แค้นเสน่หา เรื่องย่อละครแค้นเสน่หา ตอนที่ 5

แค้นเสน่หา เรื่องย่อละครแค้นเสน่หา แค้นเสน่หา ละครแค้นเสน่หา แค้นเสน่หา ละครช่อง 3
เรื่องย่อแค้นเสน่หา นักแสดง แค้นเสน่หา หมิว – ป๊อป ฐากูร และสน ยุกต์ ส่งไพศาล

แค้นเสน่หา

อ่านละครออนไลน์ : แค้นเสน่หา เรื่องย่อแค้นเสน่หา

แค้นเสน่หา บทประพันธ์ของ วราภา
แค้นเสน่หา ของค่าย เจ๊ไก่ วรายุทธ มิลินทจินดา

เรื่องย่อแค้นเสน่หา ตอนที่5

คุณหญิงทอแสงรัศมีหงุดหงิดที่ใครๆก็รุมล้อมยินดีกับสองพี่น้องจากบ้านปัณณธร และหัวเสียหนักขึ้นเมื่อคุณหญิงศศิลักษณาน้องสาวแท้ๆพลอยเป็นไปด้วย พอทนไม่ไหวก็พาลหาเรื่องจริมาที่กำลังคุยฟุ้งเรื่องร้อยมาลัยสำเร็จครั้งแรก

“มองอะไรยายริมา เธอมองหน้าฉันแล้วหัวเราะเยาะ มันเรื่องอะไรกันยะ”

“ขอโทษ…ฉันหัวเราะก่อนแล้วถึงมองเธอ มีอะไรหรือเปล่า” คุณหญิงทอแสงรัศมีไม่พอใจและยังเถียงจนจริมาอ่อนใจ “ไม่จริงก็ได้ ฉันหัวเราะเยาะเธอก่อนก็ได้ แต่ขอโทษอีกทีนะ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เธอทำอะไรให้ฉันหัวเราะเยาะงั้นเหรอคุณหญิง”

รุ้งถลันมาห้ามทัพเพราะไม่อยากมีเรื่องแต่กลับถูกคุณหญิงแหวเสียงเขียว จริมาถึงกับของขึ้นแทนรุ้ง

“ถามอย่างนี้ก็มีเรื่องสิ นี่น้องฉัน…ทำไมจะมีเรื่องกับเธอไม่ได้”

“ไม่ได้…อย่ามายุ่งกับฉัน ห้ามใครห้ามไปเลยแต่อย่าบังอาจมาห้ามฉัน”

รุ้งขอโทษแต่ยังจริมาไม่ยอม “คนอะไรพูดจาแย่มาก ถือว่าเป็นหม่อมราชวงศ์แล้วอยู่เหนือคนอื่นเหรอโธ่เอ๊ย…ก็คนเหมือนกันนั่นแหละ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีไม่ยี่หระ แถมส่งสายตาเหยียดหยันให้รุ้งเพื่อยั่วจริมา คุณหญิงศศิลักษณาเห็นท่าไม่ดีรีบลากพี่สาวไปขึ้นรถแต่ไม่วายทิ้งท้ายกับจริมาและรุ้ง

“พี่ๆคะ…อย่าไปกลัวพี่หญิงเลยนะคะ เขาต้องเจอคนจริงแบบพวกพี่นี่แหละ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีอารมณ์เสียที่น้องสาวเอาใจออกห่าง ฮึดฮัดใส่และสั่งให้กลับบ้าน จริมากับรุ้งไม่สนใจ จูงมือกันไปขึ้นรถหน้าโรงเรียน เจอกับชายเดียวที่มารับสองศรีพี่น้องตามคำสั่งท่านแม่ จริมาปั้นปึงใส่เพราะไม่ชอบที่เขาส่งตาหวานใส่รุ้ง คุณหญิงทอแสงรัศมีอดเคืองแทนไม่ได้ พูดแดกดันสองสาวจนคุณชายทนไม่ไหวตอกกลับ คุณหญิงอยากจะกรี๊ดแต่ต้องข่มไว้…เดี๋ยวจะโดนเอ็ดว่าทำตัวไม่สมกับเป็นราชนิกุล!

ฟากฉัตต์ถึงบ้านก่อนสองสาวจึงมาดักรอ เห็นรุ้งจะรีบเข้าครัวก็ตั้งท่ารวนไม่ยอมให้ไปจนจริมาต้องออกโรงช่วย

“พี่ฉัตต์…ให้รุ้งไปเถอะน่า เขาจะไปทำอาหารที่พี่ฉัตต์ชอบนั่นแหละ โธ่เอ๊ย…ไม่รู้อะไรเลย” ฉัตต์ทำหน้าไม่เข้าใจ “แหม…เขารู้กันทั้งบ้านว่าน้าจันทร์กับรุ้งน่ะ รุมกันเอาใจพี่ฉัตต์ขนาดไหน”

ฉัตต์นิ่งไปอึดใจ แอบเขินแต่ยังปั้นหน้าขรึม จริมารู้แกวเลยล้อหนักขึ้น หวังให้พี่ชายเห็นความดีของจันทร์กับรุ้งบ้าง ฉัตต์ยังท่ามาก ล็อกคอน้องสาวมากอดแน่นแล้วลากเข้าห้อง จริมาโวยวายพอเป็นพิธีก่อนเล่าเรื่องชายเดียวมาที่โรงเรียน ฉัตต์ชักสีหน้าทันทีเพราะมั่นใจว่าเพื่อนสนิทรุ่นน้องจงใจไปหารุ้ง จริมาเองก็พอรู้แต่ไม่อยากพูด ตั้งหน้าตั้งตาล้อพี่ชายที่เป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ…ทำเป็นชอบแกล้งแต่จริงๆน่ะหวงยายรุ้งจะตาย!

ooooooo

เวลาเดียวกันที่วังรังสิยา…ชายเดียวเพิ่งมาถึงเพราะแวะไปส่งญาติสาวทั้งสอง สนทูลว่าท่านแม่ประทับคอยที่ท่าน้ำพร้อมเรือลำใหม่ ราชนิกุลหนุ่มน้อยจึงรีบไปหา ตื่นเต้นดีใจมากมายที่ท่านแม่ซื้อเรือประทานให้ในที่สุด

“ชายพูดว่าอยากได้เรือเร็วมาตั้งแต่วันเกิดอายุสิบสอง แม่ซื้อให้ตอนนี้ยังช้าไปด้วยซ้ำ”

คุณชายเห่อมากอยากลองขับเรือลำใหม่ ท่านหญิงอนุญาตและขอนั่งไปด้วย บ่าวไพร่ในวังพากันมาดูที่ท่าน้ำ ภาพสองแม่ลูกประทับเรือเล่นด้วยกันเป็นครั้งแรกแลดูน่าประทับใจยิ่งนัก

“ชายรักท่านแม่มากที่สุด ท่านแม่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ชายเหมือนที่รับสั่งตั้งแต่ท่านพ่อสิ้น”

“เพราะชายเป็นลูกชายที่น่ารักของแม่ตลอดมา”

ครู่ใหญ่ คุณชายค่อยๆประคองท่านแม่ลงจากเรือ พาเดินผ่านหมู่เรือนข้าหลวงเก่าและรกร้างเต็มที

“แถวนี้เหมือนไม่ใช่อาณาเขตวังรังสิยา เราทำให้มันดีขึ้นได้นะคะ อย่างเช่นสนามเทนนิสหรือสระว่ายน้ำ”

“เหลวไหล ใครจะเล่นเทนนิส ใครจะว่ายน้ำ เสียเงินเปล่าๆ”

“อย่างน้อยก็ชายคนหนึ่งล่ะ เรือนข้าหลวงปิดตายไว้เฉยๆ เราควรรื้อแล้วสร้างใหม่ดีไหมคะท่านแม่”

“ไม่ดี…หยุดพูดได้แล้ว ตราบใดที่แม่ยังมีชีวิตอยู่ แม่ไม่อนุญาต เข้าใจไหมชายเดียว”

ชายเดียวหน้าเสียที่โดนดุ เช่นเดียวกับบ่าวไพร่ที่ตามมาก็พากันก้มหน้างุด รู้ดีว่าสาเหตุแท้จริงคืออะไร คุณชายยังพยายามกล่อมท่านแม่ให้ทำตามคำสั่งพินัยกรรม ท่านหญิงเลยหัวเสียหนักที่ลูกชายกล้าขัดคำสั่ง

“จำไว้นะศักดินา…อย่าถือตัวว่าท่านพ่อประทานทุกสิ่งให้ เพราะตราบใดที่แม่ยังมีลมหายใจ แม่จะไม่ยอมให้เธอทำตามอำเภอใจในวังรังสิยานี้ แม่ขอห้ามขาด…ไม่ให้มีการก่อสร้างเคลื่อนย้ายทุกสิ่งโดยเฉพาะเรือนข้าหลวงเก่า”

 

“ชายไม่เคยคิดจะทำอะไรตามอำเภอใจ…ชายหวังดี”

“เก็บความหวังดีของชายไว้ รับรู้แต่เพียงว่าแม่ไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงอะไรทั้งนั้น แม่หวังว่าชายจะเข้าใจและทำตาม ถ้าหากยังคิดว่าเป็นลูกชายของแม่อยู่”

ทุกคนเงียบกริบ ท่านหญิงถอนใจเหนื่อยหน่าย เหลือบมองพุ่มไม้รกๆ เห็นเงาร่างเฟืองจ้องมาด้วยแววตาน่าสงสารก็ยิ่งโกรธ เธอผลุนผลันกลับตำหนักโดยไม่เหลียวหลัง ผ่องเห็นท่าไม่ดี รีบเข้าไปหาคุณชาย

“ท่านหญิงกริ้วใหญ่แล้ว คุณชายรีบไปกราบขอประทานโทษเถอะค่ะ”

“ฉันไม่ผิด ฉันแค่ออกความคิดเห็น ไม่ทรงเห็นด้วยก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องกริ้วรุนแรงขนาดนั้น”

ผ่องเกลี้ยกล่อมอีกหลายยกแต่ราชนิกุลหนุ่มน้อยก็ไม่ยอม จ้ำอ้าวขึ้นตำหนักแล้วต้องชะงักเมื่อเดินผ่านห้องท่านแม่ เห็นหลังของหญิงชราไวๆ ก็นึกสงสัย…ใครมาหาท่านแม่เวลานี้

ฝั่งบ้านปัณณธรก็วุ่นวายกับการเตรียมงานเลี้ยง จันทร์กับรุ้งยุ่งอยู่หน้าครัวจัดเตรียมอาหารมือเป็นระวิง จริมาเข้ามาช่วยด้วยแต่ดูเหมือนจะเป็นตัวป่วนเสียมากกว่า

“คุณริมา…มาจัดเรียงสับปะรดใส่จานนะคะ” จันทร์บอกยิ้มๆ

“โอ๊ย…ไม่หรอก ริมาไม่ใช่รุ้งนี่คะจะได้ทำเป็น”

“ก็ไม่ถึงกับต้องคว้านเงาะเป็นหรอกค่ะ แต่เรียงสับปะรดเนี่ยทำไม่ได้ก็ไม่ต้องชื่อคุณริมาแล้วค่ะ”

จริมายิ้มร่าแต่ยังไม่ยอมจัด นั่งเล่นและหยิบโน่นนี่ชิมไปเรื่อยตามประสาตัวป่วนประจำบ้าน จันทร์เฝ้ามองรุ้งกับจริมาด้วยความรักและภูมิใจ นึกถึงความหลังแล้วอดยิ้มไม่ได้ ภาพสองสาววิ่งเล่นและทำกิจกรรมด้วยกันตั้งแต่เด็กโดยมีเธอคอยดูแลยังอยู่ในความทรงจำเสมอ ทั้งสองรักใคร่กันดีจนน่าปลื้มใจ โดยเฉพาะรุ้ง…ไม่มีอาการอิจฉาจริมาแม้แต่น้อยที่บางครั้งเธอต้องเอาอกเอาใจเป็นพิเศษในฐานะลูกสาวผู้มีพระคุณ

ความคิดอดีตหม่อมล่องลอยไปไกลถึงเรื่องฉัตต์ที่ชอบตั้งแง่กับเธอและรุ้ง แต่เขาก็ไม่เคยทำอะไรมากนอกจากเหน็บแนมไปตามประสา ตัวรุ้งเองแม้จะกลัวแต่ก็รักและเคารพฉัตต์เสมอ ใส่ใจจำได้แม้แต่รายละเอียดเล็กๆเช่นขนมที่เขาชอบ และสุดท้ายก็คิดถึงชายเดียว เด็กหนุ่มชอบอาหารและขนมฝีมือเธอเป็นชีวิตจิตใจ จันทร์ค่อยๆดึงตัวเองกลับมา คิดถึงชะตากรรมตัวเองแล้วยิ่งเศร้า…จากหม่อมในวังกลายเป็นสามัญชนธรรมดา แถมต้องพลัดพรากจากลูกอีกต่างหาก

ooooooo

งานเลี้ยงของบ้านปัณณธรเริ่มขึ้นช่วงหัวค่ำ แขกเหรื่อรับประทานอาหารรสเลิศและพูดคุยกันอย่างถูกคอ คุณหญิงเพ็งขอให้รุ้งเล่นเปียโนให้ความบันเทิงกับทุกคน จริมานั่งฟังอยู่นานจึงไปขอให้เล่นเพลงมีจังหวะขึ้น ฉัตต์ตามมาสมทบ อดชื่นชมในความสามารถของรุ้งไม่ได้ แต่ไม่ยอมแสดงออก

ภาพสองสาวร้องรำทำเพลงกันอย่างสนุกสนานทำให้ฉัตต์อดมองด้วยความเผลอไผลไม่ได้ โดยเฉพาะท่าทางอ่อนโยนและน้ำเสียงกังวานของรุ้งที่ทำให้เขาเหมือนตกอยู่ในภวังค์ แต่แล้วก็ได้สติลุกพรวดพร้อมทำท่าขึงขังตวาดรุ้ง

“ไม่มีความคิด จู่ๆก็ลุกมาเล่นเปียโน รบกวนผู้ใหญ่กำลังรับประทานอาหาร”

รุ้งเสียใจจะเดินออกแต่เขาตามมารั้งไว้ จริมาเห็นเพื่อนโดนพี่ชายหาเรื่องก็เข้ามาปกป้องเหมือนเคย

“พี่ฉัตต์…ริมาจะบอกอะไรให้นะ ฟังแล้วไม่ต้องขอโทษริมาก็ได้ แต่พี่ฉัตต์ต้องขอโทษรุ้ง”

“มันเรื่องอะไร จ้างให้ก็ไม่ขอโทษ ไม่ว่าใครทั้งนั้น”

“คุณย่าเป็นคนบอกให้รุ้งเล่นเปียโนเพลงอะไรก็ได้ แต่เจ้าคุณที่มาทานข้าวต่างหากเป็นคนขอเพลง”

ฉัตต์หน้าแตก รู้สึกผิดเต็มประตูแต่ไม่ยอมขอโทษ ได้แต่เดินหนีไป จริมามองตามเซ็งๆ…จะขี้เก๊กไปไหนเนี่ย ทำผิดก็ขอโทษสิ…ไม่เห็นจะยากเลย!

ด้านคุณชายศักดินาที่วังรังสิยา…ใคร่ครวญอยู่นานจึงตัดสินใจไปเคาะประตูห้องท่านแม่เพื่อขอโทษเรื่องเมื่อเย็น

แต่ต้องเงื้อมือค้างเมื่อได้ยินเสียงเหมือนท่านกำลังรับสั่งกับใครอยู่ เขาจึงเปลี่ยนใจลงไปรับประทานอาหารเย็นและเล่าให้ผ่องฟังถึงเสียงที่ได้ยิน

“ฉันได้ยินเสียงคุยในห้องท่านแม่ เห็นตัวด้วยตอนขึ้นห้องเมื่อเย็นแต่ไม่เห็นหน้า รู้แต่ว่าเป็นผู้หญิงแก่ๆ นุ่งโจง เห็นตอนเขาเดินเข้าห้องไปกับท่านแม่”

ผ่องหน้าซีดเพราะรู้ดีว่าเป็นผีเฟืองแต่ไม่กล้าบอก ได้แต่เก็บเรื่องนี้ไปปรับทุกข์กับสาลี่

“จะมีใครเสียอีกล่ะ แม่ผ่องคิดว่าเป็นใครจะอยู่กับท่านหญิงในห้องบรรทมได้”

สาลี่ถอนใจแล้วตบบ่าเพื่อนบ่าวเบาๆ…ท่านหญิงทรงรู้เห็นทุกอย่างแบบนี้เราคงไม่มีทางเลือกอะไรมากหรอก…

เวลาเดียวกันในห้องท่านหญิง…เธอเปิดอ่านจดหมาย สั่งเสียของเฟือง น้ำตาร่วงเผาะด้วยความคิดถึงและว้าเหว่

“เฟือง…หญิงรู้ว่าเฟืองยังอยู่ใกล้ๆและดูแลหญิงเสมอ”
ท่านหญิงอดเป็นห่วงความรู้สึกเฟืองไม่ได้ว่าจะคิดมากเรื่องชายเดียวอยากให้รื้อเรือนพักจึงแอบลงจากตำหนักไปหาที่ห้องเก่าของเฟือง รอไม่นานผีบ่าวคนสนิทก็ปรากฏร่างลางๆและก้มลงหมอบตรงหน้าเหมือนเคย

“เฟือง…หญิงจะไม่ยอมเป็นอันขาดถ้าชายเดียวจะรื้อเรือนของเฟือง” วิญญาณอดีตบ่าวคนสนิทค่อยๆชัดขึ้น ท่านหญิงเอื้อมมือไปลูบศีรษะปลอบโยน “เฟืองไม่ต้องกลัวนะ อะไรเป็นของเฟืองหญิงจะเก็บรักษาให้ จะไม่มี การเปลี่ยนแปลงใดๆ ถ้าหญิงยังมีชีวิตอยู่…หญิงสัญญา”

เฟืองซาบซึ้งในความรักของเจ้านาย ไม่เสียแรงที่เธอรักและเทิดทูนจนสละได้แม้แต่ชีวิต หลังจากนั้น… ท่านหญิงก็พาผีเฟืองไปหาชายเดียวถึงห้อง และด้วยอิทธิฤทธิ์ของเฟืองจึงทำให้คุณชายเหมือนตกอยู่ในความฝัน

“ไม่ต้องห่วงว่าชายจะรื้อเรือนข้าหลวง หญิงบอกเขาแล้ว เขาเป็นลูกที่ดีไม่ดื้อหรอก บอกอะไรก็เชื่อฟังดี”

ชายเดียวได้ยินจึงค่อยๆลืมตา ตกใจมากเมื่อเห็นท่านแม่ประทับอยู่ไม่ห่างเหมือนในความฝัน

“ชายฝันค่ะท่านแม่ เหมือนจริงมาก ฝันว่าท่านแม่เด็จมาดูชายพร้อมกับผู้หญิงแก่ๆ”

ท่านหญิงยิ้มบางๆแล้วถามว่าคือท่านยายหรือเปล่า ชายเดียวสั่นหน้าปฏิเสธ “ไม่ใช่ค่ะ ชายจำท่านยายได้ คนนี้แก่ ไว้มวยผมและนุ่งโจง อ้อ…ชายนึกออกแล้ว คนที่ตามเสด็จท่านแม่เข้าไปในห้องเมื่อเย็นนี้”

“นอนเถอะลูก…แล้วไม่ต้องถามใครเรื่องข้าหลวงคนนี้ แม่ไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขามาหาแม่…สัญญาสิ” คุณชายรับปากดิบดี ท่านหญิงโล่งอก “เมื่อกี้ที่ชายฝัน เขาไม่ได้เข้ามาในห้องกับแม่หรอก แม่มาคนเดียว”

“ค่ะท่านแม่…ชายไม่รื้อเรือนข้าหลวงแล้วค่ะ”

ท่านหญิงยินดีมากเมื่อได้ยิน หันไปส่งสายตากับผีเฟืองที่หมอบกับพื้นไม่ห่าง…เห็นไหมหญิงบอกแล้วว่าลูกชายเป็นลูกที่ดีเชื่อฟังหญิงทุกอย่าง

ooooooo

ชายเดียวตื่นมาก็ไม่พบท่านแม่แล้ว สอบถามผ่องก็ได้ความว่าออกไปเยี่ยมท่านหญิงเล็กแต่เช้า ราชนิกุลหนุ่มน้อยไม่อยากอยู่คนเดียวเลยโทร.ไปบ้านปัณณธร จริมาเป็นคนรับสาย แกล้งตีรวนจนชายเดียวอ่อนใจแต่ไม่ถือสา

“นี่คุณชาย…ฉันรู้ว่าคนบ้านฉันน่ะปลื้มคุณชายกันทุกคน แต่ขอโทษนะยกเว้นคนเดียว…ฉัน” ชายเดียวตอบกลับมาสั้นๆจนจริมารำคาญ “คุณอยากพูดอะไรก็พูดมา ฉันก็มีงานทำเหมือนกัน จะวางหูใส่คุณก็ไม่อยาก เพราะมันจะทำให้ฉันไม่มีมารยาท…รู้ไว้ด้วย”

ชายเดียวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่คนเดียว เอ็นดูความยียวนของจริมาจนนึกสนุกต่อปากต่อคำด้วย จริมาโมโหจะสวนกลับ แต่ต้องชะงักเมื่อเขาบอกจะมาที่บ้านวันนี้

“นี่บอกก่อนนะว่าฉันไม่ต้อนรับคุณชาย เพราะคุณชายชอบทำลับลมคมใน จะพูดอะไรก็ไม่พูด”

“จริงหรือครับ…ผมไม่เห็นรู้ตัวเลย”

จริมาจะโต้แต่ไม่ทันเพราะเขาวางสายเสียก่อน เธอถอนใจหนักๆแล้ววางหูเต็มแรง…คนบ้าวางหูไม่บอกไม่กล่าว!

ฝ่ายรุ้งยังเสียใจเพราะคำพูดของฉัตต์ไม่หาย ฝืนใจอ่านหนังสือแต่ไม่ค่อยมีสมาธิ น้ำตาร่วงเผาะด้วยความน้อยใจที่เขาไม่เคยเห็นความดี ฉัตต์แอบตามมานั่งข้างๆ เห็นเธอร้องไห้ก็ตกใจ ถามว่าเป็นอะไร รุ้งพูดไม่ออก ทำท่าอึกๆอักๆจนเขาชักฉุน

“นี่…ทำไมเวลาฉันถามอะไรต้องนิ่งเป็นเบื้อเป็นใบ้ จะพูดอะไรก็พูดมา ร้องไห้ทำไม”

“ไม่มีอะไรค่ะ แค่คิดอะไรนิดหน่อยเท่านั้น คุณฉัตต์อย่าสนใจเลยค่ะ”

“ใครว่าฉันสนใจ ฉันจะสนใจเธอทำไม เธอจะร้องไห้จนน้ำท่วมเมืองก็ไม่เกี่ยวกับฉัน”

“งั้นที่รุ้งไม่ตอบคุณฉัตต์ก็ถูกแล้วนี่คะ”

“ถึงยังไงก็ต้องจำไว้ว่าฉันถามอะไรต้องตอบ…ทันทีด้วย ไม่ใช่ให้ถามสองครั้งสามครั้ง” รุ้งรับคำง่ายๆจนฉัตต์ทำหน้าไม่ถูก อ้ำๆอึ้งๆแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจพูด “หยุดร้องไห้แล้วฟังฉัน เมื่อวานเรื่องเล่นเปียโนฉันขอโทษด้วย…ฉันไม่รู้”

รุ้งดีใจที่เขายอมขอโทษ แถมยอมยิ้มให้เป็นครั้งแรก ฉัตต์เองก็รู้สึกดีที่ไม่ต้องฝืนทำหน้าเคร่งแต่ก็ต้องพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้แสดงความอ่อนโยนมากเกินไป…เดี๋ยวได้ใจหมด!

จริมามาตามรุ้ง บอกให้รู้ว่าชายเดียวจะมาที่บ้าน รุ้งจึงไปบอกแม่เพื่อทำอาหารไว้ต้อนรับ จริมายังตีรวนเพราะไม่ชอบใจที่เขาจะมา ตั้งท่าป่วนโน่นนี่จนทุกคนปวดหัวแต่ก็ไม่มีใครถือสาเพราะรู้ดีว่าลูกสาวท่านผู้พิพากษาใหญ่แกล้งโวยวายไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้เคืองอย่างปากพูดแม้แต่น้อย

ฝั่งคุณชายศักดินาจะออกจากวังโดยรถรับจ้างเพราะท่านแม่เอารถไปใช้ แต่ผ่องแอบโทร.บอกบ้านปัณณธรให้ส่งรถมารับ จันทร์จึงตัดสินใจมารับเองเพราะอยากหาเวลาใกล้ชิดลูกชาย ผ่องออกมาส่งหน้าวัง ชายเดียวจึงแนะนำว่าผ่องเป็นแม่นมที่เลี้ยงตนตั้งแต่เด็ก จันทร์ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร นึกอิจฉาลึกๆที่อีกฝ่ายมีโอกาสดูแลลูกชาย รถบ้านปัณณธรแล่นออกจากวังไปแล้ว ไม่รู้เลยว่าผีเฟืองเฝ้ามองมาจากห้องท่านหญิง

“บังอาจมากอีบุหลัน…มาเหยียบหัวใจกูถึงนี่เลยหรือ!”

อดีตหม่อมไม่รู้เรื่องเพราะมัวแต่ปลื้มใจได้มีโอกาสอยู่ตามลำพังกับลูกชาย ความรักล้นอกทำให้อดเปรยถึงเรื่องเก่าๆไม่ได้ “เห็นคุณชายมาตั้งแต่เด็ก คุณริมา แล้วก็คุณฉัตต์ โตเป็นหนุ่มเป็นสาวสะสวยกันทุกคน”

“รวมทั้งรุ้งด้วยครับ ยิ่งโตยิ่งเหมือนน้าจันทร์นะครับ สวยเหมือนกันด้วย”

จันทร์เอะใจน้ำเสียงอ่อนหวานของชายเดียวที่พูดถึงรุ้ง เมื่อกลับถึงบ้านจึงสั่งให้ลูกสาวทำอาหารอยู่แต่ในครัว ส่วนตัวเธอยกของว่างไปให้ราชนิกุลหนุ่มน้อยพร้อมกับถือโอกาสถามถึงท่านหญิงแขไขเจิดจรัส

“ท่านค่อนข้างอ่อนแอ ไม่สบายบ่อยๆตั้งแต่ผมยังเล็กแล้วครับ แม่ผ่องถึงต้องเป็นแม่นมให้”

“แม่ผ่องเป็นคนโชคดีมาก” ชายเดียวทำหน้างงๆ จันทร์รู้ตัวว่าพูดมากไปเลยรีบกลบเกลื่อน “ดิฉันหมายถึง เอ่อ…ได้เลี้ยงคุณชาย คุณชายเด็กๆคงน่ารักมาก”

จันทร์น้ำตาคลอ อยากเปิดเผยฐานะแท้จริงของตัวเองใจแทบขาดแต่คิดว่ายังไม่ถึงเวลา ชายเดียวมองมายิ้มๆแล้วถามถึงรุ้ง จันทร์จะตอบแต่ต้องชะงักเมื่อจริมากับฉัตต์เดินหน้ามุ่ยเข้ามา

“เขาบอกว่าน้าจันทร์ให้เขาทำขนมในครัว ไม่ให้ออกมา ริมาเรียกเขาก็ไม่มา ริมาโกรธทั้งรุ้งกับน้าจันทร์เลย ทำไมน้าจันทร์ต้องห้ามรุ้งแบบนั้นด้วย”

ทุกคนนิ่งเงียบ ฉัตต์เป็นคนตัดสินใจให้สารภีไปตามรุ้งมาทานของว่างด้วยกัน จันทร์ได้แต่เก็บอาการ คิดว่าต้อง หาเวลาพูดกับลูกสาว…ก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป

ooooooo

ท่านหญิงแขไขเจิดจรัสโกรธมากที่ลูกชายออกจากวังโดยไม่ได้รับอนุญาต และโมโหกว่าเดิมเมื่อทราบว่าบ้านปัณณธรส่งรถมารับ ผ่องหน้าเสียเพราะคาดไม่ถึง คิดแต่เพียงหวังดีไม่อยากให้คุณชายออกจากบ้านโดยรถรับจ้าง

“แล้วคุณชายจะกลับยังไง เขามิต้องเดือดร้อนมาส่งหรือ ฉันควรจะให้แกดูแลคุณชายต่อไหมเนี่ย”

ท่านหญิงถอนใจหนักๆแล้วตัดสินใจไปรับลูกชาย ทุกคนที่บ้านปัณณธรถึงกับพูดไม่ออก บรรยากาศสนุกสนานตลอดเช้าพลันเปลี่ยนเป็นสงัดเพราะพระพักตร์ท่านหญิงไม่ได้ดูพึงพอใจแม้แต่น้อย จันทร์ทรุดตัวลงกราบอย่างลืมตัว ท่านหญิงจ้องเขม็ง ท่าทางนอบน้อมผิดสังเกตนั้นชวนให้สงสัยเหลือเกินว่าเป็นอดีตหม่อมที่แสนชัง แต่เพราะอยู่ต่อหน้าลูกชายและคนอื่นๆทำให้ต้องเก็บอาการ

“เผอิญคนรถไม่ว่าง ชายเดียวต้องมารบกวน ขอโทษด้วย”

ทุกคนก้มหน้างุด เด็กๆจากบ้านปัณณธรส่งสายตา ให้จันทร์ออกหน้า ท่านหญิงไม่สนใจแถมจงใจหันหลังให้

“ขอบใจที่เลี้ยงขนมชายเดียว แต่ไหนฉันมาแล้วคงต้องให้กลับ ชายเดียวจะเอาขนมไปทานต่อที่วังก็ได้”

จริมาเห็นท่านหญิงทำท่าเหมือนรังเกียจน้าสาวเลยตัดสินใจตอบว่าคงไม่อร่อยเหมือนทานที่นี่ ท่านหญิงไม่ชอบใจนักแต่ไม่อยากต่อความยาว เลี่ยงชวนชายเดียวไปขึ้นรถเพราะคุณหญิงทอแสงรัศมีคอยอยู่ด้วย จันทร์รู้สึกเหมือนเป็นคนนอกจึงค่อยๆปลีกตัวออกไป จริมาหันมาเห็นก็ทักเสียงดัง

“น้าจันทร์จะไปไหนเหรอคะ”

ท่านหญิงชะงัก เอะใจคำว่าน้าเป็นกำลังแต่เลือกนิ่ง เอื้อมไปดึงแขนลูกชายออกไปข้างนอก จันทร์มองตามน้ำตาคลอเบ้าแต่ไม่มีใครเห็นเพราะพากันตามไปส่ง คุณชายกับท่านหญิงที่รถ

จันทร์ปาดน้ำตาแล้วรีบไปส่งด้วย เห็นยอดก้มหน้าขุดดินตรงทางที่ท่านหญิงเดินผ่านก็หายใจไม่ทั่วท้อง อดีตคนสวนรับรู้ความกลัวนั้นดี ค่อยๆเลี่ยงจากไปอย่างรู้หน้าที่ ส่วนท่านหญิง…เมื่อเข้ามานั่งในรถก็ทักหลานสาวที่ไม่ยอมลงไปทักจริมากับรุ้งซึ่งเป็นเพื่อนร่วมโรงเรียนเดียวกัน

“ไม่อยากทักค่ะ หญิงไม่ค่อยชอบสองคนนี้ จริมาพูดจาไม่น่ารักไม่เกรงใจใคร ส่วนอีกคนชื่อรุ้งเป็นน้องและลูกไล่ของยายริมา ทำยังกับไม่ใช่พี่น้องกัน ยอมยายริมาทุกอย่างเหมือนคนใช้กับเจ้านายมากกว่า”

“ทำไมลูกสาวคุณพจน์เรียกจันทร์ว่าน้า ความจริงต้องเรียกอาสิ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีไม่รู้เรื่อง เช่นเดียวกับชายเดียวที่หงุดหงิดจนไม่ยอมรับรู้อะไร ปล่อยให้ท่านหญิงหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดทาง…น้องสาวท่านผู้พิพากษาใหญ่คนนี้ทำตัวน่าสงสัยมากขึ้นทุกวัน!

หลังรถจากวังรังสิยาออกจากบ้าน…บรรยากาศในบ้านปัณณธรก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง ยกเว้นจริมาที่ยังอารมณ์ค้างเพราะไม่ชอบใจท่าทางเจ้ายศเจ้าอย่างของท่านหญิงโดยเฉพาะกับจันทร์

“ริมาไม่ชอบท่านแม่ชายเดียวเลยค่ะ วางอำนาจบาตรใหญ่ยังไงไม่ทราบ ทำเหมือนชายเดียวมาที่ที่ไม่ควรมา บ้านเราก็มีศักดิ์ศรีไม่น้อยกว่าชาววังแถมทำท่าเหมือนโกรธที่เราส่งรถไปรับ ตั้งแต่มาเขายังไม่พูดกับน้าจันทร์ตรงๆเลย”

“สารภีเองก็ตกใจค่ะ อยู่ๆก็มาจอดรถ ถามว่ามาหาใครก็ไม่พูดด้วย แต่สารภีก็จำได้ว่าเป็นรถจากวังรังสิยา”

สารภีที่มาช่วยเก็บจานชามทำท่าแหยงๆ จันทร์แก้ตัวแทนว่าท่านหญิงคงเป็นห่วงคุณชายแต่จริมาไม่เห็นด้วย

“โธ่…น้าจันทร์ขา อีตาชายเดียวไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ ตัวเบ้อเร่อบ้าร่าแล้วก็ไม่ได้ปัญญาอ่อน กลัวทำไมกัน จริงนะคะ…ท่าทางท่านหญิงน่ะร้ายเงียบ ชายเดียวก็กลัวหงอน่าสงสาร คุณน้าออกไปส่งเห็นยายทอแสงรัศมีไหมคะ”

“น้าไม่ทราบว่าเป็นใครแต่ว่ามีคนนั่งรอในรถด้วย”

“นั่นแหละค่ะ อยู่โรงเรียนก็พูดถึงพี่ชายตลอดเหมือนนกขุนทองไงคะ…ร้องเรียกแต่ชายเดียวๆ”

สารภีกับรุ้งหัวเราะคิกเพราะพอนึกภาพออก ฉัตต์ฟังอยู่นานแล้วทนไม่ไหว หันไปปรามรุ้งเสียงเคร่ง

“เธอนี่ก็ฟังริมานินทาเพื่อนอยู่ได้ ควรจะรั้งไว้บ้างนะ อย่างนี้จะเรียนโรงเรียนเดียวกันทำไม”

จบคำก็จ้ำอ้าวออกจากห้อง จริมามองตามเคืองๆ เดินไปหารุ้งพร้อมตะโกนไล่หลังพี่ชาย

“พี่ฉัตต์นี่ก็แปลก แล้วรุ้งจะทนฟังทำไม บอกไปสิว่าถ้าอยู่โรงเรียนเดียวกันแล้วต้องรักกันจี๋จ๋า เราจะลาออกจากโรงเรียนนี้ทั้งสองคนเลย มีปากทำไมไม่พูดล่ะรุ้ง อมอะไรอยู่ได้”

รุ้งยิ้มเจื่อนๆ ส่วนจันทร์ได้แต่มองไปทางอื่น…เห็นใจลูกชายเหลือเกินที่ต้องอยู่ในสภาวะอึดอัดเช่นนั้น

ooooooo

จันทร์เห็นท่าทางเฉยชาของท่านหญิงก็ไม่สบาย ใจ กลัวจะโดนจับได้ในสักวัน นึกถึงยอดแล้วก็อดเป็นห่วงด้วยไม่ได้ ถ้าท่านหญิงเห็นและจำได้จริงจะเดือดร้อนไปถึงพจน์กับคุณหญิงเพ็ง

“หม่อมไม่น่าเล่าเรื่องคุณหญิงให้คุณพจน์รู้ เรื่องความลับคนรู้มากจะไม่ปลอดภัย”

“ฉันรู้แต่ฉันหวังพึ่งคุณพจน์ จะปล่อยให้คุณหญิงเกิดและตายไปกับการเป็นแค่รุ้งไม่ได้ ถ้าฉันเป็นอะไรไปคุณพจน์จะช่วยรุ้งได้…ที่วังมีแต่เรื่องเศร้า ว่าไปแล้วฉันก็สงสารท่านหญิงเหมือนกัน ตอนนี้ท่านโดดเดี่ยวนะยอด มีแต่ชายเดียวให้ยึด”

ยอดรับรู้แต่ก็อดกังวลไม่ได้เพราะท่าทางท่านหญิงดูจะสงสัยในตัวอดีตหม่อมไม่น้อย กลัวความลับทุกอย่างเปิดเผยแล้วจะเดือดร้อนกันไปหมด

ฟากท่านหญิงคลางแคลงใจที่มาที่ไปของจันทร์มากขึ้นทุกวัน ท่าทางและอากัปกิริยาต่างๆช่างดูคุ้นตาอย่างประหลาด แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้เพราะคุณหญิงเพ็งกับพจน์ยืนยันว่าเป็นลูกสาวและน้องสาวคลานตามกันมา แม้เมื่อถึงวังความสงสัยก็ยังอยู่ ต้องขอเข้าห้องไปคิดอะไรตามลำพัง แต่ก็ไม่วายสั่งชายเดียวให้นั่งคุยเป็นเพื่อนคุณหญิงทอแสงรัศมี

“พี่ชายไปงานโรงเรียนของหญิงด้วยนะคะ”

ชายเดียวรับปากทื่อๆ แต่ที่ทำให้คุณหญิงเจ็บจี๊ดก็เมื่อเขาบอกว่าตั้งใจไปอยู่แล้วเพราะสัญญากับรุ้งและจริมาไว้

“พี่สนิทกับบ้านปัณณธรดีโดยเฉพาะกับพี่ฉัตต์ หญิงมีปัญหาอะไรหรือเปล่า”

“หญิงไม่มีปัญหาอะไร แต่พี่ชายเดียวกำลังทำตัวมีปัญหาเพราะไปสัญญาไว้กับใคร มันจำเป็นด้วยหรือ”

“ถ้าหญิงจะชวนทะเลาะพี่คงไม่เสียเวลาด้วย พี่จะไปทำการบ้าน”

“ท่านป้าให้พี่ชายอยู่เป็นเพื่อนหญิง หญิงไม่ชอบอยู่คนเดียว พี่ชายเดียวจะไปทำการบ้านหญิงก็จะตามไป”

“ตามไปทำไม พี่จะอยู่ในห้อง หญิงกล้าไปหรือ”

“กล้าค่ะ…เพราะไม่มีใครกล้าขัดใจหญิง”

ชายเดียวชักฉุน ไม่ชอบใจที่ญาติสาวทำตัวไม่ น่ารัก คุณหญิงทอแสงรัศมีของขึ้นทันที
“ใช่สิ…หญิงมันไม่น่ารัก ที่ไหนจะเหมือนยายจริมากับยายรุ้ง พวกเขาทำเสน่ห์อะไรพี่ชายถึงได้คลั่งไคล้นัก รถไม่มีก็อุตส่าห์เรียกร้องให้ทางนั้นมารับ ทีหญิงโทร.มากี่หนก็ไม่ยอมรับสาย หญิงเป็นญาติเป็นน้องพี่ชายยังไม่เคยกระตือรือร้นไปหาหญิงบ้าง ทำไมเป็นอย่างนี้ หญิงด้อยกว่าแม่พวกนั้นตรงไหน หญิงมีเกียรติมากกว่าพวกเขาอีก”

“มีเกียรติก็ไม่น่าทำตัวแบบนี้ และถ้ารู้ตัวว่าเป็นน้องก็ควรสงบเสงี่ยมเจียมตัว พี่จะไปไหนไม่ใช่ธุระกงการของใคร พวกเขาไม่ทำตัวเหมือนหญิง พี่ถึงชอบไปหาไงล่ะ”

คุณหญิงทอแสงรัศมีเจ็บใจที่โดนว่าตรงๆ หมดอารมณ์เสวนากับญาติหนุ่มจนต้องขอตัวกลับวังเร็วกว่าที่คิด ท่านแม่กับน้องสาวส่งเสียงทักทายก็ไม่ขานรับแถมยังผลุนผลันขึ้นห้องโดยไม่ยอมมองหน้าใคร ท่านหญิงเล็กไม่พอใจมาก ตามไปต่อว่าถึงในห้องแต่ลูกสาวก็ไม่หวั่น

“ไม่มีใครรักก็อย่ารัก ไม่เห็นจะสนใจ”

“แต่แม่สนเพราะเธอเป็นลูกสาวแม่ ทำตัวน่าเกลียดคนเขาจะคิดว่าแม่ไม่สั่งสอน”

“ท่านแม่ทรงห่วงองค์เองเท่านั้นหรือคะ”

“ใช่…เพราะฉันสอนเธอ แต่เธอน่ะถูกท่านพ่อทำจนเสียเด็ก ให้ท้ายกันจนไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่”

“ถ้าอย่างนั้นท่านแม่คงต้องรับสั่งกับท่านพ่อเองแล้วค่ะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหญิง”

ท่านหญิงเล็กหัวเสียที่ลูกสาวเถียงคำไม่ตกฟาก เมื่อท่านชายวรจักรผู้เป็นสามีกลับมาถึงก็พาลไม่มองหน้าเพราะเคืองที่ตามใจลูกสาวคนโตจนเสียคน ท่านชายไม่เข้าใจอะไรมากแต่เห็นว่าคุณหญิงทอแสงรัศมีสีหน้าไม่ค่อยดีจึงเอ่ยทักเสียงอ่อนพร้อมชวนไปทานข้าวข้างนอก เธอรับปากแกนๆแล้วบ่นเรื่องชายเดียว

ท่านชายวรจักรหนักใจไม่น้อยเพราะทราบดีว่าลูกสาวมีใจกับญาติหนุ่ม แต่เพราะตามใจกันมาแต่เล็กแต่น้อยเลยไม่อยากพูดหักหาญน้ำใจเลยได้แต่ปลอบ คุณหญิงทอแสงรัศมีโผกอดท่านพ่อแน่นอย่างหากำลังใจ ท่านหญิงเล็กได้แต่มองมาด้วยความเหนื่อยใจ…ให้ท้ายกันแบบนี้สิถึงได้จะเสียคน!

ooooooo

เช้าวันถัดมา…สมาชิกบ้านปัณณธรได้รับโทรศัพท์จากชายเดียวอีกรอบ คราวนี้สามพี่น้องตัดสินใจจะพาเขาไปเที่ยวบ้านสวนของมิ่งกับต้อยติ่งชาวบ้านละแวกนั้น ระหว่างรอชายเดียวอยู่นั้นจริมาก็บ่นกระปอดกระแปดถึงงานโรงเรียนที่จะมาถึง ไม่อยากแสดงบนเวทีร่วมกับคุณหญิงทอแสงรัศมี

“ก็จริงๆนี่นารุ้ง ริมาไม่อยากเต้นรำสเปนกับยายคุณหญิงทอแสงนั่นสักนิด”

รุ้งยิ้มค้อนๆแต่ไม่ได้ว่าอะไร เช่นเดียวกับฉัตต์ที่นอนอ่านหนังสือ ไม่สนใจอาการหัวเสียของน้องสาวแม้แต่น้อย ครู่ใหญ่ชายเดียวก็มาถึงพร้อมกับจันทร์ที่ยกอาหารกลางวันมาต้อนรับด้วยความเต็มใจ ต่างจากจริมาที่ต้อนรับด้วยถ้อยคำรวนๆเหมือนเคยแต่ชายเดียวก็ไม่ถือสา กลับนึกเอ็นดูและเห็นเป็นเรื่องน่ารัก

จริมาไม่ยอมแพ้ เสหาเรื่องต่อว่าเขาที่ปล่อยให้ทุกคนรอนาน ชายเดียวยอมรับผิดทุกอย่างและบอกว่าเดินมาจากวังเลยช้าไปหน่อย สองหนุ่มสาวเถียงกันไปมา รุ้งกลัวจะเสียเวลาเลยไปเรียกฉัตต์แต่กลับโดนตวาดเสียงเขียว จันทร์ที่มาแอบดูลูกชายเหมือนเคยอดเป็นห่วงรุ้งไม่ได้ที่โดนฉัตต์ทำร้ายจิตใจตลอดจึงเก็บไปบ่นกับยอดที่แวะมาคุยด้วย

“หม่อมอย่าคิดอะไรมากเลยครับ เรื่องมันนานมาแล้ว ผมว่าคุณฉัตต์เองก็คงเลือนๆไปแล้วเหมือนกัน…ไม่มีใครหรอกครับที่จะไม่แพ้ความดีงามของคน”

จันทร์ยังไม่วางใจเพราะไม่เห็นวี่แววฉัตต์จะอ่อนข้อ ยอดเห็นใจแต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากให้กำลังใจ

“ผมเป็นขี้ข้าไม่น่าพูดอะไรอย่างนี้ใช่ไหมครับ แต่ผมพูดจากความรู้สึกจริงๆครับ หม่อมกับคุณหญิงสุดแสนดี คุณฉัตต์ก็ไม่ใช่คนหยาบ…เธอรู้ครับ”

“เธอเกลียดรุ้งไม่หาย”

“ไม่ใช่เกลียดครับหม่อม ดูๆไปเถอะครับ” ยอดเปรยยิ้มๆ

หลังอาหารกลางวัน…สี่หนุ่มสาวก็เตรียมไปเที่ยวบ้านสวน ยอดจูงจักรยานของตนมาให้ด้วยเพราะเห็นว่ามีแขก ฉัตต์เห็นสภาพแทบพังแล้วไม่อยากให้รุ้งขี่ แต่เพราะไม่เคยพูดดีด้วยเลยเลือกสั่งเสียงห้วนจนเด็กสาวหน้าเสีย ชายเดียวอดสงสารไม่ได้เลยอาสาขี่ให้ซ้อน ฉัตต์แอบไม่พอใจเพราะไม่อยากให้รุ้งอยู่ใกล้ชายเดียว

ฉัตต์กับจริมาถึงบ้านสวนก่อนเพราะขี่ไปคนละคัน คล่องตัวกว่าคันของชายเดียวกับรุ้ง ฉัตต์ชะเง้อมองรอคอย จริมาลอบยิ้มเพราะรู้ว่าพี่ชายเป็นห่วงรุ้งแต่ท่ามากไม่ยอมรับ เสหันไปแหย่หนูตุ่นลูกสาวมิ่งกับต้อยติ่งเพื่อฆ่าเวลา

ฟากรุ้งกับชายเดียวก็ช่วยกันประคับประคองจักรยาน รุ้งหัวเราะเบาๆแล้วอาสาขี่ให้เองเพราะคิดว่า

ตัวเองขี่แข็งกว่า ชายเดียวพลอยขำความไม่ได้เรื่องของตนไปด้วย ยอมลงจากจักรยานเปลี่ยนที่กับเธอแต่โดยดี

ฉัตต์หงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกที่เห็นรุ้งใกล้ชิดกับชายอื่นจึงฮึดฮัดไปรอในบ้าน จริมาเห็นเพื่อนรักมาถึงช้าก็อดแหย่ไม่ได้ ยิ้มย่องสะใจที่เห็นคู่ปรับหนุ่มซ้อนท้ายรุ้ง ชายเดียวไม่ถือสาแถมยิ้มยั่วจนจริมาแทบกรี๊ดหมุนตัวไปที่ท่าน้ำพร้อมตะโกนเรียกฉัตต์ให้รีบตามมาลงเรือ

ooooooo

กิจกรรมแรกของสี่หนุ่มสาวคือพายเรือชมบรรยากาศริมคลอง ฉัตต์รับหน้าที่พายเรือกับมิ่งเจ้าของสวน รุ้งจะช่วยด้วยแต่โดนฉัตต์ดุทางสายตาจนหน้าเสีย ชายเดียวสงสารเลยชวนคุย ทำให้ทราบว่าสามพี่น้องพายเรือเป็นทุกคน

“เพราะเรามาเที่ยวสวนของมิ่งตั้งแต่เด็กๆ ถีบรถมาแล้วก็มาพายเรือ” รุ้งอธิบายด้วยสีหน้าเปี่ยมสุข

“กลับไปผมจะให้คนที่วังสอนพายเรือ แล้วผมจะพายให้รุ้งกับริมานั่งตอนพี่ฉัตต์ไปเมืองนอกนะครับ”

“ชายเดียวไม่ต้องหัดหรอก ให้รุ้งเขาพายให้” ฉัตต์อดแขวะไม่ได้

“เรื่องอะไรมาใช้แรงงาน ไปหัดเถอะคุณชายจะได้ไม่ต้องนั่งเฉยๆ อายฟ้าอายดินเปล่าๆ” จริมาเหน็บ

ชายเดียวหัวเราะขำท่าทางเย้ยหยันที่น่าเอ็นดูมากกว่าน่าโกรธ แต่จริมาไม่เข้าใจ หาโอกาสเอาคืนด้วยการพาเขาไปปีนต้นไม้ แล้วก็จริงดังคาด…ราชนิกุลหนุ่มน้อยได้แต่ยืนมองสามพี่น้องปีนขึ้นปีนลงพร้อมรอยยิ้มเต็มหน้าแต่ก็สนุกและสบายใจมากที่ได้ใช้เวลาด้วย

จริมาไม่ละความพยายามจะแก้แค้นจึงพาชายเดียวไปทดสอบอีกเรื่อง งานนี้ฉัตต์สนับสนุนเพราะอยากแกล้งเพื่อนรุ่นน้องเต็มแก่ ฐานทำตัวสนิทชิดเชื้อกับรุ้งเกินเหตุ ชายเดียวกลืนน้ำลายดังเอื๊อกเมื่อเห็นจริมากับฉัตต์เดินกลับไปกลับมาบนต้นมะพร้าวที่ทอดยาวเพื่อข้ามท้องร่องกลางสวน รุ้งไม่อยากให้ลองเพราะกลัวชายเดียวจะตกน้ำ

“ไม่ให้ตกแล้วเมื่อไหร่จะเดินเป็น” ฉัตต์แย้ง

“ก็…ทำไมต้องเดินเป็นล่ะคะ ไม่ได้จำเป็นนี่คะ”

“แต่ฉันเห็นว่าจำเป็นมาก เธออย่ายุ่งดีกว่า”

ชายเดียวนึกสนุกอยากลองแต่มีข้อแม้ว่าจริมาจะไม่หัวเราะเยาะถ้าเขาพลาดตกน้ำ จริมาไม่ยอมโวยลั่น

“จะไม่หัวเราะได้ไง เสียธรรมเนียมหมด ถ้าตกก็ต้องหัวเราะ ส่วนอย่างอื่นขอได้…สัญญาว่าจะไม่ทำ”

ชายเดียวเปลี่ยนใจไม่ยอมเลยโดนล้อหนัก รุ้งสงสารจึงฉวยโอกาสตอนฉัตต์กับจริมาเผลอจูงมือชายเดียวข้ามท้องร่องอย่างรวดเร็ว จริมาไม่เชื่อว่าชายเดียวจะทำได้จึงแหวใส่ด้วยความหมั่นไส้

“ริมารับรองว่าคุณชายไม่มีทางเดินมาคนเดียว เพราะถ้าเดินเองคุณชายต้องตกน้ำไปแล้วแน่นอน ต้นมะพร้าวมันเล็กแล้วก็ดิ้นได้ด้วย ตอนเรายังหัดเดินตั้งหลายวัน…จริงไหมพี่ฉัตต์ จริงไหมรุ้ง” ไม่มีใครตอบอะไรทำเอาจริมาหงุดหงิดหันไปกดดันชายเดียวอีก “จะให้เชื่อก็เดินอีกหน ว่าไงคุณชาย…แล้วรับรองนะ ฉันพูดเรื่องนี้จนตายเลย”

ฉัตต์มั่นใจว่ารุ้งต้องช่วยเลยหมดอารมณ์เล่นต่อ ก้าวไปลากรุ้งกลับบ้านสวนด้วยกัน ส่วนจริมาหันมาท้าทายชายเดียวให้เดินอีกรอบ ราชนิกุลหนุ่มทนแรงยุไม่ไหวเลยก้าวไปยืนเก้ๆกังๆที่กลางลำมะพร้าว จริมานึกสนุกเข้าไปจูงและแกล้งผลักเขาตกน้ำจนเลอะโคลนทั้งตัว แต่ก็โดนเอาคืนแบบทันท่วงทีเมื่อถูกดึงลงไปด้วย ทั้งคู่มองหน้ากันเคืองๆ แล้วอดหัวเราะไม่ได้…ขำที่ต่างก็หน้าตาเลอะเทอะจนดูแทบไม่ออกว่าเป็นใครมาจากไหน!

จริมากับชายเดียวแหย่กันไม่เลิก จนกระทั่งไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าบนบ้านก็ยังแกล้งสาดน้ำใส่กันไม่หยุดหย่อน รุ้งอดยิ้มไปด้วยไม่ได้ ในที่สุดจริมาก็ยอมญาติดีกับชายเดียว ต่างจากฉัตต์ที่อารมณ์เสีย หาเรื่องติโน่นนี่แม้กระทั่งเรื่องของว่างที่รุ้งเตรียมมา

“แต่รุ้งเป็นคนทำ เป็นคนจัด แล้วให้สำลีเอามาส่งไว้ที่มิ่งตั้งแต่เช้า คุณฉัตต์น่ะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีของรับทาน”

“แต่ของเนี่ย…มันก็ทำมาจากกับข้าวของคุณ…”

“ถึงจะเป็นของคุณลุงพ่อคุณฉัตต์ แต่คุณลุงก็เลี้ยงรุ้งมา ถึงเวลาอาหารรุ้งก็ต้องทาน ไม่งั้นรุ้งก็ตายน่ะสิคะ”

ฉัตต์พูดไม่ออกเมื่อเจอตอกกลับซื่อๆ รุ้งได้แต่ก้มหน้าหลบตาแต่ก็อดขำในใจไม่ได้…สมน้ำหน้าพ่อคนขี้เก๊ก!

ooooooo

ขากลับมีการสลับคู่นิดหน่อย ฉัตต์ขี่จักรยานให้ชายเดียวซ้อน ส่วนสองสาวปั่นกันคนละคัน จริมาร้องเพลงนำก่อนส่งให้รุ้งรับช่วงต่อ…เสียงหวานใสก้องกังวานของรุ้งทำให้ฉัตต์กับชายเดียวถึงกับเคลิ้ม

“อันความกรุณาปรานี จะมีใครบังคับก็หาไม่หลั่งมาเองเหมือนสายฝนอันชื่นใจ จากฟากฟ้าสุราลัยสู่แดนดิน”

ชายเดียวปรบมือชื่นชม มีเพียงฉัตต์ที่ชักสีหน้าเพราะคิดว่าเธอร้องเพลงว่ากระทบ ชายเดียวไม่เข้าใจ จริมาเลยเฉลยว่าพี่ชายร้อนตัวเพราะชอบแกล้งรุ้ง

“ไม่เกี่ยวค่ะ รุ้งร้องเพลงนี้เพราะชอบ มันเป็นเพลงประจำของพยาบาลค่ะ”

ฉัตต์ทำเมิน จริมาหมั่นไส้แต่ขี้เกียจเถียงด้วย รุ้งได้แต่ก้มหน้าจ๋อยๆ อ่อนใจที่ถูกเขาดุอยู่เรื่อย เธอตัดสินใจบอกแม่คืนนั้นว่าจะเรียนพยาบาล

“ต่อไปบ้านเราจะมีคนแก่หลายคน รุ้งจะเรียนเพื่อได้พยาบาลคนในบ้านไงคะ”

“รุ้ง…แม่อยากให้ลูกเรียนมหาวิทยาลัย เรียนจุฬาฯหรือธรรมศาสตร์นะลูก ลูกต้องสอบได้แน่นอน” รุ้งเหมือนจะคล้อยตาม จันทร์จึงกล่อมต่อ “แม่อยากเห็นลูกเรียนมหาวิทยาลัย อยากเห็นรุ้งแต่งชุดนิสิตนักศึกษา”

“ชุดนักเรียนพยาบาลก็น่ารักนะจ๊ะแม่ รุ้งเรียนพยาบาลน่ะเหมาะที่สุดแล้ว”

จันทร์เริ่มคล้อยตาม ปลาบปลื้มในจิตใจใสสะอาดของลูกสาว ดึงร่างเล็กบางเข้ามาในอ้อมแขนน้ำตาคลอ

“แม่รู้แล้ว…แม่รักหนูนะ รักที่สุด รุ้งเป็นความชื่นใจของแม่ ไม่อย่างนั้นแม่คงไม่อยากมีชีวิตอยู่ วันหนึ่งนะลูก…แม่จะเล่าให้ฟังทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตแม่”

“รุ้งควรรู้ใช่ไหมจ๊ะ”

“ใช่ลูก…แต่วันนี้แม่ขอบใจ ขอบใจที่รุ้งไม่เคยถามแม่ถึงชีวิตหนหลัง ไม่เคยถามถึงพ่อทั้งที่แม่รู้ว่าลูกสงสัย”

รุ้งพยักหน้ารับ จันทร์ลูบศีรษะลูกสาวเบาๆ…แม่สัญญาว่าลูกจะได้รู้ทุกอย่าง

เวลาเดียวกันที่วังรังสิยา…ท่านหญิงยืนเหม่อไปทางเรือนของบุหลัน ภาพและคำพูดบาดหูของสามียังก้องในหัว

“ถึงมันจะเป็นเมียก็เป็นเมียบ่าว มันอยู่แต่ที่เรือนมัน พี่จะไม่ให้มาเกี่ยวข้องหรือตีเสมอหญิงเป็นอันขาด”

ครั้งนั้นเธอเจ็บปวดแสนสาหัส แต่ก็ต้องช้ำใจหนักขึ้นเมื่อนังหม่อมคนโปรดตั้งท้อง

“พี่ขอโทษที่ไม่ได้ขึ้นมานอนข้างบนหลายวัน บุหลันมันแพ้ท้องมาก…แพ้จนน่ากลัว” ท่านหญิงกัดฟันน้ำตาคลอแต่ท่านชายเหมือนจะมองไม่เห็น “พี่ฝากหญิงสั่งคนดูแลมันด้วย พี่จะรีบไปเยี่ยมหม่อมแม่แล้วจะรีบกลับ บุหลันจวนคลอดแล้ว หวังว่าวังรังสิยาจะได้ทายาทสืบสกุลเสียที”

ท่านหญิงสั่นพระพักตร์เรียกตัวเองกลับมา ความแค้นที่สั่งสมมานานยังอยู่ในใจเสมอ เมื่อชายเดียวเข้ามาหาเพื่อรายงานตัวเหมือนเคยก็ทนดูหน้าลูกไม่ได้เพราะกำลังคิดถึงบุหลัน ไล่ตะเพิดออกจากห้องเสียงดัง ครั้นชายเดียวออกไปจึงเรียกหาเฟือง และเมื่อผีต้นห้องคนสนิทปรากฏร่างลางๆจึงลุกขึ้นยืนพร้อมพึมพำเสียงเคร่ง

“เฟือง…มันยังอยู่ บุหลันมันยังอยู่ อยู่ใกล้ๆนี่เอง”

ooooooo

แค้นเสน่หา  เรื่องย่อละครแค้นเสน่หาตอนล่าสุด

เรื่องย่อละครแค้นเสน่หา – จบบริบูรณ์ –

อ่านละครออนไลน์, แค้นเสน่หา
- 2013-07-9 4:02:53 โพสต์โดย : zoomza 2,774 ดูละครย้อนหลัง