รากบุญ เรื่องย่อรากบุญ ตอนแรก

รากบุญ อ่าน เรื่องย่อรากบุญ ช่อง3 ละครรากบุญอ่าน รากบุญเรื่องย่อ
เรื่องย่อรากบุญ ละครรากบุญตอนแรก-ตอนจบ

รากบุญ เรื่องย่อรากบุญ ตอนแรก

รากบุญ ละครรากบุญ ทางช่อง3

รากบุญ
 บทประพันธ์ของ ช่อมณี จากบริษัท ทีวีซีน จำกัด
รากบุญ ผู้จัดโดย ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์
รากบุญ ละครแนวลึกลับ สืบสวน

เรื่องย่อรากบุญ ตอนแรก

เช้านี้ ที่หน้าบ้านบูรณิน ลาภิณขับรถเลี้ยวปาดเข้ามาอย่างเร็ว ชายหนุ่มในชุดปาร์ตี้จากเมื่อคืนชายเสื้อหลุดลุ่ยรีบลงจากรถ ตามด้วยปริมสาวคนรักในชุดปาร์ตี้เมื่อคืนเช่นกัน ลงจากรถตามลาภิณมาติดๆ

“ห่วงแต่เที่ยวอยู่นั่นแหละ ไม่ทันดูใจพ่อแล้วเห็นไหม” ชูจิตผู้เป็นแม่ที่ยืนร้องไห้รออยู่หน้าบ้านพูดน้ำตาอาบหน้า

ลาภิณวิ่งพรวดเข้าไปในบ้าน ส่วนปริมเข้าสวมกอดชูจิตปลอบ “ทำใจดีๆเอาไว้นะคะคุณแม่”

ชูจิตยิ่งร้องไห้ กอดว่าที่สะใภ้ไว้แน่น…

ลาภิณวิ่งเข้าไปในห้องนอนของสารัชผู้เป็นพ่อ เขาโผเข้ากอดศพพ่อร้องไห้คร่ำครวญ มีพิสัยน้องแม่ยืนหน้าเครียดตบบ่าให้กำลังใจหลานชาย “คุณพ่อท่านไปสบายแล้วนะครับ”

ชูจิตเข้ามา เห็นความเสียใจของลูกชายก็ยิ่งร้องไห้หนัก พิสัยเดินไปกอดพี่สาวปลอบ

“ไม่ร้องแล้วครับพี่จิต วิญญาณพี่รัชจะเป็นห่วงนะครับ”

ชูจิตกอดน้องชาย พยายามสะกดอารมณ์กลั้นน้ำตาไว้…

ooooooo

เมื่อสิ้นสารัช เสาหลักของครอบครัว ชูจิตคุยกับลาภิณหรือต้นที่กลับจากเมืองนอกมาเป็นปีแล้ว ถามลูกว่าเมื่อไรจะไปทำงานที่บริษัทของเราเสียที

“น้าพิสัยอนุญาตให้ผมไปทำงานได้แล้วเหรอครับ” ลาภิณถามประชดในที

“ทำไมลูกต้องพูดแขวะน้าเขาด้วย น้าเขาช่วยคุณพ่อดูแลกิจการมาตลอด ลูกต่างหากที่กลับมาอยู่บ้านเฉยๆ เป็นปีแล้วนะ แม่ไม่เคยเห็นต้นเข้าบริษัทเลยสักครั้งเดียว เอาแต่เที่ยวเตร่ ไม่เบื่อชีวิตแบบนี้บ้างรึไงต้น”

“แม่เชื่อไหมว่าผมอยากช่วยงานคุณพ่อ แต่เขาไม่อยากให้ยุ่ง” ลาภิณระบายความอึดอัด แต่ก็ตัดบทว่า “ผมพูดไปก็เท่านั้น มันไม่น่าเชื่อถือเท่าคำพูดน้องชายของแม่หรอก”

“ถ้าลูกตั้งใจทำงานจริง แม่จะช่วยแก้อุปสรรคของลูกทั้งหมดให้เอง” ชูจิตถอนใจเหมือนหนักใจอะไรอยู่

“แม่ไม่รู้จักบริษัทนิราลัยลึกซึ้งพอ ทุกอย่างที่แม่เห็น เป็นภาพที่น้าพิสัยจัดฉากขึ้น อย่ารับปากสิ่งที่แม่ไม่มีทางทำได้เลยครับ” ลาภิณยิ้มเหยียด ทำเอาชูจิตอึ้งงัน ไม่คิดว่าลูกชายจะพูดแรงขนาดนี้ ลาภิณระบายต่อไปว่า

“เขาเตรียมการใต้ดิน รอจังหวะฮุบบริษัทตอนพ่อตายมานานแล้ว เขาอยากได้มันมาก ผมก็ขี้เกียจทะเลาะด้วย บางทีผมอาจจะไปหางานอื่นทำ”

“คุณพ่อพยายามรักษาบริษัทของคุณปู่หวังจะให้ลูกสืบทอดงานต่อ พิสัยแค่ช่วยดูแล เขาไม่มีสิทธิ์ยึดบริษัทเรานะต้น” พูดแล้วเห็นลูกส่ายหน้า ชูจิตหว่านล้อมว่า “ถ้าลูกแสดงความสามารถให้ทุกคนในบริษัทได้เห็น ใครที่ไหนจะมาชิงอำนาจจากลูกไปได้ อย่าลืมสิต้น บริษัทนิราลัยเป็นของตระกูลบูรณินของเรา พิสัยไม่มีทางกีดกันเจ้าของบริษัทแท้จริงได้หรอก เชื่อแม่สิ”

ลาภิณมองหน้าแม่อย่างชั่งใจ ก่อนบอกแม่ว่า “ผมจะลองดูสักตั้งก็ได้ครับ”

“ต้องอย่างนี้สิต้น” ชูจิตยิ้มดีใจ ดึงลูกชายเข้าไปกอดเอ่ยน้ำตาคลอ “วิญญาณคุณพ่อรับรู้แล้วต้น ท่านคงจากไปอย่างหมดห่วงแล้วล่ะ”

พิสัยแอบฟังการสนทนาทั้งหมด แววตาแข็งกร้าวขึ้นทุกทีกับการตัดสินใจของพี่สาวและหลานชาย

ooooooo

บริษัทนิราลัย เป็นบริษัทรับจัดงานศพครบวงจรยกเว้นการเผาต้องไปวัด เจติยาเป็นเจ้าหน้าที่พาร์ตไทม์คนหนึ่งที่มีหน้าที่แต่งหน้าแต่งตัวศพ วันนี้ เธอแต่งหน้าศพอย่างตั้งใจ เสร็จแล้วยกมือไหว้ศพ เดินไปบอกลุงทวีว่าเสร็จแล้ว จึงเห็นว่าลุงทวีกำลังจ้องกล่องไม้สี่เหลี่ยมสีดำแกะสลักอักษรบาลี ลวดลายที่ฝากล่องเป็นรูปใบหน้ายักษ์อ้าปากกว้างอยู่

“กล่องอะไรคะลุง” เจติยาเดินมาถาม ลุงทวีจึงหลุดจากภวังค์ “เจเห็นคุณลุงจ้องมันมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว”

“เขาคืนให้ลุง มันถึงเวลาของเขาแล้ว” ลุงทวีตอบทั้งที่ตายังมองกล่องนั้น เธอถามว่าใครหรือ “ก็เจ้านายของเราน่ะสิ” พูดแล้วลุงก็ถอนใจเฮือกใหญ่ เหมือนมีอะไรหนักอกอยู่ลึกๆ เมื่อนึกถึงอดีต…

เวลานั้นแกคือนายทวีขี้เมา ดึกคืนนั้นแกเมาจนฟุบหลับอยู่ข้างถนน รู้สึกตัวเมื่อมีชายเร่ร่อนมาเขย่าปลุก ลุงทวีไล่ไปให้พ้นตนไม่มีอะไรจะให้ ชายเร่ร่อนบอกว่า “ฉันไม่ได้มาเอาอะไร ฉันมีของจะให้” พลางหยิบกล่องข้างตัว จับมือลุงทวีมารับกล่องนั้น ลุงทวีถามงงๆ ว่า “กล่องอะไรของแก?”

“กล่องรากบุญ กล่องวิเศษอยากได้อะไรก็ขอ” ถูกลุงทวีด่าบ้า ไล่ตะเพิดจะไปไหนก็ไป

ทันใดนั้น กล่องรากบุญเปิดออก! ชายเร่ร่อนร้องอย่างดีใจมากว่า “มันเลือกแกแล้ว!” พลันก็วิ่งหนีสุดชีวิต

ลุงทวีมองในกล่องเห็นมีเหรียญอยู่ 3 เหรียญ แม้จะเมา แต่แกก็เอ่ยด้วยความเสียใจจากจิตใต้สำนึกเสียงเครือว่า

“ถ้าแกเป็นกล่องวิเศษจริง ช่วยเมียฉันสิ เมียฉันเป็นมะเร็ง จะตายอยู่แล้ว” แล้วแกก็โยนกล่องไปข้างทาง เหรียญกระเด็นออกมา แกทิ้งกล่องเดินไปอย่างไม่แยแส

พริบตานั้น! กล่องพลิกกลับมาตั้งเหมือนเดิม เหรียญที่กลิ้งไปเมื่อครู่ก็กลับเข้ามาในกล่อง แล้วฝากล่องก็ปิดลงแน่นสนิทเหมือนเดิม!

ลุงทวีเดินเมาตุปัดตุเป๋กลับบ้าน ระหว่างทางเจอมูลนิธิร่วมกตัญญูแบกศพร้องขอทางมา ลุงมองไปที่ศพ แกตกใจแทบช็อก เมื่อศพนั้นลืมตาโพลงขึ้นร้องขอ “ช่วยฉันที…” แต่พอเจ้าหน้าที่แบกศพผ่านไป ศพนั้นก็หลับตาเหมือนเดิม!

ลุงทวีแทบหายเมา วิ่งอ้าวกลับบ้าน แต่พอถึงหน้าบ้าน แกยืนแข็งทื่อเมื่อเห็นกล่องรากบุญวางอยู่ตรงประตู แกร้องลั่น “กูไม่เอา!!” แล้วเตะกล่องกระเด็นไป พอหันกลับมาก็เจอศพชายคนนั้นยืนอยู่ข้างๆ ร้องขอ “ช่วยฉันที…”

“อย่ามายุ่งกับกู!!” ลุงทวีตะโกน พรวดเข้าบ้านปิดประตูปัง รีบไปอาบน้ำหมายให้หายเมาล้างภาพสยองเหล่านั้น แต่พอเอาขันจ้วงน้ำในตุ่มกลับเห็นหัวชายคนนั้นลอยปริ่มน้ำอยู่ พูดประโยคเดิมว่า “ช่วยฉันที…”

ลุงทวีตกใจแทบจะบ้า ถามว่า “จะให้ช่วยอะไร ฉันยอมช่วยแกแล้ว อย่ามาหลอกฉันเลย ฉันกลัวแล้ว”

“ลุงวีครับ” เสียงโอ้เอ้ร้องเรียก ลุงทวีสะดุ้งจากอดีต แล้วพากันไปที่ห้องแต่งศพ โอ้เอ้เอามือจับพระที่ห้อยเต็มคอยื่นนำไปในห้อง จนลุงทวีรำคาญขู่ว่าเดี๋ยวก็ไม่รับเข้าทำงานเสียเลย

โอ้เอ้บอกว่า “คุณพิสัยให้มาตามลุงไปห้องประชุมครับ” บอกแล้ววิ่งอ้าวออกไปเลย ลุงทวีเก็บกล่องรากบุญไว้ในลิ้นชัก ถามเจติยาว่าเสร็จหรือยังจะได้ไปด้วยกัน เธอบอกว่าเสร็จพอดี รอลุงช่วยตรวจอีกที

“ไปกันก่อน เดี๋ยวลุงค่อยลงมาดู” ลุงทวีบอกแล้วพากันออกไป

ทันทีที่ทั้งสองออกไป ลิ้นชักโต๊ะทำงานลุงทวีก็พุ่งออกมาเองอย่างแรง เผยให้เห็นกล่องรากบุญสีดำสนิทอยู่ในนั้น!

ooooooo

ที่ห้องประชุมบริษัทนิราลัย…

ชูจิตเรียกประชุมเพื่อเตรียมจัดงานศพของสารัช ลุงทวีเสนอให้จัดงานในโทนสีออกดำๆ ประดับด้วยเหรียญตามกำแพง เวลาแขกมาจะได้เอาเหรียญมาแปะไว้ที่กำแพงด้วยแนวคิดของลุงทวีถูกพิสัยขัดคอว่าดูประหลาด จะเสียชื่อบริษัทจัดงานศพครบวงจรอย่างเราหมด แล้วเสนอให้จัดแบบหรูหราสีงานออกครีมๆ ทองๆ ให้สมกับเป็นเจ้าของบริษัท

“แต่ผมไม่ค่อยชอบนะครับ” ลาภิณขัดขึ้น “ผมอยากให้งานเป็นธีมสีขาวมากกว่า ประดับดอกไม้ขาว แขกทุกคนแต่งชุดขาว” พิสัยติงว่าธรรมดาไปไหม “แต่ผมชอบ…เมื่อคุณพ่อไม่สั่งเอาไว้ ผมในฐานะเจ้าของบริษัทนิราลัยต่อจากคุณพ่อขอใช้สิทธิ์สรุปเลยแล้วกัน”

ชูจิตกับลุงทวีรู้สึกถึงการงัดข้อกันของสองหนุ่มน้าหลาน ต่างเหล่ๆไปทางพิสัยที่ถูกลาภิณพูดข่ม เขายังยิ้มแย้มเป็นปกติ ขณะออกความเห็นว่า

“เมื่อเป็นความต้องการของคุณต้น ก็สรุปตามนี้ งั้นเรามาลงรายละเอียดกันต่อเลยแล้วกัน” พูดแล้วก้มดูเอกสารในมือแต่แอบขบกรามแน่น

ลาภิณอมยิ้มพอใจ ที่ได้งัดข้อเอาชนะพิสัยได้ในยกแรก

ooooooo

วันนี้ ปริมเข้ามาที่บริษัท เธอเดินสำรวจโถงบริษัทที่ดูหรูหรา สวยงาม โดยมีแม่บ้านถือน้ำตามรับใช้ตลอดทาง เจติยามองเซ็งๆ แต่ต้องเดินตามคอยเทกแคร์

ปริมเดินสำรวจพูดอย่างคิดไม่ถึงว่าบริษัทจัดงานศพจะหรูหราโอ่โถงขนาดนี้ เมื่อไปนั่งเชิดที่โซฟา เธอถามเจติยาว่า “แล้วบริษัททำอะไรมั่งล่ะ”

“ก็ครบวงจรล่ะค่ะ ตั้งแต่รับศพที่ชันสูตรแล้วมาทำความสะอาด แต่งหน้าแต่งตัวให้ใหม่ ทำโลงศพ เชิญแขก ลงข่าว จัดงานสวดศพตามรูปแบบที่ลูกค้าต้องการ ประสานงานให้หมด เรียกว่า แค่ลูกค้ายกหูหาเรา ทุกอย่างจบ”
ปริมมองเจติยาอย่างพอใจ ชมว่าพูดจาคล่องแคล่วดี ถามว่าทำงานมานานแล้วหรือ เธอบอกว่าทำมาหลายปีแล้ว แต่ทำแบบพาร์ตไทม์ ปีนี้เรียนจบคงได้ทำประจำเสียที

“ฉันชอบเธอนะ ฉันจะช่วยพูดกับคุณต้นให้ก็แล้วกัน รู้ใช่ไหม คุณต้นจะมาดูแลกิจการแทนคุณพ่อ… ฉันเองก็คงต้องเข้าๆออกๆที่นี่บ่อยขึ้น ในฐานะว่าที่ภรรยาเจ้าของบริษัท” พูดแล้วยิ้มอย่างมั่นใจก่อนเดินไปสำรวจสถานที่ต่อ

เจติยากับแม่บ้านมองหน้ากัน แม่บ้านเหยียดปากพูดเบาๆว่า

“คุณลาภิณเพิ่งจะเคยเหยียบเข้าบริษัทวันแรก บริษัททำอะไรมั่งเขายังไม่รู้เลย ป้าอยากรู้นัก จะทำงานได้สักกี่น้ำกัน”

เจติยาไม่ออกความเห็น แต่ถอนใจแล้วส่ายหน้า…

ooooooo

เลิกงานจากบริษัท เจติยารีบกลับไปช่วยมยุรีผู้เป็นแม่จ่ายกับข้าวที่ตลาด ถามแม่ว่าไปหาหมอมาหรือยัง มยุรีบอกว่าพรุ่งนี้ค่อยไป

“เจ้านายเจเพิ่งเสีย ให้เจ้าทีไปเป็นเพื่อนแม่นะคะ”

ขณะเจติยาช่วยแม่ขายข้าวแกงนั้น มยุรีปรารภว่า หมู่นี้ดูนทีน้องชายเธอทำตัวลับลมคมในชอบกลไม่รู้มีอะไรปิดบังพวกเราหรือเปล่า แม่กลัวนทีจะทำตัวมีปัญหาติดยาต้องเข้าคุกบ่อยๆเหมือนลูกเจ๊นง ถ้าเป็นแบบนั้นฐานะอย่างเราคงไม่มีปัญญาช่วยนทีได้ตลอดหรอก “หนูจะคุยกับน้องให้เองค่ะแม่” เจติยาอาสาเพราะไม่อยากให้แม่หนักใจ

แต่พอไปเรียกนทีที่ขังตัวเองในห้อง ก็ถูกตวาดออกมาว่าเดี๋ยวตนลงไปกินข้าวเองไม่ต้องมาตามหรอก น่ารำคาญ เจติยารู้สึกถึงความก้าวร้าวของน้องแต่พยายามระงับอารมณ์ ถามน้องว่ามีปัญหาอะไรที่โรงเรียนหรือเปล่า ถ้ามีก็น่าจะมาคุยกัน เห็นนทีเงียบ เลยเดาว่า “เรื่องเล่นบอลใช่ไหม”

“พี่อย่าสู่รู้เรื่องของผมหน่อยเลย” นทีเสียงเขียวออกมา เจติยาเลยบอกว่าถ้าไม่บอกตนจะไปที่โรงเรียน ทำให้นทีเดินออกมาถามว่า “พี่กล้าเหรอ” เมื่อเห็นพี่สาวเอาจริงจึงบอกว่า “ครูตัดชื่อผมออกจากทีมบอลแล้ว สะใจไหมล่ะ แม่กับพี่ไม่ชอบให้ผมเล่นบอลอยู่แล้วนี่”

เจติยาย้ำว่าตนกับแม่ไม่ได้ห้ามเขาเล่นบอล แต่ไม่ชอบให้กลับบ้านค่ำมืดดึกดื่น มยุรีถามว่า แล้วทำไมถึงโดนตัดชื่อออก นทีอ้างว่าเพราะไอ้เหน่งประจบครูเข้าทีม ตนไม่ใช่ศิษย์รักคนโปรดเหมือนมัน เจติยาปลอบใจว่าเราเล่นบอลเพื่อสุขภาพไม่ติดทีมก็เตะเล่นกับเพื่อนๆก็ได้

“มันไม่เท่ พูดไปพี่ก็ไม่เข้าใจหรอก ได้โปรดเลิกเทศนาผมเสียที ผมโตแล้ว แล้วผมก็มีแม่คนเดียว” พูดใส่หน้าพี่สาว แล้วออกจากบ้านไปเลย เจติยาจะตาม ถูกแม่ดึงแขนไว้ขอให้พอเถอะ

“ถือหางมันอีกแล้วนะแม่ มันมีเวลาว่างมาก เถลไถลไปเรื่อย แม่ต้องให้ช่วยทำงาน ช่วยขายของ มันจะได้รู้ว่าไม่ใช่ลูกเศรษฐี ที่จะได้นั่งกินนอนกินตามใจชอบ” เจติยาบ่นแล้วรีบตามนทีไป มยุรีมองตามหน้าจ๋อย ได้แต่ถอนใจยาวออกมา…

ooooooo

เจติยาวิ่งไล่ตามนทีไป เจอหมวดนวัชเพื่อนบ้านที่แสนดีขี่มอเตอร์ไซค์มาพอดี เขาจอดรถถามว่า แกล้งอะไรน้องอีก ทะเลาะกันอีกแล้วใช่ไหม เธอบ่นว่านับวันนทีก็ก้าวร้าวขึ้นทุกที พูดจาไม่นับถือเลยว่าตนเป็นพี่

หมวดนวัชบอกว่าตนมียาสมุนไพรบำรุงไตมาฝากคุณน้าด้วย ชื่อหญ้าไผ่นํ้า มีญาติผู้ต้องหาแนะนำตนจดรายละเอียดมาแล้ว ชวนไปหาคุณน้ากันเถอะ เจติยาจึงย้อนกลับไปกับหมวดด้วยความรู้สึกขอบคุณที่เขาเป็นห่วงแม่ตน

รุ่งขึ้น ที่บ้านบูรณิน มีการเปิดพินัยกรรมของสารัช ลุงทวีเรียกเจติยาไปฟังด้วย เธอสงสัยว่าเราสองคนเกี่ยวอะไรด้วยหรือ ลุงทวีบอกว่าเจ้านายอาจจะอยากฝากงานสำคัญให้เธอทำก็ได้ พอถูกเจติยาต่อว่าที่มีความลับกับตน ลุงทวีก็ตัดบทว่า “ก็ไม่มีอะไรหรอก เจ้านายเคยปรึกษาลุงเรื่องงานเตรียมศพ ไม่อยากให้คิดเรื่องกำไรมากเกินไป”

เธอติงว่าแต่นั่นก็เป็นรายได้ของบริษัท ลุงทวีหยุดเดิน ยอมรับว่าใช่ แต่ “หลายอย่างเราจะรู้ด้วย

ตัวเองว่าเราต้องช่วยเขา” เธอก็ยังไม่เข้าใจ ลุงเลยตัดบท “วันนึงลุงจะได้เห็นว่าเจเป็นผู้ถูกคัดเลือกจริงไหม” แล้วชวนไปกันเถอะ เดี๋ยวคุณๆจะรอนาน เจติยายิ่งฟังก็ยิ่งงง แต่ก็เดินตามแกไป

ooooooo
ทนายปุ่นเป็นผู้อ่านพินัยกรรม อ่านส่วนแรกจบ ชูจิตยิ้มแย้มยินดีบอกว่าเป็นไปตามที่คุณสารัชบอกตนไว้ก่อนแล้ว ทนายปุ่นจึงอ่านส่วนที่สอง

“ข้าพเจ้าขอยกหุ้นในบริษัทนิราลัยให้คุณทวีเพื่อนรักของข้าพเจ้าสิบเปอร์เซ็นต์ เป็นการขอบใจที่ช่วยคลายทุกข์และให้ชีวิตใหม่จนกระทั่งข้าพเจ้าพอใจกับวาระสุดท้ายของชีวิต”

ลาภิณถามแทรกขึ้นว่า ชีวิตใหม่อะไรหรือ ชูจิตเป็นคนชี้แจงให้ลูกฟังว่า คุณพ่อป่วยเป็นมะเร็งปอดจนหมอให้ทำใจ แต่อยู่ๆเนื้อร้ายก็หยุดลุกลาม ตั้งแต่นั้นมาพ่อก็มีสุขภาพแข็งแรงมาตลอด บอกลาภิณพลางมองไปทางลุงทวีว่า

“พ่อบอกแม่บ่อยๆว่า ทวีช่วยชีวิตเอาไว้ บางทีพ่ออาจถือว่าเป็นการให้ชีวิตใหม่ก็ได้”

“เจ้านายให้เกียรติผมเกินไปแล้วล่ะครับ ที่จริงทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนมาจากความดีที่ท่านสร้างสมมาเองมากกว่า ผมแค่พูดให้ท่านมีกำลังใจเข้มแข็งพร้อมเผชิญหน้ากับปัญหา ก็เท่านั้นล่ะครับ” ลุงทวีออกตัวอย่างถ่อมตน

“เขาบอกฉันเสมอว่าคุณมอบโอกาสมีค่าให้กับเขานะทวี” ชูจิตพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มขอบคุณ ลุงทวีได้แต่ยิ้มๆ

“และข้อสุดท้าย คุณท่านมอบหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ให้คุณเจติยา” ทนายปุ่นอ่านต่อแล้วอธิบายว่า “ท่านกำหนดให้คุณทำงานในแผนกจัดเตรียมศพของบริษัทนิราลัย หากคุณลาออกหุ้นในมือต้องส่งคืนให้คุณลาภิณ เงื่อนไขนี้มีกำหนดเวลาสิบปี”

เจติยามึนงงมาก ส่วนลาภิณกับชูจิตชำเลืองไปทางเธอด้วยสีหน้าเคลือบแคลงสงสัยไม่ค่อยเห็นด้วย

ทนายปุ่นชี้แจงต่อไปว่า “ท่านบอกย้ำในเอกสารว่า คุณจะเป็นเสาหลักในกิจการนี้ร่วมกับทายาทของท่าน เหมือนเช่นที่คุณทวีเคยทำหน้าที่นี้มาก่อน…ท่านยังฝากจดหมายให้คุณทวีฉบับหนึ่งด้วยนะครับ” ทนายปุ่นส่งจดหมายให้ลุงทวี แล้วถามชูจิตว่ามีอะไรจะโต้แย้งไหม

ชูจิตพูดด้วยสีหน้านิ่งเพราะไม่เห็นด้วยเรื่องเจติยาว่า เมื่อคุณสารัชมีความต้องการแบบนี้ก็ว่าไปตามนั้นถึงตนจะไม่ค่อยเห็นด้วยบางอย่างก็เถอะ ลาภิณก็พูดด้วยสีหน้าไม่ดีนักว่าตนเชื่อสายตาคุณพ่อ แต่ก็พูดขำๆเชิงดูแคลนเจติยาว่า เธอจะเป็นเสาหลักของกิจการเราได้ยังไง

“เจเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำงานกับศพได้ยาวนานที่สุดไงครับ ถ้าเป็นคุณลาภิณจะทำไหวไหม” ลุงทวีเอ่ยขึ้น

ทันใดนั้น หมวดนวัชวิ่งหน้าตาร้อนใจเข้ามา เขาขอโทษทุกคนแล้วชี้แจงว่าตนติดต่อเจติยาไม่ได้เลยต้องมา บอกเธอว่าคุณแม่เป็นลมที่ตลาด ตอนนี้อยู่ในห้องไอซียู

“เจขอตัวก่อนนะคะ” เจติยายกมือไหว้ทุกคนแล้วรีบออกไปกับหมวดนวัช

ลาภิณกับชูจิตมองตามเจติยาไปด้วยความสงสัยในตัวเธอ…ชูจิตระแวงว่าเธอเป็นเมียเก็บของสารัช ส่วนลาภิณระแวงว่าเธอมีเจตนาแอบแฝงหวังรวยทางลัดในการมาทำงานที่นี่

ooooooo

เจติยาไปถึงโรงพยาบาล หมอบอกว่าตอนนี้ คุณแม่ฟอกไตแล้วต่อไปต้องมาฟอกไตตามเวลานัดให้สม่ำเสมอเดี๋ยวจะช็อกขึ้นมาแบบนี้อีก ให้เข้มงวดเรื่องอาหารการกิน การทำงาน และเพิ่มการพักผ่อนให้มากๆด้วย ถ้ายังละเลยอยู่แบบนี้ คุณแม่อาจจะต้องเปลี่ยนไตเร็วขึ้น

ฟังหมอแล้วเจติยาทั้งเป็นห่วงแม่ทั้งโมโหนทีที่ไม่พาแม่มาหาหมอ นวัชบอกว่าคุณน้าคงไม่อยากเสียเงินกระมัง

“เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย เป็นไงล่ะต้องแอดมิทอีกคืน เดี๋ยวโทร.หาไอ้ตัวแสบหน่อยสิ วันนี้หยุดเรียนทำไมไม่มาช่วยแม่ขายของ” เจติยากดโทร.หานที พอน้องรับสายเธอเสียงเข้มใส่ “แกอยู่ไหน ทำไมเสียงอู้อี้ เป็นอะไรของแกเพิ่งตื่นเหรอ!”

กลับไปที่ห้องนทีเจ้าตัวไม่อยู่บ้าน เจติยานั่งรออย่างหงุดหงิดในห้อง อึดใจเดียวนทีก็เข้ามา พอเห็นพี่สาวนั่งอยู่ก็ตะคอก “ใครอนุญาตให้พี่เข้ามาในห้องผม”

เจติยาได้กลิ่นเหล้าคลุ้ง ถามว่าดื่มเหล้าใช่ไหม นทีไม่ตอบแต่กลับกวนประสาทไปว่าตนไม่ใช่นักโทษของพี่ ไล่ให้ออกจากห้องตนไปได้แล้ว แต่พอพี่สาวบอกว่าแม่ช็อกหมดสติอยู่ที่ตลาด โดนหามเข้าไอซียู นทีก็ตกใจนิ่งงันไป

“แกน่าจะอยู่เป็นเพื่อนแม่มากกว่าไปกินเหล้ากับเพื่อน แกก็รู้ว่าแม่ต้องฟอกไต ค่าใช้จ่ายรักษาแม่ไม่ใช่น้อย ถ้าแกไม่ทำตัวให้ดีกว่านี้ คนที่เดือดร้อนที่สุดคือแกนะนที ถ้าบ้านเราไม่มีเงินพอใช้ จะเอาเงินที่ไหนส่งแกเรียน”

“ผมไม่ยอมเลิกเรียนเด็ดขาด”

“แล้วแกจะยอมเห็นแม่ตายเพื่อให้แกได้เรียนต่อแบบไม่เอาไหนอย่างนี้น่ะเหรอ” นทีเงียบไปเพราะเถียงไม่ออก เจติยายังคงพูดอย่างเจ็บปวดว่า “พอพี่จบ ได้งานทำประจำ รายได้พี่จะเอามารักษาแม่เป็นหลัก เพื่อตอบแทนที่ท่านอดทนเลี้ยงดูพวกเรามาอย่างยากลำบาก ส่วนแกถ้าไม่ตั้งใจเรียน พี่จะให้ออกมาทำงาน เพราะที่ผ่านมาพี่เห็นแล้วว่ามันไม่คุ้มค่า ถ้าพี่จะต้องเหนื่อยเพื่อแก”

“พี่ไม่ต้องมาขู่ผม” นทีลุกพรวดขึ้นจ้องหน้า

“ฉันพูดจริง ถ้าแกเป็นคนหาเงินแล้วมีพี่คอยผลาญเงิน แกจะเก็บพี่ไว้บูชาไหมล่ะ!” เจติยาออกไปปิดประตูโครม

นทีขบกรามแน่น จิกตาอย่างมุ่งมั่นว่าตนจะต้องหาทางเรียนต่อให้ได้

ooooooo

หลังฟังพินัยกรรมที่ยกหุ้นให้ลุงทวีกับเจติยาคนละสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว ลาภิณไม่พอใจบ่นกับแม่ขณะยืนรอลิฟต์ว่า ญาติก็ไม่ใช่ เชื่อว่าเจติยาหาทางรวยทางลัด ส่วนชูจิตก็ไม่พอใจ เชื่อว่าเจติยาเป็นเด็กใจแตกแอบกิ๊กกั๊กกับสารัชในห้องแต่งศพทั้งวัน โดยมีทวีเป็น ไม้กันหมา

สองแม่ลูกบ่นกัน ชูจิตบอกลาภิณว่าเอาเถอะ เลี้ยงไว้ใช้งานไปก่อนเพราะเด็กคนนี้คล่อง ทำศพก็ได้ รับลูกค้า พีอาร์ได้หมด ถ้าลาออกเมื่อไรหุ้นก็ต้องส่งคืนตามเงื่อนไข ลาภิณบอกว่าดีที่พ่อกำหนดแผนกให้เธอทำไว้ ไม่งั้นเกิดโลภอยากเป็นผู้จัดการขึ้นมาจะยุ่ง

“ตอนนี้ต้นก็ขึ้นมาบริหารแทนแล้ว ค่อยรับคนใหม่มาช่วยทวี แล้วหาทางบีบให้มันออกไปแล้วกัน แม่ก็ไม่ชอบขี้หน้ามันนักหรอก พ่อเราอวยจนเกินเหตุ”

พอลิฟต์มาสองแม่ลูกเข้าไป พิสัยจึงค่อยเดินออกจากมุมตึกด้วยสีหน้าแววตาไม่พอใจมาก พึมพำอย่างโกรธแค้น

“พวกมันสมควรได้กว่าฉันตรงไหน ที่นี่จะเป็นของลูกแกได้อีกไม่นานหรอก!”

ooooooo

ในห้องจัดงานศพของสารัช ทั้งงานถูกประดับตกแต่งเป็นสีขาวสะอาดตาอย่างที่ลาภิณต้องการ แขกที่มาล้วนแต่งชุดขาว เจติยาในชุดขาวเรียบหรูดูดีเดินเข้ามา ในงาน ลาภิณเห็นเข้า ขอตัวกับแขกที่คุยอยู่ ตรงรี่เข้ามาแขวะ

“ได้หุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ไม่ได้หมายความว่าเธอจะอัพเกรดตัวเองขึ้นมาเป็นญาติกับฉันได้หรอกนะ”

เจติยาตกใจบอกว่าตนไม่กล้าคิดอาจเอื้อมขนาดนั้น ถูกลาภิณมองแต่หัวจดเท้าพูดเยาะว่า ก็ดูแต่งเนื้อแต่งตัว เข้าสิ เธอถามงงๆว่า ก็คอนเซปต์งานเป็นสีขาวไม่ใช่หรือ กลับถูกหาว่าเธอเถียง

“เจไม่ได้เถียงแต่เจพูดตามเหตุตามผล”

“แต่ฉันชอบคนเงียบแล้วฟังมากกว่า สงสัยเราจะทำงานด้วยกันลำบาก” ลาภิณหาเรื่อง แต่โชคดีที่ปริมมาตามเขา เธอจึงฉวยโอกาสเลี่ยงไปทางอื่น

ปริมมาควงลาภิณออกจากห้อง ชวนเขาไปงานปาร์ตี้กับเพื่อน ลาภิณติงว่าคุณพ่อตนเพิ่งเสีย เธออ้อนว่าไปโชว์ตัวสัก 15 นาทีก็ได้ เพื่อนเพิ่งกลับจากออสเตรเลียอยากเจอเขา เธออ้อนจนเขาพยักหน้ารับ เธอหอมแก้มเขาฟอดหนึ่งบอกว่าน่ารักที่สุดเลย แล้วพาเขากลับไปรับแขกในห้อง

ฝ่ายเจติยา เล่าเรื่องที่ถูกลาภิณตำหนิให้ลุงทวีฟัง แกจึงชวนเธอไปช่วยงานในห้องเตรียมศพดีกว่า เจติยาถามว่าลุงอ่านจดหมายเจ้านายแล้วหรือยัง ท่านเขียนอะไรถึงตนบ้างหรือเปล่า เพราะท่านกำหนดให้ตนทำงานแผนกลุง ก็น่าจะเขียนสั่งอะไรไว้บ้าง

ลุงทวีบอกว่าท่านคงเห็นว่าแผนกนี้หาคนทำงาน ยาก และเธอก็ตั้งใจทำงานดีหนักเอาเบาสู้กระมัง แต่เจติยาบอกว่าตนก็ยังรู้สึกแปร่งๆอยู่ดี พูดแล้วเดินไปทำงาน ลุงทวีมองตาม พึมพำกับตัวเองอย่างสงสัย…

“ทำไมคุณถึงแน่ใจนักว่า เจจะสืบทอดงานของคุณได้…”

ooooooo

เจติยาเดินไปใกล้โต๊ะทำงานของลุงทวี จู่ๆลิ้นชักที่เก็บกล่องรากบุญก็เลื่อนออกมา เธอเห็นกล่องรากบุญจึงเดินเข้าไปดูใกล้ๆด้วยความสงสัย ลุงทวีที่เดินตามมาเห็นเหตุการณ์ เขาชะงักคิดสงสัยอะไรบางอย่างขึ้นมา
เมื่อเอากล่องรากบุญออกมาวางบนโต๊ะ ลุงทวีเล่าให้เจติยาที่นั่งจ้องกล่องรากบุญไม่วางตาฟังว่า

“มันเป็นกล่องที่มอบความปรารถนาให้คนที่ขอจากมันได้ ถ้าเจมีความทุกข์หนักที่อยากให้มันคลายทุกข์ให้ กล่องใบนี้มอบให้ได้ทุกอย่าง” เธอถามขำๆว่ามันง่ายขนาดนั้นเลยหรือ “จะว่าง่ายก็ง่าย จะว่ายากก็ยาก มีสองคนพิสูจน์ความจริงข้อนี้แล้ว พวกเขาสมหวังทุกอย่าง แต่ก็ต้องมีของแลกเปลี่ยน”

เธอถามว่าสองคนนั้นคือใคร ลุงทวีบอกว่าตนคนหนึ่งและคุณสารัชอีกคนหนึ่ง ลุงทวีเล่าเรื่องของตัวเองนับแต่เจอชายเร่ร่อนเอากล่องรากบุญมาให้ จนกระทั่งแกขอให้รากบุญช่วยให้เมียแกหายป่วยจากมะเร็ง โดยแลกกับการเลิกเหล้าและดูแลศพตลอดชีวิต แกเล่าอย่างเชื่อถือศรัทธาว่า

“ลุงทำตามสัญญาอย่างเคร่งครัด จนเมียลุงตายจากไป ลุงเลยส่งมอบกล่องให้อีกคนหนึ่งซึ่งกำลังมีความทุกข์แสนสาหัส คือคุณสารัช เจ้านายต้องลาออกจากงานผู้พิพากษาที่ตัวเองรัก หลังจากประสบอุบัติเหตุรถชนและพบว่าตนป่วยเป็นมะเร็ง”

ลุงทวีบอกว่ากล่องใบนี้ยืดชีวิตคุณสารัชออกไป แต่ก็หนีความตายไม่พ้น เมื่อคุณสารัชได้ทุกสิ่งที่ต้องการครบถ้วนแล้ว ทั้งครอบครัวที่แข็งแรง ธุรกิจประจำตระกูลที่มีคนสืบทอด เขาเลยคืนกล่องนี้ให้ตนเพราะมันถึงเวลาของเขาแล้ว

“เจอยากขอพรจากกล่องนี้บ้างจังเลยลุง เจอยากให้แม่หายป่วยจากโรคไตเสียที เจยอมแลกได้ทุกอย่าง”

“กล่องนี้ไม่ใช่ของทุกคน แต่มันเลือกเจ้าของด้วยนะเจ กล่องจะส่งสัญญาณให้รู้เองว่าใครคือเจ้าของคนใหม่” แล้วลุงทวีก็เล่าประสบการณ์ที่ตนได้รับให้ฟัง เจติยาฟังแล้วมองกล่องรากบุญตรงหน้าด้วยความศรัทธา…

ooooooo

และแล้วเธอก็ประสบกับตัวเอง เมื่อดึกคืนนี้ ขณะเธอนอนหลับอยู่บนเตียง มีกล่องรากบุญวางอยู่บนโต๊ะทำงานในห้อง เธอสะดุ้งตื่นเมื่อเสียงไซเรนดังขึ้น ลุกไปดูที่หน้าต่างว่าเกิดอะไรขึ้น

ครู่หนึ่งเธอเปลี่ยนชุดนอนเป็นชุดอยู่กับบ้านลงมาเจอหมวดนวัชนอกเครื่องแบบมาสังเกตการณ์อยู่ เธอถามหมวดว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ หมวดบอกว่าป้านิภากินยาฆ่าตัวตาย

เธอตกใจเพราะเพิ่งเห็นป้านิภามาซื้อแกงที่ร้านอยู่หลัดๆ พอดีตำรวจเดินตามเจ้าหน้าที่ขนศพป้านิภาออกมา เธอขยับจะเข้าไปดู หมวดนวัชห้ามไว้แล้วเดินไปคุยกับตำรวจ พอดีเจ้าหน้าที่ขนศพผ่านตรงหน้า เธอเลยหันมอง

เจติยาเห็นศพป้านิภาหน้าซีดขาวนอนหลับตานิ่ง แต่จู่ๆ ศพก็ลุกขึ้นนั่งลืมตาโพลงพูดกับเธอว่า “บอกความจริง”

เจติยาตกใจร้องลั่น หมวดนวัชถามว่าเป็นอะไรแอบดูศพใช่ไหม เธอยิ้มแหยๆ ถูกหมวดดุว่าเตือนแล้วไม่ฟัง แล้วไล่ให้ไปนอนได้แล้ว เธอรับคำหน้าจ๋อย รีบเดินกลับบ้านใจเต้นไม่เป็นส่ำ แต่พอเข้าบ้านก็เห็นชายแขนเสื้อนอนป้านิภาโผล่มาตรงหน้าต่าง เธอตกใจวิ่งขึ้นบันได ไปเจอป้านิภาหน้าซีดขาวยืนอยู่ เธอเข่าอ่อนพยายามตะเกียกตะกายขึ้นบันได ป้านิภายืนมองอย่างมีความหวัง

มยุรีได้ยินเสียงร้องของเจติยาจึงออกมาดู เธอเล่าให้แม่ฟังว่าป้านิภาฆ่าตัวตาย มยุรีบอกว่าแม่ไม่เชื่อ เธอบอกว่ามันเป็นไปแล้ว บอกแม่ให้เข้านอนเสีย พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้าอีก เอาพระให้แม่ติดตัวไว้บอกว่าป้าเฮี้ยนเอาเรื่องเลยล่ะ พาแม่ไปส่งห้อง แล้วก็วิ่งอ้าวกลับห้องตัวเอง

พอล้มตัวลงนอน ก็ได้ยินป้านิภามาขอความช่วยเหลืออีก เจติยากลัวมากถามว่าจะให้ตนช่วยอะไร

“ป้าไม่ได้ฆ่าตัวตาย” ป้านิภาบอก เธอตกใจมากถามว่า แล้วใครฆ่าป้า มองไปเห็นป้านิภายืนหน้าซีดขาวอยู่ริมหน้าต่าง เธอตกใจสุดขีดร้องลั่นถอยหนีจนตกเตียง นอนเจ็บตัวงออยู่ที่พื้น…

ooooooo

รากบุญ ละครรากบุญ นำแสดงโดย 
รากบุญ ไมค์ พิรัชต์ นิธิไพศาลกุล ในละครรับบทเป็น ลาภิณ
รากบุญ มาร์กี้ ราศี บาเลนซิเอก้า ในละครรับบทเป็น เจติยา
รากบุญ เฟิร์ส เอกพงศ์ จงเกษกรณ์ ในละครรับบทเป็น นวัช
รากบุญ แจ็คกี้ ชาเคอรีน ในละครรับบทเป็น นิษฐา
รากบุญ กิก ดนัย จารุจินดา ในละครรับบทเป็น ปรานต์
รากบุญ แก้ว อภิรดี ภวภูตานนท์

————————–

ละครฮิต: แรงเงา | กี่เพ้า |รากบุญ | ก้นครัวตัวแสบ  | บ่วงรัก | ลับลวงหลอน
ละครที่จบไปแล้ว: บ้านนอกเข้ากรุง | ปัญญาชนก้นครัว | สายฟ้ากับสมหวัง | สื่อรักสัมผัสหัวใจ
ละครใหม่เร็วๆ นี้:  คุณสามี(กำมะลอ)ที่รัก | เหนือเมฆ2 | ยอดรักนักสู้

รากบุญ, อ่านละครออนไลน์
- 2012-11-15 11:28:11 โพสต์โดย : zoomza 2,481 ดูละครย้อนหลัง