เรื่องย่อรากบุญ ตอนที่7

รากบุญ อ่าน เรื่องย่อรากบุญ ช่อง3 ละครรากบุญอ่าน รากบุญเรื่องย่อ
เรื่องย่อรากบุญ ละครรากบุญตอนแรก-ตอนจบ

รากบุญ เรื่องย่อรากบุญ ตอนแรก

รากบุญ ละครรากบุญ ทางช่อง3

รากบุญ
 บทประพันธ์ของ ช่อมณี จากบริษัท ทีวีซีน จำกัด
รากบุญ ผู้จัดโดย ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
รากบุญ ละครแนวลึกลับ สืบสวน

เรื่องย่อรากบุญ ตอนที่ 7

เพราะเจติยาไม่ยอมขอพรจากกล่องรากบุญและไม่ยกให้ใคร ทำให้ปราณแค้นใจคิดหาเจ้าของกล่องรากบุญคนต่อไป ได้จังหวะขณะนทีเดินผ่านหน้าห้องทำให้กล่องเปล่งแสงดึงดูดนทีให้เข้ามาดู พอนทีเข้ามาปราณก็เข้าสิงทันที

นทีร่างแข็งทื่อตาไร้แวว ปราณยืนด้านหลัง ยิ้มเย็นชาขณะเอ่ย

“ที่จริงอย่างแกไม่คู่ควรกับกล่องรากบุญเลยแม้ แต่น้อย ความปรารถนาของแกก็มีแต่เรื่องโง่เขลา จิตใจก็อ่อนแอ แต่ในเมื่อฉันไม่มีทางเลือก แกก็ต้องเป็นเจ้าของกล่องรากบุญคนต่อไปก่อน”

“พี่เจคงไม่ยอมหรอก” นทีพูดทั้งที่ตาค้างตัวแข็งทื่อ

“ก็ใช้ความตายของแกเป็นเครื่องต่อรองสิ เจติยารักแกมาก ถ้าแกจะต้องตายต่อหน้า เธอต้องเอ่ยปากยกกล่องรากบุญให้แกแน่นอน”

นทีถูกมนต์สะกดจากปราณ ท่อง “ใช้ความตายต่อรอง…ความตายต่อรอง…ความตายต่อรอง” เดินออกจากห้อง

“ถึงฉันทำร้ายเธอไม่ได้ แต่ฉันก็เปลี่ยนเจ้าของกล่องได้ ลาก่อนเจติยา” ปราณพึมพำอำมหิต

นวัช นิษฐา และมยุรีช่วยกันเก็บอุปกรณ์ขายข้าวแกงเข้าบ้าน มยุรีเห็นนทีเดินลงจากข้างบน ร้องบอกว่าแม่เก็บแกงเลียงไว้ให้ นทีเดินทื่อเข้าห้องครัวคว้ามีดพึมพำ “ใช้ความตายต่อรอง…เพื่อเป็นเจ้าของกล่อง”

นวัชเห็นท่าทางนทีผิดปกติถามว่าจะไปไหน บอกให้เอามีดให้ตนก่อน ถูกนทีผลักกระเด็นไปกระแทกกำแพงด้วยแรงมหาศาลจนจุก นทีเอามีดชี้หน้านิษฐากับมยุรี มองอย่างดุร้ายไม่ให้เข้าใกล้ตน

เวลาเดียวกันนั้น เจติยาอยู่กับเคมีที่สวนสนุก เธอคุยจนเคมีสบายใจแล้วบอกเธอว่า “ผมอยากไปจากที่นี่แล้ว” เจติยากอดส่งน้องด้วยความรัก เมื่อวิญญาณเคมีค่อยๆจางหายไป เธอยิ้มทั้งน้ำตา ถอนใจยาวแล้วจึงเดินกลับหงอยๆ

ส่วนที่บ้านสถานการณ์ตึงเครียด มยุรีตกใจถามนทีว่าเป็นอะไร จำแม่ไม่ได้หรือ นิษฐาก็ขอให้วางมีดก่อน จู่ๆนทีก็ปล่อยมีดหลุดมือ ทุกคนมองเขาเป็นจุดเดียว นทีถามงงๆว่า “มองผมทำไมครับ มีอะไรเหรอ”

ทุกคนงง ที่จู่ๆนทีก็มีสติขึ้นมา ส่วนนทีมองคนอื่นอย่างแปลกใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ปราณกลับเข้าไปในห้องนอนเจติยา เห็นเหรียญสีดำปรากฏขึ้นบนปากยักษ์อีกครั้ง ปราณขบกรามแน่นพึมพำอย่างเจ็บใจ “รอดไปอีกจนได้!”

ไม่มีใครรู้ว่านทีเป็นอะไร เมื่อเจติยากลับมารู้ เรื่องเข้า เธอถามว่านทีใช้ยาอะไรรึเปล่า นทีโกรธมาก หาว่าพี่สาวไม่เคยมองตนในแง่ดีเลย จนนวัชต้องรอมชอมว่าใครมาเห็นสิ่งที่นทีทำก็คงอดคิดไม่ได้หรอก

เมื่อทุกคนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับนที และนทีเองก็ไม่รู้ตัว จึงเกิดเข้าใจผิดกัน นทีโมโหมากพูดประชดว่า

“เออๆ ผมมันเลว ขโมยของ ติดยา ฆ่าคน ฝีมือผมทั้งนั้นแหละ พอใจรึยังล่ะ” แล้วพรวดพราดขึ้นข้างบน

ooooooo

ชูจิตไปที่สำนักงานทนายปุ่น จึงรู้ว่าพิสัยยักยอกเงินของบริษัทไปมากมาย ถามว่าเมื่อไรเราจะเอาผิดกับพิสัยได้ ทนายปุ่นขอเวลาอีกสองสามวันให้ตนรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน เตือนชูจิตว่า

“ช่วงนี้คุณจิตต้องระวังตัวให้มากๆนะครับ ถ้าคุณพิสัยรู้ว่าเรากำลังรวบรวมหลักฐานเล่นงานเขาอยู่ เขาอาจ จะทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้”

“คุณปุ่นคิดว่าเขาจะกล้าทำร้ายฉันเหรอคะ ฉันเป็นพี่สาวที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กแต่น้อยนะคะ”

“ผมพูดกันเอาไว้เท่านั้นแหละครับ”

ชูจิตนิ่งไป แต่ยังไม่เชื่อว่าพิสัยจะทำร้ายตนได้ลงคอ

ปองสะกดรอยชูจิตมาตลอด เห็นเธอเดินออกจากสำนักทนายความปุ่นก็แสยะยิ้ม โทร.รายงานพิสัยทันที เขาบอกให้ตามต่อไป ถ้ามีอะไรตนจะโทร.สั่งอีกที

ย้งอยู่กับพิสัย ถามว่าอย่างนี้แล้วเรามิติดคุกกันหมดหรือ ถามว่าตนพอจะช่วยอะไรเขาได้บ้างไหม เสนอพิสัยว่า

“ผมมีเพื่อนซี้มันชื่อเชิด เป็นมือปืน คนในวงการมือปืนไม่มีใครรู้จัก ถ้าคุณพิสัยสนใจ ผมพอจะติดต่อมันได้นะครับ”

แผนร้ายถูกกำหนดทันที พิสัยใช้ให้ปริมไปชวนลาภิณดินเนอร์ เพื่อกันเขาออกไปไม่ให้มาขัดขวางแผนการของตน เมื่อปริมออดอ้อนชวนเขาไปดินเนอร์สำเร็จ ก็โทร.บอกพิสัย

“งานที่คุณสั่งเรียบร้อยแล้วนะ นี่ตกลงคุณคิดจะทำอะไรกันแน่” พิสัยบอกให้เธอถ่วงลาภิณให้อยู่กับเธอนานที่สุด ปริมถามว่าวางแผนการชั่วร้ายอะไรอีก เขาปรามก่อนตัดสาย “ฉันสั่งอะไรก็ทำไปเถอะน่า!”

ooooooo

ทนายปุ่นถูกมือปืนเชิดอุ้มฆ่าอย่างง่ายดาย ส่วนย้งไปวางเพลิงเผาสำนักงานทนายปุ่นเพื่อทำลายหลักฐานการทุจริตของพิสัยที่ทนายปุ่นกำลังรวบรวม

พิสัยทำเป็นเพิ่งรู้ว่าไฟไหม้สำนักทนายความปุ่น เขามาหาชูจิตถามว่ารู้เรื่องหรือยัง ชูจิตบอกว่าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เอง

“นี่ผมยังติดต่อคุณปุ่นไม่ได้เลย คุณปุ่นดูแลเรื่องสัญญาให้เราทั้งหมด ถ้าไฟไหม้เอกสารเรื่องใหญ่แน่ๆ ผมจะออกไปที่สำนักงานก่อน เผื่อจะกู้สัญญาอะไรไว้ได้บ้าง เดี๋ยวได้เรื่องยังไงแล้วผมจะโทร.มาหานะครับ” พูดแล้วผละไปอย่างรีบเร่ง

ชูจิตเรียกไว้กลัวพิสัยจะไปเจอเอกสารที่ทนายปุ่นรวบรวมการทุจริตของเขา บอกให้รอด้วยตนเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวเดียว พิสัยจึงลงไปรอข้างล่าง

พิสัยพาชูจิตออกนอกเส้นทาง อ้างว่าแถวนั้นผับเยอะรถติด เราไปทางอ้อมแต่ถึงเร็วกว่า ระหว่างนั้นชูจิตพยายามโทร.หาลาภิณ พอพิสัยรู้ก็กระชากโทรศัพท์ไปไม่ให้โทร.แล้วกดเซ็นทรัลล็อกรถทันที

“แกจะพาพี่ไปไหน” ชูจิตเอะใจ พิสัยพูดหน้าเครียดบอกให้นั่งเงียบๆ เดี๋ยวก็รู้เอง ทำให้ชูจิตรู้ว่าอันตรายมาถึงตัวแล้ว คิดหาทางแก้ปัญหาแต่ยังทำใจดีสู้เสือ หว่านล้อมให้พิสัยคิดถึงความผิดชอบชั่วดี อย่างไรเสียตนก็เลี้ยงดูเขามา

พิสัยโต้อย่างเจ็บใจว่าตนช่วยงานพี่และสารัชมาตลอด จึงควรมีส่วนในนิราลัยเหมือนกัน แต่กลับไม่มีแม้แต่หุ้นเดียว สู้ทวีกับเด็กล้างศพนั่นก็ยังไม่ได้ หาว่าทั้งพี่สาวและพี่เขยลำเอียง ไม่เคยคิดว่าตนเป็นน้องเป็นหลาน เห็นตนเป็นขี้ข้ารึไง

ชูจิตถามว่าเขาได้ไปไม่น้อยแล้ว ทั้งมรดกที่คุณพ่อคุณแม่ทิ้งไว้ให้ เงินเดือนจากนิราลัย รวมทั้งที่เขาทุจริตไปด้วย แล้วยังต้องการอะไรอีก พิสัยขอหุ้นครึ่งหนึ่งของนิราลัย ชูจิตให้ไม่ได้เพราะบริษัทเป็นของตระกูลบูรณิน

เมื่อชูจิตยืนกรานยกหุ้นให้ไม่ได้ พิสัยขู่ว่าถ้าอย่างนั้น เกิดอะไรขึ้นก็อย่าโทษตนก็แล้วกัน พูดอย่างเจ็บใจว่า

“โทษความลำเอียงของพี่เองเถอะ ที่ไอ้ทนายนั่นมันต้องตายก็เพราะพี่นั่นแหละ”

“นี่เธอฆ่าคุณปุ่นเหรอพิสัย!” ชูจิตตกใจสุดขีด หน้าซีดเผือด นึกไม่ถึงว่าน้องชายจะเหี้ยมถึงเพียงนี้

ooooooo

คืนเกิดเหตุ เป็นคืนเดียวกับที่นิษฐาได้รับแจ้งว่า กิ่งเด็กที่ทำงานในมูลนิธิบอกเพื่อนว่าจะไปทำงานต่างจังหวัดแล้วหายตัวไป เจติยาสอบเสร็จพอดีจึงไปเป็นเพื่อนนิษฐา ออกหาตามเบอร์และที่อยู่ที่กิ่งทิ้งไว้กับเพื่อน

แต่ไปถึงก็ค่ำแล้ว ถามก็ไม่มีใครรู้จักกิ่ง จนดึกจึงคิดจะหาที่พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยออกหากันใหม่ การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของปราณตลอดเวลา!

ขณะเจติยาขับรถหาที่พักนั่นเอง จู่ๆเธอก็บังคับรถไม่ได้ รถพุ่งไปข้างหน้าอย่างเร็ว เกือบประสานงากับรถของชูจิตที่ขับสวนมา รถส่ายน่ากลัวเพราะชูจิตแย่งพวงมาลัยกับพิสัย ขณะที่รถกำลังจะพุ่งประสานงากันนั่นเอง จู่ๆรถของเจติยาก็หยุดกึกและรถของชูจิตก็หักหลบไปได้หวุดหวิด นาทีนั้น เจติยาเห็นชูจิตในรถคันนั้นแต่ไม่เห็นคนขับที่กำลังยื้อยุดกันอยู่

เจติยาบอกให้นิษฐาขับตามรถคันนั้นไป พลางก็โทรศัพท์บอกนวัชว่าเห็นชูจิตในรถและมีการต่อสู้กันอยู่ นวัชให้เธอตามไปแต่ให้ระวังตัวด้วย ตนจะสั่งตำรวจให้สกัดรถคันนั้น

สองสาวตามไปไม่นาน รถของชูจิตก็จอดเพื่อเปลี่ยนรถ เจติยากับนิษฐาเดินไปดูใกล้ๆ ลูกน้องของพิสัยได้ยินเสียง มันตรงมาหา ทั้งสองวิ่งหนี เจติยาสะดุดเท้าแพลง จึงให้นิษฐารีบกลับไปหาคนมาช่วย ส่วนตนจะล่อพวกมันไปอีกทางหนึ่ง ระหว่างนั้นคนที่เป็นหัวหน้าเดินมาดู เจติยาตะลึงงันเมื่อเห็นเป็นพิสัย!

เจติยาถูกจับตัวไปกักไว้ที่บ้านพักชายทะเลกับชูจิต ทีแรกชูจิตก็ยังทิฐิไม่ยอมพูดด้วย เจติยาพยายามดูแลช่วยเหลือและพูดให้ทำใจดีๆ หว่านล้อมให้กินข้าวจะได้มีแรงเตรียมรับสถานการณ์ จนในที่สุดชูจิตยอมญาติดีด้วย

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น ลาภิณรู้สึกผิดปกติที่แม่ยังไม่ลงมา ถามคนใช้ก็รู้แต่เพียงว่าเมื่อคืนพิสัยมาและกลับไป แต่พอตนเอายาก่อนนอนขึ้นไปให้ก็ไม่เห็นชูจิต แล้ว สงสัยจะออกไปกับพิสัยตั้งแต่เมื่อคืน

ขณะนั้นเอง ลาภิณก็ได้รับโทรศัพท์จากนิษฐาเล่าเหตุการณ์ที่พบเห็นให้ฟัง ลาภิณเครียดหนักจับต้นชนปลายไม่ถูก

ส่วนพิสัยกลับไปทำงานที่บริษัทตามปกติ ขณะประชุมถูกหมวดนวัชไปสอบปากคำ ก็ทำเป็นตกใจปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่องเลย ยอมรับว่าเมื่อคืนมาหาชูจิตจริงแต่ ไม่ได้ออกไปด้วยกัน

พิสัยเตรียมทางหนีทีไล่ไว้แล้ว กอปรกับความเจ้าเล่ห์ และหัวหมอ จึงไม่มีใครกล้ายืนยันว่าชูจิตออกไปกับเขา และที่เจติยาเห็นชูจิตต่อสู้กับใครในรถก็ไม่ใช่ตน เมื่อไม่มีใครจับได้ไล่ทัน พิสัยแว้งเล่นงานลาภิณหาว่ามีอคติกับตน ส่วนปริมก็กลบเกลื่อน เร่งให้รีบออกไปตามหาชูจิตกัน

แต่เมื่ออยู่ตามลำพังกับพิสัยในห้องทำงานของเขา ปริมถามว่าทั้งหมดนี้เป็นฝีมือเขาใช่ไหม คิดว่าตนรู้ไม่ทันหรือ ถูกพิสัยบีบปากให้หยุด มิฉะนั้นตนจะเข้าไปอยู่ในคุกและเธอก็จะได้เป็นนางเอกหนังโป๊สมใจ แค่นี้ปริมก็ หุบปากเงียบแล้ว

ใช้ไม้ตายขู่ปริมจนไม่กล้าหือแล้ว พิสัยย้ำงานที่มอบให้เธอทำ หวังว่าคงไม่ต้องบอกว่าให้ทำอะไรบ้าง

งานนั้นคือ ให้เธอเข้าไปค้นหาของบางอย่างในห้องชูจิต แต่ปริมหาไม่เจอ

ooooooo

คืนนี้ ย้งกับปองและลูกน้องพิสัย เฝ้าอยู่หน้า บ้านพักริมทะเลที่ขังชูจิตกับเจติยาไว้ พวกมันกินดื่มกันจนเมา ร้องรำทำเพลงกันอึกทึก โดยไม่รู้ว่าหายนะกำลังมาเยือน

ขณะพวกมันกำลังเมาๆกันนั้น ปราณเดินมาที่หน้าบ้าน ย้งเห็นอะไรไวๆถามว่านั่นใคร ทุกคนหันมอง ปราณเดินเข้าไปในบ้านพักหน้าตาเฉย ย้งลุกไปขวางตะคอกถาม

“เฮ้ย…มึงจะลองดีกับกูเรอะ” ปราณเพียงจ้องหน้าเท่านั้น ย้งก็ทรุดลงไปกับพื้นหลับสนิทไปทันที

“เอ็งทำอะไรไอ้ย้งวะ…” ปองตวาดชักปืนออกมา “ตายซะเถอะมึง”

ปราณหันจ้องปองและคนอื่นๆ พริบตาเดียวพวกมันทั้งหมดก็ล้มทั้งยืน ถูกสะกดจิตนอนระเนระนาดกันหมด ปราณมองพวกมัน แสยะยิ้มอย่างสมเพช เดินไปในบ้านพักที่ขังเจติยาและชูจิตไว้ ประกายตาเจ้าเล่ห์…

เจติยาตกใจที่เห็นปราณเข้ามา พยายามปลุกชูจิต ปราณบอกว่าไม่ตื่นหรอกเพราะตนอยากคุยกับเธอ…เจติยา สองคนเท่านั้น เจติยาตกใจที่ปราณรู้ชื่อตน ถามว่า “คุณคือใครกันแน่”

“ฉันชื่อปราณ เธอรู้แค่นั้นก็พอ ฉันมีข้อเสนอให้ เธอ ถ้าเธอตกลงฉันจะช่วยเธอกับชูจิตออกไปจากที่นี่แล้วจัดการส่งพิสัยเข้าคุก มันจะไม่มีโอกาสกลับมารบกวนเธอกับชูจิตอีกเลย สนใจไหมล่ะ” แต่ปราณก็มีข้อแม้ว่า “ฉันต้องการกล่องรากบุญเป็นข้อแลกเปลี่ยน”

ปราณเร่งรัดให้เจติยาตอบว่าตกลงหรือไม่ ถ้าตกลงก็ให้เธอสละกล่องแล้วให้กล่องเลือกเจ้าของคนใหม่ด้วยตัวเอง

เจติยาไม่ตกลง กลัวเจ้าของคนใหม่จะเอาไปทำเรื่องไม่ดี ตนเลือกที่จะทำลายกล่องรากบุญดีกว่า ถูกปราณขู่ว่าถ้าเลือกวิธีนี้ เธอกับชูจิตอาจถูกพิสัยฆ่าปิดปากก็ได้ เจติยามั่นใจว่าตนเอาตัวรอดได้ ดีกว่าให้กล่องรากบุญตกไปอยู่ในมือของคนที่อันตราย ปราณโมโหมาก เมื่อหว่านล้อมไม่ได้ผลเลยขู่ก่อนหายตัวไปว่า “แล้วเธอจะเสียใจ!”

เจติยากลัวหน้าซีดเผือดเพราะไม่รู้ว่าตนกำลังเผชิญกับอะไร สิ่งเดียวที่รู้คือ คนนี้ชื่อปราณ…

ooooooo

เมื่อย้งกับปองได้ข่าวว่าตำรวจมาสืบและค้นหาชูจิตกับเจติยาในบริเวณที่เกิดเหตุ มันกลัวติดคุก คบคิดกันหนีแต่เอาตัวชูจิตกับเจติยาไปด้วยเผื่อเข้าตาจนจะได้เอาเป็นตัวประกัน

เจติยาได้ยินมันวางแผนหนีกัน จึงทำแก้วแตกเอาเศษแก้วซ่อนไว้ บอกชูจิตว่า พวกมันต้องพาเราหนีไปทางทะเลแน่เพราะถ้าไปทางถนนต้องเจอด่านตรวจ เราต้องเตรียมหนีตอนนี้เพราะต่อไปคงไม่มีโอกาสอีกแล้ว

ปรากฏว่ามันพาทั้งสองหนีไปทางทะเลจริงๆ โดยทั้งสองถูกมัดมือไว้ เจติยาจับตาดูการเคลื่อนไหวของมันพลางใช้เศษแก้วตัดเชือก พอจังหวะเหมาะเธอเข้าแย่งปืนที่เอวด้านหลังของปอง หลับตายิงมั่วๆ พอพวกมันกระโดดหลบ เธอกับชูจิตก็กระโดดลงทะเล ว่ายน้ำเข้าฝั่ง โชคดีที่เรืออยู่ไม่ไกลฝั่งนักจึงรอดหวุดหวิด

ที่ชายหาดนี่เอง เจติยาเจอศพของกิ่ง เด็กมูลนิธิที่เธอกับนิษฐามาตามหา พอเดินเข้าใกล้ ศพคว้าแขนเจติยาผงกหัวขึ้นพูด

“บอกความจริง…”

เจติยาผวาเฮือกที่เจอศพขอความช่วยเหลือ ทั้งที่ตัวเองก็แทบเอาตัวไม่รอด…

ค่ำวันเดียวกันนี้ พิสัยมาเจอปองที่ชายหาด ปองถูกตบหน้าหัน ด่าว่าแค่ผู้หญิงสองคนก็ยังเอาไม่อยู่ พอดีย้งกับลูกน้องเข้ามารายงานว่า มีคนเห็นผู้หญิงสองคนลักษณะ คล้ายสองคนนั้นโบกรถขนมะพร้าวเข้าตัวเมืองเมื่อเย็นนี้

“พวกมันไปถึงตัวเมืองเมื่อไหร่ ได้พาตำรวจมาลากคอพวกมึงแน่” พิสัยตะคอก สั่งให้ไปดัก ถ้าเจอตัว เมื่อไหร่! พิสัยพูดทิ้งไว้แค่นั้นแต่ทำหน้าเหี้ยมแทน

ปราณยืนดูด้วยความพอใจความเหี้ยมของพิสัย เห็นว่าคนแบบนี้แหละที่สมควรจะเป็นเจ้าของกล่องรากบุญ!

ooooooo

เจติยากับชูจิตมาถึงตัวเมืองอย่างอ่อนล้า ชูจิตจะรีบไปแจ้งความตำรวจ แต่เจติยาได้รับสัญญาณบางอย่าง เธอบอกว่ามีธุระด่วนกว่าที่ต้องไปทำธุระนั้นคือ กิ่งกระซิบบอกเธอให้ไปช่วยหญิงสาวอีกสองคนในห้องพักอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง เจติยาตรงไปเคาะประตูห้องพัก มีชายท่าทางดีมีฐานะเปิดประตูออกมาถามว่ามาหาใคร เจติยาบอกว่ามาหาศรกับไหม

ชายคนนั้นผงะเล็กน้อยปฏิเสธว่าไม่มีคนชื่อนี้ เธอมาผิดห้องแล้ว แต่แล้วก็ตกใจหน้าเผือดเมื่อเจติยาจ้องหน้าบอกว่า

“ศรกับไหมคือเด็กที่ถูกหลอกมาขายบริการให้คุณไงล่ะ จริงๆยังมีกิ่งอีกคนแต่คุณฆ่าเธอไปแล้ว”

“แกเป็นใคร แกต้องการอะไร” ชายคนนั้นถามลนลาน

ในที่สุดเจติยาก็เจอศรกับไหมถูกมัดขังในห้องน้ำสภาพถูกซ้อมบอบช้ำหนัก เมื่อจนตรอกชายคนนั้นก็พุ่งเข้าบีบคอเจติยากะเอาให้ตาย ชูจิตเห็นดังนั้นคว้าไม้ กอล์ฟหลับหูหลับตาฟาดหัวจนมันหมดสติ เจติยาสำลักอากาศไอโขลกๆ

ตำรวจจับชายคนนั้นไปโรงพักช่วยไหมกับศรได้หวุดหวิด กิ่งมาขอบคุณเจติยาก่อนหายตัวไป ชูจิตมองเจติยางงๆ ถามว่าเธอคุยกับใคร เจติยาบอกว่าไม่มี ตนบ่นคนเดียวไปเรื่อยเปื่อย ชูจิตไม่เชื่อ ถามว่าเธอเลี้ยงกุมารทองไว้หรือ เจติยาเงียบ

“เธอนี่มีลับลมคมในเสียเหลือเกินนะ ทั้งเรื่องที่มาช่วยคนที่นี่ แล้วยังรู้อีกว่าใครเป็นฆาตกร” เจติยาบอกว่าเรื่องยาวพูดยากแล้วจะเล่าให้ฟัง “ฉันก็ไม่ได้อยากรู้นักหรอก แล้วเราจะไปให้ปากคำต่อที่โรงพักได้รึยัง หรือว่ามีธุระต้องไปช่วยใครที่ไหนต่ออีกไม่ทราบ”

“ไปได้แล้วค่ะ เออ…แล้วท่านจะบอกตำรวจไหมคะว่าคุณพิสัยอยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด”

ชูจิตหน้าเจื่อนไม่กล้าตอบ เพราะถึงอย่างไรพิสัยก็คือน้องชายตัวเอง

ooooooo

เมื่อไปแจ้งความที่โรงพัก ชูจิตไม่บอกว่าสงสัยใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ เมื่อเจติยาถามก็ตอบเลี่ยงไปว่า ไว้รอบอกกับสารวัตรจะได้ไม่ต้องพูดหลายที เจติยาระแวง ถามแทงใจดำว่า

“คุณท่านคงไม่รักน้องจนยอมปล่อยให้เรื่องนี้เงียบไปหรอกนะคะ”

ทันใดนั้น พิสัยผลักประตูเข้ามา เจติยาลุกขึ้นเอาตัวบังชูจิตไว้อย่างปกป้อง เขาเหล่เจติยา บอกว่าตนต้องการคุยกับพี่สาวเท่านั้น ชูจิตพยักหน้า เจติยาจึงเลี่ยงไป

พิสัยตรงเข้าคุกเข่ากราบแทบเท้าชูจิต ขอบคุณที่เมตตาไม่บอกใครว่าเป็นฝีมือตน เขาออดอ้อนว่าตนไม่ได้มีเจตนาจะทำร้ายพี่ ที่ทำไปก็แค่อยากได้หุ้นบริษัทนิราลัยเท่านั้น แล้วปั้นหน้าเศร้าบีบน้ำตาว่า

“พี่เล่าความจริงให้ตำรวจฟังเถอะครับ ถ้าผมทนรับความผิดไม่ไหว ผมก็คงได้ไปอยู่กับคุณพ่อคุณแม่เร็วขึ้นเท่านั้น”

ชูจิตตกใจมาก บอกเจติยาให้ออกไปก่อน ตนขอคุยกับน้องตามลำพัง เจติยาออกไปด้วยความรู้สึกว่าชูจิตเสร็จพิสัยแน่

เช้าวันรุ่งขึ้น ลาภิณบ่นกับแม่ว่าเสียดายที่ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นใคร จะได้ลากเข้าตะรางให้หมด ชูจิตพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า ก็เป็นแค่พวกเรียกค่าไถ่ธรรมดา แต่ช่างเถอะไม่มีใครเป็นอะไรก็ดีแล้ว ชูจิตเรียกเจติยาตามตนขึ้นไปที่ห้องนอน เอาสร้อยทองคำขาวมีจี้เพชรเล็กๆมอบให้แทนคำขอบคุณที่เธอช่วยตนไว้

“คุณท่านก็ช่วยชีวิตหนูไว้เหมือนกัน ถือว่าหายกันเถอะค่ะ ส่วนสร้อยหนูคงรับไว้ไม่ได้ เพราะมันมีค่ามากเกินไป”

“เธอนี่ยังไงนะ ผู้ใหญ่ให้ของก็รับไปเถอะ แล้วมันก็ไม่ใช่ของแพงอะไรนักหนาหรอก”

ชูจิตพูดจนเจติยาต้องรับไว้ แต่ถามเรื่องที่เธอไม่ยอมบอกตำรวจเรื่องพิสัย ชูจิตชี้แจงว่า เจติยาไม่เคยมีลูกคงไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ เพราะตนรักพิสัยเหมือนลูกคนหนึ่ง ถึงเขาทำเรื่องไม่ดีขนาดไหนตนก็ทำเขาไม่ลง

เจติยาบอกว่า ตนเข้าใจได้เพราะเห็นตัวอย่างแบบนี้ที่บ้านทุกวันอยู่แล้ว เมื่อเธอลากลับ ชูจิตเรียกไว้ทั้งชมทั้งติว่า

“เธอนี่อะไรก็ดีอยู่หรอกนะ เสียแต่หัวรั้นไปหน่อย แล้วก็ชอบทำตัวมีลับลมคมในเสียเรื่อย แต่ฉันก็ยังคาใจไม่หายว่า ทำไมคุณสารัชถึงให้หุ้นกับเธอ ถึงคราวนี้เธอจะช่วยฉันไว้ แต่เรื่องนั้นมันยังไม่จบหรอกนะ…ออกไปได้แล้ว”

เจติยาเซ็งไปถนัด เดินออกไปพลางถอนใจยาว…

ooooooo

เมื่อพิสัยกะล่อนเอาตัวรอดได้แล้ว ก็ไปพบย้งกับปอง สั่งให้ทั้งสองหลบไปกบดานสักพัก โทษทั้งสองว่าทำพลาดจนตนต้องกราบแทบเท้าขอโทษชูจิตและยอมลาออกจากบริษัทนิราลัย

พอย้งกับปองออกไป พิสัยหันกลับก็ผงะเมื่อเห็นปราณยืนอยู่ข้างหลังถามว่าเป็นใคร เข้ามาในห้องตนได้ยังไง ปราณยิ้ม เดินเข้าหาพิสัย มองเขาแต่หัวจดเท้า เอ่ยลอยๆ

“เต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ทะยานอยากไม่สิ้นสุดแถม ยังโหดเหี้ยมอำมหิตอีก คนอย่างแกมันช่างเหมาะสมจริงๆ” พิสัยไม่พอใจชักปืนจะยิง แต่มือที่ถือปืนกลับหันใส่ตัวเองจนต้องใช้มืออีกข้างจับไว้ ปราณหัวเราะขำๆเดินไปดึง ปืนจากมือเขา บอกพิสัยว่าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าตนเป็นใคร แต่ถ้ายอมช่วย ตนก็จะให้เป็นเจ้าของกล่องรากบุญคนใหม่ พิสัยงง ถามกลัวๆแหยงๆว่า “กล่องรากบุญ…พูดเรื่องอะไรของแก?”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เจติยาใส่สร้อยเส้นนั้นไปทำงาน ปริมเห็นเข้าจำได้ว่าเป็นสร้อยที่ชูจิตรักมากเพราะสารัชซื้อให้เป็นเส้นแรก หาว่าเจติยาขโมยมา ตรงเข้าแย่ง เจติยาไม่ยอมให้บอกว่าถ้าอยากได้ก็ไปขอจากคุณท่านก่อน

ปริมยื้อแย่งจนเล็บจิกเข้าที่คอเจติยากระชากสร้อยจนขาด เอาไปฟ้องชูจิต ปรากฏว่าชูจิตเอาสร้อยให้ลาภิณไปซ่อมและเอาไปคืนให้เจติยาเพราะตนให้เธอไปแล้วไม่อยากคืนคำ

ปริมรับไม่ได้ ถามว่าทำไมถึงให้สร้อยเส้นนี้เจติยาทั้งที่เป็นสร้อยที่รักมาก ตนเคยขอและขอซื้อด้วยซ้ำยังไม่ยอมขาย

“ก็เจติยาเขาช่วยชีวิตแม่เอาไว้ แม่ก็เลยอยากให้ของตอบแทน ให้มากกว่านี้เขาก็ไม่มีทางรับหรอกต้นก็น่าจะรู้ดี”

ลาภิณเห็นด้วย พูดอย่างไม่สบายใจนักว่า “ปริมน่าจะมาถามคุณแม่ก่อน ไปมีเรื่องกับพนักงานแบบนี้ น่าอายจะตายไป” ปริมย้อนถามว่า ถ้าพนักงานคนนั้นไม่ใช่เจติยาเขาจะว่าตนแบบนี้หรือเปล่า “เอาอีกแล้วนะ ปริม” ลาภิณถอนใจ

พอลาภิณออกไป ปริมก็ลากลับอย่างหงุดหงิด ชูจิตพูดตามหลังลอยๆว่า

“ถึงรูปจะถูกทำลายไปหมดแล้ว แต่ก็ใช่ว่าเรื่องไม่เคยเกิดขึ้นหรอกนะ” ปริมตกใจมาก ทำไก๋ถามว่าคุณแม่พูดเรื่องอะไร “ช่างเถอะ จะรีบกลับไม่ใช่เหรอ” พูดแล้วก้มหน้าทำงานต่อ ปริมเดินหน้าซีดเผือดออกไปอย่างเร็ว

ลาภิณไปที่ห้องแต่งศพ บอกเจติยาว่าคุณแม่ให้เอาสร้อยไปซ่อม เสร็จแล้วจะเอามาคืน เจติยาฝากเอาไปให้คุณท่านเลย ตนไม่อยากมีปัญหากับปริมอีก ลาภิณจึงขอโทษเธอแทนปริม แต่เรื่องสร้อยคุณแม่ยืนยันให้เธอเก็บไว้ ถือว่าเป็นสินน้ำใจ

“โอ้โห ของสำคัญขนาดนี้ ไหงคุณชูจิตถึงมายก ให้พี่เจล่ะ หรือว่าอยากบอกอะไรรึเปล่า?” โอ้เอ้ปากเปราะ ถูกลุงทวีปรามเลยเดินหนี แต่เจติยาเองก็อดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมชูจิตให้ความสำคัญกับตนถึงเพียงนี้…

ooooooo

หลังจากปราณทั้งหลอกทั้งล่อจนพิสัยยอมที่จะรับเป็นเจ้าของกล่องรากบุญคนต่อไปแล้ว พิสัยก็ส่งคนของตนบุกไปเอากล่องรากบุญที่ห้องเจติยา เธอกลับมาเจอวิ่งตามไป เห็นมันเอากล่องรากบุญให้ปราณ เธอบอกให้เอาคืนมาเดี๋ยวนี้!

“คุณขโมยกล่องไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก เจ้าของกล่องมีได้คนเดียวเท่านั้น แล้วกล่องจะเปลี่ยนมือได้ก็ต่อเมื่อฉันเอ่ยปากสละมัน หรือไม่ก็ยกให้คนอื่น ซึ่งฉันจะไม่ยอมทำทั้งสองอย่าง” เจติยายืนยัน

“ยังมีอย่างที่สามเจติยา ถ้าเธอตาย กล่องก็จะเป็นอิสระ”

“ฉันรู้ แต่คงมีเหตุผลบางอย่างที่คุณไม่ฆ่าฉัน ไม่งั้น คุณคงทำไปแล้วล่ะ ไม่เลือกที่จะขโมยมันหรอก”

“ฉันเสียดายเธอจริงๆเจติยา เธอแตกต่างจากเจ้าของกล่องทุกคนที่ผ่านมา แต่มีสิ่งที่เธอพูดผิดอยู่อย่างนะ ฉันไม่ได้ขโมย เพราะฉันเป็นเจ้าของกล่องอยู่เสมอ” เจติยา ไม่เชื่อ ถามว่าถ้าเขาเป็นเจ้าของทำไมต้องมาขโมย “เพราะ ฉันต้องการจะบอกเธอน่ะสิ ว่าถ้าเธอยังดื้อร้ันไม่ยอมสละความเป็นเจ้าของกล่อง…คนใกล้ตัวเธอทุกคนจะต้องเดือดร้อน เหมือนที่แม่กับน้องเธอโดนวันนี้”

“ฉันไม่มีวันให้กล่องกับแกเด็ดขาด!” เจติยาฮึดสู้ เข้าไปแย่งกล่องจากมือปราณ ยื้อกันไปมาจนมือของปราณแดงก่ำร้องอย่างเจ็บปวดต้องปล่อยกล่อง เจติยาหงายผลึ่งมือยังกอดกล่องไว้แน่น แต่พอเงยหน้าอีกทีปราณก็หายไปแล้ว เธอได้แต่แปลกใจกับการปรากฏตัวของปราณ ผู้ที่เธอรู้จักแต่ชื่อเขาเท่านั้น…

ooooooo

รากบุญ ละครรากบุญ นำแสดงโดย 
รากบุญ ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ในละครรับบทเป็น ลาภิณ
รากบุญ มาร์กี้ ราศี บาเลนซิเอก้า ในละครรับบทเป็น เจติยา
รากบุญ เฟิร์ส เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ ในละครรับบทเป็น นวัช
รากบุญ แจ็คกี้ ชาเคอรีน ในละครรับบทเป็น นิษฐา
รากบุญ กิก ดนัย จารุจินดา ในละครรับบทเป็น ปรานต์
รากบุญ แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์

————————–

ละครฮิต: แรงเงา | กี่เพ้า |รากบุญ | ก้นครัวตัวแสบ  | บ่วงรัก | ลับลวงหลอน
ละครที่จบไปแล้ว: บ้านนอกเข้ากรุง | ปัญญาชนก้นครัว | สายฟ้ากับสมหวัง | สื่อรักสัมผัสหัวใจ
ละครใหม่เร็วๆ นี้:  คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก | เหนือเมฆ2 | ยอดรักนักสู้

รากบุญ, อ่านละครออนไลน์
- 2012-11-21 2:55:23 โพสต์โดย : zoomza 1,985 ดูละครย้อนหลัง