถามเย้ยในที “แล้วยายเมย์ล่ะ สอบได้ที่เท่าไหร่ อย่าบอกนะว่าเกือบตก พี่ว่าเราน่าจะพยายามให้น้องเมย์ไปวัดไอคิวบ้าง จะได้รู้ว่าสติปัญญาต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานหรือเปล่า ขืนปล่อยไว้มีหวังจะตกต่ำเหมือน เอ่อ…”

ประภัสสรหน้าเจื่อน น้องเมย์หน้าจ๋อย แต่ปฐวีแย้งว่า

“น้องเมย์ไม่ได้สติปัญญาตํ่าหรอกครับพี่ปรางค์ ผมดูแลอยู่ คะแนนไอคิวเทสต์ก็มาตรฐาน”

“งั้นเหรอ…งั้นพี่ก็ยินดีด้วยนะคะน้องสร แสดงว่าน้องเมย์คงจะเป็นลูกแม่ ได้แม่มาเยอะ…อ้าว แล้วนี่พ่อน้องเมย์ไปไหนล่ะ มานั่งตักคุณอาทำเป็นกาฝากไปได้”

คุณหญิงไม่ปล่อยให้ปรางค์ทิพย์พล่ามทำลายบรรยากาศ ขัดขึ้นว่า

“พอเถอะ นี่เด็กๆหิวกันหรือเปล่า มาทานของว่างกันดีกว่า”

ปรางค์ทิพย์ยังไม่สะใจจิกตาไปทางประภัสสรแค้นๆ ส่วนน้องเมย์มองป้าจ๋อยจนน่าสงสาร

ooooooo

หลังทานของว่าง น้องเมย์ถามปฐวีขณะออกมาข้างนอกว่า ลูกกาฝากแปลว่าอะไร เพราะป้าปรางค์ชอบบอกว่าตนเป็นลูกกาฝาก ปฐวีไม่อธิบายแต่บอกหลานสาวว่า

“งั้นน้าวีก็เป็นกาฝากด้วยดีไหม เพราะน้าวีก็รักหลานคนนี้ที่สุดเลย” น้องเมย์หัวเราะ ลืมเรื่องนี้ไป

เมื่อสายแก้วมาพาน้องเมย์ไปอาบนํ้า ปฐวีบ่นกับประภัสสรว่าปรางค์ทิพย์เป็นผู้ใหญ่เสียเปล่า ชอบพูดอะไรไม่คิดถึงจิตใจเด็กเลย ประภัสสรพูดเศร้าๆว่า “พี่ปรางค์เขาก็พูดจริงไม่ใช่หรือ”

“พี่สรต้องหนักแน่นนะครับ คำพูดของคนอื่นน่ะ เราจะเอามาใส่ใจไม่ได้ เราต้องสนใจคนของเรามากกว่า”

“พี่ปรางค์พูดอะไรมันก็ไม่สำคัญเท่าการกระทำของคุณเมธีหรอกจ้ะวี”

“เขาก็พูดไปอย่างนั้นแหละ อย่าคิดมากสิครับ ถ้าพี่ไม่สบายใจ น้องเมย์ก็จะพลอยเศร้าไปด้วยนะครับ”

“พี่จะพยายามไม่ใส่ใจ พี่ขอตัวก่อนนะจ๊ะ” ประภัสสรยิ้มเศร้าๆ เดินจากไป ปฐวีมองตามอย่างหนักใจ

เมื่อกลับถึงบ้านเห็นน้องเมย์นั่งวาดรูปอยู่ในห้องนอน หนูน้อยถามแม่ว่าทำไมคุณพ่อยังไม่กลับ ประภัสสรฝืนยิ้มบอกลูกว่า คุณพ่อไปทำงานเดี๋ยวก็คงมา

“คุณพ่อสัญญาว่าจะกลับมาทานข้าวกับน้องเมย์ด้วย” พูดแล้วก้มหน้าระบายสี ประภัสสรแอบออกไปโทร.เข้ามือถือเมธี ปรากฏว่าไม่มีสัญญาณ

แล้วคืนนี้เมธีก็ไม่ได้กลับมาตามสัญญา เพราะรีสอร์ตที่เขาไปคุมงานอยู่ ระบบเสียงมีปัญหาและคนรับผิดชอบก็กลับไปแล้ว เขาจึงต้องดูแลแก้ปัญหาแทน
น้องเมย์คอยคุณพ่อกลับมาทานข้าวด้วยจนง่วง ประภัสสรบอกให้สายแก้วพาไปนอน และลงมาเก็บอาหารบนโต๊ะเสียทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่ได้ทาน พอสายแก้วถามก็บอกว่า “ฉันทานไม่ลงหรอก…”

ฝ่ายปรางค์ทิพย์ พาปรงแก้วกับปรงขวัญกลับบ้านแล้วก็เคี่ยวเข็ญให้ทำการบ้านอ่านหนังสือ พอลูกทั้งสองขอพักเล่นตุ๊กตา แต่งตัวให้น้องหมีบ้างก็ดุด่า

“ให้มันได้ยังงี้สิ นังลูกโง่ ให้เรียนก็ไม่ตั้งใจเรียน ประจบประแจงก็ไม่เป็น อีกหน่อยคงถูกเฉดหัวออกจากบ้านแน่”

เคี่ยวเข็ญบังคับให้ดูหนังสือเสร็จก็ให้ไปเรียนเปียโนต่อ เพื่อเตรียมเล่นให้เป็นของขวัญวันเกิดคุณหญิง พูดอย่างเจ็บใจว่า “ดูซินังเด็กปัญญาอ่อนนั่น จะเอาอะไรมาสู้ ยังไงชาตินี้ลูกแกไม่มีวันสู้ลูกฉันได้หรอก ยัยประภัสสร!”

ooooooo

เพราะพิรามรีบกลับไป ทำให้ตันหยงไม่ทันได้เอาของฝากให้ คืนนี้เธอจึงนั่งห่อเตรียมไว้ ระหว่างนั้นพิรามโทร.มาคุยอย่างอ่อนหวาน บอกว่าเพิ่งประชุม เสร็จและต้องทานข้าวกับลูกค้าต่อ ทนคิดถึงไม่ไหวเลยออกมาโทร.หา

ครั้นตันหยงจะไปหา เขารีบบอกว่าไม่ต้องดีกว่า เธอเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ไว้พรุ่งนี้จะไปรับ ทำเสียงอ้อนก่อนวางสาย “หยง…ผมรักคุณ” เธอตอบปลื้มๆ ขำๆ ว่า “ทราบแล้วค่ะ พิราม พรุ่งนี้พบกันนะคะ”

พอวางสายจากพิรามก็ได้รับสายจากสุดนภาหรือบี๋เพื่อนรักที่เป็นครูสอนเด็กอนุบาลโทร.มาต่อว่าที่กลับมาไม่ส่งข่าว ชวนแบบบังคับว่าคืนนี้ให้มาสังสรรค์กันหน่อย ห้ามปฏิเสธเพราะตนนัดเพื่อนไว้ครบก๊วนแล้ว

ตันหยงติงว่าตัวเองเป็นครูอนุบาลมาชวนไปในที่อโคจรแบบนั้นไม่กลัวต้นสังกัดเล่นงานหรือ สุดนภาก็ตะแบงว่า

 

“นั่นน่ะสิ แสดงว่าฉันยอมเอาอนาคตแม่พิมพ์ของชาติมาเสี่ยงเพื่อเพื่อน ฉะนั้นห้ามปฏิเสธ แต่งตัวเลยเดี๋ยวไปรับ”

เมื่อพากันไปถึงผับ ตันหยงเห็นรถของพิรามจอดอยู่ สุดนภาดีใจบอกว่า “วันนี้ฟ้าประทานเจ้ามือมาให้แล้ว” ชวนไปหาที่นั่งใกล้ๆพิราม ทานเสร็จจะได้รวมบิลไปเลย

ตันหยงติงว่าเขามากับลูกค้าจะไปกวนเขาได้ไง เพื่อนก็ไม่ฟังชวนทุกคนเข้าไปอย่างทะมัดทะแมงคล่องแคล่ว จนตันหยงทึ่ง เมื่อพนักงานมาเชิญไปนั่งที่โต๊ะ สุดนภาขอไปตามหาเจ้าภาพก่อน แล้วเดินเมียงมองไปตามโต๊ะ ตันหยงเห็นพัดชาเดินออกไปจึงวิ่งไปถามว่าแล้วพิรามล่ะ เห็นรถเขาจอดอยู่ข้างหน้า

“อ๋อ…คุณพิรามออกไปส่งลูกค้าที่โรงแรมค่ะ เพิ่งไปเมื่อครู่นี้เอง”

“ว้า…เสียดายจัง ฉันชักอิจฉาคุณพัดชาแล้วสิคะ คุณพัดชาได้มาด้วย หยงขอมาเจอพิรามก็ไม่ให้หยงมา”

“อย่าอิจฉาเลขาอย่างฉันเลยค่ะ ยังไงคุณตันหยงก็ต้องเป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว คนอย่างคุณพิรามน่ะ รู้จักจัดลำดับความสำคัญเสมอค่ะ” พูดเป็นนัยแล้วขอตัวไป
ตันหยงโทร.หาพิรามแต่ปลายสายให้ฝากข้อความ เธอจึงฝากข้อความว่า

“พิรามคะ หยงมาที่ผับ เจอคุณพัดชาด้วย แต่คลาดกับคุณ เสร็จธุระกับลูกค้าแล้วจะตามมาก็ได้นะคะ”

พิรามกำลังขับรถ เขากดฟังเสียงจากบลูทูธในรถ หน้าเครียด จอดรถทุบพวงมาลัยสบถอย่างหัวเสีย

“โธ่เว้ย!!”

ooooooo

เมื่อไปเจอกันที่ลานจอดรถของคอนโด พิรามตะคอกถามพัดชาว่าทำไมไม่รีบออกมา มัวทำอะไรอยู่ พัดชาบอกว่าตนไปเข้าห้องนํ้าและบังเอิญเจอตันหยง ถามว่าเขาหงุดหงิดใส่ตนเพราะกลัวหรือโกรธกันแน่

พัดชายืนยันว่าตันหยงจะไม่มีวันรู้เรื่องของเราแน่นอน ชวนขึ้นคอนโดกันดีกว่า พิรามไม่ขึ้นบอกว่าจะไปหาตันหยง และขอให้เธอทำตามที่ตกลงกันไว้ อย่าผิดสัญญา แล้วผละไปที่รถเพื่อไปหาตันหยง พัดชามองตามอย่างแค้นใจ

ตันหยงดีใจมากที่พิรามมาตามคำชวน ขอบคุณที่เขากลับมาหาตน พิรามเห็นความดีใจจริงใจของตันหยงแล้วก็อดสลดใจไม่ได้ มีแต่สุดนภาเท่านั้นที่สนุกสนานดีอกดีใจเป็นพิเศษที่คืนนี้มีเจ้ามือแล้ว

พัดชากลับไปคอนโดของตัวเอง เธอโทร.เข้ามือถือของพิรามนับสิบครั้งเขาก็ไม่รับสายกระทั่งปิดเครื่อง เธอแค้นใจมาก พึมพำ “นี่คุณปิดโทรศัพท์หนีฉันเหรออยู่กับตันหยงใช่ไหม…คุณทำแบบนี้กับฉันได้ยังไง!”

พัดชาร้องไห้อย่างเจ็บชํ้า คิดถึงอดีตเมื่อสองปีก่อน เวลานั้นเธออิจฉาความรักระหว่างพิรามกับตันหยง เมื่อตันหยงไปเรียนเมืองนอก เธอจึงหาทางชิงเขามาเป็นของตัวเอง แกล้งทำเป็นป่วย พิรามมีนํ้าใจพาไปส่งที่คอนโด เธออ่อยจนพิรามทำผิด รุ่งขึ้นเขาขอโทษ พัดชากลับพูดอย่างมีความสุขว่า

“พิรามคะ ไม่ต้องพยายามเป็นคนดีหรอกค่ะ พัดไม่ใช่คนถือสาเรื่องแบบนี้”

“ถ้าหยงรู้เข้า ผมไม่อยากให้หยงเข้าใจผิด” พิรามกังวล เธอย้อนถามว่าตันหยงจะรู้ได้อย่างไรถ้าเราไม่บอก

แต่ในคืนนี้ เธอจิกตาแค้นเมื่อถูกพิรามทิ้งแล้วไปหาตันหยงที่ผับ เธอพึมพำอย่างแค้นในอก

“2 ปีที่ผ่านมา มันนานเกินกว่าพัดจะยอมเสียคุณไป…คุณพิราม”

ooooooo

ด้วยความรู้สึกผิดต่อตันหยง พิรามอยู่กับเธอและเพื่อนจนพากันกลับ เมื่อแยกกับเพื่อนๆแล้ว เขาพาเธอไปยังที่ที่หนึ่ง คือริมน้ำใกล้สะพานสวยในยามค่ำคืน บอกเธอว่าตนมาที่นี่บ่อยๆเมื่อคิดถึงเธอ

พิรามตั้งใจสารภาพผิดกับเธอ ถามว่าถ้าตนทำอะไรผิดมากๆเธอจะอภัยให้ไหม ตันหยงพูดอย่างมั่นใจในตัวเขาว่า

“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ หยงมั่นใจว่าคุณไม่มีวันทรยศต่อความรักของเราได้ ไม่มีวัน”

“หยง…ผมผิดไปแล้ว…ผมกับพัดชา…” เสียงพลุดังกลบเสียงเขาหมด ตันหยงตื่นตาตื่นใจกับพลุสวย แต่พอหันมาถามพิรามว่าเมื่อกี๊เขาพูดอะไร พิรามนิ่งไปนิดหนึ่ง เปลี่ยนใจเป็นบอกว่า “คืนนี้…หยงสวยมาก…”

เมื่อตันหยงบ่นเสียดายที่ไม่ได้เอาของฝากมาให้ เขาจับมือเธอเอ่ย

“หยงครับ…ผมจะรักและซื่อสัตย์กับคุณคนเดียวตลอดไป”

“ค่ะ หยงเชื่อคุณ เคยมีคนบอกว่า เคล็ดลับของชีวิตคู่ที่ยืนยาวคือ เราต้องตกหลุมรักหลายๆครั้ง กับคนเดิมตลอดไป คุณจะทำได้ไหมคะ”

“ตกลง ผมจะตกหลุมรักผู้หญิงที่ชื่อตันหยงคนเดียว ทุกวัน ตลอดไป”

ตันหยงยิ้มเขินมองเขาอย่างแสนรัก แต่พิรามกลับแอบเครียด…

ooooooo

เพราะตัวเองอายุมาก กอปรกับได้พิสูจน์ความสามารถ ความเหมาะสมในด้านต่างๆของปฐวีแล้ว คุณหญิงปรงทอง ประธานโรงพยาบาล จึงเรียกกรรมการและผู้เกี่ยวข้องมาประชุมเป็นกรณีพิเศษ ปรางค์ทิพย์มาประชุมด้วยความสงสัย

เมื่อเริ่มประชุม คุณหญิงปรงทองแจ้งแก่ที่ประชุมว่า

“ฉันต้องขอโทษทุกคน ที่เรียกประชุมเป็นวาระด่วน โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบมาก่อน เรื่องที่จะแจ้งให้ทราบคือ ฉันจะวางมือให้คนรุ่นใหม่เข้ามาดูแลกิจการแทน”

กรรมการท่านหนึ่งถามว่าจะมอบหมายให้ใครทำหน้าที่ต่อ

“ทุกคนคงรู้จักกันดีแล้ว แต่ฉันขอแนะนำอย่างเป็นทางการอีกครั้ง นี่ ปฐวี โภควันต์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล PD Hospital และเป็นผู้จัดการมรดกของตระกูลโภควันต์ด้วย จะมาดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท PD Hospital แทนฉัน”
ปฐวีกับประภัสสรมองหน้ากัน ปฐวีจะแย้ง แต่ไม่ทันถูกปรางค์ทิพย์แทรกขึ้นก่อนว่า

“คุณยายคะ ทิพย์ว่า ตาวีก็มีโรงพยาบาลที่ต้องรับผิดชอบดูแลอยู่แล้วนะคะ ทิพย์ว่างานนี้ ทำไมไม่ให้คุณเสกสรรดูแลล่ะคะ”

“สามีเราน่ะเหรอ…” คุณหญิงนิ่งไปนิดหนึ่งก่อน

ยืนยันว่าตนตัดสินใจแล้ว ตนดูคนไม่ผิด แล้วบอกปฐวีว่าให้ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด

ปฐวีจำต้องรับคำ ทุกคนปรบมือเห็นด้วย มีแต่ปรางค์ทิพย์ที่หงุดหงิดแต่พยายามเก็บอาการไว้ เมื่อออกจากที่ประชุมก็เดินเชิดผ่านประภัสสร นึกในใจว่า คุณหญิงมองไม่เห็นหัวตนเลย น่าแค้นใจจริงๆ!

ปรางค์ทิพย์ไม่หยุดแค่นั้น เธอไปหาคุณหญิงที่ห้องทำงาน บอกว่าไม่เห็นด้วยที่ให้ปฐวีเป็นผู้รับจัดการมรดกแถมยังเป็นประธานบริษัทด้วย อ้างว่าเพราะปฐวีเป็นหมอมาข้องเกี่ยวกับธุรกิจดูไม่เหมาะสม เสนอว่าเสกสรรเหมาะสมกว่าเพราะทำงานเกี่ยวกับเงินๆทองๆน่าจะชำนาญกว่า

ขณะนั้นเอง ปฐวีเข้ามากับประภัสสร เขาเสนอให้คุณย่าทบทวนใหม่อีกครั้ง คุณหญิงก็ยังยืนกรานว่าเหมาะสมแล้ว ส่วนเสกสรรที่ปรางค์ทิพย์เสนอนั้น คุณหญิงชี้แจงว่า

“อย่าลืมสิแม่ปรางค์ ฉันเคยให้เงินเธอกับสามีไปลงทุน 20 ล้าน ก็ไม่เห็นมันงอกเงยขึ้นมา มีแต่ยอดขาดทุนสะสม แต่โรงพยาบาลที่ตาวีบริหาร ตอนนี้มีชื่อเสียงขนาดไหน”

ปรางค์ทิพย์พยายามโต้แย้งว่าเรื่องของเสกสรรนั้นเป็นเพราะเศรษฐกิจไม่ดี คุณหญิงตัดบทว่าตนเข้าใจ แต่ที่ตนทำนั้นยุติธรรมกับลูกหลานทุกคนเสมอ ทำให้ปรางค์ทิพย์จำต้องกลับไปอย่างไม่พอใจ

“คุณย่าลำบากใจหรือเปล่าครับ” ปฐวีถามขึ้น

“เปล่าเลย ย่าสบายใจที่สุด แต่สำหรับเจ้า คงหนักหน่อยนะ” คุณหญิงหันไปทางประภัสสร “เจ้าก็เหมือนกัน ต้องช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาแทนเจ้าวีด้วย และที่สำคัญ อย่าลืมคนในครอบครัวของเรา เราต้องรู้จักดูแลให้ดีก่อน”

ปฐวีกับประภัสสรต่างรับคำ คุณหญิงถอนใจอย่างโล่งอกที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยลงได้…

ooooooo

รายชื่อนักแสดงละครพรพรหมอลเวง

พรพรหมอลเวง บอย-ปกรณ์ แสดงเป็น ปฐวี
พรพรหมอลเวง เบลล่า-ราณี แสดงเป็น ตันหยง
พรพรหมอลเวง น้ำผึ้ง-ณัฐริกา แสดงเป็น ประภัสสร
พรพรหมอลเวง จ๊อบ-นิธิ แสดงเป็น เมธี
พรพรหมอลเวง อันดา-กุณฑีรา แสดงเป็น เมริน
พรพรหมอลเวง กิ๊ก-มยุริญ แสดงเป็น ปรางทิพย์
พรพรหมอลเวง แม่แอ๊ด-โฉมฉาย แสดงเป็น ปรงทอง
พรพรหมอลเวง โอ-อนุชิต แสดงเป็น พิราม
พรพรหมอลเวง ดิว-อริสรา แสดงเป็น พัดชา
พรพรหมอลเวง หมอก้อง-สรวิชญ์ แสดงเป็น นาวิน
พรพรหมอลเวง ออม-สุชาร์ แสดงเป็น สุดนภา

พรพรหมอลเวง ละครพรพรหมอลเวง ทางช่อง 3

——————————————

ละครช่องฮิต:  คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก | เหนือเมฆ2 | แรงเงา | บ่วงวันวาร | แรงปรารถนา
ละครออนแอร์: เงาะแท้แซ่ฮีโร่ | บ่วงวันวาร | คู่กรรม | มณีสวาท | บ่วงบาป
ละครใหม่ :  มณีสวาท | พรพรหมอลเวง | บ่วงบาป | หลานสาวนายพล | แผนรักแผนร้าย

 

พรพรหมอลเวง, อ่านละครออนไลน์
- 2013-02-15 3:36:15 โพสต์โดย : zoomza 2,012 ดูละครย้อนหลัง